Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

Quarantine Portraits ภาพถ่ายจากหน้าต่างและระเบียงที่บันทึกรอยยิ้มและกำลังใจในช่วงกักตัว

Highlights

  • Quarantine Portrats (Karantino Portretai) คือโปรเจกต์ถ่ายภาพสุดสร้างสรรค์จากช่างภาพชาวลิทัวเนีย Adas Vasiliauskas โดยเขาบินโดรนไปถ่ายเหล่านายแบบและนางแบบที่กำลังกักกันตัวอยู่บ้าน ส่วนใหญ่เราจึงได้เห็นพวกเขายิ้มกว้างมาจากหน้าต่างหรือระเบียงบ้านของตัวเอง 
  • ความสนุกอยู่ที่แบบหลายคนไม่ได้มายืนยิ้มเฉยๆ แต่พวกเขาเตรียมคอสตูมและพร็อพมาจัดฉากตามแต่จะจินตนาการออก มีทั้งเดเนริสที่กำลังตามหามังกร ฝูงสัตว์ที่มาเฉลิมฉลองการกำเนิดของซิมบ้า หรือกระทั่งหญิงสาวที่พยายามหนีจากการกักตัวโดยผูกเสื้อผ้าเข้าด้วยกันแล้วห้อยจากระเบียง
  • แน่นอนว่า ในการถ่ายภาพเซตนี้ ช่างภาพและแบบไม่ได้พูดคุยแบบเจอหน้าหรือเข้าใกล้กันสักนิด เรียกได้ว่าทำตามระเบียบการ social distancing ครบถ้วนทุกประการ

ระหว่างไถฟีดเฟซบุ๊กหนีข่าวโควิด-19 (ตามข่าวอยู่นะ แต่ตามมากไปก็เสียสุขภาพจิตได้เหมือนกัน) นิ้วโป้งของเราก็มาหยุดตรงเซตภาพถ่ายของผู้คนที่กำลังแย้มยิ้มมาจากหน้าต่างและระเบียง ครอบครัวหนึ่งพากันสวมชุดว่ายน้ำราวกับจะไปทะเล คู่รักหนุ่มสาวตกแต่งต้นไม้ด้วยกระดาษชำระนับสิบม้วน (ตุนไว้เยอะล่ะสิ!) สาวนักบัลเลต์เกาะราวระเบียงเพื่อยืดเหยียดขา

ด้านบนน่ะแค่น้ำจิ้ม เพราะเมื่อเลื่อนดูอีกเรื่อยๆ และตามไปดูต่อที่เฟซบุ๊กของช่างภาพชาวลิทัวเนีย Adas Vasiliauskas ภาพถ่ายเหล่านั้นก็เริ่มพีคขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งเดเนริสที่กำลังตามหามังกร ฝูงสัตว์ที่มาแสดงความยินดีในวันเกิดของซิมบ้า หรือกระทั่งกลุ่มคนที่พยายามขนส่งปลาวาฬข้ามระเบียง

รู้ตัวอีกทีบนหน้าเราก็มีรอยยิ้มกว้างไม่แพ้เหล่านายแบบนางแบบในรูป เราเลยตัดสินใจส่งอีเมลหาคนต้นเรื่องอย่าง Adas เพื่อพูดคุยกับเขาผ่านตัวอักษรถึงที่มาที่ไปและเบื้องหลัง Quarantine Portraits ที่ให้กำลังใจเราได้ในวันที่โควิด-19 สร้างความตื่นกลัวให้กับคนทั้งโลก

โปรเจกต์นี้เริ่มต้นขึ้นได้ยังไง

ตอนที่ลิทัวเนียประกาศเรื่องการกักกัน งานถ่ายรูปสำหรับโฆษณาของผมถูกยกเลิกทั้งหมด อีเวนต์ต่างๆ ก็ไม่มีอีกต่อไป ผมเหมือนคนตกงาน เลยพยายามนั่งคิดว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไงดี ซึ่งผมก็คิดได้ว่า ผมน่าจะถ่ายรูปอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ 

แต่ทีนี้การรักษา social distancing ก็ทำให้การถ่ายรูปยุ่งยากใช่เล่น ตอนแรกผมคิดว่าจะถ่ายรูปคนด้วยเลนส์ telephoto แต่แล้วผมก็นึกได้ว่า ปกติแล้วผมใช้โดรนในการถ่ายรูปแต่งงานนี่นา ซึ่งโดรนตอบโจทย์เรื่องการถ่ายรูปโดยที่พวกเราไม่ต้องเข้าใกล้กันสักนิด 

ว่าแล้วผมก็โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าผมอยากถ่ายรูปด้วยโดรน ผมเริ่มจากถ่ายรูปเพื่อนสองสามคนก่อน พอโพสต์รูปเหล่านั้นลงในเฟซบุ๊กมันได้ยอดไลก์สูงมาก คนอื่นๆ ก็เลยส่งข้อความมาหาผม ตอนนี้ผมมีรายชื่อนางแบบและนายแบบที่กำลังรอถ่ายรูปที่หน้าต่างและระเบียงเป็นลิสต์ยาวเหยียดเลยล่ะ

 

ตอนนี้คุณถ่ายรูปไปแล้วทั้งหมดกี่รูป

ประมาณ 90 รูปในเวลาแค่ 3 สัปดาห์

เวลาถ่ายรูป คุณบอกแบบไหมว่าพวกเขาต้องโพสท่ายังไง หรือก็แค่ปล่อยให้พวกเขาทำอะไรก็ได้

ผมมักจะคุยกับแบบก่อนถ่ายว่า พวกเขาควรมีไอเดียว่าอยากถ่ายรูปยังไง บางครั้งแบบก็บอกผมมาอย่างละเอียดเลยว่าอยากได้รูปแบบไหน แต่ก็มีบางครั้งที่ผมเสนอไอเดียให้พวกเขา หรือบางครั้งเราก็ช่วยกันคิดไอเดียขึ้นมา จากนั้นจึงถ่ายรูปตามไอเดียนั้นๆ

ผู้คนในรูปของผมทำอะไรบ้าๆ เยอะอยู่นะ เช่น จัดฉากไปทะเล ถูกติดเทปไว้กับผนัง แต่งตัวเป็นทหาร ใส่หน้ากาก Star Wars เล่นโยคะหรือกีฬาชนิดอื่นๆ 

แต่แน่นอนว่าก็มีท่าโพสธรรมดาๆ อยู่เหมือนกัน เช่น วันเกิดเด็ก ครอบครัวมารวมตัวปิ้งบาร์บีคิว มีครั้งหนึ่งผมถ่ายรูปเด็กแรกเกิดและแม่ตรงหน้าต่างโรงพยาบาล ในขณะที่พ่อของเด็กยืนอยู่ข้างนอก เพราะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป  

ไอเดียถ่ายรูปครั้งไหนเซอร์ไพรส์คุณที่สุด

ผู้ชายคนหนึ่งถูกติดเทปไว้กับผนัง

 

แล้วคุณชอบรูปไหนที่สุด

ผู้ชายที่ถูกติดเทปนั่นแหละ

เวลาถ่ายรูป คุณสื่อสารกับแบบยังไง

เวลาบินโดรนขึ้นไปถ่ายรูปผมจะคุยโทรศัพท์กับแบบเสมอ ผมจะบอกพวกเขาว่าให้ยืนตรงไหน หันมองทางไหน การสื่อสารแบบนี้มันยากกว่าการพูดคุยกันต่อหน้าต่อตาก็จริิง แต่ก็ทำได้อยู่นะ

การถ่ายรูปครั้งไหนยากเย็นที่สุด

ทุกรูปที่แบบอยู่ในสถานที่ที่บินโดรนยาก เช่น มีต้นไม้ พุ่มไม้ หรือมีตึกอื่นๆ บัง ผมต้องระวังมากๆ ไม่ให้บินโดรนไปชนกับอะไรเข้า 

เห็นว่าปกติคุณใช้โดรนถ่ายรูปอยู่แล้ว

ใช่ ผมใช้โดรนทุกครั้งที่ถ่ายรูปแต่งงาน แต่ผมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญมากนักหรอก แค่พยายามหาวิธีถ่ายรูปด้วยมุมมองใหม่ๆ เท่านั้น

 

ในวิลนีอุส เมืองที่คุณอยู่ คุณสามารถบินโดรนตรงไหนก็ได้เลยเหรอ

บินได้หมด ตราบใดที่คุณไม่บินสูงกว่า 120 เมตร คุณต้องสามารถมองเห็นโดรนอยู่ในสายตาตลอดเวลา แล้วก็ห้ามบินโดรนเหนือกลุ่มคนจำนวนมาก แต่ในเวลาแบบนี้ก็ไม่มีใครมารวมตัวกันอยู่แล้วล่ะ

คนในโซเชียลมีเดียเห็นรูปพวกนี้แล้วมีฟีดแบ็กยังไงบ้าง

ผมคิดว่าพวกเขาชอบโปรเจกต์นี้นะ เพราะมันเป็นวิธีใหม่ๆ ในการถ่ายรูปผู้คนที่ติดอยู่ในบ้าน ผมพยายามถ่ายทุกรูปให้สร้างสรรค์ที่สุด เพราะความสร้างสรรค์คือหัวใจสำคัญของรูปที่สมบูรณ์แบบ

 

ปกติแล้วในช่วงนี้ของปี ผู้คนในวิลนีอุสจะทำอะไรกัน

ช่วงฤดูใบไม้ผลิผู้คนมักออกมาใช้ชีวิตข้างนอก ไปสวนสาธารณะ ทำบาร์บีคิว วิ่ง เดิน และกิจกรรมอื่นๆ อีกมาก

การแพร่ระบาดของ Covid-19 เปลี่ยนแปลงชีวิตของคนลิทัวเนียไปยังไงบ้าง

ทุกคนกลัวไวรัส และต้องกักกันตัวอยู่บ้านกัน ธุรกิจหลายๆ แห่งสูญเสียรายได้ รวมถึงช่างภาพอย่างผมด้วย

 

ตัวคุณเองรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไง

ผมโชคดีที่ทำโปรเจกต์นี้ แล้วมันเกิดกระแส มีผู้คนสนใจ ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาผมเลยได้ออกไปถ่ายรูปทุกวัน ซึ่งมันต้องใช้เวลาและแรงกายเยอะมากเลยล่ะ และแน่นอนว่าเวลาออกนอกบ้านผมก็ระมัดระวังตัวอย่างดี ใส่หน้ากาก เตรียมน้ำยาฆ่าเชื้อ ไม่เข้าใกล้ใคร 

ในวิกฤตที่เรากำลังเผชิญอยู่ คุณคิดว่าทำไมพวกเรายังต้องการเสพศิลปะอยู่ ศิลปะช่วยพวกเราได้ยังไง

ศิลปะช่วยดึงความสนใจของพวกเราออกจากข่าวแย่ๆ และความรู้สึกแย่ๆ ที่รายล้อมพวกเราอยู่

 

คุณอยากบอกอะไรกับผู้อ่านคนไทยไหม

ขอให้ปลอดภัยและจงมั่นใจว่าพวกเราจะรอดไปด้วยกัน!

ติดตามดูโปรเจกต์นี้ต่อได้ที่ Facebook หรือ Instagram

ติดตามผลงานอื่นๆ ของ Adas ได้ที่ tasfotografas.lt

Author

กันต์กนิษฐ์ มิตรภักดี

ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร a day และหม่าม้าของลูกแมวชื่อม้า

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)