Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
Fuggerei โครงการบ้านสาธารณะอายุ 500 ปี ที่ยังคงเก็บค่าเช่าปีละ 0.88 ยูโรเท่ากับวันแรก

Fuggerei โครงการบ้านสาธารณะอายุ 500 ปี ที่ยังคงเก็บค่าเช่าปีละ 0.88 ยูโรเท่ากับวันแรก

09/05/2020
Culture & Entertainment
AUTHOR: Little Thoughts
SHARE:

 เรากำลังอยู่ในโลกที่ผู้คนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองและเป็นโลกที่ราคาที่ดินในเมืองสูงขึ้นเรื่อยๆส่งผลต่อความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของผู้คนขณะที่ห้องพักชั้นดีจำนวนมากถูกซื้อไว้เพียงเพื่อเก็งกำไรโดยไม่มีใครอาศัยอยู่

 ในวันที่ระบบตลาดล้มเหลวในการจัดการทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพและความเป็นธรรมบ้านสาธารณะ (social housing) จึงเป็นประเด็นที่เราต้องพูดถึงมากขึ้น

 ไม่ว่าจะเป็นเวียนนา เมืองที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ที่เป็นต้นแบบของการทำบ้านสาธารณะ (และผู้คนร้อยละ 60 อยู่ในบ้านสาธารณะ) หรือกรุงเทพมหานคร ที่มีโครงการแฟลตดินแดงซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงใหม่บนพื้นที่เดิม

 แม้กรุงเทพมหานครจะเต็มไปด้วยความไม่น่าพอใจสำหรับหลายคนแต่ก็น่าดีใจว่าผู้มีรายได้น้อยจำนวนมากยังคงอาศัยอยู่ใจกลางเมืองอย่างที่พวกเขาเคยอยู่กันมาเนิ่นนานได้โดยไม่ต้องถูกซ้ำเติมด้วยการเดินทางอันยาวนานและเหน็ดเหนื่อยวันละหลายชั่วโมงเพื่อเข้ามาทำงานในเมืองหากถูกผลักให้ไปอยู่พื้นที่รอบนอก

 

บ้านสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

 ย้อนกลับไปในปี 1516 โครงการบ้านสาธารณะเก่าแก่ที่สุดที่ยังคงดำเนินการอยู่ของโลกได้เริ่มต้นขึ้นโดยพ่อค้าและนายธนาคารชื่อดังของเมืองเอาคส์บวร์ค (Augsburg) ในเยอรมนีเขาผู้นี้มีชื่อว่า Jakob Fugger และเป็นที่จดจำในฐานะยาคอบฟุกเกอร์ผู้ร่ำรวย (Jakob Fugger the Rich)

 โครงการที่มีชื่อว่า Fuggerei นี้จัดสร้างที่อยู่อาศัยให้กับชาวคาทอลิกที่ต้องการที่พึ่งพิงโดยเฉพาะแรงงานผู้มีรายได้น้อยพวกเขาอยู่อาศัยได้โดยไม่ต้องเป็นหนี้เก็บค่าเช่าเพียงปีละ 1 กิลเดอร์ไรน์ (หน่วยเงินที่ใช้ในสมัยนั้น)หากคิดเป็นเงินยูโรในปัจจุบันจะเทียบเท่ากับ 88 เซนต์ ซึ่งเท่ากับเงินเดือนหนึ่งเดือนที่ผู้ใช้แรงงานได้รับในวันนั้น

 แม้จะออกแบบให้ใช้เงินอย่างคุ้มค่าที่สุดนั่นคือออกแบบให้ทุกยูนิตมีหน้าตาเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำแค่ให้พออาศัยหลับนอนเพราะสำหรับ Fuggerei คืออพาร์ตเมนต์ที่มี 3 ห้องได้แก่ห้องนั่งเล่นห้องนอนและห้องครัวพร้อมด้วยเตาผิงโดยตัวอย่างอพาร์ตเมนต์ฉบับออริจินอลนี้จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์หลักของพื้นที่โครงการในปัจจุบัน

 

 ตอนที่เริ่มสร้างนั้น Fuggerei มีอพาร์ตเมนต์ซึ่งสร้างเป็นอาคาร 2 ชั้นอยู่ถึง 52 หลังเรียงต่อกัน 8 แถวส่วนกำแพงที่สร้างล้อมรอบโครงการมีประตูเข้า-ออกมากถึง 7 จุด

 ยิ่งโครงการใหญ่เท่าไหร่ก็ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำได้เท่านั้นหากรู้จักข้อได้เปรียบโดยประหยัดขนาดที่มอบให้ ก็สามารถทำโครงการบ้านสาธารณะที่ใช้การออกแบบอย่างเข้มข้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เป็นที่อยู่อาศัยที่น่าอยู่และสร้างความสุขให้กับผู้อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง

สิ่งที่ต้องทำคือภาวนา

 แน่นอนว่ายาคอบเป็นคาทอลิกและเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินแก่ราชวงศ์ฮับสบูร์กในยุคแห่งการการปฏิรูปศาสนาโดยฝ่ายโปรเตสแตนท์

 เงื่อนไขของการเข้ามาอยู่ใน Fuggerei คือต้องเป็นชาวคาทอลิกมีรายได้ต่ำไม่มีหนี้เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและต้องอยู่ในเมืองเอาคส์บวร์คมาไม่ต่ำกว่า 2 ปี

 ส่วนสิ่งที่ต้องทำเป็นการแลกเปลี่ยนนอกเหนือจากจ่ายค่าเช่าปีละ 0.88 ยูโร คือการสวดภาวนาวันละ 3 เวลาให้กับตระกูลฟุกเกอร์และต้องกลับบ้านก่อนเวลาประตูปิดคือสี่ทุ่มถ้าเกินกว่านั้นจะต้องจ่ายค่าปรับ

 ยาคอบโอนโครงการนี้ให้กับเมืองเอาคส์บวร์คในปี 1521 แต่ในทางปฏิบัติตระกูลฟุกเกอร์ก็เป็นเหมือนทั้งเจ้าของและผู้ดูแลโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่องปัจจุบันคนในตระกูลฟุกเกอร์เจเนอเรชั่นที่ 19 (นับจากยาคอบ) ยังคงบริหารมูลนิธิและทรัสต์ที่ยาคอบก่อตั้งไว้เมื่อปี 1520 ซึ่งเป็นปีที่เขาเปิด Fuggerei อย่างเป็นทางการ

 

5 ศตวรรษและไปต่อ

 ผ่านมา 500 ปีโครงการบ้านสาธารณะแห่งนี้ยังคงไปได้อย่างงดงามอาคาร 2 ชั้นซึ่งสร้างเพิ่มเป็น 67 หลังเป็นที่ตั้งของอพาร์ตเมนต์ขนาด 45-65 ตารางเมตรจำนวน 147 ห้องยังคงเป็นที่พึ่งพิงของคนยากไร้ซึ่งไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อให้มีที่พักอาศัยและยังคงมีภาระค่าเช่าเพียงปีละ 0.88 ยูโร

 การสานต่อปณิธานที่ต้องการช่วยเหลือชาวคาทอลิกไม่ให้ต้องเป็นหนี้ สมดุลระหว่างการรักษากฎเกณฑ์เดิมอย่างเคร่งครัดกับการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบที่สมควรในบางเรื่องน่าจะมีส่วนไม่น้อยที่ทำให้ ‘เมืองในเมือง’แห่งนี้อยู่ได้เป็นอย่างดีมาจนถึงวันนี้และพร้อมจะเดินหน้าต่อไป

 ที่บอกว่าเป็นเมืองในเมืองเพราะนอกจากเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว Fuggerei ยังมีจัตุรัสอันเป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่ศูนย์กลางชุมชนอยู่ในโครงการเช่นเดียวกับโบสถ์ร้านอาหารโรงเบียร์และพิพิธภัณฑ์อีก 3 แห่งโดยมีกำแพงล้อมรอบโครงการราวกับเป็นกำแพงเมือง

 แน่นอนว่ากฎเกณฑ์ที่จะไม่ผ่อนปรนคือการสวดภาวนาวันละ 3 ครั้งส่วนเรื่องที่มีการผ่อนปรนคือการยกเลิกค่าปรับหากกลับบ้านเกินเวลาส่วนเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับผู้อยู่อาศัยคือพวกเขาจะต้องแบ่งเวลาส่วนหนึ่งสำหรับทำงานให้กับชุมชน

 แม้การสวดภาวนาเพียงอย่างเดียวไม่พออีกต่อไปแต่ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ก็ยังบอกว่าพวกเขาได้รับสันติสุขและความรู้สึกมั่นคงเมื่ออยู่ในโครงการบ้านสาธารณะเก่าแก่แห่งนี้ซึ่งก็น่าจะเป็นอย่างนั้นพระเจ้าควรคุ้มครองผู้ตกทุกข์ได้ยากและอำนวยพรให้พวกเขาเป็นสุขไม่ใช่เพียงแค่ที่อยู่อาศัยแต่ควรเป็นที่พักพิงจิตใจด้วยใครที่เคยไปเยือนสถานที่แห่งนี้น่าจะสัมผัสสันติสุขนั้นได้เช่นกัน

 มันยังคงสันติสุขแม้ว่าเมืองในเมืองที่เรียงรายด้วยบ้านเรือนสีเหลืองภายใต้หลังคาสีแดงและประดับด้วยไม้เลื้อยสีเขียวนี้จะเป็นฉากหลังชั้นดีของการถ่ายภาพและเรื่องราวของ Fuggerei จะเป็นแม่เหล็กชั้นดีให้กับการท่องเที่ยวจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเอาคส์บวร์คไปแล้วก็ตาม มากไปกว่านั้นรายได้จากค่าเยี่ยมชมสถานที่ยังใช้เป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณดูแลโครงการ

 

ถูกทำลายและสร้างขึ้นใหม่

 นอกจากพิพิธภัณฑ์หลักที่จัดแสดงอพาร์ตเมนต์ที่รักษาสภาพดั้งเดิมเอาไว้ภายใน Fuggerei ยังมีพิพิธภัณฑ์อยู่อีก 2 แห่งแห่งหนึ่งจำลองอพาร์ตเมนต์สภาพปัจจุบันเพื่อที่ผู้เยี่ยมชมจะไม่ต้องรบกวนผู้อยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์จริงเพราะความอยากรู้อยากเห็น แต่ละอพาร์ตเมนต์จะมีห้องนั่งเล่นห้องนอน ห้องครัวและห้องน้ำอยู่ครบรวมถึงห้องเก็บของขนาดเล็ก อพาร์ตเมนต์ที่อยู่ชั้นล่างจะมีระเบียงและสวนหลังบ้านเป็นของตนเองส่วนชั้นบนเป็นห้องใต้หลังคา

 ส่วนพิพิธภัณฑ์แห่งที่ 3 ที่เพิ่งเปิดเมื่อปี 2008 นั้นน่าสนใจไม่แพ้กันมันคือส่วนที่จัดแสดงหลุมหลบภัยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่ง Fuggerei ถูกทำลายไปมากถึง 3 ใน 4กับเนื้อหาที่บอกเล่ากระบวนการสร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาใหม่โดยชื่อนิทรรศการ The Fuggerei in WWII–Destruction and Reconstruction คงอธิบายได้ดีในตัวแล้วว่าสถานที่แห่งนี้จะยังคงอยู่ตามปณิธานของผู้ก่อตั้งผู้ศรัทธาในพระเป็นเจ้าและคำสอนของพระองค์ที่บอกให้เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ไม่ว่าจะผ่านวันเวลาและเรื่องราวมามากเท่าใดก็ตาม


 อ้างอิง

 smithsonianmag.com

Tags:เยอรมนีcitiesบ้านสาธารณะAugsburgFuggereiJakob Fuggerthe Fuggerssocial housing
Share :
Author
Little Thoughts
Photographer
-
Midtown Manhattan: พื้นที่แห่งความใฝ่ฝันดันทุรังสร้างในยุคเศรษฐกิจดำดิ่งที่ดันสำเร็จ
Culture & EntertainmentMidtown Manhattan: พื้นที่แห่งความใฝ่ฝันดันทุรังสร้างในยุคเศรษฐกิจดำดิ่งที่ดันสำเร็จนักเขียน : Little Thoughts
Journey of the Eternal City: กรุงโรมและบททดสอบแห่งกาลเวลาของมหานครหลายชีวิต
Culture & EntertainmentJourney of the Eternal City: กรุงโรมและบททดสอบแห่งกาลเวลาของมหานครหลายชีวิตนักเขียน : Little Thoughts
Cape Town's Water Crisis เมื่อเคปทาวน์มีน้ำเหลือให้ชาวเมืองใช้ได้เพียง 90 วัน
Culture & EntertainmentCape Town's Water Crisis เมื่อเคปทาวน์มีน้ำเหลือให้ชาวเมืองใช้ได้เพียง 90 วันนักเขียน : Little Thoughts