Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
ชมแสงเหนือแทนแสงดาว ย่ำหิมะขาวที่เมืองชื่อเขียว เที่ยว Kangerlussuaq ประเทศ Greenland

ชมแสงเหนือแทนแสงดาว ย่ำหิมะขาวที่เมืองชื่อเขียว เที่ยว Kangerlussuaq ประเทศ Greenland

09/08/2020
Journey
AUTHOR: นิติรัฐ กีฬาแปง
SHARE:

 มีมุกตลกมากมายของมนุษย์นักเดินทางตั้งแต่ขำพอยิ้มมุมปากไปจนถึงฮากลิ้งตกเก้าอี้หนึ่งในมุกหรือแก๊กเล็กๆ เกี่ยวกับประเทศแห่งหนึ่งที่หลายคนเคยได้ยินแต่ไม่เคยได้สัมผัสดินแดนแห่งหนึ่งที่ไร้ซึ่งสีเขียวแต่ชื่อนั้นย้อนแย้งกลับคอยยืนยันย้ำเตือนตัวตนคอยตะโกนบอกโลกดังๆ

 โปรดเรียกฉันทุกครั้งว่า ‘กรีนแลนด์’

 

 

 ทริปนี้เป็นทริปต่อเนื่องหลังจากเดินทางตะลุย 4 วันแรกในเมืองอิลลูลิสแซตอันน่าประทับใจและไม่คิดว่าจะมีวันลืมประสบการณ์ครั้งนี้ไปได้แน่นอนเราเดินทางต่อด้วยเครื่องบินเล็ก Dash-8 สีแดงสดลำเดียวกันกับตอนขามาเพื่อมุ่งหน้าสู่ฮับแห่งภูมิภาคกรีนแลนด์ตะวันตกเมืองที่นักท่องเที่ยวแทบจะต้องมาแวะที่นี่ก่อนเพื่อเปลี่ยนเครื่องบินจากลำใหญ่ที่เดินทางมาจากยุโรปเพิ่มความคล่องตัวและให้สอดคล้องกับความต้องการในท้องถิ่นอีก 4 วันที่เหลือนี้พวกเราจะใช้เวลากันที่นี่ ‘คังเกอร์ลุสสวก’ (Kangerlussuaq)

 เมืองนี้เป็นเมืองที่เล็กมากหากประเมินจากสายตากวาดดูจากบนเครื่องบินก่อนแลนด์ดิ้งที่รันเวย์กรอกตาไปมาไม่กี่ครั้งก็มองเห็นทั้งเมืองได้แล้วอาคารยาวทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางเรียงกันเป็นกระจุกเว้นระยะห่างเท่าๆกันมองจากภายนอกแทบไม่สามารถเดาได้เลยว่าที่นั่นคือธนาคารหรือร้านอาหารความสำคัญของเมืองนี้นอกจากเป็นจุดเชื่อมกับยุโรปที่ใช้กันเป็นหลักแล้วแทบไม่มีแลนด์มาร์กสำคัญให้ถ่ายรูปด้วยเลยในส่วนของตัวเมือง

 หลังจากลงเครื่องบินแล้วมุ่งหน้าสู่ที่พักด้วยรถบัสที่วิ่งรอบเมืองคันเล็กความถี่รอบต่อวันน้อยมากหากใครนัดกันว่าเจอกันที่ศูนย์กลางของเมืองก็คงต้องเดินมาที่สนามบินใช่ครับเดินมาเพราะเมืองมันเล็กขนาดที่สามารถเดินไปมาหาสู่กันได้อย่างทั่วถึงเราจะพบผู้คนเดินเท้ากันเป็นเรื่องปกติแม้อากาศจะหนาวเท่าไหร่ก็ตาม

 

 พวกเราตัดสินใจเข้าที่พักในตัวอาคารขนาดยาวชั้นเดียวหลังหนึ่งมีตัวอักษรบนประตูทางเข้าหลักว่า‘Youth hostel’ ที่นี่เป็นแหล่งพำนักชั่วคราวสำหรับเหล่านักเดินทางที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายสามารถใช้บริการที่นี่ได้มีหลายห้องหลายขนาดส่วนใหญ่เป็นห้องนอนรวมบรรจุเตียงสองชั้นส่วนห้องนอนส่วนตัวก็จะมีเตียงเดี่ยวขนาดของแต่ละห้องพอกันห้องน้ำรวมไม่แยกเพศและที่สำคัญมีน้ำอุ่น

 วันที่เราเข้าพักพบเจอแขกต่างชาติพอสมควรคุณลุงเจ้าของที่พักนี้ (ต่อจากนี้จะขอเรียกว่าคุณลุง) เป็นชาวยุโรปที่ย้ายมาที่นี่นอกจากดูแลกิจการที่พักแห่งนี้แล้วยังมีบริการพาเที่ยวกรุ๊ปเล็กๆแบบไพรเวตอีกด้วยซึ่งเรามองหาอยู่พอดีจึงนัดหมายและคุยกันเรื่องแพลนที่จะท่องเที่ยวกันในเมืองนี้อีก 3-4 วันที่เหลือ

 จัดการเรื่องที่พักเรียบร้อยแล้วเปิดม่านดูพบว่าแสงแดดที่มีอยู่น้อยนิดเป็นปกติได้จากเราไปแล้วในวันนี้แต่สิ่งที่เราคาดหวังว่าจะได้เจอทุกวันตลอดทริปก็มาตามนัดแสงเหนือเพื่อนรักผู้เป็นพระเอกของงานแสดงความรับผิดชอบปรากฏตัวให้เห็นหลากหลายขนาดท่าทางและระดับความเข้มข้นโลดแล่นสาดส่ายตั้งแต่หัวค่ำยาวนานไปจนพวกเราเข้านอนและยังอยู่แม้ขณะพวกเราหลับใหลจากความอ่อนเพลียหลังการเดินทาง

 

 ตลอด 5 วันที่ผ่านมาการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แน่นอนว่าอาหารเป็นเรื่องสำคัญนอกจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและวุ้นเส้นกระป๋องที่แท็กทีมเป็นสุดยอดอาหารกันตายสำหรับนักท่องเที่ยวไทยอย่างเราการได้กินอาหารไทยดีๆ สักมื้อในยุโรปถือว่าเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ในพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยความเหน็บหนาวแห่งนี้นึกภาพไปตอนบ่ายที่เดินผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตข้างสนามบินแล้ว คงจะตามหาผัดกะเพราหมูทอดกระเทียมส้มตำต้มยำใดๆไม่ได้ง่ายๆ แน่นอนเราเลยลองถามคำถามแบบกึ่งยิงกึ่งผ่านไปยังคุณลุงว่าในเมืองนี้มีคนไทยอยู่บ้างไหมคุณลุงตอบอย่างมั่นใจและชี้เป้าให้ว่ามี! เดินออกไป 5 นาทีตึกสีดำทางขวาเข้าประตูแรกพวกเขารออยู่ที่นั่น

 เสียงกระดิ่งกระแทกประตูกริ๊งๆส่งเสียงเพื่อเตือนเจ้าของร้านว่ามีแขกเข้ามาพวกเราทักทายเป็นภาษาอังกฤษแล้วหันมาเมาท์กันเป็นภาษาไทยเบาๆพี่คิตตี้เจ้าของร้านคนอีสานบ้านเฮาผู้เปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่นี่พูดเสียงดังต้อนรับเราว่า “อ้าวคนไทยสวัสดีครับ” ไม่รอช้าและไม่ลังเลพวกเราขอผูกปิ่นโตไปตลอดสามมื้อเย็นที่รอเราอยู่

 

 เช้าวันถัดมาตามที่เราตกลงกับคุณลุงไว้ว่าในวันนี้จะเป็นวันแห่งการสำรวจพื้นที่อันน่าสนใจสำหรับเมืองนี้พวกเราแต่งตัวกันอย่างแน่นหนามิดชิดส่วนผม คนที่ขี้หนาวที่สุดในทีมนั้นพกเสื้อกันหนาวผ้าพันคอหมวกกันหนาวปิดหูแบบมีขนเยอะเป็นพิเศษยัดใส่กระเป๋าเป้และถุงร้อน hot pack แบบพกพาเสียบตามกระเป๋าเสื้อกันหนาวช่องต่างๆเพื่อการเดินทางในวันนี้โดยเฉพาะ

 ระหว่างทางที่นั่งรถออกไปสังเกตได้ว่าในบ้านหลายหลังที่ขับผ่านไปต่างมีรถยนต์จอดอยู่แต่มีควันสีขาวออกมาจากท่อไอเสียคล้ายๆ กันทั้งที่ไม่มีคนอยู่ในรถหรือบริเวณรถเลยคุณลุงบอกว่าในช่วงที่อากาศหนาวมากๆ แบบนี้ชาวเมืองมักสตาร์ทรถทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืนเพื่อรักษาอุณหภูมิรถไว้ให้สามารถพร้อมใช้งานได้ตลอดสำหรับคนที่มาจากดินแดนที่คำว่าอุ่นเครื่องรถแทบจะไม่จำเป็นหรือถ้าจะทำก็คงแค่ไม่เกินสองสามนาทีจึงแปลกใจไม่น้อยอย่าว่าแต่อุ่นเครื่องเลยให้คิดว่าอยากทำเมนูอาหารอะไรบนฝากระโปรงหน้ารถในเวลากลางวันน่าจะดีกว่า

 

 รถมุ่งหน้าออกจากตัวเมืองไปเรื่อยๆบ้านคนหายจากสายตาเราไปแทนที่ด้วยความขาวโพลนไปรอบทิศท้องฟ้าครึ้มสร้างบรรยากาศสีเทาอึมครึมแบบนี้ไปตลอดทั้งวันบรรยากาศแบบนี้ทำให้ผู้คนแถบขั้วโลกสามารถเป็นโรคซึมเศร้าจากสภาพอากาศหนาวได้ (Seasonal Affective Disorder) ซึ่งอาจป้องกันโดยเบื้องต้นได้โดยรับแสงแดดในวันที่มีโอกาส

 ไม่นานนักคุณลุงก็จอดให้พวกเราลงจุดแรกข้างซ้ายของรถที่เราจอดปรากฏซากเครื่องบินตกคลุกเคล้าไปกับหิมะและกาลเวลาจากคำบอกเล่าของคุณลุงนี่เป็นเครื่องบินของสหรัฐฯ ที่เคยมาบินสำรวจและเกิดอุบัติเหตุ คาดว่าก่อนหน้านี้ดินแดนนี้ยังไม่มีอะไรอำนวยความสะดวกมากนักจึงทำให้เกิดเหตุนี้ขึ้น

 

 ที่กรีนแลนด์มีเรื่องน่าสนใจอย่างหนึ่งคือ การได้เจอกวางเรนเดียร์หรือตัว musk ox มีโอกาสมากกว่าการเจอมดสักตัวหลายเท่านักเราได้รับข้อมูลนี้ในจังหวะที่เราเดินบริเวณที่ไม่ห่างจากจุดเครื่องบินตกปรากฏรอยเท้าของตัว musk ox และข้างๆ กันน่าจะเป็นหมีขาวลุงรีบเตือนว่าอย่าเดินหายไปจากกลุ่มคนเดียวเวลาเดินให้ไปพร้อมๆ กันเพราะพวกมันอันตรายเราสามารถกลายเป็นอาหารของหมีได้เสมอข้างหลังรถจึงมีปืนพกไว้ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับใบอนุญาต

 

 หากมีใครถามว่ากรีนแลนด์มีลักษณะแบบไหนผมคงอธิบายว่าคล้ายๆ กับไข่ดาวสุกทรงกรวยหงายกล่าวคือบริเวณที่ผู้คนสามารถอาศัยอยู่ตั้งรกรากหรือจะสร้างบ้านแปงเมืองได้นั้น จะอยู่บริเวณขอบของประเทศเป็นส่วนใหญ่ นั่นคือส่วนของขอบไข่ดาวที่สุกแล้วปรากฏรอยไหม้และรูฟองอากาศเล็กๆ ย่นๆ ฝอยๆเพียงแค่ส่วนนั้นแหละที่มนุษย์สามารถอยู่อาศัยได้แต่พื้นที่ที่พวกเรากำลังจะแวะเข้าไปดูนั้นเปรียบเสมือนบริเวณไข่ขาวที่เป็นส่วนใหญ่ของแผ่นดินบริเวณนี้หากเจาะพื้นลงไปไม่ต้องใช้ความพยายามมากเราอาจเจอดินแค่เล็กน้อยแต่ข้างล่างถัดไปอีกนิดนั้นคือน้ำแข็งในน้ำแข็งจริงๆน้ำแข็งแบบที่ไม่ต้องลังเลว่าจะมีตัวอะไรอาศัยอยู่ได้เลย

 เสียงปิดประตูรถปัง! เรียกสติว่าพวกเรากำลังเดินสู่จุดที่เป็นส่วนน้ำแข็งชื่อดังของเมืองนี้ที่ชื่อว่า ‘Ice cap point 660’ เป็นจุดเริ่มของพื้นที่แห่งชั้นน้ำแข็งที่เป็นไข่ขาวของไข่ดาวเราสามารถพบพื้นที่ลักษณะนี้ได้เฉพาะในบริเวณแถบขั้วโลกเหนือและใต้เท่านั้นพวกเราตื่นเต้นกับสภาพแวดล้อมมากมองไปทุกด้านเต็มไปด้วยหมอกสีขาวที่บดบังภาพระยะไกลทุกด้านเหมือนเดินเข้าสู่กลุ่มควันในเรื่องThe Mist

 ทุกคนเดินตามกันเงียบๆทั้งหนาวและเหนื่อยเงยหน้ามาอีกทีเพื่อนคนหนึ่งที่เดินตามหลังมาก็หายตัวไปผมยืนรอสักพักก็เห็นเขาโผล่มารีบบอกว่าเมื่อครู่ก้มผูกเชือกรองเท้าอยู่อย่างที่บอกว่าหมอกรอบตัวทุกด้านทำให้เราสามารถมองเห็นได้ยาก 10 เมตรก็น่าจะมากเกินไปด้วยซ้ำแน่นอนรูปที่ถ่ายออกมานั้นแทบไม่เห็นอะไรเลยนอกจากพวกเรา 4 คนยืนกอดคอกันหากใครหาว่าพวกเราตัดต่อรูปก็น่าเชื่ออยู่เพราะส่วนที่เหลือของภาพคือสีขาวล้วนล้วนยิ่งกว่าถ่ายรูปพื้นหลังติดบัตรในสตูดิโอ

 

 ความทึ่งจากจุดนี้ยังไม่ทันจางหายคุณลุงพาเราไปทานมื้อเที่ยงที่ผมยกให้เป็นหนึ่งในมื้ออาหารที่แปลกหูแปลกตาแปลกรสแปลกกลิ่นที่สุดหลังจากรถจอดแล้วพวกเราช่วยกันยกของกินที่คุณลุงเตรียมไว้ให้มากองกันไว้ตรงม้านั่งที่มีอยู่แล้วตรงนั้นหากลองนั่งลงบนเก้าอี้นี้แล้วมองไปข้างหน้าจะพบกับ ‘ธารน้ำแข็งรัสเซล’ ยืนตระหง่านกางแขนให้เห็นถึงกล้ามเนื้อแห่งความเหน็บหนาวแทรกตัวด้วยรอยแยกที่ถูกกัดกร่อนจากกาลเวลานึกถึงจอห์น สโนว์ ที่ได้เห็น ‘the Wall’ ด้วยสายตาตัวเองครั้งแรกหลังได้ยินมานานตลอดเวลาที่เคยอยู่แค่ในวินเทอร์เฟลไม่รอช้ารีบมุ่งหน้าเข้าไปสัมผัสกับธารน้ำแข็งอันหล่อเหลาแห่งนี้ชื่นชมความยิ่งใหญ่ความสูงรอยแตกร้าวเสียงน้ำแข็งละลายสีสันที่สะท้อนและเปล่งประกายในช่วงเวลานั้นเปลี่ยนกันถ่ายรูปให้กันและกันโดยธารน้ำแข็งพระเอกของงานปรากฏตัวอยู่ในทุกรูป

 

 

 กลิ่นหอมของเนื้อ musk ox ที่หาง่ายและขายอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองอยู่ในเงื้อมมือคุณลุงที่กำลังย่างให้เป็นสเต๊กอยู่นั้นลอยฟุ้งไปในอากาศรอบโต๊ะนั้นมันฝรั่งต้มบวกขนมปังเย็นเฉียบและจืดชืดโบกมือเรียกให้พวกเรามากินเนื้อ musk ox ร้อนๆ จากกระทะถูกตักใส่จานทีละคนแต่เพียงไม่กี่วินาทีความร้อนก็จากพวกเราไปสำหรับผมแล้วอาหารในวันนั้นเอาจริงๆ ไม่ได้รสชาติเลิศเลอเพอร์เฟกต์นักเรียกได้ว่ากินกันตายแต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่ามื้อเที่ยงนี้ช่างวิเศษเหลือเกินนั่นคือสิ่งที่เรากำลังเสพอยู่ไม่ใช่ทางปากหากเป็นทางสายตา

 

 หลังจากเดินทางไกลและเหน็ดเหนื่อยจากเมื่อวานเราตัดสินใจกันว่าวันนี้จะเป็นวันแห่งการพักผ่อนเราออกไปเดินเล่นนิดหน่อยรอบๆ ที่พักแล้วกลับมานั่งในห้องนั่งเล่นกลางต่างคนต่างชงเครื่องดื่มร้อนที่ตัวเองชอบขนมปังและของกินที่ต่างคนต่างพกมาถูกกองรวมไว้ตรงกลางกิจกรรมยอดฮิตของแก๊งเราคือการเล่นบอร์ดเกม Citadel เราเล่นตั้งแต่บนเครื่องบิน และเมืองก่อนหน้านี้หากใครเคยเล่นจะพบว่าเกมนี้สนุกมากหากเรารู้นิสัยเพื่อนของเราแต่ละคนระดับหนึ่งแล้วเราอาจเดาและดักทางในบางจังหวะจนเกมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเป็นสิ่งที่ทำให้ใช้เวลาสิ้นเปลืองได้คุ้มค่ามากหากต้องการให้ช่วงเวลานั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

 ตกกลางคืนคืนสุดท้ายของพวกเราที่นี่เราออกมาดูแสงเหนือเป็นกิจกรรมส่งท้ายผมนึกเอาเองว่าธรรมชาติที่นี่น่าจะอยากฝากความประทับใจไว้ให้ก่อนพวกเราจะจากที่นี่ไปไม่รู้เมื่อไหร่จะได้มีโอกาสกลับมาอีกแสงเหนือปรากฏตัวขึ้นมากกว่าที่คาดไว้จากค่า KP index ที่พยากรณ์แสงเหนือระบุว่าคืนนี้จะรุนแรงและชัดกว่าทุกวันที่ผ่านมาราวกับร้องเพลงอำลาให้พวกเราจดจำว่าการแสดงคืนนี้จะตื่นเต้นและงดงามเสมอในดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้

 และยิ่งตื่นเต้นทุกทีเมื่อกลับไปนึกถึง

Tags:journeyแสงเหนือGreenlandกรีนแลนด์จากทางบ้านKangerlussuaqคังเกอร์ลุสสวก
Share :
Author
นิติรัฐ กีฬาแปง
Photographer
-
"ไว้ถูกหวยเมื่อไหร่ ไปเที่ยวต่างประเทศกัน" บันทึกการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต
Journey"ไว้ถูกหวยเมื่อไหร่ ไปเที่ยวต่างประเทศกัน" บันทึกการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิตนักเขียน : อธิวัฒน์ อุต้น
ตามรอยแหล่งตกปลาของ 'เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์' ที่ริเบร่า แคว้นกาลิเซียประเทศสเปน
Journeyตามรอยแหล่งตกปลาของ 'เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์' ที่ริเบร่า แคว้นกาลิเซียประเทศสเปนนักเขียน : นิติรัฐ กีฬาแปง
ทริปล่าแสงเหนือที่เมือง 'อิลลูลิสแซต' ประเทศกรีนแลนด์ ดินแดนไร้ซึ่งสีเขียว
Journeyทริปล่าแสงเหนือที่เมือง 'อิลลูลิสแซต' ประเทศกรีนแลนด์ ดินแดนไร้ซึ่งสีเขียวนักเขียน : นิติรัฐ กีฬาแปง