Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

เต้-ปาล์ม : จากเฟรนด์โซนของพ่อเลี้ยงเดี่ยวลูกสี่ สู่แฟนโซนและคอมฟอร์ตโซนซึ่งกันและกัน

Highlights

  • เต้–สุผจญ กลิ่นสุวรรณ และ ปาล์ม–ชลณัฏฐ์ โกยกุล เป็นเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานกันมาตลอดสิบปี จนถึงช่วงหนึ่งที่เต้กลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวลูกสี่ ส่วนปาล์มก็กลับมาเป็นโสดพอดี
  • จากการที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว พวกเขาเริ่มคบหาดูใจกันและเรียนรู้กันเพิ่มในฐานะคู่รัก แม้จะมีปัญหาอยู่บ้างแต่เมื่อปลายปีที่แล้วพวกเขาก็ตัดสินใจแต่งงานกันพร้อมลูกทั้งสี่คนของเต้ที่เป็นพยาน
  • ถึงแม้หลายคนจะเป็นห่วง แต่ปาล์มและเต้ต่างปรับตัวเข้ากับเงื่อนไขของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันทั้งคู่เป็นความสุขให้แก่กันและอยากจะอยู่ด้วยกันไปอีกนาน

ไม่แน่ใจนักว่าในวันนั้นบรรยากาศระหว่างผม เต้ และปาล์ม เรียกว่าการสัมภาษณ์หรือเปล่า

ตลอด 2 ชั่วโมงในการสนทนา ผมถามแทรกพวกเขาทั้งคู่น้อยมาก เต้และปาล์มเล่าเรื่องราวความรักเหมือนนั่งคุยกันเองอย่างไรอย่างนั้น เรียกว่าผมมาแอบฟังพวกเขาทั้งสองก็คงจะไม่ผิดนัก

เต้ ปาล์ม

หลายคนจำ เต้–สุผจญ กลิ่นสุวรรณ และ ปาล์ม–ชลณัฏฐ์ โกยกุล ได้จากช่องโทรทัศน์ ThaiPBS

สำหรับเต้ เราคุ้นหน้าเขาจากการเป็นพิธีกรรายการ ‘English Breakfast’ ส่วนปาล์ม เราจำเธอได้จากบทบาทพิธีกรรายการ ‘ชุมชนต้นแบบ’ และ ‘พื้นที่ชีวิต’ พวกเขารู้จักกันมาเป็นสิบปีจากการเป็นทั้งเพื่อนสนิท พี่น้อง เจ้านาย และลูกทีม

แต่เมื่อปลายปีที่แล้ว ทั้งสองเพิ่งแต่งงานกัน

ถ้านี่คือบทละคร ผมไม่แน่ใจว่าจะมีใครกล้าเขียนเรื่องราวให้ทั้งคู่ลงเอยกันแบบนี้ไหม พวกเขาเริ่มต้นจากจุดที่เป็นไปได้ยากอย่างการที่เต้เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวลูกสี่ และปาล์มคือคนรักที่เข้ามาเติมเต็มคำว่าครอบครัวโดยพัฒนามาจากความเป็นเพื่อนอย่างที่กล่าวไป

แต่นี่ไม่ใช่บทละคร นี่คือชีวิตจริงที่เราขนานนามว่า ‘ชีวิตคู่’

เรื่องที่ดูจะเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ได้อย่างไร

นั่งลง ผ่อนคลาย และฟังเขาทั้งสองคุยกันดีกว่า

เต้ ปาล์ม

เฟรนด์โซน

ปาล์ม : เราเจอกันครั้งแรกตอนอยู่จุฬาฯ เราจำเหตุการณ์ไม่ได้หรอกนะ แต่พี่เต้จำได้

เต้ : ผมเป็นประธานฝ่ายนิสิตสัมพันธ์ของสโมสรนิสิต และเป็นหนึ่งในคนที่มีหน้าที่จัดการงบประมาณ หนึ่งในหน่วยงานที่ผมตัดงบในปีนี้คือเชียร์ลีดเดอร์งานฟุตบอลประเพณี และผมจำปาล์มได้เพราะเขาเป็นเชียร์ลีดเดอร์ปีนั้น แต่ก็จำเขาในฐานะเด็กตาโต หัวโหนก ผมยาว น่ารักคนหนึ่ง แต่ก็แค่นั้น หลังจากนั้นเราก็แยกย้ายกันไปจนได้มาเจอกันที่ ThaiPBS

ปาล์ม : พอจบจุฬาฯ เราทำงานเป็นดีเจสักพักก็มีคนชวนมาทำงานที่ ThaiPBS จำได้ว่าเจอพี่เต้ครั้งแรกก็ตอนนั้นแหละ

เต้ : ตอนนั้นผมเป็นพิธีกรอยู่ พอเจอปาล์มก็จำได้ และด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้ ผมจำได้อีกว่าน้องเก่งเรื่องภาษาอังกฤษ ผมชวนปาล์มให้มาทำรายการ English Breakfast ด้วยกัน ปาล์มก็สนใจเลยมาทำงานร่วมกันตั้งแต่ปี 2552

ปาล์ม : 10 ปีหลังจากนั้นเราทำงานกับพี่เต้เรื่อยมาเลยนะ เพราะนอกจาก English Breakfast เวลามีงานอะไรพี่เต้ก็จะชวนเราเรื่อยๆ เพราะค่าตัวถูก (หัวเราะ)

เต้ ปาล์ม

ปาล์ม : เวลามีปัญหาอะไร เราจะปรึกษาพี่เต้ตลอด หรือถ้าช่วงไหนเรามีปัญหา พี่เต้ก็ช่วย อย่างมีช่วงหนึ่งที่บ้านเรามีปัญหาเรื่องเงิน พี่เต้ก็เรียกเราไปช่วยงานทั้งๆ ที่ไม่ต้องเรียกก็ได้  หรือตอนเรากระเป๋าหายตอนไปถ่ายรายการที่อินเดีย พี่เต้ก็ติดต่อรุ่นน้องที่เป็นทูตให้ช่วยประสานจนเราได้กระเป๋าคืน เขาเป็นคนแบบนี้ และเป็นแบบนี้กับทุกคนใกล้ตัว ดังนั้นเราบอกกับทุกคนเสมอนะว่า พี่เต้คือเพื่อนสนิทที่เหมือนครอบครัว เขาเป็นบอสที่เราหันไปพึ่งได้เสมอ เป็นเพื่อนแบบเพื่อนจริงๆ เพราะตอนนั้นเราก็จริงจังกับคนของเรา พี่เต้ก็มีครอบครัว  ขนาดพอเรากลับมาโสด พี่เต้ยังแนะนำผู้ชายให้เราอยู่เลย แต่สักพักพี่เต้ก็เจอมรสุมของตัวเองเหมือนกัน

เต้ : หลังหย่าผมเคว้งคว้างมาก ลูกสี่ และอายุก็ปูนนี้แล้ว ทรัพย์สินก็ไม่ได้มีเยอะเหมือนก่อนหน้านี้ ถามว่าเหงาไหม มันก็เหงาๆ แต่พอคิดว่าจะมีคนที่มาอยู่กับเรา เราก็ต้องไว้ใจเขาแถมต้องรับเราให้ได้ทุกอย่างอีก ดังนั้นใครจะมาสนใจเราล่ะ แต่จริงๆ แล้วพอมานึกย้อนดู ผมเห็นปาล์มมาตลอดเหมือนกัน เราเห็นเขาปฏิเสธงานที่ได้เงินเพื่อทำงานเพื่อสังคม เราเห็นว่าเขาเป็นคนมองคนที่จิตใจ เขาหน้าสวยแต่ใจก็งามมาก แต่ผมสาบานได้เลยว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดกับปาล์มเกินกว่าเพื่อน เหมือนบางสิ่งที่ดีที่สุดมันก็ดันอยู่ใกล้ตัวเราแต่เราไม่รู้น่ะ จนมีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่ผมไปเป็นพิธีกรให้งานแต่งงานของน้องชายปาล์ม และปาล์มก็มาเป็นพิธีกรให้งานแต่งงานของญาติผม

เต้ ปาล์ม

แฟนโซน

เต้ : เหตุการณ์นั้นทำให้ผมเห็นว่าบ้านปาล์มกับบ้านเราน่ะคล้ายกันมาก เราเป็นครอบครัวอบอุ่นเหมือนกัน ที่สำคัญคือเวลาปาล์มเจอกับเด็กๆ แล้วสปาร์ก มันมีเคมีอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้น สารภาพว่าตอนนั้นในใจผมก็เริ่มคิดไม่ซื่อ ผมเห็นโอกาสที่มันจะออกมาดีได้แต่ยังไม่กล้าออกท่าทีมาก เพราะอีกใจหนึ่งก็กลัวว่าเขาจะหายไปอีกคน มันเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถแลกได้เพราะปาล์มเป็นเพื่อนผู้หญิงที่ผมสนิทที่สุด

ปาล์ม : ตอนนั้นพี่เต้ยังไม่ได้เริ่มจีบนะ แต่เราเริ่มรู้สึกแปลก จากที่พูดจามึงมาพาโวยก็เริ่มพูดครับ (หัวเราะ) หรือเขาก็เคยถามเราว่า ถ้าผู้ชายอย่างพี่เต้จะมีความรักอีกครั้ง คนจะรับได้ไหมกับการเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวลูกสี่ เราตอบไปว่าเดี๋ยวนี้คนไม่ได้อะไรเรื่องนี้กันแล้ว คนเราพลาดพลั้งในความรักกันได้ ไม่มีใครสนใจหรอก เราตอบจริงใจเลยนะว่าพี่เต้เป็นคนดี ผู้หญิงที่มาอยู่กับพี่คือคนโชคดี เราตอบไปโดยไม่ได้คิดถึงตัวเองเลย

เต้ : ถามเพื่อขี่ม้าล้อมค่ายไปก่อน (หัวเราะ)

เต้ ปาล์ม

ปาล์ม : หลังจากนั้นมันก็ทำให้เราเริ่มคิดกับตัวเองนะ เรารู้สึกดีกับเขาในฐานะเพื่อนและพี่ เขาเป็นคนดีมาก แต่พอเขาเริ่มพูดความในใจกับเรา พี่เต้บอกว่าเขามองหาคนที่เข้ากับลูกๆ ได้ เขาประทับใจที่เราเป็นคนดีและซื่อสัตย์ แต่เราฟังแล้วรู้สึกว่านี่เป็นการคิดด้วยตรรกะ มันไม่ได้มีท่อนไหนที่บอกว่าเราเป็นคนน่ารัก ฉันมีผีเสื้อในท้องเมื่อได้เจอเธอ เราเลยสงสัยว่าที่เขารู้สึกกับเรามันมีแพสชั่นอยู่ไหม เรากลัวตรงจุดนี้ สุดท้ายเราเลยคุยกับแม่ เพราะแม่ก็รู้จักพี่เต้ ในตอนที่อยู่ในช่วง ‘เอายังไงดีวะ’ พี่เต้ก็ลุยไปหาแม่และคุยกับพ่อเฉยเลย พอเห็นแบบนั้นเราก็รู้แล้วว่าพี่เต้เอาจริง เราเห็นความตั้งใจของเขาและความดีของเขามาตลอด เขาก็เห็นว่าเราเป็นคนยังไง มันโอเค เราเลยลองคบกันดู แต่หลังจากนั้นพี่เต้ขอแต่งงานเร็วมากเลย สงสัยอยากได้คนเลี้ยงลูก (หัวเราะ)

เต้ : โอ๊ย ไม่ใช่ๆ (หัวเราะ)

ปาล์ม : ตอนพี่เต้ขอแต่งงาน พี่เต้ไม่ได้พูดว่า “แต่งงานกับผมไหม” หรอกนะ แต่พี่เต้บอกว่า “แต่งงานกับพวกเราได้ไหม” และเด็กๆ ทั้งสี่คนก็โผล่มาเซอร์ไพรส์ วันนั้นเราตอบตกลง (ยิ้ม) งานแต่งงานของเราสองคนจัดขึ้นมาโดยที่มีเด็กๆ ช่วยคิดและออกแบบ ในงานมีบ้านบอล บ้านลม ปาโป่ง สายไหมลอยฟ้า เป็นธีมงาน kid-friendly ที่เด็กๆ ทั้งสี่คนและพวกเรามีความสุขมาก

เต้ ปาล์ม

คอมฟอร์ตโซน

เต้ : เอาจริงๆ ถ้าถามว่าทำไมผมเชื่อในความรักแม้จะผ่านอะไรมาขนาดนี้ คือผมเป็นพิธีกรงานแต่งงานมาเยอะมาก มันทำให้ผมเห็นว่าความรักไม่ได้มีรูปแบบที่ตายตัว บางคู่แค่งานแต่งงานอย่างเดียวเนี่ยห้าล้าน แต่แต่งแป๊บเดียวก็เลิก บางคู่หนีตามกันไปแต่ก็อยู่ได้เป็นสิบปีจนความรักเบ่งบาน ดังนั้นผมเชื่อว่าสุดท้ายความรักเป็นเรื่องของคนสองคน และผมเชื่อในความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข

เต้ ปาล์ม

เต้ : ความสุขมันยากในการนิยามนะ มันเป็นสิ่งที่ทุกคนแสวงหาแต่น้อยคนจะเจอ ความรักเป็นแค่กล่องเล็กๆ ในกล่องใหญ่ของความสุข ดังนั้นมันหายาก แต่พอถึงจุดหนึ่งที่เราเจอมันเข้า เราจะรู้ทันทีเลยว่านี่แหละความรัก ซึ่งพอผมเริ่มคบกับปาล์ม ผมค้นพบความสุขนั้น ปาล์มเป็นคนที่เวลาอยู่ด้วยผมจะสบายใจ มีความสุข เหมือนเราเติมเต็มกันและกัน อาจมีบางอย่างที่ไม่ตรงกันบ้าง แต่เราก็ปรับตัวเข้าหากัน

ปาล์ม : ต่างคนต่างผลัดกันยอม มันมีอะไรหลายอย่างให้เราเรียนรู้กัน ถึงรู้จักกันมาเป็นสิบปี แต่ก่อนหน้านี้เราสนิทกันโดยไม่ได้เป็นแฟนกัน ที่สำคัญคือเด็กๆ เรายอมรับว่าตอนแรกก็กังวลว่าเขาจะโอเคกับเราไหม โชคดีที่สุดท้ายพวกเขาไม่ต่อต้านเราสักนิด และเราก็ไม่ได้วางตัวจะเข้ามาแทนที่แม่เขา แม่เขายังอยู่เสมอ และเราก็ยังเป็นน้าน้ำปลา (ชื่อที่เด็กๆ เรียกปาล์ม) ที่อยากเฮฮาและดูแลพวกเขาเหมือนเดิม

เต้ : กลายเป็นว่าตอนนี้เด็กๆ ไว้ใจ เชื่อใจ และรักปาล์มมาก เด็กๆ ชีวิตดีขึ้น มีระเบียบวินัย รักตัวเองมากขึ้น แฮปปี้ มีความสุข

เต้ ปาล์ม

ปาล์ม : เอาจริงยอมรับว่ามันมีความเหนื่อยเหมือนกัน แต่พอถึงเวลานั้นพี่เต้จะอยู่ข้างเราตลอด ดังนั้นกับเรื่องนี้ เราไม่เคยกลัวเลย เราชอบและรักเด็กอยู่แล้ว ปกติเด็กก็รักเรา ที่สำคัญคือเราบอกพี่เต้ตลอดเวลานะ ว่าทั้งหมดที่เราทำตอนนี้ ถ้ามันเยอะกว่านี้ เราก็พร้อมทำ เหนื่อยกว่านี้เราก็พร้อมทน เพราะตอนนี้พี่เต้คือขุมพลังของเรา แค่กลับมาได้นอนกอดกัน พูดกับเราดีๆ เราก็โอเคแล้ว หายเหนื่อย ดังนั้นตราบใดที่เขาโอเค เราพร้อมทำทุกอย่างเสมอ

เต้ : (นิ่งคิด) ปาล์มเข้ามาในชีวิตผมตั้งแต่ปี 2552 แต่ผมไม่เคยนึกเลยนะว่าเขาจะมาถึงจุดนี้ (สบตาปาล์ม) นึกออกไหม เราเคยชงผู้ชายให้เขา (หัวเราะ) เขาเป็นทั้งน้อง ลูกทีม คนสนิท และกึ่งเลขา ที่เราไว้ใจมากๆ วันหนึ่งกลายเป็นว่าโชคชะตาพาเรามาอยู่ตรงนี้ มีเหมือนกันที่เราคิดว่าอะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ ถ้าระหว่างทางเราหรือเขาเขวไปจากทางนี้ มันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราคงไม่ได้เรียนรู้กัน พอเรามีโอกาส เราเลยลองดูสักตั้ง สุดท้ายพอมีความรักกับปาล์ม ผมรู้สึกเลยนะว่าคงไม่เจอใครในชีวิตที่ดีกว่านี้แล้วแหละ เราลูกสี่แถมผ่านชีวิตมาขนาดนี้ ไม่มีอะไรดีกว่านี้อีกแล้ว ผมเชื่อใจ พอใจ และสุขใจกับคนนี้ เราเห็นภาพตอนแก่ด้วยกัน เรามีความสุข

เพราะยังไง ชีวิตคู่ก็ดีกว่าชีวิตคี่แหละเนอะ

เต้ ปาล์ม

Author

ฆฤณ ถนอมกิตติ

ชายชื่อแปลกแห่งกองบรรณาธิการ a day magazine ผู้เชื่อว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพราะเราต่างเติบโตเพิ่มขึ้นมาจากเมื่อวานตั้ง 24 ชั่วโมง

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)