<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นวภัทร์ นาวาเจริญ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author524/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author524/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 11 Oct 2021 06:23:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>อ่าห์ ดูแล้วหิวจัง รวม 7 หนังและซีรีส์อาหารชวนท้องร้อง หัวใจพองโต</title>
		<link>https://adaymagazine.com/album-recommend-foodseriesandmovie/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นวภัทร์ นาวาเจริญ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Oct 2021 15:58:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Recommend]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[The Way Of The Hot & Spicy]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[What Did You Eat Yesterday?]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[Samurai Gourmet]]></category>
		<category><![CDATA[recommend]]></category>
		<category><![CDATA[Life Is Fruity]]></category>
		<category><![CDATA[chef]]></category>
		<category><![CDATA[Fresh Fried and Crispy]]></category>
		<category><![CDATA[food]]></category>
		<category><![CDATA[The Hundred-Foot Journey]]></category>
		<category><![CDATA[series]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารอเมริกัน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารฝรั่งเศส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=148025</guid>

					<description><![CDATA[<p>มีคนเคยบอกว่าถ้ากำลังหดหู่หรือหมดไฟ ลองหยุดทำ ซีรีส์อาหาร ทุกอย่างแล้วไปหาอะไรอร่อยๆ กินก่อน หลายครั้งเรื่องวุ่นวายใจไม่ว่าใหญ่แค่ไหน แค่เห็นของที่อยากกินอยู่ตรงหน้า ปัญหาที่เรามีนั้นก็ดูเล็กลง แม้เราไม่ได้จะกินของที่อยากกินทุกวัน แต่บางทีแค่เห็นคนอื่นกินก็มีความสุขแล้ว ในลิสต์นี้เราจึงอยากแนะนำ 7 หนังและซีรีส์เกี่ยวกับการกิน! กิน! กิน! และกิน! ที่นอกจากจะช่วยให้เจริญอาหารแล้วยังช่วยปลอบประโลมหัวใจที่เหี่ยวเฉาให้พองโตขึ้นมาด้วย The Way Of The Hot &#38; Spicy (2021) เคนตะ ซารุกาวะ เซลส์ขายเครื่องดื่มชาวโอซาก้าที่เพิ่งย้ายมาทำงานสาขาโตเกียวพบว่าเพื่อนร่วมงานของเขาทุกคน (รวมไปถึงหัวหน้า) ชอบกินอาหารเผ็ดมาก และมักชวนกันไปหาร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ดในเมืองเป็นประจำ ความเวียร์ดกว่านั้นคือทุกครั้งที่กินอาหารรสจัดจ้าน พวกเขาจะได้ข้อคิดการทำงานอันแปลกประหลาดซึ่งเรียกมันว่า ‘วิถีเผ็ดแซบร้อน’ ชนิดที่ทำให้เราและซารุกาวะได้แต่คิดว่า ‘มันเกี่ยวกันได้ไงวะ’ ไม่ว่าคุณจะชอบกินเผ็ดหรือไม่ รับรองว่าเมนูในเรื่องจะทำให้ท้องร้องจ๊อกๆ แน่นอน (ยิ่งถ้าคุณเป็นแฟนอาหารรสจัดบอกเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้คือสวรรค์!) นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว The Way of The Hot &#38; Spicy ยังเต็มไปด้วยอารมณ์ขันของมนุษย์เงินเดือนที่ต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานใหม่ๆ ด้วยใจเปิดกว้าง การได้เห็นซารุกาวะ (ที่เราขอเรียกว่ามนุษย์กินจืด) ค่อยๆ เพิ่มพริกทีละเม็ดให้ชีวิตเข้าสู่ ‘วิถีเผ็ดแซบร้อน’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/album-recommend-foodseriesandmovie/">อ่าห์ ดูแล้วหิวจัง รวม 7 หนังและซีรีส์อาหารชวนท้องร้อง หัวใจพองโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-08-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148029" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-08-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-08-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-08-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-08-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-08-1-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-08-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-08-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-08-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-08-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>มีคนเคยบอกว่าถ้ากำลังหดหู่หรือหมดไฟ ลองหยุดทำ<span style="display: none;"> ซีรีส์อาหาร </span>ทุกอย่างแล้วไปหาอะไร<a href="https://adaymagazine.com/category/style/food/%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">อร่อยๆ</a> กินก่อน หลายครั้งเรื่องวุ่นวายใจไม่ว่าใหญ่แค่ไหน แค่เห็นของที่อยากกินอยู่ตรงหน้า ปัญหาที่เรามีนั้นก็ดูเล็กลง</p>



<p>แม้เราไม่ได้จะกินของที่อยากกินทุกวัน แต่บางทีแค่เห็นคนอื่นกินก็มีความสุขแล้ว ในลิสต์นี้เราจึงอยากแนะนำ 7 หนังและซีรีส์เกี่ยวกับการกิน! กิน! กิน! และกิน! ที่นอกจากจะช่วยให้เจริญอาหารแล้วยังช่วยปลอบประโลมหัวใจที่เหี่ยวเฉาให้พองโตขึ้นมาด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-01-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148027" width="840" height="840" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-01-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-01-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-01-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-01-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-01-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-01.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-01-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-01-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-01-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-01-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">The Way Of The Hot &amp; Spicy (2021)</h3>



<p>เคนตะ ซารุกาวะ เซลส์ขายเครื่องดื่มชาวโอซาก้าที่เพิ่งย้ายมาทำงานสาขาโตเกียวพบว่าเพื่อนร่วมงานของเขาทุกคน (รวมไปถึงหัวหน้า) ชอบกินอาหารเผ็ดมาก และมักชวนกันไปหาร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ดในเมืองเป็นประจำ ความเวียร์ดกว่านั้นคือทุกครั้งที่กินอาหารรสจัดจ้าน พวกเขาจะได้ข้อคิดการทำงานอันแปลกประหลาดซึ่งเรียกมันว่า ‘วิถีเผ็ดแซบร้อน’ ชนิดที่ทำให้เราและซารุกาวะได้แต่คิดว่า ‘มันเกี่ยวกันได้ไงวะ’</p>



<p>ไม่ว่าคุณจะชอบกินเผ็ดหรือไม่ รับรองว่าเมนูในเรื่องจะทำให้ท้องร้องจ๊อกๆ แน่นอน (ยิ่งถ้าคุณเป็นแฟนอาหารรสจัดบอกเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้คือสวรรค์!) นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว <a href="https://www.youtube.com/watch?v=D6g69lg0U9o" target="_blank" rel="noreferrer noopener">The Way of The Hot &amp; Spicy</a> ยังเต็มไปด้วยอารมณ์ขันของมนุษย์เงินเดือนที่ต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานใหม่ๆ ด้วยใจเปิดกว้าง การได้เห็นซารุกาวะ (ที่เราขอเรียกว่ามนุษย์กินจืด) ค่อยๆ เพิ่มพริกทีละเม็ดให้ชีวิตเข้าสู่ ‘วิถีเผ็ดแซบร้อน’ เป็นอะไรที่ทั้งตลก น่ารัก น่าเห็นใจ และเอาใจช่วยไปพร้อมๆ กัน</p>



<p>ถ้าคุณอยากรู้ว่าการกินยำวุ้นเส้นสุดเผ็ดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่ยังไง หรือเต้าหู้หม่าโผหุบเขานรกช่วยให้ซารุกาวะขายเครื่องดื่มกับลูกค้าสุดเขี้ยวได้ยังไง ไปหาคำตอบใน Netflix ได้เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-02-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148028" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-02-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-02-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-02-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-02-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-02-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-02.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-02-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-02-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-02-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-02-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">What Did You Eat Yesterday? (2019)</h3>



<p>ซีรีส์ว่าด้วยเรื่องราวของชิโระและเคนจิ คู่รักชายรักชายที่อาศัยอยู่ด้วยกันและต้องประคับประคองความสัมพันธ์ในบ้านเมืองที่คู่เกย์ยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก ซึ่งตัวซีรีส์เก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในความสัมพันธ์ของคู่รักเพศเดียวกันอย่างเข้าอกเข้าใจ เราจะได้เห็นทั้งความหวานชื่นและขื่นขมผ่านสถานการณ์ บทสนทนา และตัวละครหลากหลายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของทั้งคู่</p>



<p>ซีรีส์อาหารส่วนใหญ่มักให้ตัวละครไปตกหลุมรักเมนูใหม่ๆ นอกบ้าน แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะ <a href="https://www.youtube.com/watch?v=XzJsZcVYmF4" target="_blank" rel="noreferrer noopener">What Did You Eat Yesterday</a> ยั่วเราด้วยเซตกับข้าว home cook ฝีมือชิโระที่ทำจากวัตถุดิบราคาสุดคุ้มแต่หน้าตาน่ากินไม่แพ้เมนูในภัตตาคารดัง และเพราะเป็น home cook ทั้งวัตถุดิบ อาหาร และวิธีการทำ จึงดูเป็นมิตรและชวนทำตามมากกว่าซีรีส์เรื่องอื่นๆ</p>



<p>เชื่อว่าหลังดูจบหลายคนจะหลงรักฝีมือการทำอาหารของชิโระ รวมทั้งคนกินสุดร่าเริงอย่างเคนจิ เผลอๆ จะจดสูตรอาหารมาทำตามไปจนถึงขั้นกดเอฟเครื่องครัวตามชิโระเลยก็ได้ เพราะพูดก็พูดเถอะ เครื่องครัวในเรื่องน่ะนุบนิบน่าใช้สุดๆ!</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-03-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148031" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-03-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-03-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-03-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-03-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-03-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-03.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-03-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-03-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-03-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-03-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">Samurai Gourmet (2017)</h3>



<p>นี่คือเรื่องจริงกึ่งเซอร์เรียลของคุณลุงคาซุมิ มนุษย์เงินเดือนวัย 60 ที่เพิ่งเกษียณอายุจากกงานมาหมาดๆ และได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระในที่สุด เป้าหมายของเขาคือการออกไปกินอาหารเลิศรสที่อยากกินในช่วงเวลาที่เดิมทีจะต้องนั่งทำงานงกๆ อยู่ในออฟฟิศ อ่าห์ เรานี่มันเหมือนซามูไรไร้นายที่ไม่ต้องรับใช้ใครแล้วจริงๆ (คุณลุงคิดในใจ)</p>



<p>เชื่อว่าใครได้ดู <a href="https://www.youtube.com/watch?v=r8lvlgu8Qa4" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Samurai Gourmet</a> ก็คงจะหลงรักคุณลุงคาซูมิ เพราะบุคลิกเป็นมิตร ขี้เกรงอกเกรงใจ และช่างสรรหาของกินยั่วน้ำลายมานำเสนอ นอกจากเรื่องของกินที่ทำให้เราอยากจะจองตั๋วไปญี่ปุ่นซะพรุ่งนี้เลย ซีรีส์เรื่องนี้ยังมีกิมมิกพี้ยนๆ อย่างการ ‘คิดในใจ’ ของลุงคาซูมิในสถาณการณ์อันน่าอึดอัด เช่น การกินอาหารในร้านหรูทำให้ไม่กล้าซดเส้นสปาเกตตี้เสียงดัง การเจอร้านอาหารที่ไม่ใส่ใจลูกค้าสุดๆ หรือการไม่กล้าสั่งเบียร์ตั้งแต่หัววัน ซึ่งสร้างเสียงหัวเราะและทำให้เราเอาใจช่วยคุณลุงสุดๆ</p>



<p>เรื่องนี้ดูง่ายและสั้นมาก (ตอนละประมาณ 15 นาทีเท่านั้น) เหมาะกับการดูไปกินข้าวไปเป็นที่สุด ใครจะตามไปดูขอเตือนไว้ก่อนว่าตอน ’ปลาแมคเคอเรลยามเช้า’ เป็นตอนที่ดูแล้วดีต่อใจเป็นภัยต่อความหิวสุดๆ หาอะไรรองท้องก่อนดูสักนิดน่าจะดี</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-05-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148235" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-05-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-05-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-05-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-05-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-05-1-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-05-1.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-05-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-05-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-05-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-05-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">Life Is Fruity (2016)</h3>



<p>สารคดีที่เล่าเรื่องของ<a href="https://www.youtube.com/watch?v=TYYesR1hYi0" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ชูอิจิ สึบาตะ</a> สถาปนิกวัย 90 ปี กับฮิเดโกะ ภรรยาวัย 87 ที่ใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเล็กๆ ที่ชูอิจิออกแบบเอง โดยทั้งคู่มีความฝันที่อยากจะสร้างสถาปัตยกรรมชิ้นสุดท้ายให้เป็นที่พักกายพักใจของผู้คนก่อนตนจะจากโลกนี้ไป ซึ่งถึงแม้แก่นของเรื่องจะว่าด้วยสถาปัตยกรรมของชูอิจิเป็นหลัก แต่ฮิเดโกะก็เป็นเหมือนกองสนับสนุนที่ดูแลชูอิจิอย่างรู้ใจด้วยพืชผล ผักสด และอาหารที่ประกอบจากวัตถุดิบในรั้วบ้าน</p>



<p>ใครที่เคยฝันถึงชีวิตบั้นปลายแสนสงบสุข ภาพของชูอิจิและฮิเดโกะอาจเป็นสิ่งที่คุณคิดไว้ในหัว ระหว่างดูคุณจะได้ยิ้มและน้ำตาซึมไปกับความอบอุ่นใจดีของทั้งคู่ที่ทำให้ความร่วงโรยดูเป็นเรื่องไม่น่ากลัว กลับกัน เราอาจได้ตระหนักถึงความไม่แน่นอนของชีวิต</p>



<p>สำหรับคนที่เติบโตมาในประเทศไทยอย่างเรา สิ่งที่กระทบใจเป็นพิเศษคือการได้เห็นภาพบ้านเมืองที่สนับสนุนคนสูงอายุให้ใช้ชีวิตด้วยตนเองและทำสิ่งที่ตัวเองรักได้ อย่างชูอิจิที่มีส่วนร่วมกับการออกแบบผังเมืองของบ้านเกิด และฮิเดโกะที่สามารถออกไปตลาดปลาได้เองด้วยการคมนาคมที่ออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้งานทุกคน สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้ว่าความชราภาพไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเมื่อคุณอยู่ในประเทศพัฒนาแล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-04-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148033" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-04-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-04-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-04-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-04-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-04-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-04.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-04-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-04-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-04-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-04-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">Fresh, Fried and Crispy (2021)</h3>



<p>โยนอาหารออร์แกนิกที่ดีต่อสุขภาพทิ้งไป มาดูอาหารที่กินแล้วไขมันจะอุดตันกันบ้าง เพราะนี่คือรายการอาหารที่ Daym Drops นักวิจารณ์อาหารและยูทูบเบอร์ชื่อดัง จะชวนทุกคนไปกินของทอดแสนอร่อยทั่วอเมริกา!</p>



<p>เมนูกูร์เมต์คอร์นด็อก, โอรีโอทอด, ราวิโอลีทอด, เกี๊ยวปูทอดจิ้มซอสเผ็ด, แซนวิชปูทอดขนาดมหึมา ฯลฯ คงไม่ใช่เมนูแนะนำจากคุณหมอโรคไขมัน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารชุ่มน้ำมันเหล่านี้คือจานโปรดของใครหลายคน <a href="https://www.youtube.com/watch?v=Cuaz6QaGdoE" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Fresh, Fried and Crispy</a> จะพาเหล่าของทอดเลิฟเวอร์ไปรู้จักสุดยอดอาหารทอดในร้านสตรีทฟู้ดข้างทางจนถึงภัตตาคารหรู เจาะลึกถึงความเป็นมาของแต่ละเมนูและความป๊อปปูลาร์ของมันที่ส่งผลต่อผู้คนในย่าน</p>



<p>รับรองความสนุกแต่ไม่รับรองว่าปากจะว่าง เพราะเชื่อเถอะว่าคุณจะอยากสั่งไก่ทอดหรือเฟรนช์ฟรายส์มากินระหว่างดูแน่ๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-06-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148034" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-06-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-06-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-06-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-06-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-06-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-06.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-06-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-06-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-06-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-06-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">Chef (2014)</h3>



<p>เหมือน Jon Favreau คิดจะพักจากหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลด้วยการทำหนังฟีลกู๊ดบ้านๆ สักเรื่องดีกว่า และเขารู้จัก Robert Downey Jr. กับ Scarlett Johansson อยู่แล้ว ลองชวนมาแจมกับหนังสเกลเล็กๆ หน่อยละกัน ความคิดนั้นคลุกเคล้าออกมาเป็นหนังเรื่อง <a href="https://www.youtube.com/watch?v=FF_rYNupPwg" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Chef</a> ว่าด้วยเชฟฝีมือเยี่ยม (นำแสดงและกำกับเองโดย Jon Favreau) ที่ชีวิตเปลี่ยนจากเชฟภัตตาคาร สู่การขายอาหารบนฟู้ดทรักของตัวเอง</p>



<p>แม้จะมีดาราใหญ่เต็มไปหมด แต่ Chef ก็เป็นหนังสเกลกะทัดรัดที่เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ-ลูกผ่านการทำอาหารและผจญภัยไปทั่วอเมริกาบนรถฟู้ดทรัก ซึ่งระหว่างทางนั้น ทั้งคู่ต่างเติมเต็มสิ่งที่อีกฝ่ายขาดหายและเรียนรู้ชีวิตที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบของกันและกัน</p>



<p>พ้นไปจากเมนูอาหารธรรมดาๆ แต่น่ากิน <em>Chef</em> คือหนังฟีลกู๊ดที่มอบความบันเทิงแบบถึงแก่น เพราะมันเต็มไปด้วยสถานการณ์คับขันชวนลุ้นและตัวละครที่มีเสน่ห์ แอบกระซิบว่าการได้เห็นดาราเบอร์ใหญ่อย่าง Jon Favreau (Happy Hogan ใน <em>Iron Man</em>), Robert Downey Jr. (<em>Iron Man</em>) และ Scarlett Johansson (<em>Black Widow</em>) มารับบทเล็กๆ เป็นคนธรรมดา ไม่ต้องกู้โลกบ้าง ก็เป็นภาพแปลกตาไม่น้อยเลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-07-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148035" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-07-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-07-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-07-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-07-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-07-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-07.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-07-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-07-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-07-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/TypeFB_recommended-07-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">The Hundred-Foot Journey (2014)</h3>



<p>จะเป็นยังไงถ้า<a href="https://www.youtube.com/watch?v=MWo67uhzoQg" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ร้านอาหารที่ต่างกันสุดขั้ว</a>มาเปิดอยู่ตรงข้ามกัน? นี่คือหนังว่าด้วยเรื่องราวของฮัตซัน ขายหนุ่มชาวอินเดียที่ทั้งครอบครัวลี้ภัยการเมืองมาเปิดร้านอาหารอินเดียดั้งเดิมอยู่ในฝรั่งเศส แต่ดันมาเปิดอยู่ตรงข้ามกับภัตตาคารฝรั่งเศสไฮโซของมาดามมัลลอนรี่ เชฟสุดเนี้ยบที่ไม่ชอบความอึกกะทึกครึกโครมของร้านอาหารอินเดียสุดๆ</p>



<p>แม้จะชูโรงด้วยประเด็นการแข่งขัน แต่ความขัดแย้งของสองร้านอาหารถูกเล่าอย่างมีอารมณ์ขัน เต็มไปด้วยชั้นเชิงและเทคนิคของคนทำหนังที่สนุกสนาน (ฉาก long take สวยสุดๆ) ไหนจะตัวละครที่มีเสน่ห์ และฉากหลังของชนบทฝรั่งเศสที่น่าจดจำสุดๆ ส่วนผสมอันลงตัวเหล่านี้ทำให้หนังออกรส ‘อร่อย’ เหลือเชื่อ</p>



<p>และแน่นอน ใครที่ได้ดูคงต้องร้องอยากกินทั้งอาหารอินเดียและฝรั่งเศสแน่ ยิ่งถ้าได้ปั่นจักรยานไปกินใต้ต้นไม้ริมแม่น้ำชิลล์ๆ เหมือนที่ฮัตซันทำก็คงอร่อยขึ้นอีกเป็นกอง</p>


<div style="display: none;">
<h2> q ซีรีส์อาหาร </h2>
<h3> w ซีรีส์อาหาร </h3>
<h2> e ซีรีส์อาหาร </h2>
<h3> r ซีรีส์อาหาร </h3>
</div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/album-recommend-foodseriesandmovie/">อ่าห์ ดูแล้วหิวจัง รวม 7 หนังและซีรีส์อาหารชวนท้องร้อง หัวใจพองโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แง่งามตามจริงของแลนด์มาร์กใน &#8216;เกียวโต&#8217; เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/kyoto-japan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นวภัทร์ นาวาเจริญ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 Aug 2020 12:38:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เกียวโต]]></category>
		<category><![CDATA[โอซาก้า]]></category>
		<category><![CDATA[journey]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[จากทางบ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=107188</guid>

					<description><![CDATA[<p>เกียวโต เราเตร็ดเตร่อยู่ในแสงสีของโอซาก้ามา 3 วัน ต่อให้เป็นเมืองที่ใฝ่ฝันจะมาแค่ไหนก็มีเบื่อกันบ้าง เรารู้ใจตัวเองตั้งแต่ก่อนมาแล้ว เลยวางแผนไว้ว่าการมาญี่ปุ่นครั้งนี้ต้องมีวันหนึ่งที่เราจะเดินทางออกต่างจังหวัดอย่างเกียวโตแบบไปเช้าเย็นกลับเพื่อตัดเลี่ยน วันที่ 4 ของการเดินทาง เราและแฟนนั่งรถไฟออกจากโอซาก้ามุ่งสู่เกียวโตแต่เช้า ในใจเห็นภาพตัวเองอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวร่มรื่น ลมเย็นพัดโชยลูบไล้ใบหน้า บรรยากาศน่ารักของต่างจังหวัดปลอดผู้คน พักสายตาจากแสงสีของตัวเมืองโอซาก้า โดยลืมนึกไปว่าเรากำลังหนีจากที่เที่ยวที่แมสที่สุดของโอซาก้าไปยังที่เที่ยวที่แมสที่สุดของเกียวโต… ยิ่งไกลออกจากโอซาก้า ความเป็นต่างจังหวัดในอุดมคติ (ของเราเอง) ยิ่งยึดครองทิวทัศน์ที่นอกหน้าต่าง เราเห็นบ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อยท่ามกลางทุ่งนากว้าง ดูน่ารักน่าชังเหมือนในหนังญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคย ความตื่นเต้นมากขึ้นทุกขณะที่รถไฟวิ่งไปข้างหน้า จนกระทั่งเกียวโตใกล้เข้ามา ค่อยๆ แทนที่ด้วยตึกรามและความเจริญ แล้วความคิดหนึ่งก็เข้ามาในหัว เกียวโตมันจะเป็นต่างจังหวัดในอุดมคติได้ยังไงในเมื่อมันเคยเป็นเมืองหลวง สำหรับเรา เกียวโตคือความลงตัวระหว่างความเจริญสมัยใหม่กับบ้านเมืองดั้งเดิม การคมนาคมในเกียวโตสะดวกสบายเช่นเดียวกับเมืองใหญ่อื่นๆ ของญี่ปุ่น ในขณะที่ยังอนุรักษ์บ้านเรือนเก่าแก่ไว้มากมาย และที่ดีที่สุดคือเมืองหลวงเก่านี้ยังเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวจำนวนมาก เพราะทั้งเมืองอยู่ท่ามกลางหุบเขา เมื่อมาถึงสถานีเกียวโต เราเปลี่ยนรถไปยังสถานี Umahori และเดินต่ออีกเล็กน้อยไปสถานี Kameoka Torokko เพื่อนั่งรถไฟสายโรแมนติก เส้นทางรถไฟชมวิวธรรมชาติยอดฮิตที่วิ่งจากสถานี Kameoka Torokko ถึงสถานี Arashiyama Torokko สถานี Kameoka Torokko เป็นทุ่งนาโล่งกว้างใกล้หุบเขาและแม่น้ำ อากาศช่วงสิงหาคมใบไม้ยังไม่แดงทำให้สีเขียวสดชื่นแผ่กว้างไปทุกที่ วันที่เราไปถึงเมฆหนาครึ้มแต่ฟ้าก็เป็นใจทำให้ฝนไม่ตกเลยจนเรากลับถึงโอซาก้า หลังจากกลับมาแล้ว เราคิดว่าเราชอบทุ่งนาและคูน้ำรอบสถานี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kyoto-japan/">แง่งามตามจริงของแลนด์มาร์กใน &#8216;เกียวโต&#8217; เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;"> เกียวโต </span><br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107525" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/01-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/01-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107526" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/02-1-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/02-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/02-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/02-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/02-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/02-1-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเตร็ดเตร่อยู่ในแสงสีของโอซาก้ามา 3 วัน ต่อให้เป็นเมืองที่ใฝ่ฝันจะมาแค่ไหนก็มีเบื่อกันบ้าง เรารู้ใจตัวเองตั้งแต่ก่อนมาแล้ว เลยวางแผนไว้ว่าการมา<a href="https://adaymagazine.com/search/%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99" target="_blank" rel="noopener">ญี่ปุ่น</a>ครั้งนี้ต้องมีวันหนึ่งที่เราจะเดินทางออกต่างจังหวัดอย่างเกียวโตแบบไปเช้าเย็นกลับเพื่อตัดเลี่ยน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันที่ 4 ของการเดินทาง เราและแฟนนั่งรถไฟออกจากโอซาก้ามุ่งสู่เกียวโตแต่เช้า ในใจเห็นภาพตัวเองอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวร่มรื่น ลมเย็นพัดโชยลูบไล้ใบหน้า บรรยากาศน่ารักของต่างจังหวัดปลอดผู้คน พักสายตาจากแสงสีของตัวเมืองโอซาก้า </span><span style="font-weight: 400;">โดยลืมนึกไปว่าเรากำลังหนีจากที่เที่ยวที่แมสที่สุดของโอซาก้าไปยังที่เที่ยวที่แมสที่สุดของเกียวโต…</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107527" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/03-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/03-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/03-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/03-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/03-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/03-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/03-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/03-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไกลออกจากโอซาก้า ความเป็นต่างจังหวัดในอุดมคติ (ของเราเอง) ยิ่งยึดครองทิวทัศน์ที่นอกหน้าต่าง เราเห็นบ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อยท่ามกลางทุ่งนากว้าง ดูน่ารักน่าชังเหมือนในหนังญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคย ความตื่นเต้นมากขึ้นทุกขณะที่รถไฟวิ่งไปข้างหน้า จนกระทั่งเกียวโตใกล้เข้ามา ค่อยๆ แทนที่ด้วยตึกรามและความเจริญ แล้วความคิดหนึ่งก็เข้ามาในหัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกียวโตมันจะเป็นต่างจังหวัดในอุดมคติได้ยังไงในเมื่อมันเคยเป็นเมืองหลวง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107528" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/04-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/04-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/04-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/04-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/04-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/04-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/04-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/04-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเรา เกียวโตคือความลงตัวระหว่างความเจริญสมัยใหม่กับบ้านเมืองดั้งเดิม การคมนาคมในเกียวโตสะดวกสบายเช่นเดียวกับเมืองใหญ่อื่นๆ ของญี่ปุ่น ในขณะที่ยังอนุรักษ์บ้านเรือนเก่าแก่ไว้มากมาย และที่ดีที่สุดคือเมืองหลวงเก่านี้ยังเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวจำนวนมาก เพราะทั้งเมืองอยู่ท่ามกลางหุบเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมาถึงสถานีเกียวโต เราเปลี่ยนรถไปยังสถานี Umahori และเดินต่ออีกเล็กน้อยไปสถานี Kameoka Torokko เพื่อนั่งรถไฟสายโรแมนติก เส้นทางรถไฟชมวิวธรรมชาติยอดฮิตที่วิ่งจากสถานี Kameoka Torokko ถึงสถานี </span><span style="font-weight: 400;">Arashiyama Torokko</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107529" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/05-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/05-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/05-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/05-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/05-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/05-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/05-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/05-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107530" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/06-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/06-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/06-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/06-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/06-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/06-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/06-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/06-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107531" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/07-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/07-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/07-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/07-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/07-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/07-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/07-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/07-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107532" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/08-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/08-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถานี Kameoka Torokko เป็นทุ่งนาโล่งกว้างใกล้หุบเขาและแม่น้ำ อากาศช่วงสิงหาคมใบไม้ยังไม่แดงทำให้สีเขียวสดชื่นแผ่กว้างไปทุกที่ วันที่เราไปถึงเมฆหนาครึ้มแต่ฟ้าก็เป็นใจทำให้ฝนไม่ตกเลยจนเรากลับถึงโอซาก้า หลังจากกลับมาแล้ว เราคิดว่าเราชอบทุ่งนาและคูน้ำรอบสถานี Kameoka Torokko ไม่แพ้วิวบนรถไฟสายโรแมนติกเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รถไฟรอบ 10 โมงกำลังจะออก แต่บรรยากาศสงบเงียบรอบสถานีทำให้เราไม่อยากรีบจากไป เราจองรถไฟรอบถัดไปเป็นคู่แรก ทำให้ได้ที่นั่งติดหน้าต่างในตู้หน้าสุดซึ่งเป็นตู้กึ่งเอาต์ดอร์ พนักงานขายตั๋วแนะนำว่าเป็นที่นั่งที่ดีที่สุดในขบวน </span><span style="font-weight: 400;">ก่อนขึ้นรถไฟเราจึงมีเวลาเดินเล่นรอบสถานีพักใหญ่ และกินราเม็งในร้านของสถานีที่ถ้าพูดอย่างจริงใจคือไม่ได้อร่อยมากมายอะไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107533" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/09-1024x768.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/09-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/09-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/09-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/09-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://www.kyotostation.com/the-sagano-romantic-train/" target="_blank" rel="noopener">รถไฟสายโรแมนติก</a>คือหนึ่งในที่เที่ยวที่แมสที่สุดของเกียวโต ถึงแม้สิงหาคมจะไม่ใช่จุดพีคของฤดูท่องเที่ยว แต่จำนวนคนมาใช้บริการก็ทำให้ความโรแมนติกของรถไฟลดลงไปโข โชคดีที่เราได้ที่นั่งดี ทำให้การมองออกไปเห็นวิวสองข้างทางแบ่งเบาความแออัดในขบวนรถได้บ้าง เมื่อรถไฟวิ่งออกจากสถานี ผู้โดยสารเริ่มลุกขึ้นหามุมถ่ายรูปสลับข้างกันไปมา และถ้าจะแนะนำ เราว่าควรนั่งทางซ้ายของขบวน (ถ้าเริ่มสถานีแรกที่สถานี Kameoka Torokko) เราคิดว่าเห็นวิวเยอะกว่าฝั่งขวาประมาณหนึ่ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107534" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-9-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-9-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107535" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/11-7-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/11-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/11-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/11-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/11-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/11-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/11-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/11-7-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107536" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-8-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-8-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-8-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-8-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-8-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/12-8-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107537" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/13-9-1024x732.jpg" alt="" width="1024" height="732" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/13-9-1024x732.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/13-9-300x214.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/13-9-768x549.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/13-9-600x429.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รถไฟลัดเลาะไปตามหุบเขาเคียงคู่ไปกับชาวล่องแก่งในแม่น้ำด้านล่าง (ซึ่งน่าสนใจทีเดียวถ้าเราได้มาอีกรอบ) รถไฟวิ่งแหวกอากาศอย่างไม่รีบร้อนทำให้ทั้งตู้โดยสารปะทะลมเย็นสบาย ไม่นานนักเมื่อใกล้ถึงสถานีปลายทาง เจ้าหน้าที่บนรถไฟคว้าไมค์ประกาศบางอย่างกับผู้โดยสารและจบลงด้วยการร้องเพลง เราไม่เคยฟังคนญี่ปุ่นร้องเพลงญี่ปุ่นสดมาก่อนจึงเซอร์ไพรส์ทีเดียว เพลงจบพอดีกับที่รถไฟจอด รถไฟสายโรแมนติกของเราจึงโรแมนติกที่สุดตอนมันถึงสถานีปลายทางนี่เอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107539" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-7-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-7-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-7-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-7-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-7-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/15-7-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107540" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/16-8-768x1024.jpg" alt="" width="768" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/16-8-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/16-8-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/16-8-600x800.jpg 600w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107541" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/17-5-768x1024.jpg" alt="" width="768" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/17-5-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/17-5-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/17-5-600x800.jpg 600w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราลงจากรถไฟที่สถานี </span><span style="font-weight: 400;">Arashiyama Torokko </span><span style="font-weight: 400;">แล้วตั้งต้นเดินเท้าเที่ยว</span><span style="font-weight: 400;">ไปยังวัดโจยักโกแบบไม่ได้วางแผนไว้ หลังจากเสียค่าเข้าเล็กน้อยที่ทางเข้า เราพบว่าในวัดเงียบสงบมากและเต็มไปด้วยต้นเมเปิล มอส และต้นไม้อื่นๆ ขึ้นหนาแน่นปกคลุมทั่วบริเวณ ในวัดยังมีทางเดินหินคดเคี้ยวที่สามารถเดินขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อเห็นวิวเกียวโตมุมกว้างได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และราวกับไม่มีบุญ สิ่งเดียวที่เราไม่เจอในวัดโจยักโกคือพระสงฆ์หรือพระพุทธรูปสักองค์ เพราะทุกอาคารในวัดปิดประตูไว้และเราไม่กล้าเปิดเข้าไป (ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะเป็นปกติของวัดอยู่แล้วก็ได้)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-107542 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-5-1024x683.jpg" alt="เกียวโต" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเดินออกจากวัดโจยักโกเพื่อไปสะพานโทเง็ตสึเคียว โดยเดินผ่านเส้นทางป่าไผ่ (อีกหนึ่งความแมส) ทางเดินป่าไผ่ไม่ยาวมาก ทำให้การหามุมถ่ายรูปต้องเร็วและอาศัยการหลบหลีกคนประมาณหนึ่ง ตอนนี้เวลาบ่ายแล้ว เราและแฟนเริ่มหิวทำให้ไม่ได้แวะถ่ายรูปนานนัก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-107543 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-6-1024x683.jpg" alt="เกียวโต" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-107544 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-4-1024x683.jpg" alt="เกียวโต" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเดินออกจากป่าไผ่ผ่านย่านการค้ามาถึงสะพานโทเง็ตสึเคียว วิวแม่น้ำและภูเขารอบสะพานเหมือนหนังคนละม้วนกับทางเดินที่เราผ่านมา ขณะที่ทางเดินผ่านป่าไผ่โอบล้อมด้วยร่มเงาต้นไม้ สะพานโทเง็ตสึเคียวตัดข้ามแม่น้ำโอบล้อมด้วยท้องฟ้าและหุบเขา เราเดินชมวิวสบายๆ สักพักแล้วเดินกลับไปสุ่มหาร้านอาหารในย่านการค้าที่อยู่ติดกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-107545 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/21-5-1024x683.jpg" alt="เกียวโต" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/21-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/21-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/21-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/21-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/21-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/21-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/21-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเจอร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ ที่หน้าร้านสวยกว่าด้านในมาก จบลงด้วยการที่เราได้กินข้าวไก่คาราเกะที่อร่อยที่สุดในชีวิต และแฟนเราได้กินซุปอูด้งหวานเจี๊ยบ ไม่อร่อยเลย </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-107546 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/22-3-1024x683.jpg" alt="เกียวโต" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/22-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/22-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/22-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/22-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/22-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/22-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/22-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากอิ่มหนำ เรานั่งรถไฟมาถึงศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ หรือศาลเจ้าแดง ศาลเจ้าจิ้งจอก (แล้วแต่จะเรียก) อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่มีภาพจำคือประตูโทริอิสีแดงเรียงรายเป็นซุ้มประตูทางเดินวนขึ้นไปบนเขา แน่นอน ที่ตีนเขาคนมาเที่ยวกราบไหว้เทพเจ้าอินาริกันคับคั่ง แต่ยิ่งเดินขึ้นเขาสูงเท่าไหร่คนกลับยิ่งบางตาลงเท่านั้น เราและแฟนเดินมาถึงศาลเจ้าที่อยู่กลางทางก่อนจะตัดสินใจแยกกันเดินเพราะความเหนื่อยจู่โจม สุดท้ายเราตัดสินใจเดินขึ้นเขาต่อไปคนเดียวเพราะอยากขึ้นให้ถึงยอดเขาที่อยู่ไม่ไกล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ไกลก็แย่แล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-107547 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/23-2-1024x683.jpg" alt="เกียวโต" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/23-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/23-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/23-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/23-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/23-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/23-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/23-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งเดินสูงขึ้นไปคนยิ่งน้อยลงจาก 20 เหลือ 15 10 จนเหลือไม่ถึง 5 คน คือเราและนักท่องเที่ยวกลุ่มเล็กๆ อีกกลุ่ม ฟ้าเริ่มมืดเร็วกว่าปกติเพราะรอบๆ มีแต่ป่า สมาชิกที่เหลือบนทางเดินล้อมวงอยู่รอบป้ายบอกทางและพบว่า (อย่างน้อยก็เราเองที่พบว่า) เราเพิ่งเดินมาได้ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไม่ได้ใกล้คำว่ากลางทาง ถ้าจะขึ้นให้ถึงยอดคงอีก 1-2 ชั่วโมงและคงมืดแล้ว โอเค ลงเถอะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยอมรับว่าผิดหวังไม่น้อยเพราะเราตั้งใจมากว่าจะขึ้นให้ถึงยอด (ดรามาติกขนาดน้ำตาซึมเล็กน้อย) เราเดินลงมาที่ตีนเขาแข่งกับความมืด ผ่านป่า ศาลเจ้า และสุสาน ก่อนจะพบว่าศาลเจ้าจิ้งจอกมีอะไรรอเซอร์ไพรส์เราอยู่ข้างทาง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107548" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/24-3-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/24-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/24-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/24-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/24-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/24-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/24-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/24-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หายเหนื่อยแล้วล่ะ เจอเทพเจ้าจิ๋ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-107549 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-3-1024x768.jpg" alt="เกียวโต" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-3-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-3-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-3-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-3-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107550" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-4-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอออกมาจากป่า ฟ้ากลับสว่างขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ใกล้จะมืดแล้วอยู่ดี แลนด์มาร์กสุดท้ายของเราคือย่านกิออน แหล่งเกอิชาของเกียวโต แต่วันที่เราไปถึงกิออนกลับไม่ได้คึกคักอย่างที่คิด เวลาและความเหนื่อยทำให้เราเดินเล่นไม่นาน สิ่งที่เราได้จากกิออนจริงๆ คือได้เรียนรู้ว่าวัฒนธรรมและมารยาทการกินอาหารในคาเฟ่รวมถึงร้านอาหารอื่นๆ ของญี่ปุ่น คือมากี่คนต้องสั่งเท่านั้น ไม่มีการสั่งบิงซูชาเขียวถ้วยใหญ่มาแบ่งกันกิน มาสองคนต้องสั่งสองอย่างล่ะ จะมาทำแบบที่ไทยไม่ได้นะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107551" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/27-3-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/27-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/27-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/27-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/27-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/27-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/27-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/27-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-107552 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/28-1-768x1024.jpg" alt="เกียวโต" width="768" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/28-1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/28-1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/28-1-600x800.jpg 600w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรากลับมาถึงโอซาก้าตอนฟ้ามืดแล้ว ในที่สุดฟ้าที่อึมครึมตลอดทั้งวันก็ปล่อยฝนตกลงมาจนได้ เราวิ่งตากฝนเข้าร้านเนื้อย่างแห่งหนึ่งที่ต้อนรับเราอย่างอบอุ่นแบบคนญี่ปุ่น แถมเนื้อย่างยังอร่อยชนิดแสงพุ่งออกจากปาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเดินทางไปแลนด์มาร์กที่ไม่อินดี้ที่สุดของเกียวโตจบลงด้วยดี แม้จะเป็นสถานที่ยอดนิยม ไม่มีบาร์หลืบ ไม่มีคาเฟ่ลับ ไม่มีอะไรที่ผู้คนไม่เคยไป แต่มันยังมีแง่งามบางอย่างให้เราเก็บเกี่ยวกลับไปได้ แม้ในสถานที่ที่โด่งดังที่สุดก็ยังมีมุมเล็กๆ ที่เงียบพอให้เราได้ซึมซับเสน่ห์แปลกประหลาดของมัน เสน่ห์ที่ทำให้เรารู้ว่าเราอยู่ไกลจากบ้านและโลกนี้ยังมีอีกหลายที่ให้ไปก่อนตาย สำหรับเรา เกียวโตจะเป็นความทรงจำที่ดีเสมอทั้งเส้นทางที่ไปและคนที่ไปด้วย การเดินทางไปพักสายตาของเราทำงานถูกต้อง เพราะเรากลับมามองแสงสีของโอซาก้าสวยงามอีกครั้ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-107553 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/29-2-1024x683.jpg" alt="เกียวโต" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/29-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/29-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/29-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/29-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/29-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/29-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/29-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="display: none;"> เกียวโต </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kyoto-japan/">แง่งามตามจริงของแลนด์มาร์กใน &#8216;เกียวโต&#8217; เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bird’s Eye View : เฝ้ามองนกธรรมดาด้วยสายตาที่มองเห็นธรรมชาติ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/make-a-zine-birdseyeview/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/make-a-zine-birdseyeview/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นวภัทร์ นาวาเจริญ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Jun 2018 21:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MAKE A ZINE]]></category>
		<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[ดูนก]]></category>
		<category><![CDATA[นกในเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สวนรถไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[BIRD'S EYE VIEW]]></category>
		<category><![CDATA[make a zine]]></category>
		<category><![CDATA[สุภัชญา เตชะชูเชิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/make-a-zine-birdseyeview/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายครั้งที่ชีวิตในเมืองใหญ่ทำให้เราห่างหายไปจากธรรมชาติ หลายครั้งเราบำบัดตัวเองด้วยพื้นที่สีเขียวในเมืองกรุง หลายครั้งเราได้สัมผัสความเงียบสงบกับสายลมอ่อนที่ปะทะใบหน้า หลายครั้งเราได้ยินเสียงเล็กๆ เจื้อยแจ้วคลอเคลียไปกับสายลมบนกิ่งไม้ แต่จะมีกี่ครั้งที่เราจะสังเกตต้นตอของเสียงเหล่านั้นอย่างใกล้ชิดผ่านเลนส์กล้องส่องทางไกล จนรับรู้ถึงความหลากหลายและการมีตัวตนอยู่ของพวกมัน กระทั่งตระหนักได้ว่าธรรมชาติไม่ได้ห่างจากเราไปไหนเลย Bird’s Eye View คือหนึ่งในกิจกรรม Make a Zine ครั้งที่ 3 ตอน ExtraOrdinary จัดโดยชาว a team การมาดูนกในครั้งนี้ทำให้ผมได้พบกับ แอน-สุภัชญา เตชะชูเชิด อีกครั้ง แอนคือนักวิจัยปริญญาเอก สาขาวิชาชีววิทยา นักอนุรักษ์รุ่นใหม่ และผู้ดูแลกลุ่มคนดูนกของเรา ช่วงเช้าของต้นเดือนมิถุนายนที่สวนรถไฟ อากาศไม่ร้อนมาก ลมพัดอ่อนๆ ให้ได้ยินเสียงหมู่ไม้และนกน้อยใหญ่ กลุ่มเล็กๆ ของเราเริ่มออกเดินทางไปตามทางเดินภายในสวน แอนแจกจ่ายกล้องส่องทางไกลและสอนวิธีใช้ให้ ในกลุ่มมีทั้งเซียนดูนกและมือสมัครเล่นที่เพิ่งได้สัมผัสประสบการณ์การดูนกเป็นครั้งแรก และผมเป็นหนึ่งในกลุ่มที่สอง แต่นกตัวแรกๆ ที่เราเห็นกลับสังเกตเห็นง่ายโดยไม่ต้องใช้กล้องส่อง ปีกขนาดใหญ่และขนดำสนิทที่คุ้นตากำลังจิกกินเศษอาหารที่โคนต้นไม้ใกล้ๆ “ธรรมดาจัง” ผมคิดในใจขณะมองอีกาซึ่งเป็นสัตว์ปีกที่สามัญมากในความคิดผม “อีกาเองก็มีหลายสายพันธุ์นะ” ความธรรมดาของอีกาในสายตาผมยังมีความพิเศษบางอย่างสำหรับแอนอยู่ “อย่างตัวนี้เป็น eastern jungle crow ปากจะเล็กกว่าอีกาทางใต้ที่มีปากหนา และการปรากฏตัวของมันยังสามารถแสดงถึงพื้นที่ที่สกปรกได้อีกด้วย” แอนอธิบายพร้อมเกร็ดความรู้ ผมเหลือบมองเศษอาหารที่โคนต้นไม้อีกครั้งอย่างเห็นภาพ “รู้ไหม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/make-a-zine-birdseyeview/">Bird’s Eye View : เฝ้ามองนกธรรมดาด้วยสายตาที่มองเห็นธรรมชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายครั้งที่ชีวิตในเมืองใหญ่ทำให้เราห่างหายไปจากธรรมชาติ</p>
<p>หลายครั้งเราบำบัดตัวเองด้วยพื้นที่สีเขียวในเมืองกรุง<br />
หลายครั้งเราได้สัมผัสความเงียบสงบกับสายลมอ่อนที่ปะทะใบหน้า<br />
หลายครั้งเราได้ยินเสียงเล็กๆ เจื้อยแจ้วคลอเคลียไปกับสายลมบนกิ่งไม้</p>
<p>แต่จะมีกี่ครั้งที่เราจะสังเกตต้นตอของเสียงเหล่านั้นอย่างใกล้ชิดผ่านเลนส์กล้องส่องทางไกล จนรับรู้ถึงความหลากหลายและการมีตัวตนอยู่ของพวกมัน กระทั่งตระหนักได้ว่าธรรมชาติไม่ได้ห่างจากเราไปไหนเลย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF4633.jpg"></p>
<p><strong>Bird’s Eye View</strong> คือหนึ่งในกิจกรรม Make a Zine ครั้งที่ 3 ตอน ExtraOrdinary จัดโดยชาว a team การมาดูนกในครั้งนี้ทำให้ผมได้พบกับ แอน-สุภัชญา เตชะชูเชิด อีกครั้ง แอนคือนักวิจัยปริญญาเอก สาขาวิชาชีววิทยา นักอนุรักษ์รุ่นใหม่ และผู้ดูแลกลุ่มคนดูนกของเรา</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF44961.jpg"></p>
<p>ช่วงเช้าของต้นเดือนมิถุนายนที่สวนรถไฟ อากาศไม่ร้อนมาก ลมพัดอ่อนๆ ให้ได้ยินเสียงหมู่ไม้และนกน้อยใหญ่ กลุ่มเล็กๆ ของเราเริ่มออกเดินทางไปตามทางเดินภายในสวน แอนแจกจ่ายกล้องส่องทางไกลและสอนวิธีใช้ให้ ในกลุ่มมีทั้งเซียนดูนกและมือสมัครเล่นที่เพิ่งได้สัมผัสประสบการณ์การดูนกเป็นครั้งแรก และผมเป็นหนึ่งในกลุ่มที่สอง แต่นกตัวแรกๆ ที่เราเห็นกลับสังเกตเห็นง่ายโดยไม่ต้องใช้กล้องส่อง ปีกขนาดใหญ่และขนดำสนิทที่คุ้นตากำลังจิกกินเศษอาหารที่โคนต้นไม้ใกล้ๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF4655.jpg"></p>
<p>“ธรรมดาจัง” ผมคิดในใจขณะมองอีกาซึ่งเป็นสัตว์ปีกที่สามัญมากในความคิดผม</p>
<p>“อีกาเองก็มีหลายสายพันธุ์นะ” ความธรรมดาของอีกาในสายตาผมยังมีความพิเศษบางอย่างสำหรับแอนอยู่ “อย่างตัวนี้เป็น eastern jungle crow ปากจะเล็กกว่าอีกาทางใต้ที่มีปากหนา และการปรากฏตัวของมันยังสามารถแสดงถึงพื้นที่ที่สกปรกได้อีกด้วย” แอนอธิบายพร้อมเกร็ดความรู้ ผมเหลือบมองเศษอาหารที่โคนต้นไม้อีกครั้งอย่างเห็นภาพ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF4714.jpg"></p>
<p>“รู้ไหม สำนวนนกกระจอกไม่ทันกินน้ำมาจากการที่นกมันผสมพันธุ์กันเร็วมาก แค่แตะๆ ก็เสร็จกิจแล้ว</p>
<p>“ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ นกยางควายจะหน้าตาเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้เลย</p>
<p>“นกตัวผู้จะสวยกว่าตัวเมียเพราะมันต้องแข่งกับตัวผู้ตัวอื่นๆ เพื่อให้ตัวเมียประทับใจ</p>
<p>“นกมีหูนะ แค่มันไม่มีใบหู ไม่งั้นมันจะได้ยินเสียงได้ยังไงล่ะ”</p>
<p>แอนพูดคุยกับกลุ่มอย่างสนุกสนานตลอดทาง ยิ่งทำให้การดูนกมีสีสันและกระตุ้นความสงสัยใคร่รู้เรื่องราวของนกแต่ละตัว ที่ตอนนี้ผมเริ่มเห็นความแตกต่างอย่างที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน หากมองอย่างถี่ถ้วนผ่านหัว คอ ขา หรือหาง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_4605.jpg"></p>
<p>ผมได้คำตอบที่หลายคนสงสัยเช่นเดียวกันว่านกในเมืองจะมีสักกี่พันธุ์ เพราะตัวที่เห็นบ่อยๆ มักจะเป็นพันธุ์เดิมๆ นกหลายชนิดที่มองอย่างผิวเผินอาจหน้าตาคล้ายกัน แต่ในความจริงถ้าขาหรือคอคนละสีก็เป็นคนละพันธุ์แล้ว “นกกระจอกก็มีทั้งนกกระจอกบ้าน นกกระจอกใหญ่ หรือนกเอี้ยงก็มีทั้งเอี้ยงด่าง นกเอี้ยงสาริกา หรือนกเอี้ยงหงอน ซึ่งแต่ละตัวอาจคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันนะ” แอนอธิบายเพิ่มและจำแนกความต่างของพวกมันอย่างเข้าใจง่ายด้วยลักษณะทางกายภาพหรือพฤติกรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_45852.jpg"></p>
<p>ตลอด 3 ชั่วโมง ผมพบเจอนกกว่า 20 สายพันธุ์ ซึ่งนกบางตัวอย่างนกเขาชวา นกกระติ๊ดขี้หมู นกกางเขนบ้าน นกปรอดหน้านวล นกเขาใหญ่ นกเอี้ยงด่าง เราอาจเห็นมาเป็นร้อยครั้งแล้วแต่เพิ่งได้รู้จักชื่อพวกมันเป็นครั้งแรก แต่นกหลากพันธุ์ที่ผมได้เห็น ย่อมมีผู้โดดเด่นเสมอ</p>
<p>‘นกตะขาบทุ่ง’ สีฟ้าสวยขนาดไม่ใหญ่มาก บินโฉบเฉี่ยวไปตามกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว สีฟ้าไล่เฉดจนเป็นสีน้ำเงินเห็นได้ชัดเมื่อสยายปีก ไม่น่าแปลกใจที่ความสวยงามของมันจะดึงความสนใจของผมและของกลุ่มอย่างรวดเร็ว และจัดเป็นนกที่สวยที่สุดของวันนี้สำหรับใครหลายๆ คน ซึ่งความสวยงามนี้บินโฉบหายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่อยากอวดโฉมให้คนหมู่มากได้เฝ้ามอง</p>
<p>ความเป็นอิสระของมันน่าหลงใหลไม่แพ้สีสันสะดุดตาของมันเลย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_4590.jpg"></p>
<p>เมื่อเสร็จจากกิจกรรม ผมไม่ได้ตื่นเต้นกับโลกใบใหม่ที่พบ ต้นไม้ สายลม หมู่นกน้อยใหญ่ ยังคงธรรมดาในสายตาของผม แต่ความธรรมดาเหล่านี้แท้จริงก็คือธรรมชาติไม่ใช่หรือ การเบียดเบียนหรือความพยายามที่จะเอาชนะธรรมชาติมักนำมาซึ่งบทสรุปที่ไม่ดีต่อมนุษย์เสมอ</p>
<p>เมื่อได้เฝ้าสังเกตสิ่งธรรมดาที่เห็นอยู่ทุกวันในมุมที่ชัดเจนมากขึ้น ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติไปชั่วขณะหนึ่ง และแน่นอนว่าการได้ใกล้ชิดกับอะไรบางอย่างย่อมทำให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งนั้นมากขึ้นไปด้วย</p>
<p>สุดท้าย นกในสวนรถไฟกว่า 20 ชนิดที่ผมเห็นในวันนี้ ทำให้ผมหวนนึกกับตัวเองว่า นกที่อยู่บ้านเราล่ะจะเป็นยังไง จะมีนกหลายชนิดเหมือนที่นี่หรือไม่ จังหวัดที่อยู่ติดทะเลเป็นแนวยาวอย่างบ้านผมจะมีนกสายพันธุ์ไหนบ้าง ความสงสัยใคร่รู้นี้จะนำเรากลับสู่ถิ่นฐานบ้านเกิดในเร็ววัน เพื่อไปดูนกด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF4557.jpg"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/make-a-zine-birdseyeview/">Bird’s Eye View : เฝ้ามองนกธรรมดาด้วยสายตาที่มองเห็นธรรมชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/make-a-zine-birdseyeview/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลับตัวก็ไม่ได้ จะเดินต่อไปยังไงให้ถึง? เข้าใจ TCAS และตามหาทางออกของระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยเจ้าปัญหา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/report-tcas-dek61/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/report-tcas-dek61/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นวภัทร์ นาวาเจริญ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Jun 2018 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[TCAS]]></category>
		<category><![CDATA[#dek61]]></category>
		<category><![CDATA[แอดมิชชัน]]></category>
		<category><![CDATA[สอบเข้ามหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กม.6]]></category>
		<category><![CDATA[มัธยมปลาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/report-tcas-dek61/</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณยังจำช่วงที่วุ่นวายใจขณะเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ไหม ? ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตวัยรุ่นที่ต้องแบกรับความกดดันมากเป็นพิเศษ หลายคนต้องหาความสมดุลระหว่างความคาดหวังของครอบครัวและความฝันของตัวเอง ต้องค้นหาคณะที่ตนเองอยากเรียน หรือต้องพยายามผลักดันตัวเองให้เข้าไปอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยในฝัน มีเด็กจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จ แต่มีอีกไม่น้อยเช่นกันที่ผิดหวัง เพราะการศึกษาไทยคือสนามแข่งขันที่มีเส้นชัยเป็นคอขวด เด็กต้องพร้อมและเรียนรู้ไว ยิ่งในปีนี้ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีระบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย รวมไปถึงมีการกำเนิดของ TCAS (Thai University Central Admission System) ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบใหม่ที่ ทปอ. (ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย) ประกาศใช้ในปีการศึกษา 2561 เป็นครั้งแรก หลายปีที่ผ่านมา เด็ก ม.6 ต้องผ่านการสอบหลายครั้งกว่าจะได้เข้ามหาวิทยาลัย ทั้ง GAT, PAT, วิชาสามัญ 9 วิชา, O-NET หรือการสอบตรงของแต่ละมหาวิทยาลัยซึ่งจัดตลอดทั้งปี จนมีบางโปรแกรมสอบที่ซ้อนทับกันทำให้เด็กต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง ไหนจะเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายซ้ำซ้อนกันเป็นจำนวนมาก TCAS จึงรวบการสอบทั้งหมดมาจัดสอบภายในเดือนเดียว และให้เด็กนำคะแนนไปยื่นตามเกณฑ์การรับสมัครในแต่ละรอบ ได้แก่ รอบพอร์ตโฟลิโอ, รอบโควตา, รอบรับตรงร่วมกัน, รอบแอดมิชชั่น และรอบรับตรงอิสระ โดยทั้งหมดนี้หวังให้แก้ปัญหาการวิ่งรอกสอบ ลดการกั๊กที่ และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่ทั้งหมดเป็นเพียงทฤษฎี เมื่อ TCAS [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/report-tcas-dek61/">กลับตัวก็ไม่ได้ จะเดินต่อไปยังไงให้ถึง? เข้าใจ TCAS และตามหาทางออกของระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยเจ้าปัญหา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คุณยังจำช่วงที่วุ่นวายใจขณะเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ไหม ?</p>
<p>ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตวัยรุ่นที่ต้องแบกรับความกดดันมากเป็นพิเศษ หลายคนต้องหาความสมดุลระหว่างความคาดหวังของครอบครัวและความฝันของตัวเอง ต้องค้นหาคณะที่ตนเองอยากเรียน หรือต้องพยายามผลักดันตัวเองให้เข้าไปอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยในฝัน</p>
<p>มีเด็กจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จ แต่มีอีกไม่น้อยเช่นกันที่ผิดหวัง เพราะการศึกษาไทยคือสนามแข่งขันที่มีเส้นชัยเป็นคอขวด เด็กต้องพร้อมและเรียนรู้ไว ยิ่งในปีนี้ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีระบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย รวมไปถึงมีการกำเนิดของ <strong>TCAS (Thai University Central Admission System)</strong> ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบใหม่ที่ ทปอ. (ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย) ประกาศใช้ในปีการศึกษา 2561 เป็นครั้งแรก</p>
<p>หลายปีที่ผ่านมา เด็ก ม.6 ต้องผ่านการสอบหลายครั้งกว่าจะได้เข้ามหาวิทยาลัย ทั้ง GAT, PAT, วิชาสามัญ 9 วิชา, O-NET หรือการสอบตรงของแต่ละมหาวิทยาลัยซึ่งจัดตลอดทั้งปี จนมีบางโปรแกรมสอบที่ซ้อนทับกันทำให้เด็กต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง ไหนจะเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายซ้ำซ้อนกันเป็นจำนวนมาก TCAS จึงรวบการสอบทั้งหมดมาจัดสอบภายในเดือนเดียว และให้เด็กนำคะแนนไปยื่นตามเกณฑ์การรับสมัครในแต่ละรอบ ได้แก่ รอบพอร์ตโฟลิโอ, รอบโควตา, รอบรับตรงร่วมกัน, รอบแอดมิชชั่น และรอบรับตรงอิสระ โดยทั้งหมดนี้หวังให้แก้ปัญหาการวิ่งรอกสอบ ลดการกั๊กที่ และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น</p>
<p>แต่ทั้งหมดเป็นเพียงทฤษฎี</p>
<p>เมื่อ TCAS ถูกนำมาใช้จริง ระบบสอบนี้กลับไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างที่ควรจะเป็น ซ้ำร้ายยังย้อนแย้งกับเป้าหมายเริ่มต้นของตัวเอง ส่วนที่มีปัญหาที่สุดคือการคัดเลือกรอบที่ 3 หรือรอบรับตรงร่วมกัน ที่เด็กหลายคนถูกกั๊กที่นั่งอย่างไม่ยุติธรรม เพราะ TCAS ออกแบบระบบให้เด็กสามารถเลือกคณะที่อยากเรียนได้ 4 คณะ ซึ่งหากติดเกิน 1 คณะ เด็กจะต้องเลือกเพียงคณะเดียวเท่านั้น ทำให้มีที่นั่งว่างเกิดขึ้น ซึ่งระบบ TCAS ไม่มีการเรียกตัวสำรองเข้ามาแทนที่ ทำให้เด็กคณะแพทย์ที่สอบ กสพท.และมีคะแนนสูงกว่าเด็กกลุ่มอื่นๆ สอบติดคณะที่เลือกไว้สำรอง กลายเป็นการกันที่เพื่อนที่อยากเรียนคณะนั้นจริงๆ จนเมื่อถึงวันรายงานตัว จากจำนวนที่นั่งกว่า 30 ที่ บางสาขาวิชามีเด็กมารายงานตัวไม่ถึง 10 คนด้วยซ้ำ</p>
<p>นอกจากนั้น จากการพูดคุยกับ #dek61 จำนวนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากระบบ TCAS ทำให้เรารู้ว่า TCAS ไม่เพียงก่อให้เกิดปัญหาการกั๊กที่เท่านั้น แต่ค่าใช้จ่ายในการสอบก็ไม่ได้ลดลงไปมาก ระบบมีความซับซ้อนซึ่ง ทปอ.ก็ไม่สามารถอธิบายให้เด็กเข้าใจได้ รวมถึงเว็บไซต์ของ ทปอ.ก็ยังล่มบ่อยๆ</p>
<p>ปัญหาเหล่านี้ทำให้ #dek61 จำนวนไม่น้อยต้องผจญกับความเครียด ความกดดัน และความสับสน แต่การเอาแต่ก่นด่าสาปแช่งระบบก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา การหาทางแก้ไขดูจะเป็นทิศทางที่สร้างสรรค์มากกว่าในช่วงเวลานี้ เราจึงอยากพาทุกคนไปพูดคุยกับตัวแทน #dek61 รวมถึงครูลูกกอล์ฟ-คณาธิป สุนทรรักษ์ และลาเต้-มนัส อ่อนสังข์ บรรณาธิการข่าวการศึกษา เว็บไซต์ dek-d.com ถึงทางออกของปัญหาและระบบการเข้ามหาวิทยาลัยที่แต่ละคนอยากให้เกิดขึ้น</p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/tcas3.jpg" /></p>
<p><strong>ลูกกอล์ฟ-คณาธิป สุนทรรักษ์<br />
อาจารย์สอนภาษาอังกฤษจากสถาบัน Angkriz</strong></p>
<p>“ระบบการเข้ามหาวิทยาลัยของไทยอย่างแรกต้อง simplify คือต้องง่ายไว้ก่อน ง่ายในแบบที่เด็กสามารถอธิบายให้ผู้ปกครองเข้าใจได้ไม่ยาก อย่างที่สองคือคุณต้องรับฟังเด็ก คุณกำลังออกแบบระบบที่ส่งผลต่อชีวิตของเขาโดยตรง ฉะนั้นคุณต้องพร้อมที่จะลงมาเกี่ยวข้องกับเขา คุยกับเด็กให้มาก ถามเขาหน่อยว่าเขาต้องการระบบแบบไหน เดี๋ยวนี้มีวิธีคุยกับเด็กตั้งเยอะ คุณต้องมีแอคเคานต์ทวิตเตอร์ได้แล้ว คุณต้องรู้จักแฮชแท็ก #dek61 เราอยู่ในยุคที่เชื่อมต่อกับเขาได้แล้วเราก็ควรใช้พื้นที่ตรงนั้นให้เกิดประโยชน์</p>
<p>“สิ่งสำคัญคือเราควรสอนให้เด็กรู้จักตัวเองตั้งแต่อยู่ในรั้วโรงเรียน ทปอ.จะต้องฟังและออกแบบระบบให้รอบคอบกว่านี้ คุณควรให้เด็กเลือกคณะเดียวไปเลยเพราะยังไงเด็กก็มีคณะในใจอยู่แล้ว ทำไมเราถึงให้เด็กคนหนึ่งติดแพทย์ ติดนิเทศฯ ติดอักษรฯ หรือติดประมงได้ มันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับประเทศเรา เด็กคนหนึ่งจะไม่รู้เลยเหรอว่าอยากจะเรียนอะไรมากที่สุด เพราะแต่ละคณะที่เลือก ชีวิตมันต่างกันมากเลยนะ”</p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/tcas2.jpg" /></p>
<p><strong>ลาเต้-มนัส อ่อนสังข์<br />
บรรณาธิการข่าวการศึกษา เว็</strong><strong>บไซต์ dek-d.com</strong></p>
<p>“TCAS ก็เหมือนคนหนึ่งคน คือเขาไม่ได้นิสัยเสียหรือนิสัยดีไปเสียทุกเรื่อง ภาพรวมทฤษฎีมันดี แต่ภาคปฏิบัติคือการบริหารจัดการมันไม่โอเค</p>
<p>“ถ้าจะออกแบบระบบการเข้ามหาวิทยาลัย มันควรมีสองคีย์เวิร์ด คือจะต้องยุติธรรมกับทุกคนให้มากที่สุดและทุกคนก็ต้องไม่เสียสิทธิ์จนเกินไปเช่นกัน แต่สำหรับ TCAS ถามว่ายุติธรรมไหม&#8230;ไม่ เสียสิทธิ์ไหม&#8230;เยอะ</p>
<p>“อย่างในการสอบรอบที่ 3 ที่เกิดปัญหาการกั๊กที่ มันไม่ใช่ความผิดของเพื่อนที่มากั๊กที่เรา แต่เป็นความผิดของระบบ เราต้องยอมรับว่าการที่จะทำระบบให้ตรงความต้องการของเด็กทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ แต่เราสามารถสร้างระบบที่มีความชัดเจนได้ว่ามันยุติธรรมและรักษาสิทธิเด็กทุกคน</p>
<p>“ทปอ.ควรบอกน้องไปเลยว่ารอบนี้เป็นรอบรับตรง บอกไปเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น เด็กเก่งจะเป็นแบบนี้ เด็กที่คะแนนรองลงมาจะเป็นแบบนี้ เด็กจะได้ท้าทายตัวเองมากขึ้น และอาจทำให้มันกระชับชัดเจนไปเลยว่าแต่ละรอบใช้เวลาหนึ่งเดือนพอ ตอนนี้บางรอบถ้าน้องไม่ติดคือต้องนั่งอยู่บ้านฟรีไปเลย 3 เดือน ทปอ.อาจต้องโยกย้ายบางรอบให้มันสอดคล้องกับสภาพจิตใจของเด็กด้วย</p>
<p>“ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบก็เป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะน้องๆ จะได้รับมือกับการสอบได้ แต่ ทปอ.ใช้ภาษาสื่อสารเป็นทางการมาก เด็กอ่านแล้วไม่เข้าใจ เราเองก็ต้องช่วยเอามานั่งแปลกันใหม่ เช่น ทำเป็นอินโฟกราฟิกเพื่อให้น้องเห็นภาพ”</p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/tcas4.jpg" /></p>
<p><strong>บุ๊ค-สิรภพ ลือพัฒนสุข<br />
โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์</strong></p>
<p>“ผมว่าระบบ TCAS ควรเอารอบพอร์ตโฟลิโอกับรอบโควตามาผสมกัน แล้วแยกคณะแพทย์ออกมาสอบต่างหาก เพราะรอบนี้มันมามีปัญหาตอนสอบรอบที่ 3 เรื่องการกั๊กที่นั่ง ผมว่าก็ต้องเข้าใจคนที่คะแนนแพทย์เขาไม่สูงด้วยครับ เขาก็กลัวนะ เขาเลยจำเป็นที่จะต้องเลือกสาขาอื่นเผื่อไว้ด้วย มันไม่ได้ผิดที่คนเลือกนะเพราะเขามีสิทธิ์ในการเลือก มันอาจจะดูไม่ค่อยมีน้ำใจ แต่ถามว่าผิดไหมก็ไม่ผิด ต้องแก้ที่ระบบมากกว่า”</p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/tcas1.jpg" /></p>
<p><strong>เกม-ชลิตา จั่นประดับ<br />
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา</strong></p>
<p>“ก่อนที่จะเปลี่ยนระบบควรบอกกันก่อน จะเปิดอภิปรายหรือจัดกิจกรรมอะไรก็ได้เพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมด้วย เพราะตอนที่เปลี่ยนระบบเป็น TCAS นักเรียนมีส่วนร่วมน้อยมาก เขาไม่ได้มาถามอะไรเราเลย ทั้งที่จริงแล้วมันเกี่ยวกับนักเรียนโดยตรง ทำให้เป็นแคมเปญใหญ่โตไปเลยก็ได้ เหมือนเรื่องอาเซียนที่ต้องเตรียมตัวตั้งกี่ปีกว่าทุกคนจะเข้าใจตรงกัน TCAS ก็เหมือนกัน พอพูดว่า TCAS ทุกคนต้องร้องอ๋อ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้น เรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมันเป็นเรื่องซีเรียสนะ เพราะมันเป็นอนาคตของนักเรียนคนหนึ่งเลย&#8221;</p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/tcas5.jpg" /></p>
<p><strong>เอิง-นันท์นภัส ภู่พิทักษ์พงศ์<br />
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย</strong></p>
<p>“หนูรู้สึกว่าระบบสอบปีก่อนๆ มันเป็นระบบที่โอเคอยู่แล้วและค่อนข้างจะนิ่งแล้วด้วยเพราะเขาก็ใช้กันมาตั้งหลายปี การสอบแบบเก่าจะมีรอบโควตารอบหนึ่ง รอบรับตรงอีกรอบหนึ่ง ปิดท้ายด้วยรอบแอดมิชชั่น ส่วนพวก กสพท.ก็จะแยกไปอีกรอบเลย หนูเลยงงมากว่าทำไมปีนี้ถึงเอามารวมกัน หนูอยากให้เขาคิดให้รอบคอบและออกมาบอกให้ทั่วถึงกว่านี้ เพราะทุกวันนี้หนูต้องหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเยอะมาก จากเว็บ dek-d.com หรือหลายเว็บที่เขาสรุปมาให้ ซึ่งมันไม่ควรเลย</p>
<p>“อย่างหนึ่งที่หนูเห็นคือความแตกต่างระหว่างการศึกษาของไทยกับของต่างประเทศ หนูไปแลกเปลี่ยนที่เม็กซิโกมาหนึ่งปีตอน ม.5 ที่นั่นถ้าเด็กจะสอบเข้าแพทย์เขาก็จะเน้นไปทางแพทย์เลย แล้วก็มีข้อสอบสำหรับเข้าแพทย์โดยเฉพาะ ไม่ต้องมาเครียดเรียนทุกวิชา แต่ของเราถึงจะรู้ว่าเราอยากเรียนอะไรก็ไม่สามารถโฟกัสแค่ที่เราอยากเรียนได้อยู่ดี เพราะข้อสอบมันทำมาให้สอบทุกวิชา</p>
<p>“หนูรู้สึกว่าเด็กไทยควรมีเวลาสำหรับทำกิจกรรมหรือค้นหาตัวเองเยอะกว่านี้ เพราะมันส่งผลกระทบถึงการเลือกคณะในมหาวิทยาลัยด้วย บางคนไม่รู้จะเข้าอะไรเขาก็เลยเรียนเผื่อไว้ทุกอัน แทบจะไม่มีเวลาได้พักเลย ซึ่งหนูว่ามันทำให้เด็กเครียด พอเครียดผลลัพธ์มันก็ยิ่งออกมาแย่”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/report-tcas-dek61/">กลับตัวก็ไม่ได้ จะเดินต่อไปยังไงให้ถึง? เข้าใจ TCAS และตามหาทางออกของระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยเจ้าปัญหา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/report-tcas-dek61/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SOLO : A STAR WARS STORY &#8211; ยุคไร้กฎหมายและจักรวาลตกสำรวจของสตาร์วอร์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/movie-han-solo-star-wars/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/movie-han-solo-star-wars/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นวภัทร์ นาวาเจริญ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 May 2018 21:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[star wars. han solo]]></category>
		<category><![CDATA[solo]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/movie-han-solo-star-wars/</guid>

					<description><![CDATA[<p>Director : Ron Howard Region : USA Genre : Action / Adventure / Fantasy เห็นได้ชัดว่า Lucasfilm ภายใต้เงายักษ์ใหญ่ของ Walt Disney ยังไม่ใจแข็งปล่อยทิ้งคาแรคเตอร์นักขนของเถื่อนชื่อกระฉ่อน ฮาน โซโล ไปได้ง่าย ๆ ถึงฮานจะจากไปด้วยน้ำมือของลูกชายแท้ๆ ใน The Force Awaken (2015) แต่ในโลกธุรกิจ คาวบอยอวกาศผู้มีชีวิตโลดโผนยังคงมีชีวิตอยู่และมีโอกาสที่จะมีลมหายใจต่อไปได้ตลอดกาล ถ้านายเหนือหัวดิสนีย์เห็นสมควรว่าลมหายใจของเขามีมูลค่ามหาศาลเพียงไหน SOLO : A Star Wars Story เป็นการส่งไม้ต่อคาแรคเตอร์อันโด่งดังที่แฟนๆ Star Wars ทั่วโลกจับตามอง ทั้งจาก แฮริสัน ฟอร์ด ไปสู่ อัลเดน เออเร็นริช ในบท ฮาน โซโล และ ปีเตอร์ เมย์ฮิว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/movie-han-solo-star-wars/">SOLO : A STAR WARS STORY &#8211; ยุคไร้กฎหมายและจักรวาลตกสำรวจของสตาร์วอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	<strong></strong><strong>Director :</strong> Ron Howard<br />
	<strong></strong><strong>Region :</strong> USA<br />
	<strong></strong><strong>Genre :</strong> Action / Adventure / Fantasy</p>
<p>
	เห็นได้ชัดว่า Lucasfilm ภายใต้เงายักษ์ใหญ่ของ Walt Disney ยังไม่ใจแข็งปล่อยทิ้งคาแรคเตอร์นักขนของเถื่อนชื่อกระฉ่อน ฮาน โซโล ไปได้ง่าย ๆ ถึงฮานจะจากไปด้วยน้ำมือของลูกชายแท้ๆ ใน The Force Awaken (2015) แต่ในโลกธุรกิจ คาวบอยอวกาศผู้มีชีวิตโลดโผนยังคงมีชีวิตอยู่และมีโอกาสที่จะมีลมหายใจต่อไปได้ตลอดกาล ถ้านายเหนือหัวดิสนีย์เห็นสมควรว่าลมหายใจของเขามีมูลค่ามหาศาลเพียงไหน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/01B.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/01A.jpg"></p>
<p>SOLO : A Star Wars Story เป็นการส่งไม้ต่อคาแรคเตอร์อันโด่งดังที่แฟนๆ Star Wars ทั่วโลกจับตามอง ทั้งจาก แฮริสัน ฟอร์ด ไปสู่ อัลเดน เออเร็นริช ในบท ฮาน โซโล และ ปีเตอร์ เมย์ฮิว ไปสู่ Joonas Suotamo ในบท ชิวแบคก้า เพราะทั้งฟอร์ดและเมย์ฮิวอายุอานามรวมกันเกือบ 150 ปีเข้าไปแล้ว คงถึงเวลาที่พวกเขาจะส่งต่อบทบาทที่สร้างชื่อเสียงให้กับพวกเขาสู่เด็กรุ่นใหม่ ซึ่งอาจมีบ้างที่ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจนักแสดงรุ่นใหม่จะทำให้เกิดกระแสบวกลบสลับกันไปตั้งแต่การประกาศสร้างจนถึงก่อนฉาย (และอาจดำเนินต่อไปเรื่อยๆ หลังหนังฉายในหมู่แฟนหนังหรือนักวิจารณ์) แต่หลังจากที่เราได้ชม ความคิดของเราในฐานะแฟนคลับสตาร์วอร์คนนึงคิดว่า SOLO : A Star Wars Story ไม่ได้เลวร้ายหรือน่าผิดหวังแต่อย่างใด ซ้ำยังสนุกตื่นเต้นอย่างเหนือความคาดหมายไปมากเสียด้วยซ้ำ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/02a.jpg"></p>
<p>รอน ฮาวเวิร์ด รับช่วงต่อในฐานะผู้กำกับหลังจาก ฟิล ลอร์ด และ คริสโทเฟอร์ มิลเลอร์ ออกจากโปรเจกต์ โดยสองนายหลังได้ชื่อเป็น Executive Producer แทน ฮาวเวิร์ดถ่ายทำใหม่กว่า 70 เปอร์เซ็นต์จนหนังจบลงด้วยทุนสร้างกว่า 250 ล้านดอลลาร์ อัดแน่นไปด้วยฉากแอ็คชั่นโลดโผนโจนทะยานชนิดแทบไม่มีเวลาให้พัก การก่อร่างสานต่อหรือทำลายความสัมพันธ์ระหว่างฮานและตัวละครอื่นๆ หรือมุกตลกที่แฟนๆ คุ้นตาจากความกะล่อนของพระเอกหนุ่ม ฮาวเวิร์ดผู้มีชื่อเสียงจากงานคอเมดี้ แอคชัน ดราม่า และแฟนตาซี สามารถผสมผสานแนวทางที่ตนถนัดได้อย่างลงตัวและน่ายกย่องในฐานะภาค Spin-Off ที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดภาคหนึ่ง ผ่านเส้นเรื่อง ตัวละคร รวมถึงองค์ประกอบทางภาพยนตร์อื่นๆ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/03A.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/03B.jpg"></p>
<p>SOLO : A Star Wars Story ใช้สไตล์ของหนังคาวบอยตะวันตกเป็นแก่นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคบ้านป่าเมืองเถื่อนไร้กฎหมาย การค้าทาส นักล่าค่าหัว ผู้มีอิทธิพลครองเมือง หรือฉากปล้นรถไฟที่เป็นภาพจำของหนังคาวบอยตะวันตก ซึ่งประสบความสำเร็จ เพราะมันลงล๊อคเหมาะสมกับพื้นเพและเส้นทางของตัวละคร ฮาน โซโล มาโดยตลอด จากที่เราเห็นเขาโลดแล่นอยู่ในการต่อสู้ระหว่างด้านมืด-ด้านสว่างใน Star Wars ที่เน้นหนักไปที่โทนสงครามและการเมือง แต่การผจญภัยในโลกที่เขาจากมาอันเต็มไปด้วยความโสมมและอิทธิพลเถื่อน กลายเป็นประเด็นรองที่มาเสริมเส้นเรื่องหลักเท่านั้น ใน SOLO : A Star Wars Story จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะได้เห็นการผจญภัยส่วนที่ขาดหายไปที่ฮาวเวิร์ดทำได้ไม่ด้อยไปกว่าเส้นเรื่องหลักเลย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0496.jpg"></p>
<p>สิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างคือการใช้ Practical Effects หรือเอฟเฟกต์ทำมือที่จับต้องได้รวมถึงกลไกการขยับได้จริงโดยไม่พึ่ง Visual Effects บนคอมพิวเตอร์มากนัก (หรือไม่พึ่งเลย) อันเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่สำคัญของแฟรนไชส์สตาร์วอร์ ความปราณีตแต่ไม่ไหลลื่นสมบูรณ์แบบของ Practical Effect นี้เองที่ส่งให้ SOLO : A Star Wars Story มีความดิบเถื่อนสมจริงอย่างที่หนังควรจะเป็น โดยเฉพาะฉากสถานที่และเหล่ามนุษย์ต่างดาวที่เท่ สวยงาม ดุดัน มีเอกลักษณ์และลูกเล่นแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นตัวละครหลักหรือตัวประกอบก็ตาม และยิ่งสวยงามน่าตื่นตาที่สุด เมื่อเทคนิค Old School อย่าง Practical Effect ทำงานร่วมกับ Visual Effect สมัยใหม่</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0592.jpg"></p>
<p>นอกจากความบันเทิงสุดเหวี่ยงจากฉากแอคชัน และฉากไล่ล่าที่หนังใส่มาแบบแทบไม่มีเวลาให้พัก หนังยังมีประเด็นรองสนุกๆ ที่สร้างคำถามที่เราแทบไม่เคยเอะใจสงสัยมาก่อนในโลกของสตาร์วอร์เลย คือ ประเด็นสิทธิมนุษย (?) ชนในหุ่นดรอยด์ ที่ว่าหุ่นยนต์ที่ถูกสร้างมาเพื่อช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในจักรวาล จำเป็นต้องมีปากมีเสียงหรือมีเสรีภาพหรือไม่ ตัวละคร L3-37 (Motion Capture โดย ฟีบี้ วอลเลอร์-บริดจ์) คือหุ่นดรอยด์ที่ตั้งคำถามดังกล่าวและเป็นดรอยด์หัวกบฎที่ง่วนอยู่กับการเรียกร้องเสรีภาพให้เพื่อนดรอยด์ตลอดเวลา ต่างจากตัวละครดรอยด์เชื่องๆ ในไตรภาคก่อนที่เราคุ้นเคยอย่าง R2-D2, C-3PO หรือ K-2SO (Rogue One) ที่ถึงจะมีความคิดอ่านของตนเองเป็นปัจเจก แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงดรอยด์ที่รับใช้เจ้านายอย่างไร้ข้อกังขาเท่านั้น</p>
<p>
	L3-37 คือประเด็นใหม่ที่สตาร์วอร์ไม่เคยพูดถึงมาก่อนและสร้างคำถามตามมาว่า อะไรคือสิ่งที่หล่อหลอมให้ดรอยด์ตัวหนึ่งมีความคิดและพฤติกรรมเรียกร้องหาเสรีภาพสุดโต่งขนาดนั้น รวมถึงคำถามโลกแตกชวนถกเถียงว่า มันสามารถทำได้และจำเป็นต้องทำหรือไม่ สำนึกรักชีวิตและเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์มีจริงในหุ่นดรอยด์หรือไม่ เพราะถึงจะมีความคิดอ่านอย่างไร แต่ความจริงทางชีวภาพหุ่นดรอยด์ก็ไม่ได้มีชีวิต ต่างจากกองทัพโคลนหรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ของสตาร์วอร์ การกดขี่ที่ L3-37 มองเห็นเป็นการกดขี่จริงๆ หรือทั้งหมดคือหน้าที่โดยกำเนิดของหุ่นดรอยด์แต่แรกอยู่แล้ว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0684.jpg"></p>
<p>ปัจจุบัน Walt Disney หันมาสนใจจักรวาลสตาร์วอร์ที่ไม่มีอัศวินเจไดมากขึ้น ทำลายขนบความคิดเดิมๆ และมุ่งหน้าสู่สิ่งใหม่ซึ่งชัดเจนอย่างมากใน The Last Jedi (2017) แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงย่อมนำมาซึ่งความขัดแย้ง ทำให้กลุ่มแฟนคลับทั่วโลกต้องมาติดตามกันต่อว่าทิศทางของสตาร์วอร์ในอนาคตที่แทบไม่เหลืออัศวินเจไดมาสร้างสีสันอีกแล้วจะเป็นอย่างไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Walt Disney ก็ยังไม่ตัดท่อน้ำเลี้ยงตัวเองและพัฒนาภาคสปินออฟที่เข้มข้นไม่แพ้เส้นเรื่องหลักอย่าง ROGUE ONE (2016) หรือกับ SOLO : A Star Wars Story เรื่องนี้เองก็ตาม</p>
<p>
	ที่สำคัญคือเหล่าภาคสปินออฟไม่เพียงพาเราไปในพื้นที่ตกสำรวจในจักรวาลอันกว้างใหญ่ของสตาร์วอร์เท่านั้น แต่ยังเก็บรายละเอียดเรื่องราวให้คนดูเข้าใจความเป็นมามากขึ้น เช่นเดียวกับ SOLO : A Star Wars Story ที่มีหน้าที่ตอบคำถามเรื่องที่มาที่ไปของ ฮาน โซโล รวมถึงเป็นเชื้อไฟแห่งกองทัพกบฎที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้เข้มข้นมากขึ้น ซึ่งการสวมบทบาท ฮาน โซโล ของ อัลเดน เออเร็นริช ไม่เป็นสองรองจากสมัย แฮริสัน ฟอร์ด แถมหนังยังให้ความบันเทิงได้ด้วยตัวเองเพียงพอที่จะไม่ต้องพึ่งฉากกวัดแกว่งกระปี่แสงของเจไดแต่อย่างใด</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0780.jpg"></p>
<p>แต่สุดท้าย เส้นทางของ SOLO : A Star Wars Story ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจของแฟนสตาร์วอร์ รวมถึงกระแสที่ไม่สู้ดีนักทำให้หนังทำเงินไม่มากในสหรัฐอเมริกาและเป็นหนังจากแฟรนไชส์สตาร์วอร์ที่ทำเงินเปิดตัวน้อยที่สุดตั้งแต่ภาค Revenge of the Sith (2005) ชวนให้ติดตามกันต่อไปว่าจักรวาลสตาร์วอร์ที่อยู่นอกเหนือดราม่าครอบครัว Skywalker จะต่อยอดไปได้ไกลแค่ไหน และภาคสปินออฟของเหล่าตัวละครที่จะตามมาอย่าง Boba Fett (คอนเฟิร์มการสร้างแล้ว) หรือ Obi-Wan Kenobi (ที่ยังไม่มีข่าวออกมาแน่ชัด) จะประสบความสำเร็จมากน้อยต่างจากโซโลเพียงใด</p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> </em><a href="https://www.imdb.com/title/tt3778644/" target="_blank"><em>IMDb</em></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/movie-han-solo-star-wars/">SOLO : A STAR WARS STORY &#8211; ยุคไร้กฎหมายและจักรวาลตกสำรวจของสตาร์วอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/movie-han-solo-star-wars/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
