x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

Chandelier of Spirits : งานศิลปะที่สะท้อนสปิริตของคนสิงคโปร์ผ่านขวดกาแฟ Cold Brew กว่า 1,400 ขวด

พักหลัง เวลาดูงานศิลปะไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ภาพถ่าย ประติมากรรม หรืองานสื่อผสม สิ่งที่เราตั้งคำถามกับตัวเองคือเราเข้าใจ ‘สาร’ ที่ศิลปินตั้งใจจะสื่อออกมามากน้อยแค่ไหน แน่นอนว่าคำตอบมีทั้งได้มากน้อยต่างกันไป แปลกดีที่พอมานึกย้อนดู งานศิลปะแบบ ‘Interactive Installation’ ที่ไม่จำกัดว่าต้องจัดแสดงแค่ในแกลเลอรีหรือหอศิลป์ แถมยังเชิญชวนให้เราเข้าไป สัมผัส เล่น ลุก นั่ง ขยับ เดิน ได้อย่างอิสระ ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเรากับงานศิลปะประเภทนี้ถึงได้สื่อสารกัน

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เราเดินทางไปร่วมงานเทศกาลแสดงศิลปะแห่งแสงที่ยั่งยืนครั้งที่ 6 หรือ i Light Marina Bay 2018 ที่ประเทศสิงคโปร์ ที่เนรมิตให้รอบอ่าวมารินาเบย์เต็มไปด้วยแสงไฟจากผลงานศิลปะอินสตอลเลชั่นของศิลปินทั่วโลก ความพิเศษคือปีนี้มีผลงาน ‘Chandelier of Spirits’ ของกลุ่มศิลปินไทย Living Spirits ที่ทำจากขวดกาแฟ Cold Brew กว่า 1,400 ขวดไปจุดประกายความสว่างไสวให้ชาวสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวมากมายได้ชมกันด้วย

เทศกาลศิลปะ i Light Marina Bay เน้นเรื่องความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมจนถึงยกขึ้นมาเป็นตีมของงานก็ว่าน่าสนใจแล้ว ยิ่งมีงานของคนไทยไปจัดแสดง เราเลยอยากรู้เรื่องราวเบื้องหลังและความตั้งใจของกลุ่ม Living Spirits ว่างานศิลปะอินสตอลเลชั่นจะสร้างอะไรให้กับผู้ชมและสังคมบ้าง ศศิศ สุวรรณปากแพรก, รมย์ ขำปัญญา และ นิลยา ภวะโชติ ตัวแทนของทีมงานมีคำตอบให้เราอ่านก่อนที่แสงไฟดวงแรกของเทศกาลปีนี้จะสว่างไสว

กลุ่มศิลปินที่อยากสื่อสารกับกลุ่มผู้ชมอย่างตรงเป้าหมาย

ศศิศ ผู้ก่อตั้งกลุ่มเล่าให้ฟังว่า Living Spirits เกิดจากความสนใจของเขาเองที่ชอบเดินทางไปดูงานศิลปะอินเตอร์แรคทีฟในหลายประเทศ ทั้งผลงานดังๆ ของกลุ่มศิลปิน teamLab ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงเคยมาชมงาน i Light Marina Bay อยู่บ่อยครั้ง พอเสพงานประเภทนี้มากเข้าก็เริ่มอยากทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา เลยตั้งไซด์โปรเจกต์นี้ขึ้นมานอกเหนือจากบทบาท CEO ของบริษัท any i ที่ให้บริการออกแบบและพัฒนาสื่อที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ก่อนจะชักชวนทีมงานที่สนใจงานประเภทเดียวกันมานั่งระดมสมองและชักชวนกันไปดูงานประเภทนี้

ศศิศ: เราอยากเป็นคนทำงานที่รับฟังผู้อื่น สนใจกลุ่มผู้ชมว่าเขาเป็นใคร อยากรู้จักเขาและพยายามที่จะสร้างผลงานขึ้นมาตอบสนองเขา ในขณะเดียวกันก็มีความเป็นตัวเราด้วย

รมย์: เราต้องการสร้างงานศิลปะสื่อผสมที่ไม่จำเป็นต้องอินเตอร์แรคทีฟจ๋าหรือใช้เทคโนโลยีมานำเสียทีเดียว ตัวผมเองชอบทำงานที่ใกล้ชิดผู้คน เราเลยศึกษาลงลึกถึงศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ เพื่อให้ได้งานออกแบบที่จะให้อะไรกลับไปหาผู้ชมด้วย ส่วนการทำให้อินเตอร์แรคทีฟจะทำให้งานมีมิติในการสื่อสารมากขึ้น มีเลเยอร์เยอะขึ้นเพื่อให้คนรับสารได้ง่ายขึ้น

เปิดตัวด้วยเทศกาลระดับนานาชาติ

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนมาก i Light Marina Bay เป็นเทศกาลหนึ่งที่ผู้จัดงานอย่างองค์กรพัฒนาเมืองสิงคโปร์ (Urban Redevelopment Authority : URA) เน้นว่าผลงานทุกชิ้นต้องติดตั้งด้วยหลอดไฟ LED รวมถึงสนับสนุนให้ใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นหลัก น่าดีใจที่ Chandelier of Spirits เป็น 1 ใน 3 ชิ้นงานไฮไลต์ที่สร้างขึ้นจากวัสดุเหลือใช้อย่างขวดกาแฟ Cold Brew ที่ชาวสิงคโปร์ดื่มเป็นประจำ

รมย์เล่าว่าคอนเซปต์แรกที่ทีมเสนอได้ไอเดียมาจากคนทำงานก่อสร้างที่มักจะดื่มเครื่องดื่มชูกำลังให้มีแรงทำงาน ขวดเครื่องดื่มชูกำลังเลยเป็นสัญลักษณ์ของการทำงานหนักของคนไทย ทางสิงคโปร์เองชอบไอเดียนี้มากแต่เมื่อย้อนมาดูบริบทของคนทำงานสิงคโปร์ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำมากกว่า เลยต้องปรับไอเดียโดยการนำขวดกาแฟ Cold Brew มาใช้

ศศิศ: คนสิงคโปร์ดื่มกาแฟกันเยอะและหนักมาก กลายเป็นว่างานเรายังเป็นคอนเซปต์สปิริตของคนทำงานเหมือนกัน เพียงแต่ว่าเป็นพนักงานออฟฟิศ อย่างที่บอกว่าเราพยายามมองผู้ชมและคิดว่าศิลปะแบบไหนจะเข้าถึงเขาได้

รมย์: การส่งงานเข้ามาร่วมเทศกาลนี้น่าจะเป็นโอกาสดีที่งานเราจะได้มีคนจากทั่วโลกมาเห็น ได้มาเจอศิลปินและแลกเปลี่ยนแนวคิดกับเขาด้วย เราเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอเดียของเราจะสากลพอหรือเปล่า เลยมาลองเวทีระดับโลกไปเลย

รวบรวมขวดและออกแบบงานดีไซน์

พอรู้ว่าต้องใช้ขวดกาแฟจำนวนมาก ทีมจึงทำงานร่วมกับออร์แกไนเซอร์ของสิงคโปร์จนมาจนเจอร้าน Chye Seng Huat Hardware (CSHH) ร้านกาแฟชื่อดังที่ให้ขวดมาฟรีๆ จำนวนขวดที่ใช้ทั้งหมดคือ 1,404 ขวด สำหรับการติดตั้งชิ้นงาน 3 ต้น

นิลยา: ฟังดูเหมือนง่ายนะที่เราจะไปหาขวดที่คนไม่ใช้แล้วในประเทศที่คำนึงเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว แต่ความจริงคือมันยากมากเพราะเขาต้องการนำขวดกลับไปรีไซเคิลไง ก็พยายามหากันหลายเจ้ามากจนมาเจอขวดกาแฟ Cold Brew ของร้านนี้ที่เหมาะทั้งสีและขนาด

รมย์: เราออกแบบงานจากไซต์ที่ตั้งด้วย เราเลือกพื้นที่ Breeze Shelters ตรง Marina Boulevard ปกติจะเป็นเชลเตอร์ที่ด้านบนเป็นโซลาร์เซลล์และด้านล่างมีพัดลม ตอนเขียนแบบก็ต้องทำโครงสร้างเหล็กไปเกาะกับเชลเตอร์ และทำที่แขวนขวดทั้งหมดลงมา เรียงตัวให้สวยเหมือนโคมไฟแชนเดอเลียร์ วัสดุที่ใช้เป็นขวดกาแฟล้วนๆ เลย แต่ชิ้นงานจริงจะแซมด้วยขวดพลาสติกบ้างด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยเพราะถ้าขวดแก้วกระทบกันก็อาจแตกได้ ทำวงจรหลอดไฟ LED ใส่เข้าในขวดแต่ละขวด แล้วก็ติดตั้ง motion detect ที่พอมีคนมาเดินใกล้ๆ ไฟก็จะสว่างและกะพริบเร็วขึ้น สื่อความหมายเป็นนัยเหมือนกันว่าถ้าคนน้อยอาจจะไม่ได้เกิดอะไร แต่ถ้าคนมารวมกันก็จะทรงพลังมากขึ้น”

การทำงานกับคนหลากเชื้อชาติ

ทีม Living Spirits เล่าว่าเดิมทีตั้งใจติดตั้งผลงานแค่ชิ้นเดียว แต่ตัวเทศกาลอยากให้เพิ่มเป็น 3 ชิ้นงานเรียงติดต่อกันเพราะเห็นว่าไอเดียที่มีมิติน่าสนใจ ทีมงานจึงต้องทำงานเพิ่มขึ้นโดยอาศัยวิธีว่าทำทำแผงวงจรไฟฟ้าให้ทีมวิศวกรชาวจีนและช่างในสิงคโปร์ดูแลการติดตั้งหลัก ก่อนที่ทีมวิศวกรไทยจะเดินทางมาดูแลอีกครั้งก่อนงานเริ่ม ถือเป็นการทำงานที่รวมคนหลากหลายเชื้อชาติและต้องวางแผนการทำงานอย่างรัดกุมไม่ให้เกิดปัญหา

งานออกแบบที่ตั้งคำถามปลายเปิดกับผู้ชม

ศศิศ: พอคนดูได้เห็นขวดกาแฟที่เขากินบ่อยๆ ท้ายสุดมันอาจตั้งคำถามปลายเปิดให้คนสิงคโปร์ได้ว่าสปิริตของเขาคืออะไร เราทำงานหนักมากเกินไปมะั้ย? แต่ละคนก็คงมีมุมมองที่แตกต่างกัน เราอยากพาชิ้นงานของเราไปถึงจุดที่ให้คนดูคิดและจบงานด้วยตัวเขาเองได้ในเชิงความรู้สึก แล้วแต่ว่าใครจะตีความไปทางไหน

รมย์: คนสิงคโปร์เองก็ดูว้าวตอนที่เราพูดถึงวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของเขา เพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัวและทำให้งานนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น ถ้ากาแฟทำให้คนสิงคโปร์ตื่นตอนกลางวัน ผลงานชิ้นนี้ก็คือการตื่นเหมือนกัน แต่เป็นการตื่นตอนกลางคืน

ศศิศ: เราเองอยากปรับผลงานให้เข้ากับบริบทของสถานที่นั้นๆ ได้ อาจนำงานนี้กลับไปจัดแสดงที่ไทยและใช้ขวดเครื่องดื่มชูกำลังเหมือนเดิม เราได้คุยกับศิลปินชาวออสเตรเลียแล้วถามเขาว่าสปิริตของคนออสเตรเลียคืออะไร เขาก็ตอบมาตลกๆ ว่าเป็นเบียร์ ก็ต้องไปหาอีกทีว่าจริงๆ แล้วสปิริตของเขาคืออะไรกันแน่

ใครอยากพิสูจน์ว่าสปิริตของ Chandelier of Spirits คืออะไร ลองตามไปชมงานนี้รวมถึงผลงานอีก 21 ชิ้นงานจากนักออกแบบ 14 ประเทศด้วยตาตัวเอง เทศกาล i Light Marina Bay 2018 จัดแสดงยาวไปถึงวันที่ 1 เมษายน 2561 ตั้งแต่เวลา 19.30 – 23.00 น. ของทุกวัน (วันศุกร์ เสาร์ เปิดไฟยาวถึงเที่ยงคืน) เข้าชมฟรี ใครอยู่สิงคโปร์หรือมีแผนไปเที่ยวสิงคโปร์ช่วงนี้ห้ามพลาด งานจัดที่ย่านแลนด์มาร์กตั้งแต่ริมอ่าว Marina Bay ยาวไปจนถึง Esplanade Park เลยล่ะ

Website l www.ilightmarinabay.sg

Facebook l Living Spirits

ภาพ Living Spirits

Author

ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต

ชอบใช้เวลาว่างไปกับการเที่ยวเล่นในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มีเป้าหมายคือต้องไปต่างประเทศปีละไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง กำลังสนใจและพยายามศึกษาเรื่องเมืองๆ คู่ไปกับศิลปะ และหลอมสองอย่างนี้เข้ามาอยู่ด้วยกัน

Related Posts