Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
Jeff Koons สัญลักษณ์พ็อปอาร์ตยุคใหม่ ผู้ซุกซ่อนความหมายเชิงนามธรรมไว้ในสิ่งของอันสามัญธรรมดา

Jeff Koons สัญลักษณ์พ็อปอาร์ตยุคใหม่ ผู้ซุกซ่อนความหมายเชิงนามธรรมไว้ในสิ่งของอันสามัญธรรมดา

09/09/2025
What a day
AUTHOR: ธนกฤต แดงทองดี
SHARE:

 ถ้าใครเป็นคนที่ชื่นชอบหรือหลงใหลในเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานศิลปะสไตล์พ็อปอาร์ตร่วมสมัย ก็คงเป็นไม่ได้ที่จะไม่รู้จัก เจฟฟ์ คูนส์ (Jeff Koons)  ศิลปินและประติมากรชื่อดัง เจ้าพ่อพ็อปอาร์ตยุคใหม่ ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ อย่างเหล่าประติมากรรมที่ถูกนำเสนอออกมาในสไตล์เหมือนลูกโป่งชวนหวนนึกถึงวัยเด็กอันหอมหวาน 

 นอกจากนี้ หากได้ติดตามข่าวสารวงการศิลปะต่างประเทศก็จะเห็นข่าวของเจฟฟ์ คูนส์ ผ่านตากันมาบ้าง กับข่าวการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งระหว่างคูนส์ และ ‘Gagosian’ แกลเลอรีศิลปะระดับโลก หลังจากเจ้าตัวถอนตัวไปได้ราวๆ 4 ปี 

 นับเป็นอีกข่าวสะเทือนวงการศิลปะไม่น้อย สำหรับการกลับมาในครั้งนี้ เพราะหลังจากที่ตัวเขาได้ย้ายผลงานออกจาก Gagosian ไปซบ Pace Gallery ชื่อเสียงทั้งด้านคำวิจารณ์และตลาดของเขาก็แผ่วลงไปอยู่ไม่น้อยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้ตัวเขาจะยังได้รับการสนับสนุนจากนักสะสมรายใหญ่อีกหลายรายก็ตาม 

 การกลับมาสู่ Gagosian จึงไม่ใช่แค่การหวนคืนสู่บ้านเก่า แต่ยังสะท้อนถึงความพยายามฟื้นฟูพลังศิลปินซูเปอร์สตาร์ของคูนส์อีกครั้ง เพราะตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา Gagosian คือแกลเลอรีที่ปั้นให้เขากลายเป็น สัญลักษณ์ของศิลปะร่วมสมัย ทั้งการจัดแสดงงานเดี่ยวมากถึง 13 ครั้ง และการผลักดันผลงานของเขาให้กลายเป็นงานไอคอนิกในพิพิธภัณฑ์ระดับโลก การกลับมาร่วมงานครั้งนี้จึงไม่ต่างจากการพาตัวของคูนส์กลับมาสู่สปอตไลต์อีกครั้ง

 หากแต่นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของชีวิตของคูนส์ ตัวของศิลปินพ็อปอาร์ตสตาร์ผู้คร่ำหวอดในวงการศิลปะร่วมสมัยนี้ยังมีอีกหลายแง่มุมให้เราได้ค้นหา เราจึงขอพาทุกคนดำดิ่งสู่เรื่องราวเบื้องหลังชีวิตและงานศิลปะของเจ้าพ่อพ็อปอาร์ตคนนี้กัน เพื่อว่าครั้งไหนที่เราไปเห็นผลงานของเจ้าตัว เราอาจจะเข้าใจชิ้นงานของเขามากขึ้นด้วย 

เจฟฟ์ คูนส์ กับจุดเริ่มต้นการเป็นศิลปิน 

 เฉกเช่นเดียวกับศิลปินหลายคนที่มักมีความสนใจและหลงใหลในโลกของศิลปะมาตั้งแต่เด็ก หรือไม่บางคนก็เติบโตมาท่ามกลางครอบครัวหรือสังคมที่เอื้อต่อการบ่มเพาะอารมณ์ศิลปิน

 เจฟฟ์ คูนส์ คือหนึ่งในนั้น เขาเกิดมาท่ามกลางครอบครัวที่ทำงานเกี่ยวกับการออกแบบและงานเชิงสร้างสรรค์ พ่อทำงานเกี่ยวกับออกแบบตกแต่งภายใน ส่วนแม่เป็นช่างเย็บผ้า เมื่ออายุราวๆ 8 ปี พ่อเริ่มให้คูนส์วาดภาพเหมือนจากผลงานของศิลปินคนต่างๆ แล้วนำไปขายในร้าน กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัวเขาได้สัมผัสกับโลกศิลปะเป็นครั้งแรก

 หนึ่งในบุคคลสำคัญผู้มีส่วนเปลี่ยนชีวิตของเด็กชายธรรมดา ให้มาเริ่มหันมาสนใจอาชีพศิลปินอย่างเต็มตัว แถมคูนส์ยังชื่นชอบผลงานของเขาเป็นอย่างมาก คือ ซัลวาดอร์ ดาลี (Salvador Dalí) ศิลปินเซอร์เรียลลิสม์ชาวสเปน ซึ่งครั้งหนึ่งพวกเขาทั้งคู่ได้พบกัน การได้มาเจอผู้ที่เปรียบเสมือนไอดอลของตัวเอง จึงนับเป็นการเติมเต็มตัวตนความเป็นศิลปินไม่น้อยเลย

 เข้าสู่ช่วงมัธยมปลาย คูนส์ได้เข้าเรียนที่ Maryland Institute College of Art ซึ่งดาลียังคงมีอิทธิพลต่อตัวของคูนส์เรื่อยมา แม้กระทั่งในช่วงวัยรุ่น คูนส์ฝึกวาดภาพทิวทัศน์ ก็ไม่วาย วาดออกมาในสไตล์นีโอเซอร์เรียลลิสต์ คล้ายกับงานของดาลี

 ในขณะที่เป็นนักศึกษาที่สถาบันศิลปะ คูนส์ได้พบกับ เอ็ด แพชค์ (Ed Paschke) ศิลปินซึ่งจะกลายมาเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างมากต่อตัวคูนส์ โดยเวลาต่อมา ราวๆ ปลายทศวรรษ 1970 คูนส์ได้เริ่มทำงานเป็นผู้ช่วยในสตูดิโอให้แก่แพชค์ และเริ่มเรียนรู้การทำงานในฐานะศิลปินหลายๆ ด้านจากแพชค์ 

 หลังเรียนจบ คูนส์ได้เริ่มทำงานในฐานะคนขายภาพให้แก่สมาชิกที่ Museum of Modern Art (MoMA) ในเมือง New York นอกจากนี้เขายังเข้าไปมีส่วนร่วมกับ East Village Art Scene ซึ่งเป็นชุมชนศิลปินทางเลือกที่ปฏิเสธศิลปะกระแสหลักและเปิดรับสุนทรียศาสตร์แบบต่อต้านวัฒนธรรม กลายเป็นพื้นที่หลอมรวมแนวคิดใหม่ๆ อันกลายไปเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ทั้งด้านดนตรี บทกวี งานเขียน และศิลปะภาพ อีกทั้งชุมชนนี้ยังเป็นเวทีสำคัญที่ได้ช่วยเปิดตัวศิลปินชื่อดังหลายคนในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 

 การเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนศิลปะนอกกระแส ถือเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของตัวคูนส์ ในการสร้างสรรค์และทดลองเกี่ยวกับงานศิลปะรอบตัว จนกระทั่งช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง คูนส์ก็ได้เริ่มสร้างผลงานประติมากรรมเป่าลมเป็นครั้งแรก ซึ่งมันจะกลายมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในงานของคูนส์ในเวลาต่อมาด้วย

 ผลงานในช่วงแรกๆ ของคูนส์ มักปรากฏในรูปแบบประติมากรรมเชิงแนวคิด ตัวอย่างเช่น The New ผลงานชุดแรกๆ ของคูนส์ เป็นผลงานที่รวบรวมชุดเครื่องดูดฝุ่นที่เลือกจัดแสดงตามชื่อแบรนด์ที่ศิลปินชื่นชอบ เช่น Hoover และ Shelton โดยผลงานชุดนี้ ตลอดจนอีกหลายๆ ชิ้นของคูนส์ในช่วงนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อล้อไปกับกระแสบริโภคนิยมในช่วงเวลาดังกล่าวนั่นเอง

 ในปี 1986 คูนส์ได้นำวัตถุพร้อมใช้ เช่น กระต่ายลมเป่า มาสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ จนกลายเป็นหนึ่งในผลงานที่สร้างความจดจำแก่ตัวของคูนส์มากที่สุดผลงานหนึ่ง อย่าง Rabbit ขึ้นมา โดยมันมีทั้งหมด 3 ชิ้น กระจายอยู่คนละที่ในปัจจุบัน 

 ต่อมาในปี 1994 อันเป็นปีที่ผลงานที่สร้างภาพจำและชื่อเสียงให้แก่คูนส์มากที่สุดถือกำเนิดขึ้นมา Celebration ชื่อของชุดงานศิลปะ ว่าด้วยการเฉลิมฉลอง โดยนำเสนอสิ่งของต่างๆ ออกมาในรูปแบบของลูกโป่งขนาดยักษ์ แล้วนำมาประกอบร่าง ราวกับเป็นลูกโป่งที่ถูกบิดเอาไว้มากหน้าหลายตาตามงานเลี้ยงฉลอง โดยผลงานชุดนี้ของคูนส์ มีจำนวนรวมแล้วกว่า 20 แบบเลยทีเดียว

 ซึ่งเจ้าลูกหมาน้อยที่เราหลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากัน ก็เป็นหนึ่งในผลงานศิลปะในชุดนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีสัญลักษณ์ของงานเลี้ยงอื่นๆ ที่ถูกนำมาสร้างเป็นผลงานศิลปะลูกโป่งนี้อีกมากมาย อาทิ หัวใจวาเลนไทน์ เพชร ดอกไม้ ดินปั้นเพลย์โดว์ หรือแม้แต่ไข่อีสเตอร์

 มาถึงตรงนี้ ก็คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เจฟฟ์ คูนส์ คือศิลปินอีกคนที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่สร้างภาพจดจำให้แก่คนทั่วไปได้มากที่สุดคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเห็นสุนัขลูกโป่งแห่งหนใด หน้าของคูนส์ก็จะต้องลอยเข้ามาในความคิดเราเสมอ

เจฟฟ์ คูนส์ ศิลปินผู้เปลี่ยนโลกศิลปะ

 ในโลกศิลปะสมัยใหม่ ชื่อของเจฟฟ์ คูนส์ เปรียบเสมือนศิลปินผู้เขย่าวงการศิลปะ ไม่ใช่เพียงแค่ความแตกต่างของสิ่งที่เขานำเสนอ ทว่ายังรวมไปถึงวิธีที่เขาเปลี่ยนสิ่งของอย่างของเล่นเด็กหรือของใช้ในบ้านอันแสนธรรมดา ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมผ่านกระบวนการทางศิลปะด้วย 

 และนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา เจฟฟ์ คูนส์ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับศิลปินร่วมสมัยจำนวนมาก โดยเฉพาะการชวนผู้คนไปสำรวจประเด็นเกี่ยวกับกระแสทุนนิยม การโฆษณา วัตถุพร้อมใช้ (Readymades) และการตีความพ็อปอาร์ตใหม่

 อย่างใน Celebration ไม่ได้แสดงให้เห็นแค่ความสนุกสนานของการเฉลิมฉลองเพียงเท่านั้น หากแต่ยังพาเราไปสำรวจถึงความหลงใหลที่มีอย่างต่อเนื่องของคูนส์ต่อแนวคิดเรื่องการเชื่อมโยง จิตสำนึก และการสื่อสาร ผ่านการหยิบจับวัตถุสามัญในชีวิตประจำวันมาแปรเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์เชิงนามธรรม ที่สะท้อนถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์และการดำรงอยู่เชิงชีววิทยา

 ผลงานของเจฟฟ์ คูนส์มักทั้งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงและถูกชื่นชมอย่างล้นหลาม ในเวลาเดียวกัน เหตุผลที่ผู้คนยกย่องและตำหนิเขามักมีความเกี่ยวข้องกัน ผู้คนชื่นชมคูนส์ในประเด็นการวิพากษ์ วัฒนธรรมผู้บริโภคและความมั่งคั่งวัตถุ ตลอดจนความแตกต่างเชิงความหมายที่เขาสร้างขึ้น ในทางกลับกัน ผู้วิจารณ์บางคนมองว่าผลงานของเขา หยาบ ด้อยคุณค่า ลอกเลียนแบบ ราคาแพง และไร้สาระ

 แม้คูนส์จะกล่าวว่าผลงานของเขา ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด แต่เขาก็ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของการวิจารณ์ศิลปะของเหล่านักวิจารณ์มืออาชีพอยู่ดี เพราะเขามองว่านักวิจารณ์เหล่านี้เปรียบเสมือนผู้คุมประตูของโลกศิลปะ ที่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของศิลปิน ด้วยเหตุนี้คูนส์จึงเชื่อว่าลักษณะงานที่เข้าถึงง่ายและเป็นที่นิยมของเขา เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดถ้อยคำวิจารณ์ต่อเขาอย่างรุนแรง

 กระแสข่าวระหว่างคูนส์และ Gagosian ที่ผ่านมา ก็อาจเป็นอีกหนึ่งเครื่องพิสูจน์ว่าแม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมากี่ทศวรรษ ชื่อของคูนส์ก็ยังคงโลดแล่นอยู่ในโลกศิลปะเสมอมา รวมถึงผลงานศิลปะและแนวคิดของคูนส์ ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญให้กับศิลปินยุคถัดมาจนถึงปัจจุบัน 

 อ้างอิงจาก

 theartstory.org

 gagosian.com

 artnews.com

 theartnewspaper.com

Tags:what a dayJeff Koonsa day
Share :
Author
ธนกฤต แดงทองดี
Photographer
-
GREEN WALL (PAPER) พื้นที่สีเขียวบนกำแพง
Photo StoriesGREEN WALL (PAPER) พื้นที่สีเขียวบนกำแพงนักเขียน : Mok Lachantra
ไฮคิว!! คู่ตบฟ้าประทาน ตอน : ตัวละครไหนที่ใช่คุณ
A Better Dayไฮคิว!! คู่ตบฟ้าประทาน ตอน : ตัวละครไหนที่ใช่คุณนักเขียน : วงศกร ลอยมา
MONTY ศิลปินเจนซีและหัวหน้าผองสัตว์ประหลาดในโลกกึ่งจริงกึ่งฝัน
Artist TalkMONTY ศิลปินเจนซีและหัวหน้าผองสัตว์ประหลาดในโลกกึ่งจริงกึ่งฝันนักเขียน : วงศกร ลอยมา