Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

‘เริ่มทำปกก่อนเนื้อหา’ ว่าด้วยแนวทาง transformation ของวงการนิตยสารโลก

Highlights

  • ปี 2018 เป็นปีแห่ง Transformation สำหรับวงการนิตยสารโลก โดยมีคำถามสำคัญว่า ทำไมไม่ลองทำนิตยสารแบบกลับหัวกลับหาง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เริ่มทำปกก่อนเนื้อหานั่นเอง

transformation ฟังดูผิวเผินอาจไม่ใช่ศัพท์ที่เกี่ยวข้องใดๆ กับนิตยสารแม้แต่น้อย แต่ถ้าพูดถึงหนังสือ หรือภาพยนตร์ sci-fi สักเล่มก็ไม่แน่ แต่ปี 2018 กลับเป็นปีแห่ง transformation สำหรับวงการนิตยสาร ทั้งนิตยสารกระแสหลักและนิตยสารอินดี้ทั้งหลาย ในปีหนึ่งๆ มีงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวงการนิตยสารโลกอยู่ไม่กี่ที่ อาทิ Distripress, Stack Award, Modern Magazine Conference แนวทางที่ทั้งสามงานเดินไปในทิศทางที่คล้ายคลึงกัน คือการให้ความสำคัญกับการ transformation การกลับหัวกลับหางในการทำนิตยสารออกมาสักเล่ม และเริ่มมีการกระตุ้นให้คิดกลับทางจากในสิ่งที่เคยทำดั้งเดิม

ในอดีต และอาจจะยังคงเป็นอยู่ในปัจจุบัน นิตยสารหนึ่งเล่มจะมีลำดับขั้นตอนการทำงานที่เรียงเป็นลำดับ เกือบทั้งหมดเริ่มต้นจากการทำเนื้อหา ออกแบบปก และสุดท้ายคือการทำปกนิตยสารหลังจากทุกอย่างขึ้นรูปชัดเจนแล้ว ทั้งสามงานมีการอภิปรายไปในทิศทางคล้ายคลึงกันนั่นคือ ทำไมเราไม่เริ่มทำนิตยสารจากการทำปกก่อนล่ะ

Jeff Taylor ผู้ก่อตั้งนิตยสาร Courier จากลอนดอน พูดในงาน Modern Magazine Conference 2018 ที่ Hall for Cornwall กลางกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า

ท่ามกลางความถดถอยของสื่อสิ่งพิมพ์ สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือการเบนความสนใจของคนอ่าน ดังนั้นเราต้องออกไปพบคนอ่าน และทางหนึ่งที่ดีที่สุดที่จะให้โอกาสตัวเองได้ดีที่สุดคือการมีปกที่โดดเด่น และที่ Courier เราคิดเรื่องปกกันแบบ f..king hard เราพยายามออกแบบปกตลอดจนเลย์เอาต์ของทั้งเล่มเพื่อเจาะกลุ่มคนที่อ่านหนังสือน้อย (Design for people who don’t read much.)

Ian Birch ผู้เขียนหนังสือ Uncovered: Revolutionary Magazine Covers และ Olivia Ahmad บรรณาธิการ Varoom Magazine ได้พูดถึงการออกแบบปกว่า ปกเปรียบดั่งดวงตาที่เป็นหน้าต่างของหัวใจ ทำไมเราจึงไม่ทุ่มเทเวลา กำลัง และทรัพยากรทั้งหมดเพื่อการทำปกดีๆ ออกมา ปกที่ง่ายต่อการจดจำและปกที่สร้างอารมณ์ร่วมแก่คนอ่านเพียงแค่มองเห็น ทำไมปกถึงต้องเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทำออกมา การออกแบบนิตยสารมีขั้นตอนมากมาย แต่ในเมื่อสิ่งนั้นถึงยุคสมัยปัจจุบันมันไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อีกต่อไป อาจถึงเวลาที่เราต้องคิดทฤษฎีการทำนิตยสารใหม่ แทนที่จะยอมเดินซ้ำไปในทางเดิมๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะได้ผลลัพธ์แบบเดิม

นอกเหนือจากความสำคัญเรื่องปกที่พูดกันอย่างแพร่หลาย ฟากงาน Distripress นอกเหนือจากความสำคัญของการ transformation นิตยสารให้ต่างไปจากเดิมแล้วนั้น ทุกคนต่างประสบปัญหา เดียวกันในตอนนี้คือ ทำอย่างไรให้นิตยสารออกสู่สายตาคนอ่านได้เร็วและครอบคลุมที่สุด นิตยสารเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีอายุสั้นกว่าหนังสือเล่มมาก นิตยสารรายเดือนอาจมีอายุไม่ถึง 30 วันบนชั้นวาง บางที่อาจวางเพียง 25 วัน แถมถ้านิตยสารเล่มนั้นๆ ถูกส่งไปวางแผงช้ากว่ากำหนดจำหน่ายจริง ยิ่งทำให้อายุของนิตยสารบนแผงยิ่งน้อยลงไปอีกเช่นกัน และนี่คือปัญหาหลักของผู้ผลิตนิตยสาร

สืบเนื่องจากยอดจำหน่ายนิตยสารกระแสหลักที่ลดลงต่อเนื่อง ผู้จัดจำหน่ายหลายรายเริ่มขายกิจการหรือเกิดการควบรวม บางเจ้าอาจเลิกกิจการจัดจำหน่ายไปเลย ซึ่งนั่นดูไม่ต่างจากสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือได้เกิดขึ้นแล้วในบ้านเราที่จำนวนแผงวางนิตยสารมีจำนวนน้อยลง แต่คงเป็นเรื่องไก่กับไข่ และยากจะบอกว่าอะไรเกิดก่อน และอะไรกระทบจากอะไร บ้างว่าเพราะนิตยสารขายน้อยลง จึงทำให้ร้านค้าต้องแสวงหาทางรอดด้วยการผันไปขายสินค้าอื่น และนั่นคือการเบียดพื้นที่ของนิตยสารให้น้อยลงถึงหายไปเลย แต่แน่นอน ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือผลลัพธ์ของบรรยากาศที่ตกต่ำและดูดพลังผู้อยู่ในกระบวนการ supply chain ของนิตยสารเล่มอย่างหนักหน่วง และลากยาวไปถึงว่านิตยสารที่ต้องการกลับไม่ได้ กลับได้เป็นอย่างอื่น แถมจำนวนไม่แน่นอน เหล่านี้คือปัญหาที่เกิดขึ้นทุกที่

แล้วคำถามก็ถูกส่งต่อกลับมาที่จุดเดิมคือต้อง transformation เราต้องเปลี่ยน แบบที่ Carol Montpart บรรณาธิการ The Plant Magazine บอกว่า สำหรับเธอการ transformation คือ re-invention of design โดยปกต้องไร้กาลเวลา มีความแปลก สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนิตยสารและคนอ่าน ตอนนี้เลยจุดที่จะต้องมานั่งถามว่าระหว่างนิตยสารกระแสหลักกับนิตยสารอินดี้ อะไรตก อะไรโต ถ้าจะให้แปลตรงๆ ตัว เราเคยมีคำถามตัวโตๆ ว่า independent หรืออิสระ แล้วเราอิสระจากอะไรจริงๆ แน่นอนเราอาจอธิบายถึงนิตยสารที่ไร้กรอบ แต่ท้ายสุดแล้วเราก็ยังคงอยู่ในกรอบที่ใหญ่กว่านั้น เป็น commercial framework ที่ชี้วัดความสำเร็จและความล้มเหลวของนิตยสารเล่มนั้น เพราะในความเป็นจริงทุกคนสามารถเกิดได้ และทุกคนก็สามารถดับได้ ดังนั้นปีนี้จึงเป็นช่วงเวลาของคำถามที่ว่า อะไรคือความหวัง และหนึ่งในนั้นคือการยกเอาเรื่องของ transformation สิ่งที่ Ian บอกน่าสนใจทีเดียวว่า เวลานี้ ทางเลือกสุดท้ายที่เราควรหยิบขึ้นมาสู้กับดิจิทัลคือการออกแบบปกให้เด่นและดีขึ้นไปอีก

Now that social media has replaced magazines as a primary engine of popular culture, it seemed the ideal time to chronicle and celebrate some of the industry’s key moments. Where better to focus than on covers?

Author

สิโรตม์ จิระประยูร

เจ้าของร้านหนังสืออิสระ The Booksmith และ The Papersmith เคยทำงานในเชนร้านหนังสือดัง Asia Books หนึ่งในผู้ผลักดันนิตยสารอิสระอย่าง Kinfolk, CEREAL ให้เป็นที่รู้จักในไทย

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)