Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

จาก ‘ธันวาคม’ สู่ ‘ช่วงเวลา’ การเดินทางตลอด 8 ปีของวงดนตรีที่คอยอยู่เป็นเพื่อนคนเศร้าชื่อ Zweed n’ Roll

Highlights

  • Zweed n’ Roll คือวงดนตรีที่มี 5 เครื่องเล่น ประกอบไปด้วยสมาชิกที่ใช้ชีวิตเป็นเด็กหอ ร่วมเล่นดนตรีกันมาตั้งแต่สมัยเรียนดุริยางคศิลป์ในรั้วศิลปากร
  • จากช่วงแรกเพียงอยากชวนกันมาเล่นดนตรีกลางคืนเพื่อหารายได้ ทดลองค้นหาแนวดนตรีที่ชอบกันมาพักใหญ่ จึงฉุกคิดได้ว่าวงควรมีเอกลักษณ์แนวเพลงที่ชัดเจน 
  • ความหลงใหลในแนวดนตรีจากเกาะอังกฤษได้แผ่อิทธิพลให้ Zweed n’ Roll มีกลิ่นอายของความเป็นอัลเทอร์เนทีฟ มีส่วนผสมของบริตป๊อปและร็อกอยู่ในหลากหลายบทเพลง

Zweed n’ Roll คือวงดนตรีที่มี 5 เครื่องเล่น ประกอบไปด้วยสมาชิกที่ใช้ชีวิตเป็นเด็กหอ ร่วมเล่นดนตรีกันมาตั้งแต่สมัยเรียนดุริยางคศิลป์ในรั้วศิลปากร มีนักร้องนำคือ พัด–สุทธิภัทร สุทธิวาณิช มือกีตาร์สองคนคือ ปูน–ณัฐพัชร์ สมิตนุกูลกิจ และ มิน–ณัฐกร ศิลวัฒน์ มี นิว–นิติ นิติยารมย์ เล่นเบส และ ทัน–ธรรม์ ดำรงรัตน์ มือกลอง

เหตุผลที่ทำวงในช่วงแรกก็เพียงอยากชวนกันมาเล่นดนตรีกลางคืนเพื่อหารายได้ จากการทดลองค้นหาแนวทางการเล่นดนตรีที่ชอบกันมาพักใหญ่ ตระเวนเล่นตามบาร์ต่างๆ มาสักระยะ จนเวียนมาร้าน PLAY YARD by Studio Bar มาพบกับเจ้าของร้านที่ให้คำแนะนำ ทำให้ฉุกคิดได้ว่าวงควรมีแนวเพลงที่ชัดเจน 

สุดท้ายความหลงใหลในแนวดนตรีจากเกาะอังกฤษได้แผ่อิทธิพลให้ Zweed n’ Roll มีกลิ่นอายของความเป็นอัลเทอร์เนทีฟ มีส่วนผสมของ บริตป๊อปและร็อกอยู่ในหลายบทเพลง จึงไม่แปลกหากท่วงทำนองของพวกเขาจะทำให้ใครหลายคนนึกถึงวงอย่าง Radiohead, หรือ The Cranberries วงที่เป็นแรงบันดาลใจของพวกเขา

นับจากวันรวมตัวเมื่อปี 2012 ถึงตอนนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 8 แล้วสำหรับการเดินทางของวงดนตรีที่เรียกว่าทำเพลงกันช้า ช้าที่หนึ่งคือท่วงทำนองที่ หน่วง เนิบ ชวนจมดิ่งไปในห้วงความรู้สึก และช้าที่สองคือจังหวะในการผลิตผลงานให้แฟนเพลงได้ฟัง 

ไทม์ไลน์น่าจะแปลกกว่าวงอื่นๆ เราเริ่มเป็นที่รู้จักในช่วงปี 2012 และมาดังขึ้นอีกทีในช่วงปี 2018 บางคนเพิ่งเคยได้ฟังก็คิดว่าเราเป็นวงหน้าใหม่ด้วยซ้ำ” 

ธันวาคม 

ฉันมี มีเธอที่ดีอยู่กับฉันในทุกวัน วันที่เรามีความสุขและบางวันที่เราเศร้า วันเหล่านี้

Zweed n’ Roll ปล่อยเพลงแรก ธันวาคม ออกมาเมื่อปี  2012 แม้เป็นเพลงที่มีท่วงทำนองหม่นๆ ชวนเศร้า แต่นี่คือเพลงที่มีจุดเริ่มต้นมาจากวันครบรอบความรักของพัด นักร้องนำ

พัดร้องเพลงนี้พร้อมดีดกีตาร์อะคูสติกหนึ่งตัวแล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ก สมาชิกในวงเห็นจึงตกลงกันว่าเอาเพลงนี้มาต่อยอดเป็นเพลงของวง เราจึงได้ยินเพลงที่มีกีตาร์อะคูสติกนำ มีจังหวะกลองที่เนิบช้า เสียงร้องลากยาวทุ้มต่ำแต่ทว่าแอบแฝงไปด้วยความหวานและมีซาวนด์ดีไซน์จากกีตาร์ไฟฟ้าช่วยสร้างบรรยากาศ ธันวาคม จึงกลายเป็นเพลงแรกที่เสมือนทำออกมาเพื่อยืนยันตัวตนซึ่งเป็นจุดยืนของวงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 

ชื่อของ Zweed n’ Roll เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังจากเพลง ธันวาคม เข้าหูนักฟังเพลง พวกเขาเริ่มมีงานดนตรีมากขึ้นกว่าเล่นตามร้าน และเวลาผ่านไปชื่อของ Zweed n’ Roll ก็ค่อยๆ จางหายไป ถูกพูดถึงขึ้นมาบ้างก็เมื่อเดือนธันวาคมเวียนมาถึง และมีช่วงหนึ่งที่วงถูกพูดถึงขึ้นมาอีกจากครั้งที่พัด นักร้องนำของวงผ่านเข้ารอบ Battle Round ของรายการประกวดร้องเพลงชื่อดัง และได้นามสกุลมาเป็น พัด The Voice ซึ่งเหตุผลที่เข้าประกวดเพียงอยากให้คนรู้จักวง Zweed n’ Roll ก็เท่านั้น

“ช่วงนั้นก็เป็นหลุมดำประมาณหนึ่ง ทำวงตอนปี 2-4 ก็มีเรื่องเรียนแน่นอนอยู่แล้ว เราไม่ได้วางแผนว่าเพลงควรเสร็จเมื่อไหร่ ต่างคนต่างก็ใช้ชีวิต มีงานเล่นประจำ แยกกันไป ปล่อยไปเรื่อยๆ ไม่ได้กำหนดเดดไลน์อัลบั้มว่าควรจะเสร็จได้แล้ว กว่าจะมาคิดได้ก็ตอนไหนไม่รู้ พอเรียนจบก็คิดกันได้ว่าพวกเราต้องฟูลไทม์กับเรื่องดนตรีกันได้แล้ว เลยกลับมาพร้อมเพลง ช่วงเวลา แต่ก่อนหน้า ช่วงเวลา เราก็มีเพลงอื่นนะ เห็นเราได้ตามงานแสดงสด ประเด็นคือเราไม่ได้เอางานออกมาให้เขาเห็น เราจะไปโทษอะไรได้ คนจะไปฟังเพลงได้ยังไงในเมื่อคุณยังไม่เอาเพลงมาให้ฟัง”

นี่คือเสียงของวินตัวแทนวงในหมู่สมาชิกวงที่เป็นนักฟังมากกว่านักพูด

 

ช่วงเวลา

ถ้าเธอยังรู้สึก เหมือนครั้งแรกที่เจอกัน ทุกอย่างยังเป็นดั่งฝันสวยงามอย่างเคย ช่วยจับมือฉันและมองตาฉันให้นาน โอบกอดกันเหมือนวันวาน

หลังหายหน้าหายตาไปกว่า 6 ปีในฐานะวงดนตรีที่เป็นที่รู้จักและควรปล่อยเพลงออกมาให้แฟนเพลงได้ฟัง พวกเขากลับติดกับดักเงื่อนไขที่ต่างคนต่างต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ทั้งการเรียนและการงาน 

เพลง ช่วงเวลา เรียกได้ว่ามาต่อลมหายใจ สร้างแรงขับเคลื่อน ให้การเดินทางในเส้นทางสายดนตรีของพวกเขาชาว Zweed n’ Roll กลับมาเคลื่อนไหวขึ้นอีกครั้ง

การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มามือเปล่า แต่โครงร่างของอัลบั้มเต็มชุดแรกในชีวิตก็กำลังสมบูรณ์แบบด้วยเช่นกัน

เพลง ช่วงเวลา สร้างความประทับใจให้ผู้ฟัง ทั้งจังหวะที่ขยับเพิ่มขึ้น เนื้อร้องที่มีเนื้อหามาจากเรื่องความสัมพันธ์ของคนสองคนที่เดินทางมาถึงจุดอิ่มตัว และใครคนหนึ่งในนั้นมักถูกปล่อยทิ้งไว้อยู่ข้างหลังเสมอ

พัดเล่าว่าเพลงนี้แต่งขึ้นเพื่อระบายความรู้สึกที่มีออกไป และไม่ใช่เฉพาะแฟนเพลงเก่าที่ตามฟัง แต่พวกเขายังได้แฟนเพลงที่เรียกได้ว่าเป็นนักฟังเจเนอเรชั่นใหม่เข้ามาเป็นฐานแฟนคลับอีกมาก ทำให้ทั้ง 5 คนพูดได้เต็มปากแล้วว่ามีอาชีพเป็นนักดนตรี 

“จากจุดเริ่มต้นที่เล่นร้าน PLAY YARD by Studio Bar มีแต่ผู้ฟังอายุ 20+ ที่เข้าร้านได้ ตอนนี้ขยายไปหามหาวิทยาลัย ล่าสุดที่ไปเล่นก็มีแฟนเพลงเป็นเด็ก ม.ต้นแล้วเหมือนกัน เราก็ไม่รู้หรอกว่าขยายไปจากเดิมมากเท่าไหร่ แต่พอมาดูสรุปยอดของปีที่แล้ว แฟนเพลงของเรากว้างขึ้นมากๆ”

I’m 20

I’m 20 หรือชื่อเต็มคือ I’m 20, It’s all the best I can do. คือชื่ออัลบั้มเต็มชุดแรกในชีวิตของกลุ่มเพื่อนทั้ง 5 คน ที่แบกความฝันเดียวกันชื่อว่า Zweed n’ Roll พวกเขาใช้เวลาบ่มหมักบทเพลงในอัลบั้มทั้ง 10 (รวม Bonus Track 2 เพลง) ด้วยกันร่วม 6 ปี

แต่ละเพลงในอัลบั้มล้วนสะท้อนให้เห็นการเติบโตในภาคของดนตรี และบันทึกเรื่องราวความสัมพันธ์ในช่วงนั้นๆ ของพัด แต่ละเพลงในนั้นเรียกได้ว่าเป็นเพลงไฮบริด คือเป็นเพลงที่มีทั้งเนื้อร้องทั้งไทยและอังกฤษหลากหลายอารมณ์ ลีลาภาษาไม่ได้หวือหวา แต่ทว่าเรียบง่าย ปล่อยหมัดหนัก เข้าถึง ตรงใจตรงความรู้สึกของผู้ฟังแบบไม่ต้องตีความซับซ้อน ในอัลบั้มนี้นอกจาก ช่วงเวลา ก็มีเพลงโดดเด่นหลายๆ เพลงที่น่าจะคุ้นหูกันไม่ว่าจะเป็น Always, Lies, Linger, หรือ Diary 

พวกเขาเปรียบเปรยชื่ออัลบั้มว่าเป็นช่วงอายุตอนเริ่มต้นทำเพลงคือ 20 ปี ช่วงชีวิตที่มีแต่ความซ่า ความดิบ ความกล้า วัยที่ยังสามารถลองผิดลองถูกในสิ่งที่พร้อมลงมือทำ วัยที่กำลังมุ่งไปข้างหน้าและเป็นวัยที่ไม่สามารถกลับมาทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้เหมือนเช่นวันเหล่านั้นอีกต่อไปแล้ว

หน้าปกของอัลบั้มเป็นภาพของนักร้องนำกำลังทอดแผ่หราไปบนฝากระโปรงรถพร้อมด้วยมือข้างหนึ่งถือแก้วพลาสติกบรรจุของเหลวที่น่าจะออกฤทธิ์เป็นความมึนเมา สะท้อนช่วงเวลาวัยที่ไม่ว่าจะดีร้ายทุกสิ่งที่ลงมือทำนั้นล้วนเป็นผลส่งไปถึงอนาคต 

“มันมีความไม่รู้เยอะ ความไม่สนโลก อย่าง 6 ปีที่แล้วเราทำเพลงกันช้า กว่าจะมีอัลบั้มก็เลยเถิดมาถึงตอนนี้ ช่วงวัยที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่าเราควรทำอะไร เพลงเรามันเนือยมากใช่ไหม ควรปรับจังหวะ หรือเรามีมุมไหนที่อยากนำเสนอมากกว่านี้บ้างก็ทำ ช่วงอายุ 20 ปีเหมือนเป็นช่วงเริ่มเรียนรู้สำหรับทุกอย่าง พอมาถึงวัยนี้เราเหมือนได้เรียนรู้จากกระบวนการที่ผ่านมาทั้งหมด

แต่ละเพลงมีจังหวะเวลาของมัน ทุกอย่างมีเหตุมีผล ทำให้เกิดสิ่งนั้นสิ่งนี้ ทำไมเพลงใหม่ต้องมีจังหวะ ต้องดูว่าเราขาดอะไร เหมือนเป็นจังหวะที่วงต้องเป็นแบบนี้ หกปีเพิ่งจะมีอัลบั้มแรก เราก็เรียนรู้ว่าควรเร่งนะ แต่บางอย่างเร่งไปก็ไม่ได้อะไร ไม่รู้จะเร่งไปเพื่ออะไรถ้าเรายังไม่พอใจ แต่ตอนนี้สปีดของวงเร็วขึ้น จะทำงานให้เร็วขึ้น เพราะเราเรียนรู้ว่าสิ่งที่พลาดไปแล้วไม่ใช่จะกลับมาง่ายๆ” 

 

ZWEED ‘N ROLL The First Full Concert 

สำหรับพวกเขาแล้วอัลบั้มเต็มชุดแรกในรอบ 6 ปีถือเป็นของขวัญชิ้นสำคัญในเส้นทางสายดนตรี แต่ของขวัญอีกชิ้นสำหรับพวกเขาถือว่าใหญ่ขึ้นไปอีกหลายเท่า เพราะนอกจากความใฝ่ฝันที่จะมีผลงานเพลงเป็นของตัวเองแล้ว เชื่อว่าพวกเขาเองก็ต่างมุ่งหวังเป้าเดียวกันว่าจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ของวงดนตรีที่สร้างขึ้นร่วมกัน 

และมันได้เกิดขึ้นจริงแล้ว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่วงดนตรีนี้สุกงอมกำลังดี 

วันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้พวกเขาจะได้ก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีที่สปอตไลต์ทุกดวงจะฉายแสงส่องมายังพวกเขาในงานคอนเสิร์ตที่ชื่อว่า ‘ZWEED ‘N ROLL The First Full Concert’ 

มีเรื่องให้น่าตื่นเต้นอยู่หลายเรื่อง หนึ่งคือเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ของ Zweed n’ Roll ครั้งแรก สองงานนี้ได้โปรโมเตอร์ชื่อว่า Be Hear Now โปรโมเตอร์ผู้จัดงานอีเวนต์อีกเจ้าในไทยที่มักพาวงดนตรีต่างประเทศเข้ามาให้แฟนเพลงในบ้านเราได้ดู ทั้ง Cigarette after sex, Two Door Cinema Club, หรือ Alvvays ดังนั้น Zweed n’ Roll ถือเป็นวงไทยวงแรกที่ผู้จัดเจ้านี้เลือกเป็นผู้สนับสนุนในการจัดงานคอนเสิร์ต

หนึ่งในทีมโปรโมเตอร์เล่าว่า พวกเขาคุยกันว่าถ้าจะจัดคอนเสิร์ตวงไทยขึ้นมา วงนั้นจะเป็นวงอะไร สุดท้ายพวกเขาก็เลือก Zweed ‘n Roll 

เลือกด้วยความชอบที่ทุกคนมีเหมือนกัน เลือกขึ้นมาด้วยความเข้าใจ เพราะทีมงานล้วนเป็นแฟนคลับของวงอยู่แล้ว และวงเองก็ยังไม่เคยมีคอนเสิร์ตเดี่ยว ในส่วนของการออกแบบงาน ผู้จัดยกสิทธิให้ทางวงออกแบบสิ่งที่ตัวเองอยากนำเสนอได้เลยเต็มที่และคอยซัพพอร์ตทุกสิ่งให้เกิดขึ้นจริง

เรื่องราวจากปากของโปรโมเตอร์อย่าง Be Here Now ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของ Zweed ‘n roll ที่ว่า

“คิดคอนเซปต์ของคอนเสิร์ตไว้ว่าจะจำลองบรรยากาศใต้น้ำที่มีแรงดัน มีอากาศ มีการจมการลอย ที่มาจากบรรยากาศในเพลงของเรา แล้วเราก็จะเล่าเรื่องด้วยเพลงของเราทั้งหมดที่มี ทุกเพลงจะเรียบเรียงใหม่เพื่อให้เห็นว่าแต่ละเพลงนั้นมีเรื่องราวที่เชื่อมต่อกัน

“ถ้ามองวงดนตรีอื่นๆ ที่จัดคอนเสิร์ตกันก็จะมี 2-4 อัลบั้มก่อนค่อยจัด แต่ของเรายู่กับเพลงที่เราสร้างขึ้นมานาน เพราะตอนนี้วงเราก็อายุได้ราว 7 ปี กว่าจะมีอัลบั้มเต็มก็ 6 ปี ระหว่างนั้นเราก็เรียบเรียงเพลงกันมาเรื่อยๆ เราจึงอยากจัดโชว์เต็มๆ ของเพลงเหล่านี้เพื่อสื่อสารข้อความของแต่ละเพลงให้ชัดเจน เลยคิดว่าน่าสนุกและน่าลองทำดู และเพลงต่างๆ จะไม่เหมือนที่ได้ฟังกันในอัลบั้มหรือในรูปแบบที่เคยแสดงสดที่ไหน” 

หากใครที่ติดตามวงดนตรีอย่าง Zweed ‘n Roll มาตั้งแต่เริ่มเดิน น่าจะจดจำเสียงร้องอันมีเอกลักษณ์ทุ้มต่ำทรงพลัง จำเสียงของกีตาร์สองตัวที่เด่นด้วยซาวนด์น้อยแต่มากทำงานคู่กัน จำการเดินเบสร่วมกับกลองที่คอยคุมความหนักแน่นแข็งแรงของจังหวะ จำเนื้อหาของเพลงที่ใช้ความเศร้าเล่าผ่านบทเพลง เคยจมดิ่งไปกับกองน้ำตาหรืออยู่ในห้วงเวลาแสนเจ็บปวด และเพลงของพวกเขาเองที่อยู่เป็นเพื่อนคอยเยียวยาให้หัวใจกลับมาแข็งแรง หากทุกสิ่งเหล่านี้ยังอยู่ในความทรงจำ คอนเสิร์ตใหญ่นัดสำคัญครั้งนี้ไม่ควรพลาด

“Zweed n’ Roll ก็ยังเป็นเหมือนเดิม คือเด็ก 5 คนที่ทำวงมาด้วยกันตั้งแต่ปี 2 ทุกวันนี้ก็ยังเป็น 5 คนนี้ที่ทำงานเพลงมาด้วยกัน แล้ววันหนึ่งทำได้ขนาดนี้ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แล้ว” 

Author

อธิวัฒน์ อุต้น

ชื่อแดนซ์, ยังคงตามหาว่ามีใครใช้ชื่อซ้ำกันไหมและหวังว่าจะพบในสักวัน บางครั้งก็จับกีตาร์ บางครั้งก็จับปากกา บางครั้งก็จับกล้อง (แต่ไม่มีครั้งไหนที่จะไม่ไล่จับความฝัน)

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)