x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

ป้าเนเน่ : เจ้าหญิงแห่งวงการวิ่งแฟนซีที่ออกวิ่งเพื่อความสุขของคนรอบตัว

ทันทีที่ ป้าเนเน่ ปรากฏตัวในชุดดอกทานตะวัน เราก็ยิ้มได้ทันที ไม่น่าแปลกใจที่รีแอ็กชั่นแบบนี้จะเกิดกับนักวิ่งที่วิ่งมาเหนื่อยๆ ในสนามแข่งเช่นกัน

ป้าเนเน่ หรือ นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี คือนักวิ่งแฟนซีวัย 61 ปี ผู้ออกวิ่งครั้งแรกเมื่อปลายปี 2548 พิชิตสนามวิ่งมาแล้วกว่า 600 สนามทั่วประเทศ จบฟูลมาราธอนไปหลายครั้ง จนบ้านเต็มไปด้วยเหรียญและถ้วยรางวัล มีรูปถ่ายจากงานวิ่งอัดขยายใส่กรอบเต็มกำแพง และที่ขาดไม่ได้คือมีชุดแฟนซีเต็มราวที่ป้าเนเน่บอกเราว่าไม่เคยใส่ชุดซ้ำกันสักสนาม

อย่างที่รู้ เหตุผลในการออกวิ่งของใครสักคนมีหลากหลาย ทั้งซับซ้อนระดับเพื่อแก้ไขปัญหาชีวิต และเรียบง่ายคล้ายเหตุผลในการออกวิ่งของป้าเนเน่ คือเพื่อสุขภาพ รอยยิ้ม และความสุขของตัวเองและคนรอบตัว

วิ่งเพื่อสุขภาพ

เมื่อ ลุงย่องแย่ง-สมปอง แสงศักดิ์ศรี สามีของป้าเนเน่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ป้าเนเน่จึงทำตามคำแนะนำของหมอด้วยการชวนลุงไปออกกำลังกายที่สวนใกล้บ้านเพื่อลดน้ำตาลในเลือด ณ วันนั้น ทั้งคู่คงไม่รู้ว่าสิบกว่าปีต่อมาพวกเขาจะยังคงวิ่งอยู่ และน้ำตาลในเลือดจะลดลงจนหายป่วยเป็นปกติดี

“จุดเริ่มต้นที่ทำให้ป้าเน่ออกมาวิ่งก็คือสามีของป้าเน่ป่วยเป็นเบาหวาน ค่าน้ำตาลในเลือด 300 กว่า ไปหาหมอ หมอก็บอกว่าให้ออกกำลังกายจะช่วยลดน้ำตาลได้ ป้าเนเน่ก็เลยออกกำลังกายด้วยการวิ่ง 3 เดือนแรกน้ำตาลก็ลดลงเหลือ 300 กว่า เราก็ไปวิ่งต่อ จนกระทั่ง 6 เดือน น้ำตาลก็หายเป็นปกติ ไปหาหมอหมอก็บอกว่าไม่ต้องมาหาหมอแล้ว ถ้ามีอาการแล้วค่อยมา

“ป้าเน่เลือกการวิ่งเพราะว่ากีฬาวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด มีรองเท้าคู่หนึ่ง มีเสื้อผ้า กางเกง ก็ไปวิ่งได้แล้ว แต่ตอนนี้นะ มีรองเท้าคู่เดียวก็ไม่พอแล้ว เพราะว่ารองเท้าวิ่งออกมาสวยๆ เด็กๆ จะบอกว่าคู่เดียวไม่พอ ป้าเน่ต้องซื้อใหม่”

ตอนนี้มีกี่คู่แล้วคะ? เราออกปากถาม

“เยอะมาก” ป้าหัวเราะ ถ้านับกันจริงๆ ตอนนี้คุณป้ามีรองเท้าวิ่งมากกว่าหนึ่งโหลเข้าไปแล้ว ทั้งยังหลากสีเพื่อจะได้แมตช์เข้ากับชุดแฟนซีที่มีอยู่เต็มราวได้อีกด้วย

วิ่งเพื่อรอยยิ้ม

จากการวิ่งเพื่อสุขภาพ เมื่อวิ่งบ่อยๆ เข้า ป้าเนเน่กับลุงย่องแย่งก็ติดใจและลงสมัครวิ่งในงานวิ่งต่างๆ เริ่มจากงานใกล้ๆ ในกรุงเทพฯ สู่งานวิ่งในต่างจังหวัด และจากชุดวิ่งธรรมดาๆ สู่ชุดวิ่งแฟนซี

“ตอนป้าเน่เริ่มวิ่ง ในสนามจะมีนักวิ่งแฟนซีรุ่นเก่าๆ อยู่แล้ว พอป้าเน่เข้าไปคุยกับเขา เขาก็เลยชวนป้าเน่วิ่งแฟนซี ตอนแรกป้าเน่ก็ไม่กล้า แต่พอสนามที่ 2 ก็มีความกล้ามากขึ้น อีกอย่างคือ พอแต่งแฟนซีแล้วป้าเน่ได้เพื่อนเยอะ มีคนชมมากมาย (หัวเราะ)

“นักวิ่งแฟนซีมีเยอะนะ แต่ละคนก็มีสไตล์ต่างกัน บางคนเขาก็จะเน้นสวยงาม ตลกขบขัน แต่ของป้าเน่นี่จะเน้นตามคอนเซปต์ คือป้าเน่จะดูว่างานนั้นจัดที่ไหน จังหวัดอะไร ของดีเขามีอะไรบ้าง แล้วป้าเน่จะแต่งตาม”

แรกเริ่มเดิมที ป้าเนเน่จะเลือกซื้อชุดวิ่งให้เข้ากับงาน อย่างชุดของชนเผ่าม้งสำหรับสนามวิ่งที่น้ำตกตาดหมอก จังหวัดเพชรบูรณ์ แต่หลังๆ ชุดที่วางขายในตลาดชักจะไม่ตอบโจทย์ ป้าเนเน่จึงเริ่มทำชุดด้วยตัวเอง เป็นที่มาของชุดขั้นแอดวานซ์อย่างชุดดอกทานตะวัน ชุดลิง ชุดปลาทู ชุดผลไม้ ชุดที่ทำจากบิ๊บงานวิ่งล้วนๆ หรือแม้แต่ชุดผักสดที่ป้าเนเน่ต้องโยนชุดทิ้งหลังจบงาน

แต่บางครั้ง การทุ่มเททำชุดก็ตามมาด้วยเรื่องร้ายแรงที่ป้าเนเน่คาดไม่ถึง

“ชุดนี่ป้าเน่ทำคนเดียว ลุงจะไปส่งที่สำเพ็ง พาหุรัดให้ไปซื้ออะไหล่มาติด แต่ถ้าอันไหนหาไม่เจอก็จะไปนู่นเลย จตุจักร มีอยู่ครั้งหนึ่งป้าเน่ไปเดินซื้ออะไหล่มาทำชุดแฟนซีแล้วหกล้มข้อเท้าร้าว ต้องเข้าเฝือกอยู่ 3 เดือน ตอนเข้าเฝือก ป้าเน่ยังไปงานวิ่งอยู่เลยที่การไฟฟ้าตรงแจ้งวัฒนะ เขาบอกว่าอยากให้ไป จะแต่งแฟนซีไปนั่งเฉยๆ ก็ได้ ป้าเน่ก็ไปทั้งไม้เท้านี่แหละ ใส่ชุดพนักงานเก็บเงินค่าไฟฟ้าไปด้วย ไม้เท้านี่ป้าเน่ก็เอามาแต่งแฟนซี เพื่อนๆ ก็มาถามว่าป้าเน่ป่วยจริงเหรอ ทุกคนเข้าใจว่าป้าเน่แต่งชุดแฟนซีไป เขาไม่คิดว่าเป็นจริง (หัวเราะ)

“เวลาไปวิ่ง คำแรกที่จะได้ยินคือสวยจัง น่ารักจัง มีคนมาขอถ่ายรูปด้วยเยอะมาก กว่าจะวิ่งผ่านได้แต่ละจุดเลยใช้เวลานาน ตอนนี้วิ่งมินิมาราธอนก็ใช้เวลา 2 ชั่วโมงแล้วเพราะคนขอถ่ายรูปเยอะ จนบางทีป้าเน่ก็เดินเอา จะได้หยุดให้ถ่ายง่ายๆ (หัวเราะ)

“ตอนนี้ลูกเห็นชุดมันเยอะ เริ่มรก เขาก็ถามว่าเมื่อไหร่แม่จะเลิกแต่ง เราก็บอกว่าเดี๋ยวปีหน้าเลิกแต่งแล้ว พอถึงปีหน้าก็ไม่เลิก พูดมาหลายปีจนลูกบอกว่า ไหนแม่บอกว่าจะเลิกแล้วไง เราก็บอกว่า เอ้อ! ไม่เลิกแล้วมั้ง

“เรารู้สึกสุขใจไปกับคนอื่นเวลาเห็นเขามีความสุข บางทีเขาวิ่งๆ มาเขาก็บอกว่า ขอบคุณนะครับที่ทำให้ผมยิ้มได้”

และแน่นอนว่าระหว่างที่พูด ป้าเนเน่ก็มีรอยยิ้มให้เราด้วยเช่นกัน

วิ่งเพื่อความสุข

“การวิ่งทำให้เรามีความสุข เพราะมันทำให้ร่างกายเราแข็งแรง เมื่อร่างกายเราแข็งแรง จิดใจเราก็เป็นสุข พอจิตใจเราเป็นสุข เราก็อยากไปวิ่งอยู่เรื่อยๆ”

ความแข็งแรงของป้าเนเน่พิสูจน์ได้ด้วยการที่คุณป้าและลุงย่องแย่งวิ่งมาแล้วทุกระยะ ตั้งแต่ fun run 5 กิโลเมตร ไปจนถึงฟูลมาราธอน 42.195 กิโลเมตร แบบที่ป้าเนเน่ไม่เคยซ้อมเลยสักครั้ง เพราะรางวัลสำหรับป้าเนเน่ไม่ใช่เส้นชัย เหรียญ หรือถ้วยรางวัลอะไรทั้งนั้น แต่เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวกว่านั้น

“รางวัลที่แท้จริงก็คือสุขภาพ ที่ป้าเน่ไปวิ่งแล้วได้สุขภาพกลับมา อันนั้นแหละคือรางวัลในตัวของมันเอง มันทำให้เรามีความสุข

“ตอนที่ยังไม่ได้วิ่งน้ำหนักป้าเน่ก็เยอะ เดี๋ยวก็ไอ เป็นหวัด ปวดเมื่อยตามตัวเวลาทำงานบ้าน แต่พอไปวิ่งเราก็ไม่เป็นหวัดเลย ไม่เคยเข้าโรงพยาบาล แล้วก็ได้เพื่อนเยอะแยะ ถ้าอยู่บ้านเราก็รู้จักแค่เพื่อนบ้าน แต่เวลาเราไปวิ่งต่างจังหวัด เราได้รู้จักเพื่อนเพิ่มขึ้นทุกจังหวัดเลย

“ทุกครั้งที่ไปวิ่ง ป้าเน่มักจะคิดว่าเราต้องวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ต้องวิ่งต่อไปอย่างนี้นะเพื่อที่ร่างกายเราจะได้แข็งแรง เพื่อสุขภาพของเรา เมื่อร่างกายเราแข็งแรงแล้ว เราก็จะไม่เป็นภาระของลูกหลาน ลูกก็จะสบายใจว่าแม่เรายังแข็งแรงอยู่

“ป้าเน่วิ่งเพราะความรัก คือป้าเน่กับลุงดูแลเอาใจใส่รักกันมานาน มีความรักให้กันทุกๆ วัน ใจป้าเน่ก็คิดว่าต้องชวนลุงไปวิ่งทุกวัน เบาหวานของลุงจะได้ไม่กลับมา เพื่อที่เราจะได้อยู่ด้วยกันไปนานๆ”

ภาพ เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

Author

น้ำปาย ไชยฤทธิ์

กองบรรณาธิการ a day magazine สนใจสารพัดของกุ๊กกิ๊ก สิ่งสวยงาม ความสุนทรีย์ และเรื่องผีเป็นพิเศษ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

เด็กหนุ่มที่อยากเลี้ยงหมาหน้าย่นมากกว่าเลี้ยงตัวเอง

Related Posts