x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

REMINISCENCE OF LIDO

ข่าวคราวเรื่องการปิดตัวของโรงภาพยนตร์ลิโด้แว่วผ่านหูมานานหลายปี ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงเวลานั้นผสมปนเปกันไป ทั้งใจหาย เสียดาย โศกเศร้า ระคนดีใจ ที่สุดท้ายข่าวลือเหล่านั้นก็เลือนหายไป และบ้านอันอบอุ่นของคนรักภาพยนตร์หลังนี้ก็ยังคงดำรงอยู่เช่นนั้นเรื่อยมา

จนกระทั่งข่าวการปิดตัวลงของลิโด้เดินทางมาถึงจริงๆ อาจเป็นเพราะที่ผ่านมาทั้งเสียใจและเสียดายไปกับข่าวลือนับครั้งไม่ถ้วนไปจนหมดแล้ว บวกกับความเข้าใจในหลายแง่มุมของสภาพความเป็นไปในปัจจุบัน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจึงมีแค่การบอกกับตัวเองว่า โอเค คงถึงเวลานั้นแล้วสินะ

ผ่านไปหลายเดือน จนล่วงสู่สัปดาห์สุดท้ายของการนับถอยหลังปิดฉากลิโด้ อะไรบางอย่างนำพาให้ก้าวเข้ามาสู่ที่นี่อีกครั้ง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้บอกกับตัวเองมาตลอดว่าไม่เป็นไรหรอก ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น แต่เมื่อก้าวเท้ากลับมาสู่ที่ลิโด้อีกครั้ง ในวันที่ทุกคนต่างก็มาเยือนที่นี่ด้วยความรู้สึกเดียวกัน ความทรงจำมากมายก็พรั่งพรูออกมา

ก่อนที่จะเริ่มถ่ายภาพชุดนี้ ผมยืนอยู่หน้าโรงหนังลิโด้ 2 ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนมากมายอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ระหว่างนั้นมีคุณลุงคนหนึ่งเดินมาทักคุณป้าคนขายป๊อปคอร์นด้วยประโยคสั้นๆว่า “นับถอยหลังแล้วสินะ” แล้วทั้งสองคนก็ยิ้มให้กันเงียบๆ ไม่มีคำพูดอื่นใดออกมาอีก วินาทีนั้นทำให้ผมเข้าใจอย่างชัดเจนว่าสถานที่ที่ผมยืนอยู่ตรงนี้ มันกำลังจะหายไปแล้วจริงๆ

ในโปรเจกต์ถ่ายภาพก่อนหน้านี้ ผมใช้สไตล์การถ่ายภาพแบบมินิมอลเพื่อท้าทายตัวเองต่อสภาพความรกรุงรังของเมืองใหญ่ ในครั้งนี้ผมยังคงใช้การถ่ายภาพในรูปแบบเดิม แต่ในความหมายที่แตกต่างออกไป เพื่อสำรวจร่องรอยของกาลเวลาที่มีต่อสถานที่แห่งนี้ ย้อนกลับไปหาเศษเสี้ยวความทรงจำมากมายของตนเองและบันทึกทุกแง่มุมอันงดงามของพื้นที่แห่งนี้ ก่อนที่มันจะกระจัดกระจายกลายเป็นสิ่งซึ่งไม่มีวันหวนกลับคืนมาอีกแล้ว

ผมใช้เวลาถ่ายภาพชุดนี้ประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งก็เป็นความยาวพอๆ กับการดูภาพยนตร์ประมาณ 2 เรื่อง ตลอดเวลานั้นผมเดินวนขึ้น-ลงไปมา จนได้พบกับแง่มุมมากมายที่ผมไม่เคยมองเห็นมาก่อน ได้สัมผัสบรรยากาศอันแสนหลากหลาย ได้เห็นแรงใจของพนักงานทุกคนที่ยังคงทำงานอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาสุดท้าย ได้ยิ้มและพูดคุยกับผู้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทุกคนล้วนมีแววตาแบบเดียวกัน เข้าใจกันและกันว่าเราต่างมาอยู่ตรงนี้ด้วยเหตุผลใด

ผมจำไม่ได้ว่าที่ผ่านมาผมได้ดูภาพยนตร์ดีๆ ที่ลิโด้ไปทั้งหมดกี่เรื่อง แต่ผมพบว่าเวลา 3 ชั่วโมงที่ผมบันทึกภาพชุดนี้ กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่สุดในชีวิตที่ผมได้รับจากสถานที่แห่งนี้ และผมขอใช้มันแทนคำเอ่ยลาที่ผมไม่อาจพูดออกไปได้ด้วยถ้อยคำของตัวเอง…

ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย

Author

ชินพงศ์ มุ่งศิริ

ช่างภาพอิสระสายท่องเที่ยวผู้ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและชีพจรลงเท้าตลอดเวลา ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่เพื่อทำโปรเจกต์ถ่ายภาพส่วนตัว ควบคู่กับการทำงานเขียนที่เป็นความฝันอีกอย่างหนึ่งในชีวิต