Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

‘ซีแอตเทิล’ เมืองคู่แข่งซิลิคอนวัลเลย์ เพราะเดินได้ อยู่ดี คนทำงานมีความสุข

Highlights

  • Legacy City คือคำที่เอาไว้ใช้เรียก 'เมืองที่เคยรุ่งเรืองที่ตกต่ำในช่วงการก้าวออกจากอุตสาหกรรมในอเมริกา
  • ปัจจุบันมีหลายเมืองที่พยายามเร่งฟื้นฟูเพื่อก้าวข้าม Legacy City  ไม่ว่าจะเป็นลอสแอนเจลิส ไมอามี หรือเดนเวอร์ แต่ที่โดดเด่นกว่าใครคือ 'ซีแอตเทิล'
  • ซีแอตเทิลไม่เพียงมีทิวทัศน์งดงามและกาแฟส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วเท่านั้น แต่ยังมีบริษัทเทคโนโลยีตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมเป็นแต้มต่อสำคัญ

ในอเมริกามีกลุ่มเมืองหนึ่งที่ได้รับการเรียกว่า Legacy City

ฟังดูเหมือนจะดีแต่แท้จริงแล้วคำที่เอาไว้ใช้เรียก ‘เมืองที่เคยรุ่งเรือง’ ที่ตกต่ำในช่วงการก้าวออกจากอุตสาหกรรม โดยมีผลพวงสำคัญจาก suburbanization หรือการที่วัฒนธรรมรถยนต์แบ่งบาน ทำให้ผู้คนเลือกออกไปอยู่ชานเมืองและทิ้งตัวเมืองชั้นในให้เงียบเหงาและเสื่อมโทรม

ดีทรอยต์ คลีฟแลนด์ เซนต์หลุยส์ และนิวออร์ลีนส์ คือตัวอย่างของเมืองที่ว่านี้ ดัชนีสำคัญที่บอกให้รู้ว่าเป็น Legacy City คือการลดลงของทั้งจำนวนประชากรและรายได้จากภาษีในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา นำมาสู่ความพยายามฟื้นฟูเมืองที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

ขณะเดียวกันก็มีเมืองใหญ่บางส่วนในอเมริกาที่รอดจากการเป็น Legacy City นั่นเพราะเมืองเหล่านี้รุ่งเรืองมาก่อนหน้าเมืองอื่น จนมีความเป็นเมืองหนาแน่นและพัฒนาขนส่งสาธารณะในเมืองอย่างเป็นระบบก่อนที่วัฒนธรรมรถยนต์จะแบ่งบาน 

นิวยอร์ก บอสตัน ชิคาโก และซานฟรานซิสโก คือเมืองเหล่านั้น หากสังเกตให้ดีคือเมืองที่มีทั้งระดับการเดิน ความหนาแน่น อัตราการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และความเป็นเมือง สูงกว่าเมืองอื่นๆ

นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีเมืองที่พยายามก้าวขึ้นมาเป็นเมืองที่มีปัจจัยที่ว่ามานี้สูงกับเขาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นลอสแอนเจลิส ไมอามี หรือเดนเวอร์ แต่ที่โดดเด่นกว่าใครคือ ‘ซีแอตเทิล’ ที่แม้จะมีระดับความหนาแน่นใกล้เคียงกับเมืองคู่แข่งทั้งหลาย แต่มีระบบขนส่งสาธารณะเป็นแต้มต่อสำคัญ

 

ก้าวข้ามซิลิคอนวัลเลย์

ซีแอตเทิลไม่เพียงมีทิวทัศน์งดงามและกาแฟส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วเท่านั้น แต่ความที่มีบริษัทเทคโนโลยีตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก ซีแอตเทิลจึงกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของซิลิคอนวัลเลย์

การเป็นที่ตั้งของธุรกิจยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟต์ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นจุดเริ่มต้นของความรุ่งเรืองครั้งใหม่สำหรับซีแอตเทิล ตามมาด้วยแอมะซอนที่เริ่มต้นธุรกิจในกลางทศวรรษ 1990 ก่อนจะสยายปีกกลายเป็นบริษัทขายสินค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

การประกาศแผนการย้ายสำนักงานจากย่านเบคอนฮิลล์ไปยังเซาท์เลคยูเนียนของแอมะซอนในช่วงกลางทศวรรษ 2000 ทำให้มีการคาดการณ์ตามมาว่าเมื่อแคมปัสใหม่สร้างเสร็จ แอมะซอนจะนำการจ้างงานมาสู่ย่านที่เคยเป็นเขตอุตสาหกรรมบางเบาอย่างเซาท์เลคยูเนียนมากถึง 6,000 คน

การคาดการณ์ที่ว่าน้อยกว่าความเป็นจริงไปมาก เรียกว่าประมาทแอมะซอนไปหน่อยก็คงจะได้ เพราะในความเป็นจริงแอมะซอนไม่เพียงนำการจ้างงานหลายหมื่นตำแหน่งเข้ามา แต่ยังมีการลงทุนมากกว่า 6 ล้านเหรียญสหรัฐในที่อยู่อาศัยราคาประหยัด (affordable housing) และรายได้อื่นๆ ที่เซาท์เลคยูเนียนได้รับอีกด้วย

เมื่อถึงปี 2017 แอมะซอนก็มีพนักงานทำงานอยู่ในซีแอตเทิลกว่า 40,000 คน ในอาคารกว่า 40 แห่ง กินพื้นที่สำนักงานรวมกว่า 13 ล้านตารางฟุต

ปัจจุบันเรารู้กันว่าบรรยากาศของความสร้างสรรค์นั้นอยู่ในเมืองมากกว่า และบริษัทอย่างแอมะซอนก็วางตัวเป็นองค์กรในเมือง (urban enterprise) มาแต่ไหนแต่ไร Jeff Bezos เองก็เคยกล่าวไว้ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นแอมะซอนในปี 2014 ว่า การอยู่ในเมืองนั้นหมายถึงการเดินทางและการเผาผลาญพลังงานที่น้อยลง และพนักงานแอมะซอนนั้น ‘ชื่นชอบพลังงานและพลวัตของสภาพแวดล้อมแบบเมือง’

การจ้างงานหมายถึงประชากรที่เพิ่มขึ้นและความต้องการเรื่องที่อยู่อาศัย ซีแอตเทิลจึงเป็นเมืองที่มีการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่สูงกว่าเมืองใหญ่อื่นๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา 

ความต่างสำคัญคือที่อยู่อาศัยใหม่ที่ว่านี้ไม่ได้ถูกผลักออกไปอยู่ชานเมืองแต่สร้างใหม่ในตัวเมืองเลย พูดง่ายๆ คือซีแอตเทิลทำให้ผู้คนสามารถอยู่อาศัยในเมืองได้ และเมืองได้รับการใช้งาน 24 ชั่วโมง กฎหมายการใช้ที่ดินนั่นเองที่เป็นเงื่อนไขสำคัญและทำให้ซีแอตเทิลกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของซิลิคอนวัลเลย์เรื่องการดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีทั้งหลาย

ปัญหาสำคัญของซิลิคอนวัลเลย์คือความเป็นชานเมืองและกฎหมายการใช้ที่ดิน ทำให้ไม่สามารถเพิ่มความหนาแน่นเมื่อเทียบกับซีแอตเทิลที่สามารถสร้างตึกสูงในเมืองได้ รวมถึงการแก้กฎระเบียบเพื่อเพิ่มเพดานความสูงในย่านเซาท์เลคยูเนียนเพื่อเปิดรับการย้ายเข้ามาของแอมะซอน

ข้อมูลจากการเคหะของอเมริกาบอกว่า ในปี 2017 ซีแอตเทิลมีโครงการก่อสร้างแบบ multi-family units (โครงการที่อยู่อาศัยที่ไม่ใช่บ้านเดี่ยว) เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่ใจกลางเมืองและย่านใกล้เคียง ส่วนข้อมูลจาก Seattle Times บอกว่ามีการเพิ่มขึ้นของประชากรในเมืองเกือบ 20,000 คนต่อปีมาตั้งแต่ปี 2010 นั่นทำให้ซีแอตเทิลกลายเป็นเมืองใหญ่ที่เติบโตมากที่สุดของอเมริกาในทศวรรษ 2010

ความเป็นเมืองนั่นเองที่เป็นความได้เปรียบสำคัญของซีแอตเทิล เมื่อชีวิตไม่ได้มีไว้สำหรับการทำงาน 24 ชั่วโมง การเป็นพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยและใช้ชีวิตจึงสำคัญไม่แพ้กัน บริษัทจะสร้างที่ทำงานอันสร้างสรรค์ให้พนักงานยังไงก็ได้ แต่จะดีกว่ามากหากเมื่อสิ้นวัน ชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นยังคงแวดล้อมด้วยความมีชีวิตชีวา

ไม่นับสภาพพื้นที่ ภูมิอากาศ และบรรยากาศแสนสบาย การเสพวัฒนธรรมยังทำให้ซีแอตเติลถูกจัดให้เป็นเมืองน่าอยู่มาแต่ไหนแต่ไร

ซิลิคอนวัลเลย์จะยังคงเป็นพื้นที่สร้างนวัตกรรมอันสำคัญ แต่หากเทียบกันด้วยความอยู่ดีมีสุขของคนทำงาน ซีแอตเทิลทำคะแนนนำไปหลายช่วงตัว

 

ก้าวข้ามตัวเอง

ปัจจุบันซีแอตเทิลยังคงขยายระบบขนส่งสาธารณะ แน่นอนว่ามันช่วยยกระดับความสามารถการเดินทางในเมืองให้สูงขึ้นไปอีก คำว่าระบบขนส่งสาธารณะไม่ได้หมายถึงเฉพาะรถไฟใต้ดิน แต่ยังรวมไปถึงรถโดยสารประจำทางและจักรยานให้เช่า

แม้โครงการจักรยานให้เช่าของเมืองจะล้มเหลวเพราะไม่สามารถบริหารต้นทุนได้ แต่ธุรกิจเดียวกันของเอกชนเป็นไปอย่างงดงาม ซีแอตเทิลมีอัตราการใช้จักรยานให้เช่ามากถึง 9 เปอร์เซ็นต์สำหรับการเดินทางในย่านใจกลางเมือง ถือเป็นตัวเลขที่สูงลิ่วเทียบกับเมืองอื่นในประเทศ

ไม่เพียงก้าวข้ามซิลิคอนวัลเลย์ ซีแอตเทิลยังเป็นเมืองที่มักได้รับการนำไปเปรียบกับแวนคูเวอร์ เมืองต้นแบบเรื่องคุณภาพชีวิตในทวีปอเมริกาเหนือ แต่โลก (และเมืองไม่ใช่เรื่องหยุดนิ่ง

พร้อมกับการเติบโตของเมืองคือเสียงบ่นของชาวเมืองซีแอตเทิลเองต่ออิทธิพลของแอมะซอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มสูงขึ้น นำมาสู่การแก้ปัญหาด้วยความพยายามเก็บภาษีบริษัทยักษ์ใหญ่เพิ่มขึ้น

จากเดิมที่ซีแอตเทิลเคยต้อนรับแอมะซอน กลายเป็นต้องขับสู้กัน ในปี 2019 แอมะซอนจึงประกาศแผนการย้ายสำนักงานของพวกเขาอีกครั้ง โดยจะย้ายทีม International Operation ทั้งหมดไปยังเบลล์วิลล์ เมืองใหญ่อันดับสามของเขตนครบาลซีแอตเทิล (Seattle metropolitan area) ภายในปี 2023 หากเปรียบให้เห็นภาพก็น่าจะเหมือนย้ายจากกรุงเทพฯ ไปนนทบุรี

จะว่าไปแล้วเบลล์วิลล์ก็เหมือนเป็นจุดกำเนิดของแอมะซอน เพราะเจฟฟ์ เบโซส เริ่มต้นธุรกิจของเขาในโรงรถที่เบลล์วิลล์นี่เอง

แต่ไม่ได้หมายความว่าแอมะซอนจะทิ้งความเป็นองค์กรแห่งซีแอตเทิลไป ตรงกันข้าม ในปีนี้แอมะซอนก็เพิ่งซื้อสิทธิการตั้งชื่อสนามกีฬา KeyArena และเปลี่ยนชื่อเป็น Climate Pledge Arena ตามชื่อโครงการของแอมะซอน ที่ประกาศจะเป็นธุรกิจคาร์บอนเป็นกลางภายในปี 2040 ท่ามกลางกระแสกดดันว่าธุรกิจของแอมะซอนสร้างขยะมากมายจากหีบห่อบรรจุภัณฑ์

เป็นก้าวที่ยังต้องติดตาม ไม่ว่าจะเป็นแอมะซอนหรือซีแอตเทิล ในทศวรรษใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและไม่มีอะไรเหมือนเดิม

 

 

อ้างอิง

Bloomberg Citylab

CitiesX: The Past, Present and Future of Urban Life

CNBC

Forbes

New Geography

The Seattle Times

The Verge

Author

Little Thoughts

อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารคิด Creative Thailand และผู้เขียนหนังสือ Cool Japan, เยอรมันซันเดย์, บาร์เซโลนากว้างมาก และดัตช์แลนด์แดนมหัศจรรย์

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)