x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

Anthracite : คาเฟ่ที่ตั้งใจรีโนเวตพื้นที่ให้ชาวโซลได้เอนจอยกับกาแฟดีๆ

Highlights

  • Anthracite Coffee Roasters เป็นคาเฟ่และโรงคั่วกาแฟ specialty ที่มีเอกลักษณ์แห่งหนึ่งในกรุงโซล นอกจากการคั่วกาแฟที่ใส่ใจเรื่องคุณภาพของเมล็ดแล้ว พวกเขายังใส่ใจในการดีไซน์รสชาติโดยใช้แรงบันดาลใจจากชีวิตของกวีชื่อดัง
  • Anthracite มีสาขาทั้งหมด 4 สาขา (3 สาขาในโซล และ 1 สาขาที่เกาะเจจู) แต่ละสาขาเกิดจากการรีโนเวตตึกเก่า และตกแต่งในสไตล์ที่ให้อารมณ์ไม่ซ้ำกัน แถมยังมีจุดเด่นเป็นของตัวเองเพื่อเอาใจคอกาแฟชาวโซลทุกคน
  • สาขา Hannam ตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียลและมีบรรยากาศคึกคัก ส่วนสาขา Seokyo ถูกออกแบบมาให้ทุกคนได้สัมผัสกับความสงบ และใกล้ชิดธรรมชาติ เอาใจคนที่ชอบจิบกาแฟแบบเงียบๆ

ในบรรดาคาเฟ่อินดี้นับพันในโซล Anthracite คือหนึ่งในคาเฟ่คาแร็กเตอร์จัดที่เราปลื้มปริ่มเป็นพิเศษ นอกจากดีเทลเรื่องความเก๋ของแบรนด์และสถานที่ เรายังติดใจกาแฟดริปรสเปรี้ยวนิดแต่หนักความสดชื่นของที่นี่จนอดใจไม่ไหวต้องซื้อเมล็ดกาแฟกลับมาดริปกินเองต่อที่เมืองไทยหลายถุงเลยทีเดียว

Anthracite Coffee Roasters มีทั้งหมด 4 สาขา ซึ่งแต่ละสาขามีจุดที่น่าสนใจเหมือนกันคือการรีโนเวตอาคารเก่าให้กลายเป็นร้านกาแฟ อย่างสาขาแรกในย่าน Hapjeong ที่รีโนเวตโรงงานทำรองเท้าเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่และโรงคั่วกาแฟ ส่วนเมล็ดกาแฟที่ทุกร้านใช้ก็คือเมล็ดกาแฟนำเข้าจากต่างประเทศที่พวกเขาคั่วและเบลนด์กันเอง

ความเก๋คือทางร้านเลือกที่จะเรียกชื่อกาแฟคั่วแต่ละประเภทตามชื่อของกวีชื่อดัง (ซึ่งส่วนมากจะเป็นคนต่างชาติ ไม่ใช่คนเกาหลีนะ) รสชาติของกาแฟแต่ละตัวก็ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตและผลงานของกวีเหล่านั้น ตัวเบลนด์ที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลอง ได้แก่ Pablo Neruda และ Natsume Soseki เหมาะแก่การดื่มแบบกาแฟดริปทั้งแบบร้อนและแบบเย็น อร่อยเอาเรื่องมากๆ

ทริปโซลรอบนี้เราตามเก็บบรรยากาศของ Anthracite ได้แค่ 2 สาขาในโซลคือ Anthracite Hannam Branch และ Anthracite Seokyo Branch บรรยากาศของทั้ง 2 สาขานี้ต่างกันราวกับหยินหยาง (แต่กาแฟอร่อยไม่แพ้กัน) จะน่าสนใจขนาดไหน ตามไปดูกันเลย


Anthracite Hannam Branch

คนที่ชอบไปย่านอีแทวอนต้องคุ้นกับสาขานี้มากแน่ๆ เพราะตั้งอยู่ติดกับถนนหลัก และเป็นส่วนเดียวของตึกที่เป็น multiple shop เอาใจขาช้อปอย่างร้านกระเป๋า FREITAG ร้านหนังสืออิสระ ร้านเฟอร์นิเจอร์และ selected shop ชื่อดังจากญี่ปุ่นอย่าง D&DEPARTMENT (หาซื้อแมกกาซีน B เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษได้ที่นี่)

เสน่ห์ของ Anthracite สาขาฮันนัมคือการตกแต่งร้านแบบอินดัสเทรียล โชว์ผนังและเพดานเปลือยๆ ซึ่งทางร้านเลือกเก็บโครงสร้างเดิมของตัวอาคารเก่า และเพิ่มหน้าต่างกระจกบานใหญ่ช่วยให้ภายในดูสว่างไสว และรับแขกมากขึ้น

สาขานี้มีทั้งหมด 3 ชั้นด้วยกัน ชั้นแรกเป็นโซนของบาร์กาแฟ ด้านหลังเป็นห้องคั่วกาแฟที่กั้นด้วยกระจกใส เผยให้เห็นขั้นตอนของการคั่วกาแฟของร้าน ส่วนชั้น 3 คือชั้นสำหรับการนั่งจิบกาแฟ และแฮงเอาต์นั่งคุยกับเพื่อนแบบยาวๆ

กลางโถงถูกตกแต่งด้วยเหล่าต้นไม้ใบเขียวหลากชนิด ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังนั่งจิบกาแฟใกล้ชิดกับธรรมชาติในวันหยุด และแน่นอน ใครที่อยากได้รูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กใหม่ หรือเป็นคนชื่นชอบการถ่ายภาพต้องชอบร้านนี้มากแน่ๆ เพราะมีมุมสวยๆ ให้เรากดชัตเตอร์เพียบเลย

ส่วนเมนูกาแฟที่นี่ค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งกาแฟเอสเพรสโซและกาแฟดริปให้ทานคู่กับขนมอบของร้าน ที่สำคัญที่นี่มีเมล็ดกาแฟให้เลือกชิมเยอะมาก ใครที่อุดหนุนเมล็ดกาแฟ ทางร้านใจดีแถมกาแฟร้อนให้ด้วย

address : Itaewon Road, Yongsan-gu, Seoul
hours : จันทร์พฤหัสบดี 09:00-22:00 . / ศุกร์ 09:00-23:00 . / เสาร์-อาทิตย์ 10:00-23:00 .


Anthracite Seokyo Branch

ความเงียบสงบของที่นี่ทำให้คาเฟ่สาขานี้กลายเป็นร้านโปรดประจำทริปโซลของเราเลย ปกติเราอาจเคยชินกับคาเฟ่ที่เต็มไปด้วยเสียงเมาท์มอยของหนุ่มสาวชาวเกาหลี จะว่าคึกคักก็ใช่ แต่บางครั้งเราก็อยากหาที่เงียบๆ ไว้นั่งคิดทบทวนอะไรบางอย่างบ้างเหมือนกัน

หากมองจากด้านนอก ที่นี่อาจจะดูเหมือนที่พักอาศัยหรูหรา ซึ่งเค้าโครงเดิมของอาคารนี้เคยเป็นแมนชั่นเก่ามาก่อน พวกเขาตกแต่งรอบข้างทางเดินด้วยหิน พุ่มไม้เขียวชอุ่มและต้นไม้ต้นใหญ่ที่สูงพอๆ กับตัวอาคาร พอเดินเท้าเข้าไปในร้าน ไม่ว่าเราจะนั่งมุมไหน เราสามารถเห็นสวนสวยๆ ข้างหน้าผ่านกระจกบานใหญ่ด้านหน้าได้

คนเกาหลีเล่าให้ฟังว่าความตั้งใจของ Anthracite Seokyo Branch คืออยากให้คนเกาหลีได้มีพื้นที่จิบกาแฟอย่างละเมียดละไมบ้าง ที่นี่เลยเลือกที่จะทำกาแฟด้วยอุปกรณ์ทำกาแฟด้วยมือล้วนๆ เช่น moka pot, aeropress และ pour over (ดริป) และไม่มีบริการอินเทอร์เน็ตและปลั๊กไฟ

ลูกค้าส่วนใหญ่ของที่นี่จะนั่งกันอย่างเงียบๆ เอนจอยกับกาแฟเคล้าบทสนทนาเบาๆ กับคนตรงหน้า บางคนก็เอนจอยกับหนังสือในมือ เป็นบรรยากาศขรึมๆ สวนทางกับความคึกคักที่สาขาอีแทวอน และคาเฟ่ทั่วๆ ไปในโซลอย่างสิ้นเชิง

address : World Cup 12 Road 11. Mapo-gu, Seoul
hours : ทุกวันตั้งแต่เวลา 09:00-22:00 .

Author

เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล

lifestyle editor, ภักดีกับกาแฟใส่เลม่อน เบียร์ที่กินกับป๊า และฟังเพลงรวดเดียวทั้งอัลบั้ม

Photographer

ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

ช่างภาพนิตยสาร a day ผู้ชอบกินอาหารที่ถ่าย

Related Posts