Minimalism : ซ่อมหรือซื้อใหม่? เมื่อถึงเวลาซ่อมแซมหนังสือเล่มโปรด ต้องตรงไปที่ร้านเซ่งฮง

หนังสือเล่มเล็กที่คุณพ่อคุณแม่อ่านให้ฟังตอนเด็ก

วรรณกรรมเยาวชนที่ยืมจากห้องสมุดโรงเรียน

หนังสือนอกเวลาที่หยิบอ่านตอนช่วงปิดเทอม

คู่มือฮาวทูอยู่รอดในที่ทำงานแห่งแรก

หนังสือเล่มไหนเป็นเล่มที่เราอยากเก็บไว้ตลอดไป?

หนังสือกับการเติบโตของตัวตนมนุษย์

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘หนังสือ’ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ตัวเราเป็น ‘เรา’ ในวันนี้

มนุษย์เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งรอบตัวและทักษะดำเนินชีวิตด้านต่างๆ ผ่าน ‘หนังสือ’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือที่อ่านในวัยเด็ก เนื้อหาดีๆ ที่อยู่ในหนังสือจะซึมซาบเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ ‘แก่นแท้’ และ ‘ตัวตน’ ของมนุษย์

หนังสือเด็กจึงมักมีจุดประสงค์เพื่อการเรียนรู้ในก้าวแรกของชีวิต

วรรณกรรมเยาวชนมักเป็นเรื่องราวของตัวละครที่อยู่ในวัยเดียวกับผู้อ่าน เพื่อเป็นแนวทางการนำไปใช้

หนังสือสำหรับวัยรุ่นมักสอดแทรกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความรู้สึก ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ชีวิต ‘ผู้ใหญ่’ หลายเล่มเป็นเหมือนการเตรียมพร้อมเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน บางเล่มก็แนะแนวทางและวิถีของโลกปัจจุบัน  

  ไม่ว่าจะเป็นแนวไหน เราๆ มักมีหนังสือเล่มโปรดในใจเสมอ

ซ่อมแซม vs ซื้อใหม่ตามหลัก Minimalism

ซ่อมแซมหรือซื้อใหม่?

เราจะเลือกอะไรเมื่อหนังสือเล่มที่รักที่สุดมาถึงกาลอวสาน?

ช่วงนี้หลายคนอาจเลือกที่จะซ่อมแซมให้ดีด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ แต่ก็มีคนที่ตัดสินใจซื้อใหม่ เพราะอยากเก็บไว้ให้นาน

ถ้ามองตามหลัก ‘Minimalism’ แล้ว การเก็บของไว้เป็นจำนวนเยอะมาก อาจไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการเลือกเก็บเฉพาะสิ่งที่ ‘สำคัญ จำเป็น มีประโยชน์ หรือว่ามีความหมายสำหรับตัวเรา’ การดำเนินชีวิตด้วยความเรียบง่ายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้แต่ละวันของเรามีประสิทธิภาพ ใช้ของที่มีให้หมดโดยไม่เหลือทิ้ง ใช้สอยสิ่งของเท่าที่จำเป็น ไม่ซื้อมาเก็บหรือตุนไว้เยอะๆ แต่ก็ไม่น้อยจนไม่พอใช้ 

แล้วการ ‘ซ่อมแซม’ สิ่งของที่มีก็เป็นการทำให้สิ่งๆ นั้นกลับมาใช้ได้อย่างเดิม ไม่ต้องไปหาซื้อของใหม่ให้เปลืองทรัพยากรเวลาและทางเศรษฐกิจ

ในกรณีของ ‘หนังสือ’ เรามักเก็บหนังสือเล่มโปรดไว้จนหน้าปกยับ สันหนังสือชำรุด และหน้ากระดาษกรอบ จะหาซื้อใหม่ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีวางจำหน่ายแล้ว แต่ก็มักไม่ค่อยได้นำไปซ่อมแซม ปล่อยให้เก่าจนหยิบมาอ่านไม่ได้

แต่ใครจะรู้ว่า ‘การซ่อมแซมหนังสือ’ ช่วยชุบชีวิตให้กับหนังสือได้และยังเป็นการใช้ของที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย

ร้านซ่อมหนังสือเซ่งฮง

เดินจากสถานีรถไฟใต้ดินสามยอดมาไม่ไกล จะพบกับร้านซ่อมหนังสือเล็กๆ ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานที่ชื่อว่า ‘เซ่งฮง’ 

ร้านซ่อมหนังสือเซ่งฮงอาจฟังดูไม่ค่อยมินิมอล แต่มีความชำนาญด้านซ่อมแซมหนังสือมาเกือบ 100 ปี จนได้รับการยอมรับให้เป็นเบอร์ต้นๆ ของผู้ชำนาญด้านการซ่อมแซมหนังสือของไทย

หนังสือที่มารับการซ่อมแซมที่ร้านเซ่งฮงส่วนใหญ่เป็นหนังสือเล่มหนา มีจำนวนหลายร้อยหน้า หลายเล่มเป็นตำราโบราณในด้านศาสตร์ต่างๆ บางเล่มเป็นหนังสือหายากจากต่างประเทศ แล้วยังมีคอลเลกชันหนังสือที่จัดพิมพ์เมื่อหลายสิบปีก่อนด้วย 

หนังสือเหล่านี้ล้วนมีค่า หาซื้อใหม่ไม่ได้ การ ‘ซ่อมแซม’ ให้อยู่ในสภาพดีจะได้หยิบจับและเปิดอ่านได้ จึงเป็นวิธีที่เหมาะที่สุดในการรักษาหนังสือดีให้อยู่นานๆ

แต่จะซ่อมแซมด้วยวิธีไหนนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพของหนังสือ บางเล่มอาจแค่ซ่อมเพียงนิดเดียว หนังสือก็กลับมาอยู่ในสภาพเดิม 

ร้านเซ่งฮงฝีมือดีและเชื่อมือได้ สไตล์ที่ทางร้านทำได้ดีมาก คือการซ่อมแซมหนังสือปกแข็ง เช่น เปลี่ยนจากปกเดิมเป็นปกใหม่หรือปกที่ทำจากหนังวัว รวมไปถึงการทำสันหนังสือใหม่ในแบบต่างๆ เช่น การเย็บสันให้ติดกันด้วยเส้นด้าย แล้วยังทำอุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมแซมหนังสือหลายชิ้น เองด้วย จะได้จับถนัดมือ มีน้ำหนักกำลังดีและเหมาะกับศาสตร์การซ่อมแซมหนังสืออย่างแท้จริง 

ทางร้านยังเลือกใช้กาวชนิดพิเศษสำหรับงานทำปกหนังสือเท่านั้น เพราะกาวที่ใช้จะต้องทนต่อเหงื่อและน้ำมันเวลาเปิดหนังสืออ่าน และต้องสามารถยึดหน้ากระดาษหลายร้อยหน้าไม่ให้หลุดออกจากกัน หากใช้กาวทั่วไปหน้าปกหนังสือที่ซ่อมมาใหม่อาจไม่คงทนก็เป็นได้

ถ้าใครอยากลองซ่อมแซมหนังสือเล่มโปรดด้วยตนเอง สามารถหาซื้ออุปกรณ์ข้างต้นได้ที่ร้านเซ่งฮงด้วย

แล้วหนังสือแบบไหนที่ควรนำไปซ่อมแซม?

  การซ่อมแซมหนังสือราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 500 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพหนังสือ จึงอาจมองได้ว่าซื้อเล่มใหม่ไปเลยดีกว่ามั้ย?

ถ้าเป็นหนังสือที่ยังมีวางขาย หลายคนอาจตัดสินใจซื้อใหม่ แต่ตามหลัก Minimalism แล้ว การซ่อมแซมทำให้ใช้ของได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แล้วถ้าเป็นหนังสือที่ไม่มีวางจำหน่ายแล้ว หรือเป็นหนังสือเล่มโปรดตั้งแต่เด็กล่ะ?

การนำไปซ่อมแซมจะช่วยรักษาความทรงจำดีๆ ที่หาไม่ได้อีกต่อไป แล้วยังไม่เปลืองทรัพยากรตามแนวคิด Minimalism 

แล้วยังมีหนังสืออีกประเภทที่เหมาะจะนำไปซ่อมแซมมาก นั่นคือหนังสือรวบรวมสูตรอาหารที่คุณแม่หรือที่บ้านทำให้ทานตั้งแต่เด็ก 

เพราะเมื่อก่อนสูตรอาหารไม่ได้ค้นหาได้ในอินเทอร์เน็ตเหมือนในตอนนี้ ในตอนที่คุณแม่ยังสาวหรือสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ยังมีอายุไม่มาก ‘หนังสือ’ เป็นสื่อหลักในการรวบรวมสูตรและวิธีการปรุงอาหาร

ทั้งตำราอาหารไทย คู่มือทำอาหารฝรั่ง สูตรอาหารจานเดียว เมนูข้าวกล่องเบ็นโต หรือหนังสือสอนทำเบเกอรีอร่อยๆ 

ถ้าใครมีหนังสือแบบนี้ที่บ้าน ลองนำไปซ่อมแซมดู เผื่อว่าจะได้ชุบชีวิตให้ ‘เมนูอร่อยรสมือคุณแม่’ กลับมาอยู่ในความทรงจำของทุกคนอีกครั้ง หรือจะทำเป็นของขวัญให้กับคุณแม่ที่รักของเราก็ได้นะ

AUTHOR

ILLUSTRATOR

CHRISMASTREEEE

ฟิล์มค่ะ หรือ Chrismastreeee เป็นนักวาดภาพประกอบที่เชื่อว่าภาพจะเป็นสื่อกลางที่ทำให้คนเข้าใจถึงcontent ที่เราอยากจะสื่อสารได้ง่ายมากขึ้น และภาพวาดยังเป็นอีกหนึ่งความสุขเล็กๆในชีวิตของเรา