Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
‘แด่ความผิดพลาด และพังทลาย’ ปีแสง บันทึกชีวิตของดุจดาวในวันที่ร่างกายไม่อยู่ใต้บงการ

‘แด่ความผิดพลาด และพังทลาย’ ปีแสง บันทึกชีวิตของดุจดาวในวันที่ร่างกายไม่อยู่ใต้บงการ

01/11/2019
Reason to read
AUTHOR: คาลิล พิศสุวรรณ
SHARE:

 ปีแสงสู่วันที่ร่างกายไม่อยู่ใต้บงการ

 ความคิดแรกที่ปรากฏขึ้นในหัวเมื่อผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบคือ ‘ไม่มีวันที่ผมจะมีความกล้าได้เท่าดุจดาว’

 เราเคยเจอกันครั้งหนึ่งเป็นการนัดสัมภาษณ์สั้นๆว่าด้วยบทบาทของเธอในฐานะ ‘นักจิตบำบัดด้านการเคลื่อนไหว’ ก่อนหน้าที่จะพูดคุยกันสารภาพตรงๆว่าผมไม่รู้หรอกว่านักจิตบำบัดด้านการเคลื่อนไหวคืออะไรแต่แม้คำอธิบายของดุจดาวในวันนั้นจะช่วยให้ความกระจ่างชัดขึ้นมาบ้างทว่าการสนทนาเพียงสั้นๆก็ไม่เพียงพอต่อการจะเข้าใจตัวตนของผู้ถูกสัมภาษณ์ได้ละเอียดลออนัก

 

 ผมได้ทำความรู้จักตัวตนของดุจดาวอย่างลึกซึ้งจริงๆก็ผ่านหนังสือเล่มนี้

 ‘ปีแสง’ คือบทบันทึกการย้อนกลับไปทบทวนชีวิตที่ผ่านมาของ ดุจดาววัฒนปกรณ์นักจิตบำบัดด้านการเคลื่อนไหวเริ่มตั้งแต่วัยเยาว์กระทั่งถึงเติบใหญ่ดุจดาวเปิดเปลือยตัวตนอย่างถึงที่สุดเพื่อเชื้อเชิญผู้อ่านให้จ้องมองไปยังความเป็นไปของชีวิตที่เวียนซ้ำอยู่ภายใต้วัฏจักรของการเกิดใหม่และการแตกสลาย ‘แด่ความผิดพลาดและพังทลาย‘ ดุจดาวเลือกเปิดคำนำผู้เขียนด้วยคำสารภาพประหนึ่งจะบอกกับเราว่า ‘ใช่เรื่องราวที่คุณจะได้อ่านต่อจากนี้คือความผิดพลาดและพังทลายแต่นี่แหละคือสรรพส่ิงที่ประกอบสร้างฉันขึ้นมา’

 ในวัยเด็กดุจดาวเติบโตในครอบครัวที่จังหวะชีวิตขับเคลื่อนไปอย่างเร่งรีบและคุณย่าที่เคร่งครัดเรื่องระเบียบที่คอยกำกับชีวิตและการเคลื่อนไหวของเธอดุจดาวมีความสัมพันธ์อย่างลุ่มๆดอนๆกับแม่ซ้ำร้าย ‘พ่อ’ มนุษย์เพียงคนเดียวในบ้านที่เด็กหญิงเชื่อมโยงและวางใจ ก็ต้องจากครอบครัวไปทำงานที่ต่างประเทศดุจดาวเติบใหญ่ขึ้นท่ามกลางความโดดเดี่ยว

 เมื่อครอบครัวไม่อาจเป็นที่พักพิงเราอาจเผลอคิดไปว่าอย่างน้อยๆเด็กสาวก็คงจะมีเพื่อนมีครูและมีโรงเรียน เป็นพื้นที่ปลอดภัยทว่าความโชคดีนี้ก็ไม่ได้ปรากฏชัดนักในชีวิตของดุจดาวเพราะแม้ว่าเธอจะเป็นที่รักของเพื่อนๆทว่ากับคุณครูและระบบการศึกษาไทยน่ะเด็กสาวเปรียบประหนึ่งคู่ปรับตัวฉกาจ

 ‘ผมต้องสั้นถามว่าสั้นแค่ไหนก็สั้นเท่าที่ครูพอใจไม่รู้ว่ามันจะมีปัญหาอะไรกับผมที่ยาวกว่าหูมา 2-3 เซนติเมตรถ้าวันไหนไม่ใส่เสื้อทับจะโดนดีดสายเสื้อในคุยกันในห้องก็โดนทำโทษให้ยืนบนเก้าอี้บ้างยืนหน้าห้องบ้างนักเรียนไทยมีชีวิตอยู่ใต้อำนาจของครูบ้าอำนาจที่ใช้อารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้ง แน่นอนครูคงไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกคนหรอกแต่ฉันคงโชคไม่ดีที่เจอแบบนี้ซะเยอะ‘

 

 ย่อหน้านี้ไม่เพียงจะอธิบายลักษณะความสัมพันธ์ที่ดุจดาวมีต่อสถานศึกษาหากยังสะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างของสังคมที่หล่อเลี้ยงเธอขึ้นมาใช่โครงสร้างของสังคมที่ว่าคือโครงสร้างของอำนาจ

 เมื่อเกิดเป็นผู้หญิงโดยเฉพาะผู้หญิงไทยการถูกจัดระเบียบร่างกายคือกระบวนการหนึ่งของการเติบโตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ผมต้องสั้นเสมอติ่งหูต้องสวมเสื้อผ้ามิดชิดกิริยามารยาทต้องนอบน้อมเรือนร่างของผู้หญิงถูกกำหนดให้อยู่ในกรอบอันเคร่งครัดแต่เมื่อมีใครสักคนหวังจะทลายกรอบครูกับกฎระเบียบของโรงเรียนก็พร้อมที่จะทำทุกวิธีเพื่อจะกดให้นักเรียนคนนั้นๆหุบปากและสยบยอมเพียงแต่ดุจดาวกลับไม่ใช่นักเรียนที่พร้อมจะยอมอะไรง่ายๆ

 ชีวิตวัยรุ่นของดุจดาวคือช่วงเวลาแห่งการต่อต้านทั้งต่อครูที่บ้าอำนาจและต่อระบบการศึกษาที่ไม่สมเหตุสมผลเพราะเบื่อหน่ายเหลือเกินแล้วกับการต้องก้มหัวเพื่อแลกกับความสงบหญิงสาวจึงเลือกที่จะเชิดหน้าเพื่อสูดดมสายลมแห่งอิสรภาพที่หอมหวานกว่าเป็นไหนๆหากแม้ในสายตาคนอื่นดุจดาวจะดูแข็งแกร่งและไม่ยอมใครทว่าลึกไปในเรือนกายมันกลับมีก้อนความเจ็บปวดมากมายที่ซุกซ่อนรอการระเบิดอยู่อย่างเงียบๆ

 ‘ตั้งแต่เล็กจนโตฉันมีความรู้สึกลึกๆแผ่กว้างเป็นพื้นในใจอยู่ตลอดว่า ‘ไม่มีใครเข้าใจฉัน” ดุจดาวเขียนเล่าความอ้างว้างในชีวิต

 

 ‘โลกที่ไม่มีใครเข้าใจให้ความรู้สึกเดียวดายเหงาโหวงเหวงแล้วไม่ใช่แค่แม่ที่ไม่สามารถเข้าใจฉันรู้สึกว่าทุกคนไม่เข้าใจฉันซะเลยคนในครอบครัวคนที่โรงเรียนความรู้สึกว้าเหว่ไม่มีใครเคียงข้างเป็นความรู้สึกประจำตัวที่แบกมาจนเป็นนิสัยน่าจะเป็นเหตุที่ทำให้อินกับการเรียนวิชาจิตวิญญาตอนปริญญาเพราะมีโอกาสได้ทำความเข้าใจตัวเองตอบสนองความว้าเหว่ด้วยความรู้ที่มอบให้ตัวเอง‘

 ด้วยชื่นชอบวิชาจิตวิทยาที่ได้เรียนในมหาวิทยาลัยแม้ว่าดุจดาวจะเรียนจบปริญญาตรีด้านวารสารศาสตร์แต่เธอก็ตัดสินใจบินไปเรียนปริญญาโทด้าน dance movement psychotherapy ที่ประเทศอังกฤษเพื่อศึกษาศาสตร์ที่มีหัวใจอยู่ที่การ ‘บำบัด’ เพียงแต่ว่าศาสตร์ของการบำบัดที่ดุจดาวไปเรียนนี้ไม่ได้มีลักษณะของกระบวนการบำบัดอย่างที่เราคุ้นเคยกันกล่าวคือในขณะที่การบำบัดทั่วไปจะให้ความสำคัญกับภาษาพูดผ่านการนั่งคุยเป็นหลักหากนักจิตบำบัดด้านการเคลื่อนไหวจะสนใจ ‘ภาษากาย’ ซึ่งสื่อสารผ่านร่างกายของมนุษย์

 ‘การเรียน dance movement psychotherapy เหมือนกับละครอีกฉากของชีวิตที่ค่อนข้างหนักหน่วงเพราะอุปกรณ์การเรียนที่ต้องใช้ทุกวันคือร่างกายของเราเองปีแรกของการเรียนฉันป่วยทุกเดือนเพราะร่างกายถูกใช้ทำหลายอย่างในกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญคือร่างกายที่สอนให้จูนตรงกับจิตใจอย่างแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆและเพิ่มดีกรีความเซนซิทีฟขึ้นเรื่อยๆใจตัวเองก็ถูกสำรวจทดลองเปิดออกและทบทวน ใจและกายต้องเป็นพื้นที่ที่คุ้นเคยกัน‘

 

 ตั้งแต่เด็กร่างกายของดุจดาวถูกจัดระเบียบให้อยู่ภายใต้วินัยแต่ภายใต้วัฏจักรของการแตกสลายและการเกิดใหม่ไม่ได้มีเพียงแต่จิตใจที่ได้รับการบำบัดรักษาหากร่างกายของดุจดาวที่ครั้งหนึ่งเคยแข็งขืนต่อโซ่ตรวนหนาก็ค่อยๆถูกปลดปล่อยเป็นอิสระกระทั่งวันหนึ่งร่างกายนี้จึงไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจใดๆอีกต่อไป

 หญิงสาวได้โบยบินสู่เสรีภาพอีกครั้งและครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อการต่อต้านอะไรหากคือการเคลื่อนไหวร่างกายได้โดยไม่ถูกคาดหวังเคลื่อนไหวเพื่อให้ร่างกายและจิตใจเชื่อมถึงกันเคลื่อนไหวอย่างที่ตัวเองจะรู้สึกสบายใจ

 ‘…ที่ผ่านมาฉันเคยอธิษฐานให้ได้เจอคนรักที่สามารถโอบกอดฉันได้ในวันที่ฉันสวยที่สุดและน่าเกลียดที่สุดและถ้าวันนี้ฉันยังไม่สามารถโอบกอดชิ้นส่วนที่ผุพังที่สุดของตัวได้คนอื่นจะรู้วิธีโอบกอดมันได้อย่างไร…’

 

 ปีแสงจึงไม่ได้เป็นเพียงหนังสือที่เปิดเปลือยชีวิตของดุจดาวอย่างละเอียดชนิดที่ผมเองก็อดทึ่งในความกล้าหาญนี้ไม่ได้หากหนังสือเล่มนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดุจดาวมีต่อร่างกายจากเรือนกายที่เคยเชื่องเชื่อต่ออำนาจสู่ร่างกายที่แข็งขืนต่อต้านหากแล้วก็พังทลายจวบจนกระทั่งวันหนึ่งหญิงสาวจึงได้ฟื้นคืนขึ้นใหม่มีอำนาจที่จะควบคุมเข้าใจและตระกองกอดเรือนร่างของตัวเองได้อย่างเต็มสองแขน

 สำหรับผมปีแสง จึงเป็นบันทึกการเดินทางอันยาวไกลของดุจดาวจากวันแรกที่ร่างกายไม่อาจเป็นของเธอได้สู่ปัจจุบันที่ร่างกายของเธอไม่อาจเป็นของใครอื่นเว้นแต่เพียงตัวดุจดาวเอง

 

Tags:ปีแสง ดุจดาวdance movement psychotherapyอัตชีวประวัตินักจิตบำบัดด้านการเคลื่อนไหวa bookดุจดาว วัฒนปกรณ์นักจิตบำบัดบำบัดreason to readหนังสือปีแสง
Share :
Author
คาลิล พิศสุวรรณ
Photographer
-
ไกลกะลา : บทบันทึกชีวิตที่ก้าวพ้นไปจากกะลาของเบเนดิกท์ แอนเดอร์สัน
Reason to readไกลกะลา : บทบันทึกชีวิตที่ก้าวพ้นไปจากกะลาของเบเนดิกท์ แอนเดอร์สันนักเขียน : คาลิล พิศสุวรรณ
เมื่อโลกมืดมนกว่าที่คิด ‘Things We Lost in the Fire’ รวมเรื่องสั้นสุดมืดมิดจากอาร์เจนตินา
Reason to readเมื่อโลกมืดมนกว่าที่คิด ‘Things We Lost in the Fire’ รวมเรื่องสั้นสุดมืดมิดจากอาร์เจนตินานักเขียน : คาลิล พิศสุวรรณ
‘สวนสัตว์กระดาษและเรื่องสั้นอื่นๆ’ เพราะเป็นอื่นจึงเจ็บปวด
Culture & Entertainment‘สวนสัตว์กระดาษและเรื่องสั้นอื่นๆ’ เพราะเป็นอื่นจึงเจ็บปวดนักเขียน : คาลิล พิศสุวรรณ