x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

ทาโร่ : เหมียวตาบอดที่ทำให้ฉันมองเห็นชีวิตชัดเจนขึ้น

วันที่ 1 มิถุนายนปีที่แล้ว หมาตัวสุดท้ายของบ้านเราตายจากไป

เป็นหมาตัวสุดท้ายในระยะเวลานับตั้งแต่ฉันลืมตา คือ 27 ปีที่บ้านเรามีหมาทั้งนอกและในบ้าน ตัวสุดท้ายที่แข็งแรง ร่าเริง และน่ารักที่สุดของเราชื่อแจ็คกี้ (ตั้งตามชื่อดาราชื่อดังคือ แจ็คกี้ ชาน) เราเศร้าและเหงา แต่อีกทางหนึ่งก็โล่งใจ แจ็คป่วยมานานและต้องมีคนคอยดูแลสม่ำเสมอ พอมันจากไปสวรรค์ ด้านหนึ่งคนในบ้านที่ชีวิตเคยผูกติดกับมันอย่างแม่ ก็ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกได้นานๆ อย่างหมดห่วง เราคุยตกลงกันว่าจะไม่มีสัตว์เลี้ยงในบ้านอีกแล้ว

แต่สักสองเดือนเท่านั้นแหละ ลูกแมวตัวหนึ่งก็โผล่มา

ยายของฉันเก็บได้ในซอยแถวบ้านที่มักมีคนเอาลูกแมวมาทิ้งไว้เสมอ แต่เจ้านี่โชคร้ายที่โผล่มาในวันฝนตก ตามคำบอกเล่า หัวน้อยๆ ของมันบุบเบี้ยวตั้งแต่วันนั้น น่าจะเพราะถูกโยนทิ้งมาจากบ้านไหนสักหลัง ไม่ก็แม่ของมันคงคาบเดินอยู่บนหลังคาแล้วทำลูกหล่นโดยไม่ตั้งใจ

ยายอายุมากเกินกว่าจะดูแลลูกแมวแรกเกิด แม่จึงอาสานำมาดูแลที่บ้านของเราชั่วคราว เมื่อมันโตแล้วจะหาเจ้าของใหม่ให้ ระหว่างนั้นมันจึงได้ชื่อว่า ทาโร่ (ชื่อเต็มคือ โมจิกวักทาโร่ เป็นคำสมาสระหว่างชื่อที่ผู้หญิงสามคนในบ้านอยากตั้งให้ ได้แก่ โมจิ-กวัก-ทาโร่)

นอกจากใบหน้าเกรอะกรังไปด้วยขี้ตา เราสังเกตความผิดปกติได้ว่าทาโร่ไม่ตอบสนองต่อภาพเคลื่อนไหวตรงหน้า แววตาของมันเหม่อมองเลื่อนลอยแม้เราจะเอานิ้วเข้าไปใกล้จนแทบจะทิ่มตาแล้วก็ตาม หมอบอกว่าตาของมันบอด ไม่ใช่เพราะตาเสีย แต่น่าจะเพราะสมองกระทบกระเทือน หมอยังบอกเพิ่มเติมเพื่อปลอบใจเราว่า ไม่เป็นไรนะ แมวตาบอดหลายตัวใช้ชีวิตเหมือนแมวปกติ เพราะประสาทสัมผัสอื่นๆ ของมันคมชัดสุดๆ

อีกพักหนึ่งผ่านไป สิ่งที่น่าหนักใจมากกว่าอาการตาบอดก็คือ ทาโร่เป็นแมวงงๆ ที่ขับถ่ายไม่เป็นที่ ใช้กระบะทรายไม่เป็นเพราะตามองไม่เห็น มันเกลียดการสัมผัสเม็ดทรายใต้ฝ่าเท้าที่ยุบยับ จุ่มเท้าลงกระบะเมื่อไหร่เป็นต้องสลัดสะบัดจนเราต้องล้มเลิกความพยายาม เรื่องอาหารการกินก็อ๊องๆ ชามข้าวและน้ำเปล่าอยู่ตรงไหนก็หาไม่ค่อยเจอ บางครั้งต้องเสิร์ฟให้ตรงหน้าถึงจะกินได้ ความสามารถในการดมของมันคงบกพร่องไปไม่มากก็น้อย กระโดดลงจากที่สูงก็ทำไม่ได้ แค่ได้ยินเสียงถุงพลาสติกก็ขนฟูเพราะความกลัวได้แล้ว

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว เราจะกล้ายกทาโร่ให้ใครได้อีก

เจ้าทาโร่ค่อยๆ เติบโตมาในบ้านของเรา จากตัวเล็กจิ๋วที่หมอบอกว่าเป็นแมวไซส์มินิ ตอนนี้อายุครบขวบและตัวเริ่มอวบหลังทำหมัน ขนของมันนุ่มมากจนฉันชอบหอมแก้มและเอาหน้าไปจุ้มพุงบ่อยๆ (ความนุ่มของขนคือสิทธิพิเศษที่ทาสแมวได้รับมากกว่าทาสหมา แต่ช่วงหลังต้องห้ามใจเพราะทาโร่คงวิ่งเล่นในทุกที่จนทำให้หน้าฉันสิวขึ้นเรื่อยๆ ฮือ) อันที่จริงทาโร่ก็เป็นแมวไทยหน้าตาดี ถ่ายรูปขึ้น เวลาทำตาโตน่ารักอย่าบอกใคร

ทาโร่แทบไม่ส่งเสียงร้องจนตอนแรกเรานึกว่ามันเป็นใบ้ ครั้นพาไปหาหมอที่คลินิกครั้งแรกเท่านั้นแหละ เสียงเมี้ยวเงี้ยวง้าวกรรโชกโผล่มาครบ นับจากวันนั้นก็เหมือนเราเปิดสวิตช์ความเป็นแมวในตัวมันสำเร็จ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยได้ยินเสียงเมี้ยวอ้อนเจ้าของ จะมีก็แต่ ‘แอ๊ะ’ หรือเสียง ‘ฮือๆ’ ในลำคอแสดงความไม่พอใจเวลาถูกอุ้มไปล้างเท้าที่เปื้อนฉี่ ช่วงหลังมานี้ชัดเจนแล้วว่าถ้าไม่พอใจถึงจะส่งเสียงเหมียวออกมาสักครั้ง

  

ทาโร่ไม่เอาตัวไถขา ไม่นวด ไม่คลอเคลีย (นี่ยังนับเป็นแมวใช่ไหม!) การแสดงความรักของมันคือการเลียและการกัด (สัดส่วนอย่างหลังคือ 90 เปอร์เซ็นต์) ฉะนั้นกิจกรรมความบันเทิงหลักของทุกคนในบ้านก็คือการเล่นไล่จับกับทาโร่ที่จะตามมางับ หลังๆ พอมันรู้ว่าเราสับขาหลอกไม่ให้จับได้ เมื่อพุ่งเข้าชาร์จทาโร่จะม้วนตัวกลับ 1 รอบถ้วนอย่างว่องไวราวกับนักยิมนาสติกฝีมือดีเพื่อตะครุบเหยื่อ เมื่อเล่นหลายๆ ครั้งเราก็ต้องแกล้งให้มันจับได้บ้าง เดี๋ยวจะจ๋อยไปเสียก่อน

บางครั้งเวลาใครจะเข้าไปอุ้ม ถ้ากำลังอยู่ในห้วงอารมณ์สันโดษ ทาโร่จะมีสัมผัสที่หกอันเฉียบคม วิ่งหนีปรู๊ดหายเข้าใต้เก้าอี้ไปตั้งแต่เรายกก้นจากเก้าอี้จะลุกไปหา นอกจากนี้แม้ทาโร่จะหาอาหารของตัวเองไม่ค่อยเจอ แต่ถ้าเป็นอาหารที่เราต้องถวายพี่กุมารประจำบ้านทุกวันแล้วล่ะก็ ทาโร่จะจดจำตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ เผลอเมื่อไหร่จะย่องขึ้นไปหม่ำเงียบๆ มะเขือก็กิน ไก่ทอดก็กิน แม้แต่เบอร์เกอร์ก็ไม่เว้น ส่วนมากเราจึงต้องจับทาโร่ใส่กรงไว้ก่อน แต่หลายครั้งก็เผอเรอจนอาหารในถ้วยหายวับไปอยู่ในท้องแมว ว่าแล้วก็ต้องขอโทษขอโพยพี่กุมารกันไป

หลังๆ ทาโร่ฉลาดขึ้นอีกด้วยการตบตาพ่อ (ผู้ถวายอาหารพี่กุมาร) ด้วยการทำเป็นไม่สนใจอาหาร พอพ่อพูดชมและเดินหายไปเท่านั้นแหละ รู้เรื่อง

สารภาพว่าทีแรกฉันไม่ค่อยอยากเลี้ยงทาโร่ อยากให้มีคนรับมันไป ฉันอยากให้แม่มีเวลาเป็นของตัวเองมากขึ้นบ้างหลังปรนนิบัติดูแลเพื่อนสี่ขามาเป็นเวลากว่ายี่สิบปี คำว่าทาสแมวของบ้านเราคือเป็นทาสจริงๆ เพราะเราต้องเช็ดอึเช็ดฉี่ทาโร่เวลามันขับถ่ายไม่ลงแผ่นซับ จะปล่อยให้ทาโร่เดินเล่นในบ้านเหมือนแมวตัวอื่นตลอด 24 ชั่วโมงก็ทำไม่ได้ ด้วยสาเหตุต่างๆ ที่เล่ามาทั้งหมด ยิ่งเป็นแมวไม่ส่งเสียง บางครั้งมันถูกขังอยู่ในห้องนอนใครสักคนหลายชั่วโมงเพราะหลบเข้าไปใต้เตียงแล้วแม่บ้านหาไม่เจอ

ฉันฝันอยากเลี้ยงแมวสักครั้งก็จริง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นแมวแบบนี้  

แต่พอนานวันไป กิจวัตรประจำวันตอนตื่นเช้าที่ต้องคอยสอดส่องเจ้านายขับถ่ายก็เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติ ฉันมีความสุขได้ง่ายๆ เวลาเห็นทาโร่ก้มลงดื่มน้ำที่เพิ่งเปลี่ยนให้ใหม่ๆ ในชามดังจั๊บๆ เบาๆ เป็นความรู้สึกเดียวกันกับตอนแจ็คกี้ป่วยแต่กินข้าวในชามที่ฉันคลุกให้จนหมดเกลี้ยง

ฉันไม่รู้จะอธิบายความเป็นสุขตอนนั้นว่าอะไร มันเหมือนเวลาเราเห็นคนแก่หรือเด็กในความดูแลของเราเป็นสุขดี เราก็เลยเป็นสุขด้วย ย้ำว่าชีวิตก็เป็นสุขได้ง่ายๆ แค่ได้กินอิ่มนอนอุ่น

ทาโร่จะไม่พอใจมากเวลานอนบนตักแล้วใครคนนั้นขยับตัวจากท่าที่มันกำลังสบาย งับจนเลือดตกยางออกเล็กๆ มาหลายครั้ง บนมือฉันจึงมีร่องรอยอารยธรรมจากเขี้ยวแมวเสมอ แต่เวลามันทำตัวสงบน่ารัก การมีแมวอยู่บนตักก็ทำให้หายเครียดได้

ฉันชอบนึกถึงคำว่า ‘น้ำหนัก’ เวลาอุ้มทาโร่

บางครั้งฉันเป็นทุกข์จากภาวะใจเบาหวิว ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว นึกถึงเรื่องที่เป็นกังวล หรือไม่ก็เหงาและว่างเปล่า จิตใจซัดส่ายไปมา เหมือนเรือเล็กกลางทะเลที่ไม่มีสมอให้ทิ้ง ไม่รู้จะวางใจไว้ตรงไหนจึงจะหนีจากความว้าวุ่นข้างในได้ พอกลับมาบ้านแล้วได้อุ้มทาโร่ น้ำหนักพอดีๆ ของแมวที่พาดขาหน้าไว้บนบ่า ทำให้ฉันสงบลง

หรือเวลาที่แบกเรื่องทุกข์ใจกลับมาบ้านแล้วเจอทาโร่มองตาแป๋ว (พร้อมเตรียมวิ่งหนีเพราะไม่อยากถูกอุ้ม) ภาพชีวิตน้อยๆ ตรงหน้าก็ทำให้เรื่องหนักๆ คล้ายจะหายวับไปชั่วคราว

ทางหนึ่ง น้ำหนักก็หมายถึงภาระ ทาโร่เป็นภาระของเราที่ต้องดูแลกันไปอีกเนิ่นนานหลายปี แม้ไม่รู้ว่าทาโร่จะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนเพราะมันไม่ค่อยแข็งแรง แต่อีกทางหนึ่ง สิ่งที่เราต้องดูแลและมอบความรักให้ก็เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจให้เราได้ เมื่อรักอะไรสักอย่าง เราย่อมเกิดทั้งพันธะและความสุข ฉันเพิ่งได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรกจากแมวตาบอดตัวหนึ่ง

ทุกวันนี้ฉันยังหงุดหงิดเวลาทาโร่ฉี่อึไม่เป็นที่เพราะต้องรีบออกจากบ้านแต่เช้า แต่ถ้าไม่เร่งร้อนไปไหน เมื่อบ่นจบ เราก็เพียงปฏิบัติไปตามสิ่งที่ควรทำ ทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วก็เล่นกับทาโร่ได้ต่อ การที่แมวตาบอดตัวนึงยังอึฉี่ได้ กินข้าวได้ แสดงว่ามันยังแข็งแรง ยังสบายดี และนี่คือสิ่งที่เราควรสบายใจ

ทาโร่ทำให้ฉันเข้าใจเรื่องหนึ่งว่า เมื่อเราเลือกอยู่กับอะไรสักอย่างหรือใครสักคน หากไม่หนักหนาเกินไปและไม่ได้ทำร้ายกันจนเกินรับ เราเพียงยอมรับในความบกพร่องที่อีกฝ่ายมี ปฏิบัติต่อสิ่งนั้นอย่างเป็นเรื่องธรรมดา แล้วก็ใช้เวลาร่วมกันที่มีจำกัดให้ดีที่สุดน่าจะดีกว่า

ข้อดีอย่างหนึ่งของทาโร่คือความเอ๋ออ๊อง ความเป็นแมวเด็กของมัน พุงย้อยๆ รวมถึงหน้าตาตลกๆ เวลาอ้าปากเตรียมงับ แมวตาบอดตัวหนึ่งทำให้บ้านเรามีสิ่งเชื่อมโยงเข้าหากัน เราหัวเราะในเรื่องเดียวกันและกำลังดูแลในสิ่งเดียวกัน แม้แต่พ่อที่ใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงน้อยที่สุดในบ้านก็ยังอดเล่นและลูบตัวพูดคุยกับมันไม่ได้

บรรยากาศสดใสเกิดขึ้นเพราะทาโร่ และนี่คือสิ่งที่ฉันรู้สึกขอบคุณมัน

ต่อจากนี้ขอให้เจ้าจงแข็งแรงและอยู่เป็นสมาชิกครอบครัวอย่างมีความสุขนะโมจิกวักทาโร่

Owner’s name: กันตพร สวนศิลป์พงศ์
Occupation: กองบรรณาธิการนิตยสาร
Cat’s name: ทาโร่
Breed: แมวไทยพันธุ์ทางแสนธรรมดา

ใครอยากอวดแมวในเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่นะ

Author

กันตพร สวนศิลป์พงศ์

ฝ้ายกันตะ ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหารนิตยสาร a day สนใจสิ่งหลากหลายตามมาตรฐานหญิงไทย เช่น หนังสือ ของกิน ศิลปะ ชอบเสพงานสร้างสรรค์ที่ผลิตโดยหญิงสาวเป็นพิเศษ เคยเขียนหนังสือกับสำนักพิมพ์ fullstop หนึ่งเล่มชื่อ Magic Moment ความงดงามในเสี้ยววินาที ตอนนี้กำลังให้เวลาชีวิตกับการศึกษาด้านจิตวิทยา

Related Posts