มันซ่อนตัวอยู่บนยอดภูเขาสูงและลึกใต้พื้นโลกที่ถูกแสงดาวส่องลงมาเพียงบางคราว มันเป็นหินสีน้ำเงินเข้มเปล่งประกาย
‘ลาพิส ลาซูลี’ ก้อนแข็งทื่อที่ไม่อาจแตกหักแม้ถูกหัวค้อนทุบลง เพราะภายในซ่อนพลังลึกลับ ลึกลับเสียจนจักรวาล และเทพเจ้าไม่อยากให้มนุษย์เห็น แต่ความลับไม่มีในโลกหรอกจริงไหม โลกของเทพเจ้าก็เป็นเช่นนั้น

มรดกฟาโรห์ทอดสู่คลีโอพัตรา
‘ซูมูรู’ เขาจะเป็นผู้พิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้ หนุ่มนักเดินทางเท้ากร้านออกข้ามทะเลทราย ไกวไม้พายข้ามแม่น้ำเพื่อตามหาหินลาพิส หลังจากข่าวกระเพื่อมมาถึงหูว่าก้อนแข็งไร้ชีวิตนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง เขาตามหามันเพื่อนำกลับไปยังเมโสโปเตเมีย แน่นอนว่าความพยายามของซูมูรูเป็นผล หรือเทพเจ้าอาจเลือกให้เขาเป็นผู้ค้นพบมัน ณ เนินดินโบราณนามเทเป เการา ซูมูรูยื่นหินลาพิสส่งสู่มือกษัตริย์ฟาโรห์ได้สมดังใจหวัง ด้วยเชื่อว่าลาพิสจะเป็นเครื่องรางแห่งอำนาจ เสกให้ผู้ครอบครองมีปัญญาแตกฉาน ทั้งยังมอบโชคให้
เมื่อลาพิสที่แสนเลอค่าขยับลงจากบัลลังก์ฟาโรห์ มันก็ถูกพาให้ออกเดินทางอีกครั้งสู่แม่น้ำไนล์ ว่ากันว่าคลีโอพัตราเคยบดหินลาพิสจนตะกอนแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นนุ่มนวล เธอปาดป้ายสีฟ้าครามไปทั่วทั้งเปลือกตา หากผู้ใดจ้องมองจะยอมจำนนแทบเท้า กลายเป็นหญิงสาวในคราบสิงโตที่สะกดให้ใครต่อใครก้มหัวลง
ลาพิสมีอีกชื่อว่าสียูตรามารีน เป็นสีที่แพงยิ่งกว่าทองคำเสียอีก แม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว แต่บรรดาศิลปินยุคเรอแนซ็องส์ยังตระเวนออกตามหาลาพิส ก่อนจะผสมให้เข้ากับน้ำมันหรือไข่แดง เพื่อให้ศิลปะของตัวเองบรรเจิดที่สุด และภาพที่มีชื่อเสียงได้ตกเป็นของฟรา แองเจลิโก ด้วยภาพพระแม่มารีย์คลุมผ้าสีน้ำเงินเข้มอุ้มพระเยซูไว้ในอ้อมแขน หรือ Madonna and Child
กระทั่งศตวรรษที่ 19 ‘ฌ็อง – บัปติสต์ กีเมต์’ นักเคมีชาวฝรั่งเศสค้นพบวิธีประดิษฐ์สีฟ้าเทียมอย่างที่ไม่จำเป็นต้องออกเดินทางไกลเพื่อหาหินล้ำค่าอย่างลาพิสอีกต่อไป ทว่าพลังและความงามของลาพิสยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งท้องฟ้าที่แท้จริงอย่างไม่มีสีฟ้าใดเทียบเคียงได้เลย
เครื่องรางของใคร
ไม่ใช่แค่หินลาพิสที่หอบความเชื่อมาไกลให้ผู้คนได้หลงใหล แต่หินอีกหลายสีที่เห็นทะลุถึงเนื้อในใสๆ ต่างก็มีโชคอยู่ในตัวเอง หากค้นกันตามตำราของฝั่งตะวันตก หรือวัดกันจากเครื่องประดับสร้อยหินที่เกลื่อนกลาดบนคอของหนุ่มสาวสมัยใหม่ แม้จะมีคนตั้งกระทู้คำถามสงสัยในมันมากพอกับเครื่องรางอื่น เช่นว่า “หินนำโชคนี่นำโชคจริงหรือเรามโนไปเอง” ก็เถอะ
“เราก็สะสมหินนะคะ ซื้อเพราะสวย มีหลายสี ใส่ให้มันแมตช์กับเสื้อผ้า แต่เราว่าสตอรีทั้งหลายนี่คนขายมโนกันเองแล้วก๊อปมาเป็นทอดๆ หินแต่ละสีแต่ละชนิดมันมีชื่อเรียกสากลอยู่แล้ว เรื่องปาฏิหาริย์อะไรก็คล้ายๆ พระเครื่อง สร้างเรื่องให้มันกลายเป็นเครื่องรางของขลัง” ความเห็นของช็อกโกแลตปั่นใส่วิปครีมเยอะๆ โต้ตอบ
แต่หากถามว่าฝั่งตะวันตกเขามีความเห็นอย่างไรในคำถามคล้ายกันที่ว่าทำไมผู้คนถึงได้ศรัทธาในหินนำโชคกันนักหนา
“มีคนเชื่อว่ามันออกฤทธิ์รักษาโรค ชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกันบางกลุ่มใช้หินเหล่านี้โดยหมอผีหรือผู้ทำพิธีบำบัด ฉันว่านี่เป็นรูปแบบหนึ่งของการเคารพบรรพบุรุษของพวกเขา”
และผู้เขียนได้คัดเลือกสองความเห็นที่โดนใจที่สุดมาแล้ว
“ฉันมักพึ่งโชคนะ ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะฉันไม่ได้เก่งเรื่องชีวิตขนาดนั้น ฉันพบว่าทุกอย่างมักเป็นไปได้ดีขึ้น เมื่อเราปล่อยให้โชคชะตาพาไป มากกว่าที่จะพยายามควบคุมมันด้วยตัวเอง” จากเอเมียส คาเว็ต

“ฉันสะสมหินเพราะพวกมันอยู่บนโลกมานับพันๆ ปี แต่ละก้อนมีเรื่องราวการเดินทางของตัวเอง ใครจะไปรู้เนอะ บางก้อนอาจเคยเป็นส่วนหนึ่งของภูเขาใหญ่มาก่อนก็ได้ มันสวยสำหรับฉันมากเลยด้วยเพราะความแตกต่างทั้งรูปร่าง สี พื้นผิว ความแข็ง ทั้งหมดไม่เหมือนกันเลยสักก้อน ฉันไม่รู้หรอกว่าจะเอาคอลเลกชันหินที่มีไปทำอะไร แต่แค่จินตนาการถึงชามที่เต็มไปด้วยหินจากหลายที่ เหมือนว่ามันเป็นไดอารีการเดินทาง เชื่อหรือเปล่าว่าฉันจำได้หมดเลยนะว่าเจ้าก้อนทั้งหมดนี้มาจากที่ไหนบ้าง” จากชีนะ โกลา
ไม่ว่าเครื่องรางของขลังประจำตัวในกระเป๋าจะพ่วงมาด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่เราจะพาถลำลึกให้ผู้ที่เชื่อ ขอใช้ปอลอลิงตบท้ายว่าเชื่อในหิน
ก้อนสีนำโชค
ผู้เขียนจะพาส่องหินนำโชคประจำแต่ละราศี ถ้าเผลอใจไปเสิร์ชภาพดู Birthstone ระวังถูกมนตร์สะกดจนต้องซื้อมาสวมคอ แล้วตากพระจันทร์เพิ่มพลังให้น้องยามค่ำคืนนะ
ราศีเมษ คือบลัดสโตน เพราะราศีเมษถูกครอบงำด้วยพลังร้อนแรงของดาวอังคาร เต็มไปด้วย ความกล้าหาญ ทะเยอทะยาน กระหายที่จะลงมือทำ บลัดสโตนเปรียบเหมือนหินนักรบที่จะช่วยมอบความแข็งแรง มีชีวิตชีวา และความอดทน ด้วยสีแดงเข้มปนเขียวของหินที่หมายความถึงการฟื้นฟูพลังชีวิต
ราศีพฤษภ คือมรกต ด้วยผู้ที่เกิดในเดือนพฤษภาคมนั้นรักความงดงาม โหยหาความมั่นคง และสะดวกสบาย มรกตจะช่วยเสริมความรัก ความคิดสร้างสรรค์ กระทั่งนำความมั่งคั่งมาให้นะ
ราศีเมถุน คืออาเกต ชาวเมถุนกำเนิดมาเป็นคนมีไหวพริบ ปรับตัวง่าย แถมสื่อสารเก่ง เรียกว่ามีพรสวรรค์ด้านวาทศิลป์ อาเกตจะเข้ามาทำให้ความคิดชัดเจนขึ้น ใจสงบลง เพิ่มสมาธิ แล้วก็มั่นคงได้แม้อยู่ท่ามกลางพลังงานวกวน วุ่นวายของตัวเอง

ราศีกรกฎ คือมูนสโตน พื้นฐานของผู้ที่เกิดในเดือนกรกฎาคมเป็นคนอ่อนโยน ชอบเอาใจใส่คนอื่น เซนส์แรง! มูนสโตนจะทำให้แรงเข้าไปอีกแบบแจ่มแจ้งกันกว่าเดิม แล้วก็ยังช่วยให้รู้สึกอบอุ่นขึ้น หลังจากที่มอบความรักให้คนอื่นไปอย่างเต็มเปา มูนสโตนเป็นหินสีใสที่สะท้อนแสงรุ้งด้วยนะ น่ารักมากเลยขอบอก
ราศีสิงห์ คือทับทิม เพราะชาวสิงห์เปี่ยมไปด้วยพลังความมั่นใจและกล้าหาญ นี่แหละคือหินที่คู่ควร เพราะจะทำให้โดดเด่น เฉิดฉาย เจิดจรัส! ไม่แน่นะว่าคงเหมือนคลีโอพัตราที่ใครก็ต้องสยบ อย่างที่เราเพิ่งเอ่ยไปต้นบทความก็ได้
ราศีกันย์ คือไพลิน ชาวกันย์เป็นคนรอบคอบ มีระเบียบ และชาญฉลาด ไพลินจะช่วยเพิ่มสมาธิให้โฟกัสตรงหน้าได้มากขึ้น รักษาความสงบในจิตใจ ถ้าในบางคนที่รู้สึกว่าอยากตัดสินใจเฉียบขาด แต่ตัดสินบนเหตุผล ลดความรู้สึกลงหน่อย ก็ลอง ไม่สิ! เราให้อ่านเฉยๆ นะ จะไม่ป้ายยาหรอกรับรอง
ราศีตุลย์ คือโอปอล ด้วยต้นกำเนิดเป็นคนธาตุลม รักในความยุติธรรม แสวงหาความสมดุลอยู่เสมอ โอปอลจะช่วยนำพาความรักและความหวังที่รอคอยมาให้นะ
ราศีพิจิก คือโทพาซ เพราะชาวพิจิกเป็นคนลึกซึ้ง ใช้ชีวิตไปตามแรงปรารถนา และมีสัญชาตญาณเฉียบแหลม โทพาซทำให้พลังใจแกร่งขึ้น เหมาะกับชาวพิจิกที่อยากเข้าใจตัวเองและคนอื่นอย่างลึกซึ้งกว่าเดิม
ราศีธนู คือเทอร์ควอยซ์ คนเกิดในเดือนธันวาคมเป็นประเภทรักอิสระ มองโลกกว้าง ชอบผจญภัยเป็นที่สุด เทอร์ควอยซ์จะนำโชคดีมาให้ แล้วก็ทำให้กล้าออกเดินทางอย่างที่อยาก ตะลอนโลกด้วยใจเปิดกว้าง ท่องเที่ยวกันให้สุดขอบฟ้าไปเลย
ราศีมังกร คือการ์เน็ต สีแดงแจ๊ดแจ๋ที่ส่องเข้าตาแล้วแสบแน่ เพราะชาวมังกรเป็นคนมุ่งมั่น อดทนเก่งมากพอกับหินที่ไม่ยอมแตก แบกความรับผิดชอบอะไรหลายอย่างไว้ที่ตัวเอง การ์เน็ตจะทำให้ความพยายามไม่สูญเปล่า คว้าความสำเร็จบนยอดเขามาครองในอ้อมแขน

ราศีกุมภ์ คืออเมทิสต์ หากจะถามถึงราศีที่มีความแหวก แปลกประหลาดก็ต้องยกให้ชาวกุมภ์เขาเลย ด้วยต้นกำเนิดที่เป็นนักสร้างสรรค์ รักอิสระ ถึงจะขังไว้ในกรง แต่เขาก็จะพาตัวเองล่องลอยไปในจินตนาการได้อยู่ดี อเมทิสต์เป็นหินแห่งสติปัญญาทำให้ความคิดลึกซึ้งขึ้น เผลอๆ อาจแหวกจนล้ำกว่าเดิมอย่างที่ชาวกุมภ์ชอบใจ
ราศีมีน คืออะความารีน หินที่เมื่อนำไปเจียระไนแล้วจะยิ่งเปล่งประกาย ด้วยเพราะสีธรรมชาติคล้ายน้ำทะเลใส ใครที่ได้มองก็รู้สึกสงบ ทั้งสดชื่นในคราวเดียวกัน เพราะคนราศีมีนเป็นคนอ่อนโยน เห็นใจคนอื่นจนหลงลืมตัวเองบ่อยๆ อะความารีนจะช่วยปกป้องจิตใจ ไม่อ่อนไหวไปตามคลื่นน้ำ

เห็นราศีของตัวเองหรือเปล่า เป็นอย่างไรกันบ้าง ส่วนผู้เขียนก็เล่นเอาเหนื่อยหอบไม่น้อยเลยกว่าจะครบ 12 ราศี นี่ยังไม่นับรวมความเชื่อหินนำโชคในดินแดนจงกั๋วเลยนะ สงสัยว่าก่อนจะสลบลง คงต้องตามหาหินอเมทิสต์มาติดตัวแล้วล่ะ จะได้มีพลังสร้างสรรค์ให้กับบทต่อไปของ Witch a boo บอกแล้วว่าไม่ได้ป้ายยา แค่ผู้เขียนเห็นด้วยกับเอเมียสอยู่นิดหน่อย แต่อาจเปลี่ยนใจความเป็น “บางอย่างอาจเป็นไปได้ดีกว่า เมื่อเราปล่อยให้โชคชะตานำพา” แหม! ชีวิตก็มีอะไรที่ต้องเสี่ยงกันบ้าง จะลองพึ่งโชคดูสักหน คงไม่เป็นไรหรอกจริงไหม





