คุณเองก็อาจจะเคยผ่านวันนั้นมาแล้ว วันที่ความเหนื่อยล้าและความผิดหวังประดังประเดเข้ามาจนทำให้ชีวิตเป๋ไปพักใหญ่ เหล่าผู้มากประสบการณ์จึงยื่นคำแนะนำว่าให้หาอะไรทำเพื่อเติมแรงบันดาลใจให้ชีวิต
หนึ่งในวิธีที่สามารถชะลอความเหนื่อยล้า ความผิดหวัง และเติมพลังให้สู้ต่อไปได้ คือการดู ‘การ์ตูนแนวกีฬา’ อันเต็มไปด้วยเรื่องราวของมิตรภาพและการต่อสู้เพื่อความฝัน เราเชื่อว่าทุกคนคงมีการ์ตูนแนวกีฬาเรื่องโปรดที่กลับไปเปิดดูอยู่บ่อยๆ สำหรับเราการ์ตูนเรื่องนั้นคือ Haikyu!! (ไฮคิว!! คู่ตบฟ้าประทาน)
รังสรรค์โดย ‘ฮารุอิจิ ฟุรุดาเตะ’ นักวาดมังงะชาวญี่ปุ่น ที่นำเสนอกีฬาวอลเลย์บอลในวงการมังงะ สอดแทรกเรื่องราวของมิตรภาพ ความบกพร่อง ความผิดหวัง ความใจสู้ และความไม่ย่อท้อต่อการทำตามความฝัน ซึ่งสร้างกำลังใจให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเรื่อง สถานการณ์ที่ตัวละครพบเจอ คล้ายๆ ว่าเราเห็นตัวเองอยู่ในนั้น เราเศร้าไปกับความผิดหวังของตัวละครบางตัว เอาใจช่วยพวกเขาทำตามความฝัน เพราะใช่หรือไม่ว่า เราเองก็กำลังเหนื่อยล้า อ่อนแอ และทำตามความฝันของตัวเองอยู่เหมือนกัน
คอลัมน์ a better day สัปดาห์นี้ ขอเชิญพบกับ 5 ตัวละครจาก (ไฮคิว!! คู่ตบฟ้าประทาน) พวกเขากำลังซ้อมวอลเลย์บอลกันอยู่ด้านล่าง ก่อนหน้านี้แอบส่งซิกไปแล้วว่าผู้อ่านของเราอยากฟังเรื่องราวของพวกเขา เพื่อเติมแรงบันดาลใจ และพวกเขายินดีเล่าสู่กันฟัง พร้อมแล้วก็ลุยเลย

ฮินาตะ โชโย, มือตบของโรงเรียนมัธยมปลายคาราสุโนะ
มัธยมต้นเป็นช่วงเวลาที่เหี่ยวเฉาสำหรับคนรักวอลเลย์บอลอย่างผม โรงเรียนผมไม่มีชมรมวอลเลย์บอลชาย ผมจึงอาศัยฝึกซ้อมแปะบอลกับกำแพง ไม่ก็ขอให้เพื่อนชมรมอื่นและน้องสาวช่วยส่งบอลให้
แม้โรงเรียนผมจะไม่มีชมรมวอลเลย์บอลชาย แต่ผมอยากลงแข่งมาก จึงรวบรวมเพื่อนอีก 5 คน เพื่อลงแข่งวอลเลย์บอล ทีมพวกเราจับฉลากเจอกับทีมมหาอำนาจอย่างโรงเรียนคิตะงาวะ ไดอิจิ ซึ่งมี คาเงยามะ โทบิโอะ เป็นเซตเตอร์อัจฉริยะ และอย่างที่เห็น ทีมพวกเราแพ้ราบคาบ ผมร้องไห้เป็นเด็กเลย
ถ้าคนที่ยืนอยู่บนสนามเป็นคนที่ชนะละก็ ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนยืนอยู่ตรงนั้น
หลังแข่งเสร็จ จำได้ว่าผมเดินไปตะโกนใส่ไอ้คาเงยามะแบบนั้น เจ้านั่นจึงสวนกลับทันควันว่า
ถ้าอยากชนะ ก็จงแข็งแกร่งขึ้นซะ!
ผมตั้งใจกับตัวเองว่าจะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายคาราสุโนะให้ได้ เพราะที่นั่นเป็นโรงเรียนเก่าของ ยักษ์จิ๋ว ไอดอลของผม แต่หัวผมนี่สิ ไม่ต้อนรับหนังสือเอาซะเลย แต่ก็พอถูไถจนผ่านการคัดเลือก (แบบเฉียดฉิวมาก) ได้สำเร็จ
ผมควรพูดไว้ตรงนี้สักหน่อย ผมสูงแค่ 162.8 ซม. ซึ่งถือว่าเตี้ยมากสำหรับตำแหน่งตัวตบ
เปิดเทอมวันแรกรู้ไหมผมเจอใคร ไอ้คาเงยามะ! พวกเราทะเลาะกันจนกัปตันซาวามูระ ไดจิ ต้องลากตัวออกไปนอกโรงยิม พร้อมยื่นคำขาดว่า
ตราบใดที่พวกแกสองคนยังมองอีกฝ่ายเป็นศัตรู และเล่นเป็นทีมเดียวกันไม่ได้ ก็ไม่ต้องเข้าชมรม
เหมือนได้สติ ผมกับหมอนั่นเล่นด้วยกันมากขึ้น ไอ้บ้านั่นมันมีพรสวรรค์ แต่ผมนี่สิ สิ่งที่ผมทำคือกระโดดและหลับตาตบลูกเซตระดับปาฏิหาริย์ของคาเงยามะ ตอนแรกผมคิดขั้นว่าถ้าไม่มีเจ้านั่นในสนามผมก็ทำอะไรไม่ได้เลย
ปล่อยไว้ไม่ได้การ ผมเรียนรู้ที่จะเปิดตามองสนามแข่ง ควบคุมจังหวะกลางอากาศ และขอฝึกตบกับมือตบระดับท็อปของประเทศ อย่างโบคุโตะ และคุโรโอะ ในช่วงเข้าค่ายซ้อม เพื่อเรียนรู้เทคนิคอย่างการ รีบาวด์ การเล็งมุมตบ และการดึงจังหวะ
ผมสนุกกับการผลักดันตัวเองให้ทะลุข้อจำกัดไปเรื่อยๆ จะเรียกว่าบ้าคลั่งก็ได้ เพราะผมรู้ว่ามันยังมีวิธีการใหม่ๆ ที่ผมยังไม่รู้ วิธีกระโดด วิธีตบ มันยังมีคนที่อยู่เหนือกว่าผมเสมอ และพูดกันตามตรง ผมว่าผมไม่ได้อยากเป็นที่หนึ่งหรืออยากเอาชนะ
ผมชอบช่วงเวลาที่ได้อยู่ในสนามวอลเลย์บอลมากกว่า เหมือนที่ผมอยากเล่นวอลเลย์บอลให้เก่ง เพราะมียักษ์จิ๋วเป็นไอดอล ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผมมหาศาล แต่ก็ต้องขอบคุณตัวเองกับความพยายามอย่างบ้าคลั่งที่ผ่านมา

คาเงยามะ โทบิโอะ, เซตเตอร์ของโรงเรียนมัธยมปลายคาราสุโนะ
ผมเติบโตมาในครอบครัววอลเลย์บอล ปู่เป็นอดีตโคชและเป็นคนที่สอนวอลเลย์บอลให้ผมตั้งแต่เด็ก ปู่สอนว่า ถ้าเก่งขึ้น ก็จะได้เล่นกับคนที่เก่งขึ้น
ผมเป็นคนใจร้อน อาจเป็นเพราะฝีมือของผมอยู่เหนือกว่าผู้เล่นทั่วไป ซึ่งมันทำให้ผมนิสัยเสียอยู่สักหน่อย และกดดันเพื่อนร่วมทีมด้วยมาตรฐานที่สูง พูดให้ละเอียดกว่านั้นคือ ผมเซตบอลเร็วและแม่นยำจนเพื่อนตามไม่ทัน มีการแข่งขันครั้งหนึ่ง เพื่อนร่วมทีมทุกคนปฏิเสธที่จะวิ่งไปตบบอลที่ผมเซต และปล่อยให้ลูกตกพื้น
ถึงที่สุด ผมคิดว่าฉายาราชาแห่งสนามกลายเป็นคำบุลลีที่ประจานความเอาแต่ใจของผมเอง
มันก็มีจุดเปลี่ยนอยู่นะครับ ก่อนหน้านี้ผมหมกหมุ่นกับการเซตบอลมากๆ ซ้อมบ่อย ในหัวมีแต่เรื่องวอลเลย์บอล แต่พออะไรไม่คาดฝันเกิดขึ้น (เพราะนิสัยเอาแต่ใจของผมเอง) ผมตัดสินใจเข้ามาเรียนที่คาราสุโนะ ผมก็ได้เจอกับไอ้ฮินาตะ รุ่นพี่ คู่แข่ง โคช และเพื่อนร่วมทีม
สิ่งที่ผมค้นพบคือ หน้าที่ของเซตเตอร์คือ การดึงศักยภาพสูงสุดของตัวตบออกมา
ผมอยากจะพูดถึงฮินาตะสักหน่อย เจ้านั่นไม่เคยกลัวลูกเซตของผม และพร้อมจะวิ่งไปตบบอลทุกลูกที่ผมเซทให้ เตี้ยก็เตี้ย แต่ไวจนผมเองก็มองไม่ทัน อย่างกับว่ามีสัญชาตญาณสัตว์ป่า ต่างจากผมที่ทุกอย่างผ่านการฝึกซ้อมและคำนวณมาอย่างดี หลายครั้งผมจึงเซตไปในพื้นที่ที่ไม่คาดคิดและเจ้านั่นก็วิ่งไปตบด้วยสัญชาตญาณได้ทันเวลา
ใจจริงผมอยากพูดอยู่เหมือนกันว่าฮินาตะเป็นภัยคุกคาม ถ้าผมหยุดพัฒนาฝีมือแม้แต่วันเดียว เจ้านั่นจะแซงผมไปทันที ทำให้เราทั้งคู่ขยันฝึกซ้อม แข่งขัน และผลักดันกันและกันอยู่ตลอดเวลา หลายครั้งเจอคู่แข่งที่ไม่น่าคิดว่าจะชนะได้ โรงเรียนของเราก็เอาชนะมาได้
มาตรฐานของตัวเองมีไว้บ้างก็เป็นเรื่องดีนะครับ แต่ถ้าทำงานเป็นทีม ผมว่าเราควรเรียนรู้กันและกัน แบ่งบทบาทกันให้ชัดเจน และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
ผมดีใจที่มีคนตบลูกเซตของผมได้ หลังจากเข้ามาเรียนที่นี่ และเล่นวอลเลย์บอลกับเจ้าพวกนี้ ผมว่าผมเรียนรู้อะไรเยอะมากทีเดียว หนึ่งนั้นคือการเชื่อใจ

โออิคาวะ โทรุ เซตเตอร์ของโรงเรียนอาโอบะโจไซ
ใครๆ ก็เรียกว่าผมคือ มหาราชา แต่รู้ไหมครับว่า ความเก่งกาจที่ผมได้มาไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์อะไรเลย ทุกความสามารถและทักษะวอลเลย์บอล แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาจากการฝึกฝนอย่างหนักของผม และถึงแม้ผมจะเป็นที่ยอมรับในฝีมือมากแค่ไหน แต่ผมก็ไม่เคยพาทีมไปแข่งขันในระดับประเทศได้เลย
ประเด็นหนึ่งที่ติดค้างอยู่ในใจผมมาตลอดคือ ผมเกลียดพวกผู้เล่นพรสวรรค์เข้าไส้ โดยเฉพาะ อุชิจิมะ วากาโทชิ นักตบมือซ้ายพลังรุนแรง กัปตันและเอซตัวเก่งของโรงเรียนชิราโทริซาวะ ซึ่งผมพ่ายแพ้ให้เขามาตลอดช่วงมัธยมต้น
หันไปข้างหลังก็เห็นคาเงยามะวิ่งตามมาติดๆ เจ้านั่นเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นพรสวรรค์ เป็นเซตเตอร์เหมือนกับผม แม้จะเก่งแค่ไหน แต่ผมก็ไม่เคยก้าวข้ามกำแพงไปได้สักที เพราะพวกผู้เล่นพรสวรรค์พวกนี้ นานวัน ผมก็เริ่มหมดหวังกับความฝันบนเส้นทางวอลเลย์บอลของตัวเองทีละน้อยๆ
มันเป็นความรู้สึกว่า ไม่ว่าผมจะฝึกซ้อมมากแค่ไหน ก็ดูเหมือนไม่มีทางที่จะชนะคนเหล่านี้ได้เลย
แต่เพราะผมมีคู่หูที่ดีอย่าง อิวะอิซึมิ ฮาจิเมะ และโคชที่เชื่อมั่นในตัวผม ผมจึงลุกขึ้นสู้อีกครั้ง พร้อมกับบอกตัวเองเลยว่า พรสวรรค์คือสิ่งที่ต้องทำให้เบ่งบาน สัญชาตญาณคือสิ่งที่ต้องขัดเกลา ในเมื่อผมไม่ได้เกิดมาเป็นคนมีพรสวรรค์ ก็แค่พยายามสร้างไอ้พรสวรรค์นั้นขึ้นมา
ผมจึงเก็บความผิดหวังทั้งหมดมาเป็นพลังในการฝึกซ้อม ผลักดันตัวเองให้ทำได้มากกว่าที่เคยทำ และนอกจากพัฒนาฝีมือตัวเอง ผมเล็งเห็นว่าควรดึงศักยภาพของเพื่อนร่วมทีมออกมาให้มากที่สุด เพราะวอลเลย์บอลมันเล่นกัน 6 คนใช่ไหมล่ะครับ
แต่เชื่อไหมครับ แม้ผมจะสร้างทีมที่ดีที่สุด และทำทุกวิถีทางที่พอจะทำได้แล้วในสนาม แต่คล้ายว่าผมก็ไม่สามารถทำลายกำแพงพรสวรรค์ไปได้ ศึกล้างตาระหว่างอาโอบะโจไซกับคาราสุโนะ ท้ายที่สุด พวกเราเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ความฝันของผมที่อยากแข่งวอลเลย์บอลระดับประเทศสักครั้ง ก็ยังเป็นความฝันต่อไป
ผมเกือบจะล้มเลิกมันไปเลยนะครับ วอลเลย์บอลน่ะ แต่ผมไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก ผมละทิ้งบ้านเกิดและไปเล่นในลีกอาร์เจนตินา เพื่อทำตามสิ่งที่ผมฝันมาตลอดชีวิต ซึ่งผมเพิ่งรู้ไม่นานนี้เองว่าไม่ใช่การทลายกำแพงพรสวรรค์
แต่คือการได้ยืนอยู่บนสนามวอลเลย์บอลแบบนี้ตลอดไป
ความผิดหวัง แพ้พ่าย เป็นแรงผลักดันชั้นดีให้ผมก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง และวันหนึ่ง ผมก็ได้เป็นเซตเตอร์ให้กับทีมชาติอาร์เจนตินาในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เผชิญหน้ากับทีมชาติญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้เล่นพรสวรรค์ที่ผมเคยพ่ายแพ้มาก่อน
ผมภูมิใจกับความไม่ยอมแพ้ของตัวเอง

นิชิโนยะ ยู, ลิเบโรของโรงเรียนมัธยมคาราสุโนะ
ตำแหน่งที่ผมเล่นจะมัวกลัวอยู่ไม่ได้ ผมไม่ได้คิดเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเองนะครับ ปู่ผมเป็นคนสอน
สมัยก่อนผมเป็นเด็กขี้กลัวมาก สุนัข แมลง คือกลัวทุกอย่างที่ไม่คุ้นชินน่ะครับ ด้วยไม่อยากเห็นหลานเป็นเด็กขี้กลัว ปู่จึงหากิจกรรมให้ผมทำ ตอนนี้มองย้อนกลับไปเข้าใจแล้วว่าเขาอยากให้ผมกล้าเผชิญหน้ากับความกลัว ผมยังจำคำที่ปู่สอนได้เลย
การกลัวสิ่งที่ยังไม่รู้จัก หรือการปล่อยให้ความกลัวมาขวางไม่ให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มันน่าเสียดายนะ เพราะมันจะทำให้แกเสียโอกาสที่จะได้สนุกกับโลกใบนี้
ตั้งแต่นั้นมาผมก็ไม่กลัวอะไรอีกเลย ผมชอบทำกิจกรรมที่ได้ใช้พลัง ตื่นเต้น และต้องตอบสนองอย่างรวดเร็ว พอลองเล่นวอลเลย์บอลแล้วได้รับตำแหน่งลิเบโร ผมก็ติดใจมาก บางลูกที่คิดว่าออกแน่ หรือเสียแล้วแน่ๆ ตำแหน่งผมต้องเป็นคนไปช้อนลูกกลับมาให้ได้ ผมฝึกซ้อมอย่างบ้าคลั่งจนถึงขั้นได้รับรางวัลลิเบโรยอดเยี่ยมในระดับมัธยมต้นเลยนะครับ
มันเป็นเช่นนี้เสมอ จากที่คิดว่าฝีมือตัวเองไม่เป็นสองรองใคร ฉับพลันเราก็จะพบเจอกับคนที่เก่งกว่า
เมื่อเห็นลิเบโรของทีมอื่นกระโดดเซตบอลจากหลังเส้น 3 เมตรให้เพื่อนตบ ผมบอกกับตัวเองเลยว่าต้องฝึกฝนทักษะนี้ให้ชำนาญให้ได้ เพื่อเปิดตัวเลือกการบุกให้กับทีมของเรามากขึ้น ผมคิดง่ายๆ แค่ว่าทำไมต้องคอยรับบอลอย่างเดียวล่ะ มันจะดีกว่าไหมถ้าผมเปิดเกมบุกได้อีกคนในสนาม
มีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมจำได้แม่น คาราสุโนะต้องเจอกับโรงเรียนดาเตะโค ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องกำแพงเหล็ก (คือบล็อกหนามาก) ในแมตช์นั้นอาซาฮิ ซึ่งเป็นตัวตบหลัก โดนบล็อกอัดกลับมารัวๆ ไม่ว่าจะตบไปทางไหนก็ติดบล็อกไปหมด
พอโดนบล็อกอัดกลับมาหลายสิบลูกเข้า อาซาฮิเริ่มสติแตก เขาคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทีมเสียแต้ม และรู้สึกกลัวการตบบอลขึ้นมาดื้อๆ ในช่วงปลายเซต อาซาฮิจึงหยุดวิ่งไปตบบอล และไม่ขอให้เซตเตอร์ส่งบอลมาให้อีกเลย
เห็นภาพนั้นแล้วผมโกรธมาก พอกลับมาที่โรงเรียน ผมเดินเข้าไปกระชากเสื้ออาซาฮิแล้วพูดทำนองว่า ทำไมถึงเลิกตบบอล บอลมันยังไม่ตกพื้นสักหน่อย เขาคงแบกรับความรู้สึกผิดไม่ไหวจึงไม่มาซ้อม ผมนี่สิ อารมณ์ค้าง ผลักอาจารย์ใหญ่ที่เข้ามาห้ามจนแกถอยไปชนแท่นวางแจกันของโรงเรียนตกแตก
ผลคือผมโดนสั่งพักการเรียน 1 สัปดาห์ และห้ามเข้าซ้อมชมรม 1 เดือน
พอได้กลับมาซ้อม รุ่นพี่อาซาฮิก็ยังไม่มา ผมจึงเดินไปคุยกับเขาตรงๆ ว่า ถ้าบอลมันโดนบล็อกอัดกลับมา มันก็เรื่องธรรมดาไม่ใช่เหรอครับ หน้าที่ของผมคือรับมันไว้ ส่วนหน้าที่ของอาซึมะซัง ก็คือการกระโดดขึ้นไปตบบอลลูกถัดไปต่างหาก ตราบใดที่ผมยังยืนอยู่ข้างหลัง บอลจะไม่ตกพื้นง่ายๆ หรอกครับ… เพราะฉะนั้น ได้โปรดอย่ายอมแพ้ที่จะตบบอลเลยครับ
หลังเรียนจบมัธยมปลาย ผมไม่ได้เล่นวอลเลย์บอลต่อ ผมคิดว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว และผมนึกถึงคำพูดของปู่ที่บอกว่าโลกใบนี้ยังมีอะไรอีกมากมายที่ผมไม่เคยเห็น ผมจึงแบกเป้ออกเดินทางไปทั่วโลก โดยเริ่มจากการไปอิตาลีเพื่อจับปลากระโทง
สิ่งที่เราไม่คุ้นชินมันก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะครับ

คิตะ ชินสุเกะ, กัปตันทีมโรงเรียนอินาริซากิ
ผมเป็นคนธรรมดา ไม่มีพรสวรรค์กับใครเขา แต่สิ่งที่ผมมีคือวินัย น่าเบื่อชะมัดเลยใช่ไหมครับ
ตั้งแต่เด็กยายผมสอนว่ามีใครบางคนกำลังเฝ้ามองเราอยู่เสมอ มันคงเป็นความรู้สึกนี้ที่ทำให้ผมตั้งใจทำสิ่งรอบตัวให้เรียบร้อยสม่ำเสมอ และผมรักวอลเลย์บอล ผมทุ่มเทกับมัน ตื่นตรงเวลา ตั้งใจเรียน เช็ดพื้นสนาม จัดเก็บอุปกรณ์หลังซ้อมเสร็จทุกครั้งไม่เคยขาด ช่วง ม.ต้น แม้ผมจะทุ่มเททำทุกอย่างเต็มที่ อย่าว่าแต่ตัวจริงเลย ผมไม่เคยถูกเรียกติดเป็นตัวสำรองด้วยซ้ำไป
เมื่อขึ้น ม.ปลาย 1 ปีผ่านไป 2 ปีผ่านไป ผมก็ยังไม่ถูกเรียก แต่ระหว่างนั้นผมก็ตั้งใจซ้อมและทำทุกอย่างเหมือนเดิมด้วยวินัย ถึงปีที่ 3 ผมเพิ่งได้สัมผัสชุดแข่งเป็นครั้งแรก และถูกเลือกเป็นกัปตันทีม
ในสนามผมอาจพูดจาขวานผ่าซากไปสักหน่อย ผมไม่ได้มั่นใจว่าตัวเองเหนือกว่าใคร ผมแค่มั่นใจว่าจะไม่ทำพลาด ผมซ้อมเสิร์ฟ-รับลูกมาเป็น 1,000 ครั้ง ครั้งที่ 1,001 ที่ได้ลงสนามผมก็แค่ทำแบบเดิม ดังนั้นผมจึงไม่ตื่นเต้นแม้แต่น้อย นั่นเป็นเพราะวอลเลย์บอลเป็นสิ่งที่ผมคุ้นเคยและอยู่กับมันมาตลอด
ในวงการวอลเลย์บอล สื่อมวลชนหรือกระทั่งในหมู่ผู้เล่นกันเอง ก็เรียกคนที่อัจฉริยะว่าเป็นพวกมีพรสวรรค์มาตั้งแต่เกิด เช่น แฝดมิยะ (มิยะ อัตสึมุ และมิยะ โอซามุ) ผมว่ามันไม่จริงหรอกครับ พวกนั้นแค่รักวอลเลย์บอลมากกว่าใคร ตื่นมาก็คิดถึงแต่วอลเลย์บอล การไปเรียกความพยายามบ้าคลั่งขนาดนั้นว่า พรสวรรค์มันเหมือนดูถูกความพยายามของพวกนั้นไปสักหน่อย
ตอนนี้ผมกำลังปลูกข้าวอยู่ครับ มันสนุกมากๆ เลย เพราะผมไม่สามารถเร่งให้ข้าวโตได้เร็วกว่านี้ ทุกอย่างมันอาศัยกระบวนการเสมอ ไม่กี่วันก่อน ผมเพิ่งส่งข้าวไปให้เจ้าพวกแฝดหุงกิน
ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเจ้าสองคนนั้นกินข้าวของผมด้วยความเอร็ดอร่อย





