Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
มีในเมษายน ซอลในกรกฎาคม : สังคมที่ความหลากหลายกลายเป็นสิ่งที่รัฐเกลียดชัง

มีในเมษายน ซอลในกรกฎาคม : สังคมที่ความหลากหลายกลายเป็นสิ่งที่รัฐเกลียดชัง

16/12/2019
Reason to read
AUTHOR: คาลิล พิศสุวรรณ
SHARE:

 ประจวบเหมาะว่าวันที่ผมได้รับหนังสือเล่มนี้อุณหภูมิประเทศไทยเริ่มลดลงต่ำและแม้ว่าท้องฟ้าในวันนั้นจะโล่งโปร่งสวนทางกับอารมณ์หน่วงๆซึมๆของเรื่องสั้นทั้ง 7 เรื่องในเล่มทว่านั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกขณะอ่าน ‘มีในเมษายนซอลในกรกฎาคม’ สุขสว่างขึ้นแต่อย่างใด

 อย่าเพิ่งคิดว่าหนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มนี้จะมืดหม่นขนาดนั้นเพียงแต่เพราะเรื่องสั้นทั้งหมดในเล่มได้ทำหน้าที่ของมันอย่างถึงพร้อมต่อการดึงดูดให้นักอ่านคนหนึ่งได้หลงลืมอากาศดีๆตรงหน้าและอันตรธานหายไปสู่พื้นที่อื่นจมหายไปในโลกใบอื่นที่เผอิญว่าโลกใบอื่นที่ว่าคือประเทศเกาหลีใต้

 

 ด้วยความที่ไว้วางใจรสนิยมการเลือกหนังสือของไจไจบุ๊คส์เป็นทุนเดิมการกลับมาอีกครั้งของสำนักพิมพ์นี้พร้อมหนังสือเล่มใหม่ในรอบปีจึงอดไม่ได้ที่จะคาดหวังเพราะหลังจากที่พวกเขาเคยพาเราไปตั้งคำถามกับความเป็นไปได้หลังความตายมาแล้วในSum: สี่สิบเรื่องเล่าหลังความตายสัมผัสความวิปริตเยียบเย็นของผู้คนในเมืองเล็กๆของญี่ปุ่นผ่านRevengeหรือกระทั่งแนะนำให้เราได้รู้จักกับเหล่าแม่ๆที่คลอดลูกเป็นสิงสาราสัตว์ในWith Animal

 มาคราวนี้ไจไจบุ๊คส์ได้พาเราไปรู้จักกับสังคมเกาหลีทั้งในอดีตและปัจจุบันผ่านเรื่องสั้น 7 เรื่องที่พวกเขาคัดสรรจากKoreana นิตยสารรายสามเดือนที่ครอบคลุมเนื้อหาอันหลากหลายของศิลปวัฒนธรรมแฟชั่นและวรรณกรรมเกาหลี

 

 ทั้งนี้ชื่อของหนังสือเล่มนี้เป็นเพียงชื่อหนึ่งของเรื่องสั้นที่ปรากฏในเล่มโดยที่เรื่องสั้นแต่ละเรื่องที่คัดสรรมาก็ล้วนมาจากนักเขียนต่างคนเรื่องสั้นทั้ง 7 ไม่ได้ข้องเกี่ยวกันและต่างก็บอกเล่าชีวิตของตัวละครที่ประสบพบเจอกับเหตุการณ์ที่กระจัดกระจายกันไปทว่าภายใต้ความไม่เชื่อมต่อกันของแต่ละเรื่องสั้นผมกลับรู้สึกว่าเรื่องราวทั้ง 7 คล้ายจะเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด

 แน่นอนว่าเรื่องสั้นทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นในเกาหลีแต่พ้นไปจากจุดนี้ประเด็นที่เป็นจุดร่วมของ มีในเมษายนซอลในกรกฎาคมคือเรื่องราวชีวิตของคนสามัญธรรมดาที่ไม่ได้มีความสลักสำคัญในเรื่องสั้นหนึ่งเราอ่านเรื่องราวของเพื่อนสนิทคู่หนึ่งที่เกิดนึกครึ้มอยากแต่งชุดทหารไปกินเหล้าในเรื่องสั้นอีกเรื่องเราได้รู้จักกับนักศึกษาสาวที่เป็นกังวลเสียเหลือเกินกับการต้องเข้าไปใช้บริการร้านสะดวกซื้อในแต่ละทีหรือกระทั่งการได้เฝ้ามองการทบทวนชีวิตที่ผ่านมาของสตรีเกาหลีวัยกลางคนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นนักแสดงภาพยนตร์พูดให้ชัดขึ้นคือเรื่องสั้นเกือบทั้งหมดให้ความสนใจกับฉากชีวิตประจำวันและกิจกรรมสามัญธรรมดา

 จะยกเว้นก็แต่เรื่อง ‘เมื่อเคียวเห่า’ เรื่องสั้นแรกของเล่มที่อาจไม่สอดคล้องกับเรื่องสั้นอื่นๆอย่างชัดเจนนักเพราะท้องเรื่องของมันคือเกาหลีสมัยอดีต

 

 โดยส่วนตัว ‘ทุกคนชอบเกิลส์เจเนอเรชั่น’ คือเรื่องสั้นที่ประทับใจที่สุดในเล่มมันเล่าเรื่องของพนักงานออฟฟิศหนุ่มธรรมดาๆคนหนึ่งที่ดันนัดเดตกับสาวในวันที่โซลเป็นเจ้าภาพจัดงานสุดยอดผู้นำโลก G20 แต่แล้วเดตง่ายๆก็กลับกลายเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้นเมื่ออยู่ๆสาวเจ้าก็โทรมาบอกเขาว่าติดงานด่วนขอเลื่อนนัดเป็นวันอื่นได้ไหม

 แต่ด้วยความที่จองร้านอาหารหรูไปแล้วชายหนุ่มเลยดึงดันขอให้เธอมาให้ได้โดยไม่รู้เลยว่าในระหว่างที่รอหญิงสาวอยู่นั้นเขาต้องเผชิญเหตุการณ์ข้าศึกบุกครั้งใหญ่ซึ่งข้าศึกที่ว่านี้ก็ไม่ใช่ทหารเกาหลีเหนือหรือนักฆ่าจากประเทศไหนแต่คือข้าศึกที่บุกมาจากลำไส้พูดง่ายๆคืออุจจาระนั่นแหละครับ

 ผมขอนุญาตไม่เล่าว่าเกิลส์เจเนอเรชั่นกับสถานการณ์ข้าศึกบุกมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังไงบอกได้แค่ว่าแสบสันและกวนตีนอยู่ไม่น้อยทีเดียว

 

 อีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ‘ฉันไปร้านสะดวกซื้อ’ ที่เล่าเรื่องของหญิงสาววัยมหา’ลัยซึ่งมีหอพักอยู่ใกล้ๆกับมินิมาร์ตสามร้านชีวิตของเธอก็ไม่ต่างกับวัยรุ่นทั่วๆไปที่พึ่งพิงร้านสะดวกซื้อเป็นดั่งคำตอบสุดท้ายในทุกๆเหตุการณ์ไม่ว่าจะหิวโทรศัพท์แบตฯหมดหรือประจำเดือนมาขอเพียงแค่ก้าวเข้าร้านสะดวกซื้อสารพัดความวุ่นวายในชีวิตก็คล้ายจะมีทางออกขึ้นมาปัญหาดันอยู่ที่ว่าการเข้ามินิมาร์ตของหญิงสาวคนนี้กลับไม่ใช่เรื่องง่ายดายอย่างที่ควรจะเป็นน่ะสิเพราะในมินิมาร์ตร้านหนึ่งก็ดันมีพนักงานขี้เต๊าะที่คอยแต่จะละลาบละล้วงข้อมูลส่วนตัวพอเปลี่ยนไปอีกร้านเจ๊เจ้าของร้านก็มีหน้าตาบูดบึ้งไม่เป็นมิตรเสียอีกสุดท้ายเลยเหลือมินิมาร์ตอยู่ร้านเดียวที่พอจะเข้าได้

 แต่ทีนี้พอเข้าร้านสะดวกซื้อเดิมซ้ำๆหญิงสาวก็เริ่มหวาดระแวงว่าผ่านการเจอกันทุกๆวันระหว่างเธอกับพนักงานแคชเชียร์ของร้านสินค้าชิ้นต่างๆที่ซื้อจะเท่ากับเป็นการเปิดเผยพฤติกรรมและวิถีชีวิตส่วนตัวเกินไปหรือเปล่า

 เรื่องสั้นทั้งสองเรื่องที่ยกมานี้มีความเชื่อมโยงกันอย่างน่าสนใจในแง่ที่มันสะท้อนให้เห็นสภาพของสังคมสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนอยู่ภายใต้ระบบทุนนิยม

 ใน‘ทุกคนชอบเกิลส์เจเนอเรชั่น’ชายหนุ่มไม่เพียงจะมีฐานะเป็นแรงงานตัวเล็กๆคนหนึ่งที่ซึ่ง ‘กิจกรรมหลังเลิกงาน’ ผูกติดมากับมูลค่าการจองร้านอาหารเองก็มีมูลค่า (ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายหรือเวลา) เช่นนี้แล้วเงื่อนไขจริงๆที่ทำให้ชายหนุ่มรบเร้าจะให้หญิงสาวมาให้ได้จึงไม่ใช่อารมณ์ความรู้สึกหรือเพราะเขาอยากเจอหญิงสาวแต่อยู่ภายใต้ตรรกะของการคำนวณทุนและมูลค่าที่ต้องสูญเสียไปถ้าหากการนัดเดตครั้งนี้ล้มเหลว

 

 ในส่วนของ ‘ฉันไปร้านสะดวกซื้อ’ หากลองพิจารณาพื้นที่ของเรื่องสั้นนี้ที่ดำเนินผ่านกิจวัตรซ้ำๆของตัวเอกนั่นคือการเข้ามินิมาร์ตคำถามที่น่าสนใจอาจเป็นว่าทำไมการเข้าไปใช้บริการพื้นที่เดิมซ้ำๆถึงไม่สามารถสร้างความไว้วางใจให้กันได้ทำไมเราถึงไม่รู้สึกเชื่อใจพนักงานมินิมาร์ตที่พบเจอกันทุกวันหรือมีเงื่อนไขอะไรที่ทำให้การพัฒนาความสัมพันธ์ของผู้คนในเมืองจึงเป็นเรื่องยากผมคิดว่าการจะตอบคำถามนี้ได้จำเป็นต้องพึ่งพาบริบทที่รัดกุมพอเพียงแต่หากว่ากันอย่างหลวมๆเงื่อนไขของชีวิตสมัยใหม่คือการปฏิสัมพันธ์กันอย่างรวดเร็วและหละหลวมโดยเฉพาะในพื้นที่อย่างมินิมาร์ตที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ร้านสะดวกซื้อ’

 สะดวกที่มีความหมายว่าง่ายสะดวกและคล่องแคล่วหากลองทาบบริบทของความเป็นเมืองเข้าไปเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่เพียงแต่มินิมาร์ตจะตอบสนองต่อวิถีชีวิตของคนเมืองที่เร่งรีบเท่านั้นแต่พื้นที่แห่งนี้ยังจำกัดลักษณะการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนซื้อ–คนขายให้สั้นกระชับและเสียเวลาน้อยที่สุด

 การติดป้ายราคาสินค้าคือการที่เราไม่ต้องคอยถามราคากับพนักงานหรือการออกแบบจุดชำระเงินเป็นซองเล็กๆไว้สำหรับต่อแถวก็คือการจัดระเบียบพฤติกรรมของคนซื้อให้เรียบร้อยและควบคุมได้ง่ายที่สุดความรวดเร็วในมินิมาร์ตยังถูกกำกับอยู่ด้วยตรรกะของการสะสมทุนนั่นคือทำอย่างไรให้ได้เงินเร็วที่สุดภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุดด้วยเหตุนี้ปฏิสัมพันธ์ในร้านสะดวกซื้อระหว่างผู้ซื้อ–ผู้ขายจึงไม่อาจพัฒนาไปสู่ความสนิทสนมได้นั่นเพราะในความคิดของทุนความสนิทสนมจะเท่ากับการเสียเวลาซึ่งการเสียเวลาก็เท่ากับการสะสมทุนได้น้อยลง

 มินิมาร์ตจึงเป็นพื้นที่ของการซื้อ–ขายอย่างแปลกแยกและเร่งรีบนั่นเพราะพฤติกรรมเช่นนี้จะสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับนายทุนนั่นเอง

 

 หนึ่งประเด็นร่วมของเรื่องสั้นต่างๆในมีในเมษายนซอลในกรกฎาคมคือการแสดงให้เห็นถึงมิติทางการเมืองที่มีอิทธิพลกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันในตอน ‘ทุกคนชอบเกิลส์เจเนอเรชั่น’ แผนเดตของพนักงานออฟฟิศหนุ่มไม่เพียงจะได้รับผลกระทบจากงาน G20 แต่เรื่องสั้นนี้ยังสะท้อนให้เห็นโครงสร้างของเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปภายใต้การประชุมสุดยอดผู้นำที่แม้ในแง่หนึ่งถือเป็นหน้าตาของประเทศแต่กับคนตัวเล็กๆที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ชีวิตประจำวันของพวกเขาที่อาจเคยมีแบบแผนชัดเจนกลับต้องปรับเปลี่ยนและวุ่นวายขึ้นชั่วคราวโดยที่รัฐบาลเองก็ไม่เคยตระหนักสนใจ

 เสียงของประชาชนไม่เคยจะส่งถึงรัฐบาลแต่แม้ว่าเรื่องเศร้านี้จะมีฉากหลังเป็นเกาหลีใต้หากความคล้ายคลึงกันนี้กลับคือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับประชาชนทั่วโลก

 หรือในเรื่องสั้น ‘โรงแรมพลาซ่า’ ที่เล่าถึงชีวิตของชายวัยกลางคนกับภรรยาที่ใช้เวลาในวันหยุดไปกับการพักผ่อนในโรงแรมกลางเมืองวันหยุดที่ถูกใช้จ่ายไปอย่างน่าเบื่อหน่ายทว่าเรื่องสั้นนี้กลับเปิดเผยเรื่องราวในวัยหนุ่มของชายคนนี้ว่าครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยเป็นนักศึกษาประท้วงขับไล่รัฐบาลประโยคหนึ่งในเรื่องสั้นนี้ที่กล่าวว่า “ถ้าพวกเราอายุมากขึ้นเราจะเป็นเหมือนคนพวกนั้นไหมนะคนที่สุดท้ายลงเอยกลายเป็นเพียงผู้ชมที่ได้แต่มองมาอย่างนิ่งๆแล้วพูดว่าฉันเองก็เคยเข้าร่วมประท้วงเมื่อสมัยก่อนตอนที่ยังไม่รู้ประสีประสา” สะท้อนความเป็นไปของชีวิตภายใต้สังคมทุนนิยมได้เป็นอย่างดีนั่นคือการที่ตัวตนและความมุ่งมั่นในช่วงอายุหนึ่งจะค่อยๆถูกกลืนกินผ่านเวลาที่ผันไปเปลี่ยนแปลงตัวเขาให้เป็นแรงงานไร้ชีวิตไร้ความรู้สึกนึกคิดและไร้หัวจิตหัวใจ

 การพูดอย่างนี้อาจฟังดูสุดโต่งอยู่บ้างแต่หากลองคิดว่าผู้ใหญ่รอบๆตัวเราหรือกระทั่งตัวเราเองในทุกวันนี้ก็อาจมีส่วนเสี้ยวเล็กๆที่ไม่ต่างอะไรจากชายวัยกลางคนผู้นี้ครั้งหนึ่งเราอาจเคยขบถโกรธเกรี้ยวและต่อต้านระบบอย่างเต็มที่ทว่าถึงที่สุดแล้วสังคมสมัยใหม่ก็จะทุบตีตัวตนนั้นของเราจนแตกร้าวล่มสลาย

 

 มีในเมษายนซอลในกรกฎาคม จึงคือหนังสือรวมเรื่องสั้นที่ภายใต้ฉากชีวิตของตัวละครที่แสนธรรมดาสามัญกลับคือความเป็นไปของชีวิตในสังคมสมัยใหม่ที่ไม่เคยง่าย

 สังคมที่สีสันของมนุษย์กลับคือความจืดชืดซังกะตายสังคมที่ความหลากหลายกลายเป็นสิ่งที่รัฐเกลียดชัง

Tags:หนังสือreason to readเรื่องสั้นมีในเมษายน ซอลในกรกฎาคมMi in April Sol in Julyไจไจbooks
Share :
Author
คาลิล พิศสุวรรณ
Photographer
-
Marriage Story ชีวิตคู่ที่ไปต่อไม่ได้ กับการล่มสลายของความรัก?
Now ShowingMarriage Story ชีวิตคู่ที่ไปต่อไม่ได้ กับการล่มสลายของความรัก?นักเขียน : คาลิล พิศสุวรรณ
‘สถานการณ์ยังเป็นปกติ’ 8 เรื่องสั้นไม่ปกติ ที่ชวนตั้งคำถามถึงสภาวการณ์ปกติ
Reason to read‘สถานการณ์ยังเป็นปกติ’ 8 เรื่องสั้นไม่ปกติ ที่ชวนตั้งคำถามถึงสภาวการณ์ปกตินักเขียน : คาลิล พิศสุวรรณ
เมื่อโลกมืดมนกว่าที่คิด ‘Things We Lost in the Fire’ รวมเรื่องสั้นสุดมืดมิดจากอาร์เจนตินา
Reason to readเมื่อโลกมืดมนกว่าที่คิด ‘Things We Lost in the Fire’ รวมเรื่องสั้นสุดมืดมิดจากอาร์เจนตินานักเขียน : คาลิล พิศสุวรรณ