<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุชานาถ กิตติสุรินทร์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/suchanad-kittisurin/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/suchanad-kittisurin/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sun, 14 Feb 2021 22:57:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>“เราคงทรมานมากถ้าในอนาคตเด็กยังต้องเรียกร้องสิ่งเดียวกันกับเรา” มายมิ้น ศุกรียา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mildmint-sukreeya/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุชานาถ กิตติสุรินทร์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 24 Oct 2020 11:53:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Girls' Generation]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ครุศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[มายมิ้น]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[การชุมนุม]]></category>
		<category><![CDATA[คณะประชาชนปลดแอก]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเสรีเทยพลัส]]></category>
		<category><![CDATA[ศุกรียา วรรณายุวัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[แกนนำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=112326</guid>

					<description><![CDATA[<p>17 ตุลาคมคือกำหนดการเดิมที่เราจะได้พบกับ มายมิ้น–ศุกรียา วรรณายุวัฒน์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มเสรีเทยพลัสและคณะประชาชนปลดแอก ทว่าช่วงสายของวันเดียวกันนั้น เราได้รับข้อความว่าเธอไม่สามารถมาได้แล้ว เนื่องจากหลังเกิดเหตุสลายการชุมนุมบริเวณแยกปทุมวันเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้เธอจำเป็นต้องรีบเตรียมพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ผู้ชุมนุมที่จะเดินทางมารวมตัวกันบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ภายใต้ภาวะทางการเมืองที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี ในที่สุดเราก็ได้พบกับมายมิ้นหลังจากการชุมนุมวันที่ 17 ตุลาคมยุติลงอย่างสงบเรียบร้อย  นอกจากสถานะแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองแล้ว มายมิ้นกำลังศึกษาอยู่ที่คณะครุศาสตร์ เอกสังคมศึกษาและการศึกษานอกระบบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราสงสัยว่าทำไมนักเรียนครูอย่างเธอถึงกระโดดเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเต็มตัวขนาดนี้ บทสนทนาต่อไปนี้มีคำตอบ &#160; ทำไมคุณถึงเลือกเรียนครุศาสตร์ เราเป็นคนคิดนอกกรอบ ชอบตั้งคำถาม ในช่วงมัธยมเราไม่เคยได้คำตอบเกี่ยวกับสิ่งที่ถามไปเลย แต่กลายเป็นการใช้อำนาจนิยมในโรงเรียนมาจัดการกับเรามากกว่า ซึ่งเป็นวิธีผลิตซ้ำคนที่เป็นอิกนอแรนต์ หรือคนที่ไม่สนใจเรื่องในสังคมออกไปเรื่อยๆ เราเชื่อว่าอาชีพครูสามารถสร้างคนและปลูกฝังแนวคิดที่ถูกต้องให้เด็กได้ เราจึงตัดสินใจเลือกเรียนครุศาสตร์ มาเป็นครูสังคมเพื่อที่จะปลูกฝังประชาธิปไตยให้พลเมืองในอนาคต พอเข้ามาเรียนแล้วก็มีทั้งตรงตามความคาดหวังและผิดหวัง จริงๆ ไม่ใช่ความผิดหวังเสียทีเดียว แต่เป็นความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นว่ามันเกิดอะไรขึ้นในระบบบ้าง ทำไมผลลัพธ์ถึงออกมาเป็นแบบนี้ ทำไมสังคมที่เราเติบโตมาถึงเป็นแบบนี้ ทำไมครูที่เราไม่ชอบถึงเป็นแบบนี้ เพราะเราเห็นแล้วว่าทั้งหมดของระบบการศึกษาตั้งแต่สถาบันผลิตครูที่เราได้เข้ามาอยู่มันมีปัญหา แต่ก็ยังได้เจออาจารย์ที่มีอุดมการณ์แล้วสอนให้เรามีอุดมการณ์ต่อไป แล้วก็เห็นว่าถ้าเราตั้งมั่นในอุดมการณ์ เราก็จะสร้างพลเมืองต่อไปได้  สนใจคำว่าผลิตซ้ำคนที่เป็นอิกนอแรนต์ กระบวนการนี้เป็นยังไง อำนาจนิยมในสถาบันครูค่อนข้างเข้มข้นกว่าคณะอื่นๆ มีกฎที่จะต้องทำตามโดยไม่มีการตั้งคำถาม ด้วยความที่เป็นมนุษย์แล้วเราก็จะสงสัยว่า ทำไมล่ะ ทำไมต้องทำแบบนี้ แต่พอวิ่งไปแล้วชนกำแพงคำตอบที่บอกว่าเพราะมันเป็นกฎซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนเหล่านี้ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปเดินเลียบกำแพงแทนที่จะพุ่งชน การตั้งคำถามก็จะน้อยลงเมื่อไม่ได้รับคำตอบ แต่ก็ยังใช้ชีวิตอยู่ได้ปกติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mildmint-sukreeya/">“เราคงทรมานมากถ้าในอนาคตเด็กยังต้องเรียกร้องสิ่งเดียวกันกับเรา” มายมิ้น ศุกรียา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">17 ตุลาคมคือกำหนดการเดิมที่เราจะได้พบกับ <strong>มายมิ้น–ศุกรียา วรรณายุวัฒน์</strong> หนึ่งในแกนนำกลุ่มเสรีเทยพลัสและคณะประชาชนปลดแอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าช่วงสายของวันเดียวกันนั้น เราได้รับข้อความว่าเธอไม่สามารถมาได้แล้ว เนื่องจากหลังเกิดเหตุสลายการชุมนุมบริเวณแยกปทุมวันเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้เธอจำเป็นต้องรีบเตรียมพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ผู้ชุมนุมที่จะเดินทางมารวมตัวกันบริเวณห้าแยกลาดพร้าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายใต้ภาวะทางการเมืองที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี ในที่สุดเราก็ได้พบกับมายมิ้นหลังจากการชุมนุมวันที่ 17 ตุลาคมยุติลงอย่างสงบเรียบร้อย </span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112544 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_12.jpg" alt="มายมิ้น ศุกรียา" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_12.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_12-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากสถานะแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองแล้ว มายมิ้นกำลังศึกษาอยู่ที่คณะครุศาสตร์ เอกสังคมศึกษาและการศึกษานอกระบบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราสงสัยว่าทำไมนักเรียนครูอย่างเธอถึงกระโดดเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเต็มตัวขนาดนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสนทนาต่อไปนี้มีคำตอบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ทำไมคุณถึงเลือกเรียนครุศาสตร์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเป็นคนคิดนอกกรอบ ชอบตั้งคำถาม ในช่วงมัธยมเราไม่เคยได้คำตอบเกี่ยวกับสิ่งที่ถามไปเลย แต่กลายเป็นการใช้อำนาจนิยมในโรงเรียนมาจัดการกับเรามากกว่า ซึ่งเป็นวิธีผลิตซ้ำคนที่เป็นอิกนอแรนต์ หรือคนที่ไม่สนใจเรื่องในสังคมออกไปเรื่อยๆ เราเชื่อว่าอาชีพครูสามารถสร้างคนและปลูกฝังแนวคิดที่ถูกต้องให้เด็กได้ เราจึงตัดสินใจเลือกเรียนครุศาสตร์ มาเป็นครูสังคมเพื่อที่จะปลูกฝังประชาธิปไตยให้พลเมืองในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเข้ามาเรียนแล้วก็มีทั้งตรงตามความคาดหวังและผิดหวัง จริงๆ ไม่ใช่ความผิดหวังเสียทีเดียว แต่เป็นความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นว่ามันเกิดอะไรขึ้นในระบบบ้าง ทำไมผลลัพธ์ถึงออกมาเป็นแบบนี้ ทำไมสังคมที่เราเติบโตมาถึงเป็นแบบนี้ ทำไมครูที่เราไม่ชอบถึงเป็นแบบนี้ เพราะเราเห็นแล้วว่าทั้งหมดของระบบการศึกษาตั้งแต่สถาบันผลิตครูที่เราได้เข้ามาอยู่มันมีปัญหา แต่ก็ยังได้เจออาจารย์ที่มีอุดมการณ์แล้วสอนให้เรามีอุดมการณ์ต่อไป แล้วก็เห็นว่าถ้าเราตั้งมั่นในอุดมการณ์ เราก็จะสร้างพลเมืองต่อไปได้ </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-112550 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_18.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_18.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_18-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-112548 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_16.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_16.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_16-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>สนใจคำว่าผลิตซ้ำ</b><strong>คนที่เป็นอิกนอแรนต์ </strong><b>กระบวนการนี้เป็นยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อำนาจนิยมในสถาบันครูค่อนข้างเข้มข้นกว่าคณะอื่นๆ มีกฎที่จะต้องทำตามโดยไม่มีการตั้งคำถาม ด้วยความที่เป็นมนุษย์แล้วเราก็จะสงสัยว่า ทำไมล่ะ ทำไมต้องทำแบบนี้ แต่พอวิ่งไปแล้วชนกำแพงคำตอบที่บอกว่าเพราะมันเป็นกฎซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนเหล่านี้ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปเดินเลียบกำแพงแทนที่จะพุ่งชน การตั้งคำถามก็จะน้อยลงเมื่อไม่ได้รับคำตอบ แต่ก็ยังใช้ชีวิตอยู่ได้ปกติ ไม่มีใครทำอะไร แล้วอยู่อย่างนี้ก็ไม่เสียหายอะไร จากนั้นจะเริ่มรู้สึกว่ากฎหรืออำนาจที่กำลังกดทับอยู่ไม่ได้กระทบต่อชีวิตอีกแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมาสอนเด็กในโรงเรียน ครูก็จะเผลอเอากฎเหล่านี้ไปใช้ พอมีเด็กตั้งคำถาม ก็จะเกิดการเปรียบเทียบว่า ตอนนั้นฉันไม่ถาม ฉันก็อยู่ได้ ทำไมพวกเธอจะอยู่ไม่ได้ มันคือการถ่ายทอดซ้ำไปเรื่อยๆ สถาบันผลิตให้ครูออกมาเป็นแบบนี้ ครูก็จะไปผลิตนักเรียนออกมาเป็นแบบนี้ แล้วนักเรียนก็จะไปสร้างสังคมแบบนี้ ทุกอย่างมันวนเวียน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112549 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_17.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_17.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_17-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ยังมีโซตัสอยู่ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รุ่นเราเป็นรุ่นแรกที่ไม่มีห้องเชียร์แล้ว โซตัสถูกยกเลิกอย่างเด็ดขาด เพราะว่ามีคนเริ่มตั้งคำถาม มีคนที่ไม่ยอมเดินเลียบกำแพงแล้วเปลี่ยนมาออกแรงทุบแทน พอคนเห็นก็จะรู้สึกว่า เออ ทำไมต้องมีกำแพง เมื่อมาช่วยกันทุบเยอะขึ้นๆ วันหนึ่งกำแพงก็จะพังลง เป็นการลดทอนวัฒนธรรมที่มีการพิสูจน์แล้วว่ามันไม่จำเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้การรวมกันหรือการรู้จักกันภายในคณะจะน้อยลง แต่มันคือความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ ความสัมพันธ์ที่ไม่จำเป็นต้องมีอำนาจมาบังคับให้เรารู้จักกัน ทุกคนยังมีกิจกรรมอื่นๆ ทำร่วมกันได้ ถึงแม้จะไม่ได้รวมตัวกันพับกระทงถึงตีสามที่คณะก็ไม่ได้แปลว่าพวกเราจะไม่ใช่ครุศาสตร์ ไม่ใช่คนที่อยู่คณะเดียวกัน หรือถ้ามีปัญหาแล้วเราจะไม่ช่วยกัน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ได้ยินมาเยอะว่าคนที่เรียนเก่งๆ ไม่อยากมาเป็นครูเพราะทนต่อระบบไม่ได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริง (พยักหน้า) คนเก่งมักจะไปเรียนอย่างอื่น เรียนแพทย์ เรียนวิศวะ เพราะค่านิยมของสังคมให้คุณค่าต่ออาชีพอื่นมากกว่า แล้วก็โครงสร้างการทำงานของข้าราชการครูทำให้ทุกอย่างมารวมอยู่ที่ศูนย์กลาง ซึ่งคือกรุงเทพฯ ทุกอย่างเป็นการสั่งมาจากข้างบน รวมถึงความไม่มีประสิทธิภาพในการกระจายครูในประเทศ ปัจจุบันยังมีภาพครูที่อยู่ในพื้นที่ลำบาก ครูที่เงินเดือนตกเบิก ครูที่เงินเดือนเริ่มต้นที่แปดพัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งบประมาณที่ให้ในแต่ละสถาบันก็ไม่เท่ากัน อาจารย์เก่งๆ ก็มาอยู่ในมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ กันหมด ระดับภูมิภาคก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับตรงนี้มาก เมื่อไม่มีการให้ความสำคัญคุณภาพก็ตามมีตามเกิด กลายเป็นการศึกษาตามยถากรรม สถาบันผลิตครูจึงไม่มีมาตรฐาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกันเราเห็นประเทศที่ให้ความสำคัญมากๆ กับสถาบันผลิตครูแล้วก็อาชีพครู ครูมีสวัสดิการเต็มที่ เพราะเขาเชื่อว่าเด็กนักเรียนคือสิ่งสำคัญที่จะใช้ในการพัฒนาประเทศ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คิดยังไงกับคำว่าแม่พิมพ์ของชาติ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูเรียกตัวเองว่าแม่พิมพ์ มองว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามพิมพ์เดียวกันหมด กรณีที่โรงเรียนหนึ่งเอาถุงดำคลุมเด็ก โดยก่อนที่จะทำไปบอกว่า ครูรักหนูนะ เพราะครูไม่ได้คิดว่าตัวเองผิด ครูคิดว่าตัวเองทำไปด้วยความรัก ซึ่งสิ่งที่ทำมันไม่ถูกต้องเลย แต่เพราะทุกอย่างมันหลอมให้เขาเชื่อว่า ไม่ว่าเขาจะทำอะไร เขาทำด้วยความรักและมันไม่ผิด ทุกวันนี้ยังมีการตีในโรงเรียนอยู่เลย เพราะเชื่อว่ารักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี การดูแลนักเรียนต้องเป็นไปตามกฎ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งๆ ที่ในปัจจุบันสังคมเต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลาย มันคือการ unlearn และ relearn คือการยอมรับว่าข้อมูลที่เรามีมันไม่เพียงพอแล้ว ยกเลิกข้อมูลชุดเก่า ทำความเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นแล้วเรียนรู้ใหม่ ถ้ายังมีแนวคิดแบบอำนาจนิยม ครูสูงกว่า ผู้ใหญ่ผู้น้อย มันจะไปต่อกันไม่ได้ ก็เป็นที่มาของหลายๆ อย่างที่ทำให้ภาพลักษณ์ของครูไม่ดีเท่าที่ควร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112542 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_10.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_10.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_10-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112543 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_11.jpg" alt="มายมิ้น ศุกรียา" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_11.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_11-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>หัวใจสำคัญของการเป็นครูคืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเคารพในความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกันระหว่างเรากับนักเรียน มีคำสอนในค</span><span style="font-weight: 400;">ณะว่าเราเป็น &#8216;teacher as a learner&#8217; เราเป็นครูเราก็ต้องเรียนรู้จากนักเรียน ในขณะที่เราสอน นักเรียนก็เป็นครูของเราเหมือนกัน ดังนั้นสิ่งสำคัญของการเป็นครูคือการเคารพในความแตกต่าง เคารพในความเป็นมนุษย์ว่านักเรียนมีความแตกต่าง และเราจะต้องช่วยให้เขาเรียนรู้ได้ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อยากให้ลองยกตัวอย่างนโยบายของรัฐที่มองแล้วไม่เวิร์กเลย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ สั่งมาอย่างเดียวว่าต้องลดเวลาเรียน แล้วหลักสูตรที่มีอยู่ล่ะ ครูคนหนึ่งกว่าจะสอนหนึ่งคาบต้องทำแผนการสอน ต้องดูว่าเทอมนี้จะสอนอะไรบ้าง แล้วต้องทำเป็นรายคาบเลย สมมติว่าคาบละ 50 นาที เขาต้องบริหารให้คุ้มค่าที่สุดเพื่อให้นักเรียนทุกคนได้รับข้อมูลนี้ แต่เมื่อถูกลดเหลือคาบละ 40 นาที นี่คือการบีบครูให้ลดคุณภาพการสอนของตัวเอง โดยที่ไม่ได้ถามว่าเขาพร้อมหรือเปล่าที่จะลดตรงนี้ เป็นการบังคับใช้นโยบายแบบศูนย์กลาง ก็คือสั่งโดยที่ไม่ได้ถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญที่ระบบการศึกษาขาดมากๆ โดยเฉพาะผู้บริหาร คือไม่ฟังเสียงครู ไม่ฟังเสียงเด็ก เข้าใจว่าอาจจะมีการทดลองบริหารประเทศ ทดลองบริหารระบบการศึกษา แต่นักเรียนไม่ได้ทดลองเรียนนะ นักเรียนบางคนมีเวลาเรียนบางเรื่องในชีวิตแค่คาบเดียว </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีความหวังในการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อมากในประโยคที่ว่า &#8220;เวลาอยู่ข้างเรา&#8221; กระแสธารแห่งกาลเวลามันพัดพามาแบบอะไรก็เบรกไม่ได้ ต่อให้นโยบายห่วย แต่เด็กกับครูในเจเนอเรชั่นนี้ทนไม่ได้แล้ว เขาก็ออกมาแหก มีที่ไหนที่ไปตั้งม็อบหน้ากระทรวงแล้วลากรัฐมนตรีออกมาตบกบาลข้างหน้า นี่คือเครื่องยืนยันว่าเรามีความหวัง เพราะว่าเด็กพวกนี้ไม่ทนแล้ว คิดดูว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน เรายังมองว่าเนติวิทย์หัวรุนแรงเลย แต่ทุกวันนี้เด็กเอารัฐมนตรีมาแกงคือเรื่องปกติ คือเรื่องที่ว้าว เก่งมากลูก ข้อมูลข่าวสารมันเกิดขึ้นแล้ว ทุกอย่างมันไปรวดเร็วมาก เพราะฉะนั้นความหวังก็ยังมีอยู่ เพราะว่าคนรุ่นใหม่กล้าที่จะสู้ ทั้งครูทั้งนักเรียน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ครูที่อยู่ในระบบจะสู้ยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนเมื่อก่อนเขาอาจจะมีตัวเลือกไม่มาก เพราะมีข้อมูลชุดเดียว มีลักษณะการบังคับใช้อำนาจแบบเดียว พอข้อมูลข่าวสารไปไกลมากขึ้นก็จะเห็นแล้วว่าประเทศอื่นที่เจริญเขาทำยังไงกัน ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ เราทำแบบไหนได้ ครูก็ยังไม่สยบยอมเสียทีเดียว แต่ระบบครูอันตรายมาก พอเข้าไปแล้วมันจะดับไฟของทุกคน แม้แต่ในกลุ่ม<a href="https://www.facebook.com/Krukorsorn" target="_blank" rel="noopener">ครูขอสอน</a>ซึ่งเป็นเครือข่ายครูที่มีทีมครูกับคนที่ทำงานการศึกษาช่วยกันทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูต้องพยายามเติมไฟให้ตัวเองมากที่สุด ไม่งั้นมันจะมอด แล้วสุดท้ายเขาจะกลายเป็นคนในระบบ และต่อให้ไม่โดนระบบหลอมไปก็จะเป็นคนที่ไม่มีแรงสู้ โชคดีที่ข้อมูลข่าวสารในอินเทอร์เน็ตทำให้เรามีคอมมิวนิตี้ ไม่ทำให้เรารู้สึกว่าอยู่คนเดียว </span><span style="font-weight: 400;">อีกทั้งเด็กทุกวันนี้กล้าคิดนำครูไปอีก กล้าตั้งคำถาม ครูก็จะรู้ว่าเขาต้องสอนใคร และพอเห็นว่าสอนได้เขาก็จะยังยืนหยัดอยู่</span></p>
<p><b><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112535 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_3.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_3.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112534 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_2.jpg" alt="มายมิ้น ศุกรียา" width="1200" height="844" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_2.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_2-300x211.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_2-768x540.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_2-1024x720.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_2-600x422.jpg 600w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>นอกจากการยืนหยัดในฐานะครูแล้ว คุณยังยืนหยัดในฐานะแกนนำการเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วย </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเป็นแกนนำที่ทำหลังบ้านเยอะกว่าทำหน้าบ้าน เป็นคนออกแบบ กำหนดทิศทาง และลำดับงาน เลยไม่ค่อยได้ขึ้นเวทีมากนัก แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นในกระบวนการ เริ่มจากเราที่ทำม็อบไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้งค่ะคุณรัฐบาล คือชนชั้นกลางชอบเสพความหลากหลาย แล้วการเป็นผู้หญิงหรือเป็น LGBTQ+ ถูกตีตราให้เป็นความหลากหลายในการขึ้นม็อบ เพราะที่ผ่านมามันคือเวทีของผู้ชาย หลายๆ ครั้งจึงเห็นว่ามีการพยายามจงใจใช้ผู้หญิงเป็นความชอบธรรมบางอย่าง ใช้ผู้หญิงในกระบวนการประชาธิปไตย ขนาดคำว่า ‘การให้พื้นที่’ มันก็แปลว่าเราไม่เท่ากันแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีความแตกต่างไหมระหว่างเสียงของผู้หญิงกับเสียงของผู้ชายในกลุ่มแกนนำ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ ตอนนี้แกนนำเป็นผู้หญิงกับ LGBTQ+ เยอะมาก แต่สิ่งที่กำหนดทิศทางหรือภาพที่ออกมามันไม่ใช่เพศไหนเป็นคนทำ แต่คือวัฒนธรรมไหนเป็นคนทำ ต่อให้ผู้หญิงทำแต่ถ้าเป็นผู้หญิงที่เสพความเป็น masculine ไว้แล้วถูกสิ่งนั้นกดทับมาจนเคยชิน วัฒนธรรมของม็อบนั้นจะออกมาแบบชายเป็นใหญ่อยู่ดี เพราะวัฒนธรรมส่งผ่านตัวบุคคล ความเป็นผู้หญิง ความเป็นผู้ชาย หรือความเป็น LGBTQ+ ไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คิดยังไงกับการเอาผู้หญิงมาเป็นแนวหน้า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันขึ้นอยู่กับว่าคนที่ตั้งใจทำแบบนั้น ทำด้วยแนวคิดแบบไหนหรือวิธีการอะไร ตอนเราจะตั้งชื่อม็อบไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้งค่ะคุณรัฐบาล เราเถียงกับแรปเตอร์ (สิรภพ อัตโตหิ) นานมาก เพราะเราไม่อยากให้มีคำว่าตุ้งติ้ง ถ้าเราพูดชื่อม็อบนี้ออกไปโดยไม่มีเหตุผลรองรับ มันจะสูญเปล่า แต่แรปเตอร์ก็มีเหตุผล โดยบอกว่าตั้งชื่อนี้เพื่อให้ยั่วล้อกับสิ่งที่ถูกแปะป้ายไว้ ซึ่งถ้าถามถึงกรณีที่เลือกให้ผู้หญิงออกไปยื่นดอกไม้ สำหรับเรา เราว่ามันไม่มีตรรกะที่ถูกต้องรองรับ เพราะทั้งหมดมันแสดงให้เห็นว่ามีการใช้คนเป็นเครื่องมือจริงๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกันผู้หญิงปลดแอกก็มีการสร้างการ์ดผู้หญิงขึ้นมา โดยทำด้วยความเข้าใจว่าผู้หญิงกลุ่มที่จะไปเป็นโล่นั้นรู้จักสันติวิธี มีการเทรนเป็นเรื่องเป็นราว คือเจตนาในการทำไม่ใช่เพราะเป็นผู้หญิงถึงต้องมาอยู่ตรงนี้ แต่เพราะความเชื่อว่าเป็นผู้หญิงก็ทำได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112538 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_6.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_6.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>มีมาตรการในการแก้ปัญหา sexual harassment ในม็อบบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรากำลังทำงานกับกลุ่มผู้หญิงปลดแอกและภาคีเครือข่ายเพื่อความเป็นธรรมทางเพศ สิ่งสำคัญคือการให้ข้อมูลเพื่อให้คนที่ไปชุมนุมได้ระมัดระวังตัว รวมถึงคนที่อยู่รอบๆ ก็ต้องคอยเป็นหูเป็นตาในพื้นที่นี้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราจะมีการเยียวยาโดยนักจิตวิทยาหรือคนที่ทำงานด้านนี้ ก็ต้องทำงานกันหนักขึ้น เรามองว่าตอนนี้อาจจะต้องถอยออกมาจากการเป็นแกนนำ เพราะการดูแลคนเป็นเรื่องสำคัญ เราต้องดูแลคนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เวลาจัดม็อบมีวิธีการเลือกคนปราศรัยยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการสื่อสารคือการที่เราต้องไม่คิดแทนคนอื่น เราเชื่อว่าไม่มีใครพูดแทนใครได้ การที่จะพูดถึงผู้หญิง ต่อให้เป็นเฟมินิสต์ผู้ชายแต่เขาก็พูดในฐานะผู้หญิงไม่ได้ เราคงพูดเรื่องผู้พิการได้ไม่เต็มปากถ้าเราไม่ได้เจอจริงๆ ประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญ และเป็นความชอบธรรมอย่างหนึ่งที่เขาควรจะได้พูด มันไม่ใช่การให้พื้นที่ด้วยซ้ำ ถ้าม็อบที่เราเป็นคนจัดเราจะพยายามรวบรวมคนให้หลากหลายที่สุด ถึงขนาดที่เราอยากให้มีจอโปรเจกเตอร์แล้วมีภาษามืออยู่ข้างๆ ด้วยซ้ำ หนึ่งอย่างที่มาเรียนครูก็เพราะต้องเข้าใจความหลากหลายของบุคคลมากๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112541 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_9.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_9.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_9-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>แล้วมองเห็นตัวเองในอนาคตไหมว่าอยากเป็นครูแบบไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่รู้ว่าโครงสร้างในอนาคตจะเป็นยังไง แต่เราคงยังกลับไปเป็นครูไม่ได้ เราต้องพยายามเปลี่ยนระบบก่อน อีกอย่างคือเราเรียนสาขานอกระบบด้วย เราไม่เชื่อในการอยู่ในระบบโรงเรียนอย่างเดียว การศึกษานอกระบบคือทุกอย่างที่อยู่นอกโรงเรียน ทุกอย่างที่ไม่มีหลักสูตรบังคับ เราเลยอยากเป็นนักการศึกษามากกว่าที่จะเป็นครู คำว่า facilitator ในภาษาทางการศึกษาคือ ผู้อำนวยความสะดวกทางการเรียนรู้ คือทำยังไงก็ได้ที่ทำให้คนไม่ว่าจะเป็นวัยไหนและไม่จำเป็นต้องเป็นนักเรียน ได้เรียนรู้ในเรื่องที่ตัวเองอยากเรียน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่าสถาบันผลิตครูหรือระบบการศึกษาไม่ได้อัพเดตมากขนาดนั้น มันยังต้องการคนที่ป้อนข้อมูลชุดใหม่ๆ ให้ คิดว่าถ้าเราเป็นคนสอนครู ให้ข้อมูลกับครู ข้อมูลชุดนั้นจะถูกส่งไปไกลกว่า ปกติเราหนึ่งคนคุยกับนักเรียน 40 คน สมมติว่าเราเปลี่ยนเขาได้หมด ก็จะได้แค่ 40 คน แต่ถ้าเราเป็นครูที่สอนครูอีกที ครูหนึ่งคนก็จะเป็นขาที่กว้างขึ้น รู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้น สังคมที่เราอยากสร้างจะเกิดขึ้นได้เร็วกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ภาพระบบการศึกษาในฝันเป็นยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนอื่นอาจจะคิดว่าเป็นแบบฟินแลนด์ แต่สำหรับเราคือทุกคนได้เรียนอย่างเท่าเทียมกันในระบบการศึกษาที่มีมาตรฐาน ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ การศึกษาต้องไม่ใช่สิ่งสวยหรู ระบบการศึกษาต้องไม่ใช่โรงงานที่ผลิตหุ่นยนต์ออกมา เด็กต้องได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน อยากเป็นอะไรต้องได้เป็น อยากทำอะไรต้องได้ทำ ระบบการศึกษาต้องสร้างสังคมที่มีตลาดรองรับความฝันของเด็กๆ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112547 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_15.jpg" alt="มายมิ้น ศุกรียา" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_15.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_15-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/girls-gen-มายมิ้นท์_15-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>ถ้าบอกว่าความฝันสูงสุดคืออยากให้เด็กทำตามในสิ่งที่อยากทำ แล้วสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้คือสิ่งที่คุณอยากทำหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) เรารู้สึกว่าเราไม่สามารถมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองได้ เราไม่รู้ว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไร เกิดมาแล้วยังไงต่อ เป้าหมายในชีวิตก็คงแล้วแต่คน แต่เรารู้สึกว่าเราไม่ต้องการอะไรเลย การมีชีวิตอยู่คือความทุกข์ ดังนั้นการสร้างความสุขให้คนอื่นคือเหตุผลเดียวที่เรายังมีชีวิตอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามาทำการเมืองเพราะถ้าไม่ทำตอนนี้ ในอนาคตเด็กก็จะต้องสู้ต่ออีก แล้วเราจะไม่ได้สอนเขาอย่างที่เราอยากจะสอน เรามาสู้ก่อน เพื่อที่ในอนาคตเด็กจะได้เรียนอย่างที่เขาอยากเรียน ถ้าระบบการเมืองมันเป็นแบบนี้เด็กก็ไปไหนไม่ได้ ทุกคนจะไม่มีสิทธิทำตามความฝันของตัวเอง มันคงจะทรมานมากถ้าในอนาคตเด็กยังต้องออกไปเรียกร้องสิ่งเดียวกับที่เราไม่ได้รับมาตลอด ถึงแม้ว่าจะยังมองไม่เห็นนักเรียนในอนาคตของตัวเอง แต่เราเชื่อว่าเรากำลังทำเพื่อพวกเขาอยู่</span></p>
<div id="erdyt-6a2ed6563050b" data-id="rt-oEBAv0dk" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-rt-oEBAv0dk-6a2ed6563050b" data-vid="rt-oEBAv0dk" data-src="https://www.youtube.com/embed/rt-oEBAv0dk?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/rt-oEBAv0dk/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mildmint-sukreeya/">“เราคงทรมานมากถ้าในอนาคตเด็กยังต้องเรียกร้องสิ่งเดียวกันกับเรา” มายมิ้น ศุกรียา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Aoringo ร้านแกงกะหรี่โฮมเมดไทยอายุ 14 ปีที่สมาคมแกงกะหรี่แห่งประเทศญี่ปุ่นไว้วางใจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/aoringo-curry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุชานาถ กิตติสุรินทร์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jul 2020 06:25:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[แกงกะหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวแกงกะหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ที่กิน]]></category>
		<category><![CDATA[Aoringo]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=103016</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ร้านอาหารหลายแห่งต้องเจอกับสถานการณ์โควิด-19 จนไม่สามารถเปิดทำการได้ แต่สำหรับร้านแกงกะหรี่อย่าง Aoringo แล้ว นี่ไม่ใช่วิกฤตแรกที่พวกเขาต้องพบเจอ 14 ปีคือระยะเวลาที่ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแห่งนี้ดำเนินกิจการมาอย่างยาวนานและมั่นคง เราแอบไปสำรวจเมนูจากในเพจเฟซบุ๊กของร้าน จึงได้รู้ว่าไม่ใช่แค่เพียงความเก่าแก่เท่านั้นที่น่าสนใจ เพราะร้านนี้ยังได้รับการการันตีจากสมาคมแกงกะหรี่แห่งประเทศญี่ปุ่นว่าเป็นแกงกะหรี่ที่อร่อยที่สุดในเมืองไทยอีกด้วย ในฐานะที่ชอบดูอนิเมะมาตั้งแต่เด็กๆ เรามีภาพจำเกี่ยวกับแกงกะหรี่เยอะกว่าอาหารญี่ปุ่นประเภทอื่นๆ เพราะไม่ว่าเรื่องไหนๆ เวลาพูดถึงเมนูแกงกะหรี่ทีไร ตัวละครมักทำการแสดงน้ำลายไหลประกอบทุกที และเมื่อได้พลิกดูเมนูหน้าร้าน Aoringo เราก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของตัวละครมากขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว  ภาพข้าวเม็ดสวยราดด้วยน้ำแกงสีเข้มโปะด้วยท็อปปิ้งแบบแน่นๆ เรียกน้ำย่อยให้ทำงานตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าร้าน Aoringo (อ่านว่า อาโอรินโกะ) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าแอปเปิลสีเขียว ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของน้ำแกงกะหรี่โฮมเมดของร้าน และ มานะ ทาฮาตะ เจ้าของร้านคนปัจจุบันเป็นผู้แปลความหมายของชื่อร้านและเล่าเรื่องความเป็นมาให้เราฟัง  &#160; สืบทอดและต่อยอด มานะเล่าว่าผู้ก่อตั้ง Aoringo คืออาชิโมโตะ วิศวกรชาวญี่ปุ่นผู้ใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตทำงานในประเทศไทย จนเมื่อเกษียณอายุในวัย 60 ปี เขาอยากเปิดธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นสักอย่างในเมืองไทย ซึ่งเมื่อ 14 ปีก่อนกรุงเทพฯ มีร้านซูชิและร้านราเมนเยอะแล้ว แต่ร้านแกงกะหรี่แบบเฉพาะทางยังไม่ค่อยมี Aoringo สาขาแรกจึงเริ่มต้นขึ้นที่ตึกธนิยะ พลาซา ย่านสีลม เมื่อทำร้านมาได้ 10 ปี อาชิโมโตะตัดสินใจกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่ประเทศบ้านเกิด เขาจึงประกาศหาคนมารับช่วงต่อ ในช่วงนั้นร้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/aoringo-curry/">Aoringo ร้านแกงกะหรี่โฮมเมดไทยอายุ 14 ปีที่สมาคมแกงกะหรี่แห่งประเทศญี่ปุ่นไว้วางใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">แม้</span>ร้านอาหารหลายแห่งต้องเจอกับสถานการณ์โควิด-19 จนไม่สามารถเปิดทำการได้ แต่สำหรับร้านแกงกะหรี่อย่าง Aoringo แล้ว นี่ไม่ใช่วิกฤตแรกที่พวกเขาต้องพบเจอ</p>
<p><span style="font-weight: 400;">14 ปีคือระยะเวลาที่ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแห่งนี้ดำเนินกิจการมาอย่างยาวนานและมั่นคง เราแอบไปสำรวจเมนูจากในเพจเฟซบุ๊กของร้าน จึงได้รู้ว่าไม่ใช่แค่เพียงความเก่าแก่เท่านั้นที่น่าสนใจ เพราะร้านนี้ยังได้รับการการันตีจากสมาคมแกงกะหรี่แห่งประเทศญี่ปุ่นว่าเป็นแกงกะหรี่ที่อร่อยที่สุดในเมืองไทยอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะที่ชอบดูอนิเมะมาตั้งแต่เด็กๆ เรามีภาพจำเกี่ยวกับแกงกะหรี่เยอะกว่าอาหารญี่ปุ่นประเภทอื่นๆ เพราะไม่ว่าเรื่องไหนๆ เวลาพูดถึงเมนูแกงกะหรี่ทีไร ตัวละครมักทำการแสดงน้ำลายไหลประกอบทุกที และเมื่อได้พลิกดูเมนูหน้าร้าน Aoringo เราก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของตัวละครมากขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพข้าวเม็ดสวยราดด้วยน้ำแกงสีเข้มโปะด้วยท็อปปิ้งแบบแน่นๆ เรียกน้ำย่อยให้ทำงานตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าร้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Aoringo (อ่านว่า อาโอรินโกะ) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าแอปเปิลสีเขียว ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของน้ำแกงกะหรี่โฮมเมดของร้าน และ </span><b>มานะ ทาฮาตะ</b><span style="font-weight: 400;"> เจ้าของร้านคนปัจจุบันเป็นผู้แปลความหมายของชื่อร้านและเล่าเรื่องความเป็นมาให้เราฟัง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103302 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/28-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/28-3.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/28-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/28-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/28-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/28-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/28-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/28-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/28-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สืบทอดและต่อยอด</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มานะเล่าว่าผู้ก่อตั้ง Aoringo คืออาชิโมโตะ วิศวกรชาวญี่ปุ่นผู้ใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตทำงานในประเทศไทย จนเมื่อเกษียณอายุในวัย 60 ปี เขาอยากเปิดธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นสักอย่างในเมืองไทย ซึ่งเมื่อ 14 ปีก่อนกรุงเทพฯ มีร้านซูชิและร้านราเมนเยอะแล้ว แต่ร้านแกงกะหรี่แบบเฉพาะทางยังไม่ค่อยมี Aoringo สาขาแรกจึงเริ่มต้นขึ้นที่ตึกธนิยะ พลาซา ย่านสีลม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อทำร้านมาได้ 10 ปี อาชิโมโตะตัดสินใจกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่ประเทศบ้านเกิด เขาจึงประกาศหาคนมารับช่วงต่อ ในช่วงนั้นร้าน Aoringo เป็นที่พูดถึงในวงกว้างแล้ว ในวงการคนญี่ปุ่นก็มีหลายคนสนใจ สุดท้ายแล้ววิศวกรลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นอย่างมานะเป็นผู้ถูกเลือก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอดีบริษัทของผมที่ระยองชื่อ Aoba (อาโอบะ) แปลว่าใบไม้สีเขียว แล้ว Aoringo แปลว่าแอปเปิลสีเขียว ตอนนั้นผมรู้สึกว่า เออ ชื่อคล้ายๆ กัน น่าจะลองมาคุยดู ซึ่งตอนนั้นถ้าเป็นชื่ออื่นผมคงไม่เอาแล้วนะ อาจเรียกว่าความคุ้นเคยของชื่อแบรนด์ด้วยมั้ง” มานะเล่าพลางหัวเราะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การเปลี่ยนสายงานครั้งนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนเรื่องชื่อ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103307 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-2.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103306 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-2.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ท็อป 3 ของธุรกิจปราบเซียนคือ อสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง และร้านอาหาร” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มานะยอมรับว่าช่วงแรกของการทำร้านมีความยากหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องวัตถุดิบซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่อาชิโมโตะขอไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“น้ำแกงกะหรี่ของที่ร้านจะใช้แอปเปิลเขียว มะม่วงน้ำดอกไม้ เครื่องเทศอีก 20-30 ชนิด สิ่งที่คุณอาชิโมโตะกลัวคือถ้ามีคนมาสานต่อแล้วอยากลดต้นทุน อยากเปลี่ยนสูตร ซึ่ง</span>เขาเห็นมาเยอะว่าสุดท้ายร้านมักไปต่อไม่ได้ ช่วง 3 เดือนแรกคุณ<span style="font-weight: 400;">อาชิโมโตะ</span>เลยยังอยู่กับเรา คอยเทรนผมกับน้องชาย เพื่อเซตระบบครัวให้ได้มาตรฐานเหมือนตอนที่เขายังดูแลอยู่”</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เหมือนเซนเซย์ในการ์ตูนญี่ปุ่นเลย” เราเล่นมุกเพราะในหัวกำลังนึกถึงภาพการ์ตูนที่เคยอ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มานะพยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนตบมุกต่อ “ต่างกันนิดหนึ่งคือในการ์ตูนเขาตี แต่คุณอาชิโมโตะไม่ตี”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103311 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/37-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/37-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/37-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/37-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/37-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/37-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/37-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/37-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/37-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากวิศวกรที่ทำงานกับเครื่องจักรต้องเปลี่ยนมาเป็นเจ้าของร้านอาหารที่ทำงานกับคน การจัดการจึงเป็นอีกสิ่งที่เขาต้องรับมือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วงแรกมีข้อผิดพลาดเยอะมาก ปกติลูกค้าจะเรียกเก็บเงินที่โต๊ะ แต่ลูกค้าชาวญี่ปุ่นจะชอบมาต่อคิวหน้าเคาน์เตอร์ สมมติมา 6 คนก็จะจ่ายแยกหมด บางทีคิดเงินอยู่ ลูกค้าโต๊ะนั้นก็เรียกไปรับออร์เดอร์อีก หัวหมุนมาก” มานะทำมือประกอบให้เห็นความวุ่นวายที่เขาต้องเจอระหว่างเล่าให้เราฟัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมานะได้เข้ามาบริหารร้าน Aoringo นอกจากวัตถุดิบแล้วอีกสิ่งที่เขาให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องทีมงาน พนักงานร้านยังคงเป็นทีมเดียวกับตอนที่อาชิโมโตะยังอยู่ แม้กระทั่งช่วงที่เจอกับวิกฤตโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลายประเภทโดยเฉพาะร้านอาหาร พนักงานทุกคนของร้านยังคงได้รับเงินเดือนเต็มจำนวน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พวกเขามีครอบครัวต้องดูแล มีคนที่อยู่ข้างหลัง ผมคุยกับน้องชายว่าพวกเราไม่รับเงินเดือนก็ได้ เอาไปแจกทีมงานดีกว่า เพราะไม่ว่าขยายธุรกิจอะไรก็ตาม ผมว่าทีมงานสำคัญมาก ถ้าไม่มีเขาเราอยู่ไม่ได้แน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเราดูแลทีมงานได้ดี พวกเขาก็จะดูแลลูกค้าได้ดี ผมมองว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าร้านอาหารเป็นลูกค้าประจำ อีก 90 เปอร์เซ็นต์เป็นขาจร แต่ร้านจะอยู่ได้ด้วยลูกค้าประจำนี่แหละ คนเหล่านั้นจะบอกปากต่อปาก อย่างกลุ่มหนึ่งที่ผมเห็นบ่อยมากคือนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เห็นกันทุกปีเลย รุ่นพี่ปี 2 พารุ่นน้องปี 1 มากิน พอขึ้นปี 2 ก็จะเห็นเขาพาน้องปี 1 มาเหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“บางคนเป็นลูกค้าตั้งแต่สมัยคุณอาชิโมโตะยังอยู่ เขากลับเข้ามากินแล้วบอกว่ารสชาติเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนเลย เราก็ดีใจ เหมือนเป็นรางวัล” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103289 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-5.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปกติแล้วร้าน Aoringo แบ่งเวลาเปิด-ปิดเป็น 2 ช่วง คือ 11:00-14:30 น. และ 17:00-21:00 น. โดยช่วงระหว่าง 14:30-17:00 น. เป็นเวลาพักเบรกของทีมงาน ถึงกระนั้นก็มีความอะลุ่มอล่วยอยู่บ้าง เช่น มีวันหนึ่งลูกค้าโทรมาที่สาขาสีลมว่าพยายามติดต่อร้านหลายรอบแต่ไม่มีคนรับ เมื่อไปดูในกูเกิลจึงได้รู้ว่าเบอร์ผิด มานะจึงเปิดร้านในช่วงเบรกให้ลูกค้าเข้ามากินได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เขาบอกรู้จักดาราฮอลลีวูด เดี๋ยวพามาแนะนำ เพราะชอบแกงกะหรี่ที่นี่มาก หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พา Steven Seagal มาจริงๆ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงที่</span>มานะเข้ามาใหม่ๆ เขายกเรื่องส่วนผสมกว่า 30 อย่าง และความพิถีพิถันในการเคี่ยวกว่า 3 วัน เป็นจุดขายของร้าน แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็พบว่าของที่จับต้องได้เป็นรูปธรรมซ้ำกับร้านอื่นๆ ดังนั้นคอนเซปต์ปัจจุบันของร้านจึงเป็นเรื่องความโฮมเมดหรือรสชาติของครอบครัวและการบริการที่ดีแทน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เคยมีลูกค้าติดต่อเข้ามาตอนสองทุ่ม พอดีเป็นวันเกิดลูกสาวแล้วเขาอยากมากินสาขานี้ แต่ช่วงนั้นร้านปิดสองทุ่ม ผมถามทีมก่อนว่าโอเคไหมเรื่องการทำงานล่วงเวลา พอทีมบอกทำได้ผมก็เปิดให้เขาเข้ามากิน อะไรเล็กๆ แต่เราใส่ใจ ผมว่าลูกค้าจะนึกถึงเรานะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“บางทีเรื่องความอร่อย ลิ้นของแต่ละคนก็ต่างกัน แต่ความรู้สึกเป็นสิ่งที่เราสื่อไปถึงเขาได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103296 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/22-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/22-3.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/22-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/22-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/22-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/22-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/22-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/22-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/22-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ได้ยินมาว่าแกงกะหรี่ที่นี่ได้รับการรับรองโดยสมาคมแกงกะหรี่จริงๆ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มานะหัวเราะเมื่อได้ยินประโยคที่เราเพิ่งพูดไป แล้วจึงอธิบายว่ามีกลุ่มคนญี่ปุ่นชอบมากินที่สาขาสีลม ซึ่งเมื่อย้ายไปที่สาขาใหม่ก็ตามไปด้วย มาตั้งแต่วันแรกที่เปิด แต่วันนั้นสูตรน้ำแกงกะหรี่ของสาขาใหม่ยังไม่สมบูรณ์จึงโดนติไปยกใหญ่ วันต่อมาลูกค้ากลุ่มนี้ก็กลับมาอีก ครั้งนี้มานะได้เรียนรู้และแก้ไขสูตรให้ถูกต้องเรียบร้อยแล้วจึงได้รับคำชมพร้อมนามบัตรแนะนำว่าพวกเขามาจากสมาคมแกงกะหรี่ญี่ปุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เขาเคยมากินหลายร้านในไทย บอกว่า Aoringo โอเค เซอร์วิสดี ตอนนี้ยังได้เจออยู่บ้างเพราะเขาคอยตามมาเช็ก” มานะเล่าน้ำเสียงติดตลก “เขาเป็นลูกค้าที่น่ารักและแนะนำหลายๆ อย่างให้เรา อย่างแรกคือแกงกะหรี่ญี่ปุ่นจานต้องร้อนนะ แล้วที่ญี่ปุ่นจะมีซอสผลไม้ด้วยเพราะเด็กบางคนกินเผ็ดไม่ได้ เขาก็แนะนำให้ทำซอสผลไม้ โดยผสมมะม่วง สับปะรด น้ำส้ม น้ำมะนาว มันจะเป็นซอสเหมือนฟรุตซอส เอาไปใส่ในแกงกะหรี่แล้วรสชาติไม่เพี้ยน ได้ความกลมกล่อม เรื่องนี้เขาก็เป็นคนสอน”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103293 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-4.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>อร่อยแบบโฮมเมดในราคา net</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังคุยกันมาสักพัก มานะถามว่าเราอยากสั่งอะไรไหมพร้อมยื่นเมนูมาให้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราผู้ไม่อาจต้านทานความหอมของแกงกะหรี่ที่อบอวลไปทั่วร้านได้อีกต่อไปจึงรับมาด้วยความเต็มใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ร้าน Aoringo เสิร์ฟอาหารเป็นเซต ราคาเริ่มต้นที่ 280 บาท ไม่มี VAT และเซอร์วิสชาร์จ มานะบอกว่าเขาอยากให้ทุกคนเห็นราคาแล้วจบ ไม่ต้องบวกอะไรเพิ่มแล้ว ใน 1 เซตประกอบไปด้วยข้าวราดแกงกะหรี่ เครื่องเคียง สลัด น้ำเปล่า และขนมหวาน ซึ่งทุกเซตลูกค้าสามารถเติมข้าวญี่ปุ่น เครื่องเคียง และน้ำเปล่า ได้ตลอด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103299 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/25-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/25-3.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/25-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/25-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/25-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/25-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/25-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/25-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/25-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้ำแกงกะหรี่ที่นี่เป็นเบสไก่ กลิ่นเครื่องเทศไม่แรง รสชาติตามต้นตำรับญี่ปุ่น คือมีความละมุนมากกว่าเผ็ดร้อน </span>มีท็อปปิ้งให้เลือกหลากหลาย ทั้งหมู ไก่ วัว ซีฟู้ด และสายผัก ทั้งยังสามารถเสริมความอร่อยได้ด้วยไข่ข้นลาวา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103309 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/35-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/35-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/35-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/35-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/35-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/35-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/35-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/35-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/35-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103308 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/34-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/34-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/34-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/34-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/34-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/34-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/34-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/34-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/34-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าหากใครมาแล้วไม่รู้จะสั่งอะไร มานะแนะนำเมนูข้าวแกงกะหรี่หมูทอดซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน โดยลูกค้าสามารถเลือกได้ทั้งแบบติดมันและไม่ติดมัน หมูทอดที่กรอบนอกนุ่มในเข้ากันได้ดีกับแกงกะหรี่รสกลมกล่อม เสริมด้วยหัวต้นหอมดอง ยิ่งทำให้จานนี้อูมามิขึ้นไปอีก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103300 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/26-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/26-3.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/26-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/26-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/26-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/26-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/26-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/26-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/26-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ร้านนี้มีเครื่องเคียงให้เลือกถึง 2 แบบ คือรากบัวดอง (fukujinzuke) ที่เพิ่มความอร่อยให้ข้าวแกงกะหรี่ตามแบบฉบับญี่ปุ่น และหัวต้นหอมดอง (rakkyo) ที่เพิ่มสัมผัสกรุบกรอบในการเคี้ยว มานะเล่าว่าคนญี่ปุ่นมักตกใจเวลามาเจอต้นหัวหอมดองที่ร้าน เพราะนอกจากไม่ค่อยนิยมในไทยเท่ารากบัวดองแล้ว ยังหาได้ยากและราคาสูงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“บางทีที่ร้านอิซากายะขายกันถ้วยละ 150 บาทเลย พอลูกค้ารู้ว่าตักได้ไม่อั้นจะแฮปปี้กันมาก”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103291 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-4.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างเยลลี่กาแฟยอดฮิต เนื้อเหนียวหนุบหนับ รสขมอ่อนๆ สามารถเติมความหวานด้วยนมสดหอมมันและน้ำเชื่อมได้ตามชอบ หรือใครที่ไม่กินกาแฟ ทางร้านก็มีพุดดิ้งนมสดให้เลือกเช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103276 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/2-10.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/2-10.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/2-10-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/2-10-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/2-10-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/2-10-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/2-10-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/2-10-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/2-10-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/2-10-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-103275" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/1-10.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/1-10.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/1-10-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/1-10-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/1-10-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/1-10-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/1-10-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/1-10-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/1-10-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/1-10-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนเด็กเคยคิดไหมว่าวันหนึ่งจะได้เป็นเจ้าของร้านอาหาร” เราเอ่ยถามขึ้นหลังจัดการทั้งของคาวของหวานตรงหน้าหมดเกลี้ยง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่เลย” มานะปฏิเสธทันที “ช่วงเริ่มต้นใหม่ๆ ถามตัวเองตลอดว่าเมื่อไหร่ถึงจะดี ทำไมเหนื่อยแบบนี้ ผมว่าคนทำธุรกิจทุกคนคิดแบบนี้ จังหวะนั้นมี 2 ทางเลือก คือสู้ต่อหรือยอมแพ้ แต่ผมมองว่าไหนๆ มาถึงจุดนี้แล้วก็ทำต่อไปให้สุดเลยแล้วกัน ยังไงอาหารก็ไม่มีกำแพงอยู่แล้ว ผมคิดว่ามันเป็นความท้าทายที่น่าสนใจนะถ้า Aoringo </span>สามารถขยายสาขาไปถึงญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศต้นตำรับได้ มันเป็นความฝันของคุณอาชิโมโตะด้วย”</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สรุปแล้วการได้มาทำ Aoringo เปลี่ยนอะไรในตัวไปบ้าง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“น่าจะเป็น</span>เรื่องการแคร์คนมากขึ้น” มานะนิ่งคิดก่อนพูดต่อ <span style="font-weight: 400;">“</span>ตอนเป็นวิศวกรผมคิดเรื่องหลักการและความปลอดภัยเป็นหลัก พอมาทำร้านอาหารก็เปลี่ยนมาโฟกัสเรื่องลูกค้ากับคุณภาพอาหาร เอาจริงๆ ร้านอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ มีเป็นพันๆ ร้าน การที่ลูกค้าเลือกมาร้านเราก็เหมือนเขาให้โอกาสเรา ผมถึงอยากดูแลเขาอย่างเต็มที่” มานะทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม</p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสนทนาระหว่างเราจบลงตรงนั้น ไม่มีเสียงประท้วงจากกระเพาะอาหารอีกต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหลือเพียงเสียงประท้วงจากจิตใจที่บอกว่า เราต้องกลับมากินอีกครั้งอย่างแน่นอน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103285 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-7.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-7-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<hr />
<h3><strong>Aoringo Japanese Curry</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>address:</strong> </span><span style="font-weight: 400;">สาขา 1 ชั้น 2 อาคารธนิยะ พลาซา (สีลม) และ</span><span style="font-weight: 400;">สาขา 2 เลขที่ 582/11 คลองตันเหนือ วัฒนา (เอกมัย)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>hours:</strong> ทุกวัน เวลา 11:00-14.30 น. และ 17:00-21:00 น.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Facebook: </strong></span><a href="https://www.facebook.com/aoringocurry/about/?ref=page_internal">Aoringo Thaniya Silom</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/aoringo-curry/">Aoringo ร้านแกงกะหรี่โฮมเมดไทยอายุ 14 ปีที่สมาคมแกงกะหรี่แห่งประเทศญี่ปุ่นไว้วางใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘Duck You Caferista’ คาเฟ่สไตล์บาร์ค็อกเทลที่เสิร์ฟกาแฟให้กินคู่กับเป็ดย่าง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/duckyou/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุชานาถ กิตติสุรินทร์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2020 19:27:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[บาริสต้า]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[specialty coffee]]></category>
		<category><![CDATA[ที่กิน]]></category>
		<category><![CDATA[พ้ง–ศุภชัย สว่างอำไพ]]></category>
		<category><![CDATA[Duck You Caferista]]></category>
		<category><![CDATA[เป็ดย่างพงษ์กี่]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์ค็อกเทล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=102575</guid>

					<description><![CDATA[<p>ว่ากันว่าคลื่นลูกแรกของพัฒนาการอุตสาหกรรมกาแฟโลกเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง กาแฟเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ทำกำไรและครองตลาดไปทั่วโลก เครื่องดื่มคาเฟอีนชนิดนี้ถูกบรรจุเป็นของสามัญในทุกครัวเรือน ราวปี 1970 ยุคของคลื่นลูกที่สอง เริ่มมีการมองเรื่องคุณภาพของเมล็ดกาแฟมากขึ้น ผู้คนหันมานิยมดื่มกาแฟคั่วคุณภาพ และยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้นเพื่อรสชาติที่ดีกว่ากาแฟกึ่งสำเร็จรูป ต่อมาในช่วงต้นทศวรรษ 2000 วัฒนธรรมการบริโภคกาแฟได้ก่อตัวเป็นคลื่นลูกที่สาม พัดพาเรื่องการคัดสรรเมล็ดพันธุ์ การคั่ว การชง ตลอดจนการปรับปรุงคุณภาพกาแฟให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนเกิดเป็น specialty coffee  วัฒนธรรมการบริโภคกาแฟแบบที่ว่าพัดพามาถึงประเทศไทยเช่นเดียวกัน แต่เมื่อ 6 ปีก่อน specialty coffee ยังไม่เป็นที่นิยมนักในบ้านเรา ทายาทร้านเป็ดย่างพงษ์กี่อย่าง พ้ง–ศุภชัย สว่างอำไพ ที่เริ่มต้นสนใจวงการ จึงต้องเดินทางจากโซนรามคำแหงไปถึงย่านเอกมัย-ทองหล่อเกือบทุกวันเพื่อดื่มด่ำรสชาติกาแฟที่ชื่นชอบ อิทธิพลของกาแฟพิเศษนี้ชักชวนให้พ้งเริ่มต้นเข้าสู่วงการกาแฟอย่างจริงจัง จนถึงขั้นโทรสั่งเครื่องชงกาแฟมาลงที่บ้านและตัดสินใจเปิดร้านกาแฟในวันเดียวกัน &#160; บนทางเดินแห่งความอยากนี้  ภาพแรกที่เราเห็นเมื่อเดินทางมาถึงจุดที่ตั้งของร้าน Duck You Caferista ไม่ใช่ภาพของเครื่องชงกาแฟหรือคนจิบกาแฟอย่างสุขุมอย่างที่เราคิด กลับกันสิ่งแรกที่เห็นเมื่อมาถึงจุดหมายกลับเป็นภาพของตู้ใบใสที่มีกองทัพเป็ดย่าง หมูแดง และหมูกรอบ แขวนอยู่เรียงราย พร้อมโต๊ะรับรองลูกค้าและป้ายที่เขียนสารพัดเมนูจากวัตถุดิบเมื่อครู่ แม้กลิ่นหอมของน้ำซุปจะเย้ายวนชวนให้หยุดชิม แต่ร้านกาแฟสไตล์บาร์ตรงสุดทางเดิน หลังประตูบานเลื่อนและม่านสีดำนั่นต่างหาก คือจุดหมายของเรา &#8220;ตอนที่ตัดสินใจซื้อเครื่องชงกาแฟเรายังชงกาแฟไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ ไม่ได้มีความมั่นใจในด้านกาแฟเลย” พ้งเล่าให้เราฟัง หลังเชื้อเชิญให้เรานั่งลงที่เก้าอี้ทรงสูงบริเวณด้านหน้าบาร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/duckyou/">‘Duck You Caferista’ คาเฟ่สไตล์บาร์ค็อกเทลที่เสิร์ฟกาแฟให้กินคู่กับเป็ดย่าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ว่ากันว่าคลื่นลูกแรกของพัฒนาการอุตสาหกรรมกาแฟโลกเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง กาแฟเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ทำกำไรและครองตลาดไปทั่วโลก เครื่องดื่มคาเฟอีนชนิดนี้ถูกบรรจุเป็นของสามัญในทุกครัวเรือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ราวปี 1970 ยุคของคลื่นลูกที่สอง เริ่มมีการมองเรื่องคุณภาพของเมล็ดกาแฟมากขึ้น ผู้คนหันมานิยมดื่มกาแฟคั่วคุณภาพ และยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้นเพื่อรสชาติที่ดีกว่ากาแฟกึ่งสำเร็จรูป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาในช่วงต้นทศวรรษ 2000 วัฒนธรรมการบริโภคกาแฟได้ก่อตัวเป็นคลื่นลูกที่สาม พัดพาเรื่องการคัดสรรเมล็ดพันธุ์ การคั่ว การชง ตลอดจนการปรับปรุงคุณภาพกาแฟให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนเกิดเป็น specialty coffee </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมการบริโภคกาแฟแบบที่ว่าพัดพามาถึงประเทศไทยเช่นเดียวกัน แต่เมื่อ 6 ปีก่อน specialty coffee ยังไม่เป็นที่นิยมนักในบ้านเรา ทายาทร้านเป็ดย่างพงษ์กี่อย่าง </span><b>พ้ง–ศุภชัย สว่างอำไพ </b><span style="font-weight: 400;">ที่เริ่มต้นสนใจวงการ จึงต้องเดินทางจากโซนรามคำแหงไปถึงย่านเอกมัย-ทองหล่อเกือบทุกวันเพื่อดื่มด่ำรสชาติกาแฟที่ชื่นชอบ อิทธิพลของกาแฟพิเศษนี้ชักชวนให้พ้งเริ่มต้นเข้าสู่วงการกาแฟอย่างจริงจัง จนถึงขั้นโทรสั่งเครื่องชงกาแฟมาลงที่บ้านและตัดสินใจเปิดร้านกาแฟในวันเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102611 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_0733.jpg" alt="" width="650" height="423" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102619 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8400.jpg" alt="" width="650" height="455" /></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>บนทางเดินแห่งความอยากนี้ </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพแรกที่เราเห็นเมื่อเดินทางมาถึงจุดที่ตั้งของร้าน Duck You Caferista ไม่ใช่ภาพของเครื่องชงกาแฟหรือคนจิบกาแฟอย่างสุขุมอย่างที่เราคิด กลับกันสิ่งแรกที่เห็นเมื่อมาถึงจุดหมายกลับเป็นภาพของตู้ใบใสที่มีกองทัพเป็ดย่าง หมูแดง และหมูกรอบ แขวนอยู่เรียงราย พร้อมโต๊ะรับรองลูกค้าและป้ายที่เขียนสารพัดเมนูจากวัตถุดิบเมื่อครู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้กลิ่นหอมของน้ำซุปจะเย้ายวนชวนให้หยุดชิม แต่ร้านกาแฟสไตล์บาร์ตรงสุดทางเดิน หลังประตูบานเลื่อนและม่านสีดำนั่นต่างหาก คือจุดหมายของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102587 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8492.jpg" alt="" width="650" height="464" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ตอนที่ตัดสินใจซื้อเครื่องชงกาแฟเรายังชงกาแฟไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ ไม่ได้มีความมั่นใจในด้านกาแฟเลย” พ้งเล่าให้เราฟัง หลังเชื้อเชิญให้เรานั่งลงที่เก้าอี้ทรงสูงบริเวณด้านหน้าบาร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลังไปดื่มกาแฟแถวทองหล่ออยู่นาน อยู่ๆ เราก็รู้สึกว่าทนไม่ไหวแล้ว เราต้องทำกาแฟแบบที่ชอบกินเองที่บ้านให้ได้ เลยโทรสั่งเครื่องชงกาแฟมา แล้วก็เปิดร้านกาแฟเลยตั้งแต่วันนั้น” พ้งเล่าพลางหัวเราะ ขณะย้อนให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของร้าน Duck You Caferista ที่เกิดจากความอยากเป็นสารตั้งต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะที่บ้านทำธุรกิจร้านอาหาร มีพื้นที่ด้านหลังร้านเป็นบาร์สำหรับตั้งขายน้ำอยู่แล้ว เขาเลยคิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ ก็ถือโอกาสเปิดเป็นร้านขายกาแฟไปด้วยเลยแล้วกัน คงไม่เสียหายอะไรเพราะถึงยังไงก็ไม่ต้องเสียค่าเช่าอยู่แล้ว </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102617 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8389.jpg" alt="" width="650" height="494" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วง 2 ปีแรกขายได้วันละประมาณ 5-10 แก้วเอง เปิดร้านใหม่ๆ มีพนักงานออฟฟิศสั่งไป 30 แก้ว สั่งครั้งเดียวเขาก็ไม่สั่งอีกเลย” เจ้าของร้านหนุ่มยังคงเล่าติดตลก บอกว่าตอนนั้นไม่ได้รู้สึกเครียดอะไร แม้คนส่วนใหญ่จะคุ้นชินกับกาแฟรสชาติหวานมันมากกว่ากาแฟแบบที่เขาชอบ เพราะถึงยังไงก็ไม่ได้คิดทำร้านจริงจังอยู่แล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102580 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8447.jpg" alt="" width="525" height="892" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงจะเริ่มต้นตามที่ว่าไป แต่ปัจจุบัน Duck You Caferista ก็ยืนอายุมากว่า 6 ปี พร้อมการพัฒนาตัวร้านมาเรื่อยๆ ตามความจริงจังที่เพิ่มมากขึ้นของพ้ง จากมุมเครื่องดื่มเล็กๆ ภายในร้านข้าวหน้าเป็ด เขาใช้เวลาไปกับสิ่งที่ตัวเองสนใจ ฝึกฝนลาเต้อาร์ตและคั่วกาแฟ ลงแข่งขันสั่งสมประสบการณ์จากเวทีทั้งในและนอกประเทศ จนร้านที่เขาไม่ได้คิดทำจริงจังเริ่มเป็นที่รู้จัก มีทั้งคนในและนอกพื้นที่เดินทางมาชิมฝีมือกันถึงถิ่น ขยายธุรกิจโรงคั่วและขายเมล็ดกาแฟอย่างจริงจังมาจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะเริ่มต้นรีโนเวตร้านใหม่ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น พร้อมทั้งผสมผสานความชอบของตัวเองลงไปในการตกแต่งร้านให้มากกว่าเคย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102589 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8513.jpg" alt="" width="650" height="528" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนหน้านี้เราทำงานคนเดียวมาตลอด เพราะช่วงแรกงานที่ร้านกาแฟยังไม่ได้ยุ่งมากขนาดนั้น แต่พอเริ่มคั่วกาแฟด้วยปุ๊บ เลยกลายเป็นว่ายุ่งจนแยกร่างไปทำอะไรไม่ได้เลย ต้องเตรียมงานครัวของร้านเป็ดย่าง ดูแลงานคั่วกาแฟ และต้องทำร้านกาแฟไปด้วย ทำวนลูปอยู่แบบนี้จนเรารู้สึกเหมือนอยู่กับที่มานานเกินไป เราเลยเริ่มรับคนมาทำงานเพิ่ม แล้วขุดโปรเจกต์รีโนเวตร้านที่อยากทำอยู่แล้วกลับมา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102586 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8470.jpg" alt="" width="650" height="447" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเคยไปฝึกงานเป็นบาร์เทนเดอร์ช่วงกำลังจริงจังในการทำร้านพอดี เลยได้ไอเดียการรีโนเวตร้านมาจากบาร์ เขาทำร้านเป็นบาร์ยาว มีอ่างล้างแก้วด้านหน้า เวลาพนักงานยืนประจำตำแหน่งจะเห็นโฟลว์การทำงาน เราว่ามันเวิร์กดีถ้าจะเอามาใช้กับบาร์กาแฟ อีกอย่างที่ทำแบบนี้เพราะนอกจากกาแฟก็มีค็อกเทลนี่แหละที่ชอบดื่ม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เดิมทีร้านกาแฟกับร้านอาหารมีเพียงประตูบานเลื่อนกระจกใสกั้นเท่านั้น พ้งที่อยากเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้นจึงติดม่านสีดำเพื่อกั้นระหว่างร้านอาหาร ร้านกาแฟ และโรงคั่วข้างหลัง แต่งเติมบรรยากาศด้วยไฟสีชมพูนีออน และเปิดเพลงสไตล์เกาหลีสร้างบรรยากาศ หากมองทะลุเคาน์เตอร์บาร์ที่พ้งใช้ทำงานจะเห็นเมล็ดกาแฟหลากชนิดวางเรียงราย รวมไปถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับทำค็อกเทลที่ในอนาคตอาจเป็นหนึ่งในความชอบที่พ้งไล่ตามและนำมาปรับเพิ่มใส่ลงในร้านแห่งนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102584 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8468.jpg" alt="" width="650" height="497" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102585 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8469.jpg" alt="" width="650" height="507" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เรากินเป็ดย่างดื่มกาแฟ เราดื่มกาแฟกินเป็ดย่าง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะกิมมิกอย่างหนึ่งตั้งแต่ก่อนรีโนเวตร้านคือการไม่มีพรมแดนของอาหารและกาแฟ ลูกค้าสามารถสั่งอาหารจากข้างหน้าเข้ามากินในร้านได้เลย เมื่อคิดปรับปรุงร้านพ้งก็ยังยึดหลักการเดิม เพราะเชื่อว่าสิ่งสำคัญในการบริหารทั้งสองร้านคือความสบายใจของคนที่มากินและดื่ม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอรีโนเวตร้านใหม่แล้ว หลายคนก็ถามว่าจะให้เอาข้าวเข้ามากินในนี้อีกเหรอ กังวลเรื่องกลิ่นอาหาร แต่ส่วนตัวเรามองว่ามันเป็นร้านเดียวกันมาตั้งแต่แรก เรื่องพวกนี้เลยเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก โต๊ะในร้านกาแฟเราก็ตั้งใจทำขึ้นใหม่ ปรับให้สูงขึ้นเพื่อให้กินข้าวได้สะดวกขึ้นด้วย แต่ขนาดจะค่อนข้างเล็กหน่อย ถ้ามากลุ่มใหญ่หรือสั่งเยอะอาจจะต้องนั่งส่วนที่เป็นร้านข้าวหน้าเป็ดเหมือนเดิม แต่สุดท้ายการที่ร้านเราเป็นร้านอาหารด้วยร้านกาแฟด้วยอย่างนี้ เราว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เป็นเรื่องความสบายใจมากกว่า ลูกค้าอยากจะทำอะไรก็ทำ” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102599 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8550.jpg" alt="" width="650" height="473" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีเมนูที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้กินคู่กับข้าวหน้าเป็ดบ้างไหม” เราตั้งข้อสงสัย เมื่อเห็นการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาหารและกาแฟ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ ไม่เชิงออกแบบอะไรขนาดนั้น เพราะเราวางคอนเซปต์ไว้แต่แรกแล้วว่าอยากทำกาแฟที่พอดีกับทุกคน อย่างกาแฟ standard ของร้านเราก็ตั้งใจสร้างมาให้เหมาะกับทั้งคนที่ชอบดื่มกาแฟรสเปรี้ยวและถนัดกาแฟรสเข้ม” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากกาแฟ standard ที่ร้านยังมีกาแฟแบบ single origin หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งเมล็ดกาแฟนอกอย่างเคนยา เอธิโอเปีย และบราซิล รวมถึงกาแฟไทยจากแม่สวย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กาแฟร้านเรามีทั้งโทนฟรุตตี้ เบอร์รี ถั่ว วานิลลา และช็อกโกแลต อย่างเอธิโอเปียของที่ร้านจะมีทั้งแบบ washed process และ natural process ที่ถึงแม้จะเป็นกาแฟชนิดเดียวกันแต่ให้รสชาติไม่เหมือนกันเลย  เคนยาก็จะมีโทนที่ค่อนข้างจัด หวานแบบลูกเกด แต่เปรี้ยวแบบเบอร์รีชัดเจนมาก บราซิลจะมีความเป็นถั่ว ต่อให้คั่วอ่อนแค่ไหนรสก็จะไม่เปรี้ยวมาก ถ้าเอามาชงกับนมจะได้รสเหมือนกินลาเต้ที่มีกลิ่นพีนัตลอยมาแบบชัดเจน กาแฟไทยจากแม่สวยเราว่าพอจะเทียบกับบราซิลได้เพราะออกเป็นโทนถั่วทั้งคู่” พ้งอธิบายรสชาติที่แตกต่างกันของเมล็ดกาแฟที่มีในร้าน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102593 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8524.jpg" alt="" width="650" height="433" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8524.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8524-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8524-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8524-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8524-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8524-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8524-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8524-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เวลาเอาแต่ละแบบมาให้ลูกค้าดื่ม เขาจะเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่ากาแฟมีความแตกต่าง ไม่ใช่ว่ากาแฟก็คือกาแฟ รสชาติเหมือนกันทั้งโลก มันเลยกลายเป็นว่าเราจะพยายามเลือกเมล็ดกาแฟที่มีคาแร็กเตอร์ชัดเจน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102588 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8495.jpg" alt="" width="650" height="458" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายครั้งลูกค้ามักจะเข้าร้านมาโดยไม่มีเมนูที่อยู่ในใจ หน้าที่ของพ้งคือการจับให้ได้ว่ารสชาติหรือโทนที่เขาอยากดื่มคือแบบไหน เปรี้ยวได้ไหม หวานหรือเปล่า ซึ่งระหว่างที่เรากำลังคุยกัน บาริสต้าอย่างพ้งก็แสดงให้เราเห็นภาพนั้นชัดเจนผ่านการทักทายทุกคนด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร ซักถามอย่างละเอียดด้วยความใจเย็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราบอกน้องที่ร้านเสมอว่าจะไม่มีการบังคับ ไม่มีการบอกว่าต้องดื่มกาแฟตัวนี้หรือตัวไหน ถ้าไม่อยากดื่มกาแฟก็ไม่จำเป็นต้องฝืน แต่ถ้าสนใจอยากกินเราก็มีให้ลอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรื่องอย่างนี้มันเป็นเรื่องลิ้นคนด้วย ถ้าเราทำถูกปากเขาก็ชอบ เหมือนเวลาไปกินก๋วยเตี๋ยว ถ้าเราชอบกินเผ็ดแล้วเขาปรุงหวานเราก็คงไม่ชอบ กาแฟก็คล้ายๆ กัน ต้องรู้ว่าคนดื่มชอบแบบไหน แล้วเราก็ต้องชงออกมาในรูปแบบที่เขาอยากดื่มให้ได้ ด้วยความที่มันไม่ใช่ร้านแมส ไม่ใช่ speed bar เราเลยมีเวลาคุยกับลูกค้า ต่อให้ลูกค้าแน่นร้าน เราก็มั่นใจว่าจะมีเวลาถาม มีเวลาพูดคุย และเลือกกาแฟให้เขาได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102603 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8577.jpg" alt="" width="650" height="440" /></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102608 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_0703.jpg" alt="" width="650" height="475" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างเมนูที่พ้งเสิร์ฟให้เราวันนี้ก็ได้มาจากการถาม-ตอบอย่างละเอียดเช่นเดียวกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แก้วแรกคือลาเต้ร้อนที่เราตกลงปลงใจเลือกมาตั้งแต่ที่บ้านเพราะอยากเห็นฝีมือลาเต้อาร์ตของพ้ง ส่วนแก้วที่สองอย่างฮันนี่เลมอนลาเต้ พ้งก็แนะนำให้เราทันทีหลังรู้ว่าเราไม่ถนัดกาแฟคั่วอ่อนเท่าไหร่นัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราตั้งใจออกแบบเมนูนี้สำหรับคนที่อยากทดลองดื่มกาแฟคั่วอ่อน รสชาติจะไม่เปรี้ยวโดดเกินไปนัก ติดรสน้ำผึ้งมะนาวซะมากกว่า” พ้งวางเปลือกเลมอนสีเหลืองเป็นอันดับสุดท้ายก่อนเสิร์ฟเมนูที่สองของวันมาให้ตรงหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะยกแก้วขึ้นดื่มความหอมของเลมอนแตะจมูกทักทายก่อนเป็นอันดับแรก ตามด้วยรสเปรี้ยวอมหวานที่ผสมผสานกับกาแฟได้อย่างลงตัว แม้จะเป็นการลองกาแฟเปรี้ยวแก้วแรกในชีวิต แต่เรากลับพบว่ามันโอเคกว่าที่คิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102581 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8462.jpg" alt="" width="650" height="459" /></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>สิ่งชอบ x สิ่งที่รู้ดี = ความสนุก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดระยะเวลาที่คุยกันเราสังเกตได้ว่าพ้งมีความสุขเสมอเมื่อพูดถึงกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นการอธิบายตั้งแต่ที่มาของเมล็ด กระบวนการผลิต ความแตกต่างของการคั่ว ไปจนถึงแนวคิดเมนูต่างๆ จนอดถามเขาไม่ได้ว่าอะไรคือความสนุกที่ทำให้เขาเปิดร้านมาจนวันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่ทำมาจนถึงทุกวันนี้ได้อาจเพราะในหัวเราไม่มีคำว่าเจ๊งอยู่เลยตั้งแต่แรกก็ได้” พ้งหัวเราะก่อนจะเล่าเหตุผลหลักที่ทำให้เขาอยากตื่นมาชงกาแฟทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะตั้งแต่เริ่มทำจนถึงตอนนี้เรายังคงทำอะไรที่อยากทำจริงๆ ไม่เคยชงกาแฟแบบขอไปที ไม่เคยคิดว่ามาเพื่อขายกาแฟให้ได้ตังค์ ทุกแก้วที่เราทำเรารู้ว่ากำลังจะเสิร์ฟอะไรให้ลูกค้า การทำสิ่งที่ชอบ ทำสิ่งที่รู้ดี จะเรียกว่าอยู่ในคอมฟอร์ตโซนก็ไม่เชิงนะ เพราะเราก็พยายามขยายพื้นที่คอมฟอร์ตโซนของเราไปเรื่อยๆ เราเป็นนักเทลาเต้อาร์ต เป็นบาริสต้า เป็นคนคั่วกาแฟ เราเป็นทั้งหมดนี้ได้เพราะชอบกาแฟและไม่ได้ฟิกซ์ตัวเองให้ทำแค่อย่างเดียว” พ้งทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นจากความอยากเป็นสารตั้งต้น ผสมกับความชอบแบบตามใจฉัน แต่งเติมด้วยการทดลองหลายๆ ด้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มุมเครื่องดื่มเล็กๆ ในวันนั้นเติบโตเป็นร้านกาแฟตกแต่งสไตล์บาร์ค็อกเทลที่มีโรงคั่วตั้งอยู่ข้างหลังได้ในวันนี้ แม้สิ่งรอบตัวจะเปลี่ยนไป แต่ความตั้งใจในการทำกาแฟของพ้งจะยังคงเหมือนวันแรกที่เขาตัดสินใจเปิดร้านนี้ขึ้นมาอย่างแน่นอน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-102616 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_0804.jpg" alt="" width="650" height="434" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_0804.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_0804-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_0804-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_0804-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_0804-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_0804-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_0804-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_0804-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></p>
<hr />
<h3><strong>Duck You Caferista </strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>address:</strong> 324/1 ซอยรามคำแหง 78 หัวหมาก บางกะปิ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>hours:</strong> ทุกวัน เวลา 7:30-16:00 น.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>facebook:</strong> <a href="https://www.facebook.com/duckyoucaferista">Duck You Caferista</a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/duckyou/">‘Duck You Caferista’ คาเฟ่สไตล์บาร์ค็อกเทลที่เสิร์ฟกาแฟให้กินคู่กับเป็ดย่าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
