<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>จินนี่ สาระโกเศศ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/columnist03/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/columnist03/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Dec 2025 09:49:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Somjai กับการโฟกัสธุรกิจ เข้าใจกลุ่มเป้าหมายและขยายการเข้าถึงในวงกว้าง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/somjai-stationery/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Dec 2025 09:49:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Crackracter Branding]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[สมใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=185063</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อทิศทางของการเรียนการศึกษามีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับการลงมือทำมากขึ้นกว่าเดิม การเรียนหนังสือไม่ใช่การเรียนรู้จากตำราเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป&#160; การลงมือทำเป็นสื่อกลางการนำความรู้ไปใช้ปฏิบัติ แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าถึงความเข้าใจและการนำสิ่งที่เรียนมาไปใช้ได้จริง เราจึงพบเห็นนักเรียนในโรงเรียนต้องทำงานกลุ่ม ทำรายงาน จัดบอร์ด รวมไปถึงทำโครงการวิทยาศาสตร์กันบ่อยๆ แล้วเวลาที่ต้องเตรียมทำงานในลักษณะนี้ เราจะไปที่ไหน? ก็ต้องไปที่ร้านขายเครื่องเขียน ร้านขายเครื่องเขียนแถวบ้านหรือหน้าโรงเรียน หลังเลิกเรียนในช่วงเย็น นอกจะไปร้านขนมขบเคี้ยวหรือไปเรียนพิเศษแล้ว หนึ่งในสถานที่ซึ่งนักเรียนมักต้องแวะไปคือ ‘ร้านเครื่องเขียน’ ร้านเครื่องเขียนหน้าโรงเรียนมีลักษณะเหมือนกับร้านขายของชำแถวบ้าน ซึ่งจำหน่ายทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็น&#160; ถ้าเป็นร้านขายของชำแถวบ้าน ก็ต้องมีข้าวเครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องปรุงอาหาร ซอสปรุงรส ขนมขบเคี้ยว น้ำดื่ม อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน ผงซักฟอก และอีกหลายอย่าง แล้วร้านเครื่องเขียนหน้าโรงเรียนมีอะไรจำหน่ายบ้าง? &#160; กระดาษสี กระดาษวาดเขียน อุปกรณ์ศิลปะ พู่กัน จานสี โฟมติดบอร์ด โฟมยาง กาว อุปกรณ์เย็บกระดาษ เทปใส เทปกาว กระดาษปกรายงาน กระดาษ A4 กระดาษ A3 กระดาษโน้ต ดินสอไม้ ดินสอกด ปากกาลูกลื่น ปากกาเมจิก ปากกาไฮไลต์ ยางลบ น้ำยาลบคำผิด ไม้บรรทัด กล่องดินสอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/somjai-stationery/">Somjai กับการโฟกัสธุรกิจ เข้าใจกลุ่มเป้าหมายและขยายการเข้าถึงในวงกว้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เมื่อทิศทางของการเรียนการศึกษามีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับการลงมือทำมากขึ้นกว่าเดิม การเรียนหนังสือไม่ใช่การเรียนรู้จากตำราเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป&nbsp;</p>



<p>การลงมือทำเป็นสื่อกลางการนำความรู้ไปใช้ปฏิบัติ</p>



<p>แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าถึงความเข้าใจและการนำสิ่งที่เรียนมาไปใช้ได้จริง</p>



<p>เราจึงพบเห็นนักเรียนในโรงเรียนต้องทำงานกลุ่ม ทำรายงาน จัดบอร์ด รวมไปถึงทำโครงการวิทยาศาสตร์กันบ่อยๆ แล้วเวลาที่ต้องเตรียมทำงานในลักษณะนี้ เราจะไปที่ไหน?</p>



<p>ก็ต้องไปที่ร้านขายเครื่องเขียน</p>



<p>ร้านขายเครื่องเขียนแถวบ้านหรือหน้าโรงเรียน</p>



<p>หลังเลิกเรียนในช่วงเย็น นอกจะไปร้านขนมขบเคี้ยวหรือไปเรียนพิเศษแล้ว หนึ่งในสถานที่ซึ่งนักเรียนมักต้องแวะไปคือ ‘ร้านเครื่องเขียน’</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-10-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-185066" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-10-1024x1024.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-10-300x300.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-10-150x150.png 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-10-768x768.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-10-600x600.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-10-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-10-48x48.png 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-10-96x96.png 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-10.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ร้านเครื่องเขียนหน้าโรงเรียนมีลักษณะเหมือนกับร้านขายของชำแถวบ้าน ซึ่งจำหน่ายทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็น&nbsp;</p>



<p>ถ้าเป็นร้านขายของชำแถวบ้าน ก็ต้องมีข้าวเครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องปรุงอาหาร ซอสปรุงรส ขนมขบเคี้ยว น้ำดื่ม อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน ผงซักฟอก และอีกหลายอย่าง</p>



<p>แล้วร้านเครื่องเขียนหน้าโรงเรียนมีอะไรจำหน่ายบ้าง?</p>



<p>&nbsp; กระดาษสี กระดาษวาดเขียน อุปกรณ์ศิลปะ พู่กัน จานสี โฟมติดบอร์ด โฟมยาง กาว อุปกรณ์เย็บกระดาษ เทปใส เทปกาว กระดาษปกรายงาน กระดาษ A4 กระดาษ A3 กระดาษโน้ต ดินสอไม้ ดินสอกด ปากกาลูกลื่น ปากกาเมจิก ปากกาไฮไลต์ ยางลบ น้ำยาลบคำผิด ไม้บรรทัด กล่องดินสอ เป็นต้น</p>



<p>ที่ยกตัวอย่างมาคงจะไม่ถึงครึ่งของสิ่งที่วางขายในร้านเครื่องเขียนแถวบ้าน</p>



<p>เรียกว่ามีทุกอย่างครบ สะดวกสบาย ไม่ต้องไปไกล หรือไปซื้อหาที่อื่นเพิ่มเติม มาที่ ‘ร้านเครื่องเขียน’ แถวบ้านหรือหน้าโรงเรียนเพียงที่เดียว ก็ซื้อของทำงานส่งคุณครูได้ครบ</p>



<p>ร้านเครื่องเขียนสมใจ</p>



<p>ร้านเครื่องเขียน ‘สมใจ’ มีวิวัฒนาการมาจากร้านเครื่องเขียนแถวบ้านหรือว่าหน้าโรงเรียน&nbsp;</p>



<p>สาขาใหญ่อยู่ที่ย่านพาหุรัดวิวัฒนาการ ศูนย์กลางการค้าของกรุงเทพฯในอดีต และมีอีกหลายสาขาที่อยู่ใกล้กับสถานศึกษา เช่น สาขาตรงข้ามโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และวิทยาลัยเพาะช่าง สาขานี้มีความพิเศษตรงที่มีเนื้อที่หลายคูหาและมีเครื่องเขียน รวมทั้งอุปกรณ์ศิลปะให้เลือกมากหลายหมื่นชิ้น&nbsp;</p>



<p>แล้วยังไปเปิดสาขาที่อาคารสยามกิตต์วิวัฒนาการ ตั้งแต่ตอนที่เป็นตึกรวมโรงเรียนกวดวิชาในย่านสยามสแควร์ด้วย</p>



<p>เรียกว่าไปย่านไหน ก็มีร้านสมใจเกือบทั้งนั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Focus </strong><strong>คือ</strong><strong> </strong><strong>คีย์เวิร์ดสำคัญ</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-8-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-185067" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-8-1024x1024.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-8-300x300.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-8-150x150.png 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-8-768x767.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-8-600x599.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-8-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-8-48x48.png 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-8-96x96.png 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-8.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>‘Focus’ เป็นคำสำคัญทางการตลาด เพราะสร้างความมั่งคั่งให้กับธุรกิจได้อย่างมั่นคง</p>



<p>โฟกัสคือการ ‘มุ่งเน้น’ ไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่กระจายความสนใจไปหลายสิ่ง เช่น ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องเขียน ทำแบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิง หรือเปิดร้านขายเครื่องประดับ&nbsp;</p>



<p>พอมีโฟกัสแล้ว ธุรกิจและแบรนด์จะเป็นที่รู้จักในแนวทางนั้นๆ แล้วพอกลุ่มเป้าหมายนึกถึงสินค้าประเภทที่แบรนด์จำหน่ายหรือว่าผลิต กลุ่มเป้าหมายก็จะตรงมาที่แบรนด์หรือร้านของเราทันที</p>



<p>สำหรับร้านสมใจแล้ว มันเป็นที่รู้จักและยอมรับในเรื่อง ‘เครื่องเขียน’ มาโดยตลอด</p>



<p>ไม่ว่าจะหาซื้อเครื่องเขียนชนิดใด ร้าน ‘สมใจ’ มีจำหน่ายเกือบทั้งหมด แล้วทางร้านยังประกอบธุรกิจนี้มานานหลายสิบปี ทำให้เป็นเบอร์ต้นๆ ในด้านนี้</p>



<p>ฐานลูกค้าของร้านสมใจมีตั้งแต่นักเรียนนักศึกษา คุณครู โรงเรียน ไปจนถึงผู้ปกครองนักเรียน เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มลูกค้าที่ใหญ่และมีจำนวนมาก แล้วทั้งหมดยังมี ‘ความจำเป็น’ ที่จะต้องซื้อหาสินค้าที่ร้านสมใจวางจำหน่ายด้วย&nbsp;</p>



<p>การจับจ่ายใช้สอยที่ร้านสมใจ จึงมาจาก ‘ความจำเป็น’ ไม่ซื้อไม่ได้ ถ้าไม่ซื้อก็ทำงานส่งไม่ได้ ไม่ใช่การตัดสินใจซื้อที่มาจากอารมณ์ความรู้สึก</p>



<p>จุดนี้เป็นจุดแข็งที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจให้กับร้านสมใจเป็นอย่างมาก</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รู้จักกลุ่มเป้าหมาย</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-17-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-185068" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-17-1024x1024.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-17-300x300.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-17-150x150.png 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-17-768x767.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-17-600x599.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-17-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-17-48x48.png 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-17-96x96.png 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-17.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>นอกจากนักเรียน ครู โรงเรียนและผู้ปกครองจะเป็นกลุ่มเป้าหมายแล้ว ร้านสมใจยังขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น ด้วยการเจาะตลาดกลุ่มค้าตลาดเครื่องเขียนสำหรับสำนักงาน โดยเฉพาะในสาขาที่ตั้งอยู่ในอาคารสำนักงานหรือใกล้แหล่งรวมออฟฟิศ เช่น อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ และสามย่านมิตรทาวน์&nbsp;</p>



<p>ถามว่าร้านสมใจขยายธุรกิจจนเลยออกไปจากโฟกัสของตนเองหรือไม่?</p>



<p>คำตอบคือ ไม่เลย</p>



<p>เพราะว่าเครื่องเขียนเป็นสิ่งที่ชาวออฟฟิศต้องใช้ทุกวันในชีวิตการทำงาน ไม่แตกต่างจากนักเรียนต้องใช้เครื่องเขียนเพื่อประกอบการเรียน จึงมองได้ว่าการจับตลาดออฟฟิศเป็นก้าวที่ชาญฉลาดมากสำหรับสมใจ</p>



<p>แล้วชาวออฟฟิศต้องการอะไร?</p>



<p>ก็กระดาษ A4 กระดาษ A3 ปากกา ยางลบ น้ำยาลบคำผิด กรรไกร กาว คัตเตอร์ เป็นต้น พูดง่ายๆ ก็คล้ายกับเครื่องเขียนที่ใช้ในโรงเรียน เพียงแต่เป็นการใช้ในสำนักงานเท่านั้น</p>



<p>การขยายฐานลูกค้ามาที่กลุ่มออฟฟิศ จึงน่าจะมาจากการสังเกตพฤติกรรมการใช้งานและจับจ่ายของผู้คนที่เข้ามาซื้อสินค้าที่ร้านสมใจ ซึ่งน่าจะลูกค้ากลุ่มอื่นด้วย นอกจากกลุ่มลูกค้าหลักจากโรงเรียนและสถานศึกษา</p>



<p>ก้าวสำคัญนี้ช่วยเสริมให้ธุรกิจสมใจมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น แม้ว่าตลาดออฟฟิศจะยังเป็นรองแบรนด์อื่นก็ตาม</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-185069" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-1024x1024.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-300x300.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-150x150.png 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-768x767.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-600x599.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-48x48.png 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-96x96.png 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>อย่างที่เขียนไปข้างต้น เวลาที่ต้องซื้อเครื่องเขียน เรามักจะนึกถึง ‘ร้านสมใจ’&nbsp;</p>



<p>ด้วยความที่มีหลายสาขา จึงสะดวกต่อการซื้อหาสินค้า และยังมีร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้การเข้าถึงร้านสมใจเป็นไปได้อย่างง่ายดายในหนึ่งคลิก</p>



<p>แล้วสมใจยังมีโปรโมชันและคูปองลดราคาพิเศษสำหรับช่องทางออนไลน์อยู่ตลอด สาเหตุเพราะการขายของออนไลน์ไม่ต้องมีค่าเช่าพื้นที่หน้าร้านหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วค่าฝากขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ยังต่ำกว่า จึงสามารถจำหน่ายสินค้าเดียวกันได้ในราคาที่ดีกว่า&nbsp;</p>



<p>ประกอบกับพฤติกรรมการซื้อหาสินค้าของผู้คนในปัจจุบัน หันไปทางช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้การเปิดร้านค้าออนไลน์เป็นสิ่งที่จำเป็นมากกว่าเดิม</p>



<p>ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ แต่สมใจก็รู้ดีว่าธรรมชาติของธุรกิจจำหน่ายเครื่องเขียน มีความจำเป็นอย่างมากที่ลูกค้าต้องทดลองและเห็นลักษณะหรือหน้าตาของสินค้าที่หน้าร้าน เช่น การทดลองหมึกปากกาว่าเขียนลื่นหรือจับถนัดมือมั้ย การดูเนื้อกระดาษศิลปะให้สอดคล้องกับงานที่จะสร้างสรรค์ ไปจนถึงการดูขนาดหรือสีสันของอุปกรณ์และเครื่องเขียนให้เหมาะกับงาน&nbsp;</p>



<p>เพราะอย่างนี้สมใจจึงต้องมีหน้าร้าน แม้ว่าการจำหน่ายบนช่องทางออนไลน์มีต้นทุนต่ำกว่าก็ตาม&nbsp; การมีโฟกัส เข้าใจธรรมชาติของลูกค้าและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกช่องทาง จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ร้านสมใจแทบจะเป็นหนึ่งเดียวในเรื่องเครื่องเขียน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/somjai-stationery/">Somjai กับการโฟกัสธุรกิจ เข้าใจกลุ่มเป้าหมายและขยายการเข้าถึงในวงกว้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ร้านน้องท่าพระจันทร์’ ร้านเทป ซีดี และแผ่นเพลงที่ยืนหยัดมาตั้งแต่ยุค 90 กับความได้เปรียบทางการแข่งขันเชิงแบรนดิงและมาร์เกตติง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/nong-taprachan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Dec 2025 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Crackracter Branding]]></category>
		<category><![CDATA[competitiveadvantage]]></category>
		<category><![CDATA[ความได้เปรียบทางการแข่งขัน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านน้องท่าพระจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=184883</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ร้านขายเทป’ เคยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้คนในยุค 90 เป็นสถานที่สำคัญของวัยรุ่นในเจเนอเรชันก่อนๆ&#160; ร้านขายเทปเป็นความ ‘เท่’ อย่างที่เห็นในภาพยนตร์เรื่อง ‘Empire Records’ ที่พูดถึงชีวิตของวัยรุ่นที่ทำงานในร้านขายเทปอินดี้&#160; ร้านขายเทปจึงเป็นสิ่งที่ ‘คูล’ อันดับแรกๆ ในเวลานั้น มากยิ่งกว่าแกลเลอรีศิลปะหรือว่างานดีไซน์ ย่านสยามสแควร์เคยเป็นศูนย์รวมของร้านขายเทปและซีดี มีร้าน Tower Records ซึ่งเป็นเครือใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา มีร้านโดเรมี ขวัญใจชาวอินดี้ ร้าน Imagine ที่มีบูธให้ลองฟังเพลงก่อนตัดสินใจซื้อ มีร้านดีเจสยามที่เชื่อมระหว่างสยาม 2 ซอย แล้วยังมีร้านอิชิมารุ ร้านเทปขนาดเล็กที่ฐานลูกค้าเหนียวแน่น ส่วนท่าพระจันทร์ก็มีร้าน ‘น้องท่าพระจันทร์’ ร้านขายเทปประจำย่านที่เปิดทำการตั้งแต่ปี 1979 หรือว่าปีพ.ศ. 2522 ปัจจุบันสยามสแควร์ไม่มีร้านที่กล่าวมาแล้วข้างต้นแล้ว แต่ท่าพระจันทร์ยังคงมีร้านน้องท่าพระจันทร์ แล้วยังมีความแข็งแกร่งทางธุรกิจมากขึ้นด้วย วันนี้เราจะมาดูกันว่าทำไม? ‘Competitive Advantage’ คือปัจจัยของความอยู่รอด?&#160; ‘Competitive Advantage’ เป็นคำสำคัญของศาสตร์แบรนดิงและการตลาดที่หมายถึง ‘ความได้เปรียบทางการแข่งขัน’ ของแบรนด์หรือว่าธุรกิจ เพราะ ‘ความได้เปรียบทางการแข่งขัน’ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตและอยู่รอดในโลกธุรกิจ แล้ว ‘ความได้เปรียบ’ ที่ว่าคืออะไร? หลายคนอาจนึกถึงความได้เปรียบด้านราคาหรือคุณภาพสินค้าเป็นอันดับแรกๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nong-taprachan/">‘ร้านน้องท่าพระจันทร์’ ร้านเทป ซีดี และแผ่นเพลงที่ยืนหยัดมาตั้งแต่ยุค 90 กับความได้เปรียบทางการแข่งขันเชิงแบรนดิงและมาร์เกตติง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>‘ร้านขายเทป’ เคยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้คนในยุค 90 เป็นสถานที่สำคัญของวัยรุ่นในเจเนอเรชันก่อนๆ&nbsp;</p>



<p>ร้านขายเทปเป็นความ ‘เท่’ อย่างที่เห็นในภาพยนตร์เรื่อง ‘Empire Records’ ที่พูดถึงชีวิตของวัยรุ่นที่ทำงานในร้านขายเทปอินดี้&nbsp;</p>



<p>ร้านขายเทปจึงเป็นสิ่งที่ ‘คูล’ อันดับแรกๆ ในเวลานั้น มากยิ่งกว่าแกลเลอรีศิลปะหรือว่างานดีไซน์</p>



<p>ย่านสยามสแควร์เคยเป็นศูนย์รวมของร้านขายเทปและซีดี มีร้าน Tower Records ซึ่งเป็นเครือใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา มีร้านโดเรมี ขวัญใจชาวอินดี้ ร้าน Imagine ที่มีบูธให้ลองฟังเพลงก่อนตัดสินใจซื้อ มีร้านดีเจสยามที่เชื่อมระหว่างสยาม 2 ซอย แล้วยังมีร้านอิชิมารุ ร้านเทปขนาดเล็กที่ฐานลูกค้าเหนียวแน่น</p>



<p>ส่วนท่าพระจันทร์ก็มีร้าน ‘น้องท่าพระจันทร์’ ร้านขายเทปประจำย่านที่เปิดทำการตั้งแต่ปี 1979 หรือว่าปีพ.ศ. 2522</p>



<p>ปัจจุบันสยามสแควร์ไม่มีร้านที่กล่าวมาแล้วข้างต้นแล้ว แต่ท่าพระจันทร์ยังคงมีร้านน้องท่าพระจันทร์ แล้วยังมีความแข็งแกร่งทางธุรกิจมากขึ้นด้วย</p>



<p>วันนี้เราจะมาดูกันว่าทำไม?</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-11-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184900" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-11-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-11-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-11-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-11-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-11-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-11-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-11-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-11-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-11.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>‘Competitive Advantage’ คือปัจจัยของความอยู่รอด?&nbsp;</strong></p>



<p>‘Competitive Advantage’ เป็นคำสำคัญของศาสตร์แบรนดิงและการตลาดที่หมายถึง ‘ความได้เปรียบทางการแข่งขัน’ ของแบรนด์หรือว่าธุรกิจ</p>



<p>เพราะ ‘ความได้เปรียบทางการแข่งขัน’ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตและอยู่รอดในโลกธุรกิจ</p>



<p>แล้ว ‘ความได้เปรียบ’ ที่ว่าคืออะไร?</p>



<p>หลายคนอาจนึกถึงความได้เปรียบด้านราคาหรือคุณภาพสินค้าเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งก็เป็นความได้เปรียบในการแข่งขันประเภทหนึ่ง แต่ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น ยังมีความได้เปรียบอีกอย่างที่ทำให้แบรนด์แข็งแกร่งและมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เช่น ความเชี่ยวชาญหรือความชำนาญ ความทันสมัย ความรวดเร็วทันใจ ความโดดเด่น ความมีเอกลักษณ์ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย</p>



<p>ความได้เปรียบทางการแข่งขัน เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก พัฒนาสู่การเป็นที่จดจำของกลุ่มเป้าหมาย แล้วนำไปสู่การตัดใจสินเลือกของลูกค้า</p>



<p>แล้วจะสร้างแบรนด์ที่มีความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างไร?</p>



<p>อย่างที่เคยเล่าในบทความก่อนๆ มีความจำเป็นต้องวิเคราะห์แบรนด์ของเราก่อน แล้วทำความเข้าใจตลาด กลุ่มเป้าหมายและลูกค้า จึงค่อยนำจุดแข็งของแบรนด์หรือความเป็นไปได้ของแบรนด์มาพัฒนาให้เป็น ‘ความได้เปรียบทางการแข่งขัน’</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-13-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184901" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-13-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-13-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-13-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-13-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-13-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-13-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-13-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-13-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-13.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ร้านน้องท่าพระจันทร์ = หนึ่งเดียวคนนี้</strong></p>



<p><strong></strong>อย่างที่ทราบได้จากชื่อ ‘ร้านน้องท่าพระจันทร์’ ตั้งอยู่ที่ท่าพระจันทร์ สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อีกหนึ่งสถานที่ซึ่งมีผู้คนสัญจรไปมามากมายในแต่ละวัน&nbsp;</p>



<p>ตลอดเวลาเกือบ 50 ปี ร้านน้องท่าพระจันทร์เป็นตัวแทนของความรักในเสียงดนตรี ตั้งแต่เริ่มแรกตอนที่เพิ่งเปิดร้านใหม่ๆ มาจนถึงปัจจุบันในวันที่ร้านขายเทปและซีดีหลงเหลืออยู่ในประเทศเพียงไม่กี่ร้านเท่านั้น</p>



<p><strong></strong>หนึ่งในช่วงเวลาที่ร้านน้องท่าพระจันทร์เป็นที่นิยมมาก คือยุค 90 หรือตั้งแต่ประมาณปี 2530 เป็นต้นมา&nbsp;</p>



<p>ก่อนที่เศรษฐกิจฟองสบู่ (Bubble Economy) จะแตกในปีพ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ธุรกิจและร้านค้าต้องปิดตัวลงเป็นจำนวนมากในช่วงเวลานั้น</p>



<p>บริษัทต่างๆ เริ่มลดจำนวนคนทำงาน ครอบครัวต้องตัดและลดค่าใช้จ่าย</p>



<p>แล้ว ‘ร้านเทป’ ก็ค่อยๆ หายไปจากชีวิตประจำวัน</p>



<p>ไม่นานหลังจากนั้น การเข้าถึงเสียงดนตรีในรูปแบบดิจิทัลก็ได้รับความนิยมมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นการแพร่ขยายที่ไม่รวดเร็วชั่วข้ามคืน แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พฤติกรรมการเข้าถึงเสียงดนตรีของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไป จนวันหนึ่งแพลตฟอร์มสตรีมมิงเสียงเพลงและดนตรีต่างๆ ได้รับการพัฒนาจนเข้าสู่ความนิยมในระดับแมส</p>



<p>ในระหว่างทาง ร้านขายเทปที่มีจำนวนน้อยอยู่แล้ว ก็หายไปจนแทบไม่หลงเหลือ&nbsp;</p>



<p>ร้านขายเทปปิดตัวลงเรื่อยๆ แบบไม่มีหยุด จนยืนหยัดอยู่เพียงร้านโดเรมีในซีกสยามสแควร์กับร้านน้องท่าพระจันทร์ประจำย่านธรรมศาสตร์&nbsp;</p>



<p>แล้วในวันหนึ่งก็เหลือเพียง ‘ร้านน้องท่าพระจันทร์’ เท่านั้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-11-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184902" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-11-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-11-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-11-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-11-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-11-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-11-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-11-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-11-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-11.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เมื่อเทปกลายเป็นของสะสม</strong></p>



<p>ความเคยชินกับสินค้าดิจิทัลในชีวิตประจำวัน ทำให้หลายคนหันกลับมานึกถึงสิ่งของแอนะล็อกแล้ว</p>



<p>จากแอปพลิเคชันไดอะรี ก็มาเป็นสมุดบันทึกแบบเล่ม</p>



<p>จากเกมสตรีมมิง ก็กลับมาอินเกมบอยและทามาก็อตจิ</p>



<p>จากการฟังเพลงจากโทรศัพท์มือถือ ก็เริ่มหยิบ ‘เทป’ ออกมาใส่เครื่องเล่น</p>



<p>แต่คราวนี้ความนิยมในเทปมาพร้อมกับซีดีเพลงและแผ่นเสียงที่มีภาพลักษณ์เป็นของหายาก แต่กลับหาซื้อเครื่องเล่นง่ายกว่า ‘เทป ซีดีเพลงและแผ่นเสียง’ จึงกลายเป็น ‘ของสะสม’ ของหลายคนไปในที่สุด</p>



<p>ขนาดที่ต้องบอกกันล่วงหน้าเลยว่าเข้าวงการสะสมเทป ซีดีและแผ่นเสียงแล้ว ออกมาง่ายๆ ไม่ได้อย่างแน่นอน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184903" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-9.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ความได้เปรียบทางการแข่งขันของร้านน้องท่าพระจันทร์</strong></p>



<p><strong></strong>ร้านน้องท่าพระจันทร์ในปัจจุบันมีความได้เปรียบทางการแข่งขันที่โดดเด่นมากใน 3 เรื่อง คือ ความรู้ความชำนาญในโปรดักต์ ความหลากหลายของโปรดักต์ที่วางขาย และความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีให้</p>



<p>ด้วยความที่เป็นศูนย์รวมของเสียงเพลงมายาวนานเกือบ 50 ปี ทำให้ร้านน้องท่าพระจันทร์สั่งสมความรู้อย่างเข้มข้นมาโดยตลอด ขนาดที่ถามเรื่องแนวดนตรีหรือศิลปินคนใด ร้านน้องท่าพระจันทร์ต้องมีคำตอบให้เกือบทั้งหมด</p>



<p>หากไปที่ร้านน้องท่าพระจันทร์ จะพบกับเทป ซีดีเพลง แผ่นเสียงและสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เครื่องเล่นแผ่นเสียงราคาดี เสื้อยืดวงดนตรีและของสะสมต่างๆ ซึ่งหลายชิ้นเป็นของหายาก</p>



<p>แนวเพลงที่ทางร้านรวบรวมไว้ก็มีตั้งแต่เพลงพอป ดนตรีร็อกประเภทต่างๆ ดนตรีแจซ เพลงย้อนยุค ไปจนถึงซีดีธรรมะ!&nbsp;</p>



<p>ถ้าพูดเป็นชื่อศิลปิน ก็มีตั้งแต่แผ่นเสียงเพลงของวง The Beatles ซีดีรวมเพลงฮิตของศิลปินไทยในอดีต เช่น วงสาว สาว สาว แผ่นเสียงหายากจากวง Oasis และ Radiohead แผ่นเสียงของวง Paradox ที่ผลิตโดยผู้ชำนาญการในญี่ปุ่น ไปจนถึงศิลปินเกาหลีอย่าง Lisa, Rosie, So!YoON! และศิลปินไทยรุ่นใหม่อย่าง Landokmai</p>



<p>ไม่ว่าจะสนใจเพลงแนวไหน ดนตรีประเภทอะไร หรือศิลปินคนใด&nbsp;</p>



<p>ร้านน้องท่าพระจันทร์มีให้ทุกอย่าง แล้วยังสามารถแนะนำเพลงแนวต่างๆ ให้ลูกค้าได้ดีด้วย</p>



<p>เพราะอย่างนี้ ร้านน้องท่าพระจันทร์จึงได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากลูกค้าในเรื่องของเสียงเพลง เป็นร้านเป็นอันดับแรกๆ ที่นึกถึง</p>



<p>ตามความได้เปรียบทางการแข่งขัน 3 อย่างที่เล่าไปค่ะ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nong-taprachan/">‘ร้านน้องท่าพระจันทร์’ ร้านเทป ซีดี และแผ่นเพลงที่ยืนหยัดมาตั้งแต่ยุค 90 กับความได้เปรียบทางการแข่งขันเชิงแบรนดิงและมาร์เกตติง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Karun แบรนด์ที่สร้างมูลค่าให้กับชาไทยด้วยความเข้าใจ และการพัฒนาสินค้าระดับพรีเมียม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/thai-tea-karun/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Crackracter Branding]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[Karun]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=184637</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ใบชา’ เคยเป็นเครื่องบ่งบอกความมั่งคั่งในอังกฤษ ด้วยความที่เป็นของหายากและมาจากแดนไกล เป็นของที่ไม่ได้หาซื้อกันง่ายๆ&#160; แต่เมื่อความต้องการ (Demand) ของใบชามีเพิ่มมากขึ้น การนำเข้าใบชาจากจีนและอินเดียของประเทศอังกฤษ จึงเริ่มมีจำนวนมากขึ้นด้วย&#160; แล้ววันหนึ่งของแปลกใหม่ ก็กลายเป็นของในชีวิตประจำวันของชาวอังกฤษ แล้วไทยเราเริ่มดื่มชากันตั้งแต่เมื่อไร? ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของ ‘ชา’ คนไทยแต่เดิมไม่ได้ดื่ม ‘น้ำชา’ ในชีวิตประจำวัน คาดว่า ‘ใบชา’ มายังประเทศไทยพร้อมกับการมาเยือนไทยของชาวจีนในสมัยก่อน&#160; บริเวณชุมชนชาวจีนในอดีต มักมีโรงน้ำชาหรือสภากาแฟ ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งชาวไทยเชื้อสายจีนที่มาพบปะพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ในแต่ละวัน การดื่มชาหรือกาแฟจึงเริ่มแผ่ขยายไปในชีวิตของผู้คน แต่ก็ยังไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก กาแฟยังเป็นเครื่องดื่มสำหรับแก้ง่วง แล้วชาก็เป็นเครื่องดื่มอันดับรองๆ ลงมา ตามภัตตาคารจีนในไทย มักเสิร์ฟ ‘ชาจีน’ คู่กับอาหาร ในซูเปอร์มาร์เกตก็มีชาจีนหลายชนิดวางจำหน่าย ส่วนชาอังกฤษนั้นน่าจะเข้ามาในไทยพร้อมกับการเดินทางไปเรียนต่างประเทศของคนไทยในสมัยก่อน ถึงแม้จะหาซื้อชาจากอังกฤษได้ตามร้านค้าหรือซูเปอร์มาร์เกตใหญ่ๆ ตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ก็ไม่ได้พบเห็นในเกือบทุกที่เหมือนในปัจจุบัน อ้าว แล้วประเทศไทยเริ่มดื่มชากันอย่างจริงจังเมื่อไร? ก็เมื่อร้านกาแฟเครือใหญ่จากสหรัฐอเมริกาเข้ามาเปิดสาขาที่ไทยในช่วงปลายยุค 90 ตอนนั้นการดื่มชาประเภทชาเขียวปั่นและชาใส่นมสด เริ่มพบเห็นมากขึ้น จนค่อยๆ กลายเป็นเครื่องดื่มแมสในวงกว้างทั่วไทยอย่างในปัจจุบัน จริงๆ แล้ว ‘ชาไทย’ คือชาแบบไหน? ถ้าพูดโดยทั่วไป คำว่า ‘ชาไทย’ หรือว่า ‘Thai [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thai-tea-karun/">Karun แบรนด์ที่สร้างมูลค่าให้กับชาไทยด้วยความเข้าใจ และการพัฒนาสินค้าระดับพรีเมียม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>‘ใบชา’ เคยเป็นเครื่องบ่งบอกความมั่งคั่งในอังกฤษ ด้วยความที่เป็นของหายากและมาจากแดนไกล เป็นของที่ไม่ได้หาซื้อกันง่ายๆ&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อความต้องการ (Demand) ของใบชามีเพิ่มมากขึ้น การนำเข้าใบชาจากจีนและอินเดียของประเทศอังกฤษ จึงเริ่มมีจำนวนมากขึ้นด้วย&nbsp;</p>



<p>แล้ววันหนึ่งของแปลกใหม่ ก็กลายเป็นของในชีวิตประจำวันของชาวอังกฤษ</p>



<p>แล้วไทยเราเริ่มดื่มชากันตั้งแต่เมื่อไร?</p>



<p>ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของ<strong> ‘</strong>ชา<strong>’</strong></p>



<p>คนไทยแต่เดิมไม่ได้ดื่ม ‘น้ำชา’ ในชีวิตประจำวัน คาดว่า ‘ใบชา’ มายังประเทศไทยพร้อมกับการมาเยือนไทยของชาวจีนในสมัยก่อน&nbsp;</p>



<p>บริเวณชุมชนชาวจีนในอดีต มักมีโรงน้ำชาหรือสภากาแฟ ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งชาวไทยเชื้อสายจีนที่มาพบปะพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ในแต่ละวัน การดื่มชาหรือกาแฟจึงเริ่มแผ่ขยายไปในชีวิตของผู้คน แต่ก็ยังไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก</p>



<p>กาแฟยังเป็นเครื่องดื่มสำหรับแก้ง่วง แล้วชาก็เป็นเครื่องดื่มอันดับรองๆ ลงมา</p>



<p>ตามภัตตาคารจีนในไทย มักเสิร์ฟ ‘ชาจีน’ คู่กับอาหาร ในซูเปอร์มาร์เกตก็มีชาจีนหลายชนิดวางจำหน่าย</p>



<p>ส่วนชาอังกฤษนั้นน่าจะเข้ามาในไทยพร้อมกับการเดินทางไปเรียนต่างประเทศของคนไทยในสมัยก่อน ถึงแม้จะหาซื้อชาจากอังกฤษได้ตามร้านค้าหรือซูเปอร์มาร์เกตใหญ่ๆ ตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ก็ไม่ได้พบเห็นในเกือบทุกที่เหมือนในปัจจุบัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-3-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-184640" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-3-1024x1024.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-3-300x300.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-3-150x150.png 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-3-768x768.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-3-600x600.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-3-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-3-48x48.png 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-3-96x96.png 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-3.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>อ้าว แล้วประเทศไทยเริ่มดื่มชากันอย่างจริงจังเมื่อไร?</p>



<p>ก็เมื่อร้านกาแฟเครือใหญ่จากสหรัฐอเมริกาเข้ามาเปิดสาขาที่ไทยในช่วงปลายยุค 90 ตอนนั้นการดื่มชาประเภทชาเขียวปั่นและชาใส่นมสด เริ่มพบเห็นมากขึ้น จนค่อยๆ กลายเป็นเครื่องดื่มแมสในวงกว้างทั่วไทยอย่างในปัจจุบัน</p>



<p>จริงๆ<strong> </strong>แล้ว<strong> ‘</strong>ชาไทย<strong>’ </strong>คือชาแบบไหน<strong>?</strong></p>



<p>ถ้าพูดโดยทั่วไป คำว่า ‘ชาไทย’ หรือว่า ‘Thai Tea’ มักหมายถึง ‘ชาสีส้ม’ จากประเทศไทยที่รู้จักกันในระดับโลก </p>



<p>เริ่มแรก ‘ชาไทย’ เป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวในฐานะของฝากจากเมืองไทย ซึ่งมักมาในรูปชาสำเร็จรูปที่หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เกตทั่วไป</p>



<p>คำว่า ‘ชาไทย’ ยังหมายความรวมถึง ‘ชาสีส้ม’ ในร้านชากาแฟที่ชงด้วยใบชาดำ ใส่น้ำตาลทรายและนมกระป๋อง จนได้เป็น ‘ชาไทย’ แบบที่เราคุ้นเคยกัน</p>



<p>ตลอดมาใบชาดำที่ใช้ส่วนใหญ่มักเป็นใบชานำเข้า ไม่ใช่ใบชาจากไร่ชาในไทย เพราะการปลูกชาในไทยเพิ่งเริ่มไม่นานมานี้ คำว่า ‘ชาไทย’ จึงมักไม่ได้หมายถึงชาไทยที่ชงจากใบชาของไทย แต่เป็นเรื่อง ‘กระบวนการในการชงชาแบบไทยๆ’ ที่ใช้ ‘นมกระป๋อง’ กับ ‘น้ำตาลทราย’ มากกว่า</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-184641" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-2-1024x1024.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-2-300x300.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-2-150x150.png 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-2-768x767.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-2-600x599.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-2-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-2-48x48.png 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-2-96x96.png 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-2.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>การสร้างมูลค่า<strong> (Value Creation) </strong>ให้กับสินค้า</p>



<p>คำว่า ‘Value Creation’ หมายถึง ‘การสร้างมูลค่า’ เป็นคำสำคัญที่พบบ่อยในศาสตร์ด้านแบรนดิงและการตลาด&nbsp;</p>



<p>แล้ว ‘การสร้างมูลค่า’ คืออะไร?</p>



<p>‘การสร้างมูลค่า’ (Value Creation) ไม่ใช่การ ‘เพิ่ม’ มูลค่าให้กับสินค้า แต่มักเป็นการนำสิ่งที่ถูกมองว่าไม่มีมูลค่า ไม่มีราคา หรือถูกมองข้าม มา ‘สร้าง’ เป็น ‘สินค้า’ ที่มีจุดแข็งและจุดขาย หรือมีมูลค่ามากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน&nbsp;</p>



<p>แต่ก่อนที่จะสร้าง ‘มูลค่า’ ได้ จำเป็นต้องทำความเข้าใจสินค้าอย่างถ่องแท้ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น การวิเคราะห์หาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส หรือว่าความท้าทายทางธุรกิจ&nbsp;</p>



<p>เมื่อเข้าใจอย่างละเอียดแล้ว ก็ถึงเวลาสร้าง ‘มูลค่า’ ให้กับสิ่งที่เราทำด้วยวิธีการทางแบรนดิงหรือมาร์เกตติง เช่น การพัฒนาสินค้า (Product Development) หรือการสร้างตลาดใหม่ให้กับสินค้าของเรา (Market Development)&nbsp;</p>



<p>ในขั้นตอนนี้สามารถกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เข้ามาช่วยเป็นเครื่องมือในการคิดหาไอเดีย และสำรวจความเป็นไปได้ในแง่ต่างๆ&nbsp;</p>



<p>ฟังดูเหมือนยาก แต่จริงๆ ไม่ยากเลย</p>



<p>มาดูที่ตัวอย่างของไทยกันเลยดีกว่า</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-3-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-184642" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-3-1024x1024.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-3-300x300.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-3-150x150.png 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-3-768x767.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-3-600x599.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-3-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-3-48x48.png 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-3-96x96.png 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-3.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>Karun </strong>กับการสร้างมูลค่าให้กับชาไทย</p>



<p>อย่างที่เขียนไปตอนต้น เวลาที่พูดถึง ‘ชาไทย’ เรามักนึกถึงชาไทยสีส้มที่ชงด้วย ‘กระบวนการ’ ใส่น้ำตาลทรายและนมกระป๋องแบบไทยๆ&nbsp;</p>



<p>ที่ผ่านมา ‘ชาไทย’ เป็นเมนูรองลงมาของร้านชากาแฟมาโดยตลอด ประมาณว่าถ้าไม่ดื่มกาแฟ ก็มีชาให้เลือกนะ</p>



<p>ราคาของ ‘ชาไทย’ จึงมักถูกกว่ากาแฟอยู่พอสมควร เป็นสาเหตุให้ชาไทยเป็นสิ่งที่หลายแบรนด์มองข้าม</p>



<p>แต่ Karun กลับไม่คิดเช่นนั้น</p>



<p>แบรนด์ Karun มองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ใน ‘ชาไทย’&nbsp;</p>



<p>Karun สร้าง ‘คุณค่า’ ให้กับ ‘ชาไทย’ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) และการพัฒนาตลาด (Market Development)&nbsp;</p>



<p>เริ่มต้นจากจุดแข็งของแบรนด์ Karun ที่มีความเข้าใจใน ‘ชาไทย’ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มประจำบ้านที่ผ่านการทดลองสูตรและนำไปลองจำหน่ายหลายครั้ง ก่อนที่จะวางจำหน่ายจริง จนได้รสชาติที่แบรนด์มั่นใจว่าจะถูกปากลูกค้าแน่ๆ&nbsp;</p>



<p>ต่อจากนั้นแบรนด์ Karun ก็นำความภาคภูมิใจในสูตรชาไทยของที่บ้าน มาผสมผสานกับความพรีเมียมของวัตถุดิบ ทำให้ ‘ชาไทย’ ของแบรนด์ Karun มีรสชาตินุ่มละมุนอันเป็นเอกลักษณ์</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-4-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-184643" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-4-1024x1024.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-4-300x300.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-4-150x150.png 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-4-768x767.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-4-600x599.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-4-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-4-48x48.png 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-4-96x96.png 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-4.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จากที่เคยใช้ใบชาดำธรรมดาๆ ก็นำใบชาชั้นเยี่ยมมาชงเป็นชาไทยระดับพรีเมียม จากนมกระป๋องก็เปลี่ยนมาใช้นมโคสด หรือน้ำนมพืชอย่างนมข้าวโอ๊ต นมอัลมอนด์และนมถั่วเหลือง เพื่อเสิร์ฟเป็นเมนูตามฤดูกาล (Seasonal Menu)</p>



<p>แล้วยังนำการออกแบบเข้ามาช่วยพัฒนารูปลักษณ์ของแบรนด์ชาไทยให้เรียบง่าย ทันสมัยและเข้าถึงง่าย</p>



<p>เมื่อสินค้ามีความแข็งแกร่ง ก็ได้เวลาพัฒนาตลาด (Market Development) ด้วยการสร้าง ‘โปรดักต์’ ที่ตอบโจทย์ความชอบที่แตกต่างกันของลูกค้า ทั้งลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ ชาวออฟฟิศ ไปจนถึงครอบครัว เพื่อสร้างตลาดที่หลากหลายให้กับแบรนด์&nbsp;</p>



<p>จากที่เคยเป็นเมนูรองของร้านส่วนใหญ่ แบรนด์ Karun ยกระดับ ‘ชาไทย’ ให้เป็นเมนูหลักของแบรนด์ แล้วเสริมตัวเลือกด้วยเมนูที่ทำจากชาไทยหลากชนิด เช่น ชาไทยปั่น ไอศกรีมชาไทย ขนมทีรามิสุใส่ชาไทย ไปจนถึงวิปครีมที่ทำจากชาไทย และซอสทอปปิงชาไทย</p>



<p>เรียกว่าถูกใจลูกค้าทุกกลุ่มเลยทีเดียว</p>



<p>และด้วยความหลากหลายของเมนูชาไทยที่แบรนด์ส่งมอบให้ ทำให้ไม่ว่าจะชอบดื่มชาไทยหรือไม่ แต่ถ้าแวะไปที่ ‘Karun’ จะต้องอดใจสั่งเมนูใดเมนูหนึ่งไม่ได้อย่างแน่นอน จนพูดได้เต็มปากว่า Karun สร้างมูลค่าให้กับเครื่องดื่มอันดับรองอย่างชาไทยได้อย่างงดงาม จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องดื่มที่ขายดีที่สุดของไทยในเวลานี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thai-tea-karun/">Karun แบรนด์ที่สร้างมูลค่าให้กับชาไทยด้วยความเข้าใจ และการพัฒนาสินค้าระดับพรีเมียม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ว่าด้วยความสัมพันธ์ของแบรนดิงและหลักการตลาด ผ่านการสำรวจร้าน Hong 265 ของไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/branding-marketing-hong265/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Dec 2025 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Crackracter Branding]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[branding]]></category>
		<category><![CDATA[kotler]]></category>
		<category><![CDATA[hong265]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=184467</guid>

					<description><![CDATA[<p>แบรนดิงกับการตลาดต่างกันอย่างไร? หากมองเผินๆ แบรนดิงอาจเป็นเรื่องของการสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและยอมรับ แล้วการตลาดก็คงเป็นเรื่องการทำให้แบรนด์และสินค้าขายดีหรือติดตลาด แต่ถ้าพิจารณาดีๆ แล้ว แบรนดิงและการตลาดเป็นศาสตร์ที่ขาดกันและกันไม่ได้ แบรนดิงเป็นเหมือนกับรากและลำต้นของต้นไม้ ส่วนการตลาดก็เป็นน้ำ แสงแดดและอากาศที่จำเป็นต่อการเติบโตของแบรนด์ หากปราศจากแนวทางการตลาดที่ดี แบรนด์ก็ต้องพยายามอยู่รอดอย่างเหนื่อยอ่อนในแทบจะทุกวัน แต่ถ้ามีแนวทางการตลาดที่สอดคล้องกับตัวตนและบุคลิกภาพของแบรนด์แล้วล่ะก็ แบรนด์ก็จะเติบโตและแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาอย่างต่อเนื่องและรื่นรมย์ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพราะการตลาดมีความสำคัญต่อแบรนด์อย่างนี้ วันนี้เราเลยจะมาดูแนวทางการตลาดของร้าน ‘Hong 265’ ซึ่งเปรียบเหมือนห้างสรรพสินค้าของสายคราฟต์และนักออกแบบไทย โดยเฉพาะสายแฟชัน ก่อนอื่น… เป็นธรรมดาที่บางครั้งอาจรู้สึกว่า ‘การตลาด’ หรือว่า ‘Marketing’ เป็นการ ‘ฮาร์ดเซล’ หรือ การ ‘ขายของ’ แบบโหดที่หลายคนอาจเคยพบเจอ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นแนวทางหนึ่งเชิงการตลาด แต่ก็ไม่ใช่แนวทางการตลาดทั้งหมด เพราะถ้าถามว่า ‘มาร์เกตติง’ เป็นสาขาวิชาที่คิดแต่เรื่องเงินและกำไรหรือไม่? คำตอบไม่มีทางเป็นอื่นใด นอกจาก ‘ไม่อย่างแน่นอน’&#160; ในความเป็นจริงแล้ว การตลาดเป็นศาสตร์ที่สร้างและเสริมการเติบโตของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วจะทำการตลาดอย่างไร จึงจะสร้างความงอกงามให้กับธุรกิจ โดยไม่ถูกมองว่าเห็นแต่เรื่องเงิน หรือเบียดเบียนผู้อื่นในทุกด้าน?&#160; ลองมาดูที่แนวคิดของบิดาแห่งการตลาดยุคใหม่ที่มีชื่อว่า ‘Philip Kotler’&#160; ฟิลิป คอตเลอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดชาวอเมริกัน และผู้เขียนตำราด้านมาร์เกตติงมากเป็นสิบเล่มที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก คอตเลอร์เคยเป็นอาจารย์สอนวิชาการตลาดนานาชาติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/branding-marketing-hong265/">ว่าด้วยความสัมพันธ์ของแบรนดิงและหลักการตลาด ผ่านการสำรวจร้าน Hong 265 ของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>แบรนดิงกับการตลาดต่างกันอย่างไร?</p>



<p>หากมองเผินๆ แบรนดิงอาจเป็นเรื่องของการสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและยอมรับ แล้วการตลาดก็คงเป็นเรื่องการทำให้แบรนด์และสินค้าขายดีหรือติดตลาด</p>



<p>แต่ถ้าพิจารณาดีๆ แล้ว แบรนดิงและการตลาดเป็นศาสตร์ที่ขาดกันและกันไม่ได้ แบรนดิงเป็นเหมือนกับรากและลำต้นของต้นไม้ ส่วนการตลาดก็เป็นน้ำ แสงแดดและอากาศที่จำเป็นต่อการเติบโตของแบรนด์</p>



<p>หากปราศจากแนวทางการตลาดที่ดี แบรนด์ก็ต้องพยายามอยู่รอดอย่างเหนื่อยอ่อนในแทบจะทุกวัน แต่ถ้ามีแนวทางการตลาดที่สอดคล้องกับตัวตนและบุคลิกภาพของแบรนด์แล้วล่ะก็ แบรนด์ก็จะเติบโตและแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาอย่างต่อเนื่องและรื่นรมย์ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว</p>



<p>เพราะการตลาดมีความสำคัญต่อแบรนด์อย่างนี้ วันนี้เราเลยจะมาดูแนวทางการตลาดของร้าน ‘Hong 265’ ซึ่งเปรียบเหมือนห้างสรรพสินค้าของสายคราฟต์และนักออกแบบไทย โดยเฉพาะสายแฟชัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-4-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184472" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-4-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-4-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-4-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-4-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-4-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-4-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-4-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-4-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/1-4.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ก่อนอื่น…</strong></p>



<p>เป็นธรรมดาที่บางครั้งอาจรู้สึกว่า ‘การตลาด’ หรือว่า ‘Marketing’ เป็นการ ‘ฮาร์ดเซล’ หรือ การ ‘ขายของ’ แบบโหดที่หลายคนอาจเคยพบเจอ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นแนวทางหนึ่งเชิงการตลาด แต่ก็ไม่ใช่แนวทางการตลาดทั้งหมด เพราะถ้าถามว่า ‘มาร์เกตติง’ เป็นสาขาวิชาที่คิดแต่เรื่องเงินและกำไรหรือไม่?</p>



<p>คำตอบไม่มีทางเป็นอื่นใด นอกจาก ‘ไม่อย่างแน่นอน’&nbsp;</p>



<p>ในความเป็นจริงแล้ว การตลาดเป็นศาสตร์ที่สร้างและเสริมการเติบโตของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วจะทำการตลาดอย่างไร จึงจะสร้างความงอกงามให้กับธุรกิจ โดยไม่ถูกมองว่าเห็นแต่เรื่องเงิน หรือเบียดเบียนผู้อื่นในทุกด้าน?&nbsp;</p>



<p>ลองมาดูที่แนวคิดของบิดาแห่งการตลาดยุคใหม่ที่มีชื่อว่า ‘Philip Kotler’&nbsp;</p>



<p>ฟิลิป คอตเลอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดชาวอเมริกัน และผู้เขียนตำราด้านมาร์เกตติงมากเป็นสิบเล่มที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก คอตเลอร์เคยเป็นอาจารย์สอนวิชาการตลาดนานาชาติ (International Marketing) ที่ Kellogg School of Management ของมหาวิทยาลัย Northwestern University ซึ่งติดอันดับต้นๆ ของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา คอตเลอร์ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการมอบรางวัลด้านการตลาดที่ชื่อ ‘Kotler Awards’&nbsp;</p>



<p>คอตเลอร์ไม่นิยมการคะยั้นคะยอให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้า หรือที่เรียกว่า ‘hard sell’ แต่มองว่าชัยชนะทางการตลาดมีได้หลายแบบ เช่น ชัยชนะจากการสร้างสินค้าที่คุณภาพดีกว่า การบริการที่เหนือชั้นกว่า ด้วยราคาที่ดีกว่า หรือสร้างความพึงพอใจในระดับเกินกว่าความคาดหวังของลูกค้า</p>



<p>คอตเลอร์มองว่าบริษัทต้องทำความเข้าใจ สร้าง สื่อสารและส่งมอบ ‘คุณค่า’ ไปยังกลุ่มเป้าหมาย&nbsp; และต้องคิดหากลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสมกับตน เพราะไม่มี ‘สูตรสำเร็จ’ ที่จะนำสู่ชัยชนะทางการตลาดที่ใช้ได้กับทุกบริษัท&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-5-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184475" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-5-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-5-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-5-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-5-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-5-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-5-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-5-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-5-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/2-5.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>Design and Deliver Value ออกแบบและส่งมอบ ‘คุณค่า’</strong></p>



<p>เมื่อ ‘การตลาด’ ไม่ใช่ ‘การขาย’ จากนิยามของคอตเลอร์ หากแต่เป็นการ ‘ค้นหา’ และ ‘ศึกษา’ ความต้องการของลูกค้า และเมื่อค้นพบแล้ว ก็ต้อง ‘เติมเต็ม’ สิ่งนั้นด้วย</p>



<p>ลูกค้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน นักการตลาดจึงมักแบ่งลูกค้าออกเป็นประเภทตามแนวคิดด้านต่างๆ (Customer Segmentation) เช่น ด้านประชากรศาสตร์ (Demographic) ที่พูดถึงเพศ อายุที่อยู่อาศัย ไปจนถึงอาชีพของลูกค้า แนวคิดนี้ได้รับความสนใจมากตลอดช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันเริ่มนำการวิเคราะห์ลูกค้าจากพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์เข้ามาใช้ร่วมกันมากขึ้น เพื่อดูว่าลูกค้ามีความสนใจในด้านไหน ชอบใช้สินค้าประเภทใด เวลาไปจับจ่ายซื้อหาสินค้า จะพิจารณาสิ่งใดเป็นอันดับแรก แล้วอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าหยิบสินค้าขึ้นมา เป็นต้น </p>



<p>ด้วยความที่ลักษณะการใช้ชีวิตแตกต่างกันของมนุษย์แตกต่างกันมาก เราจึงมองว่าไม่แปลกที่ ‘คุณค่า’ ของลูกค้าแต่ละคนมีความเหมือนหรือต่างกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่โลกมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p>



<p>แบรนด์หรือธุรกิจจึงต้องออกแบบและสร้างสินค้าหรือบริการที่ ‘ตอบโจทย์’ กลุ่มเป้าหมาย พร้อมส่งมอบ ‘คุณค่า’ ที่ลูกค้าต้องการ</p>



<p>คำถามคือจะรู้ได้อย่างไร?</p>



<p>ก็ใช้แนวทาง ‘การตลาด’ เข้ามาช่วยนั่นเอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-5-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184476" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-5-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-5-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-5-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-5-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-5-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-5-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-5-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-5-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/3-5.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>มาดูที่ร้าน Hong 265</strong></p>



<p>สายคราฟต์และสายออกแบบแฟชันหลายคน อาจคุ้นเคยกับร้าน Hong 265 เป็นอย่างดี บางคนอาจไปซื้อหาอุปกรณ์ด้านการออกแบบตัดเย็บที่ร้านนี้เป็นประจำ</p>



<p>ร้าน Hong 265 เป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์ตัดเย็บและงานคราฟต์ที่ครบถ้วนอีกแห่งของไทย ร้านดั้งเดิมของ ‘ฮง 265’ เปิดกิจการเมื่อปี 2530 ในย่านสะพานควาย ซึ่งเคยเป็นแหล่งรวมร้านค้าชั้นนำของกรุงเทพฯ ภายหลังจึงย้ายที่ตั้งมายังย่านสำเพ็งดังเช่นปัจจุบัน</p>



<p>ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ร้านฮง 265 มีบทบาทสำคัญต่อแวดวงการออกแบบและตัดเย็บมาโดยตลอด เหมือนเป็นเพื่อนคู่ใจที่สายคราฟต์นึกถึงเป็นอันดับแรกๆ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184477" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-3-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-3-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/4-3.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>การตลาดกับร้าน Hong 265</strong></p>



<p>หากพิจารณาจากแนวทางการตลาดแล้ว ร้านฮง 265 มีความเข้าใจในลูกค้าของร้านอย่างแท้จริง ร้านฮง 265 มีตัวเลือกสินค้าภายในร้านที่เข้ากับยุคสมัยและความนิยมของลูกค้า แต่ยังคงรักษาประเภทของสินค้าหลักในร้านไว้ แล้วมัดใจลูกค้าด้วยสินค้าของไทยและต่างประเทศที่เป็นอันดับต้นๆ ในเรื่องคุณภาพในหลากหลายช่วงราคา&nbsp;</p>



<p>นอกไปจากอุปกรณ์งานฝีมือและตัดเย็บ ร้านฮง 265 ก็จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องในสายงาน เช่น หมึกระดับคุณภาพจากญี่ปุ่นที่ใช้สำหรับตราประทับ ซึ่งได้รับความนิยมในระดับนานาชาติจากผู้รักงานกระดาษ งานผ้าและงานแพ็กเกจจิง ร้านฮง 265 จึงเป็น ‘จุดหมายปลายทาง’ ของลูกค้าเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งในใจแบรนด์&nbsp;</p>



<p>เวลาไปร้านฮง 265 แทบไม่มีใครเดินออกมามือเปล่า โดยปราศจากการซื้อหาสินค้าภายในร้าน และปัจจุบันได้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าทางเว็บไซต์ LINE SHOP และแอพส้ม เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่</p>



<p>สาเหตุที่ร้านฮง 265 มีความเข้าใจในลูกค้าอย่างถ่องแท้ขนาดนี้ น่าจะมาจากการสังเกตดูลูกค้าและวิธีการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้ามาโดยตลอด มีแนวโน้มว่าทางร้านคงวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ยอดขายในแต่ละช่วงเวลา สินค้าขายดี สินค้าค้างสต็อก และอื่นๆ พร้อมทั้งยังให้ความสนใจในสิ่งที่ลูกค้าถามหา หรือว่าอยากได้ทั้งในทางหน้าร้านและช่องทางออนไลน์&nbsp;</p>



<p>การนำข้อมูลมหาศาลในลักษณะนี้ สามารถนำมาใช้พัฒนาธุรกิจได้ในทุกมิติ ตั้งแต่ยุทธวิธีทางการตลาด (Marketing Strategy) เพื่อให้ชนะใจลูกค้า ไปจนถึงแนวทางการจัดวางสินค้าหน้าร้านที่ถูกใจลูกค้าด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/branding-marketing-hong265/">ว่าด้วยความสัมพันธ์ของแบรนดิงและหลักการตลาด ผ่านการสำรวจร้าน Hong 265 ของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจริญรัถ : เมื่องานตัดเย็บกระเป๋าไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ามีวัสดุอุปกรณ์ครบ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/diy-at-charoen-rat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Nov 2025 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Crackracter Branding]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญรัถ]]></category>
		<category><![CDATA[DIY]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=184340</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยมองหากระเป๋าคู่ใจสำหรับใส่ทุกอย่างที่ต้องใช้ในแต่ละวัน แต่ไม่ว่าจะมองหาเท่าไร ก็ไม่พบเลย? พยายามเลื่อนดูในแอปพลิเคชันหลายครั้ง ก็มีแต่กระเป๋าที่ใหญ่หรือเล็กเกินไป ใช้สำหรับทุกวันไม่ได้ แล้วใช้บางเวลาก็ยังไม่สะดวก&#160; พอหาเจอ ก็ไม่มีโทนสีที่ชอบ&#160; พอเห็นราคา ก็ต้องปาดเหงื่อ ถ้าไม่มีกระเป๋าที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราได้ในทุกมิติ จะทำอย่างไร? มาลองทำกระเป๋าเองดีกว่า จะได้ถูกใจเราที่สุด จุดหมายปลายทางของคนรักงานตัดเย็บกระเป๋า ถ้าอยากลองทำกระเป๋าในแบบของเรา ซึ่งหาจากที่อื่นในโลกไม่ได้ล่ะก็ ต้องตรงไปที่ย่าน ‘เจริญรัถ’ จุดหมายปลายทางของคนรักงาน DIY ประเภทต่างๆ โดยเฉพาะงานตัดเย็บกระเป๋า ย่านนี้เค้ามีดี ขนาดที่สายคราฟต์จากต่างประเทศยังต้องเดินทางมาเสาะหาวัสดุทำกระเป๋ากันเลยทีเดียว จากประตูทางออก 3 ของสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ เดินต่อมาอีกนิด เข้าซอยไปอีกหน่อย จะพบกับ ‘ถนนเจริญรัถ’ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขายอุปกรณ์การทำกระเป๋าประเภทต่างๆ ในหลากหลายช่วงราคา ตั้งแต่หลักสิบ ร้อย พัน ไปจนถึงหมื่น แล้วยังมีให้เลือกทั้งวัสดุจากธรรมชาติ เช่น หนังวัว วัสดุสังเคราะห์อย่างหนังเทียม ไปจนถึงอุปกรณ์ตัดเย็บทุกรูปแบบ หลายอย่างเป็นของหายาก ไม่ค่อยมีวางขายที่ย่านอื่น ตลอดถนนเจริญรัถบรรยากาศดี มีร่มไม้ตลอดสองข้างทาง อากาศไม่ร้อนมาก เหมาะสำหรับการเดินเล่นหรือเดินถ่ายรูป แต่ละร้านยังมีความวินเทจ เหมือนกับเดินเข้าไปในช่วงเวลาที่งานคราฟต์เป็นที่นิยมสูงสุดในไทย กายวิภาคฉบับ ‘กระเป๋า’ แล้วส่วนประกอบของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/diy-at-charoen-rat/">เจริญรัถ : เมื่องานตัดเย็บกระเป๋าไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ามีวัสดุอุปกรณ์ครบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เคยมองหากระเป๋าคู่ใจสำหรับใส่ทุกอย่างที่ต้องใช้ในแต่ละวัน แต่ไม่ว่าจะมองหาเท่าไร ก็ไม่พบเลย?</p>



<p>พยายามเลื่อนดูในแอปพลิเคชันหลายครั้ง ก็มีแต่กระเป๋าที่ใหญ่หรือเล็กเกินไป ใช้สำหรับทุกวันไม่ได้ แล้วใช้บางเวลาก็ยังไม่สะดวก&nbsp;</p>



<p>พอหาเจอ ก็ไม่มีโทนสีที่ชอบ&nbsp;</p>



<p>พอเห็นราคา ก็ต้องปาดเหงื่อ</p>



<p>ถ้าไม่มีกระเป๋าที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราได้ในทุกมิติ จะทำอย่างไร?</p>



<p>มาลองทำกระเป๋าเองดีกว่า จะได้ถูกใจเราที่สุด</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จุดหมายปลายทางของคนรักงานตัดเย็บกระเป๋า</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-17-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184343" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-17-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-17-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-17-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-17-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-17-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-17-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-17-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-17-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-17.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong>ถ้าอยากลองทำกระเป๋าในแบบของเรา ซึ่งหาจากที่อื่นในโลกไม่ได้ล่ะก็ ต้องตรงไปที่ย่าน ‘เจริญรัถ’ จุดหมายปลายทางของคนรักงาน DIY ประเภทต่างๆ โดยเฉพาะงานตัดเย็บกระเป๋า</p>



<p>ย่านนี้เค้ามีดี ขนาดที่สายคราฟต์จากต่างประเทศยังต้องเดินทางมาเสาะหาวัสดุทำกระเป๋ากันเลยทีเดียว</p>



<p>จากประตูทางออก 3 ของสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ เดินต่อมาอีกนิด เข้าซอยไปอีกหน่อย จะพบกับ ‘ถนนเจริญรัถ’ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขายอุปกรณ์การทำกระเป๋าประเภทต่างๆ ในหลากหลายช่วงราคา ตั้งแต่หลักสิบ ร้อย พัน ไปจนถึงหมื่น แล้วยังมีให้เลือกทั้งวัสดุจากธรรมชาติ เช่น หนังวัว วัสดุสังเคราะห์อย่างหนังเทียม ไปจนถึงอุปกรณ์ตัดเย็บทุกรูปแบบ หลายอย่างเป็นของหายาก ไม่ค่อยมีวางขายที่ย่านอื่น</p>



<p>ตลอดถนนเจริญรัถบรรยากาศดี มีร่มไม้ตลอดสองข้างทาง อากาศไม่ร้อนมาก เหมาะสำหรับการเดินเล่นหรือเดินถ่ายรูป แต่ละร้านยังมีความวินเทจ เหมือนกับเดินเข้าไปในช่วงเวลาที่งานคราฟต์เป็นที่นิยมสูงสุดในไทย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กายวิภาคฉบับ ‘กระเป๋า’</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-16-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184344" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-16-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-16-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-16-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-16-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-16-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-16-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-16-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-16-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-16.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แล้วส่วนประกอบของ ‘กระเป๋า’ มีอะไรบ้าง?</p>



<p>ตัวกระเป๋า สาย หรือหูหิ้ว เชือก ตัวล็อก หรือว่าซิป อย่างน้อยต้องมี 2 อย่างแรก จึงจะทำเป็น ‘กระเป๋า’ ได้&nbsp;</p>



<p>ว่ากันว่ากระเป๋า 1 ใบต้องใช้ชิ้นส่วนมากเป็นสิบชิ้น ยิ่งมีช่องใส่ของมากเท่าไร ยิ่งต้องเพิ่มจำนวนชิ้นส่วนมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่มองไม่เห็นจากด้านนอก แต่เป็นชิ้นส่วนที่อยู่ด้านในเพื่อให้กระเป๋ามีความทนทาน</p>



<p><strong></strong>แล้วการทำกระเป๋า 1 ใบ ใช้เวลานานแค่ไหน?</p>



<p>คำตอบคือขึ้นอยู่กับระดับความยากของดีไซน์กระเป๋า</p>



<p>กระเป๋าที่ทำได้ในเวลาไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง คือกระเป๋าผ้าที่มีเพียงแค่หูหรือสายกระเป๋า แต่ไม่มีซิป การทำกระเป๋าชนิดนี้ใช้วิธีการเย็บด้วยจักรเย็บผ้าเพียงอย่างเดียว แค่ตัดผ้าและเย็บก็เรียบร้อยในเวลาไม่มาก แล้ววัสดุที่ใช้ยังมีราคาไม่แพง</p>



<p>แต่ถ้าเป็นกระเป๋าหนัง ความยากจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว&nbsp;</p>



<p>โดยมากกระเป๋าหนังแท้เป็นงานแฮนด์เมดที่ต้องใช้ความชำนาญในการเย็บด้วยมือให้ฝีเข็มมีความห่างเท่าๆ กัน แล้วนำมาประกอบให้เป็นรูปร่าง ซึ่งต้องอาศัยทักษะด้านการตอกหมุด เจาะรู เข้าตะเข็บ และอีกหลายอย่าง กระเป๋าของเราจึงจะดูเนี้ยบ ไม่บิดเบี้ยว หรือไม่ได้รูปทรง</p>



<p>ทักษะดังกล่าวต้องใช้เวลาฝึกฝนประมาณหนึ่ง ยิ่งต้องการให้กระเป๋าออกมาสวยเท่าไร ยิ่งต้องฝึกฝนนานมากขึ้นเท่านั้น</p>



<p><strong></strong>ด้วยเหตุนี้เมื่อรวมราคาของวัสดุที่ใช้ในทำกระเป๋าหนัง เข้ากับการให้คุณค่ากับงานฝีมือที่ละเอียดอ่อนแล้ว หลายครั้งจึงพบว่ากระเป๋าแฮนด์เมดมีราคาสูงจนน่าตกใจ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เช็กลิสต์ก่อนไปย่านเจริญรัถ</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-15-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184345" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-15-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-15-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-15-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-15-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-15-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-15-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-15-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-15-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-15.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ก่อนที่จะไปซื้อวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ย่านเจริญรัถ ควรเลือกแบบกระเป๋าให้ได้ก่อน&nbsp;</p>



<p>สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มต้นจากกระเป๋าผ้าที่ไม่มีซิปและไม่มีช่องใส่ของ เพราะเย็บง่ายและไม่ซับซ้อน</p>



<p>ต่อมาก็เลือกวัสดุที่ใช้ทำกระเป๋า&nbsp;</p>



<p>ผ้าเนื้อหนาอย่างผ้าแคนวาสเหมาะสำหรับทำกระเป๋าลำลองและไม่เป็นทางการ ถ้าเป็นผ้ากำมะหยี่จะนิยมใช้กับกระเป๋าสำหรับโอกาสสำคัญ&nbsp;</p>



<p>แต่ถ้าอยากใช้กระเป๋าเป็นเวลานานๆ อาจต้องเลือกใช้หนังสัตว์ เช่น หนังวัวที่มีความทนทานหลายปี หรือหนังแกะที่มีความนิ่มสวย แต่มีข้อเสียที่ดูแลยากและราคาค่อนข้างสูง&nbsp;</p>



<p>ถ้ายังไม่แน่ใจ จะลองใช้หนังเทียมแบบบางก็ได้&nbsp;</p>



<p>หนังเทียมเป็นตัวเลือกที่ราคาดี และเย็บง่ายกว่าหนังแท้มาก สามารถใช้จักรเย็บผ้าธรรมดาได้ ไม่จำเป็นต้องใช้จักรอุตรสาหกรรม</p>



<p>เมื่อเลือกวัสดุสำหรับทำกระเป๋าได้แล้ว ต้องเลือกสีของด้าย ซิป เชือก สาย หูกระเป๋า กระดุม หมุด หรือว่าตัวล็อกต่างๆ ตามดีไซน์ของกระเป๋าที่เลือก&nbsp;</p>



<p>ก่อนออกจากบัาน อย่าลืมหยิบดีไซน์กระเป๋าพกติดตัวไปด้วย&nbsp;</p>



<p>แล้วจะพบว่าซื้อหาของจำเป็นสำหรับการทำกระเป๋าทั้งหมดได้ที่ย่าน ‘เจริญรัถ’</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมต้องไปเลือกซื้อเอง แทนการกดสั่งซื้อจากแอปพลิเคชัน</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-15-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184346" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-15-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-15-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-15-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-15-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-15-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-15-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-15-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-15-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-15.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong>งานเย็บกระเป๋าเป็นอีกงานหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญเรื่องความเข้ากันหรือตัดกันของโทนสีวัสดุ ด้าย ซิปและอุปกรณ์ตกแต่งทั้งหมด</p>



<p><strong></strong>ถ้าอยากเย็บกระเป๋าสีขาว สายกระเป๋าหรือหูหิ้วในเฉดเดียวกัน จะทำให้กระเป๋าดูมีความมินิมอล</p>



<p>&nbsp; แต่ถ้าเลือกใช้โทนสีสดอย่างสีเหลือง สีส้ม สีเขียว หรือสีสะท้อนแสง กระเป๋าจะดูสดใส ภาพรวมของกระเป๋าจะเปลี่ยนโทนสีของวัสดุ</p>



<p>ขนาดของเข็มเย็บกระเป๋า ด้าย เชือก หรือสายกระเป๋ายังมีความใหญ่ เล็ก หนาและบางแตกต่างกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกให้สัมพันธ์กันด้วย&nbsp;</p>



<p>ผ้าเนื้อนิ่มอย่างกำมะหยี่ ควรใช้ตีนผีที่เหมาะกับการเย็บผ้าที่มีเนื้อลื่นโดยเฉพาะ กระเป๋าบางชนิดต้องใช้ด้ายเคลือบแวกซ์ เพื่อให้เย็บไม่สะดุด</p>



<p>รายละเอียดอาจฟังดูค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นถ้าตัดสินใจซื้อจากหน้าจอ โทนสีอาจผิดเพี้ยน แล้วขนาดของวัสดุก็อาจไม่สัมพันธ์กันได้&nbsp;</p>



<p>แรกๆ ควรสอบถามทางร้าน หรือขอให้ทางร้านช่วยเลือกวัสดุและอุปกรณ์ที่เหมาะสมได้ ร้านค้าในย่านเจริญรัถส่วนใหญ่มีความเข้าใจศาสตร์การตัดเย็บกระเป๋าเป็นอย่างดี</p>



<p>มือใหม่หัดตัดเย็บกระเป๋าไม่ต้องเกรงใจ ร้านส่วนมากในย่านนี้ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นเสมอ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/diy-at-charoen-rat/">เจริญรัถ : เมื่องานตัดเย็บกระเป๋าไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ามีวัสดุอุปกรณ์ครบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Minimalism : ซ่อมหรือซื้อใหม่? เมื่อถึงเวลาซ่อมแซมหนังสือเล่มโปรด ต้องตรงไปที่ร้านเซ่งฮง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/seng-hong/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2025 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Crackracter Branding]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ซ่อมแซมหนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=184086</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือเล่มเล็กที่คุณพ่อคุณแม่อ่านให้ฟังตอนเด็ก วรรณกรรมเยาวชนที่ยืมจากห้องสมุดโรงเรียน หนังสือนอกเวลาที่หยิบอ่านตอนช่วงปิดเทอม คู่มือฮาวทูอยู่รอดในที่ทำงานแห่งแรก หนังสือเล่มไหนเป็นเล่มที่เราอยากเก็บไว้ตลอดไป? หนังสือกับการเติบโตของตัวตนมนุษย์ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘หนังสือ’ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ตัวเราเป็น ‘เรา’ ในวันนี้ มนุษย์เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งรอบตัวและทักษะดำเนินชีวิตด้านต่างๆ ผ่าน ‘หนังสือ’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือที่อ่านในวัยเด็ก เนื้อหาดีๆ ที่อยู่ในหนังสือจะซึมซาบเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ ‘แก่นแท้’ และ ‘ตัวตน’ ของมนุษย์ หนังสือเด็กจึงมักมีจุดประสงค์เพื่อการเรียนรู้ในก้าวแรกของชีวิต วรรณกรรมเยาวชนมักเป็นเรื่องราวของตัวละครที่อยู่ในวัยเดียวกับผู้อ่าน เพื่อเป็นแนวทางการนำไปใช้ หนังสือสำหรับวัยรุ่นมักสอดแทรกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความรู้สึก ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ชีวิต ‘ผู้ใหญ่’ หลายเล่มเป็นเหมือนการเตรียมพร้อมเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน บางเล่มก็แนะแนวทางและวิถีของโลกปัจจุบัน &#160; &#160; ไม่ว่าจะเป็นแนวไหน เราๆ มักมีหนังสือเล่มโปรดในใจเสมอ ซ่อมแซม vs ซื้อใหม่ตามหลัก Minimalism ซ่อมแซมหรือซื้อใหม่? เราจะเลือกอะไรเมื่อหนังสือเล่มที่รักที่สุดมาถึงกาลอวสาน? ช่วงนี้หลายคนอาจเลือกที่จะซ่อมแซมให้ดีด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ แต่ก็มีคนที่ตัดสินใจซื้อใหม่ เพราะอยากเก็บไว้ให้นาน ถ้ามองตามหลัก ‘Minimalism’ แล้ว การเก็บของไว้เป็นจำนวนเยอะมาก อาจไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการเลือกเก็บเฉพาะสิ่งที่ ‘สำคัญ จำเป็น มีประโยชน์ หรือว่ามีความหมายสำหรับตัวเรา’ การดำเนินชีวิตด้วยความเรียบง่ายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้แต่ละวันของเรามีประสิทธิภาพ ใช้ของที่มีให้หมดโดยไม่เหลือทิ้ง ใช้สอยสิ่งของเท่าที่จำเป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/seng-hong/">Minimalism : ซ่อมหรือซื้อใหม่? เมื่อถึงเวลาซ่อมแซมหนังสือเล่มโปรด ต้องตรงไปที่ร้านเซ่งฮง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หนังสือเล่มเล็กที่คุณพ่อคุณแม่อ่านให้ฟังตอนเด็ก</p>



<p>วรรณกรรมเยาวชนที่ยืมจากห้องสมุดโรงเรียน</p>



<p>หนังสือนอกเวลาที่หยิบอ่านตอนช่วงปิดเทอม</p>



<p>คู่มือฮาวทูอยู่รอดในที่ทำงานแห่งแรก</p>



<p>หนังสือเล่มไหนเป็นเล่มที่เราอยากเก็บไว้ตลอดไป?</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หนังสือกับการเติบโตของตัวตนมนุษย์</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-14-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184089" style="width:751px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-14-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-14-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-14-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-14-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-14-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-14-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-14-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-14-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-14.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘หนังสือ’ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ตัวเราเป็น ‘เรา’ ในวันนี้</p>



<p>มนุษย์เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งรอบตัวและทักษะดำเนินชีวิตด้านต่างๆ ผ่าน ‘หนังสือ’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือที่อ่านในวัยเด็ก เนื้อหาดีๆ ที่อยู่ในหนังสือจะซึมซาบเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ ‘แก่นแท้’ และ ‘ตัวตน’ ของมนุษย์</p>



<p>หนังสือเด็กจึงมักมีจุดประสงค์เพื่อการเรียนรู้ในก้าวแรกของชีวิต</p>



<p>วรรณกรรมเยาวชนมักเป็นเรื่องราวของตัวละครที่อยู่ในวัยเดียวกับผู้อ่าน เพื่อเป็นแนวทางการนำไปใช้</p>



<p>หนังสือสำหรับวัยรุ่นมักสอดแทรกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความรู้สึก ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ชีวิต ‘ผู้ใหญ่’ หลายเล่มเป็นเหมือนการเตรียมพร้อมเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน บางเล่มก็แนะแนวทางและวิถีของโลกปัจจุบัน &nbsp;</p>



<p>&nbsp; ไม่ว่าจะเป็นแนวไหน เราๆ มักมีหนังสือเล่มโปรดในใจเสมอ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ซ่อมแซม vs ซื้อใหม่ตามหลัก Minimalism</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-13-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184090" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-13-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-13-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-13-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-13-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-13-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-13-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-13-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-13-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-13.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong>ซ่อมแซมหรือซื้อใหม่?</p>



<p><strong></strong>เราจะเลือกอะไรเมื่อหนังสือเล่มที่รักที่สุดมาถึงกาลอวสาน?</p>



<p>ช่วงนี้หลายคนอาจเลือกที่จะซ่อมแซมให้ดีด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ แต่ก็มีคนที่ตัดสินใจซื้อใหม่ เพราะอยากเก็บไว้ให้นาน</p>



<p>ถ้ามองตามหลัก ‘Minimalism’ แล้ว การเก็บของไว้เป็นจำนวนเยอะมาก อาจไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการเลือกเก็บเฉพาะสิ่งที่ ‘สำคัญ จำเป็น มีประโยชน์ หรือว่ามีความหมายสำหรับตัวเรา’ การดำเนินชีวิตด้วยความเรียบง่ายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้แต่ละวันของเรามีประสิทธิภาพ ใช้ของที่มีให้หมดโดยไม่เหลือทิ้ง ใช้สอยสิ่งของเท่าที่จำเป็น ไม่ซื้อมาเก็บหรือตุนไว้เยอะๆ แต่ก็ไม่น้อยจนไม่พอใช้&nbsp;</p>



<p>แล้วการ ‘ซ่อมแซม’ สิ่งของที่มีก็เป็นการทำให้สิ่งๆ นั้นกลับมาใช้ได้อย่างเดิม ไม่ต้องไปหาซื้อของใหม่ให้เปลืองทรัพยากรเวลาและทางเศรษฐกิจ</p>



<p>ในกรณีของ ‘หนังสือ’ เรามักเก็บหนังสือเล่มโปรดไว้จนหน้าปกยับ สันหนังสือชำรุด และหน้ากระดาษกรอบ จะหาซื้อใหม่ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีวางจำหน่ายแล้ว แต่ก็มักไม่ค่อยได้นำไปซ่อมแซม ปล่อยให้เก่าจนหยิบมาอ่านไม่ได้</p>



<p>แต่ใครจะรู้ว่า ‘การซ่อมแซมหนังสือ’ ช่วยชุบชีวิตให้กับหนังสือได้และยังเป็นการใช้ของที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร้านซ่อมหนังสือเซ่งฮง</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-12-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184091" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-12-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-12-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-12-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-12-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-12-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-12-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-12-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-12-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-12.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เดินจากสถานีรถไฟใต้ดินสามยอดมาไม่ไกล จะพบกับร้านซ่อมหนังสือเล็กๆ ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานที่ชื่อว่า ‘เซ่งฮง’&nbsp;</p>



<p>ร้านซ่อมหนังสือเซ่งฮงอาจฟังดูไม่ค่อยมินิมอล แต่มีความชำนาญด้านซ่อมแซมหนังสือมาเกือบ 100 ปี จนได้รับการยอมรับให้เป็นเบอร์ต้นๆ ของผู้ชำนาญด้านการซ่อมแซมหนังสือของไทย</p>



<p>หนังสือที่มารับการซ่อมแซมที่ร้านเซ่งฮงส่วนใหญ่เป็นหนังสือเล่มหนา มีจำนวนหลายร้อยหน้า หลายเล่มเป็นตำราโบราณในด้านศาสตร์ต่างๆ บางเล่มเป็นหนังสือหายากจากต่างประเทศ แล้วยังมีคอลเลกชันหนังสือที่จัดพิมพ์เมื่อหลายสิบปีก่อนด้วย&nbsp;</p>



<p>หนังสือเหล่านี้ล้วนมีค่า หาซื้อใหม่ไม่ได้ การ ‘ซ่อมแซม’ ให้อยู่ในสภาพดีจะได้หยิบจับและเปิดอ่านได้ จึงเป็นวิธีที่เหมาะที่สุดในการรักษาหนังสือดีให้อยู่นานๆ</p>



<p>แต่จะซ่อมแซมด้วยวิธีไหนนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพของหนังสือ บางเล่มอาจแค่ซ่อมเพียงนิดเดียว หนังสือก็กลับมาอยู่ในสภาพเดิม&nbsp;</p>



<p>ร้านเซ่งฮงฝีมือดีและเชื่อมือได้ สไตล์ที่ทางร้านทำได้ดีมาก คือการซ่อมแซมหนังสือปกแข็ง เช่น เปลี่ยนจากปกเดิมเป็นปกใหม่หรือปกที่ทำจากหนังวัว รวมไปถึงการทำสันหนังสือใหม่ในแบบต่างๆ เช่น การเย็บสันให้ติดกันด้วยเส้นด้าย แล้วยังทำอุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมแซมหนังสือหลายชิ้น เองด้วย จะได้จับถนัดมือ มีน้ำหนักกำลังดีและเหมาะกับศาสตร์การซ่อมแซมหนังสืออย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<p>ทางร้านยังเลือกใช้กาวชนิดพิเศษสำหรับงานทำปกหนังสือเท่านั้น เพราะกาวที่ใช้จะต้องทนต่อเหงื่อและน้ำมันเวลาเปิดหนังสืออ่าน และต้องสามารถยึดหน้ากระดาษหลายร้อยหน้าไม่ให้หลุดออกจากกัน หากใช้กาวทั่วไปหน้าปกหนังสือที่ซ่อมมาใหม่อาจไม่คงทนก็เป็นได้</p>



<p>ถ้าใครอยากลองซ่อมแซมหนังสือเล่มโปรดด้วยตนเอง สามารถหาซื้ออุปกรณ์ข้างต้นได้ที่ร้านเซ่งฮงด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>แล้วหนังสือแบบไหนที่ควรนำไปซ่อมแซม?</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-12-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184092" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-12-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-12-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-12-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-12-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-12-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-12-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-12-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-12-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-12.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>&nbsp; การซ่อมแซมหนังสือราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 500 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพหนังสือ จึงอาจมองได้ว่าซื้อเล่มใหม่ไปเลยดีกว่ามั้ย?</p>



<p>ถ้าเป็นหนังสือที่ยังมีวางขาย หลายคนอาจตัดสินใจซื้อใหม่ แต่ตามหลัก Minimalism แล้ว การซ่อมแซมทำให้ใช้ของได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แล้วถ้าเป็นหนังสือที่ไม่มีวางจำหน่ายแล้ว หรือเป็นหนังสือเล่มโปรดตั้งแต่เด็กล่ะ?</p>



<p>การนำไปซ่อมแซมจะช่วยรักษาความทรงจำดีๆ ที่หาไม่ได้อีกต่อไป แล้วยังไม่เปลืองทรัพยากรตามแนวคิด Minimalism&nbsp;</p>



<p>แล้วยังมีหนังสืออีกประเภทที่เหมาะจะนำไปซ่อมแซมมาก นั่นคือหนังสือรวบรวมสูตรอาหารที่คุณแม่หรือที่บ้านทำให้ทานตั้งแต่เด็ก&nbsp;</p>



<p>เพราะเมื่อก่อนสูตรอาหารไม่ได้ค้นหาได้ในอินเทอร์เน็ตเหมือนในตอนนี้ ในตอนที่คุณแม่ยังสาวหรือสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ยังมีอายุไม่มาก ‘หนังสือ’ เป็นสื่อหลักในการรวบรวมสูตรและวิธีการปรุงอาหาร</p>



<p>ทั้งตำราอาหารไทย คู่มือทำอาหารฝรั่ง สูตรอาหารจานเดียว เมนูข้าวกล่องเบ็นโต หรือหนังสือสอนทำเบเกอรีอร่อยๆ&nbsp;</p>



<p>ถ้าใครมีหนังสือแบบนี้ที่บ้าน ลองนำไปซ่อมแซมดู เผื่อว่าจะได้ชุบชีวิตให้ ‘เมนูอร่อยรสมือคุณแม่’ กลับมาอยู่ในความทรงจำของทุกคนอีกครั้ง หรือจะทำเป็นของขวัญให้กับคุณแม่ที่รักของเราก็ได้นะ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/seng-hong/">Minimalism : ซ่อมหรือซื้อใหม่? เมื่อถึงเวลาซ่อมแซมหนังสือเล่มโปรด ต้องตรงไปที่ร้านเซ่งฮง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ร้านขายยาแผนไทยเจ้ากรมเป๋อ เบอร์หนึ่งเรื่องยาสมุนไพรไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/thai-traditional-medicine-chaokromper/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Nov 2025 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Crackracter Branding]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=183925</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตั้งแต่สมัยโบราณมนุษย์ใช้ ‘ธรรมชาติ’ รอบกายในการเยียวยารักษาอาการเจ็บป่วยของร่างกาย ‘ธรรมชาติ’ ที่ว่ามีทั้งใบไม้ดอกไม้ที่อยู่ใกล้ตัว รากไม้ที่อยู่ลึกลงไปในดิน รวมไปถึงนำ้สะอาดที่ช่วยบรรเทาอาการกระหาย มนุษย์ในสมัยก่อนเรียนรู้ธรรมชาติเพื่อการดำรงชีวิต เวลาไม่สบาย ก็นำสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมาเป็นยารักษาโรค จนภายหลังพัฒนาเป็นศาสตร์การแพทย์ที่แตกออกเป็นหลายสาขา และสาขาหนึ่งที่มาแรงในตอนนี้ก็คือ ‘แพทย์แผนไทย’ ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของแพทย์แผนไทยและตะวันตกยุคใหม่ ตั้งแต่เด็ก เราคุ้นชินกับการรักษาโรคตามแนวคิดของแพทย์แผนตะวันตกมาในทุกย่างก้าวของชีวิต เริ่มตั้งแต่การฉีดวัคซีนป้องกันโรคในวัยเด็ก การรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ด้วยยาสามัญประจำบ้าน ไปจนถึงการรักษาโรคต่างๆ ด้วย ‘ยา’ ต่างๆ ทั้งยาเม็ด ยาน้ำ และอื่นๆ&#160; ใครจะคิดว่าก่อนหน้าที่แพทย์แผนตะวันตกจะได้รับการยอมรับในวงกว้างเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน มนุษย์ใช้พืชและสมุนไพรในการเยียวยารักษาโรคเป็นหลัก ‘ธรรมชาติ’ เป็นที่มาของ ‘ยารักษาโรค’ ทั้งใบไม้ เปลือกไม้ รากไม้ ยอดอ่อน ดอกไม้ และเกสรดอกไม้ แล้วบางครั้งก็มีการใช้บางส่วนของสัตว์เป็นตัวยาด้วย แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมน้อยลงมากจากแนวคิดเรื่องสิทธิของสัตว์ในหลายประเทศทั่วโลก&#160; วิธีการนำพืชมาทำเป็นยารักษาโรคมีหลายรูปแบบ ทั้งการบดให้เป็นผง สกัดน้ำมันในพืชและดอกไม้ สกัดด้วยแอลกอฮอล์ รวมถึงนำไปแช่ในน้ำผึ้ง ขึ้นอยู่กับว่าวิธีใดดึงตัวยาในพืชชนิดที่ต้องการออกมาได้มากที่สุด และเหมาะสำหรับการนำไปใช้มากที่สุด หนึ่งในยาสามัญประจำบ้านที่ตัวยาสำคัญมาจากการสกัดด้วยแอลกอฮอล์แบบดั้งเดิมก็คือ ยาธาตุน้ำแดงของไทย (ปลอดภัย ไม่ต้องห่วงค่ะ) ส่วนอังกฤษ ศาสตร์การเยียวยารักษาอาการเจ็บป่วยด้วยพืชสมุนไพร (Herbalism) ยังคงแพร่หลายในฐานะส่วนหนึ่งของแนวทางการรักษาที่เรียกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thai-traditional-medicine-chaokromper/">ร้านขายยาแผนไทยเจ้ากรมเป๋อ เบอร์หนึ่งเรื่องยาสมุนไพรไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ตั้งแต่สมัยโบราณมนุษย์ใช้ ‘ธรรมชาติ’ รอบกายในการเยียวยารักษาอาการเจ็บป่วยของร่างกาย ‘ธรรมชาติ’ ที่ว่ามีทั้งใบไม้ดอกไม้ที่อยู่ใกล้ตัว รากไม้ที่อยู่ลึกลงไปในดิน รวมไปถึงนำ้สะอาดที่ช่วยบรรเทาอาการกระหาย</p>



<p>มนุษย์ในสมัยก่อนเรียนรู้ธรรมชาติเพื่อการดำรงชีวิต เวลาไม่สบาย ก็นำสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมาเป็นยารักษาโรค จนภายหลังพัฒนาเป็นศาสตร์การแพทย์ที่แตกออกเป็นหลายสาขา และสาขาหนึ่งที่มาแรงในตอนนี้ก็คือ ‘แพทย์แผนไทย’</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-left"><strong>ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของแพทย์แผนไทยและตะวันตกยุคใหม่</strong></h2>



<p>ตั้งแต่เด็ก เราคุ้นชินกับการรักษาโรคตามแนวคิดของแพทย์แผนตะวันตกมาในทุกย่างก้าวของชีวิต เริ่มตั้งแต่การฉีดวัคซีนป้องกันโรคในวัยเด็ก การรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ด้วยยาสามัญประจำบ้าน ไปจนถึงการรักษาโรคต่างๆ ด้วย ‘ยา’ ต่างๆ ทั้งยาเม็ด ยาน้ำ และอื่นๆ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-10-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183931" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-10-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-10-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-10-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-10-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-10-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-10-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-10-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-10-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-10.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ใครจะคิดว่าก่อนหน้าที่แพทย์แผนตะวันตกจะได้รับการยอมรับในวงกว้างเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน มนุษย์ใช้พืชและสมุนไพรในการเยียวยารักษาโรคเป็นหลัก ‘ธรรมชาติ’ เป็นที่มาของ ‘ยารักษาโรค’ ทั้งใบไม้ เปลือกไม้ รากไม้ ยอดอ่อน ดอกไม้ และเกสรดอกไม้ แล้วบางครั้งก็มีการใช้บางส่วนของสัตว์เป็นตัวยาด้วย แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมน้อยลงมากจากแนวคิดเรื่องสิทธิของสัตว์ในหลายประเทศทั่วโลก&nbsp;</p>



<p>วิธีการนำพืชมาทำเป็นยารักษาโรคมีหลายรูปแบบ ทั้งการบดให้เป็นผง สกัดน้ำมันในพืชและดอกไม้ สกัดด้วยแอลกอฮอล์ รวมถึงนำไปแช่ในน้ำผึ้ง ขึ้นอยู่กับว่าวิธีใดดึงตัวยาในพืชชนิดที่ต้องการออกมาได้มากที่สุด และเหมาะสำหรับการนำไปใช้มากที่สุด</p>



<p>หนึ่งในยาสามัญประจำบ้านที่ตัวยาสำคัญมาจากการสกัดด้วยแอลกอฮอล์แบบดั้งเดิมก็คือ ยาธาตุน้ำแดงของไทย (ปลอดภัย ไม่ต้องห่วงค่ะ)</p>



<p><strong></strong>ส่วนอังกฤษ ศาสตร์การเยียวยารักษาอาการเจ็บป่วยด้วยพืชสมุนไพร (Herbalism) ยังคงแพร่หลายในฐานะส่วนหนึ่งของแนวทางการรักษาที่เรียกว่า ‘Homeopathy’ นักบำบัดด้วยสมุนไพร (Herbalist) เป็นอีกอาชีพทางเลือกที่ได้รับความนิยมทั่วอังกฤษ</p>



<p><strong></strong>คราวนี้มาดูที่แพทย์แผนตะวันตกกัน&nbsp;</p>



<p>จุดเริ่มต้นของแพทย์แผนตะวันตกสมัยใหม่ คือการค้นคว้าเรื่องเชื้อแบคทีเรียและการคิดค้นวัคซีนของหลุยส์ ปาสเตอร์ นักเคมีและนักชีววิทยาชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19 หรือเมื่อประมาณ 200 กว่าปีก่อน</p>



<p>ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาโลกก็รับแนวคิดของหลุยส์ ปาสเตอร์มาใช้ในการผลิตยาสำหรับการแพทย์ยุคใหม่&nbsp;</p>



<p><strong></strong>เพราะประสิทธิภาพและการให้ผลรวดเร็วในการรักษาทำให้แพทย์แผนตะวันตกยุคใหม่เข้ามาแทนที่แพทย์แผนโบราณไปโดยปริยาย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-9-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183932" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-9-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-9-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-9-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-9-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-9-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-9-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-9-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-9-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-9.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>วิธีคิดแบบแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนตะวันตก</strong></h2>



<p><strong></strong>แนวคิดแบบแพทย์แผนไทยมองว่ามนุษย์ประกอบขึ้นมาจากธาตุต่างๆ คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ แต่ละคนจะมีธาตุเจ้าเรือนที่เปลี่ยนแปลงไปตามอายุ ฤดูกาลและสิ่งแวดล้อมรอบกาย แพทย์แผนไทยมุ่งเน้นการรักษาไปที่ ‘ต้นเหตุ’ ของโรค แตกต่างจากแพทย์แผนตะวันตกที่พุ่งเป้าการรักษาไปที่ ‘อาการเจ็บป่วย’ ของคนไข้ สมุนไพรเป็นตัวยาสำคัญในการรักษาตามหลักแพทย์แผนไทย ยาไทยหลายชนิดมีฤทธิ์ช่วยระบายความร้อน จากการที่บ้านเราอุณหภูมิสูงเกือบทั้งปี บ่อยครั้งที่อาการเจ็บป่วยมีสาเหตุมาจาก ‘ความร้อน’&nbsp;</p>



<p>ถ้ามีอาการปวดศีรษะ แพทย์แผนไทยจะรักษาจากจุดเริ่มต้นก่อน การรักษาจึงดูเหมือนใช้เวลาค่อนข้างนาน ในขณะที่แพทย์แผนตะวันตกจะเป็นการแก้อาการปวดศีรษะด้วยยาแก้ปวด ซึ่งให้ผลรวดเร็วกว่าพอสมควร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-8-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183933" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-8-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-8-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-8-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-8-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-8-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-8-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-8-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-8-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-8.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร้านเจ้ากรมเป๋อ ร้านยาแผนไทยแถวหน้าของประเทศ</strong></h2>



<p>แม้ว่าการรักษาด้วยแบบแพทย์แผนไทยจะไม่ได้เป็นแนวทางหลักของการรักษาโรคในปัจจุบัน แต่ยังมีร้านยาแผนไทยร้านหนึ่งซึ่งยืนหยัดกับแนวทางดังกล่าวมาตั้งแต่แรกเริ่ม</p>



<p>ร้านเจ้ากรมเป๋อเริ่มเปิดทำการมาตั้งแต่ร้อยกว่าปีก่อนในช่วงเวลาที่การเยียวยารักษาด้วยพืชและสมุนไพรยังคงอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน ถึงแม้ตอนนี้จำนวนสมุนไพรที่หาได้จะมีจำนวนลดลง แต่สมุนไพรที่ทางร้านจำหน่ายยังคงมีมากกว่า 750 ชนิด</p>



<p>ทั้งสมุนไพรที่ทำจากพืชสวนครัวอย่างหอมแดงและพริกหอม สมุนไพรโบราณอย่างโกฐหัวบัวและดอกไม้ไทย เช่น ดอกมะลิแห้ง ทางร้านยังจัดยารักษาโรคพบบ่อยไว้เป็นชุดด้วย เช่น ยาแก้ไข้ ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ยาแก้อาการปวดเมื่อยและยาแก้โรคกระเพาะอาหารอักเสบ</p>



<p>คุณลุงถวัลย์ ทายาทรุ่นที่ 4 ซึ่งสืบทอดกิจการของร้านเจ้ากรมเป๋อ จะมาที่ร้านตั้งแต่แปดโมงเช้า เพื่อจัดยารักษาโรคชนิดต่างๆ ให้กับผู้คนที่แวะเวียนมาในแต่ละวัน&nbsp;</p>



<p>ภายในร้านมีเก้าอี้ตัวยาวให้นั่ง ถ้ามีใบสั่งยามา ก็สามารถยื่นให้ทางร้านจัดยาให้ได้เลย แต่ถ้าอยากฟังคำปรึกษา ก็สามารถบอกเล่าอาการให้คุณลุงฟังได้เลย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-8-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183934" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-8-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-8-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-8-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-8-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-8-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-8-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-8-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-8-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-8.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>แบรนดิง</strong></h2>



<p>ร้านเจ้ากรมเป๋อเป็น ‘แบรนด์’ ตั้งแต่ก่อนที่ศาสตร์ด้านแบรนดิงยังไม่แพร่หลายก็ว่าได้ แล้วความเป็นแบรนด์ของเจ้ากรมเป๋อคืออะไร?</p>



<p>ก็คือความต่อเนื่อง ความเชี่ยวชาญ และความจริงใจที่มีให้กับลูกค้า</p>



<p>ร้านเจ้ากรมเป๋อไม่ต้องสร้างแบรนด์ ไม่ต้องสร้างฐานลูกค้า ไม่ต้องทำกิจกรรมทางการตลาด ก็สามารถมัดใจลูกค้าจำนวนมากได้</p>



<p>ตลอดมาร้านเจ้ากรมเป๋อเป็นที่พึ่งให้กับผู้ที่มองหาทางรักษาโรค ความสัมพันธ์ระหว่างทางร้านกับลูกค้าจึงเป็นเหมือนการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่กำลังป่วยไข้</p>



<p>คุณลุงถวัลย์ยังคอยดูแลให้คำปรึกษาผู้ที่มาที่ร้านเป็นอย่างดี จึงเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ทางร้านเป็นที่พึ่งให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกชื่นชม ขอบคุณ และไว้วางใจ</p>



<p>เวลาที่มีอาการเจ็บป่วยเมื่อใด จึงนึกถึงร้านเจ้ากรมเป๋อเสมอ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าสนใจการรักษาแบบแพทย์แผนไทยล่ะ?</strong></h2>



<p>‘หวานเป็นลม ขมเป็นยา’</p>



<p>คุณลุงถวัลย์บอกเราอย่างนี้</p>



<p>คำพูดของคุณลุงทำให้คนที่สนใจแพทย์แผนไทย แต่ไม่ชินกับยาต้มอย่างเรา พยักหน้า และตัดสินใจจะลองทานยาแผนไทยของทางร้านดู&nbsp;</p>



<p>เรามีอาการ ‘ร้อน’ ในร่างกายซึ่งพบบ่อยในผู้หญิงช่วงวัยหนึ่ง จึงลองซื้อยาต้มของทางร้านมา</p>



<p>ภายในห่อยาต้มเป็นพืชสมุนไพรนับสิบชนิดที่มาพร้อมกับวิธีต้มยา เก็บรักษายา และวิธีดื่มยาที่ต้มแล้ว รสชาติของยาต้มเป็นรสชาติที่เราไม่คุ้นเคย เป็นขั้นกว่าของยาอมแก้เจ็บคอแผนไทยที่วางจำหน่ายทั่วไปในร้านสะดวกซื้อ แต่ถ้าผ่านด่านเรื่องรสชาติไปได้ จะพบว่ายาต้มตำรับของร้านเจ้ากรมเป๋อได้ผลดีมากเลยทีเดียว&nbsp;</p>



<p>ใครที่สนใจอยากลองทานยาต้มตำรับแพทย์แผนไทย แนะนำให้ลองตักน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาใส่ลงไปในแก้วยาต้ม จะรู้สึกว่ารสชาติดีขึ้น หรือจะลองซื้อสมุนไพรแห้งมาต้มเป็นน้ำสมุนไพรก่อนก็ได้</p>



<p>ที่ร้านเจ้ากรมเป๋อมีสมุนไพรแห้ง เช่น มะตูมและกระเจี๊ยบสำหรับต้มกับน้ำและน้ำตาล ดื่มแก้กระหายโดยเฉพาะในฤดูร้อน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thai-traditional-medicine-chaokromper/">ร้านขายยาแผนไทยเจ้ากรมเป๋อ เบอร์หนึ่งเรื่องยาสมุนไพรไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>D.K. Bakery ตำนานสังขยาไทย จากของประยุกต์จากตะวันตก สู่เอกลักษณ์ไทยสมัยโมเดิร์น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dk-bakery-silom-thai-custard-bread/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2025 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Crackracter Branding]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=183804</guid>

					<description><![CDATA[<p>สีลมเป็นย่านธุรกิจและศูนย์กลางการค้า ร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งรวมวัฒนธรรมและที่อยู่อาศัยมาพลุกพล่านด้วยผู้คนสัญจรไปมา ใครที่ชอบไปวัดแขกตรงปลายถนนสีลม ตัดกับถนนเจริญกรุง อาจเคยเห็นร้านขนมปังสังขยา 2 ร้านก่อนที่จะเดินถึงปากซอยวัดแขก ร้านหนึ่งเป็นร้านดังใน TikTok อีกร้านหนึ่งเป็นร้านที่ดูมีความวินเทจ&#160; ทั้งสองร้านมีความอร่อยแตกต่างกัน แต่วันนี้เราเลยจะมาย้อนรอยประวัติศาสตร์ของ ‘ขนมปังสังขยา’ และรับวัฒนธรรมการทำขนมจากตะวันตก ผ่านร้านขนมปังหน้าตาย้อนยุคบนถนนสีลมที่มีชื่อว่า ‘D.K. Bakery’&#160; ก่อนอื่น… ขนมปังสังขยาเป็นขนมคู่ใจคนไทยมาช้านาน ด้วยความนิ่มนุ่มของขนมปังและความหวานหอมของไส้สังขยา ยิ่งสังขยาเยอะเท่าไร เรายิ่งชอบมากเท่านั้น แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้ว ‘สังขยา’ มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าที่เราคิด สังขยาเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงการรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาในไทยอย่างงดงามและลงตัว ที่มาของสังขยาคือ ‘คัสตาร์ด’ แบบตะวันตกที่ใช้วัตถุดิบเรียบง่ายอย่างไข่ไก่ นมสด และน้ำตาลเป็นส่วนผสมหลัก&#160; แล้วทำไม ‘คัสตาร์ด’ ถึงได้กลายเป็น ‘สังขยา’? เรื่องราวน่าจะเริ่มจากการมาเยือนสยามประเทศของชาวโปรตุเกส ประเทศต้นตำรับ ‘ทาร์ตไข่’ ซึ่งไส้ทำมาจาก ‘คัสตาร์ด’ นั่นเอง อย่างที่ทราบกันดีว่าขนมไทยโบราณมีส่วนผสมหลักเป็นมะพร้าว กะทิ และน้ำตาล ขนมไทยดั้งเดิมไม่ได้ใช้ ‘ไข่ไก่’ และ ‘น้ำนม’ เป็นส่วนผสมเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อชาวโปรตุเกสเดินทางมาถึงสยามประเทศ ก็ได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมด้านต่างๆ ทั้งศาสตร์และศิลป์ให้กับไทยในตอนนั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dk-bakery-silom-thai-custard-bread/">D.K. Bakery ตำนานสังขยาไทย จากของประยุกต์จากตะวันตก สู่เอกลักษณ์ไทยสมัยโมเดิร์น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สีลมเป็นย่านธุรกิจและศูนย์กลางการค้า ร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งรวมวัฒนธรรมและที่อยู่อาศัยมาพลุกพล่านด้วยผู้คนสัญจรไปมา</p>



<p>ใครที่ชอบไปวัดแขกตรงปลายถนนสีลม ตัดกับถนนเจริญกรุง อาจเคยเห็นร้านขนมปังสังขยา 2 ร้านก่อนที่จะเดินถึงปากซอยวัดแขก ร้านหนึ่งเป็นร้านดังใน TikTok อีกร้านหนึ่งเป็นร้านที่ดูมีความวินเทจ&nbsp;</p>



<p>ทั้งสองร้านมีความอร่อยแตกต่างกัน แต่วันนี้เราเลยจะมาย้อนรอยประวัติศาสตร์ของ ‘ขนมปังสังขยา’ และรับวัฒนธรรมการทำขนมจากตะวันตก ผ่านร้านขนมปังหน้าตาย้อนยุคบนถนนสีลมที่มีชื่อว่า ‘D.K. Bakery’&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ก่อนอื่น…</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-4-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183807" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-4-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-4-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-4-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-4-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-4-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-4-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-4-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-4-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/1-4.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ขนมปังสังขยาเป็นขนมคู่ใจคนไทยมาช้านาน ด้วยความนิ่มนุ่มของขนมปังและความหวานหอมของไส้สังขยา</p>



<p>ยิ่งสังขยาเยอะเท่าไร เรายิ่งชอบมากเท่านั้น</p>



<p>แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้ว ‘สังขยา’ มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าที่เราคิด สังขยาเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงการรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาในไทยอย่างงดงามและลงตัว</p>



<p>ที่มาของสังขยาคือ ‘คัสตาร์ด’ แบบตะวันตกที่ใช้วัตถุดิบเรียบง่ายอย่างไข่ไก่ นมสด และน้ำตาลเป็นส่วนผสมหลัก&nbsp;</p>



<p>แล้วทำไม ‘คัสตาร์ด’ ถึงได้กลายเป็น ‘สังขยา’?</p>



<p>เรื่องราวน่าจะเริ่มจากการมาเยือนสยามประเทศของชาวโปรตุเกส ประเทศต้นตำรับ ‘ทาร์ตไข่’ ซึ่งไส้ทำมาจาก ‘คัสตาร์ด’ นั่นเอง</p>



<p>อย่างที่ทราบกันดีว่าขนมไทยโบราณมีส่วนผสมหลักเป็นมะพร้าว กะทิ และน้ำตาล ขนมไทยดั้งเดิมไม่ได้ใช้ ‘ไข่ไก่’ และ ‘น้ำนม’ เป็นส่วนผสมเลยแม้แต่น้อย</p>



<p>แต่เมื่อชาวโปรตุเกสเดินทางมาถึงสยามประเทศ ก็ได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมด้านต่างๆ ทั้งศาสตร์และศิลป์ให้กับไทยในตอนนั้น หนึ่งในศาสตร์ที่ได้รับอิทธิพลของโปรตุเกสก็คือ ‘อาหารการกิน’ เป็นสาเหตุให้ขนมไทยหลายชนิดที่มีต้นกำเนิดมาจากหลักการทำขนมของโปรตุเกส เช่น ขนมฝรั่งกุฎีจีนที่มีลักษณะคล้ายกับขนมอบของฝรั่ง และขนมที่ใช้ไข่เป็นส่วนผสมหลักอย่างขนมทองหยิบ ทองหยอด หรือฝอยทอง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ส่วน ‘สังขยา’ ก็คือ ‘คัสตาร์ด’ ในเวอร์ชันไทยที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้ไม่ยาก ในสมัยก่อน ‘น้ำนมโค’ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำเนยและเนยแข็งของตะวันตก ซึ่งไม่มีในสยามประเทศช่วงเวลานั้น การนำน้ำนมโคมาใช้ในการทำขนมจึงไม่อยู่ในวัฒนธรรมไทยในอดีต</p>



<p>ถ้าเป็นเช่นนั้น จะทำ ‘คัสตาร์ด’ ได้อย่างไร?</p>



<p>คนไทยในอดีตจึงประยุกต์ใช้ ‘กะทิ’ ซึ่งเป็นพืชที่พบมากในประเทศ แทน ‘น้ำนมโค’ ของตะวันตก แล้วเพิ่มกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของขนมไทยด้วย ‘ใบเตยหอม’&nbsp;</p>



<p>‘สังขยาใบเตย’ จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา และตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>D.K. Bakery</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183808" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-3-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-3-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/2-3.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong>ความชื่นชอบใน ‘ขนมปัง’ เป็นตัวชี้วัดการเปิดรับวัฒนธรรมทางด้านอาหารการกินของชาวตะวันตกเข้ามาสู่ประเทศไทยได้อย่างชัดเจน&nbsp;</p>



<p>กรุงเทพฯ ยุคโมเดิร์นเมื่อประมาณ 50-60 ปีก่อน รับวิทยาการตะวันตกเข้ามาจนแพร่หลาย อาคารบ้านเรือนเริ่มมีความสมัยใหม่ วัฒนธรรมการใช้ชีวิตก็ทันสมัยขึ้น อาหารการกินจากตะวันตกเริ่มเป็นที่แพร่หลาย</p>



<p>จากขนมไทยที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าหรือแป้งท้าวยายม่อมเป็นหลัก ก็เริ่มมีการนำเข้า ‘แป้งสาลี’ จากต่างประเทศ เพื่อทำของที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะอาหารของชาวตะวันตกอย่าง ‘ขนมปัง’</p>



<p>แล้วร้าน D.K. Bakery ก็เป็นร้านขนมปังรุ่นแรกๆ ของไทย</p>



<p>ขนมปังของร้าน D.K. Bakery มีเนื้อนุ่มเบา และใช้วิธีการผลิตด้วยมือ เป็นของโปรดของคนไทยในสมัยนั้น</p>



<p>ระยะเวลาต่อมาทางร้านได้เริ่มลองทำขนมปังใส่ไส้สังขยาออกมาวางขาย จนเป็นที่ติดใจของผู้คนละแวกนั้น</p>



<p>หลังจากกรุงเทพฯ พัฒนาอย่างก้าวกระโดด และมีการสร้างทางพิเศษเพื่อเชื่อมต่อความเจริญไปยังส่วนต่างๆ ของเมืองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 เป็นต้นมา ทำให้การสัญจรไปยังถนนสีลมสะดวกสบายขึ้น ร้าน D.K. Bakery จึงเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น จนได้รับขนานนามให้เป็นร้าน ‘ขนมปังสังขยา’ ร้านดังประจำถนนสีลม และยังเป็นจุดหมายปลายทางของผู้คนที่มาแถวถนนสีลมมาเป็นเวลาหลายสิบปี</p>



<p>สังขยาของร้าน D.K. Bakery มี 2 ชนิดคือ สังขยาไข่สีส้มกับสังขยาใบเตยสีเขียว วางขายใน 2 รูปแบบ คือแบบใส่ถ้วยสำหรับนำไปทาหรือจิ้มกับขนมปัง (ถ้วยละ 45 บาท) และแบบขนมปังไส้สังขยาก้อนกลม (กล่องละ 85 บาท มี 6 ชิ้น)</p>



<p>แม้ว่าในตอนนี้ขนมปังไส้สังขยาก้อนกลมจะเป็นที่นิยมมากกว่า แต่เราก็ชอบขนมปังปอนด์ตัดขอบที่จิ้มสังขยาใบเตยได้อร่อยเป็นที่สุด จะให้ความรู้สึกประมาณขนมปังเนื้อนุ่มเนียนกับไส้สังขยาเนื้อละเอียด ทานแล้วเบาสบาย</p>



<p>เหมาะกับสายเฮลตีที่ไม่ชอบทานอะไรหนักๆ เป็นที่สุด</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>แบรนด์ดิงที่ความวินเทจ</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183809" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-3-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-3-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/3-3.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แม้เวลาจะผ่านเลยมา 60 กว่าปี แต่ในทุกๆ วันทางร้านยังคงทำขนมปังด้วยวิธีที่ใช้มาตั้งแต่เปิดกิจการ ทำให้รสชาติและเนื้อสัมผัสของขนมปังของ D.K. Bakery ยังคงอร่อยไม่เปลี่ยนแปลง</p>



<p>ข้อแตกต่างระหว่างขนมปังปัจจุบัน คือ ขนมปังที่ได้รับความนิยมตอนนี้มักมีความชุ่มเนยค่อนข้างมาก เนื้อขนมปังจึงมีความฉ่ำและหอมเนยมากกว่า ทานแล้วฟิน แต่ขนมปังของร้าน D.K. Bakery จะเป็นความเหนียวนุ่มที่บางเบากว่า ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของขนมปังไทยสมัยก่อน ทานได้หลายแผ่นโดยไม่รู้สึกอิ่มหรือแน่นจนเกินไป นำไปจิ้มหรือทาสังขยาได้ลงตัวที่สุด&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183810" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-3-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-3-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/4-3.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>นอกจากขนมปังจะมีความวินเทจแล้ว อีกสิ่งที่น่าใจในร้าน D.K. Bakery คือการจัดวางเลย์เอาต์ของร้านที่ยังเป็นแบบเดิมตั้งแต่เริ่มแรก ทั้งการจัดวางโต๊ะทำขนมปัง โต๊ะเตรียมส่วนผสมและอุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงเตาอบ ทั้งหมดเป็นการออกแบบพื้นที่ในการทำงานให้เปิดโล่ง เพื่อถ่ายเทอากาศและระบายความร้อนจากการอบขนม การออกแบบร้านลักษณะนี้พบมากในร้านทำขนม ร้านประกอบและปรุงอาหารแบบไทยๆ ในสมัยก่อน แตกต่างจากการทำขนมและอาหารในพื้นที่ปิดแบบตะวันตกอย่างที่เห็นทั่วไปในปัจจุบัน</p>



<p>ทางร้านตั้งใจเก็บรักษารูปแบบ รสชาติขนมปังและรายละเอียดต่างๆ ไว้ดังเช่นเดิม เพื่อสืบสานตำนานความอร่อยของ D.K. Bakery ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศของกรุงเทพฯ ในสมัยโมเดิร์นเมื่อ 50-60 ปีก่อนได้ดีเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;</p>



<p>ทั้งรสชาติและการออกแบบของอดีตที่ส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน เป็นความมหัศจรรย์ในแบบร้านขนมปัง D.K. Bakery ก็ว่าได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dk-bakery-silom-thai-custard-bread/">D.K. Bakery ตำนานสังขยาไทย จากของประยุกต์จากตะวันตก สู่เอกลักษณ์ไทยสมัยโมเดิร์น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เขษมบรรณกิจ’ ร้านหนังสือโหราศาสตร์รุ่นเดอะที่จัดพิมพ์ตำราโหราศาสตร์เองด้วย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/kasem-bannakij-astrology-bookstore/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Oct 2025 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Crackracter Branding]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=183696</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในย่านที่เต็มไปด้วยคอนโดมิเนียมสร้างใหม่ และมีมหาวิทยาลัยด้านดีไซน์ทันสมัยในอาคารสูง เป็นที่ตั้งของร้านหนังสือที่เป็นจุดหมายปลายทางของสายมูรุ่นเดอะ ร้านหนังสือนี้มีชื่อว่า ‘เขษมบรรณกิจ’ จากสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ เดินตรงมาเล็กน้อย แล้วเลาะออกไปที่ซอยทางลัด จะพบกับ ‘ร้านหนังสือโหราศาตร์เขษมบรรณกิจ’ ร้านหนังสือแห่งนี้มีขนาดมินิ แต่เต็มแน่นไปด้วยตำราวิชาความรู้เกี่ยวกับโหราศาสตร์แบบต่างๆ โดยเฉพาะโหราศาสตร์ไทยและศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เป็นร้านที่สายมูห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด โหราศาสตร์ไทย VS โหราศาสตร์ตะวันตก&#160; โหราศาสตร์ไทยเป็นเรื่องเกี่ยวกับการโคจรของดวงดาวที่ส่งผลต่อชีวิตมนุษย์ การกำหนดราศีตามหลักโหราศาสตร์ไทยและตะวันตกมีความแตกต่างกัน เช่น คนที่เกิดต้นเดือนสิงหาคมจะจัดอยู่ในราศีกรกฎตามแนวคิดของโหราศาสตร์ไทย แต่ถ้ามองจากศาสตร์ของตะวันตกจะเป็นราศีสิงห์ ซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานร้อนแรงของธาตุไฟ การตีความลักษณะนิสัยที่อ้างอิงจากหลักโหราศาสตร์ทั้งสองแบบ จึงไม่เหมือนกันเท่าไร แล้วสิ่งที่โหราศาสตร์ตะวันตกกับไทยให้ความสำคัญ ยังไม่คล้ายกันนัก&#160; คนไทยโบราณมักต้องดูฤกษ์งามยามดีตามหลักโหราศาสตร์ เพื่อกำหนดวันสำคัญต่างๆ เช่น การขึ้นบ้านใหม่ ออกรถยนต์คันใหม่ เปิดร้าน หรือเริ่มต้นกิจการ หากจัดงานสำคัญในวันฤกษ์ดี มักมองว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง แล้วยังให้ความสำคัญกับการทำนาย ‘สี’ ที่เป็นมงคลหรือตรงกันข้ามสำหรับคนที่เกิดวันต่างๆ&#160; ในขณะที่โหราศาสตร์ตะวันตกให้ความสำคัญกับวันที่ฤดูกาลเปลี่ยนผัน เช่น วันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ หรือวันสิ้นสุดฤดูหนาว มีบ้างที่เริ่มต้นกิจกรรมใหม่ในวันแรกของฤดูกาล แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดจะต้องเช็กดูฤกษ์ยามในลักษณะเดียวกับโหราศาสตร์ไทย และไม่ได้ให้ความสำคัญกับ ‘สี’ ของเสื้อผ้าในแง่มุมของการนำมาซึ่งโชคเท่าไรนัก จะมีก็เพียงใบโคลเวอร์สีเขียวสี่แฉกตามความเชื่อเก่าแก่ในเกาะอังกฤษเท่านั้น&#160; ส่วนหัวข้อที่นิยมเช็กดูตามหลักโหราศาสตร์ทั้งสองแบบนั้น มักจะคล้ายคลึงกัน แต่ก็มีจุดที่แตกต่างกันบ้าง ว่ากันว่าคนไทยเรานิยมถามเกี่ยวกับประเด็นย่อยๆ เช่น รูปร่างลักษณะของคนรักจะเป็นอย่างไร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kasem-bannakij-astrology-bookstore/">‘เขษมบรรณกิจ’ ร้านหนังสือโหราศาสตร์รุ่นเดอะที่จัดพิมพ์ตำราโหราศาสตร์เองด้วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในย่านที่เต็มไปด้วยคอนโดมิเนียมสร้างใหม่ และมีมหาวิทยาลัยด้านดีไซน์ทันสมัยในอาคารสูง เป็นที่ตั้งของร้านหนังสือที่เป็นจุดหมายปลายทางของสายมูรุ่นเดอะ</p>



<p>ร้านหนังสือนี้มีชื่อว่า ‘เขษมบรรณกิจ’</p>



<p>จากสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ เดินตรงมาเล็กน้อย แล้วเลาะออกไปที่ซอยทางลัด จะพบกับ ‘ร้านหนังสือโหราศาตร์เขษมบรรณกิจ’</p>



<p>ร้านหนังสือแห่งนี้มีขนาดมินิ แต่เต็มแน่นไปด้วยตำราวิชาความรู้เกี่ยวกับโหราศาสตร์แบบต่างๆ โดยเฉพาะโหราศาสตร์ไทยและศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง</p>



<p>เป็นร้านที่สายมูห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โหราศาสตร์ไทย VS โหราศาสตร์ตะวันตก&nbsp;</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-20-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183700" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-20-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-20-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-20-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-20-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-20-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-20-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-20-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-20-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-20.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>โหราศาสตร์ไทยเป็นเรื่องเกี่ยวกับการโคจรของดวงดาวที่ส่งผลต่อชีวิตมนุษย์ การกำหนดราศีตามหลักโหราศาสตร์ไทยและตะวันตกมีความแตกต่างกัน เช่น คนที่เกิดต้นเดือนสิงหาคมจะจัดอยู่ในราศีกรกฎตามแนวคิดของโหราศาสตร์ไทย แต่ถ้ามองจากศาสตร์ของตะวันตกจะเป็นราศีสิงห์ ซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานร้อนแรงของธาตุไฟ การตีความลักษณะนิสัยที่อ้างอิงจากหลักโหราศาสตร์ทั้งสองแบบ จึงไม่เหมือนกันเท่าไร</p>



<p>แล้วสิ่งที่โหราศาสตร์ตะวันตกกับไทยให้ความสำคัญ ยังไม่คล้ายกันนัก&nbsp;</p>



<p>คนไทยโบราณมักต้องดูฤกษ์งามยามดีตามหลักโหราศาสตร์ เพื่อกำหนดวันสำคัญต่างๆ เช่น การขึ้นบ้านใหม่ ออกรถยนต์คันใหม่ เปิดร้าน หรือเริ่มต้นกิจการ หากจัดงานสำคัญในวันฤกษ์ดี มักมองว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง แล้วยังให้ความสำคัญกับการทำนาย ‘สี’ ที่เป็นมงคลหรือตรงกันข้ามสำหรับคนที่เกิดวันต่างๆ&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่โหราศาสตร์ตะวันตกให้ความสำคัญกับวันที่ฤดูกาลเปลี่ยนผัน เช่น วันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ หรือวันสิ้นสุดฤดูหนาว มีบ้างที่เริ่มต้นกิจกรรมใหม่ในวันแรกของฤดูกาล แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดจะต้องเช็กดูฤกษ์ยามในลักษณะเดียวกับโหราศาสตร์ไทย และไม่ได้ให้ความสำคัญกับ ‘สี’ ของเสื้อผ้าในแง่มุมของการนำมาซึ่งโชคเท่าไรนัก จะมีก็เพียงใบโคลเวอร์สีเขียวสี่แฉกตามความเชื่อเก่าแก่ในเกาะอังกฤษเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>ส่วนหัวข้อที่นิยมเช็กดูตามหลักโหราศาสตร์ทั้งสองแบบนั้น มักจะคล้ายคลึงกัน แต่ก็มีจุดที่แตกต่างกันบ้าง ว่ากันว่าคนไทยเรานิยมถามเกี่ยวกับประเด็นย่อยๆ เช่น รูปร่างลักษณะของคนรักจะเป็นอย่างไร เงินเดือนจะขึ้นไหม จะมีโชคหรือเปล่า แต่บ่อยครั้งที่คำถามที่พบบ่อยในโหราศาสตร์ตะวันตก มักเป็นเรื่องที่อาจส่งผลต่อการดำเนินชีวิต เช่น เหตุการณ์ไม่คาดคิด หรือความเปลี่ยนแปลงในชีวิต ทั้งในแง่ลบและแง่บวก&nbsp;</p>



<p>แม้ว่าที่ผ่านมาโหราศาสตร์เดินไปบนเส้นขนานกับการทำนายทายทักสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แต่มุมมองที่มีต่อโหราศาตร์ โดยเฉพาะแนวทางของตะวันตก เริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางการสำรวจจิตใจมากขึ้น คำถามที่พบมากในตอนนี้จึงมักเกี่ยวข้องกับสิ่งที่มีผลต่อสภาพจิตใจและอารมณ์ความรู้สึก เช่น คนรอบข้างมองเราอย่างไร ไปจนถึงชีวิตแบบไหนที่เหมาะกับเรา</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษาหาความรู้ทางด้านโหราศาตร์</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-19-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183701" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-19-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-19-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-19-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-19-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-19-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-19-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-19-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-19-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-19.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>อย่างที่ทราบกันดี ‘ตำรา’ หรือว่า ‘หนังสือ’ เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในการศึกษาหาความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศาสตร์ที่สืบทอดมาแต่โบราณ ก่อนที่การกำเนิดของคอมพิวเตอร์จะมาถึง</p>



<p>หนังสือและตำราทางด้านโหราศาสตร์ไทยและตะวันตกจำนวนไม่น้อย สืบทอดต่อๆ กันมาด้วยการคัดลอกต้นฉบับที่เขียนขึ้นตั้งแต่สมัยโบราณ และจัดพิมพ์ในแบบรูปเล่มในระยะหลัง จากการคิดค้นเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ได้สำเร็จ&nbsp;</p>



<p>แม้ว่าปัจจุบันจะมีการศึกษาโหราศาสตร์ทั้งในรูปแบบออนไลน์ e-Book แบบเรียนในห้องเรียน คอร์สอบรมหลักสูตรโหราศาสตร์ระยะยาวและสั้น รวมไปถึงเวิร์กชอปช่วงเสาร์อาทิตย์ แต่ข้อมูลและเนื้อหาที่ครบถ้วนที่สุดมักพบได้ใน ‘ตำราเรียน’ ผู้ที่ศึกษาทางด้านโหราศาสตร์จึงมักมี ‘ตำรา’ เพื่อใช้ในการอ้างอิงเสมอ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของร้านเขษมบรรณกิจ</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-20-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183702" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-20-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-20-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-20-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-20-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-20-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-20-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-20-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-20-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-20.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong>ร้านหนังสือโหราศาสตร์เขษมบรรณกิจดำเนินการมาเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว&nbsp;</p>



<p>จากรุ่นแรกเมื่อปีกว่า 100 ปีก่อน มาสู่ปี 2568 ในปัจจุบัน</p>



<p>เดิมร้านหนังสือเขษมบรรณกิจตั้งอยู่ในเวิ้งนครเกษม ซึ่งอยู่ถัดจากย่านเยาวราช ตอนนี้ได้ย้ายมายังย่านวงเวียนใหญ่ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน</p>



<p>เริ่มแรกเป็นร้านจำหน่ายหนังสือเกี่ยวกับโหราศาสตร์ ซึ่งผู้ก่อตั้งร้านเขษมบรรณกิจรวบรวมมาวางขาย ต่อมาจึงพัฒนาเป็นศูนย์รวมตำราและหนังสือทางด้านโหราศาสตร์แถวหน้าของไทยในเวลาไม่นาน&nbsp;</p>



<p>ถึงแม้ว่าในตอนนี้ร้านหนังสือเขษมบรรณกิจจะไม่ได้อยู่ในใจย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ แล้ว แต่ก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งในใจนักโหราศาสตร์ ผู้ที่ศึกษาและฝึกปรือศาสตร์ด้านนี้ดังเช่นเดิม</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร้านหนังสือที่จัดพิมพ์หนังสือและตำราด้วย</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-19-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183704" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-19-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-19-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-19-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-19-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-19-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-19-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-19-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-19-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-19.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong>ร้านเขษมบรรณกิจจำหน่ายหนังสือโหราศาสตร์แบบต่างๆ ทั้งตำราโหราศาสตร์ไทยที่สืบทอดมาแต่โบราณ ตำราโหราศาสตร์จีนที่มีความเก่าแก่ ตำราการทำนายลักษณะนิสัยจากใบหน้า ลายมือ หรือตำแหน่งของไฝหนังบนร่างกาย หนังสือรวบรวมสิ่งของมงคล หนังสือสอนวิธีการอ่านไพ่ทาโรต์แบบดั้งเดิม รวมถึงหนังสือรวมเรื่องราวทางโหราศาสตร์ในวรรณคดีไทย (ราคาเริ่มต้นที่หลักร้อยบาท ขึ้นไปจนถึงหลายพันบาท)</p>



<p>แต่ละเล่มเป็นหนังสือเฉพาะทาง หายาก แล้วยังหนาจุใจหลายร้อยหน้า เรียกว่าถูกใจผู้สนใจทางด้านโหราศาสตร์และสายมูเลยทีเดียว</p>



<p>นอกไปจากการจำหน่ายตำราโหราศาสตร์ดีๆ แล้ว ร้านหนังสือโหราศาสตร์เขษมบรรณกิจยังรวบรวมและจัดพิมพ์หนังสือด้านโหราศาสตร์ในนาม ‘เขษมบรรณกิจ’ มาเป็นเวลาหลายทศวรรษ</p>



<p>‘เขษมบรรณกิจ’ พิมพ์ตำราและหนังสือต่างๆ ร่วมกับอาจารย์ผู้มีความชำนาญในโหราศาตร์หลายด้าน สำหรับใครที่ต้องการฝึกฝนวิชาความรู้ แนะนำสมุดฝึกทำนายดวงชะตาด้วยการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ซึ่งในเล่มมีคำอธิบายวิธีคิด แล้วยังมีพื้นที่ว่างให้ฝึกคำนวณด้วย (ราคาเล่มละ 80 บาท)</p>



<p>ไฮไลต์ของร้าน คือสมุดไดอารีประจำปีที่ทางเขษมบรรณกิจจัดพิมพ์มาทุกๆ ปี (ราคาเริ่มต้นที่เล่มละ 160 บาทขึ้นไป) มีหลายรูปแบบให้เลือก เช่น แบบพยากรณ์ประจำปีที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับฤกษ์งามยามดี โดยระบุว่าวันไหนเหมาะจะทำหรือไม่ควรทำสิ่งใด สำหรับผู้ที่สนใจอยากลองนำศาสตร์นี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือต้องการเตรียมจัดงานสำคัญในปีหน้า ต้องห้ามพลาดสมุดไดอารีประจำปี 2569 ของร้านหนังสือโหราศาตร์เขษมบรรณกิจ</p>



<p>ทางร้านยังจัดทำอุปกรณ์เสริมต่างๆ สำหรับการทำนายดวงชะตาด้วย เช่น ตรายางสำหรับเขียนดวงชะตาตามหลักโหราศาสตร์ไทย แล้วยังมีตรายางรูปฝ่ามือสำหรับผู้ที่สนใจอ่านลายมือเป็นพิเศษ โดยทางร้านแยกรูปเป็นฝ่ามือข้างซ้ายและขวาไว้ให้ด้วย&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เพียบพร้อมขนาดนี้ ต้องบอกเลยว่า ‘เขษมบรรณกิจ’ เป็นศูนย์รวมหนังสือทางด้านโหราศาสตร์อันดับต้นๆ ของไทยอย่างแท้จริง&nbsp; ใครสนใจตำราด้านโหราศาสตร์ จะแวะเวียนไปที่ร้านเขษมบรรณกิจ หรือกดสั่งซื้อทางช่องทางของร้านในแอปส้มก็ได้นะ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kasem-bannakij-astrology-bookstore/">‘เขษมบรรณกิจ’ ร้านหนังสือโหราศาสตร์รุ่นเดอะที่จัดพิมพ์ตำราโหราศาสตร์เองด้วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Pala Pizza Romana ร้านพิซซ่าในตำนานที่ราคาเริ่มต้นไม่ถึงร้อยบาท แต่ใส่เครื่องล้นจนแทบมองไม่เห็นแป้ง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/pala-pizza-romana-asoke/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Oct 2025 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Crackracter Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Pala Pizza Romana]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=183524</guid>

					<description><![CDATA[<p>จุดเชื่อมต่อระหว่างความเจริญบนฟ้าของสถานีรถไฟฟ้า BTS และความก้าวหน้าที่ต้องเดินลงไปของรถไฟใต้ดิน MRT เป็นสถานที่ซึ่งมีผู้สัญจรไปมานับหมื่นคนในแต่ละวัน เวลาที่เดินขึ้นบันไดเลื่อนจากสถานีรถไฟใต้ดินสุขุมวิท ไปยังสถานีรถไฟฟ้าอโศก หลายคนคงได้กลิ่นหอมของอาหารอบสุกใหม่ๆ ลอยขึ้นมากับอากาศ ตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าความหอมที่ว่ามาจากไหน&#160; แต่พอเดินไปดู ก็พบร้านพิซซ่าที่มีชื่อว่า Pala Pizza Romana ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของทางเชื่อมทั้งสองสถานี Pala Pizza Romana เป็นร้านลับในย่านอโศกและสุขุมวิทมายาวนานเป็นสิบปี แม้ว่าจะเป็นร้านระดับตำนาน แต่ใครจะไปคิดว่าราคาพิซซ่าที่ร้านนี้เริ่มต้นที่หลักสิบเท่านั้น!&#160; พิซซ่ากับการมาของร้านพิซซ่าแฟรนไชส์ในประเทศไทย ไทยเราคุ้นเคยกับของอร่อยสำหรับทุกคนในบ้านอย่างพิซซ่ามาหลายสิบปีแล้ว&#160; ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น มีร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูพิซซ่าอยู่บ้าง แต่พิซซ่าขยับเข้ามาอยู่ในใจคนไทยจริงๆ ก็ตอนที่ Pizza Hut ร้านพิซซ่าแฟรนไชส์จากสหรัฐอเมริกา มาเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ เมื่อประมาณ 40 กว่าปีก่อน แล้วในเวลาเพียงไม่กี่ปี ก็พบเห็นร้านพิซซ่าได้ในห้างสรรพสินค้าเกือบทุกแห่ง แต่ช่วงแรกเป็นร้านพิซซ่าจากเครือใหญ่เท่านั้น ต่อมาจึงค่อยๆ มีร้านพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนที่เรียกว่า Pizzaria เปิดในกรุงเทพฯ ​และเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ เพิ่มมากขึ้น พิซซ่ายังไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในร้านพิซซ่าเท่านั้น แต่เป็นเมนูขายดีในร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นอีกหลายร้าน จากวันที่พิซซ่าเป็นอาหารจานใหม่จากสหรัฐอเมริกา ตอนนี้พิซซ่าอยู่ในทุกที่ทั่วไทย และยังได้ผสมผสานความเป็นไทยลงไป จนมีเมนูใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราๆ มากขึ้น&#160; ทั้งพิซซ่าอุ่นทานในร้านสะดวกซื้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pala-pizza-romana-asoke/">Pala Pizza Romana ร้านพิซซ่าในตำนานที่ราคาเริ่มต้นไม่ถึงร้อยบาท แต่ใส่เครื่องล้นจนแทบมองไม่เห็นแป้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>จุดเชื่อมต่อระหว่างความเจริญบนฟ้าของสถานีรถไฟฟ้า BTS และความก้าวหน้าที่ต้องเดินลงไปของรถไฟใต้ดิน MRT เป็นสถานที่ซึ่งมีผู้สัญจรไปมานับหมื่นคนในแต่ละวัน</p>



<p>เวลาที่เดินขึ้นบันไดเลื่อนจากสถานีรถไฟใต้ดินสุขุมวิท ไปยังสถานีรถไฟฟ้าอโศก หลายคนคงได้กลิ่นหอมของอาหารอบสุกใหม่ๆ ลอยขึ้นมากับอากาศ</p>



<p>ตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าความหอมที่ว่ามาจากไหน&nbsp;</p>



<p>แต่พอเดินไปดู ก็พบร้านพิซซ่าที่มีชื่อว่า <strong>Pala Pizza Romana</strong> ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของทางเชื่อมทั้งสองสถานี</p>



<p><strong>Pala Pizza Romana</strong> เป็นร้านลับในย่านอโศกและสุขุมวิทมายาวนานเป็นสิบปี แม้ว่าจะเป็นร้านระดับตำนาน แต่ใครจะไปคิดว่าราคาพิซซ่าที่ร้านนี้เริ่มต้นที่หลักสิบเท่านั้น!&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-14-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183527" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-14-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-14-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-14-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-14-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-14-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-14-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-14-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-14-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-14.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>พิซซ่ากับการมาของร้านพิซซ่าแฟรนไชส์ในประเทศไทย</strong></h2>



<p>ไทยเราคุ้นเคยกับของอร่อยสำหรับทุกคนในบ้านอย่าง<strong>พิซซ่า</strong>มาหลายสิบปีแล้ว&nbsp;</p>



<p>ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น มีร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูพิซซ่าอยู่บ้าง แต่<strong>พิซซ่า</strong>ขยับเข้ามาอยู่ในใจคนไทยจริงๆ ก็ตอนที่ <strong>Pizza Hut</strong> ร้านพิซซ่าแฟรนไชส์จากสหรัฐอเมริกา มาเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ เมื่อประมาณ 40 กว่าปีก่อน</p>



<p>แล้วในเวลาเพียงไม่กี่ปี ก็พบเห็นร้าน<strong>พิซซ่า</strong>ได้ในห้างสรรพสินค้าเกือบทุกแห่ง แต่ช่วงแรกเป็นร้านพิซซ่าจากเครือใหญ่เท่านั้น ต่อมาจึงค่อยๆ มีร้านพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนที่เรียกว่า <strong>Pizzaria </strong>เปิดในกรุงเทพฯ ​และเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ เพิ่มมากขึ้น</p>



<p><strong>พิซซ่า</strong>ยังไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในร้านพิซซ่าเท่านั้น แต่เป็นเมนูขายดีในร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นอีกหลายร้าน</p>



<p>จากวันที่พิซซ่าเป็นอาหารจานใหม่จากสหรัฐอเมริกา ตอนนี้พิซซ่าอยู่ในทุกที่ทั่วไทย และยังได้ผสมผสานความเป็นไทยลงไป จนมีเมนูใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราๆ มากขึ้น&nbsp;</p>



<p>ทั้งพิซซ่าอุ่นทานในร้านสะดวกซื้อ พิซซ่าหน้าปูอัดในร้านอาหารของมหาวิทยาลัย พิซซ่าหน้าแฮมที่ซื้อจากตลาดนัดแถวบ้าน แล้วยังพิซซ่าต้มยำที่ร้านอาหารหรู</p>



<p>แต่ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่าแบบไหน ก็อิ่มอร่อยได้เสมอ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-14-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183528" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-14-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-14-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-14-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-14-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-14-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-14-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-14-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-14-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-14.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>ต้นกำเนิดของพิซซ่า</strong></h2>



<p>พิซซ่าประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลัก 4 อย่างคือ แป้งพิซซ่า ซอส เครื่องโรยหน้าและเนยแข็ง</p>



<p>แป้งพิซซ่าทำจากส่วนผสมเรียบๆ อย่างแป้งสาลี ยีสต์ นำ้มันมะกอกและเกลือ ส่วนซอสพิซซ่าก็มีสูตรแตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน ส่วนใหญ่มักทำจากซอสมะเขือเทศบดใส่เครื่องเทศเล็กน้อย</p>



<p>วิธีทำก็ไม่ซับซ้อน แค่นวดแป้งพิซซ่าให้เป็นวงกลม ทาด้วยซอสพิซซ่า โรยหน้าด้วยเนยแข็งและเครื่องชนิดต่างๆ แล้วก็นำเข้าอบประมาณ 15 &#8211; 20 นาทีเท่านั้น</p>



<p>จะเห็นได้ว่าส่วนผสมและขั้นตอนในการทำพิซซ่า มีความเรียบง่ายและไม่ซับซ้อน จึงไม่แปลกที่ <strong>พิซซ่า</strong>จะมีต้นกำเนิดจาก<strong>ของที่ชาวอิตาเลียนมีอยู่ในครัว</strong></p>



<p>ในช่วงที่เศรษฐกิจฝืดเคือง ชาวเมืองนาโปลีซึ่งอยู่ทางใต้ของประเทศอิตาลี ได้นำแป้งสาลีที่มีในบ้าน ซอสมะเขือเทศที่เป็นของคู่ครัวอิตาเลียน เนยแข็งและอาหารที่มีอยู่ มาทำเป็นเมนูสำหรับครอบครัว&nbsp;</p>



<p>และต่อมาก็กลายเป็น<strong>พิซซ่า</strong>ในท้ายที่สุด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-15-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183529" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-15-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-15-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-15-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-15-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-15-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-15-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-15-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-15-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-15.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>พิซซ่าหน้าล้นของร้าน Pala Pizza Romana</strong></h2>



<p>บริเวณด้านหน้าร้าน Pala Pizza Romana จะมีพิซซ่าอบสุกจากเตาจำหน่ายตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า ไปจนถึงสี่ทุ่มครึ่ง</p>



<p>แต่ละวันจะมีพิซซ่าต่างชนิดกันให้เลือก แต่หลักๆ แล้วจะมี Pizza Margherita (หน้าซอสมะเขือเทศกับชีส ขวัญใจชาวอิตาเลียน) พิซซ่า Rucola, Burrata, Crudo ​(หน้าพาร์มาแฮม ผักร็อกเกตและเนยแข็งบูร์ราตา) พิซซ่า Lago Verde (หน้าผักสไตล์อิตาเลียน) และพิซซ่า Diavola (หน้าซาลามี เนยแข็งมอซซาเรลลา และมะกอกอิตาเลียนดอง)</p>



<p>ความพิเศษของพิซซ่าที่ร้าน Pala Pizza Romana คือ แป้งหนากำลังดี ไม่บางจนกระด้างหรือว่าหนาจนมีแต่แป้ง เนื้อแป้งมีความหอมหวานอ่อนๆ ตามธรรมชาติของนำ้มันมะกอกในปริมาณพอเหมาะ ไม่เยิ้มเป็นน้ำมัน จนไม่น่าทาน&nbsp;</p>



<p>แล้วทางร้านยังใจดี ใส่เครื่องโรยหน้าจนล้น มองแทบไม่เห็นที่ว่างบนแป้งพิซซ่า เรียกว่าให้เยอะกว่าต้นตำรับในอิตาลีก็ว่าได้ เวลาทานต้องค่อยๆ กัดไม่ให้เครื่องที่โรยไว้หล่นลงมา</p>



<p>ที่สำคัญราคายังเริ่มต้นที่ชิ้นละ 90 บาทเท่านั้น (แต่ถ้าเครื่องเยอะ ราคาก็เยอะตามนะ)</p>



<p>พิซซ่าน่าลอง คือหน้าเห็ดทรัฟเฟิลและเห็ดหลากชนิดที่เรียกว่า ‘Tartufo-Funghi’ ราคาอยู่ที่ชิ้นละ 150 บาท&nbsp;</p>



<p>1 ชิ้นอิ่มพอดีสำหรับ 1 คน</p>



<p>จะซื้อกลับบ้านหรือนั่งทานที่ร้านก็ได้ แล้วยังให้ทางร้านอุ่นพิซซ่าให้ร้อนได้อีกด้วย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-16-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183560" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-16-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-16-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-16-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-16-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-16-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-16-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-16-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-16-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-16.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>แล้วทำไมพิซซ่าถึงเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ไม่ใช่สามเหลี่ยม?</strong></h2>



<p>พิซซ่าที่เราทานส่วนใหญ่เป็นพิซซ่าชิ้นสามเหลี่ยมที่ตัดมาจากถาดกลม&nbsp;</p>



<p>แต่ทำไมพิซซ่าของร้าน Pala Pizza Romana จึงได้เป็นสี่เหลี่ยมนะ?</p>



<p>สาเหตุน่าจะมาจากสไตล์พิซซ่าของร้านเบเกอรีในอิตาลี</p>



<p>ในประเทศต้นตำรับพิซซ่าอย่าง<strong>อิตาลี</strong>มีร้านพิซซ่าหลายแบบ ร้านที่ขายพิซซ่าโดยเฉพาะเรียกว่า <strong>Pizzaria </strong>มีทั้งแบบเป็นร้านนั่งทานได้ และแบบซื้อกลับบ้าน&nbsp;</p>



<p>ชาวอิตาเลียนทานพิซซ่าบ่อยมาก ขนาดที่พบเห็นร้าน Pizzaria ได้แทบทุกถนนในอิตาลี&nbsp;</p>



<p>แต่นอกจากร้าน Pizzaria แล้ว ยังมี<strong>พิซซ่า</strong>ที่วางขายใน<strong>ร้านเบเกอรี</strong>ของอิตาลีด้วย แล้วพิซซ่าดังกล่าวก็มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม ไม่ใช่สามเหลี่ยมแบบในร้าน Pizzaria&nbsp;</p>



<p>สาเหตุน่าจะเป็นเรื่อง<strong>ดีไซน์</strong>ของเตาอบมากกว่าสิ่งอื่นใด</p>



<p>เตาอบในร้านเบเกอรีส่วนใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้กับถาดอบขนมรูปทรงเดียวกัน เพื่อให้เข้ามุมในเตาอบได้ ไม่เปลืองเนื้อที่ในการอบ แตกต่างจากเตาอบในร้าน Pizzaria ที่มักมีลักษณะกลม ความร้อนจะได้ระอุทั่วทั้งเตา</p>



<p>พิซซ่าในร้านเบเกอรีของอิตาลี จึงมักใช้ถาดสี่เหลี่ยม แทนที่จะเป็นถาดกลม เพื่อให้อบได้ครั้งละมากๆ พออบสุก จึงค่อยนำมาตัดเป็นชิ้น ถ้าตัดเป็นวงกลม ก็จะมีเศษพิซซ่าเหลือ ดังนั้นรูปทรงที่ตัดเป็นชิ้นได้มากที่สุดจึงเป็น<strong>รูปทรงสี่เหลี่ยม</strong></p>



<p>หากมองจากมุมนี้ ร้าน Pala Pizza Romania มีขนาดกว้างไม่มาก การเสิร์ฟพิซซ่าชิ้นสี่เหลี่ยมจึงดูน่าจะประหยัดการใช้พื้นที่และให้ผลผลิตมากที่สุดก็ว่าได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pala-pizza-romana-asoke/">Pala Pizza Romana ร้านพิซซ่าในตำนานที่ราคาเริ่มต้นไม่ถึงร้อยบาท แต่ใส่เครื่องล้นจนแทบมองไม่เห็นแป้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
