<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บันทึกการอ่าน &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/experiences/creative/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/experiences/creative/บันทึกการอ่าน/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Apr 2026 10:33:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>When Among Crows แสวงหาความปรารถนา ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/when-among-crows/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Kessara Klaikaew]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Apr 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[WhenAmongCrows]]></category>
		<category><![CDATA[ท่ามกลางหมู่นกกามนตราปีศาจ]]></category>
		<category><![CDATA[BeatPublishing]]></category>
		<category><![CDATA[BiblioPublishing]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=186574</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากท่านเป็นผู้หลงใหลมนตรา ปรารถนาให้พรเป็นจริง ขอเชิญให้ท่านทั้งหลายจงนั่งลงและอ่านเรื่องราวต่อไปนี้ ภูตผีปีศาจที่อยู่ในตำนานปรัมปรา บัดนี้เร้นกายอยู่ในมุมมืดของมหานครแล้ว ผ่านเรื่องราวแฟนตาซี อย่าง &#8216;When Among Crows ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ&#8217; นิยายที่ได้รับการจัดอันดับความนิยม #1 New York Times Bestselling Author และเข้าชิงรางวัล Goodreads Readers’ Favorite Fantasy 2024 อีกทั้งยังได้รับเลือกเป็น Editors’ pick Best Science Fiction &#38; Fantasy &#8216;เวอโรนิกา รอท&#8217; นักเขียนชาวอเมริกัน เจ้าของวรรณกรรมมากรางวัล ชื่อนี้คงคุ้นหูคุ้นตาเหล่านักอ่านเป็นอย่างดี เพราะเธอยังพ่วงตำแหน่งเจ้าของผลงานอย่าง Divergent นิยายแนวดิสโทเปีย ที่ประสบความสำเร็จ จนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ The Divergent Series ที่โลดแล่นสู่สายตาผู้ชมบนจอแก้ว รางวัลการันตีมากมายเช่นนี้พิสูจน์แล้วว่าฝีมือการเขียนของเธอเหนือชั้นขนาดไหน ขอสารภาพต่อผู้รักการอ่านทุกท่าน ผู้เขียนหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่าน เพราะชื่อหนังสือที่ถูกแปลในภาษาไทยว่า ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/when-among-crows/">When Among Crows แสวงหาความปรารถนา ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากท่านเป็นผู้หลงใหลมนตรา ปรารถนาให้พรเป็นจริง ขอเชิญให้ท่านทั้งหลายจงนั่งลงและอ่านเรื่องราวต่อไปนี้</p>



<p>ภูตผีปีศาจที่อยู่ในตำนานปรัมปรา บัดนี้เร้นกายอยู่ในมุมมืดของมหานครแล้ว ผ่านเรื่องราวแฟนตาซี อย่าง &#8216;When Among Crows ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ&#8217; นิยายที่ได้รับการจัดอันดับความนิยม #1 New York Times Bestselling Author และเข้าชิงรางวัล Goodreads Readers’ Favorite Fantasy 2024 อีกทั้งยังได้รับเลือกเป็น Editors’ pick Best Science Fiction &amp; Fantasy</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186579" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>&#8216;เวอโรนิกา รอท&#8217; นักเขียนชาวอเมริกัน เจ้าของวรรณกรรมมากรางวัล ชื่อนี้คงคุ้นหูคุ้นตาเหล่านักอ่านเป็นอย่างดี เพราะเธอยังพ่วงตำแหน่งเจ้าของผลงานอย่าง Divergent นิยายแนวดิสโทเปีย ที่ประสบความสำเร็จ จนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ The Divergent Series ที่โลดแล่นสู่สายตาผู้ชมบนจอแก้ว รางวัลการันตีมากมายเช่นนี้พิสูจน์แล้วว่าฝีมือการเขียนของเธอเหนือชั้นขนาดไหน</p>



<p>ขอสารภาพต่อผู้รักการอ่านทุกท่าน ผู้เขียนหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่าน เพราะชื่อหนังสือที่ถูกแปลในภาษาไทยว่า <strong>ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ</strong> ขอพูดตามตรง ชื่อนี้ถูกใจผู้เขียนมาก คำโปรยบนปกหลังแนะนำตัวเบื้องต้นกับเราว่า ตนคือนิยายดาร์กแฟนตาซีร่วมสมัยที่ผสมผสานตำนานความเชื่อของชาวสลาฟเข้ากับโลกยุคใหม่</p>



<p>การแนะนำตัวจบลง</p>



<p>ต่อจากนี้ขอให้ท่านจงตั้งใจและออกเดินทางสู่โลกแห่งภูตพรายที่ต้องฝ่าอันตรายสารพัด</p>



<p>‘เมื่ออยู่กลางหมู่กา จงร้องดุจกา’&nbsp;</p>



<p>ภาษิตโปแลนด์&nbsp;</p>



<p>เพราะเร้นกายท่ามกลางมนุษย์&nbsp;</p>



<p>ก็ควรทำตัวเลียนแบบกลมกลืนไปกับเหล่ามนุษย์</p>



<p><strong>ที่แห่งใดมีคนบาป ที่แห่งนั้นย่อมมีอัศวิน</strong></p>



<p>พระเจ้ามอบพลังให้แก่เขา &#8216;เดมิทรี&#8217; ชายหนุ่มผู้เด็ดดอกเฟิร์นในคืนคูปาลาอันศักดิ์สิทธิ์ เขาสัมผัสบางอย่างได้ บางอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์ และประสงค์หนึ่งเดียวของเขาคือการตามหา &#8216;บาบายากา&#8217; แม่มดในตำนาน</p>



<p>ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงที่อยู่ของบาบายากา ความช่วยเหลือจากอมนุษย์จึงเป็นหนทางเดียวที่เดมิทรีจะพบกับแม่มดในตำนานผู้ทรงพลังเหนือปีศาจทั้งปวง นางมอบในสิ่งที่เขาปรารถนาได้ แต่การแลกเปลี่ยนย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186580" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>36 ชั่วโมง ก่อนที่ดอกเฟิร์นจะโรยรา</strong></p>



<p>กลิ่นหอมหวานของความหวาดหวั่น คือแหล่งอาหารชั้นดีของเธอ &#8216;อะลา&#8217; ซโมราต้องสาปด้วยคำสาปสายเลือด คำสาปมรณะที่กลืนกินชีวิตอมตะของเธอ</p>



<p>ดอกเฟิร์นที่บานสะพรั่งในค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์ จะทำลายมันได้ หากแต่พลังของมันจะกลายเป็นยาแก้พิษก็ต่อเมื่อผู้เก็บเกี่ยวเต็มใจจะรับมันเข้าไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186581" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ชีวิตมนุษย์แสนสั้น</strong></p>



<p>‘นิโกเดม คอสต์กา’ เขาก้มหน้าก้มตารับใช้ตระกูลคอสต์กาในฐานะเซมส์ตาของเหล่าสตริกกา งานหลักของเขาคือการตามล้างแค้นและลงทัณฑ์คณะศักดิ์สิทธิ์&nbsp;</p>



<p>รอยแผลเป็นในวัยเด็กที่ปรากฏบนนิ้วมือ ย้ำเตือนว่าเขาเคยเป็นสิ่งมีชีวิตแสนบอบบางที่เรียกว่ามนุษย์ และแม่กลัว กลัวว่าเขาจะตายเหมือนอย่างพ่อ</p>



<p>บาบายากามอบชีวิตอมตะให้กับนิโกเดม แต่ความปรารถนาของแม่มีราคาสูงลิ่วที่ต้องจ่าย ไม่มีใครล่วงรู้ว่าแม่แลกอะไรกับความอมตะของเขา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186582" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เรื่องราวมากมายถูกร้อยเรียงในคืนคูปาลาอันศักดิ์สิทธิ์ การพานพบของอัศวินและผู้ต้องทัณฑ์บาป ที่จะพาพวกท่านไปเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย ในโลกที่มนุษย์และปีศาจยังคงห้ำหั่นกันราวสงครามเพื่ออุดมการณ์ของตน</p>



<p>When Among Crows ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ นิยายที่ทำให้ผู้อ่านที่รักในเรื่องราวลึกลับ ตื่นเต้น ลุ้นระทึกในทุกแผ่นกระดาษที่สัมผัสเมื่อเปิดอ่าน แต่เมื่อมีพบย่อมมีจาก นวนิยายแห่งภูตพรายพาผู้อ่านฝ่าอันตรายมาจนถึงหน้าสุดท้ายแล้ว กระดาษแผ่นสุดท้ายถูกอ่าน พร้อมกับความเสียดายที่ไม่อยากให้เรื่องราวนี้จบลง ความรู้สึกเช่นนี้ขอยกความดีความชอบให้กับผู้แปลอย่าง <strong>ทศพล ศรีพุ่ม</strong> ที่ถ่ายทอดเรื่องราวในนิยายผ่านความงามของภาษาได้อย่างน่าประทับใจ</p>



<p>แม้เนื้อเรื่องจะหยิบยกตำนานของชาวสลาฟ ที่เรียกได้ว่าไกลตัวจากผู้รักการอ่านที่มีถิ่นพำนักในเมืองร้อนอย่างประเทศไทย แต่ระหว่างทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคนั้นจะทำให้ท่านพบกับความประหลาดใจ ความตื่นเต้นแบบเต็มหลอด หรือหากท่านอยากเติมความขม รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง</p>



<p>นิยายแปลจากสำนักพิมพ์ Biblio เล่มนี้คุณภาพคับเล่มจริงๆ</p>



<p>เตือนท่านไว้ก่อน&nbsp;</p>



<p>&#8220;อย่าได้ถูกหลอกด้วยใบหน้ามนุษย์หรือเสียงแบบมนุษย์ของมัน&#8221;</p>



<p>ขอให้ท่านโชคดี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/when-among-crows/">When Among Crows แสวงหาความปรารถนา ท่ามกลางหมู่มวลนกกา มนตรา ปีศาจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รัก  เลิก  ลืม  เริ่มต้นใหม่ &#8216;RE-LEARN-TIONSHIP&#8217; นวนิยายแห่งความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ไปต่อ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/re-learn-tionship-book-review/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Kessara Klaikaew]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jan 2026 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ระยะต่างระหว่างกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ผมไม่อยากมีแฟนเป็นเศรษฐี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=185450</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความสัมพันธ์ครั้งล่าสุดของคุณเป็นแบบไหน ได้ไปต่อ หรือพอแค่นี้ สำหรับใครที่เสียดายคิดว่า ‘ไม่มีเวลาว่างมานั่งอ่านทุกเล่มหรอกนะ’ ก็ขอให้หยุดควมคิดนั้นไว้ก่อน เพราะไม่ว่าจะเลือกหยิบเล่มไหนก่อนหลังก็ไม่ใช่ปัญหา จะมีก็แต่ว่าดันอ่านเพลินจนวางไม่ลง เช่นนั้นแล้วนักเขียนจาก a day ไม่รอช้าอีกต่อไป คว้าหนังสือกันมาคนละเล่ม เลือกเอาเล่มที่คิดว่าอินที่สุดมาไว้ในมือ หลบไปอ่านคนละมุม และนักเขียนทั้ง 3 คน พร้อมส่งต่อความรู้สึกหลังอ่านจบแบบหมดเปลือก อ่านแล้วชอบ ไม่ชอบ หรือเผลอหลุดขำตรงไหน เราเล่าให้ฟังหมด จะเศร้าซึม หรือไปต่อ ไม่ไปต่อยังไง&#160; หลบซ้าย หลบขวาก็ไม่พ้นสปอยล์เลยล่ะ RE-LEARN-TIONSHIP คือโปรเจกต์การเขียนนิยายของสำนักพิมพ์แซลมอน ที่จะพานักอ่านไปลิ้มลองรสชาติความสัมพันธ์ 3 รูปแบบ จากนักเขียน 3 คน จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท กิตติศักดิ์ คงคา และนริศพงศ์ รักวัฒนานนท์ ที่ต่างนำพาเรื่องราวใกล้ตัวของแต่ละคนมาปลดล็อกบางสิ่งบางอย่างที่ยังค้างคาอยู่ในใจ จุดร่วมของนิยายคือโจทย์ที่โดนเคาะจั่วหัวมาว่า ‘ความรักในเมือง’ พวกเขาจึงเลือกถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่ได้เรียนรู้ ขุดคุ้ย Based on true story มาเล่าผ่านสายตาของคนรุ่นเดียวกัน&#160; “โปรเจกต์นี้เหมือนกับว่าเป็นสนามเด็กเล่น ที่พวกเราไม่ได้มาเพื่อสร้างประติมากรรมใหญ่โตโอฬารหรืองานมาสเตอร์พีซ แต่มันเหมือนพื้นที่ที่ทำให้เราได้ทำความรู้จัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/re-learn-tionship-book-review/">รัก  เลิก  ลืม  เริ่มต้นใหม่ &#8216;RE-LEARN-TIONSHIP&#8217; นวนิยายแห่งความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ไปต่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ความสัมพันธ์ครั้งล่าสุดของคุณเป็นแบบไหน ได้ไปต่อ หรือพอแค่นี้</p>



<p>สำหรับใครที่เสียดายคิดว่า ‘ไม่มีเวลาว่างมานั่งอ่านทุกเล่มหรอกนะ’ ก็ขอให้หยุดควมคิดนั้นไว้ก่อน เพราะไม่ว่าจะเลือกหยิบเล่มไหนก่อนหลังก็ไม่ใช่ปัญหา จะมีก็แต่ว่าดันอ่านเพลินจนวางไม่ลง เช่นนั้นแล้วนักเขียนจาก a day ไม่รอช้าอีกต่อไป คว้าหนังสือกันมาคนละเล่ม เลือกเอาเล่มที่คิดว่าอินที่สุดมาไว้ในมือ หลบไปอ่านคนละมุม และนักเขียนทั้ง 3 คน พร้อมส่งต่อความรู้สึกหลังอ่านจบแบบหมดเปลือก อ่านแล้วชอบ ไม่ชอบ หรือเผลอหลุดขำตรงไหน เราเล่าให้ฟังหมด</p>



<p>จะเศร้าซึม หรือไปต่อ ไม่ไปต่อยังไง&nbsp;</p>



<p><em>หลบซ้าย หลบขวาก็ไม่พ้นสปอยล์เลยล่ะ</em></p>



<p><strong>RE-LEARN-TIONSHIP</strong> คือโปรเจกต์การเขียนนิยายของสำนักพิมพ์แซลมอน ที่จะพานักอ่านไปลิ้มลองรสชาติความสัมพันธ์ 3 รูปแบบ จากนักเขียน 3 คน จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท กิตติศักดิ์ คงคา และนริศพงศ์ รักวัฒนานนท์ ที่ต่างนำพาเรื่องราวใกล้ตัวของแต่ละคนมาปลดล็อกบางสิ่งบางอย่างที่ยังค้างคาอยู่ในใจ จุดร่วมของนิยายคือโจทย์ที่โดนเคาะจั่วหัวมาว่า ‘ความรักในเมือง’ พวกเขาจึงเลือกถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่ได้เรียนรู้ ขุดคุ้ย Based on true story มาเล่าผ่านสายตาของคนรุ่นเดียวกัน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185457" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“โปรเจกต์นี้เหมือนกับว่าเป็นสนามเด็กเล่น ที่พวกเราไม่ได้มาเพื่อสร้างประติมากรรมใหญ่โตโอฬารหรืองานมาสเตอร์พีซ แต่มันเหมือนพื้นที่ที่ทำให้เราได้ทำความรู้จัก ทดลอง ตื่นเต้นไปกับเรื่องราวที่เล่า”</p>



<p>เหล่านักเขียนสารภาพว่า “เราสามคนไม่เหมือนกันเลย แต่ละคนโคตรจะเป็นตัวเอง ซึ่งเรามองว่ามันเป็นเรื่องดี ดีใจที่พองานเสร็จแล้วทุกคนมองว่านี่เป็นอีกเล่มหนึ่งในชีวิตที่สามารถยิ้มกับมันได้อย่างมีความสุข”</p>



<p>เมื่อได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเหล่านักเขียนยิ่งเพิ่มความอินให้กับผู้อ่านแบบเข้าเส้น บทเรียนที่เราได้เรียนรู้ผ่านหนังสือเหมือนกับนักเขียนมากระซิบข้างหูว่า “พี่ผ่านมาแล้วน้อง”</p>



<p>มาเริ่มอ่านกัน !</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คนไทยเป็นอะไรกับคนเก่า CAN’T REMEMBER A LOVE, CAN’T FORGET A LOSS&nbsp;เจ็บเกินจำรัก หนักเกินลืมรอย นวนิยายของคนไม่มูฟออน</strong></h2>



<p>ถ้ามีใครสักคนถามว่าสิ่งที่ไม่ได้ไปต่อในปีนี้ของคุณคืออะไร เราตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่าความสัมพันธ์ครั้งเก่า แต่สำหรับใครที่ยังมูฟออนเป็นวงกลมหรือก้าว 2 ถอย 3 เป็นจังหวะสามช่าแล้วล่ะก็… นวนิยายเรื่อง <strong>‘CAN’T REMEMBER A LOVE, CAN’T FORGET A LOSS เจ็บเกินจำรัก หนักเกินลืมรอย’</strong> คงเหมาะกับคุณ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185459" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>นวนิยายเล่มนี้ของ จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท เป็นหนังสือเล่มแรกที่เราหยิบมาอ่านในปีนี้ จากการขายตรงของเพื่อนร่วมงานที่บอกว่า ‘ฉันว่าเล่มนี้เหมาะกับแก’ ซึ่งเราประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เจ็บจี๊ดๆ ในใจทันที เพราะคำโปรยบนหน้าปกที่เขียนไว้ว่า ‘นวนิยายแห่งความสัมพันธ์ที่ยากจะลืม แม้จะเจ็บจนไม่อยากจำ’ นวนิยายเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้หัวใจผู้อ่านกลายเป็นสีชมพูเข้ม หรืออบอวลไปด้วยรักโรแมนติกเหมือนนิยายรักทั่วๆ ไป หากแต่เป็นบันทึกเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด</p>



<p><strong>จาณีน</strong> นักเขียนบทภาพยนตร์ ผู้ขยันย้ายที่อยู่ไปมา ในเวลาหนึ่งปีเต็มเธอย้ายที่อยู่เป็นรอบที่หนึ่งร้อยห้าสิบห้าแล้ว ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เจอที่อยู่ที่ถูกใจเสียที ปัญหาไม่ใช่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นตัวเธอเอง เพราะไม่ว่าเธอจะย้ายที่อยู่อีกสักกี่ครั้ง ความทรงจำอันแสนเจ็บปวดที่เกิดจาก <strong>พิชชา</strong> คนรักเก่ายังคงตามหลอกหลอนเหมือนเจ้ากรรมนายเวรที่จ้องจะเอาชีวิต</p>



<p>จาณีนค่อยๆ เปิดเผยความเจ็บปวดในหัวใจให้เรารู้ เหมือนเพื่อนที่เริ่มทำความรู้จักกัน สนิทกันมากขึ้น และไว้ใจกันในที่สุด เพราะแบบนั้นเราไม่เคยตัดสินความบอบช้ำของจาณีนเลย แต่พยายามทำความเข้าใจเพื่อนสนิทคนนี้ แม้บางครั้ง (หลายครั้ง) จะไม่เข้าใจก็ตาม จนอยากจะพาเจ้าตัวมานั่งจับเข่าคุยกัน ปรับทัศนคติเรื่องความรักกันสักหน่อย ความรักทำให้คนตาบอดคงจะจริง</p>



<p><strong>“คุณชอบต้นไม้เหรอ”</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“ของพ่อฉันค่ะ ไม่ได้ชอบอะไรเท่าไหร่”</strong></p>



<p>บอนไซในกระถางสี่เหลี่ยมสีเทาไร้สีสัน หนึ่งในบรรดาสัมภาระของจาณีนที่เธอหอบไปมาตลอดระยะเวลาหนึ่งปี ถูกย้ายเข้ามาในบ้านหลังใหม่อีกครั้งจากการขายตรงของ ปรีชนา เจ้าของแชร์เฮาส์ที่โฆษณาเกินจริงเอาไว้ว่าหากได้มาอยู่แล้วจะติดใจจนไม่อยากย้ายไปไหนอีกเลย</p>



<p>จาณีนไม่ได้ชอบต้นไม้หรอก แต่มันเป็นของขวัญรับปริญญาที่ได้รับมาจากพ่อ ที่อยู่ของเจ้าบอนไซในบ้านใหม่ไม่สู้ดีนัก<strong> </strong>“ฉันคิดว่าหน้าต่างห้องน้ำคงดีพอแล้วสำหรับมัน” เธอตอบ ณพล เพื่อนร่วมบ้านคนใหม่ไปแบบนั้น</p>



<p><strong>เธอเฝ้าภาวนาให้มันตาย แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้สิ่งมีชีวิตภายใต้การดูแลของเธอตายลงอีก</strong></p>



<p>ต้นไม้แคระแกร็นที่ถูกรถน้ำ พรวนดิน ตัดแต่งกิ่งก้าน อย่างที่บอกจาณีนไม่ชอบมัน เพราะมันไร้อิสระ น่าสังเวช เหมือนชีวิตของเธอที่เติบโตภายใต้อาณัติ ถูกดัดแต่ง และถูกสอนให้เชื่อง สิ่งที่เธอต้องวิ่งตามมีเพียงความสำเร็จเท่านั้น นี่คือกฎเกณฑ์ของผู้เป็นพ่อ</p>



<p><strong>“เอานี่ไหม เหมาะกับภาพที่เธออติดผนังไว้ เธอชอบสีส้มหรือเปล่า”</strong></p>



<p><strong>“ไม่อะ ฉันไม่ชอบสีส้ม”</strong></p>



<p>ภาพโปสเตอร์ขนาดใหญ่ สีส้มสะดุดที่เคยแขวนไว้บนผนังตลอดระยะเวลาหนึ่งปีกว่า ตอนนี้ถูกปลดประจำการแล้ว จาณีนไม่เคยคิดมาก่อนว่าแขวนโปสเตอร์สีส้มสะท้อนแสงนี้ไว้ให้แสบตาทำไม ในเมื่อเธอไม่ชอบสีส้ม <strong>แต่คนรักของเธอชอบมัน</strong> และการจะทิ้งของคนตายมันก็ดูใจร้ายเกินไป</p>



<p>บอนไซจิ๋ว สิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจปล่อยให้ตายได้อีก และภาพแขวนโปสเตอร์ขนาดใหญ่ ที่ไม่เคยคิดว่ามีไว้ทำไม มันคงสำคัญกับจาณีนทางใดทางหนึ่ง มันอาจสำคัญที่บอกให้เธอทิ้งอะไรบางอย่าง และเก็บอะไรบางอย่างไว้ อาจเป็นสิ่งของ ความรู้สึก หรือความทรงจำ</p>



<p>เราได้อ่านเรื่องราวความรักของจาณีนมาจนถึงหน้ากลางๆ ของหนังสือ ทำให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของเธอกับคนรักไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ทำให้ผู้อ่านอย่างเราอิจฉาจนอยากจะมีแฟน แต่เป็นความท็อกซิกที่ไม่ว่าจะยืนอยู่มุมไหนของห้องคุณคือคนผิด เผลอหายใจเสียงดังไป คงได้ทะเลาะกันใหญ่โต</p>



<p>การอ่านมาจนค่อนเรื่องที่ทำให้คิ้วเราขมวดกันเป็นปมตั้งแต่เริ่มอ่านได้คลายลง แต่เปลี่ยนมากำหมัดและอยากตะโกนให้ใครสักคนได้รู้ว่ายัยนั่น Red Flag (ยัยนั่น AKA คนรักเก่าจาณีน) หากเราเป็นจาณีนก็มองไม่เห็นถึงสัญญาณอันตรายในความสัมพันธ์หรอก เป็นปกติของมนุษย์เราเก่งเรื่องคนอื่นมากกว่าตัวเองเสมอ&nbsp;</p>



<p>เราเห็นเงาตัวเองซ้อนทับกับจาณีนอยู่หน่อยๆ เราสองคนเชื่อเหมือนกันว่าคนที่ทำลายความสัมพันธ์คือเราเอง บอกให้ตัวเองไว้ทุกข์กับตอนจบไปชั่วชีวิต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185460" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>อดีตคืออดีต วันนี้คือวันนี้</strong></p>



<p>รอยแผลจากอดีตยังคงฝังลึกอยู่ในใจ แต่วันนี้จาณีนเก่งพอที่จะรับมือกับมันแล้ว เพราะวันนี้…</p>



<p>“เป็นแค่วันนี้ที่ฟ้าสดใส”</p>



<p>“เป็นแค่วันนี้ที่คุณปลอดภัย”</p>



<p>เมื่อบรรทัดสุดท้ายของเรื่องราวจบลง เราถูกดึงกลับมายืนอยู่ในโลกความเป็นจริงอีกครั้ง และตกตะกอนได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์รูปแบบไหน เราควรฟังเสียงหัวใจตัวเองให้มากหน่อย ก่อนที่มันจะกลายเป็นก้อนความเจ็บปวดที่นิยามชื่อเรียกไม่ได้</p>



<p>เป็นนวนิยายที่อ่านแล้วเจ็บในใจ ต้อนรับต้นปีได้แบบแสบๆ คันๆ เผลอยิ้มให้กับความทรงจำในอดีตแบบไม่รู้ตัว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าความความสัมพันธ์มันไกลออกไป และมีเงื่อนไขตั้งแต่ต้น</strong> <strong>‘4600 AND MORE… ระยะต่างระหว่างกัน’ นวนิยายรักที่รักอย่างเดียวจะพอไหมนะ</strong></h2>



<p>ความสัมพันธ์ระยะไกลคงเป็นรักแบบสุดท้ายที่ผมจะเลือกมี แต่ถึงอย่างไรจะไกลไม่ไกล ใกล้ไม่ใกล้ ก็เป็นเรื่องของความรู้สึก &#8211; ไม่รู้สึกมากกว่า</p>



<p>ไอที่คุยกันทุกวัน แต่ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่แหละ เจ็บ!</p>



<p>ไอคำว่า ‘รัก’ นี่เป็นอะไรที่ท้าทายที่จะไขว่คว้ามันเหลือเกินนะ</p>



<p>ความสัมพันธ์ของตัวละครเรย์กับเนตรตกผลึกในห้วงหัวใจของผมขณะบรรเลงหนังสือ 4,600 AND MORE… ระยะต่างระหว่างกันของ ‘คุณนริศพงศ์ รักวัฒนานนท์’ แบบดึงตัวเองไม่อยู่ หนังสือว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์ ปัจจุบัน และอนาคต เป็นอะไรที่มนุษย์อย่างเราไม่สามารถคาดเดาได้จริงๆ&nbsp; ผมทำความรู้จักพวกเขาไปพร้อมกับทำความรู้จักตัวเองไปด้วย แม้จะไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางไกลขนาดนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเศษเสี้ยวความคลุมเครือของทั้งสองคนเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมเคยรู้สึกอยู่</p>



<p>เนตรเป็นหนุ่มไทยที่ไปตั้งรกรากที่ญี่ปุ่น ส่วนเรย์ก็เป็นครีเอทิฟหนุ่มเอเจนซีที่ไทย เขาเป็นพี่น้องในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน ใช้ชีวิตใกล้ๆ กัน แต่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เรื่องราวมันเริ่มต้นตอนที่คืนสุดท้ายของเนตรที่ไทยก่อนจะกลับไปทำงานที่ญี่ปุ่น ได้ดีพทอล์กแลกเปลี่ยนเรื่องราวในร้านบาร์แห่งหนึ่ง จนเผลอเลยกลายมาเป็นความสัมพันธ์ทางไกลแบบผู้ใหญ่ของพวกเขา ทำให้ผมชั่งใจไม่ถูกว่ามันจะไปต่อได้หรือไม่</p>



<p>หากใครชอบความสัมพันธ์แบบหวือหวา เหมือนขึ้นรถไฟเหาะคงไม่เหมาะกับหนังสือเล่มนี้&nbsp; เพราะความสัมพันธ์ของเนตรกับเรย์ เขาเลือกใช้ความรู้สึกและความสบายใจมาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอันดับสองก็มาพร้อมกับความรู้สึกอย่างว่า&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-185462" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/4-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ความรู้สึกที่เหมือนจะไม่รู้สึกแต่รู้สึก เหมือนจะเป็นไปไม่ได้แต่อยากให้เป็นไปได้</strong></p>



<p>มวลในท้องที่คล้องจองด้วยความรู้สึกจึงตกผลึกขึ้นโดยมีระยะทางเป็นตัวกลางของความรัก พวกเขาก็แค่ปล่อยให้มันเกิด</p>



<p>ทุกอย่างดำเนินมาอย่างเงียบเชียบ สงบ และเข้าใจง่ายแบบคนโตๆ&nbsp;</p>



<p>เหตุเช่นนี้ เพราะความสัมพันธ์เป็นเรื่องง่ายมันจึงเจ็บปวดเข้าถึงแกนกระดูก พวกเขาจะแบ่งโลกคนละซีกในยามค่ำคืน ยามดึกเขาวิดีโอคอลหา ยามรุ่งอรุณเขาส่งข้อความ แม้เทคโนโลยีจะทำให้พวกเขาใกล้กันมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เขารักกันมากขึ้น คำพูดอาจดูใจร้ายไปหน่อยแต่ระหว่างทาง 4,600 กิโลเมตรของไทยสลับไปญี่ปุ่นก็ไม่ได้ใจดีเช่นกัน</p>



<p>แม้จะแชต จะโทรทุกวัน แต่พวกเขานั้นไม่เคยตกลงกันว่าจะเป็นอะไร เราจะเห็นช่องโหว่ของความรักเป็นจำนวนมาก ความเงียบ ความหมางเมิน และความสงบเหล่านั้นไม่อาจกลายมาเป็นความสบายใจได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็น กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง เนตรมองไม่เห็นภาพตัวเองกลับไปอยู่ที่ไทย ส่วนเรย์ก็ใช้ชีวิตในบริษัทยุ่งจนไม่คิดเรื่องอะไรนอกจากงาน งาน งาน</p>



<p>“คงเป็นเพราะที่เรากับเนตรเป็นอยู่มันเบลอๆ ละมั้ง เราจะเรียกสิ่งนี้ว่าอะไร คนคุยเหรอ แล้วถ้าคุยกันอย่างนี้ต่อไปมันจะยังไงต่อ เราคิดว่ายังไม่พร้อมจะไปต่อกับเนตร และมันคงจบลงในสักวันที่เราหรือเนตรเจอคนใหม่ พอถึงตอนนั้นแม่งคงไม่ดีกับใครเลย”</p>



<p>คงไม่ต้องบอกถึงบทสรุปในตอนท้ายเล่มว่าเรื่องมันจะจบยังไง ทั้งคู่จะเอาตัวเองไปไว้ตำแหน่งไหนของความสัมพันธ์ และคำตอบไหนที่พวกเขาจะดึงดันเติมช่องว่างของตัวเองได้</p>



<p>คำว่า ‘รักแค่ไหนมันถึงจะพอ’ เลยเป็นคำถามที่หนักอึ้งขณะที่ผ่านได้อ่าน 4,600 AND MORE… ระยะต่างระหว่างกัน เพลย์ลิสต์ที่นักเขียนได้ทิ้งไว้ตอนท้ายเล่ม พอได้ฟังแล้วก็ทำให้ผมอิน และทำให้รู้สึกถึงความจริงยิ่งกว่าเดิม</p>



<p>เนตรกับเรย์เลือกรับผิดชอบการกระทำและความรู้สึกที่เกิดขึ้นของตัวเองที่ญี่ปุ่น หลังจากที่ได้เจอกันที่ไทยมาแล้วหลายรอบ เป็นที่ที่ทั้งสองตกลงกันไว้ว่าจะมาเจอกัน ที่ที่ให้คำตอบว่าชีวิตไม่มีวันให้คำตอบกันถ้าไม่ยอมรับความจริง</p>



<p>เป็นอีกครั้งที่จะเหมือนจะเป็นไปได้แต่เป็นไปไม่ได้&nbsp;</p>



<p>เป็นอีกครั้งที่พวกเขาเลิกราและห่างกันไป&nbsp;</p>



<p>เป็นอีกครั้งที่เป็นแค่ ‘เหมือนจะ’ ที่เกิดขึ้นหลายพันครั้งในชีวิต</p>



<p>และเป็นอีกครั้งที่คิดว่าถ้าเราทำอะไรต่างออกไปมันจะจบเหมือนเดิมไหมนะ</p>



<p><strong><em>พวกเขาจากลากันโดยสมบูรณ์ สมบูรณ์แบบไม่ต้องหาคำตอบให้ตัวเองเจ็บอีกแล้ว</em></strong></p>



<p><strong><em>เพราะโลกนี้มันไม่เคยมีคำตอบให้เราเลยถ้าสังเกต </em></strong>ถ้าเราปล่อยให้ใบมีดของคำถามอันไม่อาจได้มาซึ่งคำตอบเกิดขึ้นแล้ว ก็แปลว่าเราจำต้องยอมรับบาดแผลเหวอะหวะในใจที่จะเกิดขึ้นด้วย</p>



<p>สุดท้ายเขาก็ไม่อาจแลกความต่าง และสิ่งตรงกลางระหว่างกัน มีแค่สิ่งต่างของตนนั้นที่คอยโอบกอดเรย์กับเนตรเสมอมา แม้ตอนจบจะปลายเปิด แต่ผู้อ่านอย่างผมเองก็หวังว่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดกับพวกเขา</p>



<p>แน่นอนว่าเนตรจะต้องใช้ชีวิตแสนสงบที่ญี่ปุ่นอยู่ เรย์ก็ยังขายงานและใช้ชีวิตแบบบาลันซ์ที่กรุงเทพ หรือไม่พวกเขาก็คงไปสักที่ กินข้าว หรือนั่งชิลล์กับใครสักคน คงเป็นอย่างนั้น&nbsp;</p>



<p>แต่สิ่งดีๆ ที่ผมว่านั้นก็คงเป็นความรักที่เกิดขึ้น แม้จะไม่สมหวังแต่อย่างน้อยมันก็ยังเกิดขึ้น จริงไหม?</p>



<p class="has-text-align-center">You were the best but you were the worst</p>



<p class="has-text-align-center">As sick as it sounds, I loved you first</p>



<p class="has-text-align-center">I was a dick, it is what it is</p>



<p class="has-text-align-center">A habit to kick, the age-old curse</p>



<p class="has-text-align-center">I tend to laugh whenever I’m sad</p>



<p class="has-text-align-center">I stare at the crash, it actually works</p>



<p class="has-text-align-center">Making amends, this shit never ends</p>



<p class="has-text-align-center">I’m wrong again, wrong again</p>



<p class="has-text-align-center">เธอมีด้านดีที่สุดแต่ก็มีด้านแย่ที่สุดเหมือนกัน</p>



<p class="has-text-align-center">ถึงจะฟังดูแย่ แต่ผมก็รักเธอก่อน&nbsp;</p>



<p class="has-text-align-center">แม้ผมจะห่วยแค่ไหน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะผมเป็นอย่างนี้</p>



<p class="has-text-align-center">ผมมักจะหัวเราะออกมาเวลาเศร้า</p>



<p class="has-text-align-center">เพราะเวลาที่มองไปเห็นความผิดพลาด มันกลับช่วยได้เฉย</p>



<p class="has-text-align-center">และแม้ผมจะพยายามแก้ไขมันให้ดียังไง</p>



<p class="has-text-align-center">แต่ให้ตายก็ผิดพลาดอยู่ดี</p>



<p>I Love You, I’m Sorry &#8211; Gracie Abrams เพลงใน 4,600 AND MORE Playlist&nbsp;</p>



<p>ที่ผมชอบมากๆ และจริงสุดๆ ขณะอ่านถึงบรรทัดสุดท้าย</p>



<p>คงเป็นเราอีกแล้วทุกทีที่ไม่ยอมรับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น ต่อให้เกิดขึ้นกับตัวเองหรืออ่านไปเจ็บก็ตาม แม้แผลมันจะแสบ หรือปวดแค่ไหน สักวันมันคงจะหายดีขึ้นและทิ้งแผลเป็นในใจไว้ให้เราอยู่เป็นแน่</p>



<p>เป็นเหตุให้มนุษย์ก้าวต่อไปอย่าง(ไม่)สมบูรณ์&nbsp;</p>



<p><strong>เพราะชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ </strong>จริงๆ สินะ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-185463" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/5-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘I LOVE YOU MORE THAN I CAN PAY’ ผมไม่อยากมีแฟนเป็นเศรษฐี นวนิยายแห่งความสัมพันธ์ที่เงินทองเป็นของต้องห้าม</strong></h2>



<p>ความสัมพันธ์บางคนอาจต้องเดินทางข้ามทวีป หรือจะเป็นความสัมพันธ์เดินอยู่กับที่เป็นวงกลม ส่วนตัวผมคงต้องขอเดินเหมือนกันเพราะตังค์ขึ้นรถผมไม่มีแล้ว!&nbsp;</p>



<p>ขอเลือกเดินแทนการขึ้นรถเมล์เพราะเปลืองเงิน ความจนที่ทำเอา Beta Reader ออกปากว่าโอเวอร์มาก แต่หากเราอยู่ตรงนั้นคงได้ประสานเสียงกับนักเขียนอย่าง ‘กิตติศักดิ์ คงคา’ ว่า “มันมีจริงๆ!” นักเขียนที่เคยสารภาพว่าไม่เข้าใจคนไม่มีเงินแต่เมื่อชีวิตเริ่มเดินทางเขาก็ได้เริ่มรู้หน้าค่าตาความจนมากขึ้นว่าหน้าตาเป็นเช่นไร</p>



<p>“ผมอยากเล่าเรื่องราวทั้งหมดผ่านน้ำเสียงของตัวเองต่อโลกใบนี้ที่โค้งงอ ไม่มากและไม่น้อยกว่าความรักที่บรรจงหยดเปื้อนไปบนเงินตราเปื้อนฝุ่น อันหวังจะสร้างรอยยิ้มให้คุณบ้างสักนิดก็คงดี”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-185464" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/6-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันคนนี้ขอชูมือสุดแขน ตะโกนสุดเสียง ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ! ไม่แปลกใจเลยที่เราจะเลือกคว้าเล่มนี้หนึ่งในเซต RE-LEARN-TIONSHIP เพราะคติที่เชื่อมั่นขัดกับชื่อหนังสือโดยสิ้นเชิง แต่พบว่าหลังจากวางขายเซตนี้ เจ้าเล่มสีชมพูกลายเป็นเล่มที่ขายดีที่สุดในสามเล่ม เพราะงั้นคงไม่ใช่แค่เราคนเดียวแล้วล่ะที่เชื่อในคติเหล่านี้ หากแต่ใครที่เปิดอ่านเล่มนี้คงยิ้มกันถ้วนหน้าตามที่ผู้เขียนหวังว่าอยากให้เป็น ไม่ยิ้มเขินก็ยิ้มทั้งน้ำตาว่าทำไมฐานะมันเหมือนเราจัง แต่จะเป็นพระเอกหรือนายเอกนั้นก็อีกเรื่อง…</p>



<p>ประหยัด ตระหนี่ถี่เหนียว</p>



<p>ไม่พูดมาก ไม่เรื่องมาก ไม่ซกมก</p>



<p>นอนไม่เปิดพัดลม ทำอาหารได้ ขัดห้องน้ำเป็น</p>



<p>ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าที่พักหารตามจริง (ห้ามสิ้นเปลืองเด็ดขาด!)</p>



<p>ห้ามพาใครมาห้องเด็ดขาด (ถ้าไม่ขออนุญาตล่วงหน้าก่อน)</p>



<p>นี่ไม่ใช่สเปกแต่เป็นกฎเหล็กในการหารูมเมตของ <strong>‘โตเต’</strong> หนุ่มน้อยที่ตราหน้าประจานตัวเองว่าจน พัดลมไม่เปิด เน็ตไม่สมัคร ผักก็เก็บกิน พ่วงมาด้วยสถานะตอนนี้ที่กำลังชอร์ตสุดๆ หวังแค่ว่าคนที่มาเคาะประตูเพื่ออยู่ร่วมกันจะเป็นสหายประเภทที่ว่ากัดก้อนเกลือกินพอๆ กันก็คงจะดี</p>



<p>“ความจนคือคนอื่นเป็นเรื่องเข้าใจง่ายมาก แต่ความจนคือตัวเองเป็นเรื่องเข้าใจยากเสมอ”</p>



<p>โตเตเชื่ออย่างนั้น แต่ผู้เข้าสมัครเพียงหนึ่งเดียวที่สนใจมาแคสเป็นรูมเมตกลับเป็น ‘กองทัพ’ หนุ่มหน้าตาดีที่หากไปแคสเป็นดาราช่องหลากสีคงผ่านฉลุย ออร่าลูกคุณหนูที่ทำเอาแสบตา กลิ่นโคโลญมีราคาทำเอาโตเตหลุดปากว่า “เหม็นกลิ่นคนรวยว่ะ”</p>



<p>จากรูปพรรณสันฐานของกองทัพดูก็รู้ว่าไม่ได้ขัดสนถึงขั้นจะต้องมาทำตามเงื่อนไขที่โตเตตั้งขึ้นมาสักนิด จนจับต้นชนปลายความจริงได้ว่าเพียงเพราะอาจารย์วิจารณ์โปรเจกต์เขาว่า ”เธอยังไม่เข้าใจความจนมากพอ” กองทัพจึงขอมาเดบิวต์ทดลองใช้ชีวิตเป็นคนจนซะเอง</p>



<p>จากปกติขับซูเปอร์คาร์ หันมาขึ้นรถประจำทาง&nbsp;</p>



<p>จากกินข้าวห้าง กลายเป็นก๋วยเตี๋ยวไก่ข้างทางกระติกน้ำที่ต้องตักมือ&nbsp;</p>



<p>คุณหนูลูกเศรษฐีที่เหมือนทำทีมาถ่ายรายการไฮโซบ้านนอก กลับเริ่มทำความรู้จักความจนจนเริ่มเชี่ยวชาญ แต่สุดท้ายนี่มันก็เป็นแค่แพ็กเกจชีวิตที่กองทัพแค่มาทดลองใช้ ความจนของจริงมันน่ากลัวกว่านี้เป็นไหนๆ เพราะสุดท้ายโตเตก็ดันถูกความจนเล่นงานสาหัสจากกระติกน้ำมือตักจนได้บทเรียนราคาแพง (แพงจริงเพราะต้องแอดมิตด่วน!)</p>



<p>“กูเข้าใจว่ามึงไม่มีเงินแต่บางอย่างกูว่ามันต้องยอมจ่ายบ้างป่าววะ มึงประหยัดกับเรื่องเล็กน้อยแต่สุดท้ายต้องมาจ่ายในเรื่องที่แพงกว่าก็ไม่คุ้มหรอก”</p>



<p>“กูไม่ได้จนเป็นงานอดิเรกนะกูจนเพราะจนจริงๆ มึงคิดว่าประเทศนี้มีตัวเลือกให้คนจนเลือกมากนักหรอมันไม่ดีถึงได้มีราคาถูกไง”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185465" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/7-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>บทสนทนาหน้านี้ทำเราสะอึกนั่งนิ่งนึกอยู่พักใหญ่ แต่ก่อนเราเคยพูดประโยคเดียวกับกองทัพไม่มีผิดเพี้ยนเลยจริงๆ ดีที่ว่าตอนนั้นไม่ได้เจอตัวละครที่เหมือนโตเตสวนมาทันควันแบบนี้ แต่พอได้รู้จักคนแบบนั้นเจอเหตุการณ์แบบนี้ หันมองรอบตัวเพิ่มแง่เพิ่มมุมขยายออกไป หากถ้ามาถามเราอีกทีในวันนี้เราคงขอเลือกตอบแบบโตเตทันทีเหมือนกัน</p>



<p>ภาพของกองทัพซ้อนทับกับใครบางคนที่ยังเป็นบาดแผลกัดลึกอยู่ในใจโตเต แผลเป็นที่ยังไม่สมานได้ง่ายๆ หากใครเอามือมากดก็ยังคงแอบรู้สึกปวดหนึบ</p>



<p>“แค่นี้เอง ซื้อให้เพราะอยากให้ มากเท่าไหร่เราก็จ่ายให้เธอได้”</p>



<p>ความสัมพันธ์ครั้งเก่าที่สุดท้ายต้องจบด้วยประโยคน้ำเน่าว่า “เราต่างกันเกินไป” ถึงรักมากแค่ไหนโตเตก็คงไม่สามารถคบกับใครได้ด้วยความรู้สึกติดหนี้บุญคุณไปตลอดชีวิต หลายการกระทำที่ถูกปฏิบัติมันทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองถูกจ้างให้มารักแต่กลับไม่มีศักดิ์ศรีอะไรเหลืออยู่เลย บาดแผลช้ำรักถูกปิดด้วยพลาสเตอร์อันโตที่เขียนว่า <strong>โนมอร์แฟนรวย!</strong></p>



<p>แต่ไม่ใช่ว่าแผลนี้จะไม่มียาแก้แผลเป็นซะหน่อย แม้กองทัพจะยังไม่ค่อยเข้าใจความจนสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่มีคำว่าสายไปสำหรับการเรียนรู้ โตเตบอกว่าไม่ กองทัพก็เลือกทำความเข้าใจ&nbsp; โตเตไม่อยากเปลี่ยน กองทัพก็แค่ปรับ โตเตไม่ชอบใช้ตังค์ กองทัพก็เสนอของฟรี</p>



<p>“ลองคบกันมั้ย ไม่มีอะไรสึกหรอ ผมให้ทดลองใช้ก่อน ชอบค่อยซื้อตัวเต็ม ลองฟรีไม่คิดเงิน”</p>



<p>“ดีล”</p>



<p>กองทัพคนรวยที่แสนสมบูรณ์แบบ ใช้เงินแก้ปัญหา และรู้จักความจนน้อยนิดจนเหมือนอยู่กันคนละจักรวาล แต่โตเตเองก็ไม่ต่างกันมากคนจนที่สมบูรณ์แบบ ต่อต้านเงินอย่างไม่มีเหตุผล และมีอคติกับความรวยราวกับตนเองไม่ต้องการ “หรือว่าความรักยิ่งใหญ่กว่าเงินในกระเป๋า” อย่างที่ ‘พี่แจ็ป The Richman Toy’ บอกจริงๆ</p>



<p>เชื่อว่าผู้อ่านหลายหลายคนคงเคยสวมบทบาทเป็นทั้งกองทัพหรือไม่ก็โตเตที่พยายามจะทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบตามความคิดของตัวเอง เลือกเส้นทางที่ดีที่สุดให้กับคนรักแต่กลับลืมถามไปว่าใครคนนั้นพร้อมที่จะเดินไปด้วยกันหรือเปล่า หากผู้รับไม่ปรารถนาที่จะได้รับความปรารถนาดีนั้นก็กลับกลายเป็นความทรมานได้เช่นกันในที่สุด</p>



<p>สุดท้ายนี้ถ้าใครมีคนรักถามว่า “รักเค้าแค่ไหน”</p>



<p>ขอให้ตอบกลับไปว่า “รักคุณมากกว่าเครื่องปรับอากาศตอนกลางเดือนเมษายน”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/re-learn-tionship-book-review/">รัก  เลิก  ลืม  เริ่มต้นใหม่ &#8216;RE-LEARN-TIONSHIP&#8217; นวนิยายแห่งความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ไปต่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘อควาเรียมสำหรับคน หมึก และสิ่งของ’ ปริศนาที่รอหนวดของหมึกยักษ์มาคลายออก คำตอบที่มนุษย์ไม่มีวันรู้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/remarkably-bright-creatures/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อารยา อุตอามาต]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Jan 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อควาเรียมสำหรับคนหมึกสิ่งของ]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[adaymagazine]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=185259</guid>

					<description><![CDATA[<p>Shelby Van Pelt นวนิยายเรื่องแรกของเธอที่ปิ๊งไอเดียจากการได้ชมวิดีโอหมึกยักษ์ที่ถูกกักขังอยู่ในอควาเรียม จึงถือกำเนิดเป็น ‘Remarkably Bright Creatures’ หรืออควาเรียมสำหรับคน หมึก และสิ่งของ ขึ้นมาให้พวกเราได้ไขปริศนาไปพร้อมๆ กับเจ้าหมึกยักษ์ โดนหนวดของเจ้ามาร์เซลลัสปลอบประโลมผ่านตัวหนังสือ ปมต่างๆ ที่ทำให้นักอ่านสะดุดฉุกคิด สัมผัสความนึกคิดที่หากเราไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์ จนคว้ารางวัลนิยายขายดี The New York Times Best Seller นิยายแห่งปีที่สร้างความประทับใจมาแล้วทั่วโลก ทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงมาอยู่ในชั้นวางของผู้อ่านได้ เหตุผลเรียบง่ายที่ขัดกับคติที่ว่า ‘Don&#8217;t judge a book by its cover’ เราได้มาขณะกวาดตาเลือกหนังสือจากสำนักพิมพ์น้ำพุที่ขึ้นชื่อเรื่องนวนิยายฆาตกรรมสืบสวนสอบสวน ระทึกขวัญแต่กลับมีปกสีสันน่ารักฟรุ้งฟริ้งแฝงตัวอยู่ ด้วยความอยากรู้ ด้วยบรรยากาศงานหนังสือ และด้วยโปรโมชัน ทำให้เราหยิบมันลงตะกร้าโดยไม่ทันได้อ่านเรื่องย่อด้วยซ้ำ เพราะคาดหวังความเซอร์ไพรส์ว่าเนื้อเรื่องจะต้องสวนทางกับปกแล้วมีความโหดตามคาแรกเตอร์ของสำนักพิมพ์อย่างแน่นอน ความพลุ่งพล่านที่คาดหวัง ความหฤโหดที่พร้อมตั้งรับกลายเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ที่น่ารักของตัวละครแทน เป็นหนังสือที่คล้ายอ่านไดอะรีใครสักคนแต่ยังคงทิ้งกลิ่นอายความสืบสวนอยู่หน่อยๆ เราคิดว่าเล่มนี้น่าจะติดมือสำหรับคนที่ให้ความสำคัญเรื่องราวความสัมพันธ์ ฮีลใจ แต่ยังมีปมปริศนาคอยต้อนให้เปิดหน้าต่อไปอยู่นิดๆ ประโยคคำถามมักตามมาด้วยคำตอบ หากไร้คำตอบก็จะแปรเปลี่ยนกลายเป็น ปริศนา ที่สุดท้ายมันจะค้างคาอยู่ในใจของคนที่สงสัยสิ่งเหล่านั้น ‘บอกบุญหน่อยค่ะ’ ‘ขอใส่ใจด้วยคน’ ‘คืนนี้สงสัยไม่ได้นอน’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/remarkably-bright-creatures/">‘อควาเรียมสำหรับคน หมึก และสิ่งของ’ ปริศนาที่รอหนวดของหมึกยักษ์มาคลายออก คำตอบที่มนุษย์ไม่มีวันรู้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Shelby Van Pelt นวนิยายเรื่องแรกของเธอที่ปิ๊งไอเดียจากการได้ชมวิดีโอหมึกยักษ์ที่ถูกกักขังอยู่ในอควาเรียม จึงถือกำเนิดเป็น ‘Remarkably Bright Creatures’ หรืออควาเรียมสำหรับคน หมึก และสิ่งของ ขึ้นมาให้พวกเราได้ไขปริศนาไปพร้อมๆ กับเจ้าหมึกยักษ์ โดนหนวดของเจ้ามาร์เซลลัสปลอบประโลมผ่านตัวหนังสือ ปมต่างๆ ที่ทำให้นักอ่านสะดุดฉุกคิด สัมผัสความนึกคิดที่หากเราไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์ จนคว้ารางวัลนิยายขายดี The New York Times Best Seller นิยายแห่งปีที่สร้างความประทับใจมาแล้วทั่วโลก</p>



<p>ทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงมาอยู่ในชั้นวางของผู้อ่านได้ เหตุผลเรียบง่ายที่ขัดกับคติที่ว่า ‘Don&#8217;t judge a book by its cover’ เราได้มาขณะกวาดตาเลือกหนังสือจากสำนักพิมพ์น้ำพุที่ขึ้นชื่อเรื่องนวนิยายฆาตกรรมสืบสวนสอบสวน ระทึกขวัญแต่กลับมีปกสีสันน่ารักฟรุ้งฟริ้งแฝงตัวอยู่ ด้วยความอยากรู้ ด้วยบรรยากาศงานหนังสือ และด้วยโปรโมชัน ทำให้เราหยิบมันลงตะกร้าโดยไม่ทันได้อ่านเรื่องย่อด้วยซ้ำ เพราะคาดหวังความเซอร์ไพรส์ว่าเนื้อเรื่องจะต้องสวนทางกับปกแล้วมีความโหดตามคาแรกเตอร์ของสำนักพิมพ์อย่างแน่นอน</p>



<p>ความพลุ่งพล่านที่คาดหวัง ความหฤโหดที่พร้อมตั้งรับกลายเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ที่น่ารักของตัวละครแทน เป็นหนังสือที่คล้ายอ่านไดอะรีใครสักคนแต่ยังคงทิ้งกลิ่นอายความสืบสวนอยู่หน่อยๆ เราคิดว่าเล่มนี้น่าจะติดมือสำหรับคนที่ให้ความสำคัญเรื่องราวความสัมพันธ์ ฮีลใจ แต่ยังมีปมปริศนาคอยต้อนให้เปิดหน้าต่อไปอยู่นิดๆ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185263" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/1-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ประโยคคำถามมักตามมาด้วยคำตอบ หากไร้คำตอบก็จะแปรเปลี่ยนกลายเป็น <strong>ปริศนา</strong> ที่สุดท้ายมันจะค้างคาอยู่ในใจของคนที่สงสัยสิ่งเหล่านั้น ‘บอกบุญหน่อยค่ะ’ ‘ขอใส่ใจด้วยคน’ ‘คืนนี้สงสัยไม่ได้นอน’ ประโยคที่อัดแน่นไปด้วยความใคร่รู้ ความรู้สึกอึดอัดที่รอความจริงนั้นมาปลดออก&nbsp;</p>



<p>ทำไม… ทำไม… ทำไม… ประโยคนี้จะดำเนินต่อไปถ้าไม่มีคำตอบมาหยุดมัน หากเราไม่รู้คงคาดหวังว่าจะมีใครสักคนมาหยิบยื่นความจริงให้ หรือบรรเลงนิ้วมือลงไปค้นคว้าหาคำตอบในโลกอินเทอร์เน็ตเพื่อเรียกความสงบให้กลับมาอยู่ในใจเราอีกครั้ง</p>



<p>คงรู้สึกดีไม่น้อยไม่ต้องคอยมานั่งคิด นอนงง อีกต่อไปเรารู้สึกแบบนั้นทุกครั้งที่ไถหน้าจอเสพสื่อดราม่าประจำวัน แต่ปริศนาในบางครั้งก็ไม่ได้มีคนมานั่ง Wrap up ให้ฟังง่ายๆ เราเลยอยากจูงมือนักอ่านมาตั้งคำถามและรอคอยคำตอบแต่สิ่งที่จะมาบอกกลับไม่ใช่ ‘มนุษย์’&nbsp;</p>



<p class="has-text-align-left"><strong>คนพูดได้ไม่รู้ คนที่รู้กลับพูดไม่ได้</strong></p>



<p class="has-text-align-left"><strong>ปริศนานี้คงไขได้ไม่ยากหากคนที่รับรู้นั้นไม่ใช่เขา ‘มาร์เซลลัส’</strong></p>



<p class="has-text-align-left"><strong>ความลับที่ถูกหนวดของหมึกยักษ์กุมไว้</strong></p>



<p>1,460 วันแห่งการถูกกักขังภายใต้ตู้กระจกกำลังจะหมดอายุขัย&nbsp;</p>



<p>160 วันเริ่มนับถอยหลัง โดยมีปลายทางคือการจากไปอย่าง อิสระ</p>



<p>แต่ยังมีความหวังก่อนตายที่ฉันอยากเติมเต็มให้ได้ของเพื่อนต่างสปีชีส์</p>



<p>หมึกยักษ์อ่านใจคนได้ คงเป็นคำนิยามง่ายๆ หากต้องอธิบายถึงเจ้า <strong>‘มาร์เซลลัส’</strong> อันที่จริงไม่ใช่พลังพิเศษอะไรทำนองนั้นหรอกเพียงแต่มันเรียนรู้ไว อาศัยการสังเกตซะมากกว่า หน้าตา ท่าทาง น้ำเสียง ล้วนถูกมันดูออกหมด รวมถึงหัวใจ</p>



<p>ชีวิตของมันออกจะน่าเบื่อหน่อยๆ ด้วยความที่ค่อนข้างปราดเปรื่องที่สุดในอควาเรียมนี้ เวลาส่วนมากจึงมักถูกใช้ไปกับการจำหน้าคนนั้น จำเสียงคนนี้ รวมถึงแอบย่องเบาไปกินมื้อดึกนอกตู้กระจกโดยอาศัยหนวดทั้งแปด พาไปถึงจุดหมายอย่างสวัสดิภาพ ถ้าไม่เจออุปสรรคที่ถูกสรรสร้างโดยมนุษย์อย่างสายชาร์ตโทรศัพท์ที่พันหนวดไว้ซะก่อน ความปราดเปรื่องของเจ้ามาร์เซลลัสถูกจับได้ซะแล้ว…</p>



<p class="has-text-align-left"><strong>ลูกชายโทวานามว่า ‘เอริก’ โดนพรากไป บุคคลต้องสงสัยคือท้องทะเล</strong></p>



<p class="has-text-align-left"><strong>มีพยานปากเหตุเป็นสัตว์น้ำ หลักฐานทุกอย่างเมื่อ 30 ปีก่อนบ่งชี้ว่า คือการฆ่าตัวตาย</strong></p>



<p class="has-text-align-left"><strong>นายอำเภอว่าอย่างนั้น</strong> <strong>เพื่อนบ้านก็ว่าอย่างนั้น</strong> <strong>ทุกคนล้วนว่าอย่างนั้น</strong> <strong>แต่ไม่ใช่กับ ‘โทวา’</strong></p>



<p>ถึงแม้เธอไม่อยากปักใจเชื่อเพียงใด ก็คงทวงถามสาเหตุจากใครไม่ได้ จึงใช้เวลาที่เหลืออยู่ไปกับการรับหน้าที่ทำความสะอาดอควาเรียม มีเพื่อนร่วมงานเป็นเพียง กุ้ง หอย ปู ปลา กิจวัตรถูกวนทำซ้ำๆ ได้อย่างราบรื่น มันจะเป็นอย่างนั้นต่อไปถ้าเธอไม่ไปเจอก้อนสิ่งมีชีวิตสีส้มคืบคลานอยู่กลางอควาเรียมเสียก่อน</p>



<p>หลังจากที่ได้ยื่นมือให้ความช่วยเหลือ เธอและมันได้ทำความรู้จักกัน และได้ของขวัญเป็นรอยปั๊มที่เจ้ามาร์เซลลัสสร้างให้จากมือหนึ่งในแปด รอยดูดแต่งแต้มแขนเขาเป็นจ้ำ จางๆ เหมือนเป็นคำว่ายินดีที่ได้รู้จักกลายๆ จนความสัมพันธ์ของพวกเขากลับกลายเป็น ‘เพื่อนสนิท’</p>



<p>ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาจนสามารถเรียกได้ว่ารู้ใจ ความแตกต่างทางสปีชีส์ไม่ได้ทำพวกเขารู้สึกเป็นอุปสรรคเลยสักนิด เหมือนกับว่าการสื่อสารนั้นถูกเอ่ยผ่านหัวใจกันและกันมากกว่าเส้นเสียงซะอีก ถ้างั้นรอยข่วนที่เจ้านายเหมียวทิ้งรอยไว้ให้แสบๆ คันๆ บนแขนผู้อ่านคงนับว่าเป็นของขวัญจากเพื่อนสนิทได้อยู่บ้างแหละ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185264" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/2-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p class="has-text-align-left"><strong>ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งที่ความจริงนั้นหมายความว่ามีแค่ผม ‘คาเมรอน’ กับ ป้า ‘จีนน์’</strong></p>



<p class="has-text-align-left"><strong>พรจากสวรรค์ นั่นคือสิ่งที่ป้านิยามผม แต่ทำไมแม่กลับทิ้งพรข้อนี้ไว้ที่บ้านป้ากันล่ะ</strong>&nbsp;</p>



<p>คาเมรอนไม่เคยวิ่งตามไขว่คว้าหรือค้นหาความจริง จนกระทั่งป้าจีนน์มอบกล่องความทรงจำของคนที่หันหลังให้เขาในวันนั้นมาให้ ใช้คติประจำใจที่ว่ายังไงก็คือครอบครัวเดียวกัน ทำให้เขาพบบางสิ่งที่มาเจือจางความคิดที่เขาอาจเกิดมาจากสเปิร์มบริจาค ภาพแม่ยิ้มพร้อมแขนที่โอบชายปริศนาคนหนึ่งไว้ทำเขาตามล่าจนร่อนเร่มาถูพื้นอยู่ในอควาเรียม ความจริงของแม่กระจัดกระจายอยู่แถวนี้ ส่วนความจริงของเขาแค่อยากตามหา ‘ไอ้บ้า’ ที่ทำแม่เขาท้องโตพร้อมกับเรียกค่าเสียหายในช่วงชีวิตที่เขาถูกขโมยไปให้สาสม&nbsp;</p>



<p>เม็ดเงินอาจเติมเต็มชีวิตได้ แต่หัวใจยังไงก็คงรอคอยความจริงมาเติมเต็ม ทั้งผู้อ่านและคาเมรอนน่าจะฉุกคิดในเวลาไล่เลี่ยกันว่าสิ่งที่เขาต้องการอย่างแท้จริงนั้นคือสิ่งใดกันแน่</p>



<p class="has-text-align-left"><strong>รอยนิ้วมือเปรียบเสมือนกุญแจที่มีรูปทรงเฉพาะ</strong> <strong>แถมฉันยังจำกุญแจได้ทุกดอกด้วยนะ</strong></p>



<p>ความคิดนี้ผุดขึ้นมาพลางหนวดที่ไล้ไปตามขอบกุญแจของโทวาที่มาร์เซลลัสเก็บได้เมื่อวันก่อน ความทรงจำทับซ้อนว่าสัมผัสนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ดอกนั้นมันนอนก้นอยู่ใต้ท้องทะเลพร้อมกับซากมนุษย์ต่างหาก&nbsp;</p>



<p>“ต้องเป็นของมนุษย์ที่เธอคิดถึงแน่ ทะเลก็กุมความลับไว้แบบนี้แหละ”&nbsp;</p>



<p>ท่าทางการเดิน ลักยิ้มรูปหัวใจ ดวงตาสีทองอมเขียว นิสัยชอบฮัมเพลงขณะถูพื้นของชายหนุ่มที่เขาเพิ่งเจอนี่มันช่างดู…คุ้นตา <em>ความแคลงใจเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่ดูยังไงก็ขัดกับหลักเหตุผลความเป็นจริงที่ควรจะเป็น</em> คงมีแค่ใจสามดวงของเจ้าหมึกยักษ์ที่ถูกเคลือบแคลง</p>



<p>เหตุการณ์ที่มาร์เซลลัสเจอสะท้อนให้เห็นว่าเรื่องบางเรื่องเจ้าตัวมักกดปุ่มโฟกัสจนเลนส์กลายเป็นหน้าเบลอหลังชัดมองความน่าจะเป็นข้ามไป รู้ตัวอีกทีความจริงอาจปลิวผ่านไปจนคว้าไม่ทัน เหมือนผู้อ่านที่บางทีตะโกนถามว่า ‘มีใครเห็นของฉันบ้าง’ ทั้งที่ของสิ่งนั้นอยู่ตรงหน้าแท้ๆ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185265" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/01/3-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p class="has-text-align-left"><strong>ฉันมีเวลาเหลืออยู่ไม่มาก ความจริงยังไม่กระจ่าง</strong></p>



<p class="has-text-align-left"><strong>หากทุกคนยังไม่รู้ คงต่างพากันเกิด…รูในใจ&nbsp;</strong></p>



<p class="has-text-align-left"><strong>ฉันไม่อยากให้ ‘หัวใจเพียงดวงเดียว’ ของเธอมีรู&nbsp;</strong></p>



<p>การโคจรของเนื้อเรื่องและตัวละครที่มีสิ่งของนำพามาเกี่ยวพัน ส่วนคนที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังกลับไม่ใช่คน ความจริงที่เอ่อล้นอยู่หลังตู้กระจก ทำเอานักอ่านอยากสวมบทบาทขยับหนวดตามเจ้ามาร์เซลลัส อยากตะโกนให้ดังว่าความจริงเป็นเช่นไรแต่เสียงที่ดังออกไปคงมีแค่เสียงบุ๋ง บุ๋ง ของฟองอากาศ</p>



<p>เมื่อเรื่องนี้ดำเนินมาถึงตอนจบทำเอาทุกคนเริ่มคิดว่าปริศนาบางอย่างในใจอาจจะถูกไขโดยคนที่คาดไม่ถึง พร้อมกับย้ำเตือนความเชื่อที่ว่าทุกคำถามต้องมีคำตอบแค่ต้องรอให้มันเข้าที่เข้าทางไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม ทุกอย่างจะมีความเป็นไปตามฉบับของมัน ต่อจากนี้หากต้องใช้ประโยค ‘ตามหาคนรู้ใจ’ เมื่อไหร่คงต้องคิดใหม่ซะแล้ว</p>



<p class="has-text-align-center"><strong>เฮ้อ เป็นมนุษย์ช่างดีจริง แค่ไม่รู้ก็มีความสุขได้แล้ว</strong></p>



<p class="has-text-align-center"><strong>แต่ก็อาจเจ็บปวดเพราะการปิดหูปิดตาตัวเองได้เช่นกัน</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/remarkably-bright-creatures/">‘อควาเรียมสำหรับคน หมึก และสิ่งของ’ ปริศนาที่รอหนวดของหมึกยักษ์มาคลายออก คำตอบที่มนุษย์ไม่มีวันรู้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หนังสือผจญโลกแสนโรแมนติกที่ร้ายนิดๆ ‘Dear Traveler, ขอให้เธอยินดีกับการหลงทางครั้งใหม่’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dear-traveler-book-review/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 01 Nov 2025 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการงาน]]></category>
		<category><![CDATA[Dear Traveler]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=183710</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ปลายทางของการเดินทางคือปริศนาที่ไม่มีใครล่วงรู้ มันอาจเป็นได้ทั้งความว่างเปล่าและการเริ่มต้นใหม่ หากเขียนจดหมายถึงตัวเองในอดีตและอนาคตได้ ข้อความในนั้นคงจะเรียบง่ายแค่ว่าจนกว่าจะถึงวันสุดท้าย โปรดรักษาหัวใจและร่างกายของเธอให้ดีที่สุด” เสื้อผ้าสีชมพูเหมือนสายไหมของหนุ่มแว่นดำแขวนอยู่เต็มตู้ ความชอบของเขาต่างจากหนุ่มหลายคนรอบตัวที่เฉดสีขาวดำเปล่าเป็นทางเลือก มันเป็นเฉดสีคลาสสิก ต่างกระทั่งความฝันที่ไม่อยากหมุนไปกับอำนาจของทุนนิยม จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่กัดกินจิตวิญญาณดวงน้อยในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อเป็นของขวัญวันเกิด แทนที่จะเป็นขนมปักเทียนก้อนเล็ก เขาหวังให้พิมพ์ดีดเครื่องโตสีราสเบอร์รีได้ออกผจญโลกไปด้วยกันอย่างอิสระ ฟังเสียงต๊อกแต๊กของบทกวีในยามค่ำคืนหรือในร้านกาแฟเล็กๆ ในชนบท ไม่ใช่เสียงร้องไห้กระซิกของตัวเองเพียงลำพังในห้องน้ำ เขารู้ว่าไม่อาจค้นพบตัวตนที่สูญหายได้ หากไม่ยอมก้าวขาออกเดินทาง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หนุ่มแว่นดำยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าเป็นเวลานาน แต่เป็นครั้งแรกที่เขากวาดเสื้อทั้งราวลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่&#160; ‘วิน นิมมานวรวุฒิ’ เป็นชื่อบนพาสปอร์ต และหมุดหมายของเขาอยู่ที่นิวยอร์กไม่ใช่เชียงใหม่ “นี่คงเป็นฉากของตัวฉันในวัยสามสิบที่รู้สึกยินดีกับการหลงทางครั้งใหม่ ฉันตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะตามหาที่ของตัวเองให้เจอ” นอร์ทแคโรไลนา, เดือนสิงหาคม 2017&#160; แม้ว่าเสื้อสีชมพูทั้งหมดต่างก็เป็นตัวเก่งที่ทำให้เขามั่นใจ แต่บ่อยครั้งที่มันไม่อาจเติมเต็มความโหวงเหวงข้างในได้ การนั่งเครื่องบินที่ตกหลุมอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ทรมานอย่างบอกไม่ถูก เหมือนว่าความแปรปรวนไม่ได้อยู่แค่ในสภาพอากาศ แต่ในหัวใจของเขาก็มีพายุฝนห่าใหญ่ มิหนำซ้ำเที่ยวบินไปชิคาโกยังดีเลย์ไปจนถึงเที่ยงของวันรุ่งขึ้น ไร้วี่แววว่าจะได้ขึ้นบิน เขารอจนกระทั่งไฟในสนามบินเริ่มดับลงทีละดวง&#160; เสียงก่นด่าของผู้คนซาลง พวกเขาทยอยหาที่หลับนอนในคืนนั้น แต่หนุ่มแว่นดำไม่รู้จะไปที่ไหน โทรศัพท์ก็ตายสนิทด้วยแบตหมดเกลี้ยง หากมีกระจกสะท้อน ใบหน้าเขาคงกำลังเศร้าอยู่ เพราะรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวราวว่าทั้งจักรวาลมีเขาตัวคนเดียว และการพยายามข่มตาให้หลับบนที่นั่งช่างยากเย็น ก็มันไม่ใช่ที่นอนอุ่นสบาย ทั้งหนาวเหน็บจนต้องกอดกระเป๋าเดินทางไว้แนบกาย&#160; ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เดาเอาเองว่าเธอคงชื่อ ‘เวนดี้’ อุปนิสัยชอบแอบกินช็อกโกแลตในตู้เย็น เสพติดการพลิกตัวไปมาบนเตียงจนถึงตีสอง อยู่ในความคิดว่าอยากชกหน้าผู้ชายที่ทำให้เธอเจ็บปวดบ่อยครั้ง แต่เวนดี้ทำให้หนุ่มแว่นรู้สึกเหมือนมีเพื่อน อย่างกับเธอบินได้แล้วกำลังโปรยผงกลิตเตอร์อยู่รอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dear-traveler-book-review/">หนังสือผจญโลกแสนโรแมนติกที่ร้ายนิดๆ ‘Dear Traveler, ขอให้เธอยินดีกับการหลงทางครั้งใหม่’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>“ปลายทางของการเดินทางคือปริศนาที่ไม่มีใครล่วงรู้ มันอาจเป็นได้ทั้งความว่างเปล่าและการเริ่มต้นใหม่ หากเขียนจดหมายถึงตัวเองในอดีตและอนาคตได้ ข้อความในนั้นคงจะเรียบง่ายแค่ว่าจนกว่าจะถึงวันสุดท้าย โปรดรักษาหัวใจและร่างกายของเธอให้ดีที่สุด”</strong></p>



<p>เสื้อผ้าสีชมพูเหมือนสายไหมของหนุ่มแว่นดำแขวนอยู่เต็มตู้ ความชอบของเขาต่างจากหนุ่มหลายคนรอบตัวที่เฉดสีขาวดำเปล่าเป็นทางเลือก มันเป็นเฉดสีคลาสสิก ต่างกระทั่งความฝันที่ไม่อยากหมุนไปกับอำนาจของทุนนิยม จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่กัดกินจิตวิญญาณดวงน้อยในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อเป็นของขวัญวันเกิด แทนที่จะเป็นขนมปักเทียนก้อนเล็ก เขาหวังให้พิมพ์ดีดเครื่องโตสีราสเบอร์รีได้ออกผจญโลกไปด้วยกันอย่างอิสระ ฟังเสียงต๊อกแต๊กของบทกวีในยามค่ำคืนหรือในร้านกาแฟเล็กๆ ในชนบท ไม่ใช่เสียงร้องไห้กระซิกของตัวเองเพียงลำพังในห้องน้ำ</p>



<p>เขารู้ว่าไม่อาจค้นพบตัวตนที่สูญหายได้ หากไม่ยอมก้าวขาออกเดินทาง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หนุ่มแว่นดำยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าเป็นเวลานาน แต่เป็นครั้งแรกที่เขากวาดเสื้อทั้งราวลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่&nbsp;</p>



<p><strong>‘วิน นิมมานวรวุฒิ’</strong> เป็นชื่อบนพาสปอร์ต และหมุดหมายของเขาอยู่ที่นิวยอร์กไม่ใช่เชียงใหม่</p>



<p><strong>“นี่คงเป็นฉากของตัวฉันในวัยสามสิบที่รู้สึกยินดีกับการหลงทางครั้งใหม่ ฉันตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะตามหาที่ของตัวเองให้เจอ”</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-21-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183717" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-21-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-21.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>นอร์ทแคโรไลนา, เดือนสิงหาคม 2017&nbsp;</strong></h2>



<p>แม้ว่าเสื้อสีชมพูทั้งหมดต่างก็เป็นตัวเก่งที่ทำให้เขามั่นใจ แต่บ่อยครั้งที่มันไม่อาจเติมเต็มความโหวงเหวงข้างในได้ การนั่งเครื่องบินที่ตกหลุมอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ทรมานอย่างบอกไม่ถูก เหมือนว่าความแปรปรวนไม่ได้อยู่แค่ในสภาพอากาศ แต่ในหัวใจของเขาก็มีพายุฝนห่าใหญ่ มิหนำซ้ำเที่ยวบินไปชิคาโกยังดีเลย์ไปจนถึงเที่ยงของวันรุ่งขึ้น ไร้วี่แววว่าจะได้ขึ้นบิน เขารอจนกระทั่งไฟในสนามบินเริ่มดับลงทีละดวง&nbsp;</p>



<p>เสียงก่นด่าของผู้คนซาลง พวกเขาทยอยหาที่หลับนอนในคืนนั้น แต่หนุ่มแว่นดำไม่รู้จะไปที่ไหน โทรศัพท์ก็ตายสนิทด้วยแบตหมดเกลี้ยง หากมีกระจกสะท้อน ใบหน้าเขาคงกำลังเศร้าอยู่ เพราะรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวราวว่าทั้งจักรวาลมีเขาตัวคนเดียว และการพยายามข่มตาให้หลับบนที่นั่งช่างยากเย็น ก็มันไม่ใช่ที่นอนอุ่นสบาย ทั้งหนาวเหน็บจนต้องกอดกระเป๋าเดินทางไว้แนบกาย&nbsp;</p>



<p>ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เดาเอาเองว่าเธอคงชื่อ ‘เวนดี้’ อุปนิสัยชอบแอบกินช็อกโกแลตในตู้เย็น เสพติดการพลิกตัวไปมาบนเตียงจนถึงตีสอง อยู่ในความคิดว่าอยากชกหน้าผู้ชายที่ทำให้เธอเจ็บปวดบ่อยครั้ง แต่เวนดี้ทำให้หนุ่มแว่นรู้สึกเหมือนมีเพื่อน อย่างกับเธอบินได้แล้วกำลังโปรยผงกลิตเตอร์อยู่รอบ จะบอกว่าเป็นนางฟ้าก็ไม่ผิดนัก เวนดี้ทำให้เปลือกตาที่ฝืนตื่นได้หลับใหลอย่างสบายใจ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-20-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183718" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-20-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-20.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>หนุ่มแว่นนักกวีผ่านค่ำคืนแสนโหดร้ายมาเพราะ ‘เวนดี้’ เพื่อนในจินตนาการของเขา และนี่คงเป็นความอัศจรรย์ของการเป็นคนมีจินตนาการ</p>



<p><strong>“Little Wendy, come and play with me. Light the neon in the darkest night. Little Wendy, kiss me foolishly. As loneliness won’t last forever.”</strong></p>



<p>บทกวีเพื่อขอบคุณเวนดี้ถูกเรียงร้อยขึ้นในเดือนธันวาคม</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>รันเวย์แห่งชีวิต</strong></h2>



<p><strong></strong>ขณะที่เขาฝันอยากจะเปลี่ยนโลกทั้งใบ แต่มันก็ชิงเปลี่ยนเขาไปเสียก่อนอย่างไม่ทันระแวดระวัง มาตรฐานความงามสำหรับหนุ่มแว่นไม่ได้ทำร้ายแค่ผู้หญิง ตัวเขาเองก็ไม่ต่างกัน การฮึกเหิมจนหันไปออกกำลังกายทั้งที่รักในการเป็นชับบี้บอยนั้นน่าเศร้า มื้อปกติควรจะเป็นวาฟเฟิลราดน้ำผึ้งตบท้ายด้วยไอศกรีมมินต์ช็อกที่เป็นของโปรด แต่อาจต้องกล้ำกลืนอาหารลีนอยู่พักใหญ่เพื่อทรวดทรงที่ไร้ไขมัน&nbsp;</p>



<p>เพื่อนนักแสดง ดารา และอินฟลูเอนเซอร์กลายเป็นสังคมที่กรอบให้เขาต้องบีบคั้นตัวเอง เผลอเปรียบเทียบความงามที่มีกับคนอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความรู้สึกไร้ค่าว่าตนไม่เป็นที่รักหวนกลับมา เขานอนซึมเหมือนหมีแพนด้าอดกินใบไผ่ ไม่ยอมออกไปผจญโลกอย่างที่ตั้งใจ</p>



<p>แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก แบรนด์ชื่อดังอย่างมาริเมกโกะเป็นหมวกคัดสรรให้หนุ่มแว่นออกเดินบนรันเวย์ เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองมีแววอะไรที่ฉายถึงการเป็นนายแบบได้ แม้จะหวาดหวั่นแต่คิดว่าลองดูหน่อยคงไม่เสียหาย บนหน้ายูทูบในเวลานั้นถึงได้มีแต่การฝึกฝนเดินแบบ การเดินร่อนไปมาคนเดียวในห้องนอนเรียกความมั่นใจให้เขาได้เสมอ เพราะผู้ชมเป็นตุ๊กตาและผืนผ้าห่ม แล้วเมื่อผู้ชมเป็นคน คำถามที่เกิดขึ้นในใจหนุ่มแว่นคือฉันงดงามพอไหมที่จะเดินแบบ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-21-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183719" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-21-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-21.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ยิ่งใกล้เวลาต้องออกโชว์ เขาก็ยิ่งมีอาการแพนิกที่รุนแรงขึ้น จนเพื่อนร่วมรันเวย์ต้องสอนวิธีฝึกหายใจให้ไม่ระส่ำระส่าย หนุ่มแว่นปลอบใจตัวเองก่อนที่หมวกลายดอกป๊อปปี้จะสวมลงหัว เขารักตัวเองไม่เก่ง บ่อยครั้งที่ต้องพึ่งพากำลังใจจากคนรอบข้าง และแน่นอนว่ามันไม่มีอะไรโรแมนติกไปกว่าการที่เรามองเห็นความงามในตัวกันและกัน โลกนี้อาจเต็มไปด้วยคนสวยมากมาย แต่คนสวยที่สะท้อนความสวยของคนรอบข้างต่างหากคือคนที่น่าตกหลุมรักที่สุด</p>



<p>บนรันเวย์ที่เต็มไปด้วยความกลัว กลับกลายเป็นที่ที่ทำให้หนุ่มแว่นกล้าหาญ ในวันนั้นเขาอาจไม่ใช่คนที่หุ่นดีที่สุด เดินในองศาเป๊ะอย่างมืออาชีพ คนที่นั่งอยู่ข้างหลังอาจไม่ยิ้มแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเขากันทุกคน แต่ภาพถ่ายในวันนั้นที่ปรากฏ เป็นวันที่หนุ่มแว่นเชิดหน้าขึ้นมากที่สุด&nbsp;</p>



<p>เขาคงกลับบ้านไปด้วยความตั้งใจใหม่ว่าจะบีบน้ำผึ้งอีกเป็นลิตรลงบนวาฟเฟิลกรุบกรอบ</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ชายในเสื้อสีโรสควอตซ์&nbsp;</strong></h2>



<p>การเดินทางแบบกางแผนที่ทั้งวงโลเคชันว่าจะต้องไปถึงให้ได้เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น แต่อาจกลายเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดเมื่อเราดันหลงทาง แผนที่อาจถูกต้องแล้ว แต่ที่ทำให้คลาดไปคือทางเดินในยุคสมัยใหม่ถูกรีโนเวทโดยไม่มีใครล่วงรู้ เราพลัดจากหมุดหมายอย่างไม่ตั้งใจ</p>



<p>เมื่อเดินจนปวดขาแล้วยังมองไม่เห็นปลายทาง เราย่อมทดท้อ ละทิ้งตัวเองลงกลางทางเป็นธรรมดา สิ่งสำคัญคือเราจะนั่งไม่ยอมลุกแล้วตึงตังกล่าวโทษตัวเองซ้ำๆ หรือเปล่า มันอาจมีทางลัดอีกสิบกิโลเมตรรออยู่ อาจมีต้นไม้พันธุ์แปลกรอให้เราค้นพบ อาจมีอะไรอีกมากมายที่เราไม่คาดฝันระหว่างทาง เหมือนหนุ่มแว่นที่หลงทางอยู่หลายครั้ง ได้เจอะเจอกับคนที่ผ่านเข้ามาทักทายและผ่านออกไป เห็นข้อบกพร่องของตัวเองเต็มไปหมด พยายามปกปิดแต่ก็ไม่เคยมิด หลุมดำแห่งความเศร้ากัดกินเขา ทว่ามันไม่อาจกลืนกินเขาได้</p>



<p>เพราะขณะที่นอนโดดเดี่ยวในสนามบิน เขาจินตนาการถึงใครสักคนที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น ขณะที่เดินไปบนย่านเกียวโตกับแม่ เขาเห็นร่องรอยความชราของเธอ แต่ก็เห็นเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งข้างในที่ช่วยสะท้อนเด็กชายตัวเล็กข้างในตัวเขา จนมาถึงคราวของเด็กชายตัวโต พิมพ์ดีดและบทกวีของวินได้โลดแล่นอยู่ในใจผู้อ่าน ราวกับว่ามันมีเวทมนตร์ร่ายสะกดบนกระดาษสีชมพูทุกแผ่น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-20-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183720" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-20-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-20.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>“มันช่างตลกร้ายที่ฉันตั้งใจมาเกียวโตเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจในการเขียนบทกวีที่ไม่ซ้ำใคร แต่สิ่งที่ค้นพบกลับเรียบง่าย เราต่างไม่เคยหยุดเดินทางและค้นพบจักรวาลที่เราเฝ้าตามหา บางครั้งเราแค่ต้องหยุดเพื่อหายใจ แล้วดื่มด่ำกับปัจจุบันให้เต็มหัวใจ”&nbsp;</strong></p>



<p>หนังสือ <strong>‘Dear Traveler, ขอให้เธอยินดีกับการหลงทางครั้งใหม่’ </strong>เป็นหนังสือเยียวยาจิตใจตัวเองชั้นดีสำหรับผู้ที่กำลัง Lost และอยากถูก Found&nbsp;</p>



<p>ภาษาเรียบง่ายของนักกวีในเสื้อสีชมพูจะทำให้เราหลุดไปนิวยอร์ก ได้เดินลัดเลาะประเทศอื่นชั่วขณะ ทั้ง Self-love พาสปอร์ต โปสการ์ดจากลายเส้นของ ‘Monnnae’ และบทกวีย้ำเตือนให้หลงรักการมีชีวิตที่สอดแทรกอยู่ในหนังสือ เชื่อเลยว่าหลังอ่านจบจะไม่จิ๊ปากให้แก่การหลงทางอีกแล้ว แต่จะหลงรักมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น</p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dear-traveler-book-review/">หนังสือผจญโลกแสนโรแมนติกที่ร้ายนิดๆ ‘Dear Traveler, ขอให้เธอยินดีกับการหลงทางครั้งใหม่’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไดอารีสีแดงทรงอิทธิพล ‘บันทึกลับของแอนน์ แฟร้งค์’ เด็กหญิงชาวยิวผู้หลบซ่อนตัวจากนาซี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-diary-of-anne-frank/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 11 Oct 2025 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์ผีเสื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกลับของแอนน์ แฟร้งค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=183215</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ฉันหวังว่าฉันจะไว้วางใจ ‘เธอ’ ได้ทุกเรื่อง อย่างที่ฉันไม่อาจวางใจผู้หนึ่งผู้ใดเลย และหวังว่า ‘เธอ’ จะเป็นพลังยิ่งใหญ่ในการปลอบประโลมใจฉัน”&#160; แอนน์ แฟร้งค์ 12 มิถุนายน 1942 วันที่ถูกบันทึกนับเป็นวันแรกที่แอนน์เริ่มจุ่มน้ำหมึกลงไดอารีสีแดงลายสก็อต เธอได้มันเป็นของขวัญวันเกิดในวัย 13 ปี แม้บนโต๊ะจะมีเสื้อสีน้ำเงิน เกม ขวดน้ำองุ่น ครีมทาหน้า เงิน 2 กิลเดอร์ บัตรกำนัลสำหรับซื้อหนังสือได้ 2 เล่ม แต่เธอสนใจ ‘คิตตี้’ (ชื่อไดอารี) มากที่สุด&#160; หากถามว่าทำไมแอนน์ถึงเขียนไดอารี เธอบันทึกว่าก็เพราะฉันขาดเพื่อนแท้ที่จะระบายสิ่งต่างๆ ให้ฟัง แม้จะมีพ่อ แม่ พี่สาว ญาติ และเพื่อนที่คอยเล่นสนุกด้วยกัน แต่การเล่นและคุยไม่ทำให้สนิทสนมเข้าถึงจิตใจกันและกัน นี่คือต้นเหตุความทุกข์ อาจเป็นเพราะขาดความเชื่อมั่นในตัวเองและคนอื่น ใครจะรู้ว่าเด็กหญิงอายุ 13 ปีจะมีความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวได้ถึงเพียงนี้! ไดอารีของแอนน์เปิดด้วยการอารัมภบทถึงครอบครัว ประวัติย่อของชีวิตเธอ และสงครามที่ไม่ได้กำลังคืบคลานเข้ามา หากแต่ข้าศึกนั้นล้อมไว้หมดแล้ว&#160; เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1942&#160; ชีวิตอันสุขสบายของแอนน์ได้มลายสิ้นหลังสงคราม ประเทศฮอลแลนด์ยอมจำนนต่อฮิตเลอร์ จากนั้น ชาวเยอรมันก็หลั่งไหลเข้าสู่ฮอลแลนด์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-diary-of-anne-frank/">ไดอารีสีแดงทรงอิทธิพล ‘บันทึกลับของแอนน์ แฟร้งค์’ เด็กหญิงชาวยิวผู้หลบซ่อนตัวจากนาซี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>“ฉันหวังว่าฉันจะไว้วางใจ ‘เธอ’ ได้ทุกเรื่อง อย่างที่ฉันไม่อาจวางใจผู้หนึ่งผู้ใดเลย และหวังว่า ‘เธอ’ จะเป็นพลังยิ่งใหญ่ในการปลอบประโลมใจฉัน”&nbsp;</strong></p>



<p class="has-text-align-right"><strong>แอนน์ แฟร้งค์ 12 มิถุนายน 1942</strong></p>



<p>วันที่ถูกบันทึกนับเป็นวันแรกที่แอนน์เริ่มจุ่มน้ำหมึกลงไดอารีสีแดงลายสก็อต เธอได้มันเป็นของขวัญวันเกิดในวัย 13 ปี แม้บนโต๊ะจะมีเสื้อสีน้ำเงิน เกม ขวดน้ำองุ่น ครีมทาหน้า เงิน 2 กิลเดอร์ บัตรกำนัลสำหรับซื้อหนังสือได้ 2 เล่ม แต่เธอสนใจ ‘คิตตี้’ (ชื่อไดอารี) มากที่สุด&nbsp;</p>



<p>หากถามว่าทำไมแอนน์ถึงเขียนไดอารี เธอบันทึกว่าก็เพราะฉันขาดเพื่อนแท้ที่จะระบายสิ่งต่างๆ ให้ฟัง แม้จะมีพ่อ แม่ พี่สาว ญาติ และเพื่อนที่คอยเล่นสนุกด้วยกัน แต่การเล่นและคุยไม่ทำให้สนิทสนมเข้าถึงจิตใจกันและกัน นี่คือต้นเหตุความทุกข์ อาจเป็นเพราะขาดความเชื่อมั่นในตัวเองและคนอื่น ใครจะรู้ว่าเด็กหญิงอายุ 13 ปีจะมีความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวได้ถึงเพียงนี้!</p>



<p>ไดอารีของแอนน์เปิดด้วยการอารัมภบทถึงครอบครัว ประวัติย่อของชีวิตเธอ และสงครามที่ไม่ได้กำลังคืบคลานเข้ามา หากแต่ข้าศึกนั้นล้อมไว้หมดแล้ว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183223" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1942&nbsp;</strong></h2>



<p>ชีวิตอันสุขสบายของแอนน์ได้มลายสิ้นหลังสงคราม ประเทศฮอลแลนด์ยอมจำนนต่อฮิตเลอร์ จากนั้น ชาวเยอรมันก็หลั่งไหลเข้าสู่ฮอลแลนด์ กฎหมายต่อต้านยิวออกมาฉบับแล้วฉบับเล่าต่อเนื่องกันอย่างรวดเร็ว เช่น ชาวยิวจะต้องติดเครื่องหมายดาวสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นคนยิว ยิวจะต้องมอบรถจักรยานของตนแก่เจ้าหน้าที่ ยิวจะออกซื้อของได้เฉพาะเวลาบ่าย 3 โมงถึงบ่าย 5 โมง หลังเวลา 2 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า ยิวจะออกนอกบ้านไม่ได้ สิ่งสำคัญคือแอนน์และครอบครัวล้วนเป็นยิวทั้งสิ้น&nbsp;</p>



<p>แอนน์ว่าเธอแทบไม่มีเวลาคิดถึงการเปลี่ยนแปลงอะไร จนกระทั่งต้องอพยพหนี ด้วยเพราะ <strong>‘มาร์กอท’</strong> พี่สาวของเธอถูกหมายเรียกตัว ค่ำคืนวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 1942 เป็นคืนสุดท้ายที่แอนน์ได้นอนบนเตียงตัวเอง ก่อนจะย้ายเข้าสู่ <strong>‘ที่ซ่อนลับ’ </strong>คราวนั้นเองที่เธอเพิ่งตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง และคงมีอะไรต่อมิอะไรเกิดขึ้นต่อไปอีก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183224" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ที่ซ่อนลับอยู่ในตึกเดียวกับบริษัทที่ทำงานของพ่อแอนน์หรือ<strong> ‘อ๊อตโต้ แฟร้งค์’ </strong>สุดขั้นบันไดชั้นสามของตึกเป็นชานพัก มีประตูปลายชานพักทั้งด้านซ้ายด้านขวา ห้องใต้หลังคาและชั้นลอยทางด้านหน้าของตัวอาคารไปสู่ห้องเพดานของชั้นถัดไป มีบันไดหักมุมแบบชาวดัตช์ และเมื่อเปิดประตูด้านขวาเข้าไปก็จะเห็นที่ซ่อนลับ ไม่มีใครเดาออกว่าจะมีหลายห้องสลับซับซ้อนอยู่เบื้องหลังบานประตูที่มีตู้หนังสือบังหน้าอยู่ ครอบครัวแอนน์ต้องอาศัยอยู่ร่วมกับหมอดุสเซิ่ล ครอบครัววานดานที่มีพ่อ แม่ ลูกชายหนึ่งคน และแมว โดยได้รับความช่วยเหลือจากเมี้ยป แจนและสามี วอสคุยล์ นายคูเกล้อร์ นายและนางไคล์แมน</p>



<p><strong>“การที่ไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย ทำให้ฉันกลัดกลุ้มมากสุดจะกล่าว และหวั่นว่าที่ซ่อนลับของเราอาจถูกค้นพบ แล้วเราจะถูกยิง นั่นเป็นเรื่องคาดการณ์ความหายนะข้างหน้า”&nbsp;</strong></p>



<p>หายนะที่แอนน์หมายถึงคือค่ายเอ๊าส์ชวิตส์ที่เป็นค่ายสังหารของเยอรมนี พวกนักโทษจะถูกโกนศีรษะ ให้ทำงานหนักวันละ 12 ชั่วโมง เหล่านักโทษจะถูกขังนอนในห้องที่เบียดกันแน่นขนัด มองออกไปทางหน้าต่างจะเห็นท้องฟ้าแดงฉานด้วยแสงไฟของเตาเผาคนซึ่งดำเนินไปไม่รู้หยุด ทั้งหมดเพียงเพราะพวกเขาเป็นชาวยิว</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เดือนตุลาคม ค.ศ. 1942&nbsp;</strong></h2>



<p>การใช้ชีวิตในที่ซ่อนลับดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ โดยเฉพาะในกลางวันที่บริษัทด้านล่างเต็มไปด้วยเสียงจอแจของแรงงานก็ต้องยิ่งเงียบ และเงียบจนสงัดในกลางคืนที่แม้แต่การเหยียบเท้าลงพื้นก็อาจทำให้มีเสียงออดแอดออกมา แอนน์ได้เขียนถึงกฎข้อบังคับของที่ซ่อนลับ เช่น ต้องพูดเบาๆ ตลอดเวลา อนุญาตให้พูดภาษาที่เจริญแล้วได้ทุกภาษา ฉะนั้นห้ามใช้ภาษาเยอรมัน! ผู้อาศัยในที่ซ่อนลับนี้จะใช้วิทยุกลางได้หลังเวลา 18:00 น. เรียชวเลขสัปดาห์ละครั้ง ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศสมีเรียนทั้งวัน เริ่มอาบน้ำได้ตั้งแต่ 9:00 น.</p>



<p><strong>“โอย! ฉันเล่าได้เป็นชั่วโมงๆ เลย เกี่ยวกับความทุกข์ยากเดือดร้อนอันเกิดจากสงคราม แต่ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้ใจเศร้าหมองขึ้นไปอีก เราทำอะไรไม่ได้นอกจากรอคอยอย่างสงบ จนกว่าความทุกข์ยากเหล่านี้จะสิ้นสุด ทั้งคนยิวและคริสต์ต่างก็รอคอย โลกทั้งโลกรอคอย และมนุษย์อีกมากมายกำลังรอความตาย”&nbsp;</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183225" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เสียงปืนดังขึ้นบ่อยครั้งระหว่างตีหนึ่งจนถึงตีสี่ เมื่อแอนน์ได้ยินเสียงนี้ เธอจะลุกขึ้นยืนข้างเตียงโดยอัตโนมัติด้วยความเคยชิน ทั้งที่บางครั้งกำลังฝันเกี่ยวกับคำกริยานอกกฎของภาษาฝรั่งเศส แล้วแอนน์ก็จะฉวยหมอน ผ้าห่ม สวมเสื้อคลุม แล้ววิ่งแน่บไปหาพ่อ ครั้นเสียงปืนสงบลง เธอจะกลับไปที่ห้องของตัวเอง&nbsp;</p>



<p>นอกจากเสียงสงครามสนั่นอยู่ข้างนอกที่ซ่อนลับ ก็ยังมีเสียงทะเลาะวิวาทกันเองภายในที่ซ่อนลับ บรรยากาศที่โต๊ะอาหารมักจะเครียดประจำ และเกิดการอบรมเด็กต่อแอนน์นับครั้งไม่ถ้วน แม้เธอจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะทำตัวให้เป็นประโยชน์ เป็นมิตร เป็นคนดี และทำทุกสิ่งที่ดีเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้การตำหนิดุว่าดุจห่าฝนเพลาลง แต่มันก็แสนยากที่จะเป็นเด็กดีและปฏิบัติดีต่อคนที่เธอไม่เลื่อมใส ทว่าเธอมักจะพ่ายแพ้ให้แก่การเสแสร้ง กล้ำกลืนความโกรธไม่ไหวเพราะความอยุติธรรมที่ได้รับ จำต้องแปร๋นใส่กลับอย่างห้ามเสียไม่ได้&nbsp;</p>



<p>แอนน์กลัดกลุ้มอยู่ลำพัง เธอรู้สึกคล้ายนกพูดได้ที่ถูกตัดปีกอย่างโหดร้าย หลายวันหมดไปด้วยการหลับใหลบนม้ายาวเพื่อให้เวลาผ่านไปเร็วขึ้น เพื่อให้พ้นจากความสงัดเงียบและความกลัว เพราะไม่มีทางใดจะกำจัดสิ่งเหล่านี้ บรรยากาศภายนอกและภายในที่ซ่อนลับมีอิทธิพลกระทบกระเทือนต่อพวกเขาทุกคน และหมู่นี้ดูจะเลวร้ายลง</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1944</strong></h2>



<p>ที่ซ่อนลับหมุนไปกับระยะเวลาหนึ่งปี เวียนมาจนถึงวันที่ 13 มิถุนายน 1944 ที่แอนน์มีอายุครบ 15 ปีแล้ว และคิตตี้ก็มีอายุได้ 3 ขวบ เป็นอีกครั้งที่เธอได้รับของขวัญวันเกิด มันมากโขขึ้นจากปีที่ผ่านมา เธอได้แกะห่อหนังสือประวัติศาสตร์ศิลป์ถึง 5 เล่ม ชั้นใน 1 ชุด ผ้าเช็ดหน้า 1 ผืน โยเกิร์ต 2 ขวด แยม 1 กระปุก คุกกี้น้ำผึ้ง 2 ชิ้น หนังสือพฤกษศาสตร์จากพ่อและแม่ สร้อยข้อมือจากมาร์กอท สมุดติดภาพหนึ่งเล่มจากนายและนางวานดาน ดอกสวีตพีจากหมอดุสเซิ่ล ขนมและสมุดจากเมี้ยบและเบ็ป ที่แอนน์ถูกใจที่สุดคือหนังสือเรื่อง ‘มาเรีย เธเรซา’<strong> </strong>และเนยแข็งครีม 3 ก้อนจากคุณคูเกล้อร์ ดอกพิโอนี่น่ารัก 1 ช่อจาก <strong>‘ปีเตอร์’</strong> ผู้เป็นลูกชายของบ้านวานดาน แอนน์ว่าปีเตอร์เป็นหนุ่มน่าสงสารที่หาของขวัญได้ยากเย็น และหนุ่มน่าสงสารผู้นี้ทำให้หัวใจของแอนน์เต้นระรัวด้วยความรัก ไม่ใช่เต้นระรัวด้วยเพราะอกสั่นจากสงครามเพียงอย่างเดียว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183226" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/4-7.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ความสัมพันธ์หนุ่มสาวเจริญงอกงามขึ้นภายในที่ซ่อนลับ แต่แอนน์คิดวกวนกับตัวเองว่าเธออาจทำพลาดไป และไม่น่าปล่อยให้เลยเถิด ทั้งสองพูดคุยถึงสิ่งต่างๆ ที่เป็นเรื่องส่วนตัวของกันและกันก็จริง ทว่าแอนน์กลับรู้สึกว่าปีเตอร์ไม่เคยสัมผัสถึงแก่นแท้ภายในจิตใจของเธอ แอนน์อยากให้ปีเตอร์เลิกเกาะแกะเธอ ยืนด้วยขาของตัวเองได้มากกว่า แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสลัดเขาให้หลุดไปอย่างไรดี เธอคิดว่าตัวเองผลีผลามเกินไปจนทำให้เกิดความสัมพันธ์รักใคร่ใกล้ชิด ก่อนที่จะศึกษาว่าปีเตอร์เป็นชายในอุดมคติอย่างที่เธอต้องการหรือเปล่า</p>



<p>เมื่อเข้าสู่เดือนกรกฎาคมอีกครั้ง แอนน์คิดว่าเธอมีความหวังขึ้นในฐานะชาวยิวที่ถูกกักขัง เพราะได้ยินข่าววิเศษหนึ่งที่เกิดการพยายามลอบสังหารชีวิตฮิตเลอร์! โดยนายพลเยอรมัน แสดงให้เห็นว่าผู้คนเอือมระอาและอยากเห็นฮิตเลอร์สูญอำนาจ</p>



<p>แต่ในชั่วพริบตา ความหวังของแอนน์ก็สูญไปแทนอำนาจของฮิตเลอร์</p>



<p>เช้าวันที่ 4 สิงหาคม 1944 เวลา 10:00 น. &#8211; 10:30 น. รถยนต์คันหนึ่งหยุด ณ บ้านเลขที่ 436 ถนนพริ้นเซิ่นกรัคต์ อัมสเตอร์ดัม สมาชิกทั้ง 8 คนภายในที่ซ่อนลับถูกจับกุมตัว รวมถึงคูเกล้อร์และไคล์แมนที่เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ พวกเขาถูกส่งตัวไปยังคุกในอัมสเตอร์ดัม ก่อนจะถูกย้ายไปยังค่ายเอ๊าต์ชวิตส์ในโปแลนด์ <strong>‘อ๊อตโต้ แฟร้งค์’</strong> เป็นผู้หลบซ่อนคนเดียวในจำนวน 8 คนซึ่งมีชีวิตรอดมาได้จากค่ายกักกัน&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เดือนตุลาคม ค.ศ. 2025</strong></h2>



<p>คนที่เคยอยู่ค่ายกักกันเดียวกับแอนน์ และหนีรอดมาได้เล่าว่านับเป็นโชคดีของแอนน์ที่เธอไม่ได้ถูกทารุณมากนัก&nbsp;</p>



<p><strong>“ผมเห็นเธอร้องไห้ขณะมองดูหญิงยิปซีกลุ่มหนึ่งร่างเปลือยเปล่า พวกเขากำลังถูกต้อนเข้าสู่เตาแก๊ส</strong><strong> </strong><strong>และเป็นอีกครั้งที่เธอร้องไห้ เมื่อเห็นเด็กชาวฮังการียืนเข้าแถวตากฝนครึ่งวันหน้าเตาแก๊ส แอนน์เอาข้อศอกกระทุ้งผม และร้องไห้พลางพูดว่า ดูสิ ดูตาพวกเขาสิ”&nbsp;</strong></p>



<p>ในวันที่แอนน์และครอบครัวถูกจับตัวไป เมี้ยปเห็นกระดาษที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในตัวคิตตี้กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น เธอซ่อนมันไว้ในลิ้นชักโต๊ะโดยไม่ได้เปิดอ่านสักนิด ภายหลังสงคราม เมี้ยปมอบบันทึกให้แก่พ่อของแอนน์ เขาตัดสินใจพิมพ์บันทึกจากไดอารีสีแดง ตามความปรารถนาแรงกล้าอย่างหนึ่งของแอนน์ ตามที่เธอเขียนไว้ในตอนหนึ่งของสมุดบันทึกว่า <strong>“ฉันต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไป แม้หลังความตายของฉัน”</strong> ได้สำเร็จผลสมใจโดยที่แอนน์ไม่เคยมีโอกาสรู้เลย ไดอารีของเธอถูกปิดจบในวันที่ 1 สิงหาคม 1944 และเจ้าของไดอารีถูกทอดทิ้งในค่ายกักกัน เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 1945&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/5-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183227" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/5-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/5-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/5-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/5-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/5-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/5-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/5-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/5-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>บันทึกที่แอนน์ตั้งใจจะเก็บไว้อ่านเพียงผู้เดียวได้ถูกยกย่องไปทั่วโลกว่าเป็นวรรณกรรมอมตะ เกิดมูลนิธิ ‘แอนน์ แฟร้งค์’ ที่ตั้งขึ้นเพื่อเชิดชูเธอ โรงเรียนอนุบาลมอนเต๊สเซอรี่ในอัมสเตอร์ดัมซึ่งแอนน์เคยเรียนในวัยเด็ก บัดนี้กลายเป็นโรงเรียน ‘แอนน์ แฟร้งค์’ ทั้งอนุสรณ์สถานอีกหลายแห่งที่สร้างขึ้นเพื่อชดใช้ความผิดที่ได้กระทำต่อชีวิตของเธอ&nbsp;</p>



<p>แอนน์เป็นเด็กผู้หญิงผมสั้น จมูกคมเป็นสัน ตาสองชั้นกลมโต ปากเล็กกระจิริด และเมื่อใดที่ในมือจับดินสอ เสน่ห์ของเธอจะฟุ้งกระจายออกมามากที่สุด แม้อายุขัยของแอนน์จะหยุดลงที่ 15 ปี แต่เธอมีอำนาจยืนยาวเหนือกว่าฮิตเลอร์ผู้ก่อสงครามที่ใครก็อยากลืมเลือน ภายในหัวใจของแอนน์นั้นลึกเกินหยั่งถึง แต่ผู้ที่ได้อ่านไดอารีของเธอจะรู้ดีว่ามันล้วนเปี่ยมไปด้วยความงดงาม งดงามแม้เธอกำลังอยู่ท่ามกลางความโหดร้าย</p>



<p><strong>‘แอนน์ แฟร้งค์’ </strong>คงไม่รู้อีกเช่นกันว่าเธอบันดาลใจให้เด็กหญิงอายุ 8 ขวบคนหนึ่งใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียนเช่นเธอ<strong>&nbsp;</strong></p>



<p>ขอบคุณ <strong>‘สังวรณ์ ไกรฤกษ์’ </strong>ผู้แปล <strong>‘บันทึกลับของแอนน์ แฟร้งค์’</strong> และ <strong>‘สำนักพิมพ์ผีเสื้อ’</strong> สำหรับการพิมพ์ไดอารีฉบับสมบูรณ์ออกมา ทั้ง 472 หน้านี้ช่างน่าประทับใจ และตราตรึงในความทรงจำของผู้อ่านดังคติที่สำนักพิมพ์ตั้งหวัง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-diary-of-anne-frank/">ไดอารีสีแดงทรงอิทธิพล ‘บันทึกลับของแอนน์ แฟร้งค์’ เด็กหญิงชาวยิวผู้หลบซ่อนตัวจากนาซี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หนังสือภาษาคนที่รักในภาษาเหมียว ‘เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/how-to-live-like-your-cat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Oct 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช]]></category>
		<category><![CDATA[How to live like your cat]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=183135</guid>

					<description><![CDATA[<p>แมวดำตัวเล็กชอบซ่อนตัวตามเงามืด ดวงตานั้นแวววาวราวว่ารู้ความลับของโลกทั้งใบ ตรงกันข้ามกับแมวขาวที่สีเหมือนหิมะแรกในฤดูหนาว ดูสะอาด อ่อนโยน แมวขาวเป็นประเภทไม่ชอบเสียงดังโหวกเหวก ส่วนใหญ่จะหมดเวลาไปกับการนอนอาบแดด หลับตาพริ้มเสียมากกว่า ส่วนแมวที่ซุกซนจะเป็นสีอะไรไปไม่ได้เลย นอกจากแมวสีส้ม ตัวแทนของความสนุกสนานที่กระโดดโหยงเหยง วิ่งพล่านไปทั่ว ใครก็คิดว่ามันต้องหลงทิศแน่ ที่ไหนได้ แมวส้มไม่เคยลืมทางกลับบ้านของตัวเอง ทั้งนี้ยังมีแมวสีอื่นที่เราไม่ได้กล่าวถึง ด้วยเพราะหมู่บ้านแมวมีจำนวนสมาชิกมหาศาล และเจ้าสามสีนี้มักจะปรากฏตัวบ่อยที่สุดจึงเป็นเหตุให้เราหยิบยกขึ้นมา&#160; แนวคิดของความสงบสื่อได้ผ่านแมวตัวหนึ่งที่นั่งอยู่ ปฏิเสธกันไม่ลงว่าเมื่อเห็นแมวปีนป่ายอยู่บนรั้ว เราอดเงยหน้าขึ้นมองท่าเดินนวยนาดน่ามันเขี้ยวไม่ได้ หรือไม่ก็เผลออิจฉา เมื่อเห็นมันหลับใหล แถมยังมีคนเอาเนื้อปลาทูหย่อนใส่ปากจนเต็มกระพุ้งแก้มอีกต่างหาก ไม่ต้องใส่สูทผูกเนกไทไปทำงานสักวัน ช่างเป็นชีวิตที่สุขสบายเกินหน้าเกินตามนุษย์ นำมาซึ่งคำถามว่าหากไม่อาจเกิดเป็นแมวได้ อย่างนั้นขอเป็นอย่างแมวได้หรือเปล่า&#160; ‘สเตฟาน การ์นิเยร์’ เขาทำการศึกษาเจ้าซิกกี้ แมวสีเทาตัวอ้วนกลมมากว่า 15 ปี และเขียนออกมาเป็นหนังสือ ‘How to live like your cat’ เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช เขาเริ่มถอดรหัสสิ่งที่แมวทำ ความปรารถนา วิถีชีวิตของมัน แมวเป็นตัวอย่างดีๆ ที่อยู่ตรงหน้า และมนุษย์ควรเรียนรู้ แต่กลับมองไม่ค่อยเห็นครูผู้ช่ำชองวิชาชีวิตตัวนี้ ในขณะที่แมวไม่ได้ไปโรงเรียน ไม่ได้อ่านหนังสือ ไม่มีนักคิดผู้ยิ่งใหญ่เป็นต้นแบบ ไม่มีปัจจัยภายนอกเป็นกรอบอ้างอิงในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ไม่ได้มีอายุยืนยาวหรือประสบการณ์มากมายนัก แต่มันกลับมีปัญญาหนึ่งติดตัวมาตั้งแต่เกิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/how-to-live-like-your-cat/">หนังสือภาษาคนที่รักในภาษาเหมียว ‘เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>แมวดำตัวเล็กชอบซ่อนตัวตามเงามืด ดวงตานั้นแวววาวราวว่ารู้ความลับของโลกทั้งใบ ตรงกันข้ามกับแมวขาวที่สีเหมือนหิมะแรกในฤดูหนาว ดูสะอาด อ่อนโยน แมวขาวเป็นประเภทไม่ชอบเสียงดังโหวกเหวก ส่วนใหญ่จะหมดเวลาไปกับการนอนอาบแดด หลับตาพริ้มเสียมากกว่า ส่วนแมวที่ซุกซนจะเป็นสีอะไรไปไม่ได้เลย นอกจากแมวสีส้ม ตัวแทนของความสนุกสนานที่กระโดดโหยงเหยง วิ่งพล่านไปทั่ว ใครก็คิดว่ามันต้องหลงทิศแน่ ที่ไหนได้ แมวส้มไม่เคยลืมทางกลับบ้านของตัวเอง ทั้งนี้ยังมีแมวสีอื่นที่เราไม่ได้กล่าวถึง ด้วยเพราะหมู่บ้านแมวมีจำนวนสมาชิกมหาศาล และเจ้าสามสีนี้มักจะปรากฏตัวบ่อยที่สุดจึงเป็นเหตุให้เราหยิบยกขึ้นมา&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>แนวคิดของความสงบสื่อได้ผ่านแมวตัวหนึ่งที่นั่งอยู่</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183138" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/1-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ปฏิเสธกันไม่ลงว่าเมื่อเห็นแมวปีนป่ายอยู่บนรั้ว เราอดเงยหน้าขึ้นมองท่าเดินนวยนาดน่ามันเขี้ยวไม่ได้ หรือไม่ก็เผลออิจฉา เมื่อเห็นมันหลับใหล แถมยังมีคนเอาเนื้อปลาทูหย่อนใส่ปากจนเต็มกระพุ้งแก้มอีกต่างหาก ไม่ต้องใส่สูทผูกเนกไทไปทำงานสักวัน ช่างเป็นชีวิตที่สุขสบายเกินหน้าเกินตามนุษย์ นำมาซึ่งคำถามว่าหากไม่อาจเกิดเป็นแมวได้ อย่างนั้นขอเป็นอย่างแมวได้หรือเปล่า&nbsp;</p>



<p><strong></strong><strong>‘สเตฟาน การ์นิเยร์’ </strong>เขาทำการศึกษาเจ้าซิกกี้ แมวสีเทาตัวอ้วนกลมมากว่า 15 ปี และเขียนออกมาเป็นหนังสือ <strong>‘How to live like your cat’ เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช</strong> เขาเริ่มถอดรหัสสิ่งที่แมวทำ ความปรารถนา วิถีชีวิตของมัน แมวเป็นตัวอย่างดีๆ ที่อยู่ตรงหน้า และมนุษย์ควรเรียนรู้ แต่กลับมองไม่ค่อยเห็นครูผู้ช่ำชองวิชาชีวิตตัวนี้</p>



<p>ในขณะที่แมวไม่ได้ไปโรงเรียน ไม่ได้อ่านหนังสือ ไม่มีนักคิดผู้ยิ่งใหญ่เป็นต้นแบบ ไม่มีปัจจัยภายนอกเป็นกรอบอ้างอิงในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ไม่ได้มีอายุยืนยาวหรือประสบการณ์มากมายนัก แต่มันกลับมีปัญญาหนึ่งติดตัวมาตั้งแต่เกิด นั่นคือการนั่งนิ่งๆ ด้วยความสงบพลางไล่สายตาไปตามเส้นขอบฟ้าพร้อมรอยยิ้ม แมวรู้วิธีทำสิ่งนี้มาตั้งแต่เกิด</p>



<p>แล้วเราจะเข้าใจปัญญาอันซับซ้อนจนยากจะหยั่งถึงที่แมวครอบครองอยู่ได้อย่างไร ลองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาแมวสิ จะเห็นถึงข้อความหนึ่งที่แมวบอกเราผ่านสายตาในทุกครั้งที่เราหลงทาง ด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง สุขุม และอ่อนโยน ใช่แล้ว! ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะดีหรือร้าย สุดท้ายมันจะผ่านไป&nbsp;</p>



<p><strong></strong><strong>“ความสามารถในการปรับตัวของแมวได้มาจากไหน เพราะแมวรักชีวิตใช่ไหม หรือมันรักชีวิตของมันเอง หรือเพราะมันรักชีวิตตัวเอง หรือเพราะมันรักตัวเอง” </strong>หากซิกกี้ที่เป็นแมวเหมียวของสเตฟานพูดได้ ซิกกี้คงบอกว่าถูกต้องทั้งหมด!</p>



<p>เพราะแมวเป็นทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับตัวทางร่างกาย และการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ถึงแม้ว่าแมวจะเกลียดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต แต่มันก็ยังพยายามอย่างเต็มที่ในการสร้างพื้นที่แห่งความสุขกายสบายใจในที่ต่างๆ โดยรวมพฤติกรรมเก่าเข้ากับวิถีชีวิตใหม่เพื่อให้ได้อยู่อย่างมีความสุข ความสามารถในการปรับตัวของแมวเป็นสัญลักษณ์แห่งสติปัญญาอย่างแท้จริง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183139" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/2-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>แมวไม่ได้เข้ามาคลอเคลียเพราะอยากสัมผัสเรา</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>แต่มันใช้สัมผัสนั้นในการลูบตัวเอง</strong></h2>



<p>เราต่างรู้ว่ามีเส้นแบ่งระหว่างการรักตัวเองและความเห็นแก่ตัว แน่นอนว่าเส้นแบ่งคั่นนั้นช่างบางเบา บิดการกระทำเพียงเล็กน้อยก็จะทำให้การรักตัวเองกลายเป็นความเห็นแก่ตัวได้ในทันที เรามักเห็นว่าแมวทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ของชีวิตให้กับความสุขกายสบายใจของตัวเอง ซึ่งการจะทำอย่างนั้นได้ บางครั้งเราต้องเห็นแก่ตัวและคิดถึงแต่ตัวเองบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องหลงตัวเอง หรือเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล แต่คือการให้ความสำคัญกับความสุขของตัวเองมากกว่าความสุขของคนอื่น เพราะเราไม่อาจมอบสิ่งใดให้ใครได้ หากไม่รู้จักมอบสิ่งนั้นให้ตัวเองก่อน&nbsp;</p>



<p>จงดูแลร่างกายและจิตใจของตัวเองเป็นอันดับแรก เพราะมันเป็นกุญแจเปิดประตูบานแห่งความสุข ไม่มีใครดูแลเราได้ดีหรือยินดีทำเพื่อเราไปได้มากกว่าตัวเราเองหรอก จริงไหม</p>



<p>การรักตัวเองอีกอย่างหนึ่งที่แมวทำ คือการไม่อดทนอยู่ร่วมกับแมวตัวอื่น หรือมนุษย์ที่ไม่เข้ากับตัวเอง เป็นสาเหตุว่าทำไมเราไม่ค่อยเห็นแมวอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน มันคัดเลือกครอบครัวของตัวเอง แมวจะยอมเป็นเพื่อนกับเรา หากเราคู่ควรกับความรักของแมว แต่แมวจะไม่ยอมเป็นทาสเราเด็ดขาด มนุษย์ถึงได้ยอมจำนนอยู่ในสถานะทาสอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ด้วยเพราะหลงรักแมวอย่างเต็มใจ</p>



<p>ทว่าแมวก็หลงรักมนุษย์ได้ไม่ต่างกัน มันจะแสดงออกด้วยการนอนขดตัวอยู่ที่ปลายเตียง คอยทำหน้าที่เป็นตาข่ายดักฝันร้าย คาบหนูมาให้ ไม่ใช่เพราะต้องการคำชื่นชม แต่เพราะอยากให้รู้ว่าเขาทำให้เราปลอดภัยจากอันตรายได้ แล้วทำไมมนุษย์อย่างเราจะต้องเสียเวลาชีวิต เพื่อทนอยู่กับคนแย่ๆ ที่มีค่านิยมต่างจากเราโดยสิ้นเชิงด้วย คติอย่างแมวนั้นสอนให้รู้ว่าจงรู้จักเลือกเพื่อนพ้องและมิตรสหายของตัวเอง</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>แมวของคุณงดงาม</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>และมันก็รู้ตัว</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183140" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/3-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>&nbsp;</strong>อีกเรื่องหนึ่งที่น่าประหลาดใจคือแมวทุกตัวนั้นล้วนงดงาม ตั้งแต่เกิดกระทั่งตายลงโดยธรรมชาติ แถมยังไม่ดูโทรมลงตามกาลเวลา แมวไม่มีรอยย่น หัวไม่ล้าน ชอบใส่ถุงเท้าอยู่เสมอ แต่ความงดงามที่แมวเป็นจริงๆ ก็คือความมั่นใจที่ฉายแสงออกมาจากตัวเอง อาจเป็นไปได้ว่าแมวไม่มีแนวคิดเรื่องความงดงาม ทำให้ชีวิตของพวกมันง่ายขึ้นมาก แต่สำหรับมนุษย์ผู้น่าสงสารอย่างเราแล้ว ความงดงามเป็นองค์ประกอบของความสุขและความมั่นใจในตัวเอง ประโยคที่ว่า<strong> </strong><strong>“ความงดงามภายในจิตใจต่างหากที่สำคัญ”</strong> ไม่อาจช่วยให้เราเชื่อได้ง่ายดายนัก&nbsp;</p>



<p>แต่สุดท้ายแล้ว กฎของความงดงามมีเพียงข้อเดียวที่ต้องทำตาม และผู้ตัดสินคนเดียวที่เป็นกลางที่สุดก็คือตัวเราเองในกระจก เมื่อไหร่ที่มองตัวเองในกระจก แล้วรู้สึกจากใจจริงว่าตัวเองนั้นงดงาม ความมีเสน่ห์ ความเปล่งประกายจะเพิ่มขึ้นอีกสิบเท่าเลยนะ การรู้สึกถึงความงดงามของตัวเอง แม้จะไม่ใช่สิ่งจำเป็นแต่ก็มีความสำคัญ เราจะไม่มีทางรู้สึกว่าตัวเองงดงามได้เลย หากยังทำตามบรรทัดฐานเดิม อยากดูดีเหมือนผู้คนบนปกนิตยสาร หรือทำตามกฎสังคมที่บอกว่าเราควรจะผอมลงกว่านี้ จมูกโด่งกว่านี้ ปากเป็นกระจับกว่านี้ มันน่าเศร้าที่เราไม่อยากเป็นตัวเอง ลองเงยหน้าแหงนฟ้าให้มากกว่าก้มดูพื้นดิน เย่อหยิ่งอย่างแมวบ้าง เราต่างงดงามได้เพราะสิ่งที่เราเป็น และสิ่งที่ปรับเปลี่ยนได้ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่คนอื่นกำหนดไว้ การรู้จักเสน่ห์ของตัวเองต่างหากที่สำคัญ&nbsp;</p>



<p>ผู้คนส่วนใหญ่ที่เลี้ยงแมวต่างรู้สึกอิจฉาการใช้ชีวิตที่ดูจะมีความสุขอยู่เสมอ เจ้าของแมวใฝ่ฝันที่จะใช้ชีวิตและเป็นให้ได้อย่างแมว ไม่แปลกหรอก เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ แต่วันใดที่รู้สึกไม่สบายใจเพราะคิดว่าตัวเองดีไม่พอ ต้องคอยเปรียบเทียบกับคนอื่น แมวจะอยู่กับเราเสมอ พร้อมจะเป็นไลฟ์โค้ชที่คอยแนะนำและช่วยเหลือ การรู้สึกสบายใจอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ หรอก แต่หากทำได้ แมวของคุณจะต้องภูมิใจแน่!</p>



<p>สเตฟานยังถอดรหัสจากเจ้าซิกกี้มาฝากผู้อ่านอีกด้วยนะ เขาว่าหากซิกกี้พูดได้ ถ้อยคำน่าจะเป็นเช่นนี้<strong> “เจ้านายของฉันไม่ได้ฉลาดที่สุดเสมอไป บางครั้งเขาก็น่าเบื่อและเลวร้ายแบบวินาศสันตะโร แต่ฉันชอบเขานะ ฉันหวังว่าบทเรียนแห่งชีวิตที่ฉันแบ่งปัน จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้ดี มนุษย์ที่รัก ฉันขออวยพรให้คุณพบสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต เมื่อมีเราอยู่เคียงข้าง”</strong></p>



<p>หนังสือ <strong>‘How to live like your cat’</strong> เป็นหนังสือที่ใช้ภาษาเรียบง่าย ไร้ซึ่งคำพรรณา มีเพียงแมวเป็นตัวละครหลักหนึ่งตัว และมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นแม้แต่ตัวประกอบในชีวิตของแมว แต่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังคอยเฝ้าดูเจ้าขนฟูดำเนินบนวิถีของตัวเอง&nbsp;<strong> </strong><strong>“หากคุณเชื่อว่าไม่มีความรักอยู่บนโลกนี้ จงมองเข้าไปในดวงตาแมวบนตักของคุณ”</strong> จากสุภาษิตเก่าแก่ของเวลส์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/how-to-live-like-your-cat/">หนังสือภาษาคนที่รักในภาษาเหมียว ‘เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้ดีว่าเวลาของยายหลานไม่เคยเดินตรงกัน และยายก็หวังให้หนูได้ทำตาม ‘ดั่งใจปรารถนา’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dang-jai-pratana-susanna-tamaro/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Aug 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ดั่งใจปรารถนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=182519</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนูจำได้ไหม หนูเคยล้อยายว่าอย่างไร เมื่อยายหยุดยืนลูบต้นไม้ หนูพูดว่า “ทำอะไรน่ะยาย นั่นไม่ใช่หลังม้านะ” ยายอธิบายให้หนูฟังว่าการสัมผัสต้นไม้ไม่ต่างกับสัมผัสสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เลย ดีกว่าด้วยซ้ำ หนูกลับเดินยักไหล่ แล้วเลี่ยงไปเสียอย่างรำคาญ ตอนนั้นยายออกจะช้ำใจอยู่บ้าง เพราะการลาเช่นนั้น การเป็นคนแก่อ่อนไหวอย่างที่ยายเป็น ยายหวังว่าหนูจะร่ำลาต่างไปจากแบบนั้น ยายหวังว่าหนูจะลายายอย่างที่ใครๆ เขาทำกัน เช่น หอมแก้มยายสักที หรือพูดอะไรซึ้งๆ สักประโยค&#160; การกำเนิดเกิดมาในครอบครัวหนึ่ง เราย่อมรู้ว่าไม่อาจเลือกได้ เราย่อมรู้ว่าเราไม่อาจร้องขอความรักให้เท่ากับปริมาณที่เราต้องการได้ เพราะความรักไม่อาจวัดเป็นปริมาณได้ ทว่าตัวอักษรบนหน้ากระดาษในหนังสือ ‘ดั่งใจปรารถนา’ กลับทำให้เรารู้สึกถึงความรักได้อย่างท่วมท้น ความรักปริมาณนับไม่ถ้วนที่ยายเขียนถึงหลาน&#160; ดูจะตรงกันข้ามกับงานเขียนโดยส่วนใหญ่ที่ลูกหลานค่อยๆ งอกเงยขึ้นจากวัยเยาว์ ผันผ่านเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ด้วยความรู้สึกโหยหาครอบครัว เราคิดถึงกลิ่นยาหม่อง คิดถึงกลิ่นเสื้อผ้าที่ตากแดดจนหอมฉุย คิดถึงเตียงนอนที่มีคนแอบเข้ามาเปลี่ยนผ้าปูให้ แต่ ‘หลาน’ ในหนังสือเล่มนี้เธอสลัดความคิดถึงจนหมดสิ้น เมื่อเข้าสู่วัยสะพรั่งเต็มตัว เธออยากออกผจญภัย ไม่ใช่เอาแต่ยืนรดน้ำต้นไม้ มองดูใบไม้ผลิในสวนเช่น ‘ยาย’&#160; “ยายขา แม่ไปไหนคะ” หนูถามขณะกินอาหารเย็น “แม่หนูเขาไปดีแล้ว” ยายตอบ “แม่ไปเที่ยวน่ะลูก ไปจนถึงสวรรค์นั่นเลย”&#160; แล้วหนูก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารต่ออย่างสงบ&#160; “เราจะไปลาแม่ได้ไหมคะยาย” “ได้สิลูก” ยายตอบ แล้วก็อุ้มหนูลงไปในสวน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dang-jai-pratana-susanna-tamaro/">รู้ดีว่าเวลาของยายหลานไม่เคยเดินตรงกัน และยายก็หวังให้หนูได้ทำตาม ‘ดั่งใจปรารถนา’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หนูจำได้ไหม หนูเคยล้อยายว่าอย่างไร เมื่อยายหยุดยืนลูบต้นไม้ หนูพูดว่า<strong> “ทำอะไรน่ะยาย นั่นไม่ใช่หลังม้านะ” </strong>ยายอธิบายให้หนูฟังว่าการสัมผัสต้นไม้ไม่ต่างกับสัมผัสสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เลย ดีกว่าด้วยซ้ำ หนูกลับเดินยักไหล่ แล้วเลี่ยงไปเสียอย่างรำคาญ</p>



<p>ตอนนั้นยายออกจะช้ำใจอยู่บ้าง เพราะการลาเช่นนั้น การเป็นคนแก่อ่อนไหวอย่างที่ยายเป็น ยายหวังว่าหนูจะร่ำลาต่างไปจากแบบนั้น ยายหวังว่าหนูจะลายายอย่างที่ใครๆ เขาทำกัน เช่น หอมแก้มยายสักที หรือพูดอะไรซึ้งๆ สักประโยค&nbsp;</p>



<p>การกำเนิดเกิดมาในครอบครัวหนึ่ง เราย่อมรู้ว่าไม่อาจเลือกได้ เราย่อมรู้ว่าเราไม่อาจร้องขอความรักให้เท่ากับปริมาณที่เราต้องการได้ เพราะความรักไม่อาจวัดเป็นปริมาณได้ ทว่าตัวอักษรบนหน้ากระดาษในหนังสือ <strong>‘ดั่งใจปรารถนา’</strong> กลับทำให้เรารู้สึกถึงความรักได้อย่างท่วมท้น ความรักปริมาณนับไม่ถ้วนที่ยายเขียนถึงหลาน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-17-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182522" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-17.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ดูจะตรงกันข้ามกับงานเขียนโดยส่วนใหญ่ที่ลูกหลานค่อยๆ งอกเงยขึ้นจากวัยเยาว์ ผันผ่านเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ด้วยความรู้สึกโหยหาครอบครัว เราคิดถึงกลิ่นยาหม่อง คิดถึงกลิ่นเสื้อผ้าที่ตากแดดจนหอมฉุย คิดถึงเตียงนอนที่มีคนแอบเข้ามาเปลี่ยนผ้าปูให้ แต่ <strong>‘หลาน’</strong> ในหนังสือเล่มนี้เธอสลัดความคิดถึงจนหมดสิ้น เมื่อเข้าสู่วัยสะพรั่งเต็มตัว เธออยากออกผจญภัย ไม่ใช่เอาแต่ยืนรดน้ำต้นไม้ มองดูใบไม้ผลิในสวนเช่น <strong>‘ยาย’&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“ยายขา แม่ไปไหนคะ” </strong>หนูถามขณะกินอาหารเย็น</p>



<p><strong></strong><strong>“แม่หนูเขาไปดีแล้ว”</strong> ยายตอบ <strong>“แม่ไปเที่ยวน่ะลูก ไปจนถึงสวรรค์นั่นเลย”&nbsp;</strong></p>



<p>แล้วหนูก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารต่ออย่างสงบ&nbsp;</p>



<p><strong>“เราจะไปลาแม่ได้ไหมคะยาย”</strong></p>



<p><strong>“ได้สิลูก”</strong> ยายตอบ แล้วก็อุ้มหนูลงไปในสวน เรายืนด้วยกันที่สนามหญ้าอยู่นาน ขณะที่หนูโบกมือหยอยๆ ให้ดวงดาว&nbsp;</p>



<p>พ่อกับแม่ขาดหาย หลานมีเพียงยายที่เฝ้าเลี้ยงดูเธอมา หรือหากพูดให้ถูกขึ้นอีกสักนิด คงเป็นยายมากกว่าที่มีเพียงหลาน เพราะชีวิตของคนทั้งสองไม่เหมือนกันราวกับเดินอยู่ในโลกคู่ขนาน ด้วยกาลเวลาที่ทำให้คนหนึ่งยิ่งแข็งแรง ออกวิ่งเล่นไปทั่วโลกทั้งใบได้ ในขณะที่อีกคนหนึ่งโรยแรง อยากเอนกายบนเก้าอี้นวมจนกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน&nbsp;</p>



<p>วันหนึ่งหลานของยายร้องขอว่าเธออยากไปอยู่ต่างประเทศ แน่นอนว่ายายปฏิเสธแทบไม่ต้องคิด ยายเชื่อว่านี่คือความเป็นห่วงด้วยหลานต้องอยู่โดยไม่มียายอีกแล้ว แต่ลึกๆ ยายเป็นคนขี้งก แสนจะหวงแหนไม่อยากให้หลานห่างไปไหน แค่ไม่ได้พูดออกมาให้ได้ยินก็เท่านั้น และเพราะหลานโหยหาอิสระ ทำให้ยายยอมจำนนอย่างน้อยใจ หรือที่ผ่านมาเด็กน้อยเห็นบ้านหลังนี้เป็นเพียงกรงขัง เฝ้ารอเวลาที่ปีกแข็งกร้าวพอจะโบยบินจากไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-17-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182523" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-17.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>“ช่วงวัยรุ่นมีเกราะซึ่งมองไม่เห็นก่อตัวขึ้นห่อหุ้มเรา ก่อเป็นรูปเป็นร่างและหนาขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเวลาที่เราโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ยิ่งแผลใหญ่และลึกเท่าใด เกราะก็ยิ่งพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น ทว่าวันหนึ่งพอเวลาผ่านไป ก็เหมือนเสื้อผ้าที่ใส่มานานนั่นเอง ตอนแรกหนูยังไม่รู้สึกอะไรดอก เพราะหนูมั่นใจว่าเกราะนั้นยังห่อหุ้มตัวหนูไว้ครบถ้วน จนกระทั่งวันหนึ่ง หนูก็จะปล่อยโฮเป็นเด็กๆ ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องขึ้นมาเอง ทั้งๆ ที่หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม”</strong></p>



<p>หลังจากที่หลานไม่อยู่ บ้านของยายช่างเงียบเหงา สิ่งเดียวที่เธอทำได้เมื่อคิดถึงหลาน คือการเขียนไดอารีบันทึกไว้ ด้วยเพราะจดหมายที่ส่งไปไร้วี่แววการตอบกลับ</p>



<p><strong>“ยายอยากรู้เสียจริง ยายเคยไปเข้าฝันหนูบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ หนูคิดถึงบ้านบ้างหรือเปล่าลูก คิดถึงเราบ้างไหม”</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-18-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182524" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-18-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-18.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>หนังสือดั่งใจปรารถนาของซูซานนา ตามาโร ถูกแปลจากภาษาอิตาลีโดยสรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์ ด้วยถ้อยคำที่เรียบง่ายแต่กลับกัดกินใจ เหมือนถูกความเค็มของน้ำตาเซาะลงไป ภายใต้การตีพิมพ์ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ หากถามว่าเหมาะกับนักอ่านประเภทไหน สำนักพิมพ์ออกที่คั่นหนังสือไว้ว่าไม่เหมาะแก่เด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี&nbsp;</p>



<p>คงเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่คิดถึงกลิ่นมือแห้งเหี่ยวของใครสักคน คิดถึงความรักที่เคยได้รับอย่างท่วมท้น คิดถึงไออุ่นๆ ที่เคยอบอวลอยู่บนหัว เพียงแค่หนึ่งบทก็ทำให้อยากพับหนังสือลงเพื่อปรี่ตรงกลับบ้าน แม้เวลาของยายหลานจะสวนทางกัน แต่เราเชื่อว่ามันมีวิธีที่จะทำให้เวลาขนานกันเสมอ อยู่ที่ว่าเราจะวิ่งไปตามเวลานั้นทันหรือเปล่า เพราะหากไม่ทันขึ้นมา ยายก็มีสิ่งหนึ่งที่อยากบอกหลาน</p>



<p>“<strong>อย่าร้องไห้ไปเลย จริงอยู่ ยายต้องไปก่อน แต่เมื่อยายไม่อยู่แล้ว ยายก็ยังอยู่ในความทรงจำของหนู อยู่กับความทรงจำดีๆ หนูจะเห็นต้นไม้ แปลงผัก สวน แล้วก็ช่วงเวลาดีๆ ที่เรามีความสุขอยู่ด้วยกัน มันจะเข้ามาในความคิดของหนู ความรู้สึกอย่างเดียวกันนี้จะเกิดแก่หนู เวลาที่หนูไปนั่งเก้าอี้ของยาย เวลาที่หนูทำเค้กที่ยายสอนไว้วันนี้ หนูจะเห็นยายอยู่ตรงหน้า มีจมูกเป็นสีน้ำตาล”</strong></p>



<p><strong>“เมื่อใดก็ตามที่เบื้องหน้าปรากฏเส้นทางหลายสาย และหนูไม่รู้จะเลือกทางสายใด อย่าก้าวเดินไปส่งๆ แต่จงนั่งลงและรอคอย หายใจเข้าลึกๆ อย่างมั่นใจ เหมือนที่หนูได้หายใจในวันแรกเมื่อลืมตาดูโลกนี้ อย่าวอกแวกไปกับสิ่งใดเป็นอันขาด จงรอ แล้วก็รออยู่นิ่งๆ อย่างสงบ แล้วคอยเงี่ยฟังเสียงหัวใจของหนู เมื่อมันพูดกับหนูเมื่อใด เมื่อนั้นแหละ จงลุกขึ้น แล้วก้าวไปตามที่หัวใจนำทาง”</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-17-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182525" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-17.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เป็นหนังสือเล่มแรกที่ผู้เขียนไม่อาจกลั้นน้ำตา มีอยู่หลายบรรทัดที่ร่ำไห้กับความโรแมนติกบนความสัมพันธ์ยายหลาน ไม่น่าเชื่อเลยว่าไดอารีหนึ่งเล่มจะเก็บความคิดถึงไว้ได้มากเพียงนี้&nbsp;</p>



<p><strong>คิดถึงยายนะ</strong></p>



<p>จากหลานที่ไม่เคยวิ่งตามเวลาให้ขนานไปกับยายได้เลย สายไปเสียแล้ว</p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dang-jai-pratana-susanna-tamaro/">รู้ดีว่าเวลาของยายหลานไม่เคยเดินตรงกัน และยายก็หวังให้หนูได้ทำตาม ‘ดั่งใจปรารถนา’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หนูร้องหาเสียงขับกล่อม ใช่เสียงกระสุนปืน “Pan’s Labyrinth” ยอดวรรณกรรมดาร์กแฟนตาซี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/pans-labyrinth-review/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Aug 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[Pan’s Labyrinth]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=182133</guid>

					<description><![CDATA[<p>“โอเฟเลียไม่ได้เตือนแม่ว่าสำหรับเธอแล้ว ไม่มีอะไรดีไปกว่าหนังสือ แต่แม่คงไม่มีวันเข้าใจ แม่ไม่เคยใช้หนังสือเป็นที่พักใจ หรือปล่อยให้มันพาเธอไปยังอีกโลกหนึ่ง เธอมองเห็นแต่โลกใบนี้ ความน่าเศร้าอย่างหนึ่งของแม่คือปล่อยให้ตัวเองยึดติดกับโลกนี้&#160; “หนังสือสามารถบอกอะไรแม่ได้หลายอย่างเกี่ยวกับโลกและสถานที่อื่นซึ่งอยู่ไกลออกไป ทั้งสรรพสัตว์ พืชพรรณนานาชนิด และดวงดาว หนังสือเป็นได้ทั้งหน้าต่างและประตู เป็นปีกกระดาษที่จะพาเธอโบยบินไป แต่แม่ลืมวิธีบินไปแล้ว หรืออาจไม่เคยเรียนรู้ที่จะบินมาก่อนเลย”&#160; สารภาพตามตรงว่าผู้เขียนไม่เคยอ่านหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยจินตนาการ และพ่วงพาความดำดิ่งมาให้จนท่วมท้นเช่นนี้มาก่อน แม้ตัวดำเนินเรื่องจะเป็นเด็กผู้หญิงอายุไม่กี่ขวบ แต่นี่เป็นนิทานสำหรับผู้ใหญ่อย่างแท้จริง ปี 1944 ณ ประเทศสเปนที่อยู่ภายใต้การปกครองของนายพลฟรังโก สงครามยังคงทิ้งไอร้อนระอุ&#160; ทั้งร่องรอยความรุนแรงและการไล่ปราบฝ่ายต่อต้านยังไม่จางลง คนชนชั้นสามัญต่างพร่ำภาวนาหวังให้ทุกสิ่งดีขึ้น ใช่แค่ความเป็นอยู่ของพวกเขา แต่เมล็ดพันธุ์ที่กำลังรอวันผลิดอกอย่างเด็กๆ ควรจะได้มีวัยเยาว์ที่งอกเงย เติบโตท่ามกลางบ้านเมืองสงบสุข มีสายตาเอ็นดูของคนรุ่นก่อน ถูกลูบหัวอย่างอ่อนโยน ทว่าคำภาวนายังไม่เป็นผล และอาจไม่ดังพอให้พระเจ้าได้ยินจนส่งพรกลับมา &#160;“โอเฟเลีย” เด็กหญิงผมสั้น หน้าตาจิ้มลิ้ม อ้อมแขนไม่เคยว่างด้วยกองหนังสือ เธอกำลังออกแล่นบนถนนสายหนึ่ง จำต้องจากบ้านที่เคยมีพ่ออยู่ พ่อที่เคยเย็บถักปกหนังสือให้ เฝ้าห่อหุ้มสิ่งที่เธอรักนักหนา พ่อไม่อยู่แล้ว หนังสือเริ่มทิ้งชายรุ่ย รอยยิ้มของโอเฟเลียค่อยๆ พร่าเลือน เธอไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงได้ถ่อมาไกลขนาดนี้เพื่อหมาป่าตัวหนึ่ง ในสายตาเธอ “บิดัล” เป็นหมาป่า แต่แม่กลับมีดวงตาสุกใสเมื่อได้พบเขา ราวกับถูกบังตาว่าคนตรงหน้าเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาว ทั้งที่เขี้ยวยาวแทงออกมาจากปากอยู่เห็นๆ&#160; และแน่นอนบิดัลไม่ได้รักแม่ บิดัลรักเด็กที่อยู่ในท้องแม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pans-labyrinth-review/">หนูร้องหาเสียงขับกล่อม ใช่เสียงกระสุนปืน “Pan’s Labyrinth” ยอดวรรณกรรมดาร์กแฟนตาซี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>“โอเฟเลียไม่ได้เตือนแม่ว่าสำหรับเธอแล้ว ไม่มีอะไรดีไปกว่าหนังสือ แต่แม่คงไม่มีวันเข้าใจ แม่ไม่เคยใช้หนังสือเป็นที่พักใจ หรือปล่อยให้มันพาเธอไปยังอีกโลกหนึ่ง เธอมองเห็นแต่โลกใบนี้ ความน่าเศร้าอย่างหนึ่งของแม่คือปล่อยให้ตัวเองยึดติดกับโลกนี้&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“หนังสือสามารถบอกอะไรแม่ได้หลายอย่างเกี่ยวกับโลกและสถานที่อื่นซึ่งอยู่ไกลออกไป ทั้งสรรพสัตว์ พืชพรรณนานาชนิด และดวงดาว หนังสือเป็นได้ทั้งหน้าต่างและประตู เป็นปีกกระดาษที่จะพาเธอโบยบินไป แต่แม่ลืมวิธีบินไปแล้ว หรืออาจไม่เคยเรียนรู้ที่จะบินมาก่อนเลย”&nbsp;</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182134" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>สารภาพตามตรงว่าผู้เขียนไม่เคยอ่านหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยจินตนาการ และพ่วงพาความดำดิ่งมาให้จนท่วมท้นเช่นนี้มาก่อน แม้ตัวดำเนินเรื่องจะเป็นเด็กผู้หญิงอายุไม่กี่ขวบ แต่นี่เป็นนิทานสำหรับผู้ใหญ่อย่างแท้จริง</p>



<p>ปี 1944 ณ ประเทศสเปนที่อยู่ภายใต้การปกครองของนายพลฟรังโก สงครามยังคงทิ้งไอร้อนระอุ&nbsp; ทั้งร่องรอยความรุนแรงและการไล่ปราบฝ่ายต่อต้านยังไม่จางลง คนชนชั้นสามัญต่างพร่ำภาวนาหวังให้ทุกสิ่งดีขึ้น ใช่แค่ความเป็นอยู่ของพวกเขา แต่เมล็ดพันธุ์ที่กำลังรอวันผลิดอกอย่างเด็กๆ ควรจะได้มีวัยเยาว์ที่งอกเงย เติบโตท่ามกลางบ้านเมืองสงบสุข มีสายตาเอ็นดูของคนรุ่นก่อน ถูกลูบหัวอย่างอ่อนโยน ทว่าคำภาวนายังไม่เป็นผล และอาจไม่ดังพอให้พระเจ้าได้ยินจนส่งพรกลับมา</p>



<p><strong>&nbsp;“โอเฟเลีย”</strong> เด็กหญิงผมสั้น หน้าตาจิ้มลิ้ม อ้อมแขนไม่เคยว่างด้วยกองหนังสือ เธอกำลังออกแล่นบนถนนสายหนึ่ง จำต้องจากบ้านที่เคยมีพ่ออยู่ พ่อที่เคยเย็บถักปกหนังสือให้ เฝ้าห่อหุ้มสิ่งที่เธอรักนักหนา พ่อไม่อยู่แล้ว หนังสือเริ่มทิ้งชายรุ่ย รอยยิ้มของโอเฟเลียค่อยๆ พร่าเลือน เธอไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงได้ถ่อมาไกลขนาดนี้เพื่อหมาป่าตัวหนึ่ง ในสายตาเธอ <strong>“บิดัล”</strong> เป็นหมาป่า แต่แม่กลับมีดวงตาสุกใสเมื่อได้พบเขา ราวกับถูกบังตาว่าคนตรงหน้าเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาว ทั้งที่เขี้ยวยาวแทงออกมาจากปากอยู่เห็นๆ&nbsp;</p>



<p>และแน่นอนบิดัลไม่ได้รักแม่ บิดัลรักเด็กที่อยู่ในท้องแม่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182135" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>“อยากให้ฉันตามเธอไปเหรอ ข้างนอกน่ะเหรอ ที่ไหน” </strong>ยามค่ำคืนหนึ่ง โอเฟเลียกำลังสนทนากับภูตแมลงในบ้านหลังใหม่ เธอก้าวเท้าตามรอยบินของมันไปยังเขาวงกต และได้พบเข้ากับสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา ดวงตายกแหลมคล้ายแมว ปลายคางปกคลุมด้วยเครารุงรังคล้ายแพะ ผิวถูกเกาะด้วยเปลือกไม้&nbsp;</p>



<p><strong>“ฟอน” </strong>เขาขานนามตัวเองออกมา <strong>“พระองค์คือเจ้าหญิงโมอานนา” </strong>นิ้วมือยาวกว่าดินสอเหยียดออก เชิดใบหน้าของโอเฟเลียขึ้น ประชากรในเมืองเฝ้ารอให้เจ้าหญิงกลับมา โดยไม่อาจนับได้ว่านี่เป็นทศวรรษที่เท่าไหร่ แต่โอเฟเลียต้องทำภารกิจให้สำเร็จก่อนวันพระจันทร์เต็มดวง เพื่อพิสูจน์ว่าวิญญาณของเธอไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นมนุษย์ไปเสียแล้ว</p>



<p>ระหว่างที่โอเฟเลียกระโดดโลดอยู่ในภารกิจที่เสี่ยงอันตรายของตัวเอง เผชิญกับสัตว์ประหลาด แม่ของเธอกำลังอาการทรุดหนักลง ได้แต่นอนอยู่บนเตียงท่าเดิม และต้องใช้มือบังคับรถเข็นทุกครั้งที่ลืมตาขึ้น&nbsp;</p>



<p>ท่ามกลางเสียงปืน ควันไฟมอดขึ้นกลางอากาศ และเศษระเบิดทิ้งลงพื้น บิดัลกำลังบ้าระห่ำกับการไล่ล่าฝ่ายซ้าย ไม่ใช่แค่คำสั่งจากรัฐบาลที่เขาได้รับมา แต่คำปลูกฝังจากผู้เป็นพ่อที่หนักอึ้งบนบ่า ความเป็นผู้นำสำหรับเขาแล้ว ไม่ต้องการให้ใครเคารพ ที่ถูกต้องคือทุกคนต้องยอมจำนนต่างหาก กระทั่งแม่ของโอเฟเลียก็ไม่เคยได้อ้อมกอดหรือไออุ่นแม้แต่นิดจากเขา อย่าได้พูดถึงโอเฟเลียเลย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1201" height="801" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182136" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1201px) 100vw, 1201px" /></figure></div>


<p>ความเป็นจริงอันโหดร้ายบีบบังคับให้โอเฟเลียไม่อยากเป็นแค่เด็กผู้หญิงที่ตกใต้อำนาจของหมาป่า เธอไม่อยากเป็นเหมือนแม่ ต่อให้เธอจะรักแม่ก็ตาม โอเฟเลียถึงได้พยายามทำภารกิจที่ฟอนมอบให้ ตะกุยทางด้วยความหวังเดียวที่ฟอนวาดขึ้น เมื่อถึงวันพระจันทร์เต็มดวง โอเฟเลียจะได้นั่งสง่าผ่าเผยอยู่บนบัลลังก์ ล้อมรอบด้วยทุ่งดอกไม้ที่มีเกสรเป็นดวงอาทิตย์ในอาณาจักรเขาวงกตของเธอ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>แม้ต้องเอาชีวิตให้รอดจากไอ้ซีด อสุรกายที่ล่อลวงเด็กไร้เดียงสา ต่ออายุขัยตัวเองด้วยการเขมือบลูกตามนุษย์ โอเฟเลียก็ยอม แต่ในฤดูฝนกลางกระสุนพันนัดสวนกลับกันไปมาเช่นนี้ บาดแผลเล็กๆ ที่มีเลือดออกเพียงหยดเดียว อาจหมายถึงความตายมาเยือนอยู่ตรงหน้าแล้ว และแม้แต่ผู้เยียวยาก็ยังถูกความมืดของสงครามหล่อหลอมให้กลายเป็นเพชฌฆาตได้ไม่ยากเย็น</p>



<p><strong>ไม่แปลกเลยที่พวกผู้ใหญ่ไม่อาจเชื่อได้ลงว่าเวทมนตร์มีอยู่จริง เพราะพวกเขาต้องเป็นผู้ถือดาบบังตัวเด็ก กระโจนเข้ารับอันตรายที่ด่านหน้า</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182137" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>สงครามพรากความหวังและพรากวัยเยาว์ไปจากเรา ทั้งที่เราควรได้เต้นระบำเป็นวงกลม ร้องเพลงเฉลิมฉลอง จูงมือกันวิ่งเล่นไปข้างหน้า ไม่ใช่วิ่งหนี&nbsp;</p>



<p><strong>“Pan’s Labyrinth” </strong>หรือ <strong>“เขาวงกตแห่งเทพารักษ์” </strong>เป็นหนังสือวรรณกรรมเลื่องชื่อของ <strong>“Guillermo Del Toro” </strong>ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2006 บอกเล่าถึงความโหดร้ายที่มนุษย์ทิ่มแทงกันเอง วิ่งไล่ช่วงชิงอำนาจ ใฝ่หาถึงสิ่งที่ไม่อาจกอดเก็บไว้กับตัวจนถาวร แม้ต้องแลกมาซึ่งความเจ็บปวด และความสูญเสีย อาจกล่าวได้ว่าผู้สร้างสงครามตาบอดมืด มองไม่เห็นอะไร นอกจากตัวเอง&nbsp;</p>



<p>บัลลังก์สูงสุดไม่เคยมีใครปีนขึ้นไปถึง หรือหากได้นั่งประทับลงก็คงไม่ยาวนานนัก&nbsp;</p>



<p>เหตุผลนานับประการที่สงครามไม่ควรเกิด และไม่มีเหตุผลไหนเลยที่สงครามควรจะเกิด เมื่อหน้ากระดาษสุดท้ายของ Pan’s Labyrinth ถูกปิดลง โลกแห่งความเป็นจริงที่ปรากฏขึ้นอยู่ ณ เวลานี้ ทำให้ผู้เขียนอดคิดถึงโอเฟเลีย เด็กหญิงที่หลบหนีตัวเองเข้าไปอยู่ในโลกเวทมนตร์ไม่ได้เลย และอดเชื่อไม่ได้เช่นกันว่าเวทมนตร์มีอยู่จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pans-labyrinth-review/">หนูร้องหาเสียงขับกล่อม ใช่เสียงกระสุนปืน “Pan’s Labyrinth” ยอดวรรณกรรมดาร์กแฟนตาซี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แม้มืดสนิทแต่แสงระเรื่อจะยังส่องถึง ‘ที่ใดมีความเศร้า’ ที่นั้นย่อมมี ‘ออสการ์ ไวลด์’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/oscarwilde/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Apr 2025 07:44:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[#aday]]></category>
		<category><![CDATA[#oscarwilde]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=179868</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในความเป็นมนุษย์ เราพูดถึงความโศกศัลย์มากกว่าความสุขสันต์ และโดยมากบ่อเกิดของมันมาจากคำนามเพียงคำเดียวคือ ‘ความรัก’ อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ “ลองมองรอบตัวดูสิ! ความสุขทั้งเรียบง่ายและอยู่ใกล้ตัวเราแค่นี้เอง” คำพูดปลอบใจในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกันปลิวอยู่ว่อนเน็ต แต่แล้วจะทำยังไงดีล่ะ เพราะเมื่อความเศร้าเท่าเม็ดฝุ่นปะทะตัวทีไร เราก็พลันลืมหน้าตาความสุขจนหมดสิ้นทุกที อุตส่าห์สะสมมันมาตั้งนานกลับพังทลายลงเสียดื้อๆ&#160; หากนี่เป็นสงคราม ความโศกศัลย์คงชนะมนุษย์อยู่ร่ำไป&#160; และหากมีบ่อความเศร้าในคน ‘ออสการ์ ไวลด์’ ก็คงจะเป็นหลุมที่ลึกที่สุด เขาไม่ได้เป็นเพียงนักเขียนชื่อดังระดับโลก แต่ยังถูกจดจำในสถานะนักโทษ และน่าเศร้าเหลือเกินที่การรักเพศเดียวกันกลายเป็นข้อครหาใหญ่ข้อหนึ่งของสังคม&#160; จากคำเกริ่น คุณคงพอรู้ว่าจะต้องรับมือกับอะไรขณะที่อ่านหนังสือ ‘ที่ใดมีความเศร้า’ ฉบับ De Profundis ที่ออสการ์ ไวลด์เขียนระหว่างอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ กรงขังพันธนาการเขาไว้ราวกับว่าที่นี่ไม่มีอนาคตให้คิดถึง จะมีแต่เพียงอดีตให้หวนรำลึกเท่านั้น  ‘โดยปกติผู้ตายเป็นคนร่าเริง’ ป้ายหลุมศพของออสการ์ ไวลด์ควรแปะคำนี้ไว้อย่างยิ่ง เพราะนอกจากเขาจะเป็นหนุ่มหน้ามน ผมสลวยประบ่า และมีดวงตายั่ว (โมโห) ล้อเล่น! งานเขียนส่วนใหญ่ของเขายังมีวิวาทะร้อนแรง ล้อเลียนสังคม และมีความเป็นปรัชญาตลกร้ายที่สูงมากทีเดียว ต้องตั้งใจอ่านสัก 2 รอบหรือมากกว่านั้น ถึงจะเข้าใจความหมายลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ ส่วนเรื่องของภาษาวิจิตรบรรจงต่างก็เป็นที่รู้กันดีว่าออสการ์เลื่องชื่อมากเพียงใด “ธรรมชาติจะแขวนดาวไว้บนแผ่นฟ้ายามค่ำคืน เพื่อที่ว่าผมจะสามารถเดินท่องไปในความมืดได้โดยไม่สะดุดล้ม และนำพาสายลมให้พัดกลบรอยเท้าของผมเพื่อที่ว่าจะได้ไม่มีใครเดินตามรอยเท้าเหล่านั้นมาพบความเจ็บปวดของผม” &#160;“ขอแค่คนจนมีรูปลักษณ์ที่งดงาม การแก้ปัญหาความยากจนก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น” “ความเจ็บปวดนั้นต่างจากความสำราญ มันไม่สวมหน้ากาก” หนังสือเล่มนี้จะไม่พาคนอ่านทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/oscarwilde/">แม้มืดสนิทแต่แสงระเรื่อจะยังส่องถึง ‘ที่ใดมีความเศร้า’ ที่นั้นย่อมมี ‘ออสการ์ ไวลด์’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในความเป็นมนุษย์ เราพูดถึงความโศกศัลย์มากกว่าความสุขสันต์ และโดยมากบ่อเกิดของมันมาจากคำนามเพียงคำเดียวคือ <em>‘ความรัก’ </em>อย่างไม่อาจปฏิเสธได้</p>



<p><em>“ลองมองรอบตัวดูสิ! ความสุขทั้งเรียบง่ายและอยู่ใกล้ตัวเราแค่นี้เอง”</em> คำพูดปลอบใจในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกันปลิวอยู่ว่อนเน็ต แต่แล้วจะทำยังไงดีล่ะ เพราะเมื่อความเศร้าเท่าเม็ดฝุ่นปะทะตัวทีไร เราก็พลันลืมหน้าตาความสุขจนหมดสิ้นทุกที อุตส่าห์สะสมมันมาตั้งนานกลับพังทลายลงเสียดื้อๆ&nbsp;</p>



<p><em>หากนี่เป็นสงคราม ความโศกศัลย์คงชนะมนุษย์อยู่ร่ำไป&nbsp;</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179873" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>และหากมีบ่อความเศร้าในคน <strong>‘ออสการ์ ไวลด์’ </strong>ก็คงจะเป็นหลุมที่ลึกที่สุด เขาไม่ได้เป็นเพียงนักเขียนชื่อดังระดับโลก แต่ยังถูกจดจำในสถานะนักโทษ และน่าเศร้าเหลือเกินที่การรักเพศเดียวกันกลายเป็นข้อครหาใหญ่ข้อหนึ่งของสังคม&nbsp;</p>



<p>จากคำเกริ่น คุณคงพอรู้ว่าจะต้องรับมือกับอะไรขณะที่อ่านหนังสือ<strong><em> </em>‘ที่ใดมีความเศร้า’ </strong>ฉบับ De Profundis ที่ออสการ์ ไวลด์เขียนระหว่างอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ กรงขังพันธนาการเขาไว้ราวกับว่าที่นี่ไม่มีอนาคตให้คิดถึง จะมีแต่เพียงอดีตให้หวนรำลึกเท่านั้น </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-5-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-179874" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-5-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-5-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-5-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-5-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-5-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-5-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-5-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-5-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-5.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><em>‘โดยปกติผู้ตายเป็นคนร่าเริง’</em> ป้ายหลุมศพของออสการ์ ไวลด์ควรแปะคำนี้ไว้อย่างยิ่ง เพราะนอกจากเขาจะเป็นหนุ่มหน้ามน ผมสลวยประบ่า และมีดวงตายั่ว (โมโห) ล้อเล่น! งานเขียนส่วนใหญ่ของเขายังมีวิวาทะร้อนแรง ล้อเลียนสังคม และมีความเป็นปรัชญาตลกร้ายที่สูงมากทีเดียว ต้องตั้งใจอ่านสัก 2 รอบหรือมากกว่านั้น ถึงจะเข้าใจความหมายลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ ส่วนเรื่องของภาษาวิจิตรบรรจงต่างก็เป็นที่รู้กันดีว่าออสการ์เลื่องชื่อมากเพียงใด</p>



<p><em>“ธรรมชาติจะแขวนดาวไว้บนแผ่นฟ้ายามค่ำคืน เพื่อที่ว่าผมจะสามารถเดินท่องไปในความมืดได้โดยไม่สะดุดล้ม และนำพาสายลมให้พัดกลบรอยเท้าของผมเพื่อที่ว่าจะได้ไม่มีใครเดินตามรอยเท้าเหล่านั้นมาพบความเจ็บปวดของผม”</em></p>



<p><em>&nbsp;“ขอแค่คนจนมีรูปลักษณ์ที่งดงาม การแก้ปัญหาความยากจนก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น”</em></p>



<p><em>“ความเจ็บปวดนั้นต่างจากความสำราญ มันไม่สวมหน้ากาก”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179877" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หนังสือเล่มนี้จะไม่พาคนอ่านทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง หรืออยู่ใต้เมฆที่มีกลิตเตอร์โปรยลงมา มันบังคับให้เราหันหน้าเผชิญกับความกลัวตัวโตในใจ กลัวที่จะโดดเดี่ยว ถูกทอดทิ้ง หรือวันหนึ่งอาจตกเป็นแกะดำของสังคม และเพื่อนยากเพียงคนเดียวที่จะเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ยามนั้นคือความเศร้า แน่นอนว่าความเศร้าไม่พูดเกี่ยวก้อยว่าจะอยู่กับเราตลอดไปหรอก แต่มันจะคอยผลุบโผล่เหมือนผีเฝ้าดูอยู่ไม่ไกล ตราบใดที่เรายังหาแสงสว่างของตัวเองไม่พบ</p>



<p>ฟังดูจะมีสี Blue เกือบ Black ไปหน่อย แม้ส่วนใหญ่ขณะอ่านจะทำให้รู้สึกเหมือนกำลังจมน้ำที่ค่อยๆ ลึกลงเกือบก้นบึ้ง แต่ด้วยความหวังว่าอยากจะมีชีวิตอยู่ แม้จะต้องจมน้ำลึกเพียงใด เราจะตะกายขึ้นสุดกำลังเพื่อให้ได้เห็นแสงเหนือผิวน้ำ และโผล่ขึ้นมาหายใจอีกครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-5-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-179879" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-5-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-5-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-5-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-5-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-5-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-5.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<p><em>“การรักตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นของความรักชั่วชีวิต” </em>นี่เป็นหนึ่งในแสงที่ออสการ์ ไวลด์ค้นเจอ เราสัมผัสความเป็นออสการ์ได้จากหนังสือเล่มบางเล่มนี้ ภาพนักโทษที่เคยเข้าใจมลายหาย เพราะตัวอักษรที่เขาทิ้งร่องรอยไว้ตราตรึงในใจผู้อ่านทั่วโลกว่าเขาคือ <em>‘ออสการ์ ไวลด์’ </em>นักเขียนผู้มอบแรงบันดาลใจแด่ชาว LGBTQA+</p>



<p>ท้ายที่สุด หนังสือทิ้งทวนเป็นนัยๆ ให้เราว่าอย่าเศร้าหรือร้องไห้บ่อยนักเลย เพราะเดี๋ยวมันจะกลายเป็น <em>‘ที่ใดมีความเศร้า ที่นั้นมีคนตาบวม’ </em>ไปเสียได้&nbsp;</p>



<p><em>ขอบคุณผู้แปลอย่าง </em><strong><em>รติพร ชัยปิยะพร </em></strong><em>ที่เป็นส่วนหนึ่งให้ผู้อ่านสัมผัสความเป็นออสการ์ ไวลด์ได้อย่างลึกซึ้งทีเดียว</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/07-3-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-179880" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/07-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/07-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/07-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/07-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/07-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/07-3.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/oscarwilde/">แม้มืดสนิทแต่แสงระเรื่อจะยังส่องถึง ‘ที่ใดมีความเศร้า’ ที่นั้นย่อมมี ‘ออสการ์ ไวลด์’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เจ็บนิดนะครับ’ ไดอารี่ (ไม่) ลับของแพทย์จบใหม่ที่คุณจะไม่เพียงแค่ร้องกรี๊ด แต่ต้องร้องวี้หว่อ! วี้หว่อ! </title>
		<link>https://adaymagazine.com/thisisgoingtohurt/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Apr 2025 10:13:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=179687</guid>

					<description><![CDATA[<p>เฉื่อยช้า ยืดยาด น่าโมโห! เก้าอี้โรงพยาบาลล้นทะลักเพราะคนจ่อคิวรอวัดความดัน ไหนจะต้องกรอกประวัติยืดยาวกว่าพอร์ตโฟลิโอ บรรดาหมอเป็นเหมือนดาราที่แฟนคลับคลั่งไคล้อยากจับมือ ส่วนเหล่าเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ดูจะเป็นผู้จัดการดาราไปซะทีเดียว&#160; หากฟังจากน้ำเสียงกระโชกโฮกฮากอย่างไม่ต้อนรับ ราวจะบอกคนไข้เป็นนัยๆ ว่า “ถ้าอาการไม่หนักมากก็กลับบ้านไปซะ!” โรงพยาบาลไม่ใช่สวนสนุก ไม่ใช่ร้านอาหาร ไม่ใช่คาเฟ่ หากแต่เป็นยมโลกตัดสินชะตาชีวิต คำเปรียบเปรยสถานที่แห่งนี้ในฐานะคนเคยเข้าออกอยู่บ่อยครั้งอย่างฉัน โดยหารู้ไม่ว่าเจ้าพนักงานภายในนั้นก็รู้สึกไม่ต่างกัน  ‘อดัม เคย์’ แพทย์จบใหม่บอกเล่าความอลหม่านในแผนกสูติ-นรีเวชและความปั่นป่วนของชีวิตด้วยสำนวนตลกร้าย ประโยคเสียดสีประชดประชันที่ทำให้คนอ่านหัวเราะดังก๊ากออกมา หนึ่งวันมี 24 ชั่วโมงเท่ากันน่ะใช่ ซึ่งหมอมักบอกให้คนไข้พักผ่อนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง แต่ในหน้าที่ของพวกเขาแล้ว คำว่า ‘พัก’ คือคำต้องห้ามเช่นเดียวกับคำว่า ‘ลาป่วย’ ‘ไม่ว่าง’ และ ‘เลิกงาน’ อดัมไม่ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อบอกถึงความทรหดที่หมอต้องเผชิญ แต่ไม่ว่าใครๆ ก็ควรอ่านเรื่องใกล้ตัวประเภทนี้ อย่างน้อยมันอาจจะทำให้เราไม่หัวเสียมากนักเวลาที่หมอวินิจฉัยเฉื่อยช้าเพราะออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ! วันดีคืนดีมีคนไข้อุตริรูดเสาราวหมีโคอาลา แต่เป็นหมีโคอาลาที่อวัยวะเพศถลอกน่ะนะ หรือไม่ก็สาวน้อยผู้ขาดความรู้พื้นฐาน เอนจอยกับการมีเพศสัมพันธ์สุดเหวี่ยง เธอกระวีกระวาดเข้าพบหมอถามว่าต้องกินยาคุมฉุกเฉินกี่เม็ด เพราะเมื่อคืนเธอควบม้าไปถึง 3 ตัวด้วยกัน ไปจนถึงเคสของชายหนุ่มผู้อยากโชว์ความปึ๋งปั๋งให้แฟนสาวตะลึงด้วยการยื่นของลับปะทะกับใบพัดลม แต่มันผิดคาด!&#160; เราจะแอบยกตัวอย่างบทสนทนาจากปลายปากกาของหมออดัมให้ฟังสักนิดหนึ่ง “ผมบอกคนไข้คนหนึ่งว่าเขายังทำ MRI ไม่ได้จนกว่าจะถึงสัปดาห์หน้า เขาขู่ว่าจะหักขาผมทิ้งทั้งสองข้าง ความคิดแรกของผมคือ เฮ้ย! [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thisisgoingtohurt/">‘เจ็บนิดนะครับ’ ไดอารี่ (ไม่) ลับของแพทย์จบใหม่ที่คุณจะไม่เพียงแค่ร้องกรี๊ด แต่ต้องร้องวี้หว่อ! วี้หว่อ! </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เฉื่อยช้า ยืดยาด น่าโมโห! เก้าอี้โรงพยาบาลล้นทะลักเพราะคนจ่อคิวรอวัดความดัน ไหนจะต้องกรอกประวัติยืดยาวกว่าพอร์ตโฟลิโอ บรรดาหมอเป็นเหมือนดาราที่แฟนคลับคลั่งไคล้อยากจับมือ ส่วนเหล่าเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ดูจะเป็นผู้จัดการดาราไปซะทีเดียว&nbsp;</p>



<p>หากฟังจากน้ำเสียงกระโชกโฮกฮากอย่างไม่ต้อนรับ ราวจะบอกคนไข้เป็นนัยๆ ว่า <em>“ถ้าอาการไม่หนักมากก็กลับบ้านไปซะ!”</em> โรงพยาบาลไม่ใช่สวนสนุก ไม่ใช่ร้านอาหาร ไม่ใช่คาเฟ่ หากแต่เป็นยมโลกตัดสินชะตาชีวิต คำเปรียบเปรยสถานที่แห่งนี้ในฐานะคนเคยเข้าออกอยู่บ่อยครั้งอย่างฉัน โดยหารู้ไม่ว่าเจ้าพนักงานภายในนั้นก็รู้สึกไม่ต่างกัน </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179697" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/02-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>‘อดัม เคย์’</strong> แพทย์จบใหม่บอกเล่าความอลหม่านในแผนกสูติ-นรีเวชและความปั่นป่วนของชีวิตด้วยสำนวนตลกร้าย ประโยคเสียดสีประชดประชันที่ทำให้คนอ่านหัวเราะดังก๊ากออกมา หนึ่งวันมี 24 ชั่วโมงเท่ากันน่ะใช่ ซึ่งหมอมักบอกให้คนไข้พักผ่อนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง แต่ในหน้าที่ของพวกเขาแล้ว คำว่า ‘พัก’ คือคำต้องห้ามเช่นเดียวกับคำว่า ‘ลาป่วย’ ‘ไม่ว่าง’ และ ‘เลิกงาน’ อดัมไม่ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อบอกถึงความทรหดที่หมอต้องเผชิญ แต่ไม่ว่าใครๆ ก็ควรอ่านเรื่องใกล้ตัวประเภทนี้ อย่างน้อยมันอาจจะทำให้เราไม่หัวเสียมากนักเวลาที่หมอวินิจฉัยเฉื่อยช้าเพราะออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ!</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-1-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179699" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-1-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-1-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-1-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-1-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-1-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-1-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-1-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/04-1-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>วันดีคืนดีมีคนไข้อุตริรูดเสาราวหมีโคอาลา แต่เป็นหมีโคอาลาที่อวัยวะเพศถลอกน่ะนะ หรือไม่ก็สาวน้อยผู้ขาดความรู้พื้นฐาน เอนจอยกับการมีเพศสัมพันธ์สุดเหวี่ยง เธอกระวีกระวาดเข้าพบหมอถามว่าต้องกินยาคุมฉุกเฉินกี่เม็ด เพราะเมื่อคืนเธอควบม้าไปถึง 3 ตัวด้วยกัน ไปจนถึงเคสของชายหนุ่มผู้อยากโชว์ความปึ๋งปั๋งให้แฟนสาวตะลึงด้วยการยื่นของลับปะทะกับใบพัดลม แต่มันผิดคาด!&nbsp;</p>



<p>เราจะแอบยกตัวอย่างบทสนทนาจากปลายปากกาของหมออดัมให้ฟังสักนิดหนึ่ง<em> “ผมบอกคนไข้คนหนึ่งว่าเขายังทำ MRI ไม่ได้จนกว่าจะถึงสัปดาห์หน้า เขาขู่ว่าจะหักขาผมทิ้งทั้งสองข้าง ความคิดแรกของผมคือ เฮ้ย! งั้นก็ได้หยุดงานสัก 2 &#8211; 3 สัปดาห์เลยสิ ผมเกือบจะเสนอตัวไปหาไม้เบสบอลให้เขาแล้ว”</em></p>



<p>ร้อยกว่าเคสสุดบันเทิงถูกรวบรวมไว้ในหนังสือ <strong><em>‘This is going to hurt’</em> </strong>โดย<strong> ‘Adam Kay’ </strong>ที่ติดอันดับขายดีของ Sunday Times นานร่วม 1 ปีมากกว่าหลายล้านเล่มทั่วโลก และถูกดัดแปลงเป็นละครช่อง BBC มาแล้ว ทั้งยังต้องขอบคุณนักแปลอย่าง <strong>‘เจนจิรา เสรีโยธิน’</strong> ที่ทำให้อ่านภาษาแพทย์ได้อย่างสนุกสนานจนนั่งตบเข่าตัวเองดังฉาด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179693" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/03-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หมอไม่เพียงช่วยยื้อชีพจรคนไข้ที่เฉียดใกล้ยมทูต แต่พวกเขาต้องทำงานอย่างหนักแลกกับเงินเดือนเท่าขี้มด ทว่าถึงรายได้จะมหาศาลก็ไม่มีอะไรอยากซื้อมากไปกว่า ‘เวลา’ หรอก การต้องแบกหน้าปฏิเสธนัดเพื่อนสนิท แฟน บัตรเชิญงานแต่ง กระทั่งงานศพนับครั้งไม่ถ้วนทำเอาปวดใจอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าเหนื่อยขนาดนี้ทำไมไม่ลาออกไปเสียล่ะ อดัมคงตอบขึ้นมาทันทีว่าเป็นเพราะการได้มีบทบาทในชีวิตของผู้คน มันคือสิ่งพิเศษสำหรับเขา</p>



<p>แม้อดัมจะเล่าเหตุการณ์ที่ผันผ่านมาด้วยความสำราญใจ แต่เราเชื่อว่าระหว่างนั้นต้องมีน้ำตาหยดแหมะอยู่บนหน้ากระดาษจนเปรอะแน่ๆ เพราะเล่มนี้ไม่ได้มีเพียงความห่ามฮา แต่ยังประมวลช่วงเวลาแหลกสลายเอาไว้อย่างถึงรส เมื่อเรื่องดำเนินจนใกล้ปิดจบเล่มแล้ว เราได้ค้นพบประโยคหนึ่งที่ว่า <em>“หมอก็ป่วยได้ และจงดูแลผู้ดูแลบ้าง ไม่อย่างนั้นก็คงจะต้องรู้สึกเจ็บนิดๆ กันไปอีกนาน”</em></p>



<p>&nbsp;วี้หว่อ! วี้หว่อ! ได้ยินเสียงนิดๆ แล้วใช่ไหมล่ะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179698" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/04/01-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thisisgoingtohurt/">‘เจ็บนิดนะครับ’ ไดอารี่ (ไม่) ลับของแพทย์จบใหม่ที่คุณจะไม่เพียงแค่ร้องกรี๊ด แต่ต้องร้องวี้หว่อ! วี้หว่อ! </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
