<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>จิตกานต์ วงษาสนธิ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author521/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author521/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 16 Jul 2021 18:00:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>“เราขาดเกมไม่ได้หรอก เราคงเล่นเกมไปจนตาย” พี่แว่น-ผู้บุกเบิกแห่งวงการเกมไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/pwan-mith/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/pwan-mith/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Sep 2018 09:53:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a day with a view]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[พี่แว่น]]></category>
		<category><![CDATA[MiTH]]></category>
		<category><![CDATA[arena+]]></category>
		<category><![CDATA[esports]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=40146</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครๆ ในวงการเกมมักจะเรียกชายที่เรากำลังจะสนทนาด้วยว่า ‘พี่แว่น’ ถ้าสนิทกับเขาหน่อย บางคนอาจจะเรียกเขาว่า ‘พี่บาส’ แต่ไม่ว่าจะใช้คำไหน เราจะเห็นคำว่า ‘พี่’ นำหน้าชื่อของเขาอยู่เสมอ เปล่าเลย ไม่ใช่แค่เรื่องของอายุ แต่สำหรับวงการเกมไทยในปัจจุบัน ถ้าจะหาใครสักคนที่เป็น ‘พี่ใหญ่’ เราคิดว่าบาสเหมาะสมกับคำนี้มากกว่าใคร เป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว ที่ บาส–ชนิกนันท์ ทิพย์ไพโรจน์ เริ่มต้นชีวิตการทำงานในสายอาชีพที่เกี่ยวกับเกม ตั้งแต่บทบาทการเป็น GM หรือ game master ของเกมในตำนานอย่าง Ragnarok การเป็นผู้ริเริ่มการจัดแข่ง e-sports คนแรกๆ กระทั่งได้มาเป็นเจ้าของทีม MiTH (Made in Thailand) ทีม e-sports ที่มีชื่อเสียงที่สุดของไทย รวมถึงบทบาทการเป็นเจ้าของเว็บไซต์ FPSThailand เว็บคอมมิวนิตี้สำหรับคอเกม FPS (First-Person Shooter) ชาวไทยที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน ในมุมมองของคนในวงการ ‘พี่แว่น’ เปรียบเสมือนไอดอลผู้ประสบความสำเร็จและเป็นแรงบันดาลใจให้กับเหล่าเกมเมอร์หลายคน แต่ในมุมมองของคนนอกวงการ บาสเป็นเกมเมอร์คนหนึ่งที่พิสูจน์ได้ว่าเกมสามารถกลายเป็นอาชีพได้ แถมยังส่งให้เขากลายเป็นที่รู้จักในฐานะบุคลากรแถวหน้าของวงการเกมไทย ถ้าเปรียบชีวิตบาสเป็นเกม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pwan-mith/">“เราขาดเกมไม่ได้หรอก เราคงเล่นเกมไปจนตาย” พี่แว่น-ผู้บุกเบิกแห่งวงการเกมไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ใครๆ ในวงการเกมมักจะเรียกชายที่เรากำลังจะสนทนาด้วยว่า ‘พี่แว่น’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าสนิทกับเขาหน่อย บางคนอาจจะเรียกเขาว่า ‘พี่บาส’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่ว่าจะใช้คำไหน เราจะเห็นคำว่า ‘พี่’ นำหน้าชื่อของเขาอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เปล่าเลย ไม่ใช่แค่เรื่องของอายุ แต่สำหรับวงการเกมไทยในปัจจุบัน ถ้าจะหาใครสักคนที่เป็น ‘พี่ใหญ่’ เราคิดว่าบาสเหมาะสมกับคำนี้มากกว่าใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว ที่ บาส–ชนิกนันท์ ทิพย์ไพโรจน์ เริ่มต้นชีวิตการทำงานในสายอาชีพที่เกี่ยวกับเกม ตั้งแต่บทบาทการเป็น GM หรือ game master ของเกมในตำนานอย่าง Ragnarok การเป็นผู้ริเริ่มการจัดแข่ง e-sports คนแรกๆ กระทั่งได้มาเป็นเจ้าของทีม MiTH (Made in Thailand) ทีม e-sports ที่มีชื่อเสียงที่สุดของไทย รวมถึงบทบาทการเป็นเจ้าของเว็บไซต์ FPSThailand เว็บคอมมิวนิตี้สำหรับคอเกม FPS (First-Person Shooter) ชาวไทยที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-40147 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมมองของคนในวงการ ‘พี่แว่น’ เปรียบเสมือนไอดอลผู้ประสบความสำเร็จและเป็นแรงบันดาลใจให้กับเหล่าเกมเมอร์หลายคน แต่ในมุมมองของคนนอกวงการ บาสเป็นเกมเมอร์คนหนึ่งที่พิสูจน์ได้ว่าเกมสามารถกลายเป็นอาชีพได้ แถมยังส่งให้เขากลายเป็นที่รู้จักในฐานะบุคลากรแถวหน้าของวงการเกมไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเปรียบชีวิตบาสเป็นเกม แต่ละช่วงชีวิตของเขาคงเปรียบเสมือนเควสต์ที่ต้องเก็บเลเวลอย่างยากลำบากกว่าจะผ่านมาได้ รางวัลที่เขาได้รับในแต่ละด่านค่อยๆ พัฒนาตัวเขาให้กลายเป็นพี่แว่นอย่างทุกวันนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงหนึ่งของการพูดคุย บาสบอกกับเราว่า สำหรับเขา สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ความสำเร็จ แต่มันคือการทำตัวเองให้เป็นเหมือนไกด์บุ๊ก เพื่อช่วยให้คนที่เดินตามมา ผ่านแต่ละด่านได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นในหน้ากระดาษต่อจากนี้ ถ้อยคำของเขาไม่ใช่สูตรโกงเกมแต่อย่างใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่นี่คือคำแนะนำจากคนที่เคยผ่านเกมชีวิตในระดับยากที่สุดมาแล้ว</span></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-40151 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/2-6.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/2-6.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/2-6-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;"><em><b>QUEST 0 : TUTORIAL</b></em></p>
</blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนเริ่มเกม ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดสำหรับเหล่า</span><span style="font-weight: 400;">เกมเมอร์คือต้องรู้จักและเข้าใจพื้นฐานเกม และสำหรับการเรียนรู้ชีวิตของบาสที่เปรียบเสมือนเกมเกมหนึ่ง คงไม่มีสถานที่ใดเหมาะสมไปกว่า Arena+ FPSThailand Stadium </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่นี่คือหนึ่งในสนามแข่งขัน e-sports ไม่กี่แห่งในประเทศไทย และเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่เกิดจากการริเริ่มของบาสเอง โดยมีที่มาจากประสบการณ์การจัดแข่งขัน e-sports ในอดีต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สมัยก่อนเรามักไปจัดแข่งขันที่ร้านเกมของเพื่อนที่รู้จักกัน ไปบ่อยๆ ก็เกรงใจเขา ลูกค้าประจำเขาหายหมด ดังนั้นเราเลยหุ้นกับเพื่อนอีกสองคนสร้าง Arena+ FPSThailand Stadium ขึ้นมาเพื่อรองรับเกมเมอร์และใช้จัดแข่งขันโดยเฉพาะ”</span></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-40152 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/3-3.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/3-3.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/3-3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองภายนอกเราอาจไม่รู้เลยว่า บ้านสองชั้นขนาดกะทัดรัดที่แอบซ่อนตัวอยู่หลังตึกแถวบนถนนพระราม 2 ซอย 18 คือสนามแข่ง e-sports แต่เมื่อเปิดประตูเข้ามา เราจะพบกับคอมพิวเตอร์สำหรับเกมเมอร์ 10 เครื่องที่ถูกแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งละ 5 เครื่อง พร้อมยกพื้นสูงให้เหมือนกับสนามแข่งขันสำหรับนักกีฬาที่จะก้าวขึ้นไปโชว์ฝีมือ คอมพิวเตอร์ทุกตัวมีอุปกรณ์เสริมหรือ gaming gear คุณภาพระดับสากล หน้าจอของทุกเครื่องเชื่อมต่อกับทีวีขนาดใหญ่ที่พร้อมถ่ายทอดสดการแข่งขัน และในบริเวณเดียวกันยังมีอุปกรณ์สำหรับการพากย์ระหว่างแข่งขัน แบ็กดรอปสำหรับถ่ายรูป เก้าอี้จำนวนมากที่พร้อมรองรับคนดู รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ สำหรับนักกีฬา e-sports ทุกคนที่เข้ามา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเปรียบเกมเมอร์เป็นนักแสดง ที่นี่คงเป็นโรงละครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พวกเขาสามารถออกมาวาดลวดลายอย่างสุดฝีมือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรารีโนเวตบ้านหลังนี้ใหม่หมดเลยเพื่อให้มันตอบโจทย์ที่สุด ทุ่มเงินไปจนหมดหน้าตัก สุดท้ายเราก็ได้ใช้มันอย่างเต็มที่นะ” บาสเล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น ประกอบกับข้อเท็จจริงที่สะท้อนว่าเขาจริงจังกับเรื่องเกมมากแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นเองที่เราเหลือบไปเห็นหลักฐานความตั้งใจอีกชิ้นที่แขวนอยู่ในตู้โชว์มุมหนึ่งของบ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในตู้กระจกนั้นเป็นเสื้อสำหรับนักกีฬา e-sports บนหน้าอกปรากฏตัวอักษร 4 ตัวที่เป็นอีกหมุดหมายสำคัญในชีวิตของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘MiTH’</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40153 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/4-3.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/4-3.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/4-3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;"><em><b>QUEST I : MiTH</b></em></p>
</blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากทำเพราะเราคิดว่าเด็กไทยเล่นเกมเก่ง เราสู้เมืองนอกได้ ดังนั้นถ้าเรามีโอกาสได้ไปแข่งต่างประเทศบ่อยๆ ให้คนข้างนอกรู้ว่ามีทีม e-sports ในไทย มันก็น่าจะดี”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กว่าจะเป็นทีม e-sports แถวหน้าของประเทศได้อย่างทุกวันนี้ ย้อนกลับไปเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว MiTH เป็นเพียงไอเดียที่ผุดขึ้นในหัวของบาสหลังจากได้ไปเห็นการจัดการทีม e-sports ระดับมืออาชีพที่ประเทศมาเลเซีย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ย้อนกลับไปคิดแล้วมันโคตรบ้าเลย เราใช้เงินเก็บก้อนสุดท้ายไปจัดแข่งเกมเพื่อหาเด็กไปแข่งที่มาเลเซีย เราออกเงินให้น้องๆ หมดตั้งแต่ค่าเข้าแข่งขัน ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรม รวมแล้วประมาณเจ็ดหมื่นบาท แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าเราได้ไปเห็นทีม e-sports ที่นั่นซึ่งจริงจังมาก เขามีเสื้อแข่งสวยๆ ใส่ มีการจัดการแบบมืออาชีพ ในขณะที่ตอนนั้นเรายังใช้เสื้อสกรีนง่ายๆ อยู่เลย มันเปิดโลกเรามาก พอกลับมาถึงไทยเราจึงคิดจะสร้างทีม e-sports ขึ้นมาบ้าง เราอยากเอาจริงเอาจังกับมัน”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40154 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/5-5.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/5-5.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/5-5-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากวันนั้นเป็นต้นมา MiTH ถือกำเนิดขึ้นและก้าวเดินบนเส้นทางแห่งการแข่งขันมาเกือบสิบปี พวกเขาตั้งทีมขึ้นมาสำหรับหลากหลายเกม และเริ่มเป็นที่รู้จักจากผลงานที่ฝากไว้หลายครั้งในต่างประเทศ อย่างการเป็นแชมป์โลกเกม Point Blank ที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อ พ.ศ. 2554 ไปจนถึงการคว้าอันดับ 7 ของโลกจากการแข่งขันเกมโคตรฮิตอย่าง Dota 2 ในรายการ The International ในปีเดียวกัน ชื่อของ MiTH เริ่มเป็นที่คุ้นหูของหมู่คนทั้งในและนอกวงการเกม ก่อนจะมาโด่งดังสุดๆ จากทีม MiTH.PUBG ทีมความหวังของไทยจากเกม PLAYER-</span><span style="font-weight: 400;">UNKNOWN’S BATTLEGROUNDS ที่คว้าอันดับ 7 ในรายการชิงแชมป์โลก PUBG Global Invitational ในปีที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดูเหมือนว่าการลงทุนเริ่มนับหนึ่งอย่างโคตรบ้าในเวลานั้นจะเริ่มคืนทุนในรูปแบบของความฝันที่กลายเป็นจริงในที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราโตขึ้นไปทีละขั้น ช่วงแรก MiTH อาจมีชื่อเสียงเฉพาะในกลุ่มนักเล่นเกม แต่ปัจจุบันเราค่อนข้างก้าวกระโดด จากตอนแรกที่เราไปขอสปอนเซอร์แล้วโดนปฏิเสธบ่อยมาก ปัจจุบันมีพาร์ตเนอร์หลายเจ้าเข้ามา แต่เราก็ยังคงยึดหลักการเดิม”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40155 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/6-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/6-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/6-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักการเดิมที่ว่าอาจทำให้หลายคนเลิกคิ้วสงสัยเมื่อได้ฟัง เพราะตั้งแต่เริ่มแรก บาสทำทีม e-sports ด้วยความตั้งใจว่า เขาจะไม่เอาเงินจากทีมแม้สักบาทเดียว ด้วยรายได้หลักจากเว็บไซต์ FPSThailand ที่เรียกได้ว่ามากพอ บาสจึงมอง MiTH เป็นเหมือนความฝันที่เกื้อหนุนตัวเองมากกว่า ดังนั้นรูปแบบของ MiTH จึงไม่ใช่ทีมที่ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจ ถึงแม้ในต่างประเทศทีม e-sports จะทำเงินได้เป็นหลักล้านบาท แต่บาสยังคงยืนยันให้ MiTH เป็นทีมที่ดูแลง่ายและมีจุดเด่นในด้านอื่นมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับเรา e-sports มันต้องใช้เวลาครับ บางทีเราใช้เงินหล่อเลี้ยงเขาอย่างเดียวไม่พอ มีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ทีม e-sports ทีมหนึ่งมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ สิ่งหนึ่งที่ MiTH แข็งแรงมากคือเราสนิทกันเหมือนครอบครัว เราทำกันเอง คุยกันได้ง่ายๆ สบายๆ  ส่วนอีกปัจจัย</span><span style="font-weight: 400;">ที่ MiTH เน้นมากคือภาพลักษณ์ เรามองว่าเรื่องนี้สำคัญเพราะทีม e-sports เป็นตัวอย่างให้เด็กรุ่นใหม่ ทั้งการเล่นเกม การทำงาน และไลฟ์สไตล์ เราต้องบาลานซ์ชีวิตตัวเองให้เป็นแบบอย่าง เราต้องทำเรื่องครอบครัวหรือชีวิตให้ดูดี ชนะคำที่คนสบประมาทให้ได้ ทั้งหมดนี้เราทำ </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับทั้งนักกีฬาและวงการเกม ทุกคนต้องมีปัจจัยที่ดีรอบด้านในตัวเอง”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40156 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/7-6.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/7-6.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/7-6-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองให้ดีเราจะเห็นว่า ทีม MiTH มีเคมีบางอย่างตามที่บาสอยากให้เป็นจริงๆ น้อยครั้งที่เราจะเห็นนักกีฬา e-sports ของ MiTH ประพฤติตัวไม่เหมาะสม และในโซเชียลมีเดียเราก็มักพบเจอเรื่องราวของนักกีฬาในทีม MiTH ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กรุ่นใหม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าจะมีใครสักคนที่ควรได้รับเครดิตเหล่านี้รองจากเหล่านักกีฬา เราคิดว่าบทเรียนของบาสเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวที่ช่วยดูแลน้องๆ ให้เข้าที่เข้าทางเสมอมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทเรียนเมื่อครั้งอดีตที่เขาฝ่าฟันมาเพื่อพิสูจน์ว่า ‘เด็กติดเกม’ สามารถมี ‘เกม’ เป็นชีวิตได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40157 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/8-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/8-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/8-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/8-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;"><em><b>QUEST II : GAME SAVED MY LIFE</b></em></p>
</blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าชีวิตของบาสคือเกม เราคงต้องย้อนกลับไปเมื่อกว่าสามสิบปีที่แล้ว ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เพื่อดูการผ่านด่านแรกของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เปล่าเลย มันไม่ใช่ภารกิจที่ยากอะไร มันเป็นเพียงวีรกรรมของเด็กคนหนึ่งที่ขโมยกุญแจห้องคอมพิวเตอร์จากพ่อผู้เป็นอาจารย์เพื่อไปเล่มเกมในช่วงเลิกเรียนของทุกวันเท่านั้นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สมัยนั้นเราไม่มีเครื่องเล่นเกมส่วนตัว เราเลยอาศัยวิธีนี้เพื่อเล่นเกม ตอนแรกพ่อแม่ก็ห้ามนะ แต่หลังๆ เขาก็ไม่ว่าแล้ว เขาบอกเราด้วยซ้ำว่า ไหนๆ ไปแล้วก็กวาดห้องให้ด้วยแล้วกัน (หัวเราะ)” ความทรงจำในอดีตของบาสทำเราหัวเราะครืนใหญ่ แม้จะฟังดูเหมือนเด็กไม่เอาไหนที่ไม่สนใจการเรียน แต่เรื่องราวที่เขาเล่าต่อบอกเราว่า เกมนี่แหละที่ช่วยชีวิตเขาไว้ในตอนนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วงนั้นที่ที่เราอยู่มียาบ้าระบาดหนักมาก เราสามารถหาซื้อในโรงเรียนได้ในราคาเม็ดละ 20-30 บาทเท่านั้นเอง เพื่อนเราที่เกเรหน่อยก็พกมาขายเป็นคอก พอนึกย้อนกลับไป เราค้นพบว่าสิ่งที่ทำให้เราไม่ออกไปยุ่งกับเรื่องพวกนี้เลยคือเกม อย่างเวลาเพื่อนชวนไปไหน เราจะบอกเพื่อนตลอดว่า ‘กูไม่ไป กูจะเล่นเกม’ ” แม้บาสจะทำเราหัวเราะได้อีกครั้ง แต่นัยในคำพูดของเขาเปี่ยมด้วยความจริงจัง เกมกลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตเขาตั้งแต่ตอนนั้นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40158 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/9-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/9-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/9-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/9-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากจังหวัดน่าน ชีวิตของบาสเคลื่อนตัวสู่การเป็นนักศึก</span><span style="font-weight: 400;">ษาในกรุงเทพฯ พอดีกับที่เกมวิวัฒนาการอย่างก้าวกระโดด จากเกมคอนโซลที่ได้รับความนิยมเปลี่ยนผ่านไปสู่เกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ และถ้าพูดถึงยุคนั้น ไม่มีเกมไหนจะได้รับความนิยมเท่ากับเกมในตำนานที่ถูกนำเข้ามาโดยบริษัท Asiasoft อย่าง Ragnarok อีกแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และแน่นอน คอเกมตัวจริงอย่างบาสมีเหรอที่จะพลาด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40159 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/10-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/10-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/10-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากผลการเรียนที่มหาวิทยาลัยการันตีได้ว่าเขาเรียนจบแน่ๆ จิตวิญญาณความเป็นเกมเมอร์ของบาสทำให้เขาเริ่มต้นเล่นและใส่สุดกับเกม Ragnarok เขาเล่าติดตลกว่า ชีวิตช่วงนั้นกินอยู่ในร้านเกมจนเรียกได้ว่ารู้ทุกซอกทุกมุมของเกม ไม่ว่าจะความยากระดับไหน เขาผ่านมาหมดแล้ว แต่เมื่อเพื่อนๆ ที่เคยเล่นเกมกับเขาเริ่มทยอยหางานทำ บาสเริ่มคิดว่า ปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ได้การ เขาต้องหางานทำและเริ่มเลี้ยงดูตัวเองได้แล้ว แต่อีกเสียงในใจก็แย้งว่ายังอยากเล่นเกมอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานอะไรล่ะที่จะตอบโจทย์ชีวิตได้ขนาดนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบของบาสนั้นง่ายนิดเดียว ก็ทำงานที่เกี่ยวกับเกมซะเลยสิ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40160 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/11-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/11-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/11-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;"><em><b>QUEST III : GAME IS MY JOB</b></em></p>
</blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">เรียกว่าจุดเริ่มต้นในการทำงานจริงจังเกี่ยวกับเกมของบาสนั้นไม่ต้องมองไปไหนไกล ในตอนนั้นบริษัท Asiasoft เปิดรับสมัครงาน GM ในเกม Ragnarok พอดี ด้วยความรู้เปี่ยมล้นเพราะเป็นผู้เล่นมาก่อน ไม่นานเขาจึงได้ทำงานเป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยให้กับผู้เล่นในเกม Ragnarok เมื่อรู้อย่างนี้ เราจึงอดสงสัยไม่ได้ว่า เมื่อเกมที่เคยเล่นสนุกกลายเป็นงาน เขายังคงเอนจอยกับมันอยู่หรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สนุกกว่าเดิมอีกครับ” เขาตอบเราพร้อมรอยยิ้ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอได้ทำงานมันยิ่งทำให้เราค้นหา หน้าที่เราคือการแก้ปัญหาให้กับผู้เล่นคนอื่น ซึ่งเราเองก็เล่นอยู่แล้วเลยมีข้อมูลที่ลึก ดังนั้นเราเลยเข้าถึงความต้องการทุกคนได้ แถมเวลาพี่ที่แผนกไม่รู้อะไรก็จะถามเรา ตอนนั้นเรารู้สึกพิเศษและมีตัวตนขึ้นมาเหมือนกันนะ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บาสทำงานอยู่ที่ Asiasoft เป็นเวลา 5 ปี จากการทำงานเป็น GM เลื่อนขั้นขึ้นสู่การเป็น chief หัวเรือใหญ่ที่ดูแลเกมอีกหลายเกม ยุคนั้นเป็นยุคที่วงการเกมออนไลน์รุ่งเรืองถึงขีดสุด อินเทอร์เน็ตคาเฟ่กลายเป็นจุดนับพบของเด็กหลายคน บริษัท Asiasoft เองก็เติบโตอย่างรวดเร็วพร้อมกับโบนัสที่พนักงานได้รับเพิ่มขึ้นระดับหกหลัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฟังดูเหมือนเกมสามารถกลายเป็นอาชีพที่มั่นคงของเขาได้จริงๆ แต่ในขณะเดียวกันเกมหลายเกมก็สอนผู้เล่นเสมอว่า เมื่อทุกอย่างกำลังราบรื่น จงระวังไว้ เรื่องไม่คาดคิดพร้อมเกิดขึ้นได้เสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40161 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/12-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/12-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/12-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/12-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอถึงยุคหนึ่งที่บริษัทโตไวกว่าคน พนักงานคนหนึ่งต้องดูแลหลายเกมจนเราไม่สามารถดูแลเกมใดเกมหนึ่งได้เต็มที่ บวกกับพอบริษัทเข้าตลาดหุ้น ไดเรกชั่นก็เปลี่ยน ปีท้ายๆ เราเริ่มรู้สึกไม่ค่อยอินกับการทำงานแล้ว พอดีตอนนั้นเราก็เริ่มทำเว็บไซต์ FPSThailand และคิดว่ามันน่าจะทำรายได้ได้ ไม่มีอะไรการันตีหรอก แต่เราก็ลาออกมาเมื่อ พ.ศ. 2552</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นเงินเก็บเราแทบไม่มีเลย ก้อนสุดท้ายก็เอาไปใช้พาทีม e-sports ไปมาเลเซียอย่างที่บอก มันทำให้เรารู้ว่าถ้าไม่เต็มที่ เราจะไม่มีกิน ดังนั้นจากปกติที่ทำงานหนักอยู่แล้วก็ทำ 200 เปอร์เซ็นต์ ในเว็บไซต์ FPSThailand เราสร้างเว็บบอร์ดให้คนเล่นเกม FPS มาคุยกัน อัพเดตและแปลข่าวหรืออีเวนต์จากต่างประเทศ ถ่ายรีวิวอุปกรณ์ gaming gear ด้วยตัวเอง ในช่วงเริ่มแรกเราทำทั้งหมดนี้ด้วยตัวคนเดียว เขียนเอง ทำเอง ถ่ายเอง รีวิวของไปเกือบ 200-300 ชิ้น รวมถึงเริ่มถ่ายทอดสดการแข่ง e-sports จากต่างประเทศเป็นเจ้าแรกของไทย เว็บเลยเริ่มเป็นที่รู้จักและมีแบรนด์ขึ้นมาจนถึงตอนนี้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40162 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/13-3.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/13-3.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/13-3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เว็บไซต์ FPSThailand กลายเป็นรายได้หลักของบาสจากทั้งค่าโฆษณาและงานจ้างรีวิว gaming gear ของแบรนด์ต่างๆ จากวันแรกที่ไม่มีคนดูการถ่ายสดของเขาเลย ปัจจุบันเว็บไซต์นี้กลายเป็นฐานที่มั่นสำหรับเขา ความตั้งใจทั้งหมดที่ทุ่มลงไปตอบแทนเขาอย่างคุ้มค่า FPSThailand กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ประจำตัวที่หลายคนจำบาสได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่เคยคิดว่าอะไรที่เคยทำจะพาเรามาถึงจุดนี้ ประสบการณ์จากทั้งเว็บไซต์และที่ Asiasoft ทำให้เรามีสกิลและความรู้ในวงการเกมมากขึ้นมาก ด้วยอินพุตที่เรามี มันเลยพร้อมระเบิดออกมาตอนที่เราทำ MiTH อาจเป็นเพราะเราไม่ได้มองอะไรไกลด้วย เราค่อยๆ ทำและมักน้อย ขอแค่ไม่ขาดทุน ที่เหลือให้มันเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมวงการเกมไทยดีกว่า”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ้นเสียงของเขา เรารู้สึกว่าวงการเกมไทยช่างโชคดีที่อย่างน้อยก็มีชายคนหนึ่งที่รักและพยายามเพื่อมันมามากขนาดนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความพยายามที่ตอนนี้ออกดอกออกผลแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40163 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/14-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/14-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/14-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/14-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;"><em><b>QUEST IV : GAME STARTS NOW</b></em></p>
</blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วง 2-3 ปีหลัง หลายคนคงรับรู้ว่า เกมเริ่มกลายเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในสังคมไทย ผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนเริ่มมองเกมว่าไม่ใช่พิษภัยสำหรับเด็กอีกต่อไปและอาชีพเกี่ยวกับเกมเริ่มกลายเป็นที่พูดถึง สำหรับบาส ช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นเหมือนกับการโค่นบอสใหญ่ที่อยู่ท้ายสุดของเกมนี้ได้สำเร็จสักทีหลังจากพยายามมาเนิ่นนาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บอสที่มีชื่อว่า ‘การยอมรับจากสังคม’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ปัจจุบันวงการเกมบ้านเรามีทิศทางที่ดีขึ้นมากๆ ทุกคนเริ่มพูดถึงเกม ถ้าเทียบกับตอนแรกที่เราเริ่มต้น พ่อแม่เรายังไม่ยอมรับเลย เวลาไปอธิบายกับใครว่าทำงาน GM คนจะไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เราเห็นพ่อแม่ภูมิใจ คนรอบข้างท่านเริ่มพูดถึง ‘พี่แว่น’ ท่านเห็นเราไปปรากฏตัวอยู่ในหนังสือพิมพ์ เราไม่ได้คาดหวังว่าเกมจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตใครหรอก แต่เราขอแค่การยอมรับ ภาพรวมมันก็ดีขึ้นมากๆ แล้ว”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40164 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/15-5.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/15-5.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/15-5-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีอะไรที่น่าเป็นห่วงไหมในวงการเกมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วแบบตอนนี้ เราโยนคำถามให้เขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ปฏิเสธว่าเกมเป็นสีเทานะ แต่เราก็เชื่อว่าทุกอย่างในโลกเป็นสีเทา แน่นอนว่าพอวงการเกมได้รับความนิยม คนก็จะมาแย่งซีน มันจะมีกลุ่มที่รักเกมจริงๆ กับกลุ่มที่เข้ามาเพื่อธุรกิจ มันเป็นเรื่องปกติของทุกวงการอยู่แล้ว แต่เวลาหลายคนเข้ามาแล้วคาดหวังว่ามันจะดีอย่างนั้นอย่างนี้ เราคิดว่าเขาโฟกัสผิดจุด สมัยก่อนนักกีฬาทุกคนลงแข่งเพราะอยากชนะ พออยากชนะก็ต้องซ้อม พอชนะแล้วชื่อเสียงเงินทองมันถึงจะตามมา แต่สมัยนี้บางคนเขาดูที่ตัวเงิน มันขาดแพสชั่น ขาดความอยากไป ถึงแม้ปัจจุบันข้อมูลต่างๆ จะหาง่าย แถมตัวเลือกเยอะ แต่เราว่าความสำเร็จก็ชี้วัดกันที่ความอดทนอยู่ดี ดังนั้นภาวนาให้สุดท้ายเหลือกลุ่มที่รักวงการไว้สักหน่อยก็พอ วงการจะได้เติบโตขึ้นตามทางของมันเองได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40165 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/16-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/16-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/16-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าวงการเกมเป็นเด็กคนหนึ่ง บาสคงเป็นเหมือนพ่อที่เฝ้าดูลูกคนนี้ตั้งแต่หัดเดินจนถึงวันนี้ที่เริ่มก้าวเดินด้วยตัวเองได้ วันนี้ที่ลูกคนนี้เริ่มโผบินและเป็นที่ยอมรับในคนหมู่มาก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพ่ออย่างเขาภูมิใจปนเป็นห่วงขนาดไหน เรียกได้ว่าทั้งชีวิตของเขาผูกพันกับเกมมากจนทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่า เขาจะอยู่กับเกมไปจนถึงเมื่อไหร่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราขาดเกมไม่ได้หรอก เราคงเล่นเกมไปจนตาย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บาสบอกกับเราแบบนั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40166 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/17-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/17-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/17-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/17-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;"><em><b>QUEST V : LIFE IS A GAME</b></em></p>
</blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">“ชีวิตเรามันเป็นจังหวะที่ไม่รู้ตัวเลย เกมติดตัวเรามาจนเลิกไม่ได้แล้วล่ะ เหมือนเราถูกขีดมาทางนี้แล้วตั้งแต่วันที่ขโมยกุญแจพ่อมานั่งเล่นเกม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันนี้ นอกจากชายวัย 37 ปีเบื้องหน้าเราจะเป็น ‘พี่แว่น’ ที่รักของใครหลายคน เขายังเป็นแรงบันดาลใจให้เหล่าเกมเมอร์รุ่นใหม่ในหลายๆ เรื่อง ทุกสิ่งที่บาสทำกลายเป็นหลักฐานอ้างอิงให้กับเด็กไทยที่พยายามบอกกับพ่อแม่ว่า เกมสามารถเป็นอาชีพและชีวิตได้จริงๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในยุคของเรามันหาแรงบันดาลใจในวงการเกมได้ยากมาก แต่ตอนนี้เรากลับเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ เราดีใจมากๆ นะ เกมให้ทุกอย่างกับเรา เกมให้ชีวิตแบบที่เราแทบนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าถ้าไปทำอย่างอื่น เราจะกลายเป็นใคร เราไปสุดทางกับมัน สุดกำลังของเราแล้ว เราไม่เสียใจเลยที่ได้ลงแรงไป เพราะผลตอบรับของมันคือสิ่งที่เป็นอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้เราคิดว่าเราน่าจะใกล้เลเวล 99 แล้วล่ะ” บาสเล่นมุกสไตล์เกมเมอร์ เรียกเสียงหัวเราะได้ชุดใหญ่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40167 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/18-3.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/18-3.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/18-3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ณ เวลานี้ถ้าเทียบกับสมัยก่อน บาสปรากฏตัวในพื้นที่สื่อน้อยลงมากและลดบทบาทในวงการ e-sports ลง เขาค่อยๆ ส่งไม้ต่อให้กับน้องๆ ที่เขารัก ทั้งบทบาทการจัดการทีม MiTH การพากย์เกม รวมถึงการบริหาร Arena+ FPSThailand Stadium ด้วย จากการเป็นเบื้องหลังในวงการเกมมาเป็นสิบปี ตอนนี้เหมือนเขาจะถอยหลังไปไกลกว่านั้นโดยการเป็นคนเฝ้ามองอยู่ห่างๆ คอยแนะนำเมื่อจำเป็น และปล่อยให้น้องๆ ได้เติบโตจากการลงมือทำ เหมือนที่เขาเคยผ่านมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกมเมอร์ทุกคนคงรู้ว่า ความสุขอย่างหนึ่งของการเล่นเกมคือการปั้นตัวละครของเราให้เก่ง แต่สิ่งที่บาสทำได้พิสูจน์ความจริงอีกข้อว่า ความสุขอีกอย่างหนึ่งของเกมคือการช่วยให้คนในทีมของเราเก่งขึ้นไปพร้อมกันต่างหาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40169 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/xx.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/xx.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/xx-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจากกัน เรายิงคำถามสุดท้ายที่คิดว่าคงไม่มีใครตอบได้ดีเท่ากับเขาอีกแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบาส เกมคืออะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บาสนิ่งคิดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยคำตอบที่เป็นดั่งการสรุปบทเรียนจากเกมชีวิตที่ผ่านมาของเขาทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เกมคือทุกสิ่งสำหรับเรา มันจะอยู่ในตัวเราตลอดไป”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40170 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/19-2.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/19-2.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/19-2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;"><em><b>TO BE CONTINUED&#8230;</b></em></p>
</blockquote>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pwan-mith/">“เราขาดเกมไม่ได้หรอก เราคงเล่นเกมไปจนตาย” พี่แว่น-ผู้บุกเบิกแห่งวงการเกมไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/pwan-mith/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>VDO Interview : ‘ใจเย็น’ ซิงเกิลใหม่ของ &#8216;อิมเมจ-สุธิตา&#8217;</title>
		<link>https://adaymagazine.com/image-suthita-jaiyen/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/image-suthita-jaiyen/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Aug 2018 15:51:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Video]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=38462</guid>

					<description><![CDATA[<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/image-suthita-jaiyen/">VDO Interview : ‘ใจเย็น’ ซิงเกิลใหม่ของ &#8216;อิมเมจ-สุธิตา&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div id="erdyt-6a28e5b41e9b2" data-id="MdwF58H-Hxs" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-MdwF58H-Hxs-6a28e5b41e9b2" data-vid="MdwF58H-Hxs" data-src="https://www.youtube.com/embed/MdwF58H-Hxs?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/MdwF58H-Hxs/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/image-suthita-jaiyen/">VDO Interview : ‘ใจเย็น’ ซิงเกิลใหม่ของ &#8216;อิมเมจ-สุธิตา&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/image-suthita-jaiyen/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นิทรรศการภาพถ่ายสตรีทของ ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ที่ชวนให้คนเดินเข้าไปในภาพถ่ายของเขา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/going-street-photo-tavepong-pratoomwong/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/going-street-photo-tavepong-pratoomwong/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิตกานต์ วงษาสนธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Aug 2018 05:09:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[Subhashok The Arts Centre]]></category>
		<category><![CDATA[ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/going-street-photo-tavepong-pratoomwong/</guid>

					<description><![CDATA[<p>a day school วันนี้ เราออกมาเรียนรู้นอกห้องเรียนกันบ้าง ห้องเรียนที่ว่าคือห้องประชุมบนชั้น 5 ที่เหล่า a team junior 14 อาศัยเป็นที่รวมตัวกันตลอดระยะเวลาฝึกงาน คลาสเรียนที่ผ่านมาเราได้พบกับวิทยากรมากหน้าหลายตาที่พี่ๆ a team ชวนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานจริงเพื่ออัพสกิลให้พวกเรานำไปใช้ในวันข้างหน้า วันนี้เรามากันที่ Subhashok The Arts Centre (S.A.C.) สถานที่จัดนิทรรศการ GOOD DAY BAD DAY BUT EVERYDAY นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของ ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ที่คัดเอารูปถ่ายมาสเตอร์พีซตลอด 1,600 กว่าวันมาเรียงร้อยต่อกันให้เป็นนิทรรศการที่ทุกคนสามารถเข้ามาอยู่ในโมเมนต์เดียวกับภาพได้ ทวีพงษ์เป็นหนึ่งในสองคนที่ร่วมกิจกรรมถ่ายรูป 365 วันของกรุ๊ป Street Photo Thailand ในปี 2014 ได้จนจบ “รูปถ่ายสตรีทก็คือรูปที่ถ่ายในที่สาธารณะโดยไม่จัดฉาก มีการจัดองค์ประกอบภาพอย่างสร้างสรรค์ มีความตั้งใจในการวางเฟรม” ชายหนุ่มตรงหน้าบอกกับเราตอนที่เห็นหน้าตาสงสัยใคร่รู้ของเหล่านักเรียนตัวโต เขายังบอกต่ออีกว่าการถ่ายรูปทุกวันครั้งนั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต เพราะนอกจากจะได้รูปจำนวนมากติดมือกลับมาแล้ว สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการได้เรียนรู้ทุกอย่างในปีนั้นอีกด้วย “นี่อาจจะเป็นเลกเชอร์ที่ไร้สาระที่สุดที่น้องเจอมาก็ได้ครับ” ทวีพงษ์บอกเราอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินนำไปยังทางเข้าชมนิทรรศการ ในจังหวะหนึ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/going-street-photo-tavepong-pratoomwong/">นิทรรศการภาพถ่ายสตรีทของ ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ที่ชวนให้คนเดินเข้าไปในภาพถ่ายของเขา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>a day school วันนี้ เราออกมาเรียนรู้นอกห้องเรียนกันบ้าง</p>
<p>ห้องเรียนที่ว่าคือห้องประชุมบนชั้น 5 ที่เหล่า <strong>a team junior 14</strong> อาศัยเป็นที่รวมตัวกันตลอดระยะเวลาฝึกงาน คลาสเรียนที่ผ่านมาเราได้พบกับวิทยากรมากหน้าหลายตาที่พี่ๆ a team ชวนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานจริงเพื่ออัพสกิลให้พวกเรานำไปใช้ในวันข้างหน้า</p>
<p>วันนี้เรามากันที่ <strong>Subhashok The Arts Centre (S.A.C.) </strong>สถานที่จัดนิทรรศการ <a href="https://www.adaymagazine.com/articles/port-tavepong">GOOD DAY BAD DAY BUT EVERYDAY</a> นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของ <strong>ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์</strong> ที่คัดเอารูปถ่ายมาสเตอร์พีซตลอด 1,600 กว่าวันมาเรียงร้อยต่อกันให้เป็นนิทรรศการที่ทุกคนสามารถเข้ามาอยู่ในโมเมนต์เดียวกับภาพได้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_87471.jpg" /></p>
<p>ทวีพงษ์เป็นหนึ่งในสองคนที่ร่วมกิจกรรมถ่ายรูป 365 วันของกรุ๊ป Street Photo Thailand ในปี 2014 ได้จนจบ “รูปถ่ายสตรีทก็คือรูปที่ถ่ายในที่สาธารณะโดยไม่จัดฉาก มีการจัดองค์ประกอบภาพอย่างสร้างสรรค์ มีความตั้งใจในการวางเฟรม” ชายหนุ่มตรงหน้าบอกกับเราตอนที่เห็นหน้าตาสงสัยใคร่รู้ของเหล่านักเรียนตัวโต เขายังบอกต่ออีกว่าการถ่ายรูปทุกวันครั้งนั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต เพราะนอกจากจะได้รูปจำนวนมากติดมือกลับมาแล้ว สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการได้เรียนรู้ทุกอย่างในปีนั้นอีกด้วย</p>
<p>“นี่อาจจะเป็นเลกเชอร์ที่ไร้สาระที่สุดที่น้องเจอมาก็ได้ครับ” ทวีพงษ์บอกเราอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินนำไปยังทางเข้าชมนิทรรศการ ในจังหวะหนึ่ง เราอดสงสัยไม่ได้ว่าจะเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในโมเมนต์เดียวกับภาพได้อย่างไร ในเมื่อเราไม่ได้เป็นช่างภาพหรือคนที่อยู่ในภาพเสียหน่อย แต่เพียงก้าวเดียวที่เดินเข้ามาในนิทรรศการก็ทำให้รู้ว่าช่างภาพหนุ่มตรงหน้าทำได้อย่างที่คิดไว้จริงๆ</p>
<p>การทำนิทรรศการภาพถ่ายให้เหมือนกับผู้ชมเข้าไปอยู่ในภาพนั้นด้วยเป็นยังไง ตามทวีพงษ์และเราเดินเข้าไปพร้อมกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Tavepong_41.jpg" /></p>
<h3>ก้าบ ก้าบ ก้าบ เป็ดอาบน้ำในคลอง</h3>
<p>“รูปแรกที่ผมอยากให้คนเดินเข้ามาเห็นในนิทรรศการคือรูปเป็ดกลับหัว รูปนี้ถ่ายที่สวนอาหารแถวบ้าน ซึ่งวิธีถ่ายภาพสตรีทง่ายๆ คือหาอะไรมาเปรียบเทียบกัน พอรู้ว่าที่นี่มีเป็ด อย่างแรกที่ทำก็คือเดินหาเป็ด ก็ได้ช็อตเป็ดปลอมกับเป็ดจริงตอนเขากำลังไซ้ขนพอดี รูปนี้เป็นรูปที่ลูกสาวชอบที่สุด ผมก็เลยเลือกมาเป็นรูปแรก</p>
<p>“พอมีไอเดียว่าจะเอารูปนี้เป็นรูปแรก ก็คิดต่อว่าจะทำยังไงให้เป็นเหมือนกับทางเข้าดินแดนมหัศจรรย์ เพราะรูปของเราส่วนมากจะเป็นภาพเซอร์เรียล แปลกๆ หน่อย พอเป็นภาพกลับหัว เราก็เลยทำทางเข้าให้เหมือนเป็ดค่อยๆ เดินไต่กำแพงจนมันกลับหัว ตอนแรกอยากจะได้เป็นเป็ดสตัฟเลยนะ แต่จะดูน่ากลัวไปหน่อย ก็เลยไปหาน้องที่ทำหุ่นโฟมช่วยทำให้ ที่เป็นโฟมเพราะว่าไม่หนักเกินไป จะได้ห้อยหัวลงมาได้”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_39452.jpg" /></p>
<h3>ตั้งนะโม 3 จบ</h3>
<p>ถัดจากรูปภาพเป็ด กำแพงด้านขวามือของผู้ชมติดภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับวัดวาอาราม พระสงฆ์ พร้อมกับมีเสื่อปูตลอดความยาวของกำแพง</p>
<p>“กำแพงด้านนี้เกี่ยวกับพระหมดเลย รูปแรกที่เห็น ผมอยากให้เหมือนเสื่อทะลุออกมา อยากให้เป็นจุดที่คนชอบแล้วก็มานั่งพักผ่อนได้ ไอเดียแรก อยากจะให้มีบทสวดมนต์ข้ามปีมาวางไว้ด้วย เพราะว่ารูปนี้เราถ่ายตอนที่เขากำลังจัดงานสวดมนต์ข้ามปีกัน ตรงนี้เป็นจุดที่ลงทุนน้อยที่สุดของงาน แต่ได้ผลเยอะสุด ลงทุนน้อยเพราะขับรถไปยืมเสื่อจากที่วัดมา ญาติโยมไม่มีใช้กันแล้วนะ (หัวเราะ) แต่เราก็ซื้อเพิ่มมา แล้วก็เอาพวกเศษกระดาษตอนเราไปโรงพิมพ์มากองไว้ใต้กองเสื่อ”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3787.jpg" /></p>
<h3>หัวหาย หายหัว</h3>
<p>“จังหวะที่ได้รูปหมาหัวขาด ถามว่าตอนนั้นรู้ไหมว่าจะได้รูปนี้ ก็ไม่รู้หรอก หมาตัวนี้มันเป็นหมาจ๋องๆ ตัวหนึ่งที่อยู่บนถนน ผมแค่อยากถ่ายหมากับกราฟิกด้านหลัง เพราะแค่รู้สึกว่าเส้นบนถนนมันคลีนมาก ถ่ายไปถ่ายมา หมาหันหัวไปอีกทาง รูปนี้เลยได้รางวัลเลย</p>
<p>“ความตั้งใจแรกที่จะทำนิทรรศการนี้คือ เราอยากจะดึงโมเมนต์ตอนกำลังถ่ายภาพออกมา ทีแรกอยากจะทำหมาหัวขาดสัก 7-8 ตัว สมมติเดินเข้ามาเจอหมานอนแต่ไม่มีหัว หรือเข้าห้องน้ำเจอหมายืนจ้องอยู่แต่ไม่มีหัว พอทีมที่รับทำหุ่นส่งใบทำราคามา งั้นเอาตัวเดียวก็พอแล้วครับ (หัวเราะ)”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Tavepong_131.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_39461.jpg" /></p>
<h3>ชายผู้ต้านทานแรงโน้มถ่วงโลก</h3>
<p>“ตอนแรกที่ผมถ่ายไม่ได้เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้เลย เราเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ จากเอกมัยไปจนถึงสยาม พอมาถึงตรงนี้แล้วเหมือนลุงเขามองเข้ามาในเฟรม เราก็เลยถอยออกมาหน่อยแล้วเขาก็ทำท่านี้ ซึ่งมันก็แปลกมากแล้วนะ แต่ถ้าเราเจอคนแปลกๆ แบบนี้ต้องอยู่ต่ออีกสักหน่อย (หัวเราะ) สักพักลุงเขาก็ไปยืนตรงมุมถนนแล้วก็ทำท่านี้อีก ตอนที่เขาทำครั้งแรกก็คิดว่า เขาแค่อยากจะโชว์ว่าเต้นท่า Michael Jackson ได้ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ มารู้ทีหลังว่าที่เขาทำเพราะอยากได้ทิปจากชาวต่างชาติที่มาลงรถตรงนี้</p>
<p>“นอกจากภาพถ่าย นิทรรศการนี้เราอยากให้มีงานศิลปะอื่นๆ ด้วย ผมก็เลยอยากให้มีหุ่นปั้นลุง หาคนที่จะทำสิ่งนี้อยู่นานมากเพราะราคาค่อนข้างแพง จนวันหนึ่งไปเห็นโพสต์บนเฟซบุ๊กที่มีคนทำตุ๊กตาร่างทรง 4.0 ข่าวเพิ่งออกไม่นานแต่เขาทำเสร็จแล้ว เราเลยหลังไมค์ไป ตอนแรกเขาไม่รับทำ แต่คุยไปคุยมาเขาคงรู้สึกว่า แปลกดีว่ะ ชอบ อยากทำ ก็เลยเริ่มต้นทำกันซึ่งไม่กี่วันก็เสร็จ หุ่นคุณลุงคนนี้เราเพิ่มฟังก์ชั่นที่คั่นหนังสือเข้าไป เวลาวางหนังสือภาพของเราก็จะเหมือนหัวลุงเอียงตัวดันหนังสือไว้”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_8796.jpg" /></p>
<h3>ร้อยเรียงรูปภาพอย่างมีศิลปะ</h3>
<p>“บางทีการร้อยเรียงรูปภาพในนิทรรศการก็เกิดจากการมโนของเราเอง อาจไม่มีใครเข้าใจด้วยซ้ำ ซึ่งในหนังสือภาพก็เรียงแบบนี้ เรารู้สึกว่าการเรียงรูปต้องมีเหตุผล ต้องตอบให้ได้ว่าทำไมถึงเรียงแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเอารูปสวยๆ มาเรียงต่อกันอย่างเดียว มันต้องมีความเชื่อมโยงของแต่ละรูปแล้วเกิดเรื่องราวได้ โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจแต่แรกด้วยนะ เพราะรูปแต่ละรูปถ่ายคนละปี วิธีการคือพรินต์รูปทั้งหมดที่เราชอบเอามาวางบนโต๊ะแล้วเรียง พยายามหาความเชื่อมโยงของแต่ละใบให้ได้ รูปทุกรูปสามารถเอามาต่อกันได้หมด อยู่ที่เราจะมองมุมไหนและคิดว่ามันเชื่อมโยงกันได้ยังไง ไม่ใช่แค่รูปถ่ายสตรีทนะ รูปวิวรูปอะไรก็สามารถเอามาเรียงร้อยได้ คุมโทนสี แสง เล่นกับเนื้อหาของภาพนั้นๆ” ทวีพงษ์ปิดท้ายคลาสเรียนนอกสถานที่วันนี้ที่ทำให้เราได้เรียนรู้วิธีการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายที่สามารถนำไปปรับใช้กับการเล่าเรื่องได้อีกหลายรูปแบบ</p>
<p style="text-align: center;"><em>นิทรรศการ GOOD DAY BAD DAY BUT EVERYDAY จัดแสดงถึงวันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2561 ที่ Subhashok The Arts Centre (S.A.C.)</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_8809.jpg" /></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล, พชรธร อุบลจิตต์</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/going-street-photo-tavepong-pratoomwong/">นิทรรศการภาพถ่ายสตรีทของ ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ที่ชวนให้คนเดินเข้าไปในภาพถ่ายของเขา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/going-street-photo-tavepong-pratoomwong/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BananaRun : ร้านขายของวิ่งที่ทำให้การวิ่งเป็นเรื่องง่ายเหมือน &#8216;ปอกกล้วยเข้าปาก&#8217;</title>
		<link>https://adaymagazine.com/shop-bananarun/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/shop-bananarun/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิตกานต์ วงษาสนธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Jul 2018 04:35:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[dream shop]]></category>
		<category><![CDATA[Human Run]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/shop-bananarun/</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก’ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 สุภาษิต &#8216;ปอกกล้วยเข้าปาก&#8217; หมายความว่า ง่าย สะดวก กล้วยเป็นผลไม้ที่ปอกเปลือกได้ง่าย ปอกกล้วยเข้าปากจึงหมายถึงการทำอะไรที่ง่ายมากๆ เหมือนกับการปอกเปลือกกล้วย การทดสอบสมรรถภาพร่างกายในวิชาพลศึกษาตอนมัธยมต้น เมื่อถูกบังคับให้วิ่งถึง 4 รอบสนามใหญ่ๆ เรามีอาการใจเต้นเร็ว หน้าแดง เหงื่อออก และเหนื่อยหอบจนไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ กลายเป็นความกลัวที่เกิดขึ้นในใจยามลองออกตัววิ่ง เราจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าสุภาษิตไทยนี้จะนำมาใช้กับเรื่อง ‘วิ่ง’ ได้จริงๆ อย่างนั้นเหรอ ย้ง–กำธร นทีธนสาร เป็นผู้ก่อตั้งเพจ เรื่องวิ่งเรื่องกล้วย เพจให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องวิ่งที่ทำขึ้นมาตั้งแต่วันที่วงการวิ่งยังไม่ได้เป็นที่นิยมมากเหมือนในตอนนี้ ย้งยังเป็นเจ้าของร้าน BananaRun : เรื่องอุปกรณ์วิ่ง เป็นเรื่องกล้วยๆ ร้านขายสารพัดอุปกรณ์สำหรับนักวิ่งอีกด้วย การเริ่มต้นอาจจะยากเหมือนตอนตัดเครือกล้วยอันใหญ่ๆ ลงมาจากต้น แต่พอยกมันลงมาได้แล้วการจะหยิบกล้วยสักลูกมาปอกเปลือกกินก็คงไม่ยาก เหมือนกับการวิ่งที่ย้งตอบคำถามเราว่าทำไมเขาถึงมองว่ามันเป็นแค่เรื่องกล้วยๆ ย้งเล่าให้เราฟังว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน แต่จุดที่ทำให้ย้งเลือกพาตัวเองออกมาทำกิจกรรมเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเป็นเพราะเริ่มมีปัญหาสุขภาพ จากที่ตั้งใจจะวิ่งเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ย้งกลับหลงใหลการวิ่งอย่างบ้าคลั่ง เขาหันมาสนใจอุปกรณ์การวิ่งอย่างนาฬิกาจีพีเอสที่ในตอนนั้นยังเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับนักวิ่งในบ้านเรา และนำพาตัวเขาเองเข้ามาสู่วงการวิ่งอย่างจริงจัง เรื่องวิ่ง เรื่องกล้วย “เมื่อ 8-9 ปีที่แล้วในเว็บบอร์ดมันมีข้อมูลเรื่องวิ่งอยู่น้อยมาก ต้องหาข้อมูลเอาจากหนังสือต่างประเทศ ผมก็ซื้อหนังสือต่างประเทศอะไรพวกนี้มาอ่าน จนไปเจอว่ามีโค้ชนักวิ่งคนหนึ่งอยู่ก็คือ ครูดิน–สถาวร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-bananarun/">BananaRun : ร้านขายของวิ่งที่ทำให้การวิ่งเป็นเรื่องง่ายเหมือน &#8216;ปอกกล้วยเข้าปาก&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>‘ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก’</p>
<p>ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 สุภาษิต &#8216;ปอกกล้วยเข้าปาก&#8217; หมายความว่า ง่าย สะดวก กล้วยเป็นผลไม้ที่ปอกเปลือกได้ง่าย ปอกกล้วยเข้าปากจึงหมายถึงการทำอะไรที่ง่ายมากๆ เหมือนกับการปอกเปลือกกล้วย</p>
<p>การทดสอบสมรรถภาพร่างกายในวิชาพลศึกษาตอนมัธยมต้น เมื่อถูกบังคับให้วิ่งถึง 4 รอบสนามใหญ่ๆ เรามีอาการใจเต้นเร็ว หน้าแดง เหงื่อออก และเหนื่อยหอบจนไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ กลายเป็นความกลัวที่เกิดขึ้นในใจยามลองออกตัววิ่ง</p>
<p>เราจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าสุภาษิตไทยนี้จะนำมาใช้กับเรื่อง ‘วิ่ง’ ได้จริงๆ อย่างนั้นเหรอ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_78482.jpg" /></p>
<p><strong style="background-color: initial;">ย้ง–กำธร นทีธนสาร</strong> เป็นผู้ก่อตั้งเพจ <a href="https://www.facebook.com/BananaRunning/?_rdc=1&amp;_rdr">เรื่องวิ่งเรื่องกล้วย</a> เพจให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องวิ่งที่ทำขึ้นมาตั้งแต่วันที่วงการวิ่งยังไม่ได้เป็นที่นิยมมากเหมือนในตอนนี้ ย้งยังเป็นเจ้าของร้าน <a href="https://www.facebook.com/BananaRunShop/?_rdc=1&amp;_rdr">BananaRun : เรื่องอุปกรณ์วิ่ง เป็นเรื่องกล้วยๆ</a> ร้านขายสารพัดอุปกรณ์สำหรับนักวิ่งอีกด้วย</p>
<p>การเริ่มต้นอาจจะยากเหมือนตอนตัดเครือกล้วยอันใหญ่ๆ ลงมาจากต้น แต่พอยกมันลงมาได้แล้วการจะหยิบกล้วยสักลูกมาปอกเปลือกกินก็คงไม่ยาก เหมือนกับการวิ่งที่ย้งตอบคำถามเราว่าทำไมเขาถึงมองว่ามันเป็นแค่เรื่องกล้วยๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7852.jpg" /></p>
<p>ย้งเล่าให้เราฟังว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน แต่จุดที่ทำให้ย้งเลือกพาตัวเองออกมาทำกิจกรรมเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเป็นเพราะเริ่มมีปัญหาสุขภาพ จากที่ตั้งใจจะวิ่งเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ย้งกลับหลงใหลการวิ่งอย่างบ้าคลั่ง เขาหันมาสนใจอุปกรณ์การวิ่งอย่างนาฬิกาจีพีเอสที่ในตอนนั้นยังเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับนักวิ่งในบ้านเรา และนำพาตัวเขาเองเข้ามาสู่วงการวิ่งอย่างจริงจัง</p>
<h3><strong>เรื่องวิ่ง เรื่องกล้วย</strong></h3>
<p>“เมื่อ 8-9 ปีที่แล้วในเว็บบอร์ดมันมีข้อมูลเรื่องวิ่งอยู่น้อยมาก ต้องหาข้อมูลเอาจากหนังสือต่างประเทศ ผมก็ซื้อหนังสือต่างประเทศอะไรพวกนี้มาอ่าน จนไปเจอว่ามีโค้ชนักวิ่งคนหนึ่งอยู่ก็คือ<br />
ครูดิน–สถาวร จันทร์ผ่องศรี ตอนนั้นก็เลยรวมกลุ่มที่เป็นเพื่อนๆ กัน ชวนครูดินมาเป็นโค้ชให้เป็นเรื่องเป็นราว ก็เป็นทีมเริ่มต้นของสถาวรรันนิ่งคลับ พอเราเริ่มเรียนวิ่งอย่างจริงจังเราก็เลยคิดว่าอยากจะถ่ายทอดความรู้ออกไปให้คนอื่นๆ ด้วย</p>
<p>“เรื่องวิ่งเรื่องกล้วย เป็นเพจแรกที่ทำกันขึ้นมากับกลุ่มเพื่อนนักวิ่ง คำว่ากล้วยมันมาจากเรื่องกล้วยๆ เราอยากให้คนรู้สึกว่าเรื่องวิ่งเป็นเรื่องกล้วยๆ เราทำพวกอินโฟกราฟิกสอนเรื่องวิ่ง ยุคนั้นในวงการวิ่งยังไม่มีข้อมูลอะไรพวกนี้เลย โพสต์หนึ่งของเรื่องวิ่งเรื่องกล้วยเคยเล่าว่าระยะมาราธอนมันไกลแค่ไหน ปกติคนเรารู้ว่า 42 กิโลเมตร แต่นึกภาพไม่ออกว่าจริงๆ แล้วมันไกลแค่ไหนล่ะ เราก็เลยทำภาพให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ถ้าคุณออกจากสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงวิ่งตามทางบีทีเอสไปจนถึงหมอชิต นั่นคือ 10 กิโลเมตร แล้วถ้าวิ่งไปต่อจนถึงห้าแยกลาดพร้าวแล้ววิ่งตามถนนวิภาวดีไปจนถึงดอนเมือง นั่นคือ 21 กิโลเมตร แล้วถ้าวิ่งต่อไปจนถึงธรรมศาสตร์รังสิต อันนั้นคือ 42 กิโลเมตร คนก็จะมองภาพออกว่าระยะทางจากศาลาแดงไปถึงรังสิตคือ 42 กิโลเมตรนะ</p>
<p>“พอเรามีโอกาสได้จัดงานวิ่งก็เลยเลือกเส้นทางนี้ ใช้ชื่องานว่า Banana2U Run วิ่งจากจุฬาฯ ไปธรรมศาสตร์รังสิต หลังจากงานวิ่งงานนั้นก็เริ่มมีสินค้าเข้ามาเรื่อยๆ เราก็เลยทำร้านอุปกรณ์การวิ่งขึ้นมา จากขายออนไลน์ในตอนแรกก็ขยับมาทำหน้าร้าน ซึ่งก็คือ BananaRun : เรื่องอุปกรณ์วิ่ง เป็นเรื่องกล้วยๆ</p>
<p>“แต่ตอนนี้ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเรื่องวิ่งน้อยลง ผมมองว่าการให้ความรู้ที่ผิดร้ายแรงกว่าการไม่ทำอะไรเลย ในยุคนั้นความรู้เรื่องวิ่งมันน้อยมากๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเคยหาแล้วรวบรวมกันมามันเป็นความรู้ในวันนั้น แต่พอระยะหนึ่งที่วงการวิ่งเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ มีผู้เชี่ยวชาญที่เขารู้จริงมากขึ้น เรื่องที่เคยโพสต์ไปพอเราย้อนกลับไปอ่าน เราก็จะรู้ว่าบางอันมันไม่อัพเดตแล้ว บางอันเป็นความรู้ในวันนั้นแต่วันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ฉะนั้นถ้าไม่มั่นใจจริงๆ ผมก็เลือกที่จะไม่ลงไปแตะมันเท่าไหร่ อาจจะมีแชร์ความรู้จากอาจารย์ท่านนี้ท่านนั้นบ้าง ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่เรื่องอุปกรณ์การวิ่งที่เราเชี่ยวชาญมากกว่า”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7858.jpg" /></p>
<p>มองจากมุมของคนที่ไม่เคยวิ่งมาก่อน แม้จะแอบกลัวแต่ก็อยากจะลองออกไปเริ่มต้นวิ่งดูบ้าง ตามความเข้าใจของเราอุปกรณ์การวิ่งหนึ่งที่สำคัญคือรองเท้า เราจึงอดถามย้งไม่ได้ว่ารองเท้าที่ดีสำหรับคนที่อยากจะเริ่มต้นวิ่งอย่างเราต้องเป็นแบบไหน แต่คำตอบของย้งกลับทำให้เรารู้ว่ารองเท้าไม่ใช่สิ่งที่จะต้องมองหาเป็นสิ่งแรก</p>
<h3><strong><br />
หัวใจของการวิ่งคือต้องมีใจ</strong></h3>
<p>“ผมเพิ่งคุยเรื่องนี้เหมือนกันตอนไปเทรนนิงเวิร์กช็อป มีคนที่ไม่เคยวิ่งมาก่อนเข้ามาถามคำถามประมาณนี้แหละ ว่าต้องซื้อรองเท้าที่ดีที่สุดไหม จริงๆ หัวใจสำคัญที่สุดของการวิ่งคือคุณต้องมีใจที่ทำให้คุณรักในการวิ่งให้ได้ก่อน ถ้าคุณไม่รักในการวิ่งต่อให้คุณมีอุปกรณ์อะไรก็ตามคุณจะเลิกวิ่ง แต่ถ้าสมมติว่าคุณรักในการวิ่งเมื่อไหร่ต่อให้คุณยุ่งแทบตายยังไงคุณก็ต้องหาเวลาเพื่อมาวิ่งให้ได้</p>
<p>“ต้องบอกคนที่เริ่มต้นวิ่งก่อนเลยว่า 5 กิโลเมตรแรกในการวิ่งครั้งแรกของชีวิตคุณ จะใส่อะไรก็ได้ จะใส่รองเท้าผ้าใบนันยางมาวิ่งก็ยังได้ คุณไม่บาดเจ็บแน่นอน อย่าเพิ่งไปสนใจว่าจะใส่รองเท้าแบบไหน วิ่งตอนเช้าหรือตอนเย็น ออกไปวิ่งเถอะ อย่าเพิ่งไปสนใจอะไรแค่ออกไปวิ่งให้ได้ คอนเซปต์ของการเริ่มต้นวิ่งคือห้ามเหนื่อยเกินไป เพราะถ้าคุณเหนื่อยเกินไปเมื่อไหร่คุณจะเบื่อแล้วก็จะไม่วิ่ง ปวดเมื่อยเกินไปเมื่อไหร่ก็จะไม่วิ่ง คือยังไม่ต้องไปคิดอะไรมากแค่ไปลองเดินช้าสลับเดินเร็วดูก่อน</p>
<p>“ผมได้คอนเซปต์นี้มาจากหนังสือ<em>วิ่งสู่ชีวิตใหม่</em>ของนายแพทย์อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม เขาพูดว่าถ้าคุณเริ่มต้นวิ่งโดยไปวิ่งคือผิดเลยนะ ตอนที่ผมเริ่มวิ่งคือตอนที่อายุ 40 แล้ว ก็เลยไปเดินช้าสลับเดินเร็วดูก่อน แต่ต้องจับเวลา เดินช้า 2 นาที เดินเร็ว 2 นาที แล้วพอรู้สึกว่า เฮ้ย ไหวเว้ย ก็เปลี่ยนจากเดินเร็วเป็นจ็อกกิง ทำสลับกันไป วันหนึ่งทำให้ได้ 40-45 นาที พอเหงื่อออกนิดหน่อยค่อยกลับบ้าน ไม่จำเป็นต้องเหงื่อออกเยอะๆ หรือไม่ต้องคิดว่าฉันจะมาลดไขมัน ไม่ต้องสนใจ คุณทำแค่นี้แล้วคุณรู้สึกสดชื่นก็พอ ห้ามทำทุกวัน ทำวันเว้นวัน ทำทุกวันคุณก็จะเบื่อเหมือนกัน คุณทำอย่างนี้สัก 3 อาทิตย์ คุณจะมีความสุขมากกับการที่คุณออกไปวิ่งเพราะกลับมาคุณจะสดชื่น แล้วคุณจะเข้าใจว่า อ๋อ ทำไมคนถึงติดการวิ่ง</p>
<p>“วันหนึ่งพอคุณวิ่ง 5 กิโลเมตรได้ต่อเนื่อง มันจะเหมือนคุณพิชิตอะไรได้บางอย่าง พอวิ่ง 10 กิโลเมตรได้ก็จะเหมือนพิชิตยอดเขาอะไรได้สักอัน นั่นคือจุดนั้น พอคุณวิ่ง 5 กิโลเมตรได้ค่อยมานั่งคุยกันเรื่องเสื้อผ้า รองเท้า นาฬิกา เพราะตอนแรกผมก็ใช้นาฬิกาเข็มธรรมดา รองเท้าซื้อลดราคามา ไม่รู้เรื่องรองเท้าเลย แต่พอคุณเริ่มวิ่งแล้วคุณวิ่ง 5 กิโลเมตรได้ คุณจะเริ่มจับทางได้แล้วว่าเอาจริงๆ คุณอยากได้อะไรแบบไหน”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_78751.jpg" /></p>
<p>ถ้าย้อนกลับไปในปี 2530 งานวิ่งลอยฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 5 รอบ ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดสะพานพระราม 9 นับเป็นจุดเริ่มต้นของ running boom ในประเทศไทย ต่อมาในปี 2555 ก็เกิดกระแสที่ทำให้ผู้คนมากมายออกตัววิ่งอีกครั้ง เพราะอยากจะเป็นเหมือนนิชคุณและสู่ขวัญ นักแสดงผู้รับบทเป็นนักวิ่งในภาพยนตร์เรื่อง <em>รัก 7 ปี ดี 7 หน</em> และเมื่อไม่นานมานี้กับโครงการก้าวคนละก้าวที่ปลุกให้วงการตื่นตัวขึ้นมากกว่าเดิม ดูเหมือนว่ากราฟกระแสความนิยมนี้จะไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่เลยทีเดียว</p>
<h3><strong>รันวงการ Running Boom</strong></h3>
<p>“ถ้าดูลูปของคนที่เข้ามาวิ่งแล้วมันเริ่มเฟดออกไปก็จะประมาณ 4-5 ปี นี่คือลูปของคนที่ไม่เคยวิ่งมาก่อน พอการวิ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแล้ว เขาอาจจะไม่ตื่นเต้นอะไรมาก วิ่งจนเป็นกิจวัตรเหมือนกินข้าวเหมือนไปดูหนังอะไรอย่างนี้ ก็มีทั้งคนที่เริ่มจะเฟดตัวกลับไปสู่ชีวิตปกติของเขาหรืออีกสายที่เข้าไปสู่อะไรที่จริงจังมากขึ้น</p>
<p>“กลุ่มนักวิ่งที่เคยอยู่มานานแล้วก็มองว่าวงการวิ่งมันบูมมากขึ้น ลองมองว่าเหมือนคนที่เข้าไปทำอะไรสักอย่างเป็นทีมแรกๆ แล้วพอวันหนึ่งมีคนตามเข้ามาอีกขบวน วัฒนธรรมหลายๆ อย่างมันเปลี่ยนไป เขาก็อาจจะมีความเห็นกับบางเรื่องที่มันไม่โอเคเหมือนสมัยก่อน แต่กลุ่มนักวิ่งใหม่ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่มากในตอนนี้ก็เป็นธรรมดาที่วัฒนธรรมบางอย่างจะเปลี่ยนไป</p>
<p>“จริงๆ ต้องบอกว่าผมเข้าใจในภาพรวมทั้งหมดนะเพราะว่าเด็กๆ ในร้านก็เป็นนักวิ่งรุ่นใหม่ แต่เราก็พยายามที่จะบาลานซ์ อย่างงานวิ่งที่เขาให้สมัครออนไลน์แล้วนักวิ่งรุ่นเก่าบางคนสมัครไม่ทัน เราก็พยายามอาสาว่าเราขอเป็นออฟไลน์ให้ได้ไหม นักวิ่งรุ่นเก่าจะได้มีโอกาสสมัครงานวิ่งใหม่ๆ บ้าง แต่ผมเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็เข้าใจแหละ แล้วก็คงปรับตัวกันไป</p>
<p>“สำหรับ BananaRun เราคิดว่าจังหวะมันพอดีกับช่วงที่กระแสมันมาด้วย จริงๆ ก็ไม่แน่ใจว่าเพราะจังหวะด้วยหรือเปล่า สมมติว่าเปิดมาแล้วมันไม่บูมเราก็ปิด แต่พอดีเปิดแล้วมันไปได้มันก็ไปต่อ ก็แค่นั้นเอง</p>
<p>“คือทุกๆ ธุรกิจมันมีกระแสขึ้นลงเป็นธรรมดาเหมือนน้ำขึ้นน้ำลง ถ้าถามผมเองถึงกระแสของการวิ่ง มันจะลงก็ลง ไม่มีใครทันจริงๆ นะ กระแสมันขึ้นมันก็ขึ้น กระแสมันลงมันก็ลง ก็ตามนั้น เราก็ปรับตัวไปตามธุรกิจปกติ”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_78873.jpg" /></p>
<p>เราถามถึงวิธีการขายสินค้าและคำแนะนำในเรื่องวิ่งของย้ง มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยเดินเข้ามาที่ร้านเพื่อซื้ออุปกรณ์อะไรบางอย่างแต่ไม่ได้สิ่งนั้นติดมือกลับไป ย้งเล่าว่าเคยมีลูกค้ามาขอซื้อที่รัดเข่าเพราะกลัววิ่งแล้วจะเจ็บ ซึ่งจริงๆ ยังไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับเขา อาการเจ็บเป็นเรื่องปกติเมื่อเริ่มต้นวิ่งแต่ใช้เวลาไม่กี่วันก็จะหายได้เอง ไม่ได้บาดเจ็บ แต่ร่างกายกำลังมีการพัฒนา ย้งเลือกที่จะแนะนำลูกค้าให้เหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่งของเขาและไม่ได้ขายที่รัดเข่าชิ้นนั้นไป</p>
<h3><strong>เราเป็นเหมือนเพื่อนที่เดินเข้ามาตบบ่าแล้วชวนกันไปวิ่ง</strong></h3>
<p>“เรามีลูกค้าที่อยู่มาด้วยกันตั้งแต่เริ่มวิ่งจนถึงตอนนี้ออกไปวิ่งงานใหญ่ๆ ได้ ผมเองก็มีคอนเนกชั่นกับโค้ชหลายๆ คน นักวิ่งคนไหนที่เราเห็นว่าเขาจะมาสายจริงจังเราก็ pass ไปให้โค้ชเลย โลกมันแคบนะครับ บางคนจากที่เป็นลูกค้าก็กลายมาเป็นคนที่เข้าเทรนนิงในคลาสเดียวกัน</p>
<p>“เราซัพพอร์ตนักวิ่งที่ขาดแคลนอะไรอย่างนี้อยู่แล้ว ต้องบอกว่าในอดีตของวงการนักวิ่งเนี่ย คนที่เป็นตัวหลักๆ ชีวิตเขาซัฟเฟอร์ทั้งนั้น ซัพพอร์ตได้เราก็จะซัพพอร์ตคนพวกนี้ ถ้าเข้ามาในร้านจะเห็นถ้วยรางวัลวางอยู่เต็มชั้น อันนี้มาจากนักวิ่งที่เราเคยช่วยเขาเรื่องอุปกรณ์การวิ่งหรือให้คำแนะนำต่างๆ พอเขาวิ่งได้เขาก็มามอบถ้วยให้เราเก็บไว้เพราะรู้สึกว่าอยากจะให้</p>
<p>“ผมเคยผ่านมาแล้วถึงรู้ว่าการวิ่งมันไม่ยาก ไม่ได้รู้สึกว่าการที่ผมแนะนำเรื่องการวิ่งจะเป็นเหมือนอาจารย์สอนนักเรียน ผมแค่อยู่ข้างๆ ตั้งแต่วิ่งมาผมรู้สึกตลอดว่าไม่ใช่โค้ช ไม่ใช่คนที่ให้ความรู้ได้ขนาดนั้น เหมือนเพื่อนชวนกันไปวิ่ง ผมไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นคนที่จะทำหน้าที่นั้น ผมทำหน้าที่เป็นแค่คนกลาง พาคนนี้มาเจอคนนี้ เรามีความรู้เพื่อรู้ว่าอะไรอยู่ที่ไหน พาใครมาเจอกับใคร เราเป็นคนตรงนั้นมากกว่า”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_78991.jpg" /></p>
<p>จากที่ได้คุยกับย้ง ทำให้เราตอบคำถามที่สงสัยในตอนแรกได้แล้วว่าสุภาษิตไทย &#8216;ปอกกล้วยเข้าปาก&#8217; สามารถใช้กับเรื่องวิ่งได้จริงๆ แต่อะไรที่ทำให้ย้งเสพติดการวิ่งมากถึงขนาดนี้กันนะ</p>
<p>“ผมติดเอ็นโดฟินส์ วิ่งไปสัก 30 นาทีมันจะเริ่มมา เพราะงั้นบางคนวิ่งไม่ถึง 30 นาทีมันจะไม่เจอ มันจะอยู่ระหว่างช่วง 20-30 นาที โดยห้ามเหนื่อยเกินไปด้วยนะ มันจะเจอฟีลลิ่งนี้ จะรู้สึกมีความสุข ที่ผมชอบก็คือระหว่างวิ่งมันจะเกิดไอเดียใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา มีโพสต์หลายๆ โพสต์ที่ผมโพสต์ไปเนี่ยเกิดจากการวิ่ง งานดีไซน์หลายๆ อย่างที่ทำก็เกิดจากการวิ่ง</p>
<p>“เหมือนอย่างคุณ ผมอยากให้ลองดู ถ้าไปทำอย่างที่ผมบอกก็จะวิ่งได้” ย้งหันมาบอกกับเราด้วยแววตาที่เราเองก็อธิบายไม่ถูก ดูเหมือนถูกคาดหวังกลายๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความจริงใจ</p>
<p>แม้ความกลัวที่เกิดขึ้นมาตั้งตอนมัธยมต้นจะยังไม่ได้หายไปทั้งหมด แต่มันกลับลดลงอย่างเหลือเชื่อ ทำให้ตอนนี้เราอยากจะลองออกตัวเดินไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่มากกว่าการเดินปกติอีกครั้ง</p>
<p>และการวิ่ง 5 กิโลเมตรแรกในชีวิต กำลังจะเริ่ม ณ บัดนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7862.jpg" /></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-bananarun/">BananaRun : ร้านขายของวิ่งที่ทำให้การวิ่งเป็นเรื่องง่ายเหมือน &#8216;ปอกกล้วยเข้าปาก&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/shop-bananarun/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เส้นทางขนมหวานที่ ‘ลัท’ รองแชมป์ Masterchef Thailand เลือกเดินจากความรัก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/people-lat-masterchef/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/people-lat-masterchef/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิตกานต์ วงษาสนธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jul 2018 19:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[MasterChef Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมหวาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/people-lat-masterchef/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรารู้จัก ลัท-นลัท จิรวีรกูล พร้อมกับทุกคนเมื่อรายการ MasterChef Thailand Season 2 รอบ 30 คนสุดท้ายออกอากาศ ด้วยความสามารถในการทำขนมอันโดดเด่น การพลิกแพลงรสชาติจากวัตถุดิบที่หลากหลาย รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ใส่ลงไปในการจัดจาน ทำให้ลัทเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่ใครหลายคนปักใจเชียร์ และเป็น 2 คนสุดท้ายของรายการได้ในที่สุด หลังจากรายการจบไปไม่นาน เราบังเอิญเจอคลิปออดิชั่นที่ลัทส่งเข้ามาสมัครเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน เราถึงได้รู้ว่าลัทเรียนจบด้านแอนิเมชั่น และสนใจวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ ด้วยพื้นฐานทางศิลปะที่มี เราคิดว่านี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอเป็นผู้เข้าแข่งขันที่มีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่นไม่เป็นรองใคร แต่จากที่ตั้งใจว่าจะชวนลัทคุยถึงความคิดสร้างสรรค์บนจานอาหาร เรื่องราวที่หญิงสาวจากจังหวัดลำปางคนนี้เล่าให้เราฟังกลับย้อนไปถึงวันที่ตัดสินใจทิ้งงานแอนิเมชั่น และเลือกเดินในเส้นทางขนมหวานที่เธอมีพลังแรงกล้ากว่า เริ่มสนใจทำขนมตั้งแต่ตอนไหน พอเรียนจบ เราไปทำงานด้านแอนิเมชั่นอยู่ 1 ปี จริงๆ ตัวงานก็สนุกนะ แต่ด้วยการทำงานที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างเดียว เราขยับแต่เมาส์ ข้อมือก็จะขยับแค่นั้น เลยทำให้เราไม่มีเวลาออกกำลังกาย พองานเยอะมากขึ้น ร่างกายก็เริ่มป่วยบ่อยๆ เริ่มรู้สึกว่าไม่อยากมีชีวิตแบบนี้ต่อไป เรามานั่งคิดว่าตัวเองถนัดอะไรบ้าง หรือชอบอะไร คิดกลับไปในความทรงจำตอนเด็กๆ เราเป็นคนชอบกินขนม คุณแม่ก็ชอบทำขนมแจกเพื่อนๆ และลูกค้าที่บ้าน เราก็จะไปเป็นลูกมือแม่ตลอด คอยวนเวียนป้วนเปี้ยนวุ่นวาย ตอนนั้นอยู่ลำปาง เวลาไปเที่ยวห้างก็จะไปที่เชียงใหม่เพราะที่ลำปางยังไม่มี แม่ก็จะถามว่า “ลัทอยากซื้ออะไรกลับไปกินที่บ้านไหม” เราก็จะไปยืนหน้าตู้เค้กแล้วก็คอยส่องว่าอันนี้คืออะไร “อันนี้น่ากิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-lat-masterchef/">เส้นทางขนมหวานที่ ‘ลัท’ รองแชมป์ Masterchef Thailand เลือกเดินจากความรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เรารู้จัก <strong>ลัท-นลัท จิรวีรกูล</strong> พร้อมกับทุกคนเมื่อรายการ MasterChef Thailand Season 2 รอบ 30 คนสุดท้ายออกอากาศ ด้วยความสามารถในการทำขนมอันโดดเด่น การพลิกแพลงรสชาติจากวัตถุดิบที่หลากหลาย รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ใส่ลงไปในการจัดจาน ทำให้ลัทเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่ใครหลายคนปักใจเชียร์ และเป็น 2 คนสุดท้ายของรายการได้ในที่สุด</p>
<p>หลังจากรายการจบไปไม่นาน เราบังเอิญเจอคลิปออดิชั่นที่ลัทส่งเข้ามาสมัครเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน เราถึงได้รู้ว่าลัทเรียนจบด้านแอนิเมชั่น และสนใจวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ ด้วยพื้นฐานทางศิลปะที่มี เราคิดว่านี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอเป็นผู้เข้าแข่งขันที่มีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่นไม่เป็นรองใคร</p>
<p>แต่จากที่ตั้งใจว่าจะชวนลัทคุยถึงความคิดสร้างสรรค์บนจานอาหาร เรื่องราวที่หญิงสาวจากจังหวัดลำปางคนนี้เล่าให้เราฟังกลับย้อนไปถึงวันที่ตัดสินใจทิ้งงานแอนิเมชั่น และเลือกเดินในเส้นทางขนมหวานที่เธอมีพลังแรงกล้ากว่า</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6343.jpg" /></p>
<h4><strong>เริ่มสนใจทำขนมตั้งแต่ตอนไหน</strong></h4>
<p>พอเรียนจบ เราไปทำงานด้านแอนิเมชั่นอยู่ 1 ปี จริงๆ ตัวงานก็สนุกนะ แต่ด้วยการทำงานที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างเดียว เราขยับแต่เมาส์ ข้อมือก็จะขยับแค่นั้น เลยทำให้เราไม่มีเวลาออกกำลังกาย พองานเยอะมากขึ้น ร่างกายก็เริ่มป่วยบ่อยๆ เริ่มรู้สึกว่าไม่อยากมีชีวิตแบบนี้ต่อไป</p>
<p>เรามานั่งคิดว่าตัวเองถนัดอะไรบ้าง หรือชอบอะไร คิดกลับไปในความทรงจำตอนเด็กๆ เราเป็นคนชอบกินขนม คุณแม่ก็ชอบทำขนมแจกเพื่อนๆ และลูกค้าที่บ้าน เราก็จะไปเป็นลูกมือแม่ตลอด คอยวนเวียนป้วนเปี้ยนวุ่นวาย ตอนนั้นอยู่ลำปาง เวลาไปเที่ยวห้างก็จะไปที่เชียงใหม่เพราะที่ลำปางยังไม่มี แม่ก็จะถามว่า “ลัทอยากซื้ออะไรกลับไปกินที่บ้านไหม” เราก็จะไปยืนหน้าตู้เค้กแล้วก็คอยส่องว่าอันนี้คืออะไร “อันนี้น่ากิน สั่งอันนี้ไปกินได้ไหม” เหมือนซื้อขนมมากินแล้วก็เรียนรู้ว่ารสชาติเป็นยังไงตั้งแต่เด็กๆ มันเลยกลายเป็นความชอบ พอเราอยากจะเปลี่ยนสายงานไปทำอย่างอื่นก็อยากลองทำอะไรที่เราชอบดู ถ้าอย่างนั้นเราเปลี่ยนไปทำขนมละกัน ทั้งที่ตอนนั้นไม่มีความรู้เรื่องการทำขนมเลย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/20902791_1582590401804544_523163038543511552_n.jpg" /></p>
<h4><strong>นึกว่าลัทฝึกทำขนมมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว</strong></h4>
<p>ขนมที่คุณแม่ทำได้มีแค่ไม่กี่อย่าง จะเป็นบราวนี่หรือคุกกี้ แต่พอเราอยากจะเปิดร้านจริงๆ มันจะต้องมีขนมหลากหลาย อีกอย่างที่เรายังไม่รู้ก็คือกระบวนการจัดการของร้านขนมว่าเป็นยังไง เราเลยเริ่มจากการไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้าน Coffee Beans by Dao ที่สยาม เป็นช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากนะ ทุกวันเราจะเจอแขกหลายรูปแบบ ได้เรียนรู้ว่าจะบริการเขายังไงให้เขาประทับใจมากที่สุด หรือการจัดการของหลังร้านบ้าง การสั่งของบ้าง</p>
<p>พอทำไปได้ 3 เดือน คุณพ่อก็อยากให้กลับไปดูแลธุรกิจของครอบครัวที่ลำปาง เรากลับไปทำอยู่ 1 ปี ตอนนั้นรู้สึกว่าก็ทำได้แหละ แต่ชีวิตมันเฉามาก เฉาไปทุกวันเลย เราอยากจะทำตามความฝัน เราขอไปเรียนทำขนมได้ไหม แต่ตอนนั้นคุณพ่อบอกว่าเงินที่จะไปสมัครเรียนเนี่ยมันก็แพงอยู่นะ เอาเงินส่วนนี้ไปเปิดธุรกิจของที่บ้านอีกสาขานึงก็ได้ แต่เราไม่อยากใช้ชีวิตอย่างนี้ไปจนลมหายใจสุดท้ายของเรา ที่บ้านเลยตกลงกันว่าถ้าอย่างนั้นให้เรียนแค่คอร์สเดียวก่อน</p>
<p>พอเรียนจบ เราก็รู้สึกว่าเราอยากจะเรียนต่ออีก (หัวเราะ) อยากจะเรียนรู้ด้านนี้ให้ลึกขึ้น อยากจะเก่งมากกว่านี้ เลยรวบรวมเงินเก็บมาจ่ายค่าเรียนคอร์สที่ 2 เอง แม่สงสารก็เลยถามว่าอยากจะเรียนคอร์ส 3 ไหม แม่จะออกค่าเรียนให้ กว่าจะได้เรียนก็ใช้ความพยายามมาก เลยดีใจที่ทำมันได้ หลังจากนั้นเราก็เลยเริ่มเปิดร้านออนไลน์</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/29416116_182597652379824_1428650566694731776_n.jpg" /></p>
<h4><strong>จำขนมชนิดแรกที่ฝึกทำได้ไหม</strong></h4>
<p>ช็อกโกแลตลาวา ทำอยู่หลายรอบมากกว่าจะสำเร็จ ช็อกโกแลตลาวาเนี่ยมันขึ้นอยู่กับเวลาที่เราอบและอุณหภูมิที่ใช้ ถ้าเกิดอบมากเกินไปข้างในก็จะไม่เป็นลาวา แต่ถ้าอบน้อยเกินไปพอคว่ำออกจากพิมพ์ทีนี้เละเลย ลองผิดลองถูกหลายครั้งกว่าจะทำได้</p>
<h4><strong>ตอนที่ทำสำเร็จครั้งแรกรู้สึกยังไง</strong></h4>
<p>ดีใจมาก เพราะมันเป็นเค้กชิ้นแรกที่เราเรียนรู้และลงมือทำเองโดยที่ยังไม่ได้เรียนอะไรมาก่อนเลย แล้วก็อร่อยสุด (หัวเราะ) ทำเองแล้วก็กินเองเนอะ</p>
<h4><strong>ลัทได้เรียนรู้อะไรจากการลองผิดลองถูกบ้าง</strong></h4>
<p>สำหรับเรามันเป็นความพยายามมากกว่า ถึงแม้ว่าแต่ละครั้งเราจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่เราได้เรียนรู้ ได้แก้ไขแล้วก็พยายามทำต่อไป มันทำให้เราเปลี่ยนนิสัยนะ ทำให้เราเป็นคนที่พยายามมากขึ้น ไม่ยอมแพ้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/30084051_941081862718293_6865246210358247424_n.jpg" /></p>
<h4><strong>ตอนที่เรียนทำขนม โฟกัสแต่เรื่องขนมอย่างเดียวเลยไหม</strong></h4>
<p>ใช่ จริงๆ การทำอาหารเราไม่ได้ถนัดเลย ความชอบด้านขนมมันแรงกล้ามาก (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นเราไม่มองอย่างอื่นเลย เรามองว่าเราจะทำขนมอย่างเดียว หรืออีกอย่างที่อาจจะเป็นไปได้คือเป็นคนทำขนมปัง</p>
<h4><strong>ทั้งที่ไม่ถนัดทำอาหารเลย แต่ลัทสมัครเข้าแข่งขัน Masterchef Thailand ที่ต้องทำอาหารด้วย ตอนนั้นเตรียมตัวยังไงบ้าง</strong></h4>
<p>ตอนแรกที่เข้าไป ถ้าเป็นโจทย์อาหารคาวเราจะมึนมาก เวลาได้โจทย์อะไรมาก็คิดไปถึงว่าอะไรที่เราเคยทำ แต่ก็จะเป็นเมนูพื้นๆ เราก็ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปบ้าง บางทีเขากำหนดวัตถุดิบว่ามีเท่านี้ๆ เราก็คิดว่าเมนูเดิมที่เราเห็นมันสามารถเอาวัตถุดิบที่เขาให้มาเพิ่มเติมอะไรลงไปได้อีกบ้าง แล้วก็พยายามเรียนรู้ด้วยตัวเอง ซื้อหนังสือมาอ่านแล้วลองทำตามดู เรียนจาก YouTube หรือ Pinterest แล้วคอยดูว่าการจัดจาน องค์ประกอบในแต่ละจานที่เชฟทำมามีอะไรเป็นส่วนผสมบ้าง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/34643211_152091002322139_320087063414177792_n.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/12531114_1688464208077124_324300266_n.jpg" /></p>
<h4><strong>เมนูที่ลัททำในรายการใส่ไอเดียลงไปเยอะมาก ตอนแข่งขันมีภาพขึ้นมาในหัวเลยไหมว่าฉันจะทำอย่างนี้</strong></h4>
<p>เราไม่ได้เก่งมาก เพราะฉะนั้นก็ต้องเตรียมตัวเยอะ ถ้าช่วงที่เรายังไม่ได้ไปแข่งเราก็จะเปิด Pinterest ดู สเกตช์ออกมาว่าถ้าวัตถุดิบมีประมาณนี้ สมมติเป็นเนื้อ เราจะทำยังไงได้บ้าง จัดจานเป็นแบบไหนได้บ้าง ใช้การเตรียมตัวมากกว่า คนอื่นๆ ที่เขาเก่งอยู่แล้ว เขาก็อาจจะคิดได้ในตอนแข่งเลย</p>
<h4><strong>ตอนที่ทำชีสเค้กมะเขือยาว คิดอะไรอยู่</strong></h4>
<p>โจทย์ของเราเป็นมะเขือ แล้วโจทย์อีกอย่างที่เราต้องทำคือทำขนมซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราถนัด เราก็ดูว่าจะเอามะเขือยาวมาทำอะไรได้บ้าง มะเขือยาวมันขม เราจะทำยังไงให้ไม่ขมได้บ้าง เราก็คิดว่าเอามาต้มกับคาราเมลแล้วกัน ใช้ความหวานช่วยกลบความขมให้มันเหลือความขมนิดๆ ส่วนชีสเค้ก ตอนแรกยังคิดไม่ได้นะ แต่เดินไปดูวัตถุดิบเห็นมีครีมชีสวางอยู่ก็เลยทำเป็นชีสเค้กแล้วกัน แล้วก็เอามะเขือยาวที่ผัดกับคาราเมลมาวางข้างหน้า</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/12479142_1675209949399671_1721125614_n.jpg" /></p>
<h4><strong>การเรียนศิลปะมา หรือความชอบวาดรูปตั้งแต่เด็กๆ มีผลกับการใส่ไอเดียในอาหารมั้ย </strong></h4>
<p>มี ศิลปะเอามาใช้ได้กับทั้งอาหาร ทั้งขนมทุกอย่างเลยสำหรับเรานะ เรารับรู้ได้ทั้งความสวยทางตาแล้วก็ความอร่อยทางปาก มันเป็นสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่งในการทำอาหาร การที่เราจะสร้างสรรค์ให้อาหารสร้างความประทับใจได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้น นอกจากอาหารที่อร่อยแล้ว หน้าตาก็จะต้องดีด้วย</p>
<h4><strong>เหมือนเป็นการสร้าง First Impression ให้คนทานด้วย</strong></h4>
<p>ใช่ๆ หน้าตาสวย น่ากิน เป็นอย่างแรกเลยที่จะทำให้ลูกค้าเข้ามาหาเราแล้วรสชาติก็ต้องดีด้วย แต่ถ้าหน้าตาสวย รสชาติไม่ดี เขาก็กินแค่ครั้งเดียว</p>
<h4><strong>อารมณ์ของคนทำอาหารมีผลต่อรสชาติที่ออกมาไหม</strong></h4>
<p>อารมณ์และสติของคนทำมีผลกับรสชาติมาก โดยเฉพาะขนม ถ้าเกิดไม่มีสติ ใส่นู่นผิดนี่ผิดแล้วก็ชั่งตวงวัดพลาด รสชาติที่ออกมาก็จะแตกต่างกันหมดเลย หรือการอบในอุณหภูมิที่แตกต่างกันแค่ 10 องศา ผลที่ได้ก็แตกต่างกันแล้ว เพราะฉะนั้นการทำขนมต้องมีความละเอียดมาก การทำอาหารยังอาจจะใช้การชิมได้ แต่ขนมนี่คือชิมไม่ค่อยได้ ต้องอบให้เสร็จก่อนถึงจะรู้ว่ามันออกมาเป็นยังไง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/33630481_243640439720468_6783792271553724416_n.jpg" /></p>
<h4><strong>ในรายการเราเห็นลัทพูดกับตัวเองบ่อยๆ มันเป็นวิธีดึงสมาธิของคุณหรือเปล่า</strong></h4>
<p>ตอนนั้นเราไม่รู้ตัวเลยนะ มันพูดออกมาเลยอะ เราเป็นคนที่พูดกับทุกสิ่งอย่างอยู่แล้วเป็นปกติ เราเป็นคนทำการ์ตูนมาก่อนเนอะ ก็จะรู้สึกว่าทุกอย่างมันมีชีวิต คุยกับตุ๊กตา คุยกับนู่นนี่เป็นปกติอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้บ้านะ (หัวเราะ) บางคนอาจจะคิดว่าเราบ้าก็ได้ มีตอนนึงที่จำได้คือเราทอดกุ้งแล้วก็คีบขึ้นมาแล้วพูดว่า “ไหวปะวะ” คือพูดว่ากุ้งมันไหวไหม มันสุกไหมอะไรอย่างนี้ พี่อิงค์ (ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์) ยืนอยู่ข้างๆ แล้วก็พูดว่า “แกน่ะไหวหรือเปล่า” เราก็แบบเออว่ะ ฉันดูเหมือนคนบ้าไหมเนี่ย (หัวเราะ)</p>
<h4><strong>มีวิธีตั้งสติยังไงในช่วงที่การแข่งขันกดดันมากๆ</strong></h4>
<p>เราใช้วิธีหายใจเข้าลึกๆ แล้วก็ปล่อยออกมาหลายๆ ครั้ง พยายามโฟกัสกับตัวเอง จะเห็นว่าในสตูดิโอเนี่ยมีทีมงานเยอะมาก แต่เราไม่ได้รู้สึกเลย เพราะตอนแข่งเราใช้ความคิดกับตัวเองว่า ฉันจะทำยังไง ต้องทำยังไงต่อไป แล้วก็มีอะไรที่ต้องทำอีก มีอะไรที่เราลืมทำ ทุกอย่างมันอยู่ในหัวเราหมดเลย แทบจะไม่ได้สนใจใครเลย</p>
<h4><strong>เวลาทำขนมที่มีสูตรเยอะมากๆ มีวิธีดึงความจำของตัวเองขึ้นมาใช้ยังไง</strong></h4>
<p>เราจะมีไบเบิลของตัวเองเล่มหนึ่งที่เขียนสูตรไว้ สูตรแต่ละอย่างจะเขียนเป็นอัตราส่วน เช่น แป้ง 1 น้ำ 1 ไข่ 2 แล้วเราก็จะจำเป็นตัวเลข 1 2 2 1 อะไรอย่างนี้ พอตอนที่เราไปแข่งจริง เราก็ต้องคิดว่าเราทำอะไรได้บ้าง สมมติทำทาร์ต เราก็พยายามนึกไปถึงไบเบิลเล่มนั้น หน้านั้น มีส่วนผสมอะไรบ้าง มีเลขอะไรบ้าง (หัวเราะ)</p>
<h4><strong>พกติดตัวไว้ตลอดเลยไหม</strong></h4>
<p>ใช่ จะพกติดตัวไว้ตลอดเลย เวลาที่ว่างก็จะเปิดดู จ๋าชอบแซวเราว่า “ท่องอยู่นั่นแหละ จำได้หรือเปล่า” (หัวเราะ) แต่ก็มีบางรอบที่เราเข้าไปแข่งปุ๊บ เราจำไม่ได้อะ เราลืมมันไปเลยนะ คงเป็นเพราะตื่นเต้นแล้วก็กดดันด้วย บางทีก็เลยต้องใช้วิธีมั่วเอาแล้วเราก็ดูเท็กซ์เจอร์ของส่วนผสมว่าได้หรือยัง สมมติว่าแข็งไปหรือแห้งไป เราก็เติมส่วนผสมที่เป็นของเหลวลงไป ถ้าอันไหนที่เหลวไป เราก็เติมแป้งเข้าไป ซึ่งเป็นวิธีที่เราได้เรียนรู้มาจากการทำอาหาร เพราะการทำอาหารจะใช้การกะปริมาณแต่ละครั้งว่าจะใช้เท่าไหร่ ไม่ใช้การตวง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/16465426_207695579705824_6477129910107242496_n.jpg" /></p>
<h4><strong>หลังจบรายการ คิดว่าตัวเองพัฒนาทักษะการทำอาหารมากแค่ไหน</strong></h4>
<p>มาก บอกได้เลยว่ามาก เราบอกกับทีมงานว่าลัทที่เข้ามารอบ 30 คน กับลัทวันสุดท้ายเนี่ยคนละคนกันเลยนะ ถ้าเกิดมาไล่ดู จะเห็นว่าพัฒนาการของเราเรียกว่าก้าวกระโดดได้เลย จากตอนแรกที่เราย่างเนื้อสเต๊กไม่เป็น ทำได้แค่เอาเนื้อไปจี่บนกระทะ แต่เราไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วต้องเอาเนื้อมาพักนะ เพื่อให้ความชุ่มชื้นมันยังอยู่ เราไม่เคยรู้ตรงนี้เลย รายการนี้ก็ทำให้เราได้เรียนรู้การทำอาหารเยอะขึ้นมากๆ</p>
<h4><strong>ตอนนี้ลัทมีร้านขนมออนไลน์แล้ว มีแผนที่จะเปิดร้านขนมไหม</strong></h4>
<p>กำลังวางแผนอยู่เหมือนกันค่ะ ถ้าเป็นไปได้ก็น่าจะประมาณปีหน้า เราเคยเขียนไว้ในสมุดโน้ตตั้งแต่วันที่ตัดสินใจว่าจะมาทำขนม สิ่งที่เราอยากทำไม่ใช่ร้านที่เรามีความสุขแค่คนเดียว แต่เป็นร้านที่ทุกคนมีความสุข ตั้งแต่พนักงาน ลูกค้าที่เข้ามา หรือแม้แต่ซัพพลายเออร์ของเรา เราคิดว่ามันเป็นการทำงานที่อยากจะให้ทุกคนมีความสุขร่วมกัน</p>
<p>เราเคยทำงานออฟฟิศมาแล้ว เฮ้ย นี่เราทำงานหนัก แต่ทำไมเราได้ค่าตอบแทนแค่นี้ เราเลยคิดว่าการที่เราจะจ้างคนมาทำงานกับเรา เราก็อยากให้เขาได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมด้วยเหมือนกัน หรือแม้แต่ลูกค้าที่เข้ามาในร้านเขาจะต้องมีความสุขแล้วก็สบายใจที่ได้เข้ามาในร้านเรา บรรยากาศในร้านหรือขนมที่เขาได้กิน ก็ต้องมั่นใจว่าเป็นขนมที่อร่อย กินแล้วไม่มีพิษมีภัย สะอาด</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/17332596_1431391163601189_4092715894461956096_n.jpg" /></p>
<h4><strong>ความสุขในการทำขนมของลัทคืออะไร</strong></h4>
<p>จริงๆ ไม่ใช่แค่ความสุขในการทำขนมนะ แต่เป็นความสุขของการทำงานทุกอย่าง เราทำขนมออกมา ความสุขของเราคือการที่คนกินแล้วเขารู้สึกว่าเขาได้มากกว่าความอร่อย วันนี้เขาอาจจะมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นในชีวิตเขาทั้งวัน แต่พอเขาได้กินขนม มันทำให้เขาสบายใจขึ้น เราคิดว่านั่นเป็นความสุขที่ดีที่สุดสำหรับเรา ความสุขนั้นจะช่วยให้เขามีพลังต่อสู้ต่อไปได้ การกินขนมคนอาจจะคิดว่า เฮ้ย ไม่เห็นดีเลย มีแต่ทำให้อ้วน แต่สำหรับบางคนที่วันนี้ฉันอกหักมา ฉันกินขนมแล้วรู้สึกดี เราคิดว่ามันช่วยได้มากจริงๆ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ</p>
<h4><strong>พอมาทำขนมอย่างที่ชอบแล้ว ยังเคยรู้สึกเหนื่อยกับสิ่งนี้บ้างไหม</strong></h4>
<p>มีค่ะ ในความคิดเรา ไม่ว่าทำอะไรมันจะมีจุดหนึ่งที่เรารู้สึกว่าฉันเหนื่อย ไม่ไหวแล้ว แต่ถ้ามันเป็นอะไรที่เราชอบจริงๆ ในวันที่เราเหนื่อย เราจะหยุดพักแต่จะกลับมาสู้กับมันอีกรอบ จะไม่ทิ้งมันไปเลย เราเคยเป็นแบบนี้หลายครั้งมากเลยนะ การที่รู้สึกว่าเลือกผิดทางหรือเปล่า หรือว่าเราทำสิ่งนี้แล้วมันดีไหม ถ้าอย่างนั้นพักสัก 2-3 วันก่อน ไปทบทวนตัวเองว่าอยากจะทำต่อไหม ถ้าคำตอบคือ เฮ้ย มันคือสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ เราก็ต้องกลับมาทำแล้วสู้กับมัน</p>
<p>หลายครั้งเลยที่เราทดลองสูตร พูดง่ายๆ คือเหมือนทำทิ้งน่ะ ทิ้งๆๆๆ ทิ้งตลอด เราก็จะรู้สึกว่า เฮ้ย ทำไมมันไม่ได้สักที ทำไมเราทำไม่ได้ เราก็จะไปพักก่อนหนึ่งวัน แล้วค่อยกลับมาจมกับมันใหม่ มาดูว่าฉันทำอะไรผิดพลาดไปหรือฉันควรจะแก้ไขตรงไหนบ้าง เอาจริง ๆ ระหว่างนั้นเราก็เคยมีความคิดว่าอยากจะไปทำอย่างอื่น ฉันจะไปทำอย่างนี้ดีไหม แต่พอไปลองทำมันก็ไม่ใช่ตัวเรา ก็กลับมาตายรัง ยังไงการทำขนมก็เป็นสิ่งที่เราทำได้ตลอด สุดท้ายนี่แหละคือสิ่งที่เราชอบที่สุด เราก็จะอยู่กับมัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/10576116_1884476051778739_868038244_n.jpg" /></p>
<h4><strong>ในฐานะคนที่เริ่มต้นทำสิ่งที่ชอบจากศูนย์ ลัทอยากบอกอะไรถึงคนที่มีความคิดอยากเริ่มต้นความฝันอย่างนี้บ้าง</strong></h4>
<p>เราอยากให้ลองทำทั้งงานประจำและสิ่งที่ชอบ ทำทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กันก่อน มันอาจเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยมากๆ แต่มันจะทำให้เรามีความมั่นคงมากขึ้น อย่างเราเองลาออกมาแล้วทำเลย กลายเป็นว่าภาระมันหนักมากเพราะเราไม่มีรายได้ แล้วการเริ่มทำอะไรใหม่หรือเริ่มธุรกิจใหม่ มันยากมากที่เราจะได้ผลตอบแทนในระยะเวลาแค่ 3-5 เดือน</p>
<p>แต่เราคิดว่าการที่เราได้ทำอะไร มันเป็นประสบการณ์และให้ผลดีทั้งหมดเลยนะ อย่างเช่นที่ผ่านมาเราเคยทำงานอะไรมาบ้าง ในตอนนี้เราก็ได้เอามาใช้ทั้งหมด เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้ผ่านมาไม่ว่าดีหรือร้ายมันเป็นประโยชน์กับเราทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ตอนนี้ใครทำงานอะไรอยู่ขอให้ตั้งใจแล้วทำให้เต็มที่ ถ้าเรามีโอกาสใหม่เข้ามา เราอาจจะได้ใช้ประสบการณ์ที่เราเคยทำมาทำให้โอกาสใหม่ที่เราได้รับมาดีขึ้นกว่าเดิมก็ได้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6337.jpg" /></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล และ @na_lat</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-lat-masterchef/">เส้นทางขนมหวานที่ ‘ลัท’ รองแชมป์ Masterchef Thailand เลือกเดินจากความรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/people-lat-masterchef/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
