Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

Dept ดูโอ้ป๊อปจากสมอลล์รูม ‘เด็กสมัยนี้’ ที่ไฟแรงและทำเพลงดีจนอยากเอาใจช่วย

Highlights

  • ทำความรู้จักกับสองหนุ่มวง Dept เบนซ์–ภวัต โอภาสสิริโชติ (ร้องนำ/กีตาร์) และ ลุค ทาวน์เซน (คีย์บอร์ด) วงดูโอ้ป๊อปน้องใหม่จากค่ายสมอลล์รูม
  • ฝันของเด็กเรียนดนตรีสองคนนี้คือการได้เล่าเรื่องที่ตัวเองอยากเล่าผ่านท่วงทำนองเพลง มีความสุขกับการเล่นดนตรีบนเวที และที่สำคัญก็อยากหาเงินจากมันให้ได้ด้วย
  • ทั้งสองค้นพบความชอบตัวเองตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม และยังโชคดีที่ได้ทำตามความฝันมาเรื่อยๆ จนวันนี้กลายเป็นศิลปินเต็มตัว สิ่งที่พวกเขาอยากบอกกับเพื่อนๆ ที่กำลังอยู่ในช่วงค้นหาตัวตนคือ "ทำซะ เรื่องแบบนี้เราต้องลองนะ"

ด้วยสไตล์ของเสียงร้องและซาวนด์ดนตรีซินธ์ป๊อปที่มีเอกลักษณ์ หลังจากฟังเพลงของพวกเขาจบไปไม่กี่เพลง Dept วงดนตรีที่ประกอบไปด้วยสองสมาชิก เบนซ์–ภวัต โอภาสสิริโชติ และ ลุค ทาวน์เซน กลายเป็นวงน้องใหม่ที่เราอยากเอาใจช่วยมากที่สุดในหนึ่งปีที่ผ่านมา

ไม่เพียงแต่เพลงรัก (แบบไม่สมหวัง) ของพวกเขาฟังง่ายจนอยากเปิดฟังตลอดทั้งวัน พลังของการขวนขวายและความตั้งใจของเด็กสมัยนี้อย่างเบนซ์และลุคเองก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน

ปีที่แล้วพวกเขาเปิดตัวในฐานะวงป๊อปเบอร์ 17 ของค่ายเพลงที่เราโตมาด้วยอย่างสมอลล์รูม แฟนตัวยงรู้กันดีว่าสองหนุ่มทำงานเพลงของตัวเองมาก่อนหน้านั้นพักใหญ่ ทยอยปล่อยของในชาแนลที่สร้างกันเอง กระทั่งบูสต์โพสต์ด้วยกลยุทธ์ที่คิดเอง หรือหาช่องทางโปรโมตเพลงด้วยสองมือของตัวเองก็ทำมาหมดแล้ว

ฝันของดูโอ้ที่ทำงานเข้าขากันคู่นี้ไม่ได้แปลกหรือแตกต่างจากนักดนตรีอื่นๆ นั่นคือการได้เล่าเรื่องที่ตัวเองอยากเล่า มีความสุขกับการเล่นดนตรีและหาเงินจากมันได้ด้วย ที่แน่ๆ เรื่องหลังสุดอาจยังเป็นภาพเลือนรางสำหรับเด็กหนุ่มสองคนที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย แต่ต่อให้เส้นทางข้างหน้าจะเป็นยังไง แววตาของคนตรงหน้าบอกเราว่า พวกเขาจะยังโอบกอดความตั้งใจแรกของตัวเองไว้อยู่

ขอแค่ได้รู้ว่ามีใครสักคนรอฟังเพลงของวงที่ชื่อว่า Dept ทั้งเบนซ์และลุคก็พร้อมลุย!

 

เชื่อว่าหลายคนยังไม่รู้จักที่มาที่ไปของ Dept เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม

เบนซ์ : ก่อนหน้านี้ผมเป็นมือกีตาร์วงดนตรีอีกวงหนึ่ง เมื่อก่อนเล่นร็อกเลยครับ แต่สักพักก็รู้ตัวว่าเราไม่ชอบแนวนี้ บวกกับจังหวะที่ได้เจอกับแนวเพลงที่ตัวเองชอบจริงๆ แล้ว สุดท้ายก็ออกมาทำคนเดียว ตอนนั้นยังไม่รู้จะหาใครมาร้อง สุดท้ายก็ร้องเองละกัน แล้วเธอจะรู้บ้างไหม? เป็นเพลงแรกที่ปล่อยออกไป ตอนนั้นรู้จักกับลุคอยู่แล้ว เขาเป็นรุ่นน้องที่คณะเดียวกัน (ดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล) ผมรู้สึกว่าแนวเพลงของวงเราต้องการมือคีย์บอร์ดก็เลยชวนลุคเข้ามา

ได้ยินมาว่าตั้งแต่วันแรกจนวันนี้พวกคุณทำงานกันแค่สองคน แบ่งพาร์ตกันยังไงบ้าง

เบนซ์: ปกติผมทำเนื้อ เมโลดี้ ขึ้นโครงสร้างส่วนใหญ่มาแล้วส่งต่อให้ลุคมาช่วยเติมๆ ผมรู้สึกว่าการทำงานกันสองคนมันพอดีกับเรามากๆ ผมโชคดีที่ไอ้เนี่ย (มองไปทางลุค) เป็นคนชิลล์ๆ เลยไปด้วยกันได้เอาไงดีวะลุค” “แล้วแต่มึงเลย” “โอเคจบงานแต่ละครั้งก็คุยง่ายหน่อย

ลุค: เบนซ์ส่งอะไรมาผมก็จะเช็กเขาว่าจะเอาแบบนี้จริงๆ ใช่ไหม ไม่ก็เสนอไปว่าแก้ตรงนี้นิดๆ หน่อยๆ เพลงน่าจะเพราะขึ้นนะ ถ้าเบนซ์บอกว่ามันเพราะละ เขาว่ายังไงเราก็ว่าไปตามนั้น จริงๆ ผมก็ไม่ได้โอเคไปกับเขาหมดทุกอย่างขนาดนั้น อันไหนผมไม่ยอมผมก็บอกเขาว่าเปลี่ยนเถอะนะ (หัวเราะ)

ไม่นับ คล้าย เพลงรักหวานๆ ที่ปล่อยมาก่อนหน้านี้ ทำไมเพลงของ Dept ถึงชอบพูดเรื่องความรักที่ไม่สมหวังเสียเหลือเกิน

เบนซ์: ผมทำเพลงเพราะอยากเล่าเรื่องบางเรื่องให้คนอื่นฟังในแบบที่ไม่ได้เดินไปบอกเขา จริงๆ ก็ไม่ใช่อะไร ผมก็บ่นๆ ชีวิตตัวเองไปอย่างนั้นแหละครับ (หัวเราะ) จริงที่ว่าเนื้อหาในเพลงรักส่วนใหญ่มันก็คล้ายกันหมดเลย แต่เชื่อว่าคนทำเพลงแต่ละคนยังไงก็มีวิธีเล่าที่ไม่เหมือนกัน อาจต่างกันตรงการใช้คำหรือการเล่าดีเทลที่ตัวเองเจอมา

จริงๆ เพลงที่ไม่เกี่ยวกับความรักก็มี เพียงแต่ว่าพวกเรายังไม่พร้อมจะนำเสนอให้คนได้ฟัง วันนี้เราอินอะไรก็ขอทำตรงนี้ก่อน เหมือนกับเวลาที่คนมาถามเราว่าเราจำกัดความเป็นวงดนตรีของเราว่ายังไง อย่างที่บอกว่าความชอบเราเปลี่ยนทุกวัน วันนี้เราชอบป๊อปเราก็อยากทำเพลงป๊อป วันหน้าเราอาจจะอยากทำเพลงแจ๊สขึ้นมาก็ได้ คล้ายๆ กับศิลปินต่างประเทศที่ในหนึ่งอัลบั้มของเขามีแนวเพลงไม่รู้กี่แนว

ลุค: เพลงส่วนใหญ่ที่ทำก็เหมือนเล่าจากชีวิตจริงของเราเนอะ เดี๋ยวเพลงเซตใหม่ๆ คนก็น่าจะเริ่มรู้แล้วแหละว่าเราก็มีหลายมุมที่นอกเหนือจากเพลงที่ปล่อยตอนนี้

ชอบเพลงไหนของตัวเองมากที่สุด

เบนซ์: ผมชอบเพลง ลา ลา ลา ที่สุด ชอบตั้งแต่ตอนเขียนเนื้อออกมาแล้ว อาจจะเป็นเพราะเรารู้สึกอินกับมันมาก แล้วก็มีท่อนฮุกที่ร้องไม่เป็นเนื้อ คือร้องเป็น ลา ลา ลา ผมว่ามันดูมีพลังดี

ลุค: ที่ชอบตอนนี้น่าจะเป็น Gossip เพลงนี้เป็นเพลงเร็วเพลงแรกของเรา ในพาร์ตดนตรีก็ผสมแนวการาจและบอสซ่าไว้ด้วยกัน ตอนเล่นสดมันมาก (หัวเราะ) แล้วเพลงมันก็มีเนื้อหาแบบว่าจิกกัดดี ฟีลเหมือนเมาท์มอย ซุบซิบว่าคนนั้นเป็นคนไม่ดีนะ อย่าไปยุ่งกับเขา เหมือนเตือนเพื่อนเวลามีคนไม่ดีมาจีบเขา

 

ขอย้อนกลับไปอีกนิด รู้ตัวกันตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าอยากเรียนดนตรี

เบนซ์: ผมรู้ตัวตั้งแต่เรียน ม.ต้นแล้ว แต่ตอนแรกแม่ก็ไม่อยากให้เรียนนะ ยังไงก็ไม่ให้ สุดท้ายผมก็ตื๊อเขาอยู่เป็นปีๆ พอตอน .4 เขาก็ยอม ก็ได้หัดเล่น ไปเรียนติวเพื่อสอบเข้า

ลุค: ของผมรู้ตัวตอนประมาณ ม.ปลาย จริงๆ เมื่อก่อนผมเรียนเปียโนคลาสสิกมาอยู่แล้วแต่ไม่เคยชอบเลย (หัวเราะ) จนพอถึง .6 เป็นช่วงที่ได้ทำวงกับเพื่อนแล้วรู้สึกสนุก ดูเหมือนว่าเราน่าจะมาทางนี้ได้ แล้วก็เล่นดนตรียาวมาจนถึงทุกวันนี้ครับ

เคยคิดไหมว่าตัวเองโชคดีที่รู้ว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไรเร็วกว่าคนอื่นๆ

เบนซ์: ไม่เคยคิดขนาดนั้น ส่วนหนึ่งผมว่าความชอบของคนเรามันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดแหละ แต่รู้เร็วก็ดี รู้ว่าไม่ชอบเร็วก็ดีเข้าไปใหญ่ ถ้าเกิดไม่ชอบอะไรก็เปลี่ยนไปลองอย่างอื่น ตอนนี้ดนตรียังเป็นสิ่งที่ชอบอยู่ เรารู้ตัวแล้วว่าเราทำเพลงได้ ต่อให้ไม่ได้ทำวงก็คงคิดว่าชีวิตนี้คงทำอะไรที่คาบเกี่ยวกับตรงนี้อยู่ดี

 

ถ้ามีเพื่อนมาขอคำปรึกษาเรื่องการค้นหาตัวเอง พวกคุณจะแนะนำว่าอะไร

ลุค: ทำซะ ผมว่าเรื่องแบบนี้เราต้องลองนะ ไม่ลองก็ไม่รู้ ไม่กล้าลองผลลัพธ์ก็ไม่เกิดหรอกครับ

เบนซ์: คนที่เขาไม่กล้าลองอาจเป็นเพราะเขาไม่ค่อยมั่นใจ หรือเชื่อที่มีคนบอกว่ามันจะเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ จริงๆ ผมก็เจอมาแบบนี้เหมือนกัน แต่ผมไม่เชื่อ โอเค คนอาจจะมองได้ว่าเราอีโก้ คืออีโก้มีเยอะมันก็ไม่ค่อยดีหรอกครับ แต่ผมว่าเราก็ต้องมีบ้าง ไม่งั้นเราอาจจะเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง เขาอาจพูดอันนี้ไม่เวิร์กหรอก แต่ถ้าเกิดสิ่งที่เราทำมันเวิร์กขึ้นมาจริงๆ ล่ะ หรือถ้าเราทำพลาด อย่างน้อยก็พอจะมีอะไรให้กลับมาย้อนดูว่าเราต้องแก้ตัวเองยังไง

ตอนแรกเหมือนเรามีกลุ่มคนฟังในใจอยู่แล้ว เราคิดแค่ว่าอยากส่งเพลงไปให้พวกเขาฟังเลยพยายามเอาเพลงไปใส่ในทุกที่เท่าที่จะทำได้ แล้วจู่ๆ คนฟังก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นมา

ลุค: ตอนโปรโมตก็โปรโมตแบบบูสต์โพสต์ เจาะกลุ่มเป้าหมายยังไงก็ไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คิดเลยถอยกลับมาใหม่ เลือกไปฝากเพจๆ หนึ่งที่คนติดตามเขาเป็นกลุ่มคนที่น่าจะฟังเพลงแนวเรา ขอให้เขาช่วยโปรโมต คือเราต้องมีความด้านนิดหนึ่งฮะ อาจารย์ท่านหนึ่งได้บอกเอาไว้ (หัวเราะ)

การเรียนดนตรีหรือรู้ทฤษฎีดนตรีส่งผลต่อการทำงานยังไงบ้าง เหมือนมีสูตรในการทำเพลงของวงอะไรขนาดนั้นเลยไหม

เบนซ์: ไม่เชิงเป็นสูตร เหมือนเป็นเรื่องที่เราค่อยๆ ซึมซับมา ถ้าเกิดว่าเราทำเพลงเหมือนคิดเลขเมื่อไหร่ ผมว่าแบบนั้นมันไม่ใช่งานศิลปะแล้วล่ะ

ลุค: มันจะกลายเป็นบล็อก เหมือนสร้างคอนโดให้แข็งแรงคุณต้องทำตามขั้นตอนแบบนี้ๆๆ คุณต้องวางโครงแบบนี้ ประกอบตามกันแล้วก็คล้ายกันไปหมด ดนตรีคือสิ่งที่ไม่มีสูตร ไม่มีกฎเกณฑ์ครับ คือสร้างมั่วๆ ขึ้นมายังไงก็ไม่พัง

เบนซ์: ดนตรีสนุกตรงนี้แหละครับ บางทีเราอยากสร้างเสียงอะไรบางอย่าง ทำไปทำมาได้เสียงอีกอย่างหนึ่งที่อาจจะเพราะกว่าก็ได้ กดคีย์บอร์ดลงไปมั่วๆ ก็ได้เสียงประหลาดๆ กลับมาซึ่งอาจจะเป็นเสียงที่เอามาใช้งานจริงๆ ได้

แม้แต่ศิลปินรุ่นพี่ยังบ่นว่าการทำเพลงให้ดังในยุคนี้เป็นเรื่องยาก พวกคุณทำเพลงด้วยความเชื่อแบบไหน

ลุค: เราแค่อยากทำไปเรื่อยๆ เหมือนเป็นการสร้างฐานไปเรื่อยๆ ถ้าถามว่ามาเพลงแรกแล้วมันดังเปรี้ยงเลย ผมคิดว่าอะไรแบบนี้น่ากลัว เหมือนเป็นไวรัลที่มาแป๊บเดียวก็วูบ มีเพลงดังเพลงหรือสองเพลงแล้วมีงานจ้างจองพรืดไปทั้งปี เหมือนจะดีนะ แต่ถ้าเพลงต่อไปที่เราปล่อยออกมามันแห้ง ทุกอย่างจบเลยนะ เราไม่อยากเป็นแบบนั้น

เบนซ์: ตอนนี้เรามีโอกาสมาถึงจุดนี้แล้ว เราก็อยากลอง อยากทำต่อไปเรื่อยๆ เมื่อก่อนเราไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนฟังเพลงเรา แล้ววันนี้มันมีคนรอฟังเพลงของเราแล้วอะ (ลุค: เหมือนมีกำลังใจ) นั่นแปลว่าสิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คือทำเพลงให้คนฟัง แค่นั้นเลย

ขอบคุณสถานที่ ดั้งเดิมสตูดิโอ

Author

เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล

lifestyle editor ที่ลืมไปแล้วว่าคอบ่าไหล่ที่ไม่เจ็บปวดนั้นเป็นอย่างไร /ร้องไห้

Photographer

วริทธิ์ โพธิ์มา

รักหมูกรอบ และข้าวมันไก่

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)