จุดเชื่อมต่อระหว่างความเจริญบนฟ้าของสถานีรถไฟฟ้า BTS และความก้าวหน้าที่ต้องเดินลงไปของรถไฟใต้ดิน MRT เป็นสถานที่ซึ่งมีผู้สัญจรไปมานับหมื่นคนในแต่ละวัน
เวลาที่เดินขึ้นบันไดเลื่อนจากสถานีรถไฟใต้ดินสุขุมวิท ไปยังสถานีรถไฟฟ้าอโศก หลายคนคงได้กลิ่นหอมของอาหารอบสุกใหม่ๆ ลอยขึ้นมากับอากาศ
ตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าความหอมที่ว่ามาจากไหน
แต่พอเดินไปดู ก็พบร้านพิซซ่าที่มีชื่อว่า Pala Pizza Romana ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของทางเชื่อมทั้งสองสถานี
Pala Pizza Romana เป็นร้านลับในย่านอโศกและสุขุมวิทมายาวนานเป็นสิบปี แม้ว่าจะเป็นร้านระดับตำนาน แต่ใครจะไปคิดว่าราคาพิซซ่าที่ร้านนี้เริ่มต้นที่หลักสิบเท่านั้น!

พิซซ่ากับการมาของร้านพิซซ่าแฟรนไชส์ในประเทศไทย
ไทยเราคุ้นเคยกับของอร่อยสำหรับทุกคนในบ้านอย่างพิซซ่ามาหลายสิบปีแล้ว
ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น มีร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูพิซซ่าอยู่บ้าง แต่พิซซ่าขยับเข้ามาอยู่ในใจคนไทยจริงๆ ก็ตอนที่ Pizza Hut ร้านพิซซ่าแฟรนไชส์จากสหรัฐอเมริกา มาเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ เมื่อประมาณ 40 กว่าปีก่อน
แล้วในเวลาเพียงไม่กี่ปี ก็พบเห็นร้านพิซซ่าได้ในห้างสรรพสินค้าเกือบทุกแห่ง แต่ช่วงแรกเป็นร้านพิซซ่าจากเครือใหญ่เท่านั้น ต่อมาจึงค่อยๆ มีร้านพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนที่เรียกว่า Pizzaria เปิดในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ เพิ่มมากขึ้น
พิซซ่ายังไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในร้านพิซซ่าเท่านั้น แต่เป็นเมนูขายดีในร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นอีกหลายร้าน
จากวันที่พิซซ่าเป็นอาหารจานใหม่จากสหรัฐอเมริกา ตอนนี้พิซซ่าอยู่ในทุกที่ทั่วไทย และยังได้ผสมผสานความเป็นไทยลงไป จนมีเมนูใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราๆ มากขึ้น
ทั้งพิซซ่าอุ่นทานในร้านสะดวกซื้อ พิซซ่าหน้าปูอัดในร้านอาหารของมหาวิทยาลัย พิซซ่าหน้าแฮมที่ซื้อจากตลาดนัดแถวบ้าน แล้วยังพิซซ่าต้มยำที่ร้านอาหารหรู
แต่ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่าแบบไหน ก็อิ่มอร่อยได้เสมอ

ต้นกำเนิดของพิซซ่า
พิซซ่าประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลัก 4 อย่างคือ แป้งพิซซ่า ซอส เครื่องโรยหน้าและเนยแข็ง
แป้งพิซซ่าทำจากส่วนผสมเรียบๆ อย่างแป้งสาลี ยีสต์ นำ้มันมะกอกและเกลือ ส่วนซอสพิซซ่าก็มีสูตรแตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน ส่วนใหญ่มักทำจากซอสมะเขือเทศบดใส่เครื่องเทศเล็กน้อย
วิธีทำก็ไม่ซับซ้อน แค่นวดแป้งพิซซ่าให้เป็นวงกลม ทาด้วยซอสพิซซ่า โรยหน้าด้วยเนยแข็งและเครื่องชนิดต่างๆ แล้วก็นำเข้าอบประมาณ 15 – 20 นาทีเท่านั้น
จะเห็นได้ว่าส่วนผสมและขั้นตอนในการทำพิซซ่า มีความเรียบง่ายและไม่ซับซ้อน จึงไม่แปลกที่ พิซซ่าจะมีต้นกำเนิดจากของที่ชาวอิตาเลียนมีอยู่ในครัว
ในช่วงที่เศรษฐกิจฝืดเคือง ชาวเมืองนาโปลีซึ่งอยู่ทางใต้ของประเทศอิตาลี ได้นำแป้งสาลีที่มีในบ้าน ซอสมะเขือเทศที่เป็นของคู่ครัวอิตาเลียน เนยแข็งและอาหารที่มีอยู่ มาทำเป็นเมนูสำหรับครอบครัว
และต่อมาก็กลายเป็นพิซซ่าในท้ายที่สุด

พิซซ่าหน้าล้นของร้าน Pala Pizza Romana
บริเวณด้านหน้าร้าน Pala Pizza Romana จะมีพิซซ่าอบสุกจากเตาจำหน่ายตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า ไปจนถึงสี่ทุ่มครึ่ง
แต่ละวันจะมีพิซซ่าต่างชนิดกันให้เลือก แต่หลักๆ แล้วจะมี Pizza Margherita (หน้าซอสมะเขือเทศกับชีส ขวัญใจชาวอิตาเลียน) พิซซ่า Rucola, Burrata, Crudo (หน้าพาร์มาแฮม ผักร็อกเกตและเนยแข็งบูร์ราตา) พิซซ่า Lago Verde (หน้าผักสไตล์อิตาเลียน) และพิซซ่า Diavola (หน้าซาลามี เนยแข็งมอซซาเรลลา และมะกอกอิตาเลียนดอง)
ความพิเศษของพิซซ่าที่ร้าน Pala Pizza Romana คือ แป้งหนากำลังดี ไม่บางจนกระด้างหรือว่าหนาจนมีแต่แป้ง เนื้อแป้งมีความหอมหวานอ่อนๆ ตามธรรมชาติของนำ้มันมะกอกในปริมาณพอเหมาะ ไม่เยิ้มเป็นน้ำมัน จนไม่น่าทาน
แล้วทางร้านยังใจดี ใส่เครื่องโรยหน้าจนล้น มองแทบไม่เห็นที่ว่างบนแป้งพิซซ่า เรียกว่าให้เยอะกว่าต้นตำรับในอิตาลีก็ว่าได้ เวลาทานต้องค่อยๆ กัดไม่ให้เครื่องที่โรยไว้หล่นลงมา
ที่สำคัญราคายังเริ่มต้นที่ชิ้นละ 90 บาทเท่านั้น (แต่ถ้าเครื่องเยอะ ราคาก็เยอะตามนะ)
พิซซ่าน่าลอง คือหน้าเห็ดทรัฟเฟิลและเห็ดหลากชนิดที่เรียกว่า ‘Tartufo-Funghi’ ราคาอยู่ที่ชิ้นละ 150 บาท
1 ชิ้นอิ่มพอดีสำหรับ 1 คน
จะซื้อกลับบ้านหรือนั่งทานที่ร้านก็ได้ แล้วยังให้ทางร้านอุ่นพิซซ่าให้ร้อนได้อีกด้วย

แล้วทำไมพิซซ่าถึงเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ไม่ใช่สามเหลี่ยม?
พิซซ่าที่เราทานส่วนใหญ่เป็นพิซซ่าชิ้นสามเหลี่ยมที่ตัดมาจากถาดกลม
แต่ทำไมพิซซ่าของร้าน Pala Pizza Romana จึงได้เป็นสี่เหลี่ยมนะ?
สาเหตุน่าจะมาจากสไตล์พิซซ่าของร้านเบเกอรีในอิตาลี
ในประเทศต้นตำรับพิซซ่าอย่างอิตาลีมีร้านพิซซ่าหลายแบบ ร้านที่ขายพิซซ่าโดยเฉพาะเรียกว่า Pizzaria มีทั้งแบบเป็นร้านนั่งทานได้ และแบบซื้อกลับบ้าน
ชาวอิตาเลียนทานพิซซ่าบ่อยมาก ขนาดที่พบเห็นร้าน Pizzaria ได้แทบทุกถนนในอิตาลี
แต่นอกจากร้าน Pizzaria แล้ว ยังมีพิซซ่าที่วางขายในร้านเบเกอรีของอิตาลีด้วย แล้วพิซซ่าดังกล่าวก็มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม ไม่ใช่สามเหลี่ยมแบบในร้าน Pizzaria
สาเหตุน่าจะเป็นเรื่องดีไซน์ของเตาอบมากกว่าสิ่งอื่นใด
เตาอบในร้านเบเกอรีส่วนใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้กับถาดอบขนมรูปทรงเดียวกัน เพื่อให้เข้ามุมในเตาอบได้ ไม่เปลืองเนื้อที่ในการอบ แตกต่างจากเตาอบในร้าน Pizzaria ที่มักมีลักษณะกลม ความร้อนจะได้ระอุทั่วทั้งเตา
พิซซ่าในร้านเบเกอรีของอิตาลี จึงมักใช้ถาดสี่เหลี่ยม แทนที่จะเป็นถาดกลม เพื่อให้อบได้ครั้งละมากๆ พออบสุก จึงค่อยนำมาตัดเป็นชิ้น ถ้าตัดเป็นวงกลม ก็จะมีเศษพิซซ่าเหลือ ดังนั้นรูปทรงที่ตัดเป็นชิ้นได้มากที่สุดจึงเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม
หากมองจากมุมนี้ ร้าน Pala Pizza Romania มีขนาดกว้างไม่มาก การเสิร์ฟพิซซ่าชิ้นสี่เหลี่ยมจึงดูน่าจะประหยัดการใช้พื้นที่และให้ผลผลิตมากที่สุดก็ว่าได้





