ใครที่เคยดูLove, Death & Robotซีรีส์แอนิเมชั่นทาง Netflix คงจะคุ้นเคยกับแอนิเมชั่นความยาว 17 นาทีเรื่องGood Huntingที่เล่าเรื่องของเด็กหนุ่มนักล่าปีศาจซึ่งอยู่ๆก็ไปผูกพันกับปีศาจสาวตนหนึ่งรู้ไหมครับว่าแอนิเมชั่นเรื่องนี้จริงๆแล้วถูกดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งในสวนสัตว์กระดาษและเรื่องสั้นอื่นๆหนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มนี้แหละครับ
สวนสัตว์กระดาษและเรื่องสั้นอื่นๆเป็นผลงานของ Ken Liu นักเขียนชาวจีน–อเมริกันที่นับว่าโด่งดังสุดๆเพราะเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ได้ไปคว้ารางวัลใหญ่ๆของโลกวรรณกรรมมาถึง 3 เวทีด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Hugo Award, Nebula Award และ World Fantasy Award แน่นอนครับว่าชื่อของรางวัลที่ห้อยท้ายหนังสือเล่มนี้ย่อมส่งผลให้มันน่าสนใจในทันทีก่อนที่จะได้อ่านด้วยซ้ำแต่พ้นไปจากเสียงชื่นชมและจำนวนรางวัลผมพบว่า สวนสัตว์กระดาษและเรื่องสั้นอื่นๆเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่อุดมไปด้วยรสชาติอันหลากหลายดีทีเดียวไม่ว่าจะเป็นไซไฟสัจนิยมมหัศจรรย์หรือสืบสวนอาชญากรรมรสชาติเหล่านี้ล้วนปรากฏผ่านเรื่องสั้นต่างๆในหนังสือเล่มนี้ จนยากที่จะคาดเดาว่าหลังจากที่อ่านเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งจบเรื่องถัดไปที่รอคอยเราอยู่จะเป็นเรื่องสั้นแนวไหน
ในแง่หนึ่งเราอาจกล่าวได้ว่าเป็นพรสวรรค์ของหลิวก็คงไม่ผิดเพราะไม่เพียงเรื่องสั้นแต่ละเรื่องจะฉีกขาดรสชาติจากเรื่องสั้นอื่นๆอย่างชัดเจนชนิดที่หากจะบอกว่าเรื่องสั้นทุกๆเรื่องล้วนเขียนขึ้นจากนักเขียนคนละคนกันก็คงจะเชื่อได้ไม่ยากแต่ในขณะที่หนังสือเล่มนี้อัดแน่นด้วยรสชาติอันหลากหลายก็ไม่ได้แปลว่านักอ่านจะสามารถเชื่อมโยงได้กับเรื่องสั้นทุกๆเรื่องในระดับใกล้เคียงกันทั้งหมดกล่าวคือแม้ผมจะชื่นชอบเรื่องสั้นแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ในหนังสือเล่มนี้มากแค่ไหนทว่าพอเป็นเรื่องสั้นแนวไซไฟผมกลับพบว่าตัวเองมีปัญหาต่อการคิดภาพและจินตนาการตามโดยทันทีจะบอกว่าเป็นปัญหาของหนังสือก็คงไม่ใช่เพียงแต่เป็นเพราะประสบการณ์ของผมเองมากกว่าที่ไม่ได้คุ้นเคยกับการอ่านนวนิยายแนวไซไฟนักเมื่อเทียบกับงานเขียนแนวสัจนิยมมหัศจรรย์หรือเมื่อเรื่องสั้นแต่ละเรื่องฉีก genre จากกันโดยชัดเจนกว่าที่เราจะจูนติดกับเรื่องสั้นแต่ละเรื่องจึงอาจต้องอาศัยเวลาอยู่สักหน่อย
ประเด็นหนึ่งที่ผมสนใจในหนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มนี้คือเรื่องของ ‘ความเป็นอื่น’ ด้วยความที่หลิวเกิดในประเทศจีนและมีชีวิตในช่วงวัยเด็กที่นั่นแต่แล้วเมื่อเขาต้องเดินทางมาสหรัฐพร้อมครอบครัวนั่นจึงทำให้เขารับรู้ถึงความแตกต่างในฐานะคนนอกที่ต้องมาดำเนินชีวิตในอีกประเทศหนึ่งที่ไม่ใช่บ้านเกิดของเขาเรื่องสั้นเรื่องสวนสัตว์กระดาษคือตัวอย่างอันชัดเจนต่อประเด็นนี้ หลิวถ่ายทอดชีวิตของ ‘แจ็ค’ ชายหนุ่มลูกครึ่งจีน–อเมริกันในวัยเยาว์ของเขาแม่ชาวจีนผู้ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วมักจะพับกระดาษเป็นสัตว์ชนิดต่างๆแล้วเป่าลมหายใจเข้าไปเพื่อให้สัตว์กระดาษมีชีวิตจิตใจกระโดดโลดเต้นได้ตามที่ใจต้องการแจ็คหลงรักมนตร์วิเศษของแม่พอๆกับที่เขาหลงใหลในสัตว์กระดาษและด้วยความที่แจ็คในวัยเด็กไม่ค่อยจะมีเพื่อนมากสัตว์ต่างๆนี้จึงเป็นเสมือนเพื่อนเพียงกลุ่มเดียวที่เขามี
แต่แล้วในระหว่างการเติบโตแจ็คก็ค่อยๆรับรู้ถึงตัวตนที่แตกต่างของเขาในฐานะลูกครึ่งและตัวตนของแม่ในฐานะชาวจีนอพยพเพราะไม่เพียงแต่แม่ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เท่านั้นแต่เธอยังเอาแต่ทำอาหารจีนให้เขาทานไม่เคยมีเลยสักครั้งที่แม่จะทำอาหารตะวันตกอย่างที่คนอื่นๆเขากินกันแจ็คค่อยๆตั้งคำถามต่อความเป็นตัวเองและความเป็นอื่นที่มองเห็นในตัวแม่ของเขาเรื่อยๆเขาเริ่มจะเรียกร้องให้แม่ทำอาหารอเมริกันบังคับให้แม่ต้องสื่อสารกับเขาเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นนั่นทำให้แม่หม่นเศร้าลงทุกวันความเป็นจีนกลายเป็นสิ่งที่แจ็คชิงชังพอๆกับที่สัตว์กระดาษเองก็ค่อยๆหล่นหายไปจากความทรงจำและถูกหลงลืมไปในที่สุด

ผ่านเรื่องสั้นนี้เองหลิวได้สะท้อนให้เห็นซึ่งบาดแผลที่กัดกินตัวแจ็คอยู่ตลอดเพียงเพราะเขาถูกรับรู้ว่า ‘เป็นอื่น’ เพราะเขาเป็นชายหนุ่มเอเชียไม่ใช่อเมริกันผิวขาวอย่างคนส่วนใหญ่ในประเทศที่เขาอาศัยอยู่ทำให้แจ็ครับรู้ต่อตัวเขาเองในสถานะของเบี้ยล่างที่ถูกกระทำอยู่ตลอดเวลาสวนสัตว์กระดาษผลักประเด็นความเป็นอื่นให้ซับซ้อนยิ่งขึ้นด้วยการสอดแทรกแง่มุม ‘อำนาจทางเพศ’ ลงไปในเรื่องสั้นนี้ด้วยการที่แจ็คเองก็ต้องการพิสูจน์ความแข็งแกร่งและเหนือกว่าของตนแต่เมื่อสังคมรอบๆตัวมีแต่จะกดทับให้เขาจมอยู่ภายใต้นิยามของความด้อยกว่าแค่เพราะเขาเป็นลูกครึ่งจีนจึงมีเพียงแม่ที่เป็นจีนแท้ๆเท่านั้นที่แจ็คจะสามารถแสดงสถานะอันเหนือกว่าได้เพราะสำหรับแจ็คแล้วลูกครึ่งจีน–อเมริกันที่พูดภาษาอังกฤษได้ก็ยังดีกว่าจีนแท้ๆที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาอื่นได้เลย
ตรงนี้เองครับหากเรามองว่าสิ่งที่หลิวต้องการจะสะท้อนให้เห็นไปพร้อมๆกับความแตกต่างทางวัฒนธรรมคือ ภาระอันไม่จำเป็นของเพศชายที่ต้องคอยพิสูจน์ว่าตัวเองเหนือกว่าอยู่เสมอพวกเขาจำเป็นต้องแสดงให้คนอื่นเห็นว่ามีจิตใจที่เข้มแข็งและพึ่งพาได้ในขณะเดียวกันก็มองว่าการมีหัวใจที่ละเอียดอ่อนนั้นเป็นเรื่องของผู้หญิงที่แสดงถึงความอ่อนแอซึ่งไม่จำเป็นกับพวกเขาแจ็คเองก็ติดอยู่ภายใต้กับดักนี้และเมื่อเขาล้มเหลวที่จะพิสูจน์ความเป็นชายให้กับคนอื่นๆได้รับรู้จึงมีแต่แม่ผู้อ่อนไหวของเขาเท่านั้นที่ได้กลายเป็นวัตถุรองรับอำนาจของเพศชายเพื่อตอบสนองและปลอบประโลมว่าอย่างน้อยๆเขาก็ไม่ได้พ่ายแพ้ไปเสียทั้งหมดอย่างน้อยๆก็ไม่ใช่ทุกสนามของชีวิตที่เขาจะรู้สึกไร้ทางสู้เพราะอย่างน้อยก็ยังมีสนามที่ชื่อว่า ‘อำนาจของเพศชาย’
ค่านิยมตะวันตกบดบังแจ็คให้มองไม่เห็นคุณค่าของผู้หญิงคุณค่าของแม่และคุณค่าของตะวันออกและจริงๆแล้วอาจไม่ใช่แค่แจ็คหรอกครับที่ติดกับอยู่ในทัศนคติเช่นนี้เพราะก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมที่เราอยู่กันนี้บ่อยครั้งก็มักจะยกย่องความเข้มแข็งว่าคือคุณค่าและน้ำตาคือความพ่ายแพ้การมีอารมณ์ความรู้สึกเป็นเรื่องของคนอ่อนแอซึ่งถึงที่สุดแล้วมันก็มีแต่จะสร้างบาดแผลให้กันอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเฉกเช่นเดียวกับที่แจ็คกระทำต่อแม่ของเขา





