ถึงผู้ใหญ่ที่คิดว่าตัวเองเป็นเด็ก ทุกความฝันเป็นไปได้จริง จากปลายปากกาศิลปิน ‘ตู่ ณัฐทพงศ์’ สู่ลายเส้น Toy Story คนไทย ครั้งแรกกลางสยามเซ็นเตอร์

ถึงผู้ใหญ่ที่คิดว่าตัวเองเป็นเด็ก ทุกความฝันเป็นไปได้จริง จากปลายปากกาศิลปิน ‘ตู่ ณัฐทพงศ์’ สู่ลายเส้น Toy Story คนไทย ครั้งแรกกลางสยามเซ็นเตอร์

Toy Story เรื่องราวของของเล่นที่มีชีวิต ครบรอบ 30 ปี พร้อมกับลายเส้นของศิลปินไทย ตู่ – ณัฐทพงศ์ รัตนโชคสิริกูล ครั้งแรกกลางสยามเซ็นเตอร์


สยามเซ็นเตอร์ The Ideaopolis ได้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์ไม่ว่าจะศิลปะ แฟชัน เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ ในครั้งนี้เป็นงานฉลองครบรอบ 30 ปี ของ Toy Story มีชื่อว่า ‘Siam Center Presents Once Upon a Toy’s Journey’ Where Timeless Characters Meet Thai โดยสยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับ Disney และ Pixar และเป็นครั้งแรกที่แก๊ง Toy Story ได้ถูกนำมาตีความใหม่ โดยนำเสนอความเป็นไทยผ่านมุมมองของศิลปินไทย ด้วยลายเส้นของ ตู่- ณัฐทพงศ์ รัตนโชคสิริกูล ในงานดีไซน์ทั้งหมด โดยมี MakeItLoud Marketing Thailand และ Unbox Industries พาร์ตเนอร์สำคัญของโปรเจกต์นี้ ร่วมส่งต่อประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับเหล่าแฟนๆ และนักสะสม 

a day ตามไปดูภาพบรรยากาศ จากปากศิลปินไทยที่ได้ทำงานกับงานคาแรกเตอร์ระดับโลก

ตู่- ณัฐทพงศ์ รัตนโชคสิริกูล เป็นศิลปินชาวไทยเจ้าของคาแรกเตอร์ Greenie & Elfie ที่ดังไกลในระดับสากลและผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง นาค (2008) 

“Toy Story คือหนึ่งในแอนิเมชันที่เราชอบ ปีนี้เป็นปีที่ 10 ที่เราทำงานพอรู้ว่ามีการเสนอชื่อก็ดีใจมาก เขาอาจจะเห็นว่าเราทำคาแรกเตอร์โดยมีคอนเซปต์บางอย่างคล้ายกัน ซึ่งมันก็จริง แต่มันท้าทายตรงที่เราเป็นแฟนคลับเลยไม่อยากให้คนเห็นว่าเราเอาคาแรกเตอร์ของเขามาใช้ เราต้องซัพพอร์ตเขาให้เขาเด่น เพราะเราอยู่กับคาแรกเตอร์จนเป็นชีวิตประจำวันไปแล้ว”

“ตอนแรกเราก็กลัวอะไรที่มันไทยมาก เพราะ Toy Story นี่มันฝรั่งจ๋าเลยนะ จะทำยังไงให้มันเข้ากัน เราเลยเอาสองอย่างมารวมกัน เป็นเหล่า Toy Story มาเที่ยวไทย มาเดินตลาดน้ำ ‘มาเป็นเพื่อนของทุกคน’ ”

ส่วนใหญ่คาแรกเตอร์ที่เราทำมันจะอารมณ์ดี เป็นมิตรและสีสันสดใส  กลับไปที่พื้นฐานว่าถ้าเรื่องเป็นครอบครัวแอนดี้มาเที่ยวล่ะ เพราะคนที่มาเที่ยวไทย บางทีก็ไม่ได้ไปสถานที่ Unseen มาก อย่างที่เจอก็เป็นตลาดน้ำ มีทุเรียน มีงานคราฟต์ มีชามตราไก่ เราเลยเริ่มออกแแบบคาแรกเตอร์ทีละตัว นำเสนอคาแรกเตอร์ที่เราชอบ เหมือน Toy Story ตอนพิเศษ ตอนที่เหล่าของเล่นมาเที่ยวที่ประเทศไทยยังไงล่ะ (หัวเราะ)

“ความตั้งใจของการทำงานคือ เรายังอยากให้เด็กเป็นเด็ก ให้เด็กมีความสุข ใช้ชีวิตให้คุ้ม ไม่ต้องไปคิดถึงอะไรมาก ตอนเราเป็นเด็ก เราก็มีแค่ของเล่น ก็จะมองคนที่โตกว่าว่ามีของที่ชอบไหม อย่างยุคเราผู้ใหญ่บางคนก็จะสะสมรถเก่า เครื่องเสียง ถ้าอาร์ตทอยไปสร้างแรงบันดาลใจคนเยอะแยะมากมายในยุคนี้ มันก็เป็นเรื่องที่ดีนะ

“เมื่อก่อนเคยมีคนแซวฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้ก่อตั้งและผู้กำกับของสตูดิโอจิบลิ ว่าทำแต่หนังโลกสวย เขาตอบว่าไงรู้ไหม ‘เขาเกิดมาในยุคที่มีสงครามจะให้ทำหนังให้เด็กเข้าใจความโหดร้ายในสงครามทำไม เราทำหนังให้เด็กรู้ว่าโลกมันน่าอยู่ดีกว่าไหม’ ทุกคนล้วนก็ต้องการที่พึ่งทางใจหมดนั่นแหละ โลกเราเลยต้องมีของสำหรับเด็กอยู่ ซึ่งมันก็น่าจะคล้ายๆ กัน แต่ต่างตรงที่เราทำของให้ผู้ใหญ่ที่ยังคิดว่าตัวเองเป็นเด็กอยู่ยังไงล่ะ” 

เขายังพูดถึงเด็กรุ่นใหม่อีกว่า “วันก่อนเราเจอน้องวัยเรียนในโซเชียลมีเดีย เขากำลังเขียนเรื่องราวการวาด 2D และพวกเอฟเฟกต์เพื่อยื่นค่ายญี่ปุ่นชื่อดังที่กำลังเปิดรับสมัคร และได้รับการตอบรับมา ความรู้สึกมันคือแบบนี้ ไม่ต้องคิดว่ามีอะไรเป็นไปได้ ถ้าเรามั่นใจก็ลองดู ตอนนี้คาแรกเตอร์มันกำลังบูม ทุกคนสามารถวาดได้ ลองไปออกงานดู แล้วดูคนทั่วไปว่าเขาชอบแบบไหนหรือถ้ามีน้องๆ หรือใครที่ทำงานสายนี้อยู่ ใช้งานนี้เป็นเรฟในการทำงานได้นะ” เขากล่าวทิ้งท้าย

ภายในงานจะพบกับ 2 โซนไฮไลต์ของเหล่า Toy Story โดยมี Pop-Up & Debut Collection สินค้าลิมิติดอีดิชันมากมายรอให้คุณได้เลือกสะสม ไม่ว่าจะเป็น Mini Figures  ผองเพื่อนในขวดจรวดแก้ว และคอลเลกชันพิเศษครบรอบ 30 ปี Toy Story เหล่า Art Toy, ฟิกเกอร์, เสื้อทีเชิ้ต, กระเป๋า, หมอนจิ๊กซอว์, สติกเกอร์, โปสการ์ด, จานเมลามีน ไปจนถึงแก้วมัค, ทัมเบลอร์ รวมถึงน้ำหอมและเครื่องประดับ

และ Imaginative Toy Story Art Space: Floating Market  ตลาดน้ำแบบไทย เสน่ห์แบบไทยที่ทำให้ทั่วโลกหลง พื้นที่ร่วมสมัยของการผสมผสานคาแรกเตอร์ Toy Story เข้ากับความเป็นไทยในมิติที่สร้างสรรค์ สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเต็มเปี่ยม ที่ดิสคัฟเวอรี่พลาซ่า มาเติมเต็มแรงบัลดาลใจของเหล่าวัยฝันได้ที่ Siam Center Presents Once Upon a Toy’s Journey ได้ตั้งแต่วันนี้ – 9 พฤศจิกายน 2568 ที่ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ และ 28 พฤศจิกายน ที่ดิสคัฟเวอรี่พลาซ่ากัน!

AUTHOR