Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ถ้าพยายามทำงานหนักพอ ผลตอบรับจะดีเอง” – ชนาธิป สรงกระสินธ์

Highlights

  • ปีที่ผ่านมาดูจะเป็นปีที่ประสบความสำเร็จสุดๆ ของเจ–ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทั้งการได้รับโหวตเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของสโมสรคอนซาโดเล ซัปโปโร และการพาทีมจบอันดับที่ 4 เจบอกกับเราว่าทั้งหมดนี้เกิดจากการที่เขาพยายามมากกว่าใคร
  • ถึงแม้จะเริ่มต้นปีด้วยปัญหา แต่สุดท้ายเจก็ได้เรียนรู้ว่าทุกอย่างมีได้มีเสีย อยู่ที่ว่าเราจะเลือกอะไรและพยายามในทางที่เลือกอย่างเต็มที่ที่สุด

ตลอดการสนทนาสั้นๆ ของเรากับ ‘เมสซี่เจ’ เจ–ชนาธิป สรงกระสินธ์ พูดคำว่า ‘พยายาม’ ทั้งหมด 12 ครั้ง

“ผมพยายามจะทำผลงานให้ดี”

“ผมพยายามซ้อมให้เต็มที่”

“ผมพยายามพัฒนาตัวเอง”

ฯลฯ

พยายามแล้ว พยายามเล่า

กับคนอื่นเราอาจจะรู้สึกแปลก แต่พอคำว่า ‘พยายาม’ ออกมาจากเมสซี่เจในปีนี้ มันดูสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที

เมสซี่เจ เจ ชนาธิป

ถ้าย้อนกลับไปช่วงต้นปี หลายคนคงไม่คิดว่าจะเป็นปีที่ดีของเจสักเท่าไหร่

เริ่มต้นปีด้วยข่าวฉาว ถ้าคุณยังไม่ทราบข่าว เพียงคุณเสิร์ชในกูเกิลว่า ‘เมสซี่เจ ความรัก’ คุณก็จะเข้าใจว่าเจโดนมาหนักมากขนาดไหน

กับอาชีพนักฟุตบอล การเริ่มต้นซีซั่นที่สองกับสโมสรคอนซาโดเล ซัปโปโร ในญี่ปุ่นก็เป็นโจทย์ยาก เจยังต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้ได้การยอมรับในต่างแดน อะไรหลายๆ อย่างช่างไม่เป็นใจเลยกับคำว่า ‘ประสบความสำเร็จ’

แต่ถ้านับจากนาทีนี้กับรางวัลนักเตะแห่งปีของสโมสร เราคงต้องบอกว่าเจทำได้ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เขาเอาชนะคำครหาได้อย่างหมดจด แถมด้วยสกอร์ขาดลอยอีกต่างหาก

แท็กติกอะไรที่พาเขามาถึงจุดนี้ได้

มาลองย้อนไฮไลต์ตลอดปี เราอาจจะเจอคำตอบ

เมสซี่เจ เจ ชนาธิป

BEFORE KICK-OFF : HARD TIME

“There’re always lessons to be found in the darkest moments”

Andrea Pirlo

ถ้าคำพูดที่ว่า ‘เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง’ เป็นเรื่องจริง การเริ่มต้นปีของชีวิตเจคงทำให้เขาแพ้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ความรักของคนที่มีชื่อเสียงทำให้เรื่องหัวใจของเขากลายเป็นเรื่องสาธารณะ ยิ่งเมื่อความรักครั้งนั้นไม่สมหวัง ไม่แปลกที่ข่าวการเลิกราของเจกับดาราสาวกลายเป็นพาดหัวข่าวทั่วประเทศ

หลายเสียงโจมตี หลายเสียงวิจารณ์และหลายเสียงด่าทอ

“ช่วงนั้นเป็นช่วงที่แย่สำหรับผมเลย” เจย้อนให้เราฟังถึงเหตุการณ์ช่วงต้นปี

“การเป็นนักฟุตบอลต้องเสียสละ ช่วงแรกผมไม่รู้หรอก เราจะมารู้ตอนเราดังแล้วเท่านั้น เราต้องเสียสละทุกๆ อย่าง สุดท้ายถึงมันจะเป็นความรัก แต่ผมถามว่าในหนึ่งวันเนี่ย ผมอยู่แต่กับฟุตบอล แล้วผมจะจัดการความรักได้ยังไง ไม่มีใครอยากให้เดินมาสุดทางแบบนี้หรอกครับ ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะจบ แต่มันเป็นเรื่องของคนสองคน ช่วงนั้นเลยค่อนข้างหนักสำหรับผมมาก หลายๆ เรื่องถาโถมเข้าใส่”

เมสซี่เจ เจ ชนาธิป

อาจจะเป็นช่วงเวลาที่พอดิบพอดี เพราะเมื่อเรื่องราวข่าวของเจโหมถึงขีดสุดโดยสื่อ นั่นก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เขาต้องกลับไปเข้าแคมป์ฝึกซ้อมก่อนเริ่มต้นซีซั่นใหม่กับสโมรคอนซาโดเล ซัปโปโรที่ประเทศญี่ปุ่น

การไปทำงานอยู่ต่างแดนคนเดียวในสภาพหัวใจแตกสลายเป็นอะไรที่โคตรยากในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเจ เขาบอกเราว่ามันดีแล้วที่เป็นแบบนี้

“ผมรู้สึกว่าผมโชคดีนะที่อยู่ที่นู่น”

“ไม่ต้องโดนตามมาสัมภาษณ์ ไม่เล่นโซเชียล ถามว่าช่วงนั้นเศร้าไหม เศร้านะ ผมนอนไม่หลับ นอนตี 3 ทุกวัน จำได้เลยว่าเปิดคอมพ์ดูมังกรหยกทุกวันเป็นเดือนๆ คนที่นั่นก็ไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร เพราะผมไม่ได้บอกใคร โค้ชผมยังถามคนอื่นเลยว่าผมเป็นคนยังไง ทำไมชอบอยู่คนเดียว เป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า เพราะว่าตอนนั้นพอกินข้าวเสร็จผมก็หายขึ้นห้องเลย จริงๆ มีหลายคนเป็นห่วงนะครับ แต่ผมไม่อยากคุยกับใคร”

“แล้วอะไรที่ทำให้ผ่านมาได้” เราถามให้เจย้อนคิด

“ฟุตบอล” เขาตอบสั้น แต่ได้ใจความ

เมสซี่เจ เจ ชนาธิป

1st HALF : TRY HARD

“You have to fight to reach your dream. You have to sacrifice and work hard for it

Lionel Messi

“ฟุตบอลทำให้ผมมีทุกอย่าง ฟุตบอลสร้างชีวิต ทำให้หลายคนรู้จักชนาธิป แล้วผมจะทิ้งฟุตบอลได้ยังไง” เจย้อนถามคำถามกับเราโดยที่ไม่ต้องการคำตอบ

ไม่แปลกที่สภาพจิตใจจะมีผลกับนักฟุตบอล ต่อให้เป็นนักฟุตบอลระดับโลก แต่ปัญหาส่วนตัวก็ทำให้นักฟุตบอลหลายคนฟอร์มตก ดังนั้นนอกจากความแข็งแรงทางด้านร่างกาย ความแข็งแรงทางด้านจิตใจจึงเป็นสิ่งที่นักกีฬาทุกคนควรมีเพื่อแบกรับความกดดันทั้งจากงานและเรื่องส่วนตัว

และยิ่งเป็นเจ สิ่งที่เขาแบกอยู่ก็มากกว่าแค่ตัวเขาเอง

“ฟุตบอลคืองานของผม ผมเกิดมาจากมัน ผมรู้สึกว่าในสนามก็ต้องสู้และต้องซ้อมเพราะผมไม่ได้มาเล่นแค่ตัวเอง ถ้าผมเล่นดีหรือซ้อมดีคนไทยจะมีความสุข คนญี่ปุ่นก็จะยอมรับตัวเรา ผมเหมือนทำหน้าที่ของประเทศชาติอยู่ด้วย ดังนั้นผมก็ต้องแยกแยะ พอผ่านเรื่องนี้มาได้ ผมรู้สึกว่าโตขึ้นนะ”

เมสซี่เจ เจ ชนาธิป

จริงๆ แล้วแคมป์ฝึกซ้อมช่วงก่อนซีซั่นของคอนซาโดเล ซัปโปโรนั้นหนักเอาการ เริ่มต้นจากการตื่นนอนตอน 8 โมง เริ่มซ้อมตอน 9:30 เสร็จตอน 11:30 กลับเข้ามานอน และเริ่มซ้อมอีกทีตอนบ่าย 3 เสร็จตอน 6 โมง วนเวียนอย่างนี้ทุกวัน ยิ่งการมาถึงของมิโฮไล เปโตรวิช โค้ชคนใหม่ที่มาพร้อมกับแผนการทำทีมใหม่ทำให้ทุกคนในทีมต้องปรับตัวมากขึ้นไปอีก รวมถึงตัวของเจด้วย

“ตอนนั้นถือว่าซ้อมหนักมาก โค้ชมิช่า (ชื่อเล่นของมิโฮไล เปโตรวิช) มาด้วยระบบใหม่ ไม่เคยซ้อมมาก่อน มีอะไรหลายอย่างให้ต้องปรับตัว”

“ช่วงแรกๆ ที่ซ้อมผมโดนด่าเยอะมาก ทำไมวิ่งไปตรงนี้ ทำไมไม่จ่าย ทำไมไม่ยิง ลงสนามในเกมอุ่นเครื่องก็ไม่ได้เป็นตัวจริง ถูกจัดให้อยู่ในทีมชุดสอง แต่ผมมองว่าคำด่าเหล่าน้ันมันทำให้เราพัฒนา ผมถามตัวเองตลอดว่าต้องทำยังไงถึงจะได้กลายเป็นตัวจริง พยายามซ้อมให้ดีทุกๆ วัน สู้ทุกอย่าง”

แม้จะเริ่มต้นการฝึกซ้อมในฐานะทีมสำรอง แต่ยิ่งเวลาผ่านไป เจก็ค่อยๆ ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในสนามซ้อม จนเมื่อศึกเจลีก (ลีกแข่งฟุตบอลของประเทศญี่ปุ่น) เปิดซีซั่น เจสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมได้ แม้ช่วงแรกฟอร์มของเจและทีมจะยังไม่เข้าที่ แต่การปลดล็อกความกดดันในใจทั้งหมดของเขาก็มาถึง

เดือนมีนาคมระหว่างการแข่งขันของคอนซาโดเล ซัปโปโร พบกับ เซเรโซ โอซาก้า เจ้าของเสื้อเบอร์ 18 พร้อมตัวหนังสือ ‘CHANATIP’ เริ่มต้นปีมหัศจรรย์ของเขาในวันนั้น

เมสซี่เจ เจ ชนาธิป

2nd HALF : SUPER COMEBACK

“The more difficult the victory, the greater the happiness in winning”

Pele

ช่วงเวลาครึ่งหลังของแมตช์ เซเรโซ โอซาก้า กับ คอนซาโดเล ซัปโปโร ทีมของเจตามหลังอยู่ด้วยสกอร์ 2-1 ความกดดันแผ่ปกคลุมผู้เล่นทุกคน

แต่ในนาทีที่ 63 คอนซาโดเล ซัปโปโรก็ทำประตูตีเสมอได้

นักเตะไทยวัย 24 ปีที่มีความสูงแค่ 158 เซนติเมตร กระโดดลอยตัวโหม่งบอลที่พุ่งเข้ามาจากทางกราบขวาตุงตาข่ายโดยที่ผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้ามหมดสิทธิ์ป้องกัน

“รู้สึกยังไงตอนที่เห็นว่าลูกฟุตบอลที่เราโหม่งนอนจมอยู่ก้นตาข่าย” เราถาม

“ร้องไห้เลย ร้องไห้เพราะว่าดีใจ ผมทำได้แล้ว มันเกินฝันไปมาก ยิ่งลูกแรกเป็นลูกโหม่งด้วย บางทีผมก็ไม่เชื่อตัวเองเหมือนกัน แต่ผมก็คิดว่ามันอาจจะเป็นโชคชะตาที่ลิขิตเรามาแล้วก็ได้”

เมสซี่เจ เจ ชนาธิป

หลังจากนั้นไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสอง แต่เมื่อจบฤดูกาล รวมแล้วเจหรือ ‘ชนา’ ของแฟนบอลญี่ปุ่นทำประตูให้คอนซาโดเล ซัปโปโรรวม 9 ประตู เขากลายเป็นกำลังหลักของสโมสรและพาทีมจบอันดับ 4 ทั้งๆ ที่ปีที่แล้วพวกเขาจบฤดูกาลในอันดับที่ 11

ถ้าเทียบกับช่วงแรกของปีที่มีปัญหา ต้องบอกว่าสุดท้ายแล้วเจพาตัวเองกลับมาได้อย่างสวยงาม

“บางทีผมก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่าฟอร์มจะดีขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อจริงๆ” เจถ่อมตัวก่อนจะว่าต่อ

“ลึกๆ แล้วเราเชื่อแหละว่าเราจะทำได้ แต่เอาจริงๆ ผมเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหร่นะ เป็นคนขี้เกรงใจด้วย ดังนั้นด้วยฟอร์มการเล่นแบบนี้มันเลยดีต่อผมมาก พอทีมผลงานดี สปิริตของทีมก็ดีขึ้น พอเรายิงได้ ทุกๆ คนก็ยอมรับเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโค้ช แฟนบอล เพื่อนร่วมทีม ทุกคนเริ่มยอมรับในตัวผม รู้ไหมว่าตอนนี้ถ้าผมเดินในซัปโปโรคือเหมือนในไทยเลยนะ แฟนบอลที่นั่นเขาน่ารักมาก”

จริงๆ ไม่จำเป็นต้องถาม เราก็รู้ว่าเหตุผลอะไรที่พาเจทะลุออกจากปัญหามายืนอยู่ตรงจุดนี้

“มุ่งมั่นและพยายาม ผมอยากทำมันให้ได้จริงๆ ว่ะ”

เมสซี่เจ เจ ชนาธิป

END OF THE MATCH : MAN OF THE MATCH

“Talent without working hard is nothing”

Cristiano Ronaldo

ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เจได้สิ่งตอบแทนผลงานตลอดปีด้วยรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรคอนซาโดเล ซัปโปโรจากการโหวตของเพื่อนร่วมทีม และการติดทีมยอดเยี่ยมเจลีกจากการจัดอันดับโดยสื่อของประเทศญี่ปุ่น

ถ้าจะบอกว่านี่คือนักเตะไทยที่ประสบความสำเร็จที่สุดก็คงเป็นคำชมที่ไม่เกินไปนัก

“บางครั้งผมมองย้อนกลับไปผมยังคิดเลยว่ากูเล่นได้ไงวะ คนอื่นตัวเบ้อเริ่ม แต่ผมตัวเล็ก ผมสูงแค่ 158 เอง ในสนามผมตัวเล็กมาก แล้วผมเล่นกับพวกนั้นได้ไงวะ บางครั้งก็ไม่เชื่อตัวเองเหมือนกัน

“คือผมพยายามทำงานหนักมากนะ รู้สึกว่าการที่เราทำงานหนัก ผลตอบรับมันจะดีเอง นี่คือสูตรที่ยังไงก็ถูก โอเค สุดท้ายมีเรื่องโอกาสของแต่ละคนที่ไม่เท่ากันด้วย แต่ถ้าคุณทำงานไม่หนักพอ (นิ่งคิด) คือสุดท้ายถ้าคุณไม่ซ้อม คุณจะเล่นบอลเก่งได้ไง เป็นไปไม่ได้ เมสซี่เป็นนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก เขาก็ต้องซ้อม”

เมสซี่เจ เจ ชนาธิป

ปัจจุบันเจอยู่ในช่วงปิดพักระหว่างฤดูกาล ด้วยฟอร์มที่ดีตลอดปีที่ผ่านมาทำให้มีการพูดถึงหนาหูว่าเจอาจจะไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ เสียงชื่นชมต่างๆ นานาสวนทางกับเมื่อตอนต้นปี สุดท้ายแล้วปีนี้น่าจะเสริมสร้างความมั่นใจให้เจมากขึ้นเป็นกอง

แต่เชื่อเถอะ ถึงแม้เขาจะไปไกลกว่านี้สักแค่ไหน แต่ชายที่นั่งอยู่เบื้องหน้าเราก็ยังคงเป็น ‘ชนาธิป สรงกระสินธ์’ ที่เรารู้จัก

“ถึงจะเก่งยังไง ผมก็ชนะไม่ได้ทุกนัดหรอก มันมีวันที่เราเล่นดีและไม่ดี สุดท้ายแล้วเราต้องเอากลับมาคิดว่าเราบกพร่องตรงไหนและแก้สิ่งที่เราทำพลาดให้ดีขึ้น ฟุตบอลมันจะมีวันที่เราเล่นได้ตามมาตรฐาน วันที่พีค วันที่ดาวน์ แต่ผมจะพยายามให้มันอยู่ในมาตรฐานเดียวกับช่วงพีค”

“ฟุตบอลเวลามันขึ้นมันไว แต่เวลาลงมันลงฟุ่บเลย ลงไวกว่า ยิ่งตอนนี้ความคาดหวังจากสังคมสูงมาก โลกโซเชียลมันทำให้เวลานักฟุตบอลคนไหนเล่นไม่ดีเขาก็พิมพ์ไปเลย ซึ่งมันบั่นทอนจิตใจเรา ถึงจะโมโหกับบางคอมเมนต์ แต่เราคือคนของประชาชน เราทำอะไรไม่ได้นอกจากเล่นให้ดีขึ้น”

“อะไรที่ทำให้พยายามมาได้มากขนาดนี้” เราถาม

“ถึงผมจะแลกไปเยอะ แต่ผมรู้ว่าใครๆ ก็อยากมาเป็นเหมือนผมใช่ไหม ว่ากันตามตรงตอนนี้ชีวิตการเล่นฟุตบอลของผมเหลือแค่ 5-10 ปีเท่านั้นเอง ดังนั้นผมก็ต้องเต็มที่กับมัน ผมก็ไม่อยากไปสอนคนนั้นคนนี้หรอกว่าต้องทำยังไง เดี๋ยวหาว่าเสือก แต่ผมคิดว่าเราก็ต้องพยายามกันในทิศทางของตัวเอง ตอนนี้ผมก็พัฒนาในทางของผม เพราะโลกของฟุตบอลน่ะครับ เราไม่รู้หรอก ถ้าเราฟอร์มตก มันมีแต่คนคอยซ้ำ เชื่อผมสิ”

“สรุปแล้วปีนี้สอนอะไรคุณบ้าง” เราถามทิ้งท้าย

เจนิ่งคิด ก่อนจะตอบ

“เราอาจจะเสียสิ่งที่มีค่า แต่เราก็ได้สิ่งที่คุ้มค่ามา  

“สุดท้ายแล้วมันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกอะไร”

เมสซี่เจ เจ ชนาธิป

ภาพ ต้อง ภานุวัฒน์

Author

ฆฤณ ถนอมกิตติ

ชายชื่อแปลกผู้เชื่อว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพราะเราต่างเติบโตเพิ่มขึ้นมาจากเมื่อวานตั้ง 24 ชั่วโมง

Related Posts


x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)