<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พิมพ์รัก ชัยกุล, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author427/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author427/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Aug 2018 17:00:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>กตัญญู สว่างศรี &#8211; ลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองก่อน แล้วคนอื่นจะพร้อมยืนไปกับเรา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/standup-4/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/standup-4/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์รัก ชัยกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Aug 2017 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[before i stand up]]></category>
		<category><![CDATA[กตัญญู สว่างศรี]]></category>
		<category><![CDATA[The Man Who Stand Up]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/standup-4/</guid>

					<description><![CDATA[<p>04 วางแผนสร้างตัวตนบนโลกโซเชียล จานเซรามิกตรงหน้าว่างเปล่า ซูชิ ปลาดิบ และโรล ที่เราละเลียดกินด้วยกันหมดลงแล้ว เหลือแค่แผ่นขิงดอง 2 &#8211; 3 ชิ้นที่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจนักนอนแผ่อยู่ริมขอบจาน ข้างกันเป็นชาเขียวร้อนที่ค่อยๆ เย็นตัวลง เราถามยูว่าจะสั่งขนมเพิ่มไหม ยูส่ายหน้าบอกไม่เป็นไร เขากำลังสนุกกับการเล่าถึงแผนพีอาร์บนโลกออนไลน์ที่กำลังทำอยู่ เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทั้งสปอนเซอร์และผู้ชมได้รู้จักและสนใจงาน The Man Who Stand Up เดี่ยวไมโครโฟนเต็มรูปแบบที่เขาตั้งใจจัดขึ้น รวมทั้งจดจำเขาได้ในฐานะ &#8216;สแตนด์อัพคอเมเดี้ยน&#8217; คนล่าสุดของประเทศไทย และสถานที่ที่ยูปักหมุดไว้ก็คือ โลกโซเชียล “มันคือการมองภาพกว้างๆ ก่อนว่า เราน่าจะทำอะไรกับใครบ้าง แต่พอลงมือทำ กระบวนการมันเปลี่ยนแปลงเกือบตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับความสนใจของคนดูตอนนั้นด้วย และผมเองก็เปลี่ยนแปลงตลอด &#8220;ทราย-วิไลลักษณ์ โพธิ์ตระกูล ซึ่งเป็นเพื่อนที่คอยช่วยดูแลงานโปรดักชันกันมาตั้งแต่งานก่อนๆ จนถึงงานนี้จะรู้และอดทนกับผมมาก เพราะผมกังวลทุกเรื่อง มันสัมพันธ์การรับรู้ของคน กับโพสิชันที่เราจะนำเสนอตัวเองออกไป หรือแม้แต่ยอดตั๋ว ครูทอม-จักรกฤต โยมพยอม ช่วยเสนอว่าเอาโปสเตอร์ไปแปะรถเมล์หรือคอนโดไหม ผมคิดว่ามันก็ไม่เลวนะ แต่เราต้องคิดว่าเราอยู่ที่จุดไหน เป้าหมายตรงกับสิ่งที่คนจะเห็นไหม” ในโลกออนไลน์ทุกวันนี้ที่ทุกคนสามารถสร้างตัวตนกันอย่างง่ายดาย บางคนเลือกทำจากเนื้อหาที่น่าสนใจ บางคนกระหน่ำถ่ายคลิป แต่สำหรับยู เขาเริ่มวางแผนพีอาร์จากการกำหนด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/standup-4/">กตัญญู สว่างศรี &#8211; ลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองก่อน แล้วคนอื่นจะพร้อมยืนไปกับเรา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center">04</h3>
<p>
	<strong>วางแผนสร้างตัวตนบนโลกโซเชียล</strong></p>
<p>
	จานเซรามิกตรงหน้าว่างเปล่า<br />
ซูชิ ปลาดิบ และโรล ที่เราละเลียดกินด้วยกันหมดลงแล้ว เหลือแค่แผ่นขิงดอง 2 &#8211; 3 ชิ้นที่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจนักนอนแผ่อยู่ริมขอบจาน<br />
ข้างกันเป็นชาเขียวร้อนที่ค่อยๆ เย็นตัวลง</p>
<p>
	เราถามยูว่าจะสั่งขนมเพิ่มไหม<br />
ยูส่ายหน้าบอกไม่เป็นไร<br />
เขากำลังสนุกกับการเล่าถึงแผนพีอาร์บนโลกออนไลน์ที่กำลังทำอยู่<br />
เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทั้งสปอนเซอร์และผู้ชมได้รู้จักและสนใจงาน The Man Who Stand Up เดี่ยวไมโครโฟนเต็มรูปแบบที่เขาตั้งใจจัดขึ้น<br />
รวมทั้งจดจำเขาได้ในฐานะ<br />
&#8216;สแตนด์อัพคอเมเดี้ยน&#8217; คนล่าสุดของประเทศไทย</p>
<p>
	และสถานที่ที่ยูปักหมุดไว้ก็คือ<br />
โลกโซเชียล</p>
<p>
	    “มันคือการมองภาพกว้างๆ ก่อนว่า เราน่าจะทำอะไรกับใครบ้าง แต่พอลงมือทำ<br />
กระบวนการมันเปลี่ยนแปลงเกือบตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับความสนใจของคนดูตอนนั้นด้วย<br />
และผมเองก็เปลี่ยนแปลงตลอด</p>
<p>
	&#8220;ทราย-วิไลลักษณ์ โพธิ์ตระกูล ซึ่งเป็นเพื่อนที่คอยช่วยดูแลงานโปรดักชันกันมาตั้งแต่งานก่อนๆ<br />
จนถึงงานนี้จะรู้และอดทนกับผมมาก เพราะผมกังวลทุกเรื่อง<br />
มันสัมพันธ์การรับรู้ของคน กับโพสิชันที่เราจะนำเสนอตัวเองออกไป<br />
หรือแม้แต่ยอดตั๋ว ครูทอม-จักรกฤต โยมพยอม ช่วยเสนอว่าเอาโปสเตอร์ไปแปะรถเมล์หรือคอนโดไหม<br />
ผมคิดว่ามันก็ไม่เลวนะ แต่เราต้องคิดว่าเราอยู่ที่จุดไหน<br />
เป้าหมายตรงกับสิ่งที่คนจะเห็นไหม”</p>
<p>
	  ในโลกออนไลน์ทุกวันนี้ที่ทุกคนสามารถสร้างตัวตนกันอย่างง่ายดาย<br />
บางคนเลือกทำจากเนื้อหาที่น่าสนใจ บางคนกระหน่ำถ่ายคลิป แต่สำหรับยู<br />
เขาเริ่มวางแผนพีอาร์จากการกำหนด objective งานที่ชัดเจน<br />
กำหนดวันและเวลาตามไทม์ไลน์ในมีเดียต่างๆ รวมทั้งดึง blogger, influencer และ micro influencer เข้ามาช่วยเชียร์<br />
ผสมกับคอนเทนต์ที่เขาทำขึ้นเองโดยแบ่งเนื้อหาที่อยากบอก ออกเป็นเฟสตามระยะเวลา</p>
<p>
	  เฟสที่หนึ่ง-ยูมองว่าเริ่มต้นคนต้องเห็นก่อนว่าเขากำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่<br />
เขาจึงเน้นการเล่าเรื่องความฝันและความมุ่งมั่นที่จะจัดงานเป็นหลัก</p>
<p>
	  เฟสที่สอง-ถ้าบอกแต่ความฝันก็อาจเฝือ และคนดูอาจสงสัยว่าจริงๆ หมอนี่ทำอะไรอยู่กันแน่<br />
เฟสนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่จะทำให้คนเห็นสิ่งที่เขาทำ นั่นคือ การเล่าเรื่อง<br />
ความกวนและความสนุก ถ่ายทอดออกมาให้คนดูเห็นภาพชัดเจนขึ้น<br />
โดยใช้วิธีการหยิบจับสิ่งที่สังคมกำลังสนใจมาล้อเล่นและสนุกไปด้วยกัน เช่น<br />
การหยิบภาพและ CI (Corporate Identity) ของ TED Talks<br />
มาปรับล้อเป็นโปสเตอร์ขายบัตร หรือการรับสมัครทีมงาน 12 คน ด้วยแคมเปญ AKU 12<br />
ล้อเล่นกับกลุ่มไอดอลสาวสุดดัง BNK 48<br />
ซึ่งทำให้เกิดยอดแชร์ต่อเพราะถูกใจหลายคน ซึ่งกิมมิกเหล่านี้จะทยอยมาอีกเรื่อยๆ<br />
ยูบอกอย่างนั้น</p>
<p>
	  เฟสสุดท้าย-เฟสนี้จะเป็นโค้งสุดท้ายก่อนถึงงาน<br />
เป็นสิ่งที่ยูซ้อมมาเพื่อให้คนดูได้เห็นมุกตัวอย่างก่อนจะได้ดูของจริงกันแบบเต็มๆ<br />
บนเวที</p>
<p>
	  นอกจากนี้ยังมีมิตรสหายในสื่อต่างๆ<br />
ที่คุ้นเคยกันดียังคอยช่วยกระจายข่าว ทำให้เราได้เห็นหน้าของยูและข่าวของ The<br />
Man Who Stand Up ในโลกโซเชียลอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>
	<strong>เรื่องโรมานซ์ระหว่างแบรนด์และผม</strong></p>
<p>
	<strong></strong>ในขณะที่หลายคนไปไม่ถึงฝัน ไม่ใช่เพราะพวกเขาหาฝันปลายทางไม่เจอ<br />
แต่เพราะขาดแรงสนับสนุนให้ไปถึงจุดนั้น ไม่ว่าแรงกาย แรงใจและแรงเงินล้วนเป็น must have ที่ขาดไม่ได้<br />
แล้วสแตนด์อัพคอเมเดี้ยนหน้าใหม่ที่ดันพกงานสเกลใหญ่ไว้ในกระเป๋า<br />
จะไปหาแรงสนับสนุนขนาดนั้นจากที่ไหน</p>
<p>
	  “เคล็ดลับก็คือ &#8216;คอนเนกชัน&#8217; สำหรับผมคอนเนกชันที่ใช่มันจะเกิดจากความจริงใจและเกิดจากจังหวะที่ใช่<br />
จังหวะแรกคือจังหวะที่เรามีโอกาสสนทนากันอย่างสบายปลอดโปร่ง<br />
มีความสนใจซึ่งกันและกัน<br />
จังหวะที่สองคือจังหวะที่เราจะได้แสดงศักยภาพหรือของบางอย่างให้เขาเห็น<br />
เรื่องแบบนี้คงต้องไปหาจังหวะกันเอาเอง ผมว่าผมเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนนะ<br />
ถึงแม้ว่าจะดูเหยอมาก แต่ผมไม่เคยคิดจะไปข่มใครหรือคิดว่ากูเจ๋ง เวลาเจอใครผมก็สวัสดีครับพี่<br />
ผมจริงใจแมนๆ ถ้าไม่ชอบใครผมก็หนี ถ้าชอบผมก็คุย แต่ถ้าชอบแต่เราไม่รู้จัก<br />
ผมก็ไม่ไปเสนอหน้า มันอยู่ที่จังหวะในการคุย”</p>
<p>
	  และดูเหมือนยูจะหาจังหวะของตัวเองได้ถูกที่ถูกทาง<br />
การหอบพรีเซนต์และแผนพีอาร์ที่เตรียมไว้ไปเสนองาน The Man Who Stand Up จึงสำเร็จด้วยดี<br />
เขาได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์รายใหญ่มากมาย ชนิดว่าเด็กใหม่ทั่วไปคงไม่กล้าฝัน</p>
<p>
	  “ผมประทับใจ U Beer มาก เพราะเขาบอกว่า<br />
สิ่งที่เขาต้องการและสำเร็จจากโชว์นี้ คือ “คุณดัง<br />
เราต้องการแค่นั้นแหละ เราไม่ได้อยากจะขายเบียร์” โอ้โห โคตรเท่เลย<br />
ผมว่าดี ผมก็อยากดังและไม่ได้อยากขายเบียร์เหมือนกัน” ยูเล่าติดตลก<br />
และอาจเป็นเรื่องบังเอิญที่ดีเมื่อชื่อยูเข้ากับผลิตภัณฑ์ของลูกค้าเฉยเลย</p>
<p>
	  “ชื่อเรากับเขาแมตช์กัน<br />
กลืนเป็นเนื้อเดียวกัน มันเกิดเพื่อซึ่งกันและกัน” ยูหัวเราะชอบใจ</p>
<p>
	   นอกจากนี้ยังมีแบรนด์เก๋าอย่าง<br />
โก๋แก่ ที่มาดูยูแสดงตั้งแต่งาน A-Katanyu 30<br />
ปีชีวิตห่วยสัส และเป็นผู้สนับสนุนในงาน A Katanyu<br />
and Friends One Night Stand (Up) แน่นอนงานนี้โก๋แก่ก็ไม่พลาด<br />
แถมการพูดคุยนำเสนอโปรเจกต์ยังเป็นกันเองเหลือเชื่อ<br />
เพราะสถานที่นัดพบของยูและตอง-กฤษดา รวยเจริญทรัพย์ ผู้บริหารหนุ่มของโก๋แก่ คือ<br />
ร้าน Maid Cafe สุดกุ๊กกิ๊กแห่งหนึ่งในห้างมาบุญครอง</p>
<p>
	  “มันเป็นบรรยากาศที่ตลกมาก<br />
คือเราใส่หูกระต่ายคุยงาน คุยเรื่องลูกพี่ตอง คุยเรื่องเงิน กินข้าวกัน<br />
เสร็จแล้วถ่ายรูปกัน”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_4013.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_4017-28.jpg"></p>
<p>
	  นอกจากนี้ยังมีค่ายมือถือยักษ์ใหญ่อย่าง AIS และบริษัทคอมพิวเตอร์ Dell ที่แสดงความเชื่อมั่นในสิ่งที่เขาทำ รวมทั้งคุณเอก-ชยานันต์ เทพวนินกร<br />
กรรมการผู้จัดการโรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ที่ร่วมสนับสนุนและช่วยเหลือ</p>
<p>
	  “ผมต้องขอบคุณคนพวกนี้มากๆ<br />
ผมตอบไม่ได้หรอกว่าทำไมเขาถึงเชื่อ ผมว่าแม่งโคตรเสี่ยง เขาน่าจะสติไม่ดี<br />
(หัวเราะ) หรือดูหนังแบบ <em>Jerry Maguire</em> มากไปหน่อย หรือหนังแบบรอมคอม หรือเขาอาจจะไม่ได้เชื่อแต่เขากำลังอยู่ในโรมานซ์<br />
เป็นหน้าที่ของผมเองที่ต้องพยามทำให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้โรแมนซ์ไปเอง<br />
แต่มันเกิดขึ้นจริง”</p>
<p>
	<strong>มองไปไกลๆ<br />
แล้วก้าวต่อไปไม่หยุด<br />
	</strong></p>
<p>
	<strong></strong>นอกจากการเตรียมบทและการแสดงสำหรับงานวันจริง<br />
ยูยังมีความตั้งใจสำคัญอีกอย่างคือ การทำ<br />
	Stand<br />
Land<br />
	 สารคดี Making Of ของงาน The Man<br />
Who Stand Up ซึ่งตั้งชื่อและกำกับโดย &#8216;มันดา เอช (กานต์ หงษ์ทอง) นักเขียนหนุ่มที่มีประสบการณ์ด้านงานเขียนหนังสือและบทละคร มาร่วมทำด้วย</p>
<p>
	  ยูบอกว่า ไอเดียของ Stand<br />
Land คือดินแดนที่อยากสร้างใหม่ หนังจะเล่าเรื่องการทำสแตนด์อัพของเขาและสัมภาษณ์บุคคลอื่นๆ<br />
ที่พยามจะทำเพอร์ฟอร์มานซ์นี้<br />
ซึ่งกานต์ &#8216;มันดา เอช ก็จะทำโชว์ของตัวเองด้วยเช่นกัน ส่วนคนอื่นจะค่อยๆ ทยอยติดต่อไป<br />
ในปลายทางสุดท้าย เขาหวังว่ามันจะนำไปสู่อีเวนต์ที่มีการฉายหนัง<br />
ผสมไปกับการจัดแสดงเพอร์ฟอร์มานซ์ต่างๆ ซึ่งอาจจัดขึ้นปีหน้าหลังโชว์ครั้งนี้จบ</p>
<p>
	  “มองกลับไป ผมผ่านความดื้อดึงดัน ความไม่รู้<br />
ความไม่ลงตัว ของตัวเองหลายอย่าง แต่ถ้าคุณดื้อแล้ววันนึงคุณค้นพบความคิด<br />
พบสิ่งที่มันลงตัว ผมว่าความดื้อมันก็ทำให้คุณได้อยู่กับสิ่งที่คุณอยากทำจริงๆ<br />
และยิ่งถ้าคุณโตไวๆ คุณจะหลอมรวมไปกับโลกแล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้<br />
มันอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดที่คุณเคยอยากจะเป็น แต่ตัวผม<br />
ผมรู้สึกว่าการทำสแตนด์อัพคอเมดี้กลายเป็นจุดร่วมของทั้งหมดที่ผมเคยอยากจะเป็น<br />
ถ้าต้องให้คะแนนความชอบตัวเองตอนนี้ ผมขอให้เต็ม 10 เลย เพราะนี่เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด<br />
รู้สึกว่าตัวเราทำอะไรเกินคาดไปเยอะ”</p>
<p>
	  แสงไฟในร้านซูชิที่เราสองคนนั่งอยู่ค่อยๆ<br />
สลัวลง โดยไม่ทันรู้ตัว ทั้งร้านเหลือแค่เรากับพนักงานที่เริ่มเก็บข้าวของเพื่อปิดร้าน<br />
อาหารมื้อนี้ทำให้อิ่มท้อง<br />
แต่บทสนทนาของมื้อนี้กลับทำให้เรารู้สึกหิวโหยอย่างประหลาด เราบอกลากันและแยกย้าย<br />
ปล่อยให้ยูไปทำงานต่อ</p>
<p>
	    อาจถึงเวลากลับไปคิดว่าเราเองก็คงต้องยืนหยัดเพื่ออะไรสักอย่างแล้วเหมือนกัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/19989567_820378131471987_5819097435493119506_n.jpg" style="text-align: center"></p>
<blockquote><p>
	Before I stand up บทความ 4 ตอนจบเล่าเบื้องหลังการทำเดี่ยวไมโครโฟนของ กตัญญู สว่างศรี นักเขียนและพิธีกรผู้กล้าหาญจัดงานเดี่ยวไมโครโฟนของตัวเอง เขาเคยจัดงานขนาดเล็กชื่อ A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส และ One Night Stand Up ซึ่งจัดร่วมกับเพื่อนผู้หลงใหลการแสดงเดี่ยวไมโครโฟน เขากำลังจะจัดงานเดี่ยวไมโครโฟนครั้งใหม่ A-KATANYU The Man Who Stand Up ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น7 สยามสแควร์วัน วันที่ 22-23 กันยายน ดูรายละเอียดได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/akatanyu">facebook.com/akatanyu</a></p></blockquote>
<p style="text-align: center"><a href="https://www.facebook.com/akatanyu"></a><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/standup-4/">กตัญญู สว่างศรี &#8211; ลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองก่อน แล้วคนอื่นจะพร้อมยืนไปกับเรา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/standup-4/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กตัญญู สว่างศรี &#8211; แปรรูปความฝันและความคิดให้มีชีวิตจริง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/standup-3/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/standup-3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์รัก ชัยกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jul 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[before i stand up]]></category>
		<category><![CDATA[กตัญญู สว่างศรี]]></category>
		<category><![CDATA[A - katanyu]]></category>
		<category><![CDATA[A-KATANYU The Man Who Stand Up]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/standup-3/</guid>

					<description><![CDATA[<p>03 จักรวาลในใจของเราเอง ไข่ปลาแซลมอนสีส้มสดใส มันวาว ชวนให้เราเพ่งมองใกล้ๆ ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบทีละเม็ดไข่เข้าปากอย่างบรรจง ที่นั่งฝั่งตรงข้ามเราคือ ยู-กตัญญู สว่างศรี ในเสื้อยืดลายขวางสีขาวดำตัวเดิม เขาอมยิ้มทะเล้นก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ผมมีความลับของจักรวาลมาบอก” ตกใจเบาๆ เหมือนถูกชวนขายคอร์ส แต่ไม่ใช่ ยูกำลังเล่าถึงวันที่เขาได้นั่งข้างๆ ด้วง-ดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดัง บนโซฟาของร้าน The Never Ending Summer เมื่อหลายปีก่อนต่างหาก วันนั้นด้วงขยับมาข้างเขาแล้วบอกว่า จะบอก &#8216;ความลับของจักรวาล&#8217; ให้ ถึงจะงงๆ แต่ยูก็ตั้งใจฟังเต็มที่ ความลับคือ “ให้มองรอบๆ ตัวว่าคุณทำอะไรได้บ้าง มองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่เกิดจากสิ่งนั้น พอเจอแล้วให้คิดขั้นตอน 1- 10 ว่าต้องทำอะไรบ้างแล้วลงมือทำ มันจะเกิดผลแน่นอน” ยูคีบโรลใส่ลงจานก่อนเสริมว่า เคล็ดลับเพิ่มเติมที่ด้วงบอกไว้ก็คือ ต้องเห็นให้ชัดทั้งหมดว่าสิ่งที่คุณกำลังทำมีอะไร เช่น ถ้าจะทำโรงแรม พรมโซฟา เก้าอี้ ทุกอย่างเป็นยังไง ยิ่งชัดเท่าไหร่จะยิ่งถึงปลายทางได้ชัดเจนขึ้น และความลับนี้เองที่ช่วยให้ยูเห็นภาพ The Man Who Stand [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/standup-3/">กตัญญู สว่างศรี &#8211; แปรรูปความฝันและความคิดให้มีชีวิตจริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center"><strong style="background-color: initial">03</strong></h3>
<p><strong></strong><strong>จักรวาลในใจของเราเอง </strong><strong></strong></p>
<p>ไข่ปลาแซลมอนสีส้มสดใส มันวาว ชวนให้เราเพ่งมองใกล้ๆ<br />
ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบทีละเม็ดไข่เข้าปากอย่างบรรจง ที่นั่งฝั่งตรงข้ามเราคือ ยู-กตัญญู สว่างศรี ในเสื้อยืดลายขวางสีขาวดำตัวเดิม<br />
เขาอมยิ้มทะเล้นก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ผมมีความลับของจักรวาลมาบอก”</p>
<p><strong></strong>ตกใจเบาๆ เหมือนถูกชวนขายคอร์ส แต่ไม่ใช่ ยูกำลังเล่าถึงวันที่เขาได้นั่งข้างๆ<br />
ด้วง-ดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดัง<br />
บนโซฟาของร้าน The<br />
Never Ending Summer เมื่อหลายปีก่อนต่างหาก วันนั้นด้วงขยับมาข้างเขาแล้วบอกว่า<br />
จะบอก &#8216;ความลับของจักรวาล&#8217; ให้ ถึงจะงงๆ แต่ยูก็ตั้งใจฟังเต็มที่</p>
<p>ความลับคือ “ให้มองรอบๆ ตัวว่าคุณทำอะไรได้บ้าง<br />
มองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่เกิดจากสิ่งนั้น พอเจอแล้วให้คิดขั้นตอน 1- 10 ว่าต้องทำอะไรบ้างแล้วลงมือทำ<br />
มันจะเกิดผลแน่นอน”  </p>
<p>ยูคีบโรลใส่ลงจานก่อนเสริมว่า<br />
เคล็ดลับเพิ่มเติมที่ด้วงบอกไว้ก็คือ<br />
ต้องเห็นให้ชัดทั้งหมดว่าสิ่งที่คุณกำลังทำมีอะไร เช่น ถ้าจะทำโรงแรม  พรมโซฟา เก้าอี้ ทุกอย่างเป็นยังไง<br />
ยิ่งชัดเท่าไหร่จะยิ่งถึงปลายทางได้ชัดเจนขึ้น และความลับนี้เองที่ช่วยให้ยูเห็นภาพ<br />
The Man Who Stand Up สแตนด์อัพคอเมดี้เต็มรูปแบบที่เขากำลังจะจัดขึ้นจริงในเดือนกันยายนนี้</p>
<p>  “ผมไปดูสถานที่ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ตอนแรกเลือกไปดูส่วน The<br />
Playhouse จุได้ประมาณ 200 &#8211; 300 คน แล้ววันนั้นมันไม่ว่างมั้ง<br />
ผมเลยขึ้นไปดูส่วนของ The<br />
Theatre ซึ่งเป็นโรงละครขนาด 1,069 ที่นั่ง โมเมนต์ที่ยืนบนเวทีหันหน้าเข้าผู้ชมที่ยังเป็นเก้าอี้ว่างเปล่าตรงนั้น<br />
จู่ๆ ผมก็รู้สึกว่าเชี่ย มันเป็นไปได้ เหมือนมันมีเสียงบอก<br />
อาจเป็นเสียงมโนหรือความเพี้ยนแต่ลึกๆ ในใจผมรู้ตัวเองแหละว่าแม่งเป็นไปได้<br />
ผมแน่ใจแล้วว่า กูจะทำตรงนี้” </p>
<p>ยูปรับแนวคิดนี้มาใช้กับทุกอย่างในชีวิต<br />
เขาบอกว่าก่อนหน้านี้ตัวเองเหมือนอยู่ในป่าแล้วออกล่าไปเรื่อย “เป็นเหมือนเสือที่หิวก็กิน<br />
วิ่งไปหากลุ่มกวางที ไปกินหมูป่าที” เขาว่างั้น<br />
จนวันนึงเกิดวิวัฒนาการเป็นมนุษย์ที่สามารถจัดเสบียง จัดสรรและจัดโครงสร้างต่างๆ<br />
จนทำให้เกิดเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการเรียบเรียง<br />
เกิดจากการคิดและเกิดจากความตั้งใจมากๆ ที่จะทำให้เกิดความสำเร็จด้วยการไปทีละขั้น</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSF9015.jpg"></p>
<p><strong>พลังงานมีขีดจำกัด โฟกัสให้ดี </strong></p>
<p>อาหารบนโต๊ะทยอยหมดลงเรื่อยๆ<br />
รสชาติของปลาดิบและขิงดองดูจืดไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่ยูเล่า เขาว่าสำหรับเขาจังหวะชีวิตในวัย 30 &#8211; 40 ถือเป็นจุดที่ควรเรียนรู้มาประมาณนึงแล้วว่าจะจัดการกับพลังในตัวเองยังไง<br />
ยิ่งถ้าเจอเป้าหมายก็จะยิ่งทำให้โฟกัสได้ถูกจุด </p>
<p>  “โฟกัสเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญสำหรับทุกคน<br />
โดยเฉพาะยุคสมัยนี้ที่มันสับสนเหลือเกิน คนทำอะไรก็ได้ ทุกคนมีโอกาสนะผมว่า<br />
แต่การโฟกัสจะทำให้รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ โดยเฉพาะในวัย 30+ ผมไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นหรือเปล่า<br />
แต่ผมรู้สึกว่ามันอยู่ในจุดที่ร่างกายฟื้นฟูตัวเองยากขึ้น อ้วนง่ายขึ้น<br />
มันไม่แข็งแรงเหมือนเดิม แต่ก็แข็งแรงอยู่ และยังไม่ได้อ้วนง่ายขนาดนั้น ที่แน่ๆ<br />
สภาพร่างกายเราไม่ได้มีพลังล้นเหลือเหมือนเดิม พอทำสแตนด์อัพคอเมดี้ ผมเลยอยากใช้ความคิดมากขึ้นในการบริหารพลังงานที่จำกัดให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด” </p>
<p>ยูบอกว่าโดยเนื้อแท้เขาไม่ใช่คนขยันอะไรแต่ที่ทำเพราะสนุก<br />
ทำอีกก็สนุกอีก แต่ความจริงก็คือ<br />
เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มที่จะออกไปทำความฝันโดยที่ไม่ต้องแบกรับอะไร<br />
เขาเลยพยายามจัดสรรไปตามสิ่งที่ทำได้และทำไหว<br />
รวมทั้งตั้งใจว่าถ้าจะจัดงานต้องหาเงินมารองรับ<br />
ต้องไม่เดือดร้อนและต้องได้กำไรจากมัน นั่นแปลว่าเขาต้องวางแผนอย่างจริงจังทั้งการประชาสัมพันธ์<br />
ขายบัตร วิ่งหาลูกค้า รวมทั้งงานเอกสารและวางระบบต่างๆ ซึ่งกลายเป็น “งานงอก” เพราะไม่ได้ทำแค่เดี่ยวไมโครโฟนที่ตัวเองชื่นชอบอย่างเดียวเสียแล้ว</p>
<p>  “ผมมองว่าทุกๆ ความฝัน ทุกๆ ความสนุก<br />
ทุกๆ เรื่อง เลยนะจะมีสิ่งที่เราไม่อยากทำอยู่เสมอ<br />
ทุกงานมันจะมีสิ่งที่เราชอบและไม่ชอบผม<br />
ผมว่าชีวิตมันจะเป็นอย่างนี้ไปทั้งชีวิตแหละ<br />
ต่อให้รักใครสักคนมันก็จะต้องเป็นคนที่เราทั้งชอบและไม่ชอบในคนเดียวกัน<br />
ผมคิดว่าสิ่งที่ผมไม่ชอบ ถ้าเทียบกับความสุขที่ได้มา<br />
ผมยอมรับได้ไม่ว่ามันจะเป็นยังไง” </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSF90955.jpg"></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong><strong>คอเมเดี้ยนที่คิดแบบคนดิจิทัล</strong><strong></strong></p>
<p>เป็นคนอื่นคงฝืดคอไม่น้อย หากรู้ว่างานสเกลใหญ่อย่าง The Man Who Stand Up ครั้งนี้ต้องเตรียมอะไรบ้าง นอกจากบทและทีมโปรดักชันที่ใหญ่ขึ้น (แน่นอนเพื่อนๆ<br />
ยังตามมาช่วยเหลืออย่างเหนียวแน่น) หนึ่งในสิ่งที่ยูมองว่าต้องแตกต่างจากสแตนด์อัพคอเมดี้ครั้งก่อน<br />
คือ &#8216;การวางแผนพีอาร์&#8217; ที่เคยทำกันแค่หลวมๆ ถึงจะน่าดีใจที่คนมางานจน &#8216;ร้านแตก&#8217; แต่ครั้งนี้มันไม่พอ </p>
<p>เราเอื้อมหยิบแก้วชาขึ้นดื่ม ชาอุ่นๆ แตะปลายลิ้นก่อนผ่านลงคอ<br />
พร้อมฟังต่อ  </p>
<p>  “ตั้งแต่เดือนเมษาถึงมิถุนายนที่ผ่านมา เป็น 3 เดือนที่ผมลงมือวางแผนการขายและประชาสัมพันธ์ และทยอยทำ execution หรือชิ้นงานต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งอื่นที่ไม่ใช่โชว์<br />
แต่ก็สำคัญไม่แพ้กัน ต้องขอบคุณ บี-สโรจ<br />
เลาหศิริ และ พี่ปอง-จักรพงษ์ คงมาลัย แห่ง Moonshot มาก ผมคิดว่าการที่ผมทำงานเป็น Editor-in-chief ได้เกี่ยวข้องกับงานคอนเทนต์ พีอาร์ การวางมีเดีย มีส่วนช่วยอย่างมากในการวางแผนงานของ The Man Who Stand<br />
Up”   </p>
<p>ยูบอกว่า นั่นเพราะโลกของดิจิทัลมีเรื่องเยอะมาก<br />
ทั้งช่องทางและแพลตฟอร์มกระจายเยอะไปหมด<br />
เลยค่อนข้างยากที่จะนำเสนอเรื่องสักเรื่องทั้งที่ยังไม่มีแบ็คอัพเป็นองค์กรใหญ่ๆ<br />
หรือเป็น &#8216;ผลิตภัณฑ์&#8217; ที่มีคนสนใจอยู่แล้ว<br />
เพราะสแตนด์อัพคอเมดี้เป็นของใหม่ทั้งในแง่การทำงาน<br />
และใหม่ในเชิงผลิตภัณฑ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ว่านี้ก็หมายถึง &#8216;ตัวเขา&#8217; เองด้วย</p>
<p>  “ถ้าอยากให้คนเห็นและเข้าใจงานนี้ แต่ทำด้วยวิธีการแบบโลกเก่าคือลงข่าวในแมกกาซีน<br />
ผมว่าตายหยังเขียดแน่นอน Moonshot เป็นโรงเรียนที่ผมเรียนมา<br />
มีคำที่บี สโรจ พูดในสไลด์แล้วผมชอบคือสำหรับคนที่มีงบฯ น้อย ท่ามกลางทะเลมหาศาลของมวลชน ถ้าเราโยนหินก้อนเล็กหรืองบก้อนนั้นลงไป มันก็ยากที่จะเกิดแรงกระเพื่อม เราต้องหาถังน้ำของเราให้เจอ<br />
เป็นถังที่เหมาะกับหินของเรา เมื่อโยนลงไปมันถึงจะเห็นผล ซึ่งหมายถึงว่า เราต้องหากลุ่มคนที่จะดูเราให้เจอ<br />
เค้าจะอยู่ตรงไหน คอมมูนิตี้นั้นเป็นใครซึ่งจะเชื่อมโยงกับมีเดียและ Publisher หรือ แพลตฟอร์มต่างๆ ที่เหมาะสม<br />
เรียกว่าเป็นการมอนิเตอร์โซเชียล แต่ถ้าพูดเป็นภาษาคนที่สุดก็คือ คนเพจไหนจะดูกู<br />
เพจไหนลงข่าวไปแล้วคนสนใจกู แล้วมันก็ทำให้เราแบ่งวัตถุประสงค์ในเรื่องที่เราจะพูด<br />
ออกมาถูกต้อง เช่น เพจนี้เอาไว้พีอาร์ให้คนมาดู เพจนี้เน้นลูกค้าด้านแบรนด์ดิ้ง เพจนี้เน้นผลิตภัณฑ์<br />
เพจนี้สแตนด์อัพ เพจนี้เน้นสร้าง Awareness ให้คนรับรู้และจำเราได้  ฯลฯ<br />
ผมจะตีกรอบเอาไว้เลยว่า อันไหนเป็นตรงกลาง อันไหนเป็นจุดแดงที่ผมต้องถมลงไป<br />
อันไหนเป็นวงกว้างผมก็ค่อยๆ เกาะไป ทำให้คนอื่นเห็นเรามากขึ้น<br />
ผมเองก็ยังทำได้ไม่ดีนักหรอกแต่ก็เท่าที่มีแรง เท่าที่ทำลงไป ผมก็ถือว่าพอใจแล้ว”  </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_4012.jpg"></p>
<p>ก่อนจะสรุปชื่อ The Man Who Stand Up จริงๆ ยูเขียนไว้หลายชื่อทีเดียว แต่ที่เขาเลือกชื่อนี้ก็เพราะอยากสื่อสารว่า<br />
กำลังมีคนหนึ่งลุกยืนขึ้นมาเล่นสแตนด์อัพคอเมดี้<br />
มีคนหนึ่งที่ยืนขึ้นมาทำอะไรบางอย่างที่ต่างออกไป เป็นการสื่อสารง่ายๆ<br />
ที่ไม่ต้องตลก </p>
<p>เข้ากันดีกับที่แฟกซ์-คณิตกรณ์ ศรีมากรณ์<br />
มือเขียนบทที่ทำงานร่วมกับยูมาตั้งแต่สแตนด์อัพคอเมดี้ 2 ครั้งแรกและยาวมาถึงครั้งนี้ด้วย พูดถึงยูเอาไว้ </p>
<p>  “ถ้าคนอื่นทำสแตนด์อัพคอเมดี้ เขาอาจทำเพื่อเล่าเรื่องหรือแสดงเพื่อความตลก<br />
สำหรับผม ผมว่าพี่ยูเขาทำทั้งสองอย่างแหละ แต่สิ่งที่เขายืนหยัดจริงๆ<br />
คือถ้าเขาจะทำอะไรสักอย่าง เขาทำจริงและเขาทำได้<br />
เหมือนเป็นวัยที่ลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างแล้วเลือกทำสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่า<br />
ชีวิตเขากำลังเดินไปข้างหน้า”  </p>
<p>ถูกของแฟกซ์ เพราะงานนี้ยูยังคงเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะการสร้างคอนเนกชันเพื่อเข้าถึงสปอนเซอร์รายใหญ่แบบที่ไม่เคยมีคอเมเดี้ยนหน้าใหม่คนไหนกล้าคิด<br />
การเตรียมงานและเตรียมตัวยืนหยัดบนเวทีพร้อมรองเท้าคู่ใจคู่ใหม่ </p>
<p>ยูเคี้ยวปลาฮามาจิคำนี้เสร็จเมื่อไหร่ เราจะขอให้เขาเล่าต่อ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/19989567_820378131471987_5819097435493119506_n.jpg" style="text-align: center"></p>
<blockquote><p>Before I stand up บทความ 4 ตอนจบเล่าเบื้องหลังการทำเดี่ยวไมโครโฟนของ กตัญญู สว่างศรี นักเขียนและพิธีกรผู้กล้าหาญจัดงานเดี่ยวไมโครโฟนของตัวเอง เขาเคยจัดงานขนาดเล็กชื่อ A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส และ One Night Stand Up ซึ่งจัดร่วมกับเพื่อนผู้หลงใหลการแสดงเดี่ยวไมโครโฟน เขากำลังจะจัดงานเดี่ยวไมโครโฟนครั้งใหม่ A-KATANYU The Man Who Stand Up ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น7 สยามสแควร์วัน วันที่ 22 &#8211; 23 กันยายน ดูรายละเอียดได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/akatanyu">facebook.com/akatanyu</a></p></blockquote>
<p style="text-align: center"><a href="https://www.facebook.com/akatanyu"></a><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/standup-3/">กตัญญู สว่างศรี &#8211; แปรรูปความฝันและความคิดให้มีชีวิตจริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/standup-3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กตัญญู สว่างศรี &#8211; ค้นหาความพิเศษของตัวเอง ผ่านเสียงหัวเราะของคนอื่น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/standup-2/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/standup-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์รัก ชัยกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jul 2017 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[before i stand up]]></category>
		<category><![CDATA[A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส]]></category>
		<category><![CDATA[One Night Stand Up]]></category>
		<category><![CDATA[กตัญญู สว่างศรี]]></category>
		<category><![CDATA[A - katanyu]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/standup-2/</guid>

					<description><![CDATA[<p>02 คนที่เชื่อในตัวเรา ช่วยทำให้เราเชื่อในตัวเอง ยูกับเรายังนั่งกันอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิมในร้านซูชิ ปลาดิบในถ้วยพร่องลงไปบางส่วน สวนทางกับเรื่องราวที่เพิ่มขึ้น แม้ร้านจะเงียบแต่บรรยากาศด้านนอกคึกคัก ผู้คนแปลกหน้าเดินเร่งฝีเท้าสวนไปอย่างไม่ใยดี เหมือนต่างกด skip ใส่กันและกัน ยูเหลือบมองเล็กน้อย ก่อนหันมาบอก “เวลาทำอะไรที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ ตอนเริ่มต้นมันต้องมีคนที่เชื่อเรา เชื่อโดยที่ไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย สำหรับผม แซมคือคนนั้น” ยูกำลังหมายถึง แซม-พลสัน นกน่วม ที่เคยเล่าไว้ในตอนแรก เขาคือเพื่อนสมัยประถมที่ไม่เจอกันนาน แต่บังเอิญเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน แถมยังบ้านอยู่ใกล้กัน ชอบอ่านนิตยสาร a day เหมือนกัน เล่นเกมและเตะบอลด้วยกัน ก่อนจะเริ่มทำอีกหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรายการ &#8216;เท็จ Talks&#8217; ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น &#8216;Get Talks&#8217; ตามมาด้วยการจัดเวิร์กช็อป เลยเถิดจนกลายเป็น &#8216;A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส&#8217; สแตนด์อัพคอเมดี้ครั้งแรกของยู “ผมกับไอ้แซมลองทำอะไรหลายอย่างมาก ทำแล้วก็ไม่มีคนสนใจ ทำอันนั้นก็จ๋อย ทำอันนี้ก็จ๋อยลองกันมาเยอะนะ ถ่ายคลิป ถ่ายวิดีโอก็ไม่ถูกทางสักที จนวันที่เราพบสิ่งที่ simple ที่สุด เป็นสิ่งที่เราทำได้ดี คือเราชอบนั่งคุยเล่น เฮฮา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/standup-2/">กตัญญู สว่างศรี &#8211; ค้นหาความพิเศษของตัวเอง ผ่านเสียงหัวเราะของคนอื่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center"><strong style="background-color: initial">02</strong></h3>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong><strong>คนที่เชื่อในตัวเรา ช่วยทำให้เราเชื่อในตัวเอง  </strong><strong></strong></p>
<p>  ยูกับเรายังนั่งกันอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิมในร้านซูชิ<br />
ปลาดิบในถ้วยพร่องลงไปบางส่วน สวนทางกับเรื่องราวที่เพิ่มขึ้น แม้ร้านจะเงียบแต่บรรยากาศด้านนอกคึกคัก<br />
ผู้คนแปลกหน้าเดินเร่งฝีเท้าสวนไปอย่างไม่ใยดี เหมือนต่างกด skip ใส่กันและกัน ยูเหลือบมองเล็กน้อย ก่อนหันมาบอก </p>
<p>  “เวลาทำอะไรที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้<br />
ตอนเริ่มต้นมันต้องมีคนที่เชื่อเรา เชื่อโดยที่ไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย สำหรับผม<br />
แซมคือคนนั้น” </p>
<p>  ยูกำลังหมายถึง แซม-พลสัน<br />
นกน่วม ที่เคยเล่าไว้ในตอนแรก เขาคือเพื่อนสมัยประถมที่ไม่เจอกันนาน<br />
แต่บังเอิญเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน แถมยังบ้านอยู่ใกล้กัน ชอบอ่านนิตยสาร a day เหมือนกัน เล่นเกมและเตะบอลด้วยกัน ก่อนจะเริ่มทำอีกหลายอย่างด้วยกัน  ไม่ว่าจะเป็นรายการ &#8216;เท็จ Talks&#8217; ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น &#8216;Get Talks&#8217; ตามมาด้วยการจัดเวิร์กช็อป<br />
เลยเถิดจนกลายเป็น &#8216;A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส&#8217; สแตนด์อัพคอเมดี้ครั้งแรกของยู</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF1526.jpg"></p>
<p>  “ผมกับไอ้แซมลองทำอะไรหลายอย่างมาก<br />
ทำแล้วก็ไม่มีคนสนใจ ทำอันนั้นก็จ๋อย ทำอันนี้ก็จ๋อยลองกันมาเยอะนะ<br />
ถ่ายคลิป ถ่ายวิดีโอก็ไม่ถูกทางสักที จนวันที่เราพบสิ่งที่ simple ที่สุด เป็นสิ่งที่เราทำได้ดี คือเราชอบนั่งคุยเล่น<br />
เฮฮา สร้างบรรยากาศ ที่จัดงาน A-Katanyu ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมั่นใจขึ้น<br />
จากประสบการณ์ที่ได้รับระหว่างทำนิตยสาร <em>GM</em> ได้สัมภาษณ์นักคิด<br />
นักเขียนและคนที่ประสบสำเร็จมากมาย เคยจัดงานอีเวนต์มาบ้าง<br />
แต่อีกส่วนนึงเกิดขึ้นได้เพราะแซม ผมกับมันเหมือนโฟรโดกับแซม ตัวละครใน <em>The<br />
Lord of the Rings</em> ผมเป็นโฟรโดที่ตามหาแหวน แล้วแซมก็คือแซมที่<br />
เอ้า! มึงทำอะไรก็ทำ กูพร้อมซัพพอร์ต เป็นคนคอยบอกว่าเอาสิ กูว่ามึงทำได้<br />
เป็นคนที่เชื่อผมตั้งแต่วันที่ยังไม่มีใครเชื่อผมเลย แม้แต่ตัวผมเองด้วยซ้ำ”</p>
<p>  นอกจากรับหน้าที่เป็นผู้จัดการคอยประสานงานทุกอย่าง<br />
ตอนนั้นแซมยังช่วยยูทำบทร่วมกับแฟกซ์-คณิตกรณ์<br />
ศรีมากรณ์ เด็กหนุ่มที่เคยบอกเราผ่านสายโทรศัพท์ว่า<br />
ยอมลาออกจากงานนิตยสารที่ทำได้แค่ 6 เดือน<br />
เพราะได้ข่าวว่ายูกำลังจะจัดสแตนด์อัพคอเมดี้<br />
ซึ่งตรงกับความฝันและความสนใจวัยเด็กของเขา เลยอาสามาทำให้ฟรีๆ แบบไม่มีรายได้ถึง 1 เดือนเต็ม (แต่ยูยืนยันจะให้ค่าตัวกับแฟกซ์ในที่สุด)</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF21051.jpg"></p>
<p><strong style="background-color: initial">ทำให้คนอื่นหัวเราะมันไม่ง่าย</strong></p>
<p>  ทั้งที่ตั้งใจไปร่วมทีมเต็มที่<br />
แต่แฟกซ์ก็ต้องเหวอเบาๆ </p>
<p>  “ตอนไปประชุมครั้งแรกผิดกับภาพในหัวมาก<br />
คือมีผม พี่ยู แฟนพี่ยู นั่งกันอยู่ 2 &#8211; 3 คน<br />
พี่แซมตามมาทีหลัง ไม่มีทีม ไม่มีการแบ่งงาน ผมก็คิดว่ามันใช่เหรอวะ<br />
จนกระทั่งพี่ยูประกาศอีกทีว่าจะทำจริงๆ ตอนนั้นนอกจากจะไม่เชื่อพี่ยู<br />
ผมยังไม่เชื่อแม้กระทั่งตัวเองว่าจะทำได้ แค่รู้สึกว่าโอกาสมาแล้วเลยอยากให้เวลาเต็มที่”<br />
เรียกได้ว่าเขาตรงข้ามกับกองหนุนอย่างแซมโดยสิ้นเชิง<br />
แต่ก็มีความกล้าและความกลัวบางอย่างที่เชื่อมโยงกับยูได้  </p>
<p>  การตั้งต้นทำบท A-Katanyu<br />
แฟกซ์พยายามคิดว่าตัวเองอยากเล่าอะไร สะสมมุกอะไรไว้บ้าง<br />
นำมาเขียนเป็นบทให้หมด แต่พอให้ยูเล่ากลับไม่เวิร์ก แค่ซ้อมครั้งแรกก็ฝืดสนิท<br />
จนต้องเปลี่ยนแผนใหม่หันมาตั้งต้นเรื่องจากตัวตนของยู ไม่ว่าวัยเด็ก วัยเรียน<br />
วีรกรรมต่างๆ แล้วค่อยช่วยกันตบมุกเข้าไป ซึ่งทำให้ยูเล่าได้ไหลลื่น สนุกปาก<br />
สามารถควบคุมเรื่องราวที่ตัวเองจะเล่าได้ดีขึ้น พอซ้อมครั้งที่สองก็เริ่มเห็นแววขำ</p>
<p>  “คนอื่นขำไหมไม่รู้แต่เราขำ<br />
เหมือนเราเชื่อในเรื่องที่ตัวเองจะทำ เป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมรู้สึกว่า<br />
มันทำได้จริงๆ”  แฟกซ์บอกอย่างนั้น-เขาเชื่อในตัวยูและในตัวเองมากขึ้น</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF1636.jpg"></p>
<p>  A-Katanyu สแตนด์อัพคอเมดี้ในแบบฉบับคนกันเอง<br />
จึงสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างและถูกจัดขึ้นภายในร้านหนังสือ Zombie Book ย่าน RCA ซึ่งเป็นร้านรุ่นพี่ที่รักใคร่กันดีกับยู<br />
และได้รับฟีดแบ็กจากผู้ชมดีเกินคาด ล้นหลามเต็มร้าน จนเกิดการต่อยอดไปสู่ A<br />
Katanyu and Friends One Night Stand (Up) ที่ไม่ใช่แค่ยู<br />
แต่ยังรวมเพื่อนในวงการมาร่วมแสดงด้วยกัน<br />
โดยยูจะเป็นทั้งพิธีกรและคอเมเดี้ยนปิดท้าย </p>
<p>“งานนี้ตอบเรื่องความสนุกของตัวเองก่อน<br />
แต่ส่วนที่สองคือ ผมอยากให้มีกลุ่มคนที่สนใจอะไรแบบนี้ ไม่ต้องดูผมคนเดียวก็ได้<br />
ในงานมีทั้งครูทอม คำไทย แซม บีเบนซ์ พุฒิ วงภูมิจิต ฯลฯ<br />
ถ้าทำให้เกิดคัลเจอร์ในการดูได้<br />
มันน่าจะสนุกและเป็นสิ่งที่สแตนด์อัพคอเมดี้บ้านเราไม่เคยมีมาก่อน<br />
ผมไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นคนปั้นวงการ ผมแค่อยากจะเป็นจุดเล็กๆ จุดหนึ่ง<br />
คือถ้าจะถมดำในภาพขาวทั้งภาพ ผมก็อาจจะเพิ่มจุดดำไปจุดหนึ่งเท่านั้นก็พอ”</p>
<p>จากมุมคนใกล้ชิด<br />
แซมมองว่าคราวนี้ยูเปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะความคิดที่เป็นระบบมากขึ้น มีวิธีการ 1-2-3-4 ว่าจะไปถึงเป้าหมายยังไง ไม่ใช่อยู่ดีๆ อยากทำโชว์แล้วทำเลย<br />
แต่มีสกิลล์ในการบริหารจัดการ มองเห็นภาพชัดเจนว่าใครต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง<br />
การทำงานของทีมจึงง่ายขึ้น เพราะต่างคนต่างรู้หน้าที่ตัวเอง ใช้ความเชื่อใจและความเข้าใจกัน<br />
นี่คือทักษะการบริหารงานที่แท้จริงซึ่งไม่จำเป็นต้องถือไว้เองทั้งหมด<br />
ยูจะได้ถอยออกมาเพื่อทำสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ ทำบท </p>
<p>  “ก่อนจะสร้างทีม<br />
ยูสร้างฐานคนไว้เยอะมาก ถ้าสมมติเป็นทหารรับจ้าง<br />
ยูจะเปรียบเหมือนแม่ทัพที่มีทหารต่างๆ พร้อมจะตามยูมาเยอะมาก<br />
ศึกครั้งแรกเราเหมือนทหารประจำหมู่บ้านที่ยังง่อยๆ รบกันไม่เป็น<br />
ศึกครั้งที่สองก็เริ่มรบอย่างมีระบบมากขึ้น และศึกครั้งที่สามใน The Man Who<br />
Stand Up เราขยับมาเป็นทหารชั้นแนวหน้าที่เริ่มมีความรู้<br />
พร้อมรอรับคำสั่งจากยู”  </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF2140.jpg"></p>
<p>  <strong>จะไม่เป็นคนธรรมดาอีกต่อไป<br />
</strong></p>
<p>  “เอาวาซาบิเพิ่มมั้ยพี่”</p>
<p>  ยูถามเราเบาๆ<br />
ก่อนหันไปกวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟ เราตอบไม่เป็นไร<br />
ก่อนดึงตัวกลับมาให้อยู่กับแซลมอนและไข่หวานตรงหน้า<br />
พนักงานเดินกลับมาพร้อมวาซาบิก้อนเล็กที่บุบบี้ในถ้วย </p>
<p>  “ผมเป็นคนคิดใหญ่<br />
ผมเป็นคนทะเยอทะยาน ผมเจ็บปวดนะเวลาที่มีคนหมั่นไส้ผม มองว่าผม wannabe ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าผมเป็นคนยังไง ไม่ได้รู้จักกัน แต่พอถึงจุดนึง<br />
ผมไม่แคร์แล้ว ผมรู้สึกว่าไม่จำเป็นเลยที่จะต้องแคร์คนที่ไม่รู้จักเรา&#8221;</p>
<p>ยูคิดว่าสิ่งที่ทำให้คนคนนึงกล้าลงมือทำ คือ การยอมรับตัวเองว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ พอยอมรับตัวเองได้ก็จะสามารถออกแบบชีวิตตัวเองได้ว่าเลเวลของสิ่งที่เราต้องการอยู่ตรงไหน<br />
แล้วค่อยๆ ไล่จากสิ่งที่เราคิดมาถึงสิ่งที่เราทำ</p>
<p>&#8220;เราเห็นโอกาสในศักยภาพของเราที่จะทำความฝันให้เป็นรูปธรรมขึ้นมา<br />
ผมว่าใครเจออะไรพวกนี้ คุณแม่งกลายเป็นคนพิเศษขึ้นมาเลย มันคือเคล็ดลับที่ทำให้คุณต่างจากคนอื่น  มันคือโมเมนต์พิเศษที่มนุษย์ธรรมดาทั่วไป<br />
ถ้าไม่เจออะไร มันจะบอกกับตัวเองแบบนี้ไม่ได้ และจะยังใช้ชีวิตธรรมดาต่อไป<br />
ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นสแตนด์อัพฯ เท่านั้น<br />
แต่มันอาจจะเป็นเรื่องอะไรบางอย่างที่คุณทำแล้วรู้สึกว่า เออกูต้องทำสิ่งนี้<br />
กูทำได้ ผมว่านั่นคือความรู้สึกที่ทุกคนสามารถเป็นคนพิเศษได้”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF21331.jpg"></p>
<p>  จากความสำเร็จของการจัดสแตนด์อัพคอเมดี้ทั้งสองครั้งที่ผ่านมา<br />
ทำให้เขาอยาก ‘เหยอ’ ให้มากขึ้น  </p>
<p>เขาจึงท้าทายตัวเองด้วยการประกาศจัด<br />
The Man Who Stand Up สแตนด์อัพคอเมดี้เต็มรูปแบบของตัวเองในเดือนกันยายนนี้<br />
จากเคยแสดงในร้านหนังสือขนาดย่อมก็กลายเป็นการแสดงเดี่ยวต่อหน้าผู้ชมในโรงละครจำนวน<br />
1,069<br />
ที่นั่ง เพียงเพราะได้ยินเสียงในใจตะโกนว่า</p>
<p>  “มันเป็นไปได้  กูจะทำตรงนี้” </p>
<p>  ขณะนี้<br />
น้ำชาร้อนในแก้วของเราทั้งคู่แห้งเหือดหมดแล้ว </p>
<p>  เรื่องนี้ยังต้องตามกันต่อ<br />
เห็นทีจะต้องขอรีฟิลอีกซักรอบ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/19989567_820378131471987_5819097435493119506_n.jpg" style="text-align: center"></p>
<blockquote><p><strong>Before I stand up </strong>บทความ 4 ตอนจบเล่าเบื้องหลังการทำเดี่ยวไมโครโฟนของ กตัญญู สว่างศรี นักเขียนและพิธีกรผู้กล้าหาญจัดงานเดี่ยวไมโครโฟนของตัวเอง เขาเคยจัดงานขนาดเล็กชื่อ A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส และ One Night Stand Up ซึ่งจัดร่วมกับเพื่อนผู้หลงใหลการแสดงเดี่ยวไมโครโฟน เขากำลังจะจัดงานเดี่ยวไมโครโฟนครั้งใหม่ A-KATANYU The Man Who Stand Up ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น7 สยามสแควร์วัน วันที่ 22-23 กันยายน ดูรายละเอียดได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/akatanyu">facebook.com/akatanyu</a></p></blockquote>
<p style="text-align: center"><a href="https://www.facebook.com/akatanyu"></a><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p style="text-align: center">
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/standup-2/">กตัญญู สว่างศรี &#8211; ค้นหาความพิเศษของตัวเอง ผ่านเสียงหัวเราะของคนอื่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/standup-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กตัญญู สว่างศรี &#8211; ชายผู้ยืนหยัดกับความฝันบ้าๆ ที่น่าจะเป็นไปได้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/standup-1/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/standup-1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์รัก ชัยกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Jul 2017 07:36:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[before i stand up]]></category>
		<category><![CDATA[กตัญญู สว่างศรี]]></category>
		<category><![CDATA[A - katanyu]]></category>
		<category><![CDATA[A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส]]></category>
		<category><![CDATA[One Night Stand Up]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/standup-1/</guid>

					<description><![CDATA[<p>01 เสื้อยืดลายขวางสีขาวดำตัวเดิม โดดเด่นเตะตาตรงหน้า เจ้าของผู้สวมใส่คือ ยู-กตัญญู สว่างศรี นักเขียน นักคิด พิธีกรงานอีเวนต์ อดีตพิธีกรรายการโทรทัศน์และเจ้าของโปรดักชันเฮาส์ ผู้ก่อตั้งและจัดรายการ Get Talks ผ่านทาง Podcast เป็น Editor-in-Chief ของ Moonshot ดิจิทัลพีอาร์และคอนเทนต์ เอเจนซีที่กำลังมาแรง และนิยมใส่เสื้อยืดลายขวางสีขาวดำ ถึงขั้นมีเสื้อแบบคล้ายกันสะสมอยู่เป็นสิบตัวในตู้ ด้วยอายุแค่ 31 ปี เขาทำทุกอย่างที่ว่ามาด้านบน และทำให้ผู้คนจดจำตัวเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจากการใส่เสื้อซ้ำ จากฝีไม้ลายมือในการทำงาน จากบุคลิกยียวนแต่เป็นมิตร หรือจากฝีปากในการเล่าเรื่องและสร้างบรรยากาศพิเศษที่สามารถเปลี่ยนความเงียบให้เป็นเสียงหัวเราะ “ทุกครั้งที่ผมได้ขึ้นไปเป็นพิธีกร ได้เล่นมุก ได้โชว์ ฟีลลิ่งแม่งโคตรดีเลย” ยูว่าพลางคีบซูชิเข้าปาก เรานั่งคุยกันในร้านแห่งหนึ่งใจกลางเมือง ไม่มีใครอื่นนอกจากพนักงาน วันนี้ยูมีคิวงานทั้งก่อนและหลังที่เรานัดพบกัน ชวนทึ่งว่าจะทำอะไรเยอะแยะนักหนาชีวิตนี้ หลายคนอาจทราบแล้วว่า ยูเคยจัดสแตนด์อัพคอเมดี้ครั้งแรกในชีวิตชื่อ A-Katanyu และอีกครั้งถัดมาไม่นานในชื่อ A-Katanyu &#38; Friends ซึ่งแสดงร่วมกับมิตรสหายอื่นๆ และในอนาคตอันใกล้มากนี้ เขากำลังจะจัด ‘The Man Who Stand [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/standup-1/">กตัญญู สว่างศรี &#8211; ชายผู้ยืนหยัดกับความฝันบ้าๆ ที่น่าจะเป็นไปได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center"><strong>01</strong></h3>
<p>เสื้อยืดลายขวางสีขาวดำตัวเดิม<br />
โดดเด่นเตะตาตรงหน้า</p>
<p>  เจ้าของผู้สวมใส่คือ<br />
ยู-กตัญญู สว่างศรี นักเขียน นักคิด พิธีกรงานอีเวนต์ อดีตพิธีกรรายการโทรทัศน์และเจ้าของโปรดักชันเฮาส์ ผู้ก่อตั้งและจัดรายการ Get<br />
Talks ผ่านทาง Podcast เป็น Editor-in-Chief<br />
ของ Moonshot ดิจิทัลพีอาร์และคอนเทนต์ เอเจนซีที่กำลังมาแรง<br />
และนิยมใส่เสื้อยืดลายขวางสีขาวดำ<br />
ถึงขั้นมีเสื้อแบบคล้ายกันสะสมอยู่เป็นสิบตัวในตู้ </p>
<p>  ด้วยอายุแค่<br />
31 ปี เขาทำทุกอย่างที่ว่ามาด้านบน<br />
และทำให้ผู้คนจดจำตัวเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจากการใส่เสื้อซ้ำ<br />
จากฝีไม้ลายมือในการทำงาน จากบุคลิกยียวนแต่เป็นมิตร<br />
หรือจากฝีปากในการเล่าเรื่องและสร้างบรรยากาศพิเศษที่สามารถเปลี่ยนความเงียบให้เป็นเสียงหัวเราะ  </p>
<p>  “ทุกครั้งที่ผมได้ขึ้นไปเป็นพิธีกร ได้เล่นมุก ได้โชว์<br />
ฟีลลิ่งแม่งโคตรดีเลย” ยูว่าพลางคีบซูชิเข้าปาก</p>
<p>เรานั่งคุยกันในร้านแห่งหนึ่งใจกลางเมือง<br />
ไม่มีใครอื่นนอกจากพนักงาน วันนี้ยูมีคิวงานทั้งก่อนและหลังที่เรานัดพบกัน<br />
ชวนทึ่งว่าจะทำอะไรเยอะแยะนักหนาชีวิตนี้ </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/one.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF1508.jpg"></p>
<p>หลายคนอาจทราบแล้วว่า ยูเคยจัดสแตนด์อัพคอเมดี้ครั้งแรกในชีวิตชื่อ A-Katanyu และอีกครั้งถัดมาไม่นานในชื่อ A-Katanyu &amp; Friends ซึ่งแสดงร่วมกับมิตรสหายอื่นๆ และในอนาคตอันใกล้มากนี้ เขากำลังจะจัด ‘The Man Who Stand Up’ สแตนด์อัพคอเมดี้ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตในโรงละครใจกลางกรุงเทพฯ เพียงเพราะเคยมีโอกาสไปยืนบนเวทีนั้น แล้วได้ยินเสียงในใจตัวเองดังขึ้นว่า “มันเป็นไปได้ กูจะทำ”</p>
<p>ฟังดูเท่และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ แต่ที่จริงแล้ว ขนาดเจ้าตัวยังให้คำจำกัดความว่ามันคือ “ความฝันบ้าๆ&#8221; ไม่ใช่แค่ยืนหยัดในความบ้า เขายังขยายอาณาเขตให้มันกลายเป็น “ความฝันบ้าๆ ที่น่าจะเป็นไปได้”</p>
<p>วันนี้ท่ามกลางปลาดิบ ซูชิ และโรล บนโต๊ะอาหาร</p>
<p>เราขอให้ยูเล่าถึงแนวคิดสำคัญที่ทำให้ผู้ชายธรรมดาๆ คนนึงแถมเคยตกที่นั่ง loser อย่างเขา ลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินตัว สิ่งที่เขาเรียกมันว่า ‘ความเหยอ’ (ความเผยอ / ผยอง / กล้าดี) ให้รู้กันไปว่าคนเราจะเอาจริงเอาจังกับความฝัน ความบ้า และความน่าจะเป็นไปได้ ได้สุดขนาดไหน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/6666.jpg"></p>
<p><strong>ของมันมีเชื้อ</strong></p>
<p>โชยุถูกรินจากขวด ละลายก้อนวาซาบิให้เป็นเนื้อเดียวกัน ยูใช้ตะเกียบแกว่งผสมเบาๆ ก่อนเล่าย้อนหลังถึงอดีต</p>
<p>&#8220;ทุกคนรู้ดีว่าเวลาประชุมผมชอบกวนตีน”</p>
<p>ไม่ใช่แค่ประชุมหรอก ยูยอมรับว่าตั้งแต่สมัยเรียนเขาอดไม่ได้จริงๆ ที่จะหยอด ล้อ หรือแซว อาจารย์เป็นนิสัย แถมดันชอบเลือกเล่นกับคนที่มีอำนาจที่สุด ซึ่งถ้าจะเจาะลึกสักหน่อย เขาบอกว่าอาจเพราะชอบท้าทายกับอำนาจที่ใหญ่ที่สุด ชอบดึงให้คนคนนั้นลงมาอยู่ในจุดเท่ากัน แต่ขณะเดียวกันก็พยายามจะรักษาบาลานซ์ ไม่โจมตีหรือฉีกหน้าใครจนน่าเกลียด แต่จะทำให้ดูน่ารัก เฮฮา สนุกสนาน ซึ่งนิสัยนี้เป็นเชื้อที่เก็บไว้มานาน โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่ทันรู้</p>
<p>จนกระทั่งมีโอกาสไปพูดในงาน a book Lecture Show ของสำนักพิมพ์ a book ที่เชียงใหม่เมื่อสองสามปีที่แล้ว ภายในเวลาแค่ 1 ชั่วโมง เขาค้นพบบางอย่างในตัวเองจนถึงขั้นต้องโทรเรียก แซม-พลสัน นกน่วม (แซม นักเขียนจากสื่อออนไลน์ Mango Zero) เพื่อนสนิทที่วนเวียนอยู่แถวนั้นพอดีมาคุยโปรเจกต์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ในหัว</p>
<p>และสิ่งที่เขาคิดก็คือ “สแตนด์อัพคอเมดี้”</p>
<p>“มันมีความห้าวอะไรบางอย่าง มันมี energy บางอย่างที่เราอยากจะปล่อยมันออกมา” ยูบอก</p>
<p>ทั้งที่จริง เขาไม่ได้เป็นแฟนสแตนด์อัพคอเมดี้เหนียวแน่นอะไรขนาดนั้น รู้แค่ว่ามันมีการละเล่นแบบนี้อยู่ แต่เพราะทุกครั้งที่ได้ขึ้นเป็นพิธีกร ได้เล่นมุก ได้โชว์ รวมทั้งการผ่านงานพิธีกรจากหลายๆ จ๊อบ โดยเฉพาะงาน Happening@house ที่นิตยสาร <em>happening</em> จัดขึ้น และมีผู้ชมถึงจะแค่ไม่กี่คนจากจำนวน 500 &#8211; 600 คน เดินมาบอกเขาว่าชอบมาก พูดตลกมาก มันยิ่งทำให้เขารู้สึกดีและสนุก</p>
<p>“ปีที่สนุกมากเป็นปีที่พี่วิภว์ (วิภว์ บูรพาเดชะ บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ happening) บอกว่าให้คิวพี่พิธีกรอีกคนบ้าง อย่าพูดอยู่คนเดียว ซึ่งเราก็เข้าใจพี่วิภว์นะ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ตอนนั้นแหละมันก็แว้บขึ้นมาว่า เฮ้ย! หรือกูพูดคนเดียวได้วะ”</p>
<p>แต่จากวันที่รู้สึกอย่างนั้น และจากวันที่นั่งคุยกับแซมที่เชียงใหม่</p>
<p>ผ่านมา 2 ปี เขาก็ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรต่อ รู้แค่ข้างในมันมีเชื้อบางอย่างอยู่เสมอ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSC00102.jpg"></p>
<p><strong>เราอาจจะมีแค่ชีวิตเดียว</strong><strong></strong></p>
<p><strong></strong>ชาเขียวในถ้วยกำลังร้อนกรุ่น ไอจางๆ<br />
ลอยขึ้นเพราะพนักงานเดินมารีฟิลให้เราเมื่อสักครู่<br />
เราถามถึงความฝันที่คุกรุ่นว่าทำไมถึงไม่เกิดขึ้นจริงในตอนนั้น </p>
<p>  หลังจากแยกย้ายกับแซมที่เชียงใหม่<br />
ยูเดินหน้าเป็นฟรีแลนซ์พร้อมกับทำงานส่วนตัวหลายๆ อย่าง<br />
ถึงจะยังเจอแซมอยู่เป็นระยะ แต่ไอเดียที่เคยโยนกันไว้ก็ยังไม่ได้ไปต่อ </p>
<p>
“บรรยากาศของประเทศนี้คือ<br />
ไม่มีใครกล้าบอกหรอกว่าตัวเองจะทำแบบเดียวกับพี่โน้ต อุดม พูดกันตรงๆ สแตนด์อัพคอเมดี้มันฟังดูเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้<br />
มึงต้องมีความพิเศษ มีความมหัศจรรย์ ถึงจะเสกเสียงหัวเราะได้ขนาดนั้น”</p>
<p>  กว่าจะได้จังหวะที่เขาและแซมตัดสินใจโพสต์สเตตัส<br />
Facebook รับสมัครทีมงาน จนพบกับ แฟกซ์-คณิตกรณ์<br />
ศรีมากรณ์ ที่อาสาเข้ามาเป็นผู้ช่วยเขียนบทก็นานพอสมควร<br />
แถมพอเจอกันแล้วก็ได้แต่นั่งมึนๆ อยู่เป็นชั่วโมง ก่อนจะแยกย้ายหายกันไปอีกครั้ง </p>
<p>  “การไม่รู้วิธีทำก็ส่วนหนึ่ง<br />
แต่จริงๆ แล้วเป็นเพราะเรายังไม่กล้าพอ จะเอายังไง จะจัดที่ไหน คือมันไม่มีความรู้<br />
ไม่มีความชัดเจน ไม่ทำก็ได้ ไม่เป็นไร พอคิดว่ายังไม่รีบเลยหายกันไปอีกเป็นปี”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1349.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF1512.jpg"></p>
<p>  จนกระทั่งวันที่เขาพบจุดเปลี่ยนสำคัญ</p>
<p>  ยูบอกว่า<br />
สิ่งที่เปลี่ยนความคิดของเขาไม่ได้เกิดขึ้นจากการอ่านวรรณกรรมระดับโลก<br />
ไม่ใช่การฟังแรงบันดาลใจจากใครอื่น<br />
มันเกิดขึ้นอย่างง่ายดายในวันที่เขาตกงานและขอตังค์แม่กินไอศครีม แต่แม่ไม่ให้<br />
บอกแค่ว่า โอ๊ย กินทำไม เปลือง ถึงจะเป็นการพูดเล่นๆ แต่จังหวะนั้นเขาขำไม่ออก </p>
<p>  “ผมน้อยใจชีวิตตัวเอง<br />
แค่ไอติมถ้วยหนึ่งเรายังกินไม่ได้ ขอตังค์แม่ โดนแม่บ่น รู้สึกกระจอกมาก อยู่ๆ<br />
วันนึงผมก็คิดว่าไม่เอาแล้ว ไอ้เหี้ย กูไม่เอาชีวิตแบบนี้แล้ว ชีวิตแม่งอาจจะมีชีวิตเดียวก็ได้ปะวะ<br />
ทำให้แม่งดีดีกว่า อยากกินอะไรก็ต้องได้กิน ซื้อของดีให้แม่ได้<br />
ซื้อของดีให้ตัวเองได้ ต้องมีชีวิตที่ดี เอาแค่นี้ก่อน มันเป็นจุดที่ทำให้ผมโตขึ้น<br />
ถึงจะไม่ได้เป็นแผลใหญ่แต่มันเป็นแผลที่ทำให้เรากระตุกความคิด”</p>
<p>  หลังจากหยุดทำโปรดักชันเฮาส์ของตัวเอง ผ่านงานนิตยสารที่ <em>GM </em>และขยับขยายย้ายมาทำงานที่<br />
Moonshot ซึ่งเป็นดิจิทัลพีอาร์และคอนเทนต์เอเจนซี่ได้แค่เดือนเดียว เขาโพสต์สเตตัสประกาศทำ &#8216;A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส&#8217;<br />
สแตนด์อัพคอเมดี้ครั้งแรกในชีวิตอย่างเป็นทางการ  </p>
<p>  และคราวนี้ดูเหมือนว่า<br />
ทุกอย่างจะชัดเจนกว่าที่ผ่านมา</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/19989567_820378131471987_5819097435493119506_n.jpg"></p>
<blockquote><p><strong>Before I stand up </strong>บทความ 4 ตอนจบเล่าเบื้องหลังการทำเดี่ยวไมโครโฟนของ กตัญญู สว่างศรี นักเขียนและพิธีกรผู้กล้าหาญจัดงานเดี่ยวไมโครโฟนของตัวเอง<br />
เขาเคยจัดงานขนาดเล็กชื่อ A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส และ One Night Stand Up ซึ่งจัดร่วมกับเพื่อนผู้หลงใหลการแสดงเดี่ยวไมโครโฟน เขากำลังจะจัดงานเดี่ยวไมโครโฟนครั้งใหม่ A-KATANYU The Man Who Stand Up ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น7 สยามสแควร์วัน วันที่ 22-23 กันยายน<br />
ดูรายละเอียดได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/akatanyu">facebook.com/akatanyu</a></p></blockquote>
<p style="text-align: center"><a href="https://www.facebook.com/akatanyu"></a><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/standup-1/">กตัญญู สว่างศรี &#8211; ชายผู้ยืนหยัดกับความฝันบ้าๆ ที่น่าจะเป็นไปได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/standup-1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
