วิธีคิด ‘LIFE QUEST’ แอนิเมชั่นของเซ็นทรัล เอ็มบาสซีที่ตั้งใจมากกว่าให้คนไปเดินห้าง

Highlights

  • LIFE QUEST คือแอนิเมชั่นฉลองครบ 5 ปีของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ว่าด้วยการผจญภัยของหุ่นไขลานหน้าตาน่ารักในดินแดนแฟนตาซีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งต่างๆ ในเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
  • เบื้องหลังงานนี้คือ ตั้ม–อนุชา โอเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแห่งเซ็นทรัล เอ็มบาสซี​ ร่วมด้วยผู้กำกับและครีเอทีฟ โอ–ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ และ เหมียว–ธาริดา นิมมานวุฒิพงษ์ แห่ง projecttSTUDIO
  • นอกจากฉากหลังสวยงามที่ซ่อนความเป็นห้างสรรพสินค้าไว้อย่างแนบเนียน โอและเหมียวยังได้อิทธิพลจากการ์ตูนที่พวกเขาชอบในวัยเด็กมาออกแบบภาพที่มีความคลาสสิกนิดๆ ย้อนยุคหน่อยๆ รวมถึงตั้งใจวางเรื่องราวให้น่ารัก ดูแล้วสบายใจ หวังให้คนดูรู้สึกสนุกและได้แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

แอนิเมชั่นเรื่องการผจญภัยของหุ่นไขลานหน้าตาน่ารัก ฉากหลังสีสันสดใสเหมือนแอนิเมชั่นน้ำดีของญี่ปุ่น เสียงพากย์มืออาชีพ และเพลงประกอบที่ติดหูเราไปทั้งวัน

ถ้าไม่มีโลโก้ Central Embassy เราคงไม่รู้ว่านี่คือคอร์เปอเรทแคมเปญตัวใหม่เพื่อฉลองวาระครบ 5 ปีของห้าง

LIFE QUEST คือชื่อของแอนิเมชั่นที่ว่า

เล่าแบบไม่สปอยล์ LIFE QUEST ว่าด้วยเรื่องราวของ ‘LIFE’ หุ่นไขลานที่ทำลานชีวิตหลุดหายไปในถุงช้อปปิ้ง เมื่อกระโดดตามลงไปเพื่อตามหา เขากลับพบเจอโลกใบใหม่ เพื่อนใหม่ และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ทำให้เจ้าหุ่นเข้าใจชีวิตมากขึ้น

life quest

เราใช้เวลาดูแอนิเมชั่นนี้อยู่ 9 นาทีครึ่ง (ไม่นับรอบที่ดูซ้ำ) แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แต่เทียบกับ shot film ทั่วไป นี่คือการโปรโมตที่ตั้งอกตั้งใจจนน่าสนใจ

นั่นคือเหตุผลที่เรานัดคุยกับทีมเบื้องหลังอย่าง ตั้ม–อนุชา โอเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแห่งเซ็นทรัล เอ็มบาสซี​ ร่วมด้วยผู้กำกับและครีเอทีฟงานแอนิเมชั่น LIFE QUEST โอ–ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ และ เหมียว–ธาริดา นิมมานวุฒิพงษ์ แห่ง projecttSTUDIO

quest ของพวกเขาในการทำงานชิ้นนี้คืออะไร

ให้การเดินทางของทั้งสามเป็นคำตอบ

 

Quest หมายเลข 1 : ตามหาไอเดียที่ใช่

ถ้ายังจำหนังสั้นที่ เต๋อ–นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ กำกับ Kiko Mizuhara ได้ นั่นล่ะคือคอร์เปอเรทแคมเปญของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ด้วยหัวใจของห้างคือ ‘One Life Infinite Possibilities’ ชีวิตหนึ่ง…ทุกสิ่งเป็นไปได้ อย่างไร้ขีดจำกัด เมื่อมาถึงการโปรโมต พวกเขาจึงมองหาความเป็นไปได้ที่จะเล่าเรื่องด้วยท่าใหม่ๆ เสมอ และเมื่อจะฉลองวาระครบ 5 ปีทั้งที ความเป็นไปได้ใหม่จึงมาตกอยู่ที่การทำแอนิเมชั่นนี่เอง

“คนส่วนใหญ่จะคิดว่าเซ็นทรัล เอ็มบาสซีเป็นที่สำหรับมาช้อปปิ้งของแบรนด์เนมแล้วก็กลับบ้าน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่” ตั้มเริ่มต้นเล่าให้เราฟังถึงจุดกำเนิดโปรเจกต์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

“ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาเราพยายามจะเพิ่มสิ่งต่างๆ เข้ามานอกจากเรื่องช้อปปิ้ง เรามี OPEN HOUSE, SIWILAI CITY CLUB หรือแม้แต่งานศิลปะระดับโลก อาหาร ดนตรี ดีไซน์ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ รวมถึงบริการเหนือระดับ เราก็เลยได้ไอเดียของคอนเซปต์ที่จะเล่าในปีนี้คือ ‘Let Life Inspire You’ ทุกอย่างสร้างแรงบันดาลใจให้ชีวิตของคุณได้ ขอแค่คุณเปิดใจ ลองไปที่ใหม่ๆ กินอะไรใหม่ๆ ชมศิลปะใหม่ๆ

“ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในเซ็นทรัล เอ็มบาสซีอยู่แล้ว โจทย์คือเราจะเล่าสิ่งนี้ยังไงให้เข้าถึงทุกคนได้ง่ายขึ้น เราก็เลยคุยกันว่าจะลองในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำเพื่อโปรโมตห้างคือการทำแอนิเมชั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าถึงคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกกลุ่ม”

เมื่อได้คอนเซปต์หลัก เขาจึงชักชวนเหมียว ธาริดา ผู้เคยร่วมงานกันมาแล้วในแคมเปญก่อนๆ และโอ ธีรวัฒน์ มาร่วมทำงานชิ้นใหญ่ในปีนี้ ก่อนโจทย์ต่อไปจะตามมาอย่างรวดเร็ว

 

Quest หมายเลข 2 : แต่งเติมเรื่องราวแฟนตาซี

แน่นอนว่าไอเดียหลักของเรื่องคือการที่ตัวเอกได้เข้าไปผจญภัยในสถานที่ที่เปรียบเสมือนเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และพบเจอประสบการณ์น่าประทับใจ แต่โจทย์ที่พวกเขาต้องตีให้แตกคือจะทำยังไงให้การไปเดินห้างกลายเป็นเรื่องแปลกใหม่ขึ้นมา

พล็อตเรื่องหุ่นไขลานที่ออกตามหาอุปกรณ์ไขลานจึงเกิดขึ้น ในดินแดนแฟนตาซีที่เหมียวและโอตีความฉากหลังจากเซ็นทรัล เอ็มบาสซีนี่เอง เรียกว่าในห้างมีอะไร สิ่งนั้นก็อยู่ในแอนิเมชั่น เพียงแต่คุณต้องสังเกตมันดีๆ เท่านั้น

“เราคุยกันว่าเราอยู่ในยุคที่คนเห็นกลยุทธ์การตลาดมาเยอะ เราไม่อยากจะไปบอกใครแล้วว่าให้ทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ แต่เราอยากชวนคนให้มาที่นี่เพื่อมา inspire ตัวเอง มาดูงานศิลปะ มาช้อปปิ้ง พบปะเพื่อน บางคนมาเพื่อกิน มาลองอะไรใหม่ๆ เรื่องพวกนี้ก็เอาเข้าไปพัฒนาในตัวหนัง แบ่งเป็น 5 ตอนหลัก” เหมียวเล่า

life quest

“ทุกตอนจะมีความเป็นเซ็นทรัล เอ็มบาสซีซ่อนอยู่ เริ่มแรกคือหุ่นไขลานชื่อ LIFE ซึ่งอยู่หน้าห้างเลย แต่เราออกแบบให้ภาพแฟนตาซีขึ้นมาหน่อยด้วยการทำภาพเฉียงๆ” เหมียวอธิบาย ก่อนโอจะเสริมเรื่องประตูทางเข้าห้างในแอนิเมชั่นที่ไม่ใช่บานกระจกทั่วไป แต่เป็นถุงช้อปปิ้ง! ซึ่งเมื่อหล่นลงไปในนั้น ฉากแรกที่เจอจะเป็นทุ่งดอกไม้กว้างไกลจรดขอบฟ้าที่โอดีไซน์มาจากงานศิลปะ จุดเด่นของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

life quest

“ที่นี่มักจะมีอีเวนต์ทางศิลปะอยู่ตลอด รวมถึงมีอีเวนต์เกี่ยวกับเรื่องดอกไม้ด้วย เราเลยเอามาพัฒนาเป็นฉากแรกที่ดูสดใส ส่วนฉากต่อมาที่เป็นเทพเจ้าของกิน เราสื่อถึงทั้ง 6 ชั้นของที่นี่ที่มีของกินทุกชาติเต็มไปหมด”

นักวาดหนุ่มเปิดหน้าแรกของสมุดสเกตช์ให้เราดู เป็นภาพร่างอย่างละเอียดของเทพเจ้าของกินซึ่งเขาบอกว่าเป็นฉากแรกที่แว้บเข้ามาในหัว 

“ถ้าดูในอาร์ตเวิร์กจริงๆ เราออกแบบของกินตามสิ่งที่มีในเซ็นทรัล เอ็มบาสซีเลย ชั้นล่างจะเป็นโซน Eathai ที่ขายอาหารไทย ชั้นสองช่วงกลางเป็นร้านกาแฟ ร้านขนมปัง ชั้นข้างบนเป็นอาหารนานาชาติ เราก็ออกแบบให้มีอาหารจีน ซีฟู้ด สปาเกตตี ก๋วยเตี๋ยว” เหมียวชี้ให้เราดูชั้นต่างๆ ส่วนโอเปิดภาพร่างของฉากต่อไปให้เราดู

life quest

“หลังจากเจอฉากที่สดใสๆ เราก็อยากให้เรื่องมันมีช็อตที่น่ากลัวขึ้นมานิดหนึ่ง ให้พระเอกได้กลัวและดึงกราฟอารมณ์บ้าง ฉากต่อมาเราเลยออกแบบเป็นถ้ำมืดๆ ที่ดูน่ากลัว แต่เมื่อเจอตัวละคร LOVE ที่แทนเรื่องโซเชียลมีเดีย และตัวเอกลองเปิดใจคุยกับผลึก มันก็เรืองแสงสว่างและหาทางออกได้ ไปเจอเส้นขอบฟ้าที่มี WISE เป็นผู้เฒ่ารอบรู้รออยู่

“ฉากนี้เราออกแบบให้มันอบอุ่นที่สุดเพราะมันจะเป็นจุดที่บอก LIFE ว่า ที่เขาเคยคิดว่าเขามีชีวิตอยู่ได้เพราะอุปกรณ์ไขลานนั้นไม่จริง เพราะเขาสามารถหาแรงบันดาลใจให้ชีวิตได้จากประสบการณ์รอบๆ ตัว”

life quest

life quest

 

Quest หมายเลข 3 : ดึงความคลาสสิกมาใช้

ระหว่างที่เปิดภาพสเกตช์ให้ดูไปเรื่อยๆ โอเล่าง่ายๆ ว่าพวกเขาตั้งใจทำภาพให้มีความ nostalgic นิดๆ ทำให้นึกถึงการ์ตูนวัยเด็กหน่อยๆ เป็นแนวที่พวกเขาและทีมงานของเซ็นทรัล เอ็มบาสซีเห็นตรงกันว่าน่าจะเข้าถึงหัวใจคนได้ดีที่สุด

“เราใช้ประสบการณ์ที่ดูการ์ตูนมาแต่เด็กมาออกแบบ ทั้งคาแรคเตอร์และฉากแบบไหน จริงๆ ก็ใช้สัญชาตญาณล้วนๆ เราดีไซน์ให้มีความร่วมสมัยที่คลาสสิกๆ นิดๆ เพราะสำหรับเรา การ์ตูนเป็นความทรงจำ ความชอบสมัยเราเด็กๆ ซึ่งเราเอามาเล่าใหม่เมื่อเราโตขึ้น” โอเล่าให้เราฟังอย่างตั้งใจ ในขณะที่เหมียวเล่าต่อถึงเพลงประกอบแอนิเมชั่นที่ดึงความคลาสสิกออกมาใช้ ให้ภาพรวมเรื่องราวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

life quest

“เราไม่ได้คิดว่าเพลงจะเป็นสไตล์ญี่ปุ่นหรือฝรั่งนะ แต่เราอยากให้เพลงมีความสดใส ฟังแล้วตื่นเต้น ติดหู มันมีการพัฒนาอยู่หลายรอบเหมือนกัน จนเรารู้สึกว่าอาร์ตไดเรกชั่นเราก็ได้แรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนวัยเด็ก เพลงจึงออกมาเป็นแนวการ์ตูนวัยเด็กด้วย

“เราไม่ได้ตั้งใจให้มันออกมามีกลิ่นของการ์ตูนญี่ปุ่นนะ แต่พอมันออกมาเหมือนการ์ตูนก็ดีเพราะข้อดีของการ์ตูนญี่ปุ่นคือพระเอกจะต้องได้รับการเติมเต็มบางอย่าง ได้รู้สึกฟีลกู้ด เหมือนความตั้งใจของเรา เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจะทำแอนิเมชั่นขึ้นมาให้เกิดคำถามมากมาย แต่เราอยากให้คนดูจบแล้วรู้สึกว่าได้แรงบันดาลใจ รู้สึกดีมากกว่า”

 

Quest หมายเลข 4 : ออกแบบตัวละครให้เป็นที่รัก

ฉากก็ออกแบบอย่างละเอียด เพลงก็คราฟต์มาอย่างดี แต่เมื่อถามถึงสิ่งที่ยากที่สุดในการทำแอนิเมชั่นเรื่อง LIFE QUEST เหมียวกลับตอบทันทีว่าเป็นการออกแบบคาแรคเตอร์

“สิ่งที่เรายึดถือคือตัวละครทั้งห้าจะต้องดูแล้วเป็นที่รัก โจทย์คือทำอย่างไรให้คนดูแล้วชอบตัวละครตัวใดตัวหนึ่ง ฉะนั้นสิ่งที่ยากที่สุดคือการออกแบบตัวละคร”

ผู้กำกับสาวค่อยๆ เปิดให้เราดูภาพสเกตช์แต่ละตัว ตั้งแต่หุ่นไขลานหน้าตาน่ากอดอย่าง LIFE, BUDDY เพื่อนตัวเขียวที่พาไปดูงานศิลปะ, BIG โดนัทสีรุ้งนักกิน, LOVE ตัวละครหญิงตัวเดียวในชุดกระโปรงสีชมพู และ WISE ผู้เฒ่าดอกไม้สีส้ม 

เมื่อถามถึงตัวละครที่ออกแบบยากที่สุด โอเปิดสมุดสเกตช์ให้เราดูเป็นคำตอบ

life quest

life quest

ร่างหนึ่งของ LIFE ที่ไม่ได้ใช้เพราะเท่เกินไป

“ตัวที่ยากที่สุดคือ LIFE” เขาเฉลย “เราลองอยู่ 20 ดราฟต์ ความยากคือเราต้องทำให้มันดูเป็นพระเอกท่ามกลางเพื่อนๆ แต่ก็ไม่ห้าวหาญเกินไป เราลองทำอยู่หลายแบบมาก มีทั้งแบบที่น่ารักไปเลย แบบเท่ๆ บางเวอร์ชั่นเป็นคนด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็มาลงเอยที่ตัวปัจจุบันที่ช่วยกันดูหลายๆ คนแล้วคิดว่าเวิร์กที่สุด”

จุดเด่นที่คนอาจจะไม่รู้คือตัวละครทั้ง 5 ตัวถูกพัฒนามาจากโลโก้ของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เหมียวบอกว่าสิ่งนี้ไม่ได้มาจากความอยากขายของ แต่เป็นหางเสือที่ทำให้วิชวลทั้งหมดของงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากกว่า

life quest

“เรารู้สึกว่าถ้าออกแบบตัวละครแบบไม่มีที่มาที่ไปเลยมันก็จะมั่ว ตัวละครทุกตัวเลยมาจากสัญลักษณ์อินฟินิตี้ โลโก้ของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี” เธอชี้ดวงตาของ LIFE เป็นตัวอย่างและให้เราลองทายว่าตัวเลขนี้ซ่อนอยู่ตรงไหนอีกบ้าง

สารภาพกันตรงนี้ว่าเราทายถูกไม่หมด แต่เราอยากให้คุณลองบ้าง ไม่แน่ คุณอาจจะทำได้ดีกว่าเราก็ได้นะ

LIFE QUEST

LIFE : ตัวละครเอก มีอินฟินิตี้เยอะสุดคือที่แขน ขา ดวงตา หน้ากากเกิดจากการบิดสัญลักษ์อินฟินิตี้มาห่อกับหัวทรงกลม หูถูกพับขึ้นให้น่ารักสดใส

life quest

BUDDY : เพื่อนรักของ LIFE มีร่างกายและแววตามาจากสัญลักษณ์อินฟินิตี้ / BIG : โดนัทสีรุ้งที่ใช้คอนเซปต์ความเป็นอินฟินิตี้ออกแบบสีรุ้งที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนสีตลอดเวลาไม่มีหยุด

life quest

LOVE : หญิงสาวในชุดชมพูที่มีอินฟินิตี้ซ่อนอยู่ในขนตาและลวดลายกระโปรง / WISE : ดอกไม้เฉดสีส้มที่ใช้สัญลักษณ์อินฟินิตี้บิดให้กลายเป็นกลีบดอกไม้ทรงโค้งสวยงาม

 

Quest หมายเลข 5 : ใส่ชีวิตให้ตัวละคร

เมื่อมีบทพูด ก็ต้องมีนักพากย์ แต่ในเมื่อไม่มีใครเคยทำแอนิเมชั่นมาก่อน เหมียวเล่าว่าทีมจึงต้องเฟ้นหานักพากย์อย่างตั้งใจเพื่อสื่อความตั้งใจของพวกเขาออกมาให้ดีที่สุด

“เราตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่าพระเอกต้องเป็นคนพากย์ซุนหงอคง (ภัทรวุฒิ สมุทรนาวี) คนฟังแล้วจะรู้เลยว่าคนนี้เป็นพระเอก ส่วน WISE ต้องมีเสียงน่าเกรงขาม เหมือนคนที่รู้จักชีวิตมาหมดแล้ว ตัวนี้ยากเหมือนกัน แต่เราบังเอิญไปเจอคนพากย์โยดาห์ (เอกชัย พงศ์สมัย) ก็เลยวิ่งไปคุยกับเขา ซึ่งเขาก็สนใจ กับตัว BUDDY เราคิดกันว่าจะเป็นดาราหรือนักพากย์ดี แต่ว่าพอดีย้อนไปฟังป้าตุ๊ก–อรุณี นันทิวาส ที่เขาพากย์โคนันกับซูเนโอะ พอพี่ตุ๊กพากย์ปุ๊บตอนนั้นก็มีชีวิตชีวามากขึ้นเลย”

ในขณะที่อีกสองตัวคือ BIG และ LOVE ทีมงานเลือก นาย–ณภัทร เสียงสมบุญ และ มิว–นิษฐา จิรยั่งยืน เป็นคนพากย์ เพราะนอกจากคาแรคเตอร์จะเข้ากับตัวละครพอดิบพอดี การชวนคนที่ไม่ได้เป็นนักพากย์มืออาชีพมาทำงานร่วมกันยังตรงกับคอนเซปต์การสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ของเซ็นทรัลเอ็มบาสซีด้วย

“เราไม่ได้มีโจทย์ว่าต้องใช้ศิลปิน แต่คิดว่าจะทำอะไรดีที่แตกต่างออกไปเพราะห้างให้ความสำคัญกับออริจินอลไอเดียมากๆ เราเลยชวนดารามาทำอะไรใหม่ๆ อย่างตัว BIG ที่เลือกนายเพราะคาแรคเตอร์เขาเหมาะมาก เขาเรียนดีไซน์มา เราคิดว่าเขาน่าจะสนใจโปรเจกต์ที่ไม่เคยทำมาก่อน ส่วนมิวเขาพากย์เป็นตัว LOVE คาแรคเตอร์จะเป็นสาวๆ หน่อย โตนิดหนึ่ง ซึ่งพากย์ออกมาได้สวยจริง เขาก็ตื่นเต้นกับโปรเจกต์มาก”

 

Quest หมายเลข 6 : ต่อยอดแอนิเมชั่นสู่โลกจริง

“วิธีการปล่อยแอนิเมชั่นเรื่องนี้ เราจำลองเหมือนปล่อย short film หนึ่งเรื่อง ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์โฆษณา เรามีสื่อ มีบิลบอร์ด โฆษณาในบีทีเอส จะมีการโปรโมตตามมาเป็นซีรีส์ ไม่ใช่แค่ปล่อยหนังแล้วจบ” ตั้มอธิบาย

สิ่งที่ตามมาจากตัวหนังที่เขาพูดถึงคือ LIFE QUEST Store ที่เปิดแล้ววันนี้ที่ชั้น 4 เซ็นทรัล เอ็มบาสซีเพื่อต่อยอดแอนิเมชั่นให้เข้าถึงคนมากขึ้น ทั้งการเปิดคาเฟ่เล็กๆ ขายขนมหวาน Freeze Frozen Yogurt รสครีมชีสที่มีท็อปปิ้งให้เลือกตามคาแรคเตอร์ในแอนิเมชั่น ทำห้องมัลติมีเดียให้คนได้ไปนั่งสบายๆ ดูแอนิเมชั่น และต่อยอดคาแรคเตอร์ให้กลายเป็นของสะสมอย่างพวงกุญแจ ตุ๊กตา หรือแม้แต่เกมหยอดเหรียญตู้กาชาปองด้วยนะ

ซึ่งถ้าดูจากฟีดแบ็ค ร้านของพวกเขาคงได้ต้อนรับคนทั้งวันแน่ๆ

“ฟีดแบ็คคร่าวๆ ที่ได้ยินก็ค่อนข้างตรงที่ตั้งใจไว้นะ” เหมียวออกปากเมื่อคุยกันถึงเรื่องผลตอบรับหลังจากปล่อยแอนิเมชั่นไปไม่ถึงสัปดาห์

“เราคิดแค่ว่าต้องการให้แอนิเมชั่นมันไปไกล ทั้งในแง่ครีเอทีฟ สังคม เราอยากให้เมืองไทยมีแอนิเมชั่นที่ดูแล้ว inspire จริงๆ ถ้าเกิดดูจนจบจะพบว่ามันไม่ force ให้คนดูต้องทำอะไร มันแค่ force ว่า ของกินน่ากินจังเลย ตัวที่สวยสวยจัง ศิลปะยิ่งใหญ่จัง เราแค่คิดจะหาวิธีที่มันแนบเนียน ไม่บอกตรงๆ

“พอได้ฟังฟีดแบ็ค คนก็ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ว่านี่คือแคมเปญการตลาดห้างเหรอ ทำได้ด้วยเหรอ มันไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปทำกัน หรือชมว่าการ์ตูนสวยดี ซึ่งเวลาได้ยินคนพูดแบบนี้ ในแง่ของเราก็คิดว่างานเสร็จแล้ว คนชอบเราก็แฮปปี้แล้วนะ”

“งานนี้มันท้าทายมาก” โอ ผู้รับผิดชอบด้านภาพของงานนี้เสริมขึ้น “เดิมเราจะชินกับการวาดรูป ทำงานคนเดียว แต่กับงานแบบนี้ เรารู้สึกว่าเราทำคนเดียวไม่ได้ สิ่งที่ท้าทายเลยกลายเป็นเรื่องการตรวจงาน มันทำงานเป็นทีม วันหนึ่งคนทำงานเยอะมาก คนวาด คนทำแอนิเมชั่น คนตัดเส้น คนลงสี เราต้องดูแลเรื่องภาพก็ต้องตรวจแก้งาน ทำมันให้ดีที่สุดในเวลาจำกัด สุดท้ายพอได้ฟีดแบ็ค เราจะชอบมากเวลามีคอมเมนต์ว่าดูแล้วสดใส ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการให้เขารู้สึกจริงๆ”

5 ปีที่ผ่านมา เซ็นทรัล เอ็มบาสซีตั้งใจสร้างประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจ เราต้องการให้เซ็นทรัล เอ็มบาสซีเป็นสถานที่สําหรับทุกคนได้เข้ามาหาแรงบันดาลใจของการใช้ชีวิตผ่านสิ่งที่เราคัดสรรมาอย่างดีที่สุด สามารถตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกันได้ครบทุกความต้องการอย่างตรงใจ สอดคล้องกับแนวคิด ‘Let Life Inspire You’” ตั้มกล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

AUTHOR

PHOTOGRAPHER

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อย รวบรวมผลงานไว้ที่ pathipolr.myportfolio.com