Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

วันที่แสงเหนือสอนบทเรียนฉัน

“อย่างน้อยก็ได้พาตัวเองลองออกไป”

ฉันบอกตัวเองและเพื่อนชาวอินเดียที่ตัดสินใจมาร่วมทริปตามล่าหาแสงเหนือด้วยกันในช่วงวันใกล้สอบ
เพื่อนถามแล้วถามอีกว่าแน่ใจแล้วใช่มั้ยที่จะไปแค่ 2 วัน 1 คืน

“แล้วถ้าไม่เห็นล่ะ”

“แล้วถ้ามันมาคืนถัดไปล่ะ”

คิดทบทวนดูแล้ว
ถ้าจะเจอก็คงได้เจอ อยู่ต่ออีกวันก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้เจอสักเมื่อไร ฉันเลิกเช็กพยากรณ์อากาศ
พยากรณ์ค่าความเป็นไปได้ในการเจอแสงเหนือต่างๆ ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจว่าจะไป คิดแบบนั้นจนความคาดหวังคลายไป
เหลือแค่ความตื่นเต้นเพียงที่จะได้ออกเดินทาง

ท้องฟ้าจากเครื่องบิน
Oslo – Tromsø ช่วงเช้าปลอดโปร่งตลอดทาง
แม้จะมีหิมะตกหนักในคืนวันที่ผ่านมา แต่เช้านี้ฟ้ากลับโปร่งจนมองเห็นเทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะข้างล่าง
โปร่งจนกระทั่งเห็นแสงอาทิตย์ที่เล็ดลอดออกมา แสงสีส้มเจือๆ ที่ขอบฟ้าที่ไม่เห็นมานานในประเทศที่เขาว่ากันว่าพระอาทิตย์ยาวนานถึงเที่ยงคืน
หากแต่ไม่ใช่ในฤดูกาลนี้

Silje เจ้าของที่พักออกมาต้อนรับ
คำถามเช่น มาจากที่ไหน ไม่ได้ทำให้แปลกใจ
แต่สิ่งที่แปลกใจคือการที่เธอตอบกลับเป็นภาษาไทย ในประเทศที่ชื่อเมืองยังออกเสียงตามได้ยาก
การได้ยินภาษาตนเองถือเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่พลอยทำให้ยินดี Silje บอกต่อว่า คุณโชคดีมากมาในที่มาวันนี้ ฟ้าเปิดเป็นวันแรกเมื่อวาน
และถึงแม้จะไม่มีอะไรยืนยันธรรมชาติได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ฉันจะประหลาดใจมากถ้าคุณไม่ได้เห็นแสงเหนือในวันนี้

ถึงจะเป็นวันที่พระอาทิตย์เริ่มทำงานในเมืองนี้หลังจากหยุดงานมาหลายวัน
แต่เพียงบ่ายสามก็เริ่มทำท่าจะร่ำลา ออกมาเดินเล่นในเมืองไปพลางๆ สังเกตว่า
เป็นวันที่ฟ้าใสไร้เมฆ เห็นดาว และจันทร์จางๆ เหนือภูเขาหิมะที่โอบล้อมเมือง และในวันที่คาดหวังน้อยที่สุด
กลับกลายเป็นวันที่ทุกอย่างดูจะเป็นใจมากที่สุด

แสงเหนือคืนนั้นบอกกับฉันว่า…

ความสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่การได้ในสิ่งที่ตั้งเป้าไว้
แต่อาจเป็นเพียงการนำตัวเองออกไปข้างนอกนั่น และหากจะมีความหวังใดอยู่บ้าง
ก็ขอให้เป็นเพียงความหวังที่จะได้เรียนรู้ด้วยสายตาที่เปิดกว้าง
และหัวใจที่ไม่ตัดสินกับประสบการณ์ใดๆ ก็ตามที่พร้อมจะเกิดขึ้นให้เราเรียนรู้ในชั่วขณะนั้น

การมองเห็นเป็นสิ่งหนึ่ง
หากมุมมองนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ฟรานซิสโก คนนำทางชาวอิตาเลียน
บอกกับพวกเราก่อนเริ่มออกเดินทางว่า คืนนี้ดูจะมี ‘ปัจจัยที่ดี’ ครบถ้วน จะติดก็ตรงที่แสงจันทร์ค่อนข้างสว่างไปนิด ได้ยินดังนั้นบางคนก็ดูจะเริ่มถอนใจให้กับแสงจันทร์ที่ในวันอื่นก็สวยงามดี แต่ในวันที่เราต้องการมาหาสิ่งอื่นแบบนี้
ความสว่างของจันทร์ดูจะผิดที่ผิดทางไป เห็นท่าไม่ดีดังนั้น
ฟรานซิสโกจึงรีบบอกต่อว่า แต่แสงจันทร์ก็ทำให้ได้เห็นมุมมองที่สวยไปอีกแบบ
เพราะเราจะไม่ได้เห็นแค่แสงบนฟ้า
แต่จะได้เห็นทิวทัศน์จางๆ ของสถานที่ที่ถูกอาบด้วยแสงจันทร์บางๆ ด้วย มันง่ายมากที่จะบ่นกับปัจจัยที่อาจไม่ดีเท่าไร แต่มันดีกว่าเสมอที่จะมองเห็นมุมมองที่ดีในสถานการณ์ที่เป็นอยู่

ถึงแม้จะมี ‘ปัจจัยที่ดี’ ครบถ้วนเท่าไร
ก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ
ธรรมชาติยังมีปัจจัยนอกเหนือการพยากรณ์ของมนุษย์และการควบคุมอีกมาก แต่ไม่ใช่ความคาดเดาไม่ได้ของจักรวาล ในโลกที่มนุษย์ดูพาลจะควบคุมได้ทุกอย่างหรอกหรือที่ทำให้เรายังมีสิ่งที่เรียกได้ว่า มหัศจรรย์

และถึงแม้จะได้ในสิ่งที่ต้องการตามคาดหวัง
ก็ไม่ได้บ่งบอกถึงความพึงพอใจ หากเรามัวแต่เปรียบเทียบ
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นกับสิ่งอื่น กับคืนอื่นที่ฟ้ามืดกว่านี้ ที่แสงชัดกว่านี้
ความสวยงามเป็นเรื่องอัตวิสัย แต่ความจริงก็คือสิ่งเหล่านั้นล้วนสวยงามที่สุดเท่าที่มันเป็น
สวยงามที่สุดเท่าที่มันสวยงามได้ในช่วงเวลานั้น ในชั่วขณะนั้นที่เราได้เห็น และท้ายสุดแม้ว่าจะไม่มีปัจจัยที่ถึงพร้อม
ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีโอกาส เพราะแม้โอกาสจะน้อยแต่เราไม่มีวันรู้หรอกว่าเมื่อไหร่จักรวาลจะทำงานจังหวะความเร็วเดียวกับที่เรากำลังเดินในเส้นทางที่เดินอยู่

เมื่อคาดหวังน้อยที่สุด
กลับกลายเป็นว่าได้มากที่สุด

อากาศหนาวสั่นสะท้าน
แสงเหนือที่ออกมานั้นบางเบา พอปรากฏให้เห็นลิบๆ ประกายแสงจางๆ ฉันเลยตัดสินใจจะเดินหันหลังกลับขึ้นรถหลังจากยืนสั่นมาค่อนคืน
แต่ในจังหวะที่กำลังชะเง้อมองฟ้าด้วยสายตาของตนเองไม่ผ่านเลนส์ที่ต้องมาปรับค่าต่างๆ
ด้วยเกรงที่แสงข้างหน้าแม้จะจางบางเบาจะหายไป ก็พลันได้เห็นดาวตกดวงแล้ว ดวงเล่า
ที่วิ่งเข้ามากระทบตาและผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอยิ้มออกมาและบอกตัวเองว่า
แม้แสงเหนือจะไม่ชัดเท่าไร แต่อย่างน้อยเราก็ได้เห็น อีกทั้งยังได้เห็นดาวตกในภาพเดียวกัน
ขณะที่จิตกำลังรู้สึกขอบคุณอย่างเต็มเปี่ยมที่ได้รับประสบการณ์นั้น กลับกลายเป็นว่า
แสงเหนือจางๆ ค่อยๆ ทวีแสงชัดเจนขึ้น เริ่มเริงระบำ เต้นร่า
สะบัดท่วงท่าที่เหล่านักเดินทางควานตามหา ให้เห็นต่อหน้าต่อตา ในช่วงเวลาที่ความหวังและการค้นหาสิ้นสุดลงนั่นเอง

ประสบการณ์ตามหาแสงเหนือ
7 ชั่วโมงในเมืองเล็กเกือบสุดขั้วโลกนี้
ได้นำความรู้สึกตื่นเต้นในการเห็นอะไรเป็นครั้งแรกอีกครั้งกลับมา ดูเหมือนกับว่าเมื่อโตขึ้นแล้ว
โอกาสในการพบเจออะไรเป็นครั้งแรก จนทำให้เราตื่นตาตื่นใจเหมือนยามเป็นเด็กที่ตื่นเต้นแม้กระทั่งกับลูกโป่งที่เป่าออกจากฟองสบู่นั้น
ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่การได้มายืนท่ามกลางแสงเหนือที่วิ่งจากฟ้าฟากหนึ่งไปจรดอีกฟากหนึ่งในคืนนั้น
ความรู้สึกตื่นเต้นท่วมท้นในการได้พบเห็นอะไรบางสิ่งเป็นครั้งแรก ก็ดูพลันกลับมาให้ใจได้สูบฉีดไปทั่วร่าง
ให้สายตาได้เบิกกว้างเป็นประกายอีกครั้ง

แสงเหนือยังกระซิบบอกอีกว่า
ใครกันที่สำคัญที่สุด ในช่วงเวลาแบบนั้นหากจะมีอะไรที่ทำให้ค่ำคืนนั้นสมบูรณ์แบบมากขึ้นได้อีก
ก็คงเป็นการได้ร่วมประสบการณ์นั้นกับคนทั้งหลายที่ฉันรัก ให้พวกเขาอยู่ตรงนั้นในเวลานั้น
ให้ได้ประจักษ์ความสวยงามของโลก ไม่สิ ของจักรวาลนี้

ให้ได้เห็นว่าแม้จะมีสิ่งใดในโลกที่เรามองว่าไม่สวยงามประปราย
แต่ตราบใดที่จักรวาลอันเป็นจุดเริ่มต้นแห่งชีวิตทั้งหลายทั้งปวงนั้นสวยงามได้เพียงนี้ ชีวิตนั้นก็ย่อมสวยงามไม่ต่างกัน

ฉันหวังให้เสียงกระซิบขอบคุณเบาๆ ของฉันดังก้องไปในจักรวาล
ณ จุดที่แสงเหนือได้ส่องประกายออกมา

ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย

Author

พชร สูงเด่น

มนุษย์สายสังคม ชอบทำขนม ปัจจุบันนั่งจมกับธีสิสและเขียนเล่าเรื่องราวทุน Erasmus Mundus ด้วยความตั้งใจจะให้โอกาสที่ได้รับต่อยอดไปสู่โอกาสของผู้อื่นต่อไป

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)