ยังไม่มีการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ว่าทำไมไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 ถึงไม่ระบาดเป็นวงกว้างในกลุ่มประเทศทวีปแอฟริกาทั้งๆ ที่ระบบสาธารณสุขในทวีปนี้น่าจะเป็นจุดเปราะบางมากที่สุดแถมยังต้องพึ่งพาเศรษฐกิจจากประเทศอื่น
ชาติในกลุ่มแอฟริกาต่างจำเป็นต้องทำธุรกิจกับจีนผู้เป็นมหาพันธมิตรทางการค้าอันดับหนึ่งและในทวีปนี้มีประชากรมากถึง 1.3 พันล้านคนบวกกับเป็นกลุ่มประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องโรคระบาดร้ายแรงมานับครั้งไม่ถ้วน โควิด-19 จะเป็นยังไงเมื่อมาถึงทวีปแอฟริกา
ขณะนี้มีผู้ป่วยในแอฟริกาเพียง 95 รายที่ได้รับการยืนยันแล้วโดยอยู่ในพื้นที่ 3 ประเทศคือแคเมอรูนโตโกและอียิปต์ (อียิปต์มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดแต่ยังไม่ถึงหลักร้อย) ผู้ป่วยส่วนใหญ่ในแอฟริกานั้นไม่ได้ติดเชื้อจากกลุ่มประเทศในเอเชียหรือจากจีนที่เป็นผู้ค้าสำคัญแต่ล้วนเป็นนักธุรกิจที่ติดโควิด-19 หลังเดินทางกลับจากทวีปยุโรป

ทำไมโควิด-19 ถึงระบาดน้อยมากในแอฟริกา
จากการประเมินโดยสถิติก่อนหน้านี้ ว่ากันว่าหากไวรัสโคโรนาเดินทางไปถึงแอฟริกาเมื่อไหร่ก็น่าจะเกิดการระบาดหนักและรุนแรงเพราะปัจจัยระบบสาธารณสุขในแอฟริกายังเปราะบางอยู่มากและไม่ครอบคลุมในหลายพื้นที่ประชากรส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและยังไม่มีพื้นฐานความรู้การปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ
เพราะเอาเข้าจริงทวีปแอฟริกาเองก็เผชิญกับภาวะระบาดของโรคร้ายแรงครั้งแล้วครั้งเล่าทั้งโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลาปัจจุบันก็ยังระบาดอยู่โรคมาลาเรียจากประชากรยุงที่เป็นพาหะและวัณโรคที่ถือว่าเป็นโรคที่หายสาบสูญแล้วในหลายประเทศก็ยังคงระบาดอยู่ในแอฟริกาที่สำคัญ โรคภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องจาก HIV ยังคร่าประชากรในทวีปนี้หลายแสนรายต่อปี
ตรงกันข้ามกับโควิด-19 ที่ไม่แสดงพิษสงมากในแอฟริกาขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียชีวิต
แม้กลุ่มประเทศแอฟริกาจะมีอัตราระบาดน้อยแต่รัฐก็ให้ความสำคัญในการควบคุมวงจรระบาดอย่างเคร่งครัดแพทย์จาก London School of Hygiene & Tropical Medicine ให้ความเห็นว่าปัจจัยเสริมที่ทำให้แอฟริกาไม่เป็นแหล่งระบาดของโควิด-19 เนื่องจากระเบียบกักกันโรค (isolation) ที่รัฐเริ่มใช้ตั้งแต่แรกๆมี 4 ประเทศในทวีปแอฟริกาที่ออกระเบียบการเคลื่อนย้ายของบุคคลออกจากพื้นที่มีรายงานความเสี่ยงระบาดมีการตรวจคัดกรองสนามบินทุกแห่งมีการเกณฑ์นักศึกษาแพทย์ให้ไปเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยคัดกรองในสนามบินและสถานที่สำคัญตามหัวเมืองใหญ่ต่างๆ
อีกประเด็นที่สำคัญคือช่วงวัยของประชากรแอฟริกาที่ยังไม่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัวแบบในยุโรปและเอเชีย ส่วนใหญ่ยังเป็นคนอายุน้อยหากเทียบกับทวีปยุโรปที่มีสัดส่วนของคนอายุ 40 ปีมากที่สุดส่วนประเทศจีนมีคนอายุ 37 ปีมากที่สุดในขณะที่ประเทศไนจีเรียมีประชากรอายุเฉลี่ย 17.9 ปีเท่านั้น
จากการคาดการณ์ว่ากลุ่มคนที่เสี่ยงต่อโควิด-19 คือผู้สูงอายุมากที่สุดเมื่อมีผู้สูงอายุน้อยอัตราผู้ติดเชื้อจึงน้อยตามไปด้วยทวีปแอฟริกามีผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 65 ปีเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นหากเทียบกับจีนที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุ 65 ปีอยู่ที่ 12 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็เป็นอีกทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจว่าโควิด-19 มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุมากกว่าเด็ก
รวมไปถึงทฤษฎีว่าไวรัสโคโรนาไม่ถูกกับสภาพอากาศร้อนแล้งทำให้ศักยภาพการแพร่พันธุ์ลดลงเพราะช่วงระบาดของโรคหวัดตามฤดูกาลของกลุ่มประเทศแอฟริกาจะเริ่มราวๆ เดือนเมษายนที่อุณหภูมิจะค่อยๆ เย็นลงแต่ต่อไปยังไม่แน่ใจว่าโควิด-19 จะเป็นโรคตามฤดูกาล (seasonal disease) หรือไม่ก็ยังเป็นสมมติฐานโดยคร่าวๆ ที่ยังไม่มีงานวิจัยยืนยัน
อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญหลายคนไม่สามารถรับรองได้เต็มปากว่าแอฟริกาจะเป็นทวีปที่รอดพ้นโควิด-19 โดยสมบูรณ์เพราะตอนนี้หลายประเทศในแอฟริกาเริ่มมีรายงาน first case แล้วเช่น ซูดานกานากาบองและกินีทำให้เริ่มมีการเคลื่อนย้ายทรัพยากรทางการแพทย์ จากที่ต้องรับมือโรคระบาดที่เป็น native ของแอฟริกาเองต้องเตรียมไปรับมือโควิด-19 ด้วยเช่นกัน

อุปสรรคและข้อได้เปรียบของแอฟริกา
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดหลายคนมองว่าภาวะนิ่งนอนใจจะไม่สามารถเกิดขึ้นในแอฟริกาเพราะเรายังไม่รู้ว่าโควิด-19 จะกลายพันธุ์ต่อยังไงเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ในขณะที่ระบบสาธารณะสุขยังเปราะบางและการป้องกันบางอย่างเกิดขึ้นได้ยากมากในแอฟริกาเช่นคำแนะนำการเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) ที่เป็นไปได้น้อยในแอฟริกาเนื่องจากความจำกัดทางด้านเศรษฐกิจ
คนในชาติต้องอาศัยในบ้านแคบๆไม่มีพื้นที่ส่วนตัวสมาชิกในครอบครัวใช้พื้นที่ร่วมกันส่วนคำแนะนำให้ล้างมือบ่อยๆ ก็ยังเป็นไปได้ยากเพราะน้ำเพื่อบริโภคยังขาดแคลนเจลล้างมือไม่ต้องพูดถึงนี่จึงเป็นเรื่องยากที่จะบอกให้ทุกคนล้างมืออย่างถูกสุขลักษณะเนื่องจากความสามารถในการเข้าถึงทรัพยากรจำกัดการแนะนำให้ work from home แทบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยเพราะอาชีพส่วนใหญ่ของผู้คนคือเกษตรกรรมและรับจ้างหากป่วยก็ยังต้องออกไปใช้แรงงานอย่างไม่มีข้อแม้อยู่ดี

แม้จะมีอุปสรรคมากแต่ข้อได้เปรียบข้อหนึ่งของแอฟริกาคือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการบริหารจัดการของรัฐมีประสบการณ์ในการรับมือโรคระบาดร้ายแรงมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ศูนย์วิจัยโรคที่จัดตั้งช่วงที่อีโบลาระบาดหนักมีความพร้อมจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปรับมือโควิด-19 ได้ทันทีหากมีการพัฒนาวัคซีนก็สามารถหากลุ่มตัวอย่างทดสอบได้ง่าย
ในช่วงปี 2014-2016 อีโบลาคร่าชีวิตผู้คนไปมากถึง 11,000 ในแอฟริกาฝั่งตะวันตกประชาชนมีความเข้าใจที่จะร่วมมือเป็นทุนเดิมอยู่แล้วรัฐจึงสามารถรับมือกับความโกลาหลในกรณีฉุกเฉินและยุติข่าวลวงได้ทันท่วงที (เนื่องจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตต่ำทำให้ข่าวทั้งหมดมาจากภาครัฐทำให้ข่าวประเภท fake news ยามวิกฤตเกิดขึ้นน้อยถึงมี ก็ไม่มีคนอ่านคนแชร์อยู่ดี)
แม้ขณะนี้แอฟริกาจะไม่มีการระบาดของโควิด-19 หนักเท่าฝั่งยุโรปและเอเชียแต่ประเทศต่างๆ ในแอฟริกาประกาศหยุดการชุมนุมในพื้นที่สาธารณะและงดกิจกรรมทางศาสนาอย่างเป็นทางการถึงทำเต็มที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็ยังไม่นิ่งนอนใจกับการกลายพันธุ์ที่คาดเดาไม่ได้ของโควิด-19
ในเมื่อแอฟริกาเป็นพื้นที่ระบาดของโรคมาลาเรียที่เปรียบเสมือนโรคขาประจำ โควิด-19 เองก็มีลักษณะอาการเริ่มต้นคล้ายมาลาเรียคือมีไข้ปวดกล้ามเนื้อเหนื่อยอ่อนอาจทำให้มีอุปสรรคในการวินิจฉัยไปตรงกับโรคมาลาเรียนี่จึงเป็นไฟต์บังคับที่รัฐต้องยกระดับจาก malaria-ebola endemic โดยเพิ่มโควิด-19 ไปอีกตัวทำให้แอฟริกายังไม่ใช่ที่ปลอดภัยเพราะอาจเป็นการ ‘หนีเสือปะจระเข้’
ที่คนแอฟริกาเห็นยอดระบาดโควิด-19 น้อยก็คงไม่ดีใจเพราะมีโรคอื่นให้วิตกอีกเพียบ
อ้างอิง





