Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

Politicooks. วิดีโอทำอาหารทีเด็ดที่ใส่เหตุบ้านการเมืองเผ็ดๆ เป็นเครื่องปรุง

Highlights

  • ม็อบ–เทพพิทักษ์ มณีพงษ์ คือนักทำคอนเทนต์ ทั้งในรูปแบบของบทสัมภาษณ์ บทความ วิดีโอหรือพ็อดแคสต์ และมีทีท่าว่าเขาจะขยับไปทำเรื่องสนุกอย่างอื่นเท่าที่แพลตฟอร์มใหม่ๆ จะเอื้อให้ทำได้
  • ม็อบทำเพจชื่อ MOBtheppitak. บนเฟซบุ๊กและมีเพลย์ลิสต์วิดีโอชื่อ Politicooks. ซึ่งเขาปรุงอาหารประกอบการพากย์เสียงตายรัวเร็ว และใส่ภาพเหตุบ้านการเมืองแซ่บๆ แทรกเข้ามาอย่างเมามัน 
  • วิดีโอ Politicals Satire ของเขามีความยาวคลิปละ 1 นาที ที่ทำให้คนดูขบขัน เพลิดเพลิน และบางคนอาจจะหิวมากเพราะแต่ละเมนูน่ากินสุดๆ
  • เมนูที่เขาทำหลากหลาย เช่น ผัดกะเพรา จาปากูรี เมนูตระกูลไข่ ยำหมูยอ แกงเขียวหวานไก่ทอด หรือแม้แต่ข้าวกล่องพลังประชารัฐ 
  • วิดีโอ Politicooks. ของม็อบอยู่บน facebook, YouTube, Twitter, Instagram และ TikTok
  • คลิปของเขาอาจตลกขบขัน แต่เขาหวังว่าคลิปอาหารของตัวเองจะเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ช่วยบันทึกเหตุการณ์บ้านเมืองที่ไม่น่าเกิด แต่ก็เกิดได้เกิดดีในยุคนี้ 
  • เขาแค่อยากช่วยระบายความอัดอั้นตันใจ สร้างกระบอกเสียง เป็นปากเสียง หรือเปลี่ยนให้สังคมมีเสรีภาพมากขึ้นได้ในสักวันหนึ่ง

เรารู้จัก ม็อบ–เทพพิทักษ์ มณีพงษ์ ครั้งแรกในฐานะนักเล่าเรื่องผ่านตัวอักษรรสแซ่บ เวลาอ่านงานเขาทีไรก็อดซู้ดปากไปกับเรื่องราวสุดจัดจ้านที่เขาสื่อสารไม่ได้ หลังจากที่เขาเรียนจบด้านวารสารศาสตร์ ม็อบทำงานสื่อมาพักใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ และเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียต่างๆ

เขาเคยเป็นกองบรรณาธิการของ a day เขียนบทความให้สื่อออนไลน์ The 101 World ปัจจุบันนี้ม็อบเป็น Content Designer ที่ Glow Story และยังคงใช้ทักษะการสื่อสารแสนสนุกของตัวเองขับเคลื่อนเรื่องราวใหม่ๆ ในฐานะผู้ติดตามเขาในทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กมานาน เราเห็นว่าคอนเทนต์ทางการเมืองของชายหนุ่มคนนี้โคตรสนุก นั่นเพราะเขามีพื้นฐานการคิดวิเคราะห์เชิงวัฒนธรรมที่เข้มข้น การเขียนงานเชิงวิเคราะห์หลายร้อยชิ้น บวกกับน้ำเสียงเสียดสี ตลกร้าย ทำให้ม็อบเป็นนักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ที่น่าจับตาไม่แพ้ใคร 

 

เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ เรารู้จัก ม็อบ–เทพพิทักษ์ มณีพงษ์ ในรูปแบบใหม่เมื่อเขาเริ่มทำวิดีโอทำอาหารประกอบการบรรยายสั้นๆ ด้วยถ้อยคำที่แซ่บไม่แพ้งานเขียน เขาเริ่มแชร์วิดีโอเหล่านี้บนแอพพลิเคชั่นยอดฮิตอย่าง TikTok บนทวิตเตอร์ส่วนตัวจนชาวทวิตรีทวีตกันกระหน่ำ ลามมาสนุกบนหน้าเพจเฟซบุ๊ก MOBtheppitak. ที่เพิ่งก่อตั้งสดๆ ร้อนๆ พอเราได้เห็นเพลย์ลิสต์วิดีโอชื่อ Politicooks.ในเพจ ที่เขาลงมือทำอาหารหลากหลายเมนูตั้งแต่ผัดกะเพรา จาปากูรี เมนูตระกูลไข่ ยำหมูยอ แกงเขียวหวานไก่ทอด หรือแม้แต่ข้าวกล่องพลังประชารัฐ เราถึงกับอุทานในใจว่าคิดได้ยังไงกัน 

เพราะมากกว่ามะนาว น้ำปลา น้ำตาล หรือพริก เครื่องปรุงและวัตถุดิบที่เขานำมาประกอบอาหาร ม็อบยังเอาเหตุบ้านการเมืองมาคลุกเคล้าเข้าด้วยกันจนอร่อยและกลมกล่อม การเมืองกับเรื่องอาหารจึงเป็นเรื่องเดียวกัน แน่นอนผู้ชมอย่างเราอยากทำอาหารแบบเขากินเองบ้าง เลยนัดม็อบมาพูดคุยกัน เพื่อขอสูตรเด็ดไปทำอาหารในช่วงนี้ ที่สำคัญกว่านั้นเราอยากรู้จักเบื้องหลังความครีเอทีฟของเชฟแนวโพลิติคุกส์คนนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม

พอได้นั่งคุยกันจริงๆ จังๆ ในครั้งนี้ เราจึงค้นพบว่าคลิปทำอาหารจอมเสียดสีของเขามีความซีเรียสระดับเว่อร์วังกว่าที่เคยคาดเดาเอาไว้ในตอนแรก

คุณเริ่มต้นทำคลิปวิดีโอทำอาหารจริตร้ายๆ จนกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ได้ยังไง

ถ้าถามว่าเริ่มได้ยังไง เรามีเพื่อนที่เป็นลูกคู่ที่ชอบเชียร์ให้ทำนู่นทำนี่ มึงๆ ลองเล่นนู่นนี่นั่นดู ช่วงที่เริ่ม work from home เราก็เริ่มทำอาหาร เพราะพอสั่งอาหารเดลิเวอรีมากินบ่อยๆ นานๆ เข้าก็ขี้เกียจลงไปรับ เลยลองเริ่มทำอาหารดู แต่ก่อนเราไม่ได้เป็นคนทำอาหารแบบเก๊งเก่ง และตอนนี้ก็ยังไม่ได้เก่งด้วย (หัวเราะ)  เราแค่รู้สึกว่าพอเริ่มทำก็สนุกดีนะ บวกกับเพื่อนที่คอยยุว่า “มึงลองทำคลิปอาหารลง TikTok สิ คนทำลงในนั้นเยอะเลยนะ” เราเลยลองถ่ายๆ ลง ตอนแรกตั้งใจทำเป็นคลิปแล้วใส่เพลงแบบ sophisticate หน่อย แต่การได้ work from home ก็ไม่ใช่ว่าเราว่างนะ เพราะในช่วงเวลาปกติพอเลิกงานจะออกไปหาเพื่อนๆ แต่พอมีโควิด เมื่อเลิกงานปั๊บเราอยู่บ้านก็เปิดตู้เย็นดูเพื่อหาอะไรมาทำกินเอง

ทีนี้พอทำลงไป 3-4 คลิปแรกๆ ไม่มีเสียงประกอบและไม่มีอะไร ใส่แค่ดนตรี มันก็ไม่มีคนดูหรอก เพราะไม่มีอะไรใหม่ คลิปแรกๆ ช่วงต้นๆ เป็นเสียงดนตรีเฉยๆ ระหว่างนั้นก็คุยกับเพื่อนว่าหรือจะลองพากย์เสียงลงไปดีวะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพากย์อะไรลงไปดี พอดีตัวเราอินกับเรื่องการเมือง เลยคิดขึ้นว่าหรือมันเอามารวมกันได้วะ มันจะมีคลิปที่เราทำเต้าหู้ผัดพริกเกลือ ตอนนั้นรู้สึกว่าไหนลองดูซิ แซะๆ เกี่ยวกับเรื่องการเมืองหน่อย พอลงไป เอ้า ดันมีคนดู ก็เลย อ๋อ นี่สินะทางของเรา 

ตอนนั้นเราลงในติ๊กต็อกเสร็จก็เอามาลงในทวิตเตอร์ด้วย เราเล่นทวิตเตอร์อยู่แล้ว และวิดีโอที่เริ่มพากย์เสียงอันแรกพอลงไปปุ๊บก็มีคนรีทวีตเยอะ แล้วทางฝั่งติ๊กต็อกเองก็เริ่มมีคนมาดู ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดจากอะไร บูมขึ้นมาเฉยเลย อาจเพราะเราเป็นคนที่อยากลองทำอะไรใหม่ๆ ด้วยแหละเลยประกอบร่างสร้างตัวกันมาเรื่อยๆ และออกมาเป็นผลลัพธ์แบบนี้

 

ชื่อธีมวิดีโอ Politicooks. ตั้งขึ้นมาจากอะไร 

ตอนลงคลิปไปมีรุ่นน้องหรือเพื่อนที่ติดตามอยู่บอกให้ทำแฮชแท็ก ตอนนั้นก็ยังคิดไม่ออกว่าจะยังไงดี จะใช้ ‘ทำไปบ่นไป’ เหรอ ถ้าย้อนดูตอนลงในทวิตเตอร์จะมีอันที่เราใส่แฮชแท็กไว้ แต่คำพวกนั้นเราไม่ได้ใช้แล้ว เพราะไม่ค่อยเข้ากับคลิปเท่าไหร่ จนกระทั่งมาลงที่คำว่า Politicooks. ซึ่งรู้สึกว่ามันเข้ากันดี เพราะเป็นคลิปที่เป็น politics + cook อาจจะเหมือน home-cooked เป็นการเล่นคำคล้ายๆ กัน 

น้ำเสียงตายๆ การพูดรัวๆ ที่ใส่ในคลิป คุณตั้งใจดีไซน์ให้เป็นแบบนี้แต่แรกเลยเหรอ

เราไม่ได้ตั้งใจขนาดนั้น แต่มันเป็นเสียงสองที่เราใช้คุยกับคนที่ยังไม่ได้รู้จักกัน คือทุกๆ คนมันจะมีเสียงสองที่เอาไว้รับโทรศัพท์แบบฮัลโหล สวัสดีครับ (หัวเราะ) เป็นเสียงเพื่อเอาไว้คุยกับคนที่ยังไม่รู้จักกัน แต่คนอาจจะชอบมั้ง ตอนที่อัดเสียงนี้ ด้วยความที่เราพูดไม่ทันอยู่แล้ว ก็ไม่ได้นั่งนึกขนาดนั้นว่าต้องพูดแบบไหน แค่พูดไปตามช่องเสียงที่สามารถใช้และใส่ลงไปได้พอดี

 

ไอเดียของแต่ละเมนูมาจากไหน

เป็นเมนูที่เราอยากกินพอดี เห็นแล้วอยากทำ เรามีพวกเพจอาหารที่ตามดูอยู่แล้ว สูตรที่ทำเราไม่ได้คิดเอง ไปดูคนอื่นมาแล้ว อุ๊ย น่ากินจัง เลยลองทำ ถ้ามีคนบอกว่าเราก๊อปสูตรก็จะยอมรับเลย อยากกินอะไรก็ทำสิ่งนั้น เราจะไปซื้อของมาทำแล้วนั่งคิดว่าจะเล่ายังไงดีวะ เราไม่ได้เคร่งกับการชั่ง ตวง วัด คุณไปปรุงตามที่ชอบได้เลย เลยไม่ได้อยากให้คนมาชิม (หัวเราะ) เพราะเป็นรสที่เราชอบคนเดียว ถ้าอยากจะหาสูตรอาหารไว้ทำกินเอง เอาชื่อเมนูที่เราทำไปเสิร์ชดีกว่า เพราะเราไม่ได้บอกเลยว่าเมนูนี้ใช้วัตถุดิบอะไร ไม่มีขั้นตอนหนึ่ง สอง สาม สี่ ในหนึ่งนาทีก็แทบจะบอกไม่ทันแล้ว ฉะนั้นเราจะไม่ได้บอกวิธีเลย เพราะเราไม่ได้เกิดมาเพื่อสอนทำอาหาร no no no เพราะทำได้ก็กิน ทำไม่ได้ก็โยนทิ้งไป ทุกวันนี้เวลามีคนที่บอกว่าอยากกินอาหารที่เราทำจัง โอ๊ย น่าอร่อยมากครับ อยากกินจัง เราจะบอกไปว่ายังไม่กล้าให้คนอื่นกินเพราะเราไม่รู้ว่ารสมือตัวเองเข้ากับปากคนอื่นหรือเปล่า 

 

ก่อนเข้าครัวคุณต้องซ้อมมือก่อนทำจริงไหม

ทำไปเลยดีกว่า อาจมีพลาดบ้าง ไม่ได้มีความประณีตในเชิงโปรดักชั่นขนาดนั้น เพราะเราก็เพิ่งลองใช้โปรแกรม Final Cut ตัดต่อ ลองมางมๆ ดูเราก็รู้สึกชอบมันจังเลย ใช้ลื่นดี

 

มีผู้ชมมาเสนอให้ทำเมนูอื่นๆ บ้างไหม

เริ่มมีบ้างแต่เราก็ไม่ได้ฟัง เราเป็นเผด็จการในช่องของเราเอง (หัวเราะ) เพราะจะทำแบบที่เราอยากกิน ซึ่งที่เขารีเควสต์มาถ้าจะให้ทำก็ทำตามได้แหละ แต่เราไม่ได้อยากกินไง ช่องเราจะเน้นสิ่งที่ตัวเองอยากกินเป็นหลัก แล้วก็ออกไปซื้อมาทำเลย

ตั้งแต่เริ่มทำอาหารและเข้าครัวมาประมาณ 2 เดือน น้ำหนักขึ้นเยอะมาก เพราะว่ากินคนเดียว (หัวเราะ) บางทีแกงหม้อหนึ่งก็มานั่งกินอยู่คนเดียว แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ 

 

เคยมีบ้างไหมที่ทำอาหารออกมาแล้วดูดีแต่ว่ากินแล้วไม่อร่อยเลย

โอ๊ย มีๆ คือกล้องมันเก็บภาพดีใช่ไหมล่ะ แต่บางทีเนื้อที่เราทำมันก็ไม่สุก อยู่หลังกล้องน่ะ พอหั่นออกมาเป็นสีชมพูอยู่เลย เราก็ต้องมาทำให้สุกอีกที ก็เป็นการสร้างภาพแหละ (หัวเราะ)  

แล้วคุณไปช้อปปิ้งวัตถุดิบจากที่ไหนบ้าง

เราอยู่แถวสำโรง มันจะมีตลาดใกล้บ้าน แต่เราก็ขี้เกียจเดิน พูดไปแล้วก็ดูแย่นะ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ลักลั่น บางทีเราไปช้อปที่โลตัส บางทีไปฟู้ดฮอลล์ในเซ็นทรัล หนึ่งคือมันมีของที่เราอยากได้ บางทีเราอยากทำเมนูที่ไม่ใช่อาหารไทยทำให้ต้องไปซื้อที่นั่น ด้วยความที่ขี้เกียจ อยากขับรถไปแล้วเดินแอร์เย็นๆ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่ง privilege ที่เราก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างย้อนแย้งในตัวเอง เราทำรายการแบบนี้เพื่อบอกปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม แต่ว่าตัวฉันเองก็ยังคงไปเดินห้างเพื่อเสิร์ฟกลุ่มนายทุน อย่างการมีสปอนเซอร์เข้ามา พอเราได้ตังค์จากมันก็ย้อนกลับไปที่เราบอกว่ารู้สึกว่าตัวเองมี privilege บางอย่างที่เหนือกว่าคนที่เขายังไม่มี 

 

อธิบายให้ฟังได้ไหมว่า privilege ที่คุณพูดถึงคืออะไร

เราสามารถขับรถไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตได้ กลับมาบ้านอยู่บนคอนโดฯ ที่อาจไม่ได้หรูหราอะไร แต่เรายังมีที่พักอาศัย มีห้องครัว มีอุปกรณ์ทำอาหารหลายอย่าง มีไอโฟนให้ถ่ายคลิป มีเงินหรือทรัพยากรมากพอที่จะซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเหล่านี้ได้ ทำให้เรารู้สึกว่าในสังคมตอนนี้ยังมีคนที่ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากร ได้ทานอาหาร หรือทำอาหารอย่างที่เราทำ

ถ้าพูดให้ใหญ่ขึ้น สิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่คิดในหัวมาตลอดว่าถ้าทำอะไรบางอย่างจากทรัพยากรที่เรามีได้ แล้วมันช่วยเป็นเสียงให้กับคนที่เขาไม่สามารถมีได้ เราคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก มันอาจไม่ได้เป็นสิ่งที่เราตั้งใจทำตั้งแต่แรกหรอก แต่หลังจากที่ทำคลิปออกไปก็เริ่มมีเสียงสะท้อนออกมา และเริ่มมีคนติดตามคลิปมากขึ้น เมื่อมีคนแชร์ออกไป เรากำลังทำให้คนที่ไม่มีทรัพยากรมีเสียงมากขึ้น หรืออาจทำให้คนที่กำหนดและออกนโยบาย ซึ่งก็คือคนที่เราแซะเขาอยู่ทุกวันนี้ได้รับรู้บ้างก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี

คุณรู้สึกแย่ที่ตัวคุณเองมี privilege กว่าคนอื่น?

ไม่เชิง มันเป็นความรู้สึกว่าเราต้องรู้สึกตัว ต้องคอยกระตุ้นเตือนตัวเองตลอดเวลาว่าเรามีสิทธิพิเศษตรงนี้อยู่ ดังนั้นเราจะสามารถทำอะไรเพื่อคนอื่นได้บ้าง พูดซะหล่อเลย แต่คิดจริงๆ นะ พอมานั่งคุยแบบนี้ก็รู้สึกว่า เออ เรายังอยู่ในชนชั้นที่มี privilege กว่าคนอีกมาก เป็นการเตือนตัวเองว่ายังมีคนอื่นที่ถูกกดทับทางสังคม ด้วยสิทธิหรือเสียงของเขาที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ หรือแม้แต่เสียงของเขาที่ไม่ได้รับการรับฟังจากคนอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งคนอื่นๆ ที่ว่าอาจมองว่าเสียงของตัวเองดีกว่าเสียงของคนเหล่านี้ ดังนั้นเราต้องคอยบอกตัวเองว่าอย่าลืมนะ เรายังพอมีเสียงอยู่บ้าง ดังนั้นเราจะช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้เขาหากเรามีโอกาสทำ อะไรที่เราทำได้ก็ควรทำ เพราะมีอีกหลายทางที่เราช่วยให้เสียงของทุกคนดังขึ้นมาได้ 

 

ไอเดียการแซะเหตุบ้านการเมืองมันโผล่เข้ามาในหัวคุณตอนไหน 

แค่รู้สึกว่าอยากให้มีคนดูคลิปมากขึ้น เลยลองผนวกเอาการเมืองซึ่งเป็นสิ่งที่เราสนใจเข้าไปในการทำอาหาร อย่างคลิปเต้าหู้ผัดพริกเกลืออันนั้นตอนแรกเราไม่ได้ตั้งใจจะทำสิ่งนี้เพื่อมาลงเสียง เราทำตัวนี้แล้วมีฟุตเทจที่เหลืออยู่ ตอนตัดต่อเรารู้สึกว่า เอ๊ะ หรือเราลองพากย์อะไรทับลงไปดีวะ 

คุณใช้อินเนอร์แบบไหนในการทำคลิปแต่ละตัวบ้าง

ใช้ความหิวด้วย (หัวเราะ) และจะมีช่วงที่เราอิหยังวะกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคม เรารู้สึกว่าสามารถเอาเรื่องในข่าวนั้นมา bold เรื่องอะไรก็ไม่รู้ที่มันเกิดขึ้นจริงในสภาหรือว่าในการให้สัมภาษณ์ของนักการเมือง หนึ่ง คือเราจะรู้สึกได้ว่าเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย อาจจะโกรธๆ อยากจับเอาองค์ประกอบนั้นมาใส่ให้คนได้รู้สึกว่าขำไปด้วยและรู้สึกโกรธกับมันไปด้วย ไม่ได้เป็นเชื้อไฟขนาดนั้น แต่อยากทำให้อีพวกข่าวที่ดูไร้สาระเป็นสิ่งที่คนเอ๊ะกับมันว่าอะไรของมึงวะ เขาจะได้เอาไปคิดต่อ หรือเอาประเด็นพวกนี้ไปทำอะไรต่อได้อีก คือให้คนดูรู้สึกอะไรต่อกับมันสักอย่างแต่เคลือบมันไว้ด้วยความขำ

 

ความชอบแซะและจิกกัดของคุณที่พากย์ในคลิปเป็นนิสัยส่วนตัวที่เป็นตัวเองอยู่แล้วหรือเปล่า 

เป็นคนปากร้ายเหรอ (หัวเราะ) คนรอบตัวจะรู้ว่าเราไม่ใช่คนปากร้าย ด่าทอ หรือแซะอะไรขนาดนั้นหรอก เราจะมีระยะห่างว่าจะพูดได้แรงมากแค่ไหน เราจะไม่ใช่คนที่ด่าๆ เราเป็นคนที่มาถกเถียงกันได้ แต่พอเราไปอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตแบบนั้น เราอาจมีตัวตนที่ก่อร่างสร้างตัวมาตั้งแต่ช่วงมัธยมฯ หรือมหา’ลัย ที่กลายมาเป็นคนที่อาจจะเรียกว่านักเลงคีย์บอร์ด (หัวเราะ) 

เราอาจไม่ใช่พี่แขก คำผกา ที่สามารถ live แล้วพูดออกมาผ่านหน้าจอแบบนั้นได้ พอออกหน้าจอเราไม่สามารถเปลี่ยนร่างแล้วพูดได้ขนาดนั้น (หัวเราะ) เราถนัดสื่อสารด้วยการพิมพ์แล้วกลั่นกรองสิ่งที่อยู่ในหัวออกมามากกว่า คนเลยบอกไงว่าเราปากเก่ง เก่งแต่หน้าคอมฯ ก็ไม่เถียง เป็นเรื่องจริง ยอมรับ เพราะต่อหน้าจะประนีประนอม (หัวเราะ)

คุณเสพสื่อแบบไหน ทำไมถึงได้เป็นคนนำเสนออะไรได้จัดจ้านขนาดนี้

ไม่รู้เหมือนกัน ไม่แน่ใจ เป็นเพราะสิ่งที่เสพเหรอ อาจจะนะ เพราะเรามีกลุ่มเพื่อนๆ ที่พูดคุยกันในภาษาแบบนี้ ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ประกอบร่างออกมาเป็นการใช้ภาษาในช่องทางส่วนตัว แต่อย่างหนึ่งที่เรารู้สึกว่ามันหล่อหลอมเราทั้งเรื่องความคิดและวิธีการส่งสารออกไป คือพวกรายการแนว political satire เราชอบดู John Oliver, Bill Maher, Hasan Minhaj และอีกคนคือ Trevor Noah เป็นรายการที่หยิบยกหนึ่งประเด็นมาแล้วเอามาเน้นการเล่าข่าวแล้วใช้พวกมุกแทรกเข้าไป เลยอยากจะทำอะไรแบบนั้นเองบ้าง

 

คุณคิดได้ยังไงว่าช่วงไหนจะแทรกมุก แทรกจังหวะนรก หรือแทรกคลิปข่าวเข้ามาให้คนขำแห้งได้ขนาดนี้ 

มันตลกใช่ไหม (หัวเราะ) ทุกวันนี้พอมีคนมาบอกว่าขำมากพี่ ขำแบบฮ่าๆ เราจะคิดแล้วว่าขำเหรอ อาจเพราะเราอยู่กับตอนตัดนานด้วยมั้ง เลยรู้สึกว่าขำเหรอวะ อย่างตอนที่เราตัดวิดีโอ 1 นาทีเสร็จเรียบร้อย เราจะนั่งพิมพ์สคริปต์นิดหนึ่ง ด้วยความที่ทำงานเขียนมาก่อนบางทีจะเขียนออกมายาวเกิน เลยพูดไม่ทัน จะต้องพูดวนซ้ำอยู่อย่างนั้น บางครั้งก็พูดเกิน 20 ครั้งนะ ก่อนที่จะเอาเสียงลงแล้วสามารถนำมาตัดต่อได้พอดีกัน

ถามว่าทำไมถึงขำ เราไม่รู้ว่ะ อาจเพราะว่าด้วยความที่มันเป็นสองสิ่งที่ดูไม่เข้ากัน พอมาอยู่ด้วยกัน ด้วยองค์ประกอบที่คนรู้สึกว่าเชื่อมโยงได้ พูดเรื่องการเมืองแทรกลงไป แล้วคนเขาก็ดูข่าวการเมืองกันอยู่แล้ว คนอาจยังไม่เคยเห็นการเมืองที่มารวมอยู่กับการทำอาหาร แถมพอการทำอาหารมีแอ็กชั่นของการกระแทกกระทั้น อย่างการสับๆ หรือการตอกไข่ มันใส่อารมณ์เข้าไปด้วยท่าทางของมัน คนเลยอาจรู้สึกว่ามันฮาแบบแห้งๆ อย่างที่บอกกันมา 

คุณใช้เวลาทำคลิปตัวหนึ่งนานแค่ไหน

อย่างคลิปทำไข่ 3 อย่าง อันนั้นทำเร็วมาก เพราะว่าเราเห็นข่าวคนที่เป็น ส.ว.พูดจาแบบอิหยังวะ ตอนนั้นก็แอบขึ้น โมโหเลยนะ (หัวเราะ) มันเป็นเรื่องไร้สาระ แบบอะไรวะเนี่ย เราเลยคิดว่างั้นกูทำเลย พอเลิกงานก็รีบทำ นั่งตัดแล้วก็ลงเลย ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง คลิปนั้นก็มาด้วยความเดือดส่วนตัว ก็เลยออกมาเร็ว 

 

แล้วเลือกฟุตเทจที่เอามาแทรกและแซะยังไง

ระหว่างทางของการถ่ายและทำอาหารเราอาจจะนั่งคิดไปเรื่อยว่าช่วงนี้มีอะไรที่สามารถสอดแทรกมาได้บ้าง หรือถ้าเกิดว่ามันมีเหตุการณ์ที่แทรกเข้ามาในเมนูนี้ไม่ได้ เพราะใส่แล้วดูฝืนๆ ก็พักไว้ก่อน ยอมปล่อยให้ข่าวมันตกไปก่อน แล้วค่อยหาอันใหม่ที่สามารถเสียบหรือแทรกได้ วิธีการก็จะเป็นประมาณนี้ เพราะไม่ได้แพลนขนาดนั้นว่าต้องเฉพาะเจาะจงเอาข่าวแบบไหนมาใส่ในคลิป

จากที่ทำคลิปปรุงอาหารมาพักใหญ่ คนติดตามและรู้สึกเชื่อมโยงกับคลิปของคุณคือใคร

เราไม่ปฏิเสธว่าคนที่มาตามเราคือคนที่ไม่ชอบรัฐบาลชุดนี้แหงๆ เราไม่ปฏิเสธกับการที่เราจะเลือกข้างอย่างชัดเจน ทุกคลิปที่ออกมาเป็นการแซะฝั่งนั้น แต่ว่าคนที่ติดตามก็น่าจะเป็นคนที่คล้ายๆ กัน คิดหรือเชื่อคล้ายกัน อาจอยากแชร์ไปขำหรือแชร์ไปด่าว่าอะไรของมึงเนี่ย แต่ช่วงหลังเริ่มมีคนอีกฝั่งหรือคนที่ชอบรัฐบาลหลุดหลงเข้ามา ก็ดีใจนะที่เขาได้เข้ามา (หัวเราะ) 

เราไม่ได้ตั้งใจทำเพจขึ้นมาเพื่อด่า เราแค่อยากสื่อสารและคุยกับคนที่แนวคิดใกล้ๆ กัน แต่ก็อยากให้ไปถึงคนอีกฝั่งด้วย พอเขาเห็นอาจเอ๊ะในอะไรบางอย่างว่ามันถูกต้องไหม คล้ายเป็นซอฟต์พาวเวอร์บางอย่างในการหาแนวร่วมใหม่ๆ พูดซะยิ่งใหญ่เลย (หัวเราะ)

 

คลิปของคุณดูเหมือนจะทำแบบเล่นๆ แต่เท่าที่เราฟังมันดูจริงจังกว่าที่คิดนะ

เราพยายาม การทำอะไรแบบนี้มันต้องมี agenda แอบแฝงไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามนะ เรารู้สึกว่าการทำสิ่งนี้ออกไปแล้วเริ่มมีคนเข้ามาดูกันเยอะๆ มันก็น่าจะมีแรงอะไรบางอย่างที่สามารถส่งไปเพื่อให้มันกระเพื่อมข้อมูลออกไปบ้าง เราอยากทำคอนเทนต์แนวเสียดสีมานานแล้ว ประจวบกับช่วงโควิดเราต้องทำกับข้าวกินเอง ผสมกับความชอบเข้าไปเลยกลายมาเป็นคลิปเหล่านี้

เราอาจไม่ได้มีพลังมากพอ ไม่ได้คิดว่าฉันจะเป็นนักการเมืองหรือเป็นตัวแทนในระบบสภา แต่ถ้าเราเป็นหน่วยเล็กๆ เท่านี้ แต่มีเครื่องมือสื่อสารและพูดถึงสิ่งที่เราเชื่อ หรือสิ่งที่เราอยากจะให้คนอื่นเห็น แล้วเปลี่ยนไปในทางที่เราอยากให้มันเป็น ไม่ได้ไปบอกนะว่ามันเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี แต่ถ้าเราใช้เครื่องมือแล้วกระจายข้อความออกไปให้คนตระหนักหรือเห็นพ้องต้องกันกับเราได้ว่าสิ่งที่คนนี้มันพูดมันก็ใช่เหมือนกันนี่หว่า เราอาจจะมาทำอะไรร่วมกันได้ ก็น่าจะดี

 

ทำไมคุณถึงสนใจการเมือง

เรารู้สึกว่าการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าถามว่าทำไมสนใจเรื่องการเมือง มันตอบยากเหมือนกัน อาจเป็นช่วงมหาวิทยาลัยมั้งที่ในบางวิชาอาจารย์ให้มานั่งถกเถียงกันเรื่องสังคม ทำให้ได้เห็นว่ามีอีกหลายสิ่งอย่างในสังคม ทั้งในเชิงวัฒนธรรมหรือในเชิงการเมืองภาพใหญ่ที่เราสามารถให้ความเห็นกับมันได้ หรือเราเองก็มีบทบาทที่สามารถเปลี่ยนแปลงมันเพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ เราเลยเริ่มสนใจจริงจังเพราะได้เห็นปัญหาและความอะไรก็ไม่รู้ที่เกิดกับบ้านเมืองมากมาย

 

บนโลกอินเทอร์เน็ต คุณคิดยังไงกับคนที่ไม่เห็นด้วยกับการพูดถึงเรื่องบ้านเมืองผ่านคลิปของคุณ

ถ้าเราต้องการพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นมันทำได้หลายวิธีมาก บางคนอาจไปสุดทางด้วยการเป็นเครื่องด่าทุกอย่าง หรือบางคนอาจเป็นสายหลักการให้ความคิดเห็นแบบวิชาการ หรือบางคนอาจประนีประนอม พร้อมตอบกลับทุกความคิดเห็นจากอีกฟากฝั่ง แต่เรามองว่าการสื่อสารแบบนี้มันเป็นเอกลักษณ์บางอย่าง วิธีแบบนี้มันทำให้คนเห็นปัญหาไปพร้อมกับเห็นความเห็นของคนที่กำลังพูดอยู่ เราไม่ได้ไปยกตัวบทกฎหมายหรือไปยกหลักการวิชาการมาใส่ เราไม่ใช่คนสายนั้น เลยรู้สึกว่าการออกมาพูดอะไรแบบนี้เป็นอีกหนึ่งหนทางในการพูดถึงปัญหา

จากหลายคลิปที่ผ่านมา คุณสนุกกับกระบวนการสร้างคลิปทำอาหารไหม  

สนุกนะ เรากลัวอย่างเดียวคือทำออกมาแล้วเงียบ คนจะไม่มาตามต่อ หรือกลัวไม่ได้ทำเพราะบางทีงานเยอะ เลิกงานก็ไม่อยากมานั่งตัดต่อแล้ว ถ้าทำแล้วก็อยากให้มีคนดู แต่ก็แย่อีกเพราะว่าเราจะทำก็ต่อเมื่อเราอยากทำ ตามใจฉันสุดๆ

 

คุณทำงานสื่อสารมาตลอดเลย การลุกขึ้นมาทำคลิปแบบนี้คุณคาดหวังให้สังคมเราเปลี่ยนไปในทิศทางไหน 

เราอยากเห็นสังคมประชาธิปไตยมากกว่านี้ เราไม่สนใจการที่คนมาด่าเราว่าใช้คำว่าซอฟต์พาวเวอร์แล้วอยากจะไปล้างสมองให้คนมาคิดเหมือนเธออย่างเดียวเหรอ ไม่ๆ เราไม่ได้อยากให้ทุกคนมาคิดเหมือนเราทั้งหมด ในฝั่งของคนที่มีความเห็นไปทางซ้าย เราก็เห็นว่าคนกลุ่มนี้ก็ไม่ได้เห็นพ้องต้องกันไปหมด เราแค่อยากให้สังคมของเราได้ถกเถียงในเรื่องที่ควรถกเถียง ไม่ใช่การมาถกเถียงแค่ว่าเราจะเป็นเผด็จการหรือไม่เผด็จการ หรือว่าเราปล่อยให้อำนาจข้างนอกมาแทรกแซงสภาได้หรือไม่ 

ถ้าหวังกว่านี้คือการเถียงเรื่องพวกนี้จะจบไป แล้วมาคุยกันว่า แล้วสิทธิความเท่าเทียมทางเพศล่ะ หรือสิทธิการครอบครองทรัพยากรที่ทั่วถึงล่ะ ซึ่งเป็นการถกเถียงที่สากลเขาทำกัน เป็นการถกเถียงของฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวา ไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการมาเถียงกัน โอ๊ยยย ปวดหัว ทำไมเราต้องมาคุยกันเรื่องนี้ แต่เราก็ยังคงต้องเถียงกันต่อไปเพราะสังคมเรายังย่ำอยู่ตรงนี้

สิ่งที่หวังก็คือการเถียงกันเรื่องการใช้ชีวิตของคนในภาพที่กว้างต่อจากนี้ การเถียงเรื่องให้มีประชาธิปไตยก็ยังคงเป็นเรื่องที่เราต้องสู้นั่นแหละ เพื่อให้เกิดสังคมที่ทุกคนมีสิทธิมีเสียงพูดได้ แต่ว่ามันก็คงจะดีกว่าถ้าเราไม่ต้องมาอยู่ใน topic เผด็จการ ถ้าในอนาคต คนทุกคนเคารพในเสียงของกันและกัน เราน่าจะได้เถียงกันว่าฉันเห็นทุนนิยมเป็นแบบไหน เราไม่เห็นด้วยกับเรื่องทุนนิยมแบบไหน เราอยากจะให้ไปถึงจุดนั้นสักที แต่ทุกวันนี้เราก็เข้าใจได้ว่าทำไมต้องถกกันเรื่องเผด็จการหรือประชาธิปไตยนะ 

 

แสดงว่าถ้าสังคมเราเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงได้ เราอาจจะได้เห็นคุณทำสื่ออิสระแบบอื่นออกมาใช่ไหม

มีอีกหลายรายการเลยนะที่เราอยากจะเห็นและทำ เราอยากเห็นความหลากหลายของเนื้อหาในไทยเกิดขึ้นเยอะๆ แต่เราไม่อยากเห็นคนที่พูดเรื่องการเมืองแล้วมีคนมาคอมเมนต์ว่าระวังติดคุก เราอยากให้สังคมมองว่าการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องพวกนี้ภายใต้กฎหมายที่เป็นธรรมเป็นเรื่องปกติ ทั้งเรื่องเหตุบ้านการเมืองและการทำงานของรัฐบาลมันเป็นเรื่องที่ทุกคนมีสิทธิพูดได้โดยที่ไม่ควรต้องกลัวเสี่ยงคุก เราไม่ได้ติดใจกับคอมเมนต์แบบนี้นะ แต่เราไม่อยากเห็นเรื่องแบบนี้ถูกเขียนขึ้นมาด้วยความขมขื่นอีกแล้ว มันเป็นสิ่งที่เราควรจะก้าวข้ามกันได้แล้ว เพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่กล้าพูดหรือวิจารณ์อะไรอีกเลย

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)