<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รัชดาภรณ์ เหมจินดา, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/ratchadaporn/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Dec 2022 11:01:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>อดีต / ของ / ปัจจุบัน Special EP. เชิงเทียนฮานุกิยาห์ กับ การเฉลิมฉลองเทศกาลฮานุกกะห์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-special-ep-hanukkah/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[มนสิชา รุ่งชวาลนนท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Dec 2022 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Podcast]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต | ของ | ปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[อิสราเอล]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต ของ ปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวยิว]]></category>
		<category><![CDATA[ฮานุกกะห์]]></category>
		<category><![CDATA[ฮานุกิยาห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=163887</guid>

					<description><![CDATA[<p>อดีต ของ ปัจจุบัน ตอนนี้มาอยู่ในสถานที่แปลกตา เพราะวันนี้เราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับกิจกรรมในเทศกาลฮานุกกะห์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่สำคัญมากสำหรับชาวยิว และแขกรับเชิญพิเศษที่จะมาเล่าให้ฟังในวันนี้คือคุณอาเรียล ไซด์แมน รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูตสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เทศกาลฮานุกกะห์ หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า “เทศกาลแห่งแสงสว่าง” เนื่องจากหลังการปฏิวัติของชาวยิวกับจักรวรรดิโรมัน ทำให้น้ำมันมะกอกซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำหรับทำพิธีทางศาสนาถูกทำลายและเหลืออยู่เพียง 1 วันเท่านั้น แต่แล้วก็มีปาฏิหาริย์ เมื่อเชื้อเพลิงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดสามารถทำให้เทียนสว่างได้นานถึง 8 คืน นอกจากการจุดเทียนเพื่อเฉลิมฉลองแล้ว เทศกาลนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่นการกินขนม “ซุฟกานิยต” ที่มีรูปร่างคล้ายโดนัท หรือการเล่นลูกข่าง “Sevivion” ซึ่งมีตำนานมาจากการแกล้งเล่นลูกข่างเพื่อตบตาทหารโรมันด้วย เรื่องราวของชาวยิวและชาวกรีกในอดีตเป็นอย่างไร และชาวยิวทำอะไรในเทศกาลฮานุกกะห์บ้าง เตย-มนสิชา และ ยุ้ย-กนกพรรณ รวมถึงคุณอาเรียล ไซด์แมน จะมาเล่าให้ฟังกันใน Special EP. อดีต / ของ / ปัจจุบัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-special-ep-hanukkah/">อดีต / ของ / ปัจจุบัน Special EP. เชิงเทียนฮานุกิยาห์ กับ การเฉลิมฉลองเทศกาลฮานุกกะห์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อดีต ของ ปัจจุบัน ตอนนี้มาอยู่ในสถานที่แปลกตา เพราะวันนี้เราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับกิจกรรมในเทศกาลฮานุกกะห์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่สำคัญมากสำหรับชาวยิว และแขกรับเชิญพิเศษที่จะมาเล่าให้ฟังในวันนี้คือคุณอาเรียล ไซด์แมน รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูตสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย</p>



<p>เทศกาลฮานุกกะห์ หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า “เทศกาลแห่งแสงสว่าง” เนื่องจากหลังการปฏิวัติของชาวยิวกับจักรวรรดิโรมัน ทำให้น้ำมันมะกอกซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำหรับทำพิธีทางศาสนาถูกทำลายและเหลืออยู่เพียง 1 วันเท่านั้น แต่แล้วก็มีปาฏิหาริย์ เมื่อเชื้อเพลิงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดสามารถทำให้เทียนสว่างได้นานถึง 8 คืน</p>



<p>นอกจากการจุดเทียนเพื่อเฉลิมฉลองแล้ว เทศกาลนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่นการกินขนม “ซุฟกานิยต” ที่มีรูปร่างคล้ายโดนัท หรือการเล่นลูกข่าง “Sevivion” ซึ่งมีตำนานมาจากการแกล้งเล่นลูกข่างเพื่อตบตาทหารโรมันด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="537" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/อดีตของปัจจุบัน_special-ep_ฮานุกิยาห์_facebook-type-1024x537.jpg" alt="" class="wp-image-163891" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/อดีตของปัจจุบัน_special-ep_ฮานุกิยาห์_facebook-type-1024x537.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/อดีตของปัจจุบัน_special-ep_ฮานุกิยาห์_facebook-type-300x157.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/อดีตของปัจจุบัน_special-ep_ฮานุกิยาห์_facebook-type-768x402.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/อดีตของปัจจุบัน_special-ep_ฮานุกิยาห์_facebook-type-1536x805.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/อดีตของปัจจุบัน_special-ep_ฮานุกิยาห์_facebook-type-2048x1073.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/อดีตของปัจจุบัน_special-ep_ฮานุกิยาห์_facebook-type-600x314.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เรื่องราวของชาวยิวและชาวกรีกในอดีตเป็นอย่างไร และชาวยิวทำอะไรในเทศกาลฮานุกกะห์บ้าง เตย-มนสิชา และ ยุ้ย-กนกพรรณ รวมถึงคุณอาเรียล ไซด์แมน จะมาเล่าให้ฟังกันใน Special EP. อดีต / ของ / ปัจจุบัน</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="เชิงเทียนฮานุกิยาห์ กับ การเฉลิมฉลองเทศกาลฮานุกกะห์ | อดีต / ของ / ปัจจุบัน Special EP." width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/raawCTO7wjo?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://apple.co/3YOlrGP"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/listen-on-03-1.jpg" alt="Listen to a day podcast on Apple Podcasts"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://spoti.fi/3Gg9eUm"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/spotify.jpg" alt="Listen to a day podcast on Spotify"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://on.soundcloud.com/nJSTF"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/soundcloud.jpg" alt="Listen to a day podcast on Soundcloud"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="http://bit.ly/3HWFOeW"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/podbean.jpg" alt="Listen to a day podcast on Podbean"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://youtu.be/raawCTO7wjo"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/youtube.jpg" alt="Listen to a day podcast on YouTube"/></a></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-special-ep-hanukkah/">อดีต / ของ / ปัจจุบัน Special EP. เชิงเทียนฮานุกิยาห์ กับ การเฉลิมฉลองเทศกาลฮานุกกะห์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ความขลัง’ ของมิชลินไกด์ในยุคที่ใครๆ ก็ตั้งคำถามต่อระบบดวงดาว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/michelin-star/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรุณวตรี รัตนธารี]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Dec 2022 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Dish/Watcher]]></category>
		<category><![CDATA[dish watcher]]></category>
		<category><![CDATA[Michelin Guide]]></category>
		<category><![CDATA[Michelin Star]]></category>
		<category><![CDATA[Michelin Green Star]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=163500</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ดวงดาว’ ในวงการร้านอาหารเป็นสิ่งที่ถูกถกเถียงและตั้งคำถามมานับร้อยปี ดวงดาวที่หมายถึงระบบการให้คะแนนความดีงามของร้านอาหารในหลายๆ ด้าน ซึ่งจุดเริ่มต้นของการให้เรทติ้งร้านอาหารเกิดขึ้นตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรมและธุรกิจสิ่งพิมพ์เฟื่องฟูช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ก่อนแพร่ความนิยมจนเกิด ‘สถาบัน’ การให้คะแนนร้านอาหารตามมาหลายต่อหลายเจ้า และสถาบันหนึ่งที่อยู่ยั้งยืนยงมาถึงทุกวันนี้ย่อมหนีไม่พ้น ‘มิชลิน’ หรือ ‘มิชลินสตาร์’ สมุดไกด์บุ๊กสำหรับนักชิมเล่มสีแดงสะดุดตา ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1926 ณ ประเทศฝรั่งเศส ด้วยแนวคิดส่งเสริมการตลาดของ 2 พี่น้องผู้ก่อตั้งบริษัทยางรถยนต์มิชลินอย่างอองเดรและเอดูอาร์ที่ใช้ร้านอาหารแสนอร่อยที่แฝงตัวอยู่ตามเส้นทางต่างๆ มาเป็นแรงจูงใจให้ผู้คนอยากสตาร์ทรถออกเดินทาง แผนการตลาดครั้งนั้นประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม มิชลินกลายเป็นสถาบันตัดสินความดีงามของร้านอาหารที่โด่งดังไม่เพียงแค่ในฝรั่งเศส ทว่าขยายความนิยมไปทั่วยุโรป ก่อนจะข้ามฝั่งมายังอเมริกา และแน่นอนว่าอย่างที่เรารู้กันดี ตลอดสิบกว่าปีมานี้มิชลินได้ขยายอิทธิพลมาสู่แวดวงอาหารฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะในประเทศที่มีวัฒนธรรมอาหารเข้มข้นหรือประเทศที่เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมร้านอาหารอย่างญี่ปุ่น สิงคโปร์ รวมถึงประเทศไทยของเราที่มิชลินเข้ามาแจกดาวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2018 จนมาถึงครั้งล่าสุดที่เพิ่งมีการมอบดาวกันไปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และชวนให้กลับมามองดวงดาวเหล่านี้กันอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ร้านอาหารทั่วโลกกำลังหาทางเดินหน้าให้สอดคล้องกับค่านิยมและพฤติกรรมนักชิมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&#160; (1) ทั้งนี้ทั้งนั้น เราอยากชวนมาทำความรู้จักระบบการให้ดาวของมิชลินอย่างลงลึกกันสักนิด เพราะแท้จริงแล้วมาตรฐานของมิชลินนั้นไม่ได้ผูกโยงกับ ‘ความอร่อย’ อย่างที่หลายคนเข้าใจ ทว่าขึ้นอยู่กับหลักการพื้นฐานที่ร้านอาหารดีๆ ควรมี อาทิ การคัดสรรวัตถุดิบ ความคิดสร้างสรรค์หรือเทคนิคการปรุง บรรยากาศ และการบริการ ส่วนเรื่องรสชาตินั้นน้อยมากที่มิชลินจะลงความเห็นอย่างเป็นจริงเป็นจัง เพราะรู้ดีว่าความอร่อยนั้นเป็นเรื่องรสนิยมปัจเจกซึ่งละเอียดอ่อนและไม่ควรแตะต้องหากไม่อยากเกิดดราม่า มากไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้มิชลินกลายเป็นสถาบันที่ได้รับความน่าเชื่อถือมายาวนาน คือ ทีมนักชิมหรือที่เรียกกันว่า ‘ผู้ตรวจสอบ’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/michelin-star/">‘ความขลัง’ ของมิชลินไกด์ในยุคที่ใครๆ ก็ตั้งคำถามต่อระบบดวงดาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>‘ดวงดาว’ ในวงการร้านอาหารเป็นสิ่งที่ถูกถกเถียงและตั้งคำถามมานับร้อยปี</p>



<p>ดวงดาวที่หมายถึงระบบการให้คะแนนความดีงามของร้านอาหารในหลายๆ ด้าน ซึ่งจุดเริ่มต้นของการให้เรทติ้งร้านอาหารเกิดขึ้นตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรมและธุรกิจสิ่งพิมพ์เฟื่องฟูช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ก่อนแพร่ความนิยมจนเกิด ‘สถาบัน’ การให้คะแนนร้านอาหารตามมาหลายต่อหลายเจ้า และสถาบันหนึ่งที่อยู่ยั้งยืนยงมาถึงทุกวันนี้ย่อมหนีไม่พ้น ‘มิชลิน’ หรือ ‘มิชลินสตาร์’ สมุดไกด์บุ๊กสำหรับนักชิมเล่มสีแดงสะดุดตา ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1926 ณ ประเทศฝรั่งเศส ด้วยแนวคิดส่งเสริมการตลาดของ 2 พี่น้องผู้ก่อตั้งบริษัทยางรถยนต์มิชลินอย่างอองเดรและเอดูอาร์ที่ใช้ร้านอาหารแสนอร่อยที่แฝงตัวอยู่ตามเส้นทางต่างๆ มาเป็นแรงจูงใจให้ผู้คนอยากสตาร์ทรถออกเดินทาง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แผนการตลาดครั้งนั้นประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม มิชลินกลายเป็นสถาบันตัดสินความดีงามของร้านอาหารที่โด่งดังไม่เพียงแค่ในฝรั่งเศส ทว่าขยายความนิยมไปทั่วยุโรป ก่อนจะข้ามฝั่งมายังอเมริกา และแน่นอนว่าอย่างที่เรารู้กันดี ตลอดสิบกว่าปีมานี้มิชลินได้ขยายอิทธิพลมาสู่แวดวงอาหารฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะในประเทศที่มีวัฒนธรรมอาหารเข้มข้นหรือประเทศที่เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมร้านอาหารอย่างญี่ปุ่น สิงคโปร์ รวมถึงประเทศไทยของเราที่มิชลินเข้ามาแจกดาวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2018 จนมาถึงครั้งล่าสุดที่เพิ่งมีการมอบดาวกันไปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และชวนให้กลับมามองดวงดาวเหล่านี้กันอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ร้านอาหารทั่วโลกกำลังหาทางเดินหน้าให้สอดคล้องกับค่านิยมและพฤติกรรมนักชิมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">(1)</h3>



<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น เราอยากชวนมาทำความรู้จักระบบการให้ดาวของมิชลินอย่างลงลึกกันสักนิด เพราะแท้จริงแล้วมาตรฐานของมิชลินนั้นไม่ได้ผูกโยงกับ ‘ความอร่อย’ อย่างที่หลายคนเข้าใจ ทว่าขึ้นอยู่กับหลักการพื้นฐานที่ร้านอาหารดีๆ ควรมี อาทิ การคัดสรรวัตถุดิบ ความคิดสร้างสรรค์หรือเทคนิคการปรุง บรรยากาศ และการบริการ ส่วนเรื่องรสชาตินั้นน้อยมากที่มิชลินจะลงความเห็นอย่างเป็นจริงเป็นจัง เพราะรู้ดีว่าความอร่อยนั้นเป็นเรื่องรสนิยมปัจเจกซึ่งละเอียดอ่อนและไม่ควรแตะต้องหากไม่อยากเกิดดราม่า มากไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้มิชลินกลายเป็นสถาบันที่ได้รับความน่าเชื่อถือมายาวนาน คือ ทีมนักชิมหรือที่เรียกกันว่า ‘ผู้ตรวจสอบ’ (Inspector) ซึ่งถูกปกปิดชื่อเสียงเรียงนามเป็นความลับในระดับแม้แต่ผู้บริหารมิชลินเองก็ไม่รู้ โดยผู้ตรวจสอบเหล่านี้จะเข้าใช้บริการร้านอาหารไม่ต่างจากลูกค้าท่านหนึ่งพร้อมชำระบิลเองเพื่อคงมาตรฐานในการให้คะแนนอย่างตรงไปตรงมา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163513" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-02-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-02-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-02-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ทว่าในอีกมุม ระบบประเมินผลโดยทีมนักชิมนิรนามก็เป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของมิชลินไกด์ด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะในประเทศฝั่งเอเชียที่ตั้งคำถามหนักหน่วงถึงรสนิยมของผู้ตรวจสอบที่ส่วนมากเป็นชาวตะวันตก ว่าจะเที่ยงตรงหรือไม่ในการตัดสินว่าร้านอาหารเอเชียร้านไหนดีอย่างไร และแม้มิชลินไกด์จะออกมาชี้แจงว่าทีมผู้ตรวจสอบในแต่ละประเทศนั้นมีนักชิมท้องถิ่นรวมอยู่ด้วยเสมอ แต่นั่นก็เป็นเรื่องพิสูจน์ได้ยากเมื่อนักชิมมิชลินทุกคนล้วนเป็นบุคคลนิรนาม ยังไม่รวมการตั้งคำถามถึงสปอนเซอร์ในการจัดพิมพ์มิชลินไกด์ที่มักเป็นทุนใหญ่และมีเอี่ยวในการลงทุนในอุตสาหกรรมร้านอาหารในแต่ละประเทศไม่มากก็น้อย ว่าจะส่งอิทธิพลให้มาตรฐานการประเมินดาวมิชลินนั้นสั่นคลอนหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะในวันที่มิชลินไกด์มีคู่แข่งเกิดขึ้นมากมายเช่นทุกวันนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">(2)</h3>



<p>‘ความขลัง’ ของมิชลินไกด์ในยุคโซเชียลมีเดียจึงเป็นเรื่องที่กำลังถูกท้าทาย</p>



<p>สถาบันการให้รางวัลร้านอาหารที่เกิดขึ้นและได้รับความนิยมนั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุ้นหูนักชิมระดับสากลหน่อยก็เช่น The World’s 50 best หรืออย่างที่คนไทยคุ้นเคยก็เช่น Wongnai’s Choice ยังไม่นับเหล่า Vloger หรือ Food Blogger จำนวนมหาศาลที่นอกจากจะให้ความรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเพื่อนแนะนำร้านอาหารให้เพื่อน ซึ่งทำให้คนดูคล้อยตามแบบไม่ต้องอาศัยความขลัง ยังใช้ต้นทุนในการออกสำรวจร้านอาหารและสื่อสารสู่วงกว้างน้อยกว่าการสร้างทีมนักชิมนิรนามและจัดพิมพ์คู่มือนักชิมเล่มหนา การมาถึงของยุค Food Blogger จึงเป็นเรื่องที่คนในแวดวงร้านอาหารทั่วโลกจับตามองตลอดทั้งทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมตั้งคำถามใหญ่ๆ หลายคำถามต่อมาตรวัดที่เกิดขึ้นนี้ ทั้งเรื่องที่นักชิมส่วนมากมักตัดสินร้านอาหารด้วยมาตรฐานรสชาติที่ถูกปาก รวมถึงการให้ ‘ดาว’ ซึ่งทำได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วคลิก อย่างที่เรามักเห็นร้านอาหารดังๆ หลายร้านต้องกุมขมับเพียงเพราะนักรีวิวอาหารกดให้ดาวต่ำเตี้ยในเพจเฟซบุ๊กของร้าน มากกว่านั้น ระบบการให้ดาวยังเป็นมาตรวัดที่สถาบันนักชิมรุ่นใหม่ๆ ลดความสำคัญลงอย่างต่อเนื่อง เช่นที่ Eater เว็บไซต์อาหารชื่อดังฝั่งอเมริกาปลดการให้ดาวร้านอาหารออกจากเว็บไซต์เมื่อปี 2021 รวมถึง The San Francisco Chronicle ที่เอาระบบการให้ดาวออกตั้งแต่ 2 ปีก่อน และหันไปใช้การรีวิวแบบลงรายละเอียดผ่านบทความหรือคลิปวิดีโอเป็นหลัก เรียกว่านับวันระบบการให้เรทติ้งร้านอาหารก็มักถูกตั้งคำถามว่าดีต่อร้านอาหารเหล่านั้นมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ร้านอาหารทั่วโลกกำลังระส่ำระสายและต้องปรับตัวกันยกใหญ่ การใช้มาตรวัดเดิมๆ เพื่อประเมินความดีงามของร้านอาหารจึงน่าจะเป็นเรื่องที่เราต้องกลับมาทบทวนกันใหม่อีกครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163514" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-03-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-03-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/dish-watcher_มิชลินไกด์_Content-03-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นักเขียนด้านอาหาร Corey Mintz กล่าวไว้ผ่านพอดแคสต์ของสถานีโทรทัศน์ CBC News ประเทศแคนาดา ถึงประเด็นระบบการให้ดาวของสถาบันรีวิวอาหารไว้อย่างน่าสนใจ เขากล่าวว่า ‘มาตรวัดในการตัดสินร้านอาหารแบบเดิมนั้นอาจเรียกว่าล้าสมัย’ เพราะเกณฑ์การตัดสินเหล่านั้นมักไม่นับรวมเรื่องสวัสดิการและสวัสดิภาพของแรงงานในแวดวงร้านอาหารสักเท่าไหร่ และยิ่งร้านอาหารต้องพยายามคว้าดาวกันหนักมากแค่ไหน ภาระงานของแรงงานในครัวยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเท่านั้น ยังไม่นับรวมมิติสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในการเลือกใช้วัตถุดิบและนำเสนอบริการที่มักถูกมองข้ามในการใช้เป็นมาตรวัดความดีงามตลอดระยะเวลาร่วมศตวรรษที่ผ่านมา</p>



<p>ความเห็นในทิศทางนี้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา และน่าจะเสียงดังพอจะทำให้สถาบันรีวิวอาหารระดับท็อปอย่างมิชลินต้องหยุดฟัง เพราะปีล่าสุดมิชลินได้เพิ่มรางวัล Michelin Green Star หรือ ‘ดาวมิชลินรักษ์โลก’ ที่จะมอบให้กับร้านอาหารซึ่งดำเนินกิจการบนหลักความยั่งยืน อาทิ เลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล มีระบบจัดการอาหารเหลือที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงเรื่องสิทธิแรงงานก็ถูกหยิบมาพูดถึงด้วยเหมือนกัน</p>



<p>มาถึงตรงนี้อาจกล่าวได้ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในแวดวงร้านอาหารทั่วโลก ณ ปัจจุบัน อาจไม่ใช่เพียงเรื่องเทรนด์ร้านอาหารหรือรสนิยมนักชิม แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ลึกถึงระดับระบบคุณค่าของผู้คนในสังคม… และแน่นอนว่า หากระบบการตัดสินร้านอาหารนั้นสวนทางกับความคิดของคนส่วนใหญ่ ดาวที่เคยส่องประกายก็อาจถูกหรี่แสงลงได้ในสักวัน</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>อ้างอิง:</p>



<p>(Podcast)</p>



<ul class="wp-block-list"><li><a href="https://www.cbc.ca/radio/frontburner/controversial-michelin-guide-comes-to-canada-1.6454382">https://www.cbc.ca/radio/frontburner/controversial-michelin-guide-comes-to-canada-1.6454382</a></li></ul>



<p>(Website)</p>



<ul class="wp-block-list"><li><a href="https://guide.michelin.com/th/en/article/features/a-chat-with-a-michelin-guide-inspector">https://guide.michelin.com/th/en/article/features/a-chat-with-a-michelin-guide-inspector</a></li><li><a href="https://www.forbes.com/sites/karlaalindahao/2019/10/23/the-secret-life-of-an-anonymous-michelin-restaurant-inspector-2019/?sh=4f5b779035c9">https://www.forbes.com/sites/karlaalindahao/2019/10/23/the-secret-life-of-an-anonymous-michelin-restaurant-inspector-2019/?sh=4f5b779035c9</a></li><li><a href="https://www.wired.co.uk/article/michelin-stars-greenwashing">https://www.wired.co.uk/article/michelin-stars-greenwashing</a></li></ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/michelin-star/">‘ความขลัง’ ของมิชลินไกด์ในยุคที่ใครๆ ก็ตั้งคำถามต่อระบบดวงดาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สุดยอดชานมไข่มุกต้นตำรับที่มีขายเฉพาะในไต้หวัน รอนักเที่ยวไทยกลับไปชิมอีกครั้ง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taiwan-pearl-milk-tea-shops/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิวะภาค เจียรวนาลี]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Dec 2022 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Recommend]]></category>
		<category><![CDATA[bubble tea]]></category>
		<category><![CDATA[pearl milk tea]]></category>
		<category><![CDATA[recommend]]></category>
		<category><![CDATA[Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taiwan]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=163218</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าให้จัดอันดับประเทศที่คนไทยอยากกลับไปเที่ยวหลังเปิดประเทศ ไต้หวันน่าจะติด Top 5 ได้ไม่ยาก&#160; เหตุผลอันดับต้นๆ ที่นักเที่ยวบ้านเราชอบไต้หวันคืออาหารดี ทั้งในแง่รสชาติคุ้นปากคนไทย และหาได้ง่ายมีทั้งรูปแบบร้านหรูไปจนถึงแผงลอยตามตลาดกลางคืน แน่นอนว่าชานมไข่มุกคือเมนูอันดับต้นๆ เพราะไต้หวันคือประเทศต้นตำรับของเมนูนี้ ถูกคิดค้นราวปี 1980 สูตรต้นตำรับแท้ๆ จะมีรสชาติหวานหอมของใบชาต้มที่ลงตัว ผสมนมหรือน้ำเชื่อมผลไม้ และเพิ่มท็อปปิ้งเอกลักษณ์เด่นด้วยไข่มุกเหนียวหนึบเต็มคำ ปัจจุบันชานมไข่มุกในไต้หวันมีความหลากหลายสูงมาก แต่ถ้าคุณอยากชิมรสแท้ดั้งเดิม นี่คือ 4 ร้านที่ห้ามพลาดในย่าน Xi Men Ting และ Xinyi ในเมืองไทเป แนะนำโดยสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ&#160; ร้านเหล่านี้อยู่ในย่านวัยรุ่น แต่ด้วยรสชาติดั้งเดิมทำให้ยังได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ที่สำคัญคือเมนูและรสชาติจากร้านเหล่านี้หาดื่มได้ที่ไหนเฉพาะที่ไต้หวันเท่านั้น! Ching Shin Fu Chuan Tea Station&#160; Xi men ding ชิงซินฝูฉวนเป็นร้านชาไข่มุกเก่าแก่ ก่อตั้งในปี 1987 เจ้าของร้านมีปรัชญาแน่วแน่ว่าชาที่ดีต้องชงด้วยใจ มุ่งมั่นถ่ายทอดวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวไต้หวันจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยปรัชญาเช่นนี้ทำให้ร้านเข้มงวดและพิถีพิถันกับการทำชาทุกขั้นตอน จุดเด่นคือกระบวนการชงชาและทำไข่มุกที่ทำขึ้นมาเองทั้งหมด นอกจากนี้ยังคัดสรรวัตถุดิบในการผลิต คัดเกรดใบชาคุณภาพสูงเพื่อให้ได้มาตรฐานที่ตรงกันทุกแก้วก่อนส่งถึงมือผู้บริโภค คุณภาพพรีเมียมทุกแก้ว ตำแหน่งร้าน https://goo.gl/maps/ULG75MiBBQWVdfNRA&#160; facebook.com/chingshin1987 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taiwan-pearl-milk-tea-shops/">สุดยอดชานมไข่มุกต้นตำรับที่มีขายเฉพาะในไต้หวัน รอนักเที่ยวไทยกลับไปชิมอีกครั้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ถ้าให้จัดอันดับประเทศที่คนไทยอยากกลับไปเที่ยวหลังเปิดประเทศ ไต้หวันน่าจะติด Top 5 ได้ไม่ยาก&nbsp;</p>



<p>เหตุผลอันดับต้นๆ ที่นักเที่ยวบ้านเราชอบไต้หวันคืออาหารดี ทั้งในแง่รสชาติคุ้นปากคนไทย และหาได้ง่ายมีทั้งรูปแบบร้านหรูไปจนถึงแผงลอยตามตลาดกลางคืน แน่นอนว่าชานมไข่มุกคือเมนูอันดับต้นๆ เพราะไต้หวันคือประเทศต้นตำรับของเมนูนี้ ถูกคิดค้นราวปี 1980 สูตรต้นตำรับแท้ๆ จะมีรสชาติหวานหอมของใบชาต้มที่ลงตัว ผสมนมหรือน้ำเชื่อมผลไม้ และเพิ่มท็อปปิ้งเอกลักษณ์เด่นด้วยไข่มุกเหนียวหนึบเต็มคำ</p>



<p>ปัจจุบันชานมไข่มุกในไต้หวันมีความหลากหลายสูงมาก แต่ถ้าคุณอยากชิมรสแท้ดั้งเดิม นี่คือ 4 ร้านที่ห้ามพลาดในย่าน Xi Men Ting และ Xinyi ในเมืองไทเป แนะนำโดยสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ&nbsp;</p>



<p>ร้านเหล่านี้อยู่ในย่านวัยรุ่น แต่ด้วยรสชาติดั้งเดิมทำให้ยังได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ที่สำคัญคือเมนูและรสชาติจากร้านเหล่านี้หาดื่มได้ที่ไหนเฉพาะที่ไต้หวันเท่านั้น!</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="833" height="833" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภาพเปิด-Taiwan-tea-02-03.jpg" alt="" class="wp-image-163230" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภาพเปิด-Taiwan-tea-02-03.jpg 833w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภาพเปิด-Taiwan-tea-02-03-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภาพเปิด-Taiwan-tea-02-03-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภาพเปิด-Taiwan-tea-02-03-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภาพเปิด-Taiwan-tea-02-03-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภาพเปิด-Taiwan-tea-02-03-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภาพเปิด-Taiwan-tea-02-03-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภาพเปิด-Taiwan-tea-02-03-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 833px) 100vw, 833px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">Ching Shin Fu Chuan Tea Station&nbsp;</h3>



<h4 class="wp-block-heading">Xi men ding</h4>



<p>ชิงซินฝูฉวนเป็นร้านชาไข่มุกเก่าแก่ ก่อตั้งในปี 1987 เจ้าของร้านมีปรัชญาแน่วแน่ว่าชาที่ดีต้องชงด้วยใจ มุ่งมั่นถ่ายทอดวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวไต้หวันจากรุ่นสู่รุ่น</p>



<p>ด้วยปรัชญาเช่นนี้ทำให้ร้านเข้มงวดและพิถีพิถันกับการทำชาทุกขั้นตอน จุดเด่นคือกระบวนการชงชาและทำไข่มุกที่ทำขึ้นมาเองทั้งหมด นอกจากนี้ยังคัดสรรวัตถุดิบในการผลิต คัดเกรดใบชาคุณภาพสูงเพื่อให้ได้มาตรฐานที่ตรงกันทุกแก้วก่อนส่งถึงมือผู้บริโภค คุณภาพพรีเมียมทุกแก้ว</p>



<p>ตำแหน่งร้าน <a href="https://goo.gl/maps/ULG75MiBBQWVdfNRA">https://goo.gl/maps/ULG75MiBBQWVdfNRA</a>&nbsp;</p>



<p><a href="http://facebook.com/chingshin1987">facebook.com/chingshin1987</a></p>



<p><a href="http://chingshin.tw">chingshin.tw</a></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="833" height="833" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-02.jpg" alt="" class="wp-image-163227" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-02.jpg 833w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-02-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-02-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-02-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-02-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-02-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-02-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-02-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 833px) 100vw, 833px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">Gui ji</h3>



<h4 class="wp-block-heading">Xi men ding</h4>



<p>กุยจี้เป็นหนึ่งในร้านตำนานด้านชานมไข่มุกของไต้หวัน มีกรรมวิธีการผลิตชาไข่มุกทุกแก้วด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศส่งตรงจากแหล่งผลิตท้องถิ่น</p>



<p>จุดเด่นคือ มีพนักงานในร้านเป็นคนเก่าแก่ที่รู้วิธีเค้นรสชาติของชาได้ดี คัดเลือกใบชาหรือผลไม้อย่างพิถีพิถัน รู้วิธีการเคี่ยวไข่มุกให้ได้เต็มเม็ดสีสวยงาม จนถึงการชงชาแบบแฮนด์เชคแก้วต่อแก้ว เพื่อรักษาคุณภาพและการันตีความอร่อย พร้อมมอบความสดชื่นให้ลูกค้าในทุกวัน</p>



<p>กุยจี้เป็นร้านไม่ใหญ่มาก แต่ด้วยเมนูที่มีสูตรเด่นเฉพาะตัวของทางร้านฉบับออริจินอลไต้หวันแท้ จึงเป็นร้านที่นิยมบอกต่อกันแบบปากต่อปากมากที่สุดอีกหนึ่งร้านของประเทศไต้หวัน</p>



<p>ตำแหน่งร้าน <a href="https://goo.gl/maps/4teSC7zviTXBi3vi7">https://goo.gl/maps/4teSC7zviTXBi3vi7</a></p>



<p><a href="http://facebook.com/greattea.asia">facebook.com/greattea.asia</a></p>



<p><a href="http://guiji-group.com">guiji-group.com</a></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="833" height="833" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-03.jpg" alt="" class="wp-image-163228" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-03.jpg 833w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-03-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-03-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-03-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-03-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-03-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-03-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-03-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 833px) 100vw, 833px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">Milk Shop</h3>



<h4 class="wp-block-heading">Xi men ding</h4>



<p>เอกลักษณ์อันโดดเด่นของร้านมิลค์ช้อปอยู่ที่ส่วนผสมหลักอย่างนมในเมนูชานมไข่มุก ร้านใช้นมสด 100% จากวัวนมในฟาร์มประจำถิ่นของไต้หวัน ให้ความหอมมันและสดใหม่มากกว่านมปกติ&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับเรื่องรสชาติแบบออริจินอลแท้ๆ ไม่มีการใส่ครีมเทียมเป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มทุกชนิดภายในร้าน เม็ดไข่มุกต้องสีขาวใสไร้สารกันบูด ไม่เจือปนสีสังเคราะห์และสารเติมแต่ง ตลอดจนการรักษาคุณภาพของชาที่ส่งตรงมาจากทั่วโลก เช่น การลดความขมของใบชาแต่ละชนิดหรือการคัดเลือกใบชาแต่ละประเภทมาเป็นส่วนผสมให้เหมาะกับรสชาติของเครื่องดื่มแต่ละแก้ว การใส่ใจทุกรายละเอียดและชงใหม่ทุกแก้วทำให้มิลค์ช้อปกลายเป็นร้านโปรดครองใจชาวไต้หวันมาอย่างยาวนาน</p>



<p>ตำแหน่งร้าน <a href="https://goo.gl/maps/otgWrvQd94LiX5Ff8">https://goo.gl/maps/otgWrvQd94LiX5Ff8</a></p>



<p><a href="http://facebook.com/Milkshatw">facebook.com/Milkshatw</a></p>



<p><a href="http://milkshoptea.com">milkshoptea.com</a></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="833" height="833" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-04.jpg" alt="" class="wp-image-163229" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-04.jpg 833w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-04-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-04-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-04-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-04-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-04-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-04-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Taiwan-tea-04-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 833px) 100vw, 833px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">Truedan</h3>



<h4 class="wp-block-heading">Xinyi</h4>



<p>ร้านนี้อ่านออกเสียงว่า เจิน จู่ ตาน อยู่ในเมืองซินอี้ ชานมไข่มุกที่นี่รสชาติกลมกล่อมเต็มเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากธรรมชาติ เปิดมาตั้งแต่ปี 2010 คัดเกรดชาคุณภาพสูงที่ดีที่สุด ทำให้ได้รสชาติหอมหวานเข้มข้นจากใบชาแท้</p>



<p>จุดเด่นของร้านคือ ไข่มุกที่มีขนาดพิเศษ 0.85 ซม. เท่ากันทุกเม็ด ผ่านการเคี่ยวด้วยน้ำตาลทรายแดงเนื้อละเอียด การทำน้ำตาลทรายแดงที่นี่ไม่เหมือนใคร ใช้สูตรแฮนด์เมดลับเฉพาะของทางร้าน ผสมผสานวัตถุดิบชั้นดีอย่างนมสดที่ส่งตรงจากฟาร์มโคนมอิสระเลี้ยงดูอย่างมีคุณภาพ รวมถึงการเตรียมฟองนมท็อปบนแก้วแบบดั้งเดิม ทุกเมนูปราศจากการแต่งกลิ่นหรือสีผสมอาหารทั้งหมด เป็นชานมไข่มุกคุณภาพคับแก้วที่ไม่ควรพลาดอีกหนึ่งร้านเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไต้หวัน</p>



<p>ตำแหน่งร้าน <a href="https://goo.gl/maps/B58tMcnueN17PRZs9">https://goo.gl/maps/B58tMcnueN17PRZs9</a></p>



<p><a href="http://facebook.com/truedantw">facebook.com/truedantw</a></p>



<p><a href="http://truedan.com.tw">truedan.com.tw</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taiwan-pearl-milk-tea-shops/">สุดยอดชานมไข่มุกต้นตำรับที่มีขายเฉพาะในไต้หวัน รอนักเที่ยวไทยกลับไปชิมอีกครั้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหรียญอีกด้านของการควบรวมสองสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ Penguin Random House และ Simon &#038; Schuster</title>
		<link>https://adaymagazine.com/penguin-random-house-simon-schuster-merger/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สิโรตม์ จิระประยูร]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Nov 2022 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Report]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[book]]></category>
		<category><![CDATA[report]]></category>
		<category><![CDATA[Penguin Random House]]></category>
		<category><![CDATA[Simon & Schuster]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=162670</guid>

					<description><![CDATA[<p>Monopoly หรือ การผูกขาด เป็นคำที่ออกจะมีความหมายเชิงลบ หลายธุรกิจมีคำนี้เข้ามาเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย อันรวมถึงอุตสาหกรรมหนังสือเช่นกัน ราวสองอาทิตย์ที่ผ่านไปเราคุ้นเคยกับข่าวความพยายามในการเข้าควบรวมกิจการของสองบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมอย่าง Penguin Random House และ Simon &#38; Schuster ในที่นี้ผมจะพูดถึงมุมมองอีกด้านว่าทำไมการควบรวมของดีลนี้น่าจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรม ก่อนอื่นในอุตสาหกรรมหนังสือต่างประเทศจะมียักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมอยู่ 5 บริษัท (Big Five) คือ Penguin Random House, Simon &#38; Schuster, HarperCollins, Macmillan และ Hachette ทั้ง 5 บริษัทจะแตก imprint ออกไปตามความถนัดและแนวทางการทำหนังสืออีกหลายร้อย imprint นอกจากการจำหน่ายหนังสือที่พิมพ์โดยสำนักพิมพ์เองแล้ว ยังรับจัดจำหน่ายให้กับสำนักพิมพ์ด้วย ทั้งส่วนของการใช้สิ่งที่เรียกว่า Sale-Force Facility และ Distribution Facility ซึ่งอธิบายได้ดังนี้ Sale-Force Facility คือการที่สำนักพิมพ์เหล่านั้นให้ทีมงานขายของ Big Five ทำหน้าที่นำเสนอ อธิบายหนังสือ รับออร์เดอร์การสั่งซื้อ ตลอดไปจนถึงการจัดส่งซึ่งเป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/penguin-random-house-simon-schuster-merger/">เหรียญอีกด้านของการควบรวมสองสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ Penguin Random House และ Simon &#038; Schuster</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Monopoly หรือ การผูกขาด เป็นคำที่ออกจะมีความหมายเชิงลบ หลายธุรกิจมีคำนี้เข้ามาเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย อันรวมถึงอุตสาหกรรมหนังสือเช่นกัน ราวสองอาทิตย์ที่ผ่านไปเราคุ้นเคยกับข่าวความพยายามในการเข้าควบรวมกิจการของสองบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมอย่าง Penguin Random House และ Simon &amp; Schuster ในที่นี้ผมจะพูดถึงมุมมองอีกด้านว่าทำไมการควบรวมของดีลนี้น่าจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรม</p>



<p>ก่อนอื่นในอุตสาหกรรมหนังสือต่างประเทศจะมียักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมอยู่ 5 บริษัท (Big Five) คือ Penguin Random House, Simon &amp; Schuster, HarperCollins, Macmillan และ Hachette ทั้ง 5 บริษัทจะแตก imprint ออกไปตามความถนัดและแนวทางการทำหนังสืออีกหลายร้อย imprint นอกจากการจำหน่ายหนังสือที่พิมพ์โดยสำนักพิมพ์เองแล้ว ยังรับจัดจำหน่ายให้กับสำนักพิมพ์ด้วย ทั้งส่วนของการใช้สิ่งที่เรียกว่า Sale-Force Facility และ Distribution Facility ซึ่งอธิบายได้ดังนี้</p>



<p>Sale-Force Facility คือการที่สำนักพิมพ์เหล่านั้นให้ทีมงานขายของ Big Five ทำหน้าที่นำเสนอ อธิบายหนังสือ รับออร์เดอร์การสั่งซื้อ ตลอดไปจนถึงการจัดส่งซึ่งเป็น อันเข้าใจว่าผู้ทำหน้าที่ขายนั้นหลายครั้งที่ overload มาก ด้วยข้อมูลขนาดมหาศาล หนังสือที่มีตารางพิมพ์ออกมาแทบจะทุกวัน การส่งข้อมูลให้ลูกค้าเป็นเรื่องที่ต้องทำทุกวันและวันละหลายครั้งมาก บ่อยครั้งพบว่าในการประชุมแต่ละครั้งไม่สามารถนำเสนอรายละเอียดหนังสือได้ครบ ทุก imprint, publisher เพราะเวลาและปริมาณข้อมูลไม่สมดุลกัน</p>



<p>Distribution Facility คือการที่สำนักพิมพ์เล็กใช้ทีมงานขายของตัวเอง แต่เมื่อได้รับคำสั่งซื้อก็จะส่งออร์เดอร์ไปให้ทีม Order Processing ของ Big Five ทำการใส่ข้อมูลลงระบบ ซึ่งจะวิ่งตรงไปที่โกดังเพื่อจัดหนังสือส่งออกมาให้ลูกค้าต่อไป ในส่วนนี้การลงทุนทางด้านระบบ logistic จึงเป็นส่ิงสำคัญอย่างมาก ต้องใช้งบประมาณที่สูง บางแห่งถึงกับเป็น Fully Automated Warehouse คือไม่ใช้คนในการหยิบหนังสือเลย บ้างลงทุนสูงด้วยเทคโนโลยีจนได้รับการขนานนามว่า State of the Art Warehouse ก็มี อาทิ Hachette ที่อังกฤษ</p>



<p>ย้อนกลับมาถึงการควบรวมกิจการของ Penguin Random House และ Simon &amp; Schuster เป็นดีลที่ควรเกิดขึ้นอย่างมากในทัศนะของผม เรื่องของการผูกขาดนั้น จำต้องเข้าใจโครงสร้างที่แท้จริง เทียบกับคำให้การของสำนักพิมพ์อื่นที่อาจเสียประโยชน์ Penguin Random House และ Simon &amp; Schuster จะแข็งแกร่งขึ้นจากการควบรวมแน่ๆ ส่วนแนวคิดเรื่อง &#8216;การผูกขาด&#8217; และ &#8216;รายได้ที่ลดลงของนักเขียน&#8217; ก็เป็นอิทธิพลจากคำให้การของผู้เสียประโยชน์</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/report_Content-01-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162694" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/report_Content-01-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/report_Content-01-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/report_Content-01-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/report_Content-01-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/report_Content-01-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/report_Content-01-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/report_Content-01-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/report_Content-01-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/report_Content-01-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ทำไมผมถึงคิดว่าดีลนี้ควรจะเกิดขึ้น.. ?&nbsp;</p>



<p>Simon &amp; Schuster เป็นสำนักพิมพ์ที่มีหนังสือดีเยอะมาก มีหนังสือที่หลายสำนักพิมพ์ไม่มี &#8216;แต่&#8230;.ไม่เคยมีใครรู้ว่าเขามีอะไรบ้าง&#8217; ยกตัวอย่าง Simon &amp; Schuster มีหนังสือเกี่ยวกับ Canabis ที่สำนักพิมพ์อื่นไม่มี แต่ไม่เคยถูกนำมาเสนอตามแนวทางการตลาดตามสถานการณ์ปัจจุบันอันสะท้อนความสนใจของโลก ทุกอย่างถูกบริหารจัดการตามแบบที่เคยเป็นมาหลายสิบปี ปล่อยให้ดำเนินไปแบบ as-is มากกว่า ในฐานะคนขายเราจึงไม่เห็น catalogue, marketing portal หรืออื่นๆ อีกมากที่จะทำให้โอกาสในการขายหนังสือของนักเขียนและร้านหนังสือจะง่ายขึ้นแต่อย่างใด สวนทางกับวิธีการทำ Book Marketing ในปัจจุบันที่ Informations Flow มีการหมุนเวียนในปริมาณที่เพิ่มขึ้น หลายสำนักพิมพ์กระโดดเข้าสู่ขบวนรถไฟของการใช้เทคโนโลยี</p>



<p>Marketing Portal หรือบางที่จะเรียกว่า Digital Asset Portal หรือ Book Huddle ที่ส่งมาประจำทุกอาทิตย์ เหล่านี้คืออะไร สำนักพิมพ์จะเตรียมข้อมูลหนังสือแบบสมบูรณ์รวมถึงเตรียมภาพประกอบการใช้งานทั้ง Cover Shots ภาพปก, Lifestyle Shots คือภาพที่มีการถ่ายภาพหนังสือท่ามกลางบรรยากาศหลากหลาย ทั้งหมดนี้มีการปรับขนาดสำหรับคนขาย สามารถเลือกเอาไปลงใช้งานได้ตามขนาดของ Facebook, IG, Twitter, Tik Tok ทั้งรูปแบบภาพนิ่งและวิดีโอ ยังไม่รวมถึงการส่ง printed catalogue หรือ digital catalogue การทำ Sale Conference Online ทั้ง World และ Regional Conference ทั้งยังมี POP ของหนังสือแต่ละเล่มที่สามารถให้สั่งแบบพิมพ์แล้วจากสำนักพิมพ์ หรือแบบ download ออกจากระบบมาจัดพิมพ์เอง อาทิ ที่คั่นหนังสือ Poster ธงราวแต่งร้าน ฯลฯ แต่สำหรับ Simon &amp; Schuster เราจะได้เพียงข้อมูลที่มาในรูปแบบ excel&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่ Penguin Random House คือหนึ่งในสองของ Big Five ที่ทำงานหนักในเรื่องข้างต้น ข้อมูลหนังสือจะถูกส่งมาอย่างเป็นระบบ ทั้งสามารถเข้าระบบเชื่อมต่อในการดูข้อมูล real time สามารถทำการสั่งหนังสือเองได้จากระบบที่อนุญาตให้เข้าทำงาน จึงเป็นความสะดวก และนำมาสู่ยอดการสั่งซื้อ ยอดการขายที่เพิ่มขึ้น ในมิติของหนังสือจากสำนักพิมพ์เองยังมีหนังสือของสำนักพิมพ์อื่นที่ให้จัดจำหน่ายดังที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้น ในช่วงปีหลังเราเริ่มเห็นหลายสำนักพิมพ์ที่เคยออกไปจาก Penguin Random House ไปให้สำนักพิมพ์อื่นจัดจำหน่าย หลายที่เร่ิมทยอยกลับเข้ามาสู่การจัดจำหน่ายของ Penguin Random House เพราะที่ผ่านมาอาจเป็นการหนีเสือปะจระเข้ที่หลายแห่งพบว่ายอดขายของตัวเองไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างที่คิด ในส่วนนี้ก็ต้องยุติธรรมสำหรับ Simon &amp; Schuster เพราะมีหลายสำนักพิมพ์เข้าให้เขาจัดจำหน่ายเช่นกัน</p>



<p>ทีนี้ในมุมของนักเขียน ในระบบที่ผมเข้าใจเพียงเล็กน้อย การจะได้ลิขสิทธิ์จัดพิมพ์ ในต่างประเทศจะเป็นระบบการประมูลต้นฉบับ ดังนั้นโอกาสที่คาดว่ารายได้ หรือมาตรฐานรายได้ของนักเขียนจะถูกบีบให้ลดลงนั้น ในส่วนนี้ยังมองได้ไม่ชัดเจน เพราะถ้าเรากลับไปดูโครงสร้างโดยรวมของอุตสาหกรรม จะเห็นว่าทั้งหมดไม่ได้มีเพียง Big Five แต่ยังขับเคลื่อนด้วยสำนักพิมพ์เล็ก หรือที่เรียกว่า Independent Publisher อีกหลายพันหลายหมื่นแห่ง การแข่งขันการประมูลเป็นการต่อสู้กันแบบเอาผลประโยชน์ของนักเขียนเป็นที่ตั้ง และอยู่ที่ตาใครถึงกว่ากัน ลองดูสิครับว่ารางวัล The Booker Prize หรือตั้งแต่สมัยเป็น Man Booker Prize หนังสือที่ได้รางวัลจะมีสัดส่วนที่มาจาก Independent Publisher ไม่น้อยไปกว่าหนังสือจาก Big Five อาทิ The Seven Moons of Maali Almeida หนังสือรางวัล Booker Prize 2022 ก็เป็นหนังสือของ Sort of Books Publisher ที่ก่อตั้งเมื่อ 1999 ก่อตั้งโดย Mark Eillingham และ Natania Jansz ซึ่งทั้งสองยังเป็นผู้ก่อตั้ง Rough Guide อีกด้วย ตอนที่ตั้ง Sort of Books นั้นทั้งสองตั้งใจเพียงจะช่วยเพื่อน Chris Stewart ออกหนังสือใหม่เรื่อง <em>Driving Over Lemons </em>เท่านั้น แต่กลายเป็นว่าหนังสือประสบความสำเร็จอย่างมาก ตั้งแต่นั้น Sort of Books จะเลือกหนังสือปีละ 3-4 เล่มในการจัดพิมพ์ หรือที่พวกเขาเรียกว่า hand-picked แบบพิถีพิถัน จะเห็นได้ว่ารายได้ของนักเขียน หรือรางวัลหนังสือนั้น ไม่ได้ถูกวัดในมิติของขนาดสำนักพิมพ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังประกอบไปด้วยอีกหลายปัจจัย&nbsp;</p>



<p>ที่สำคัญ นักเขียนไม่ได้ต้องติดอยู่กับสำนักพิมพ์ใดสำนักพิมพ์หนึ่งเท่านั้น เมื่อใดก็ตามที่หมดสัญญาผูกมัด นักเขียนสามารถจะเปลี่ยนไปออกหนังสือกับสำนักพิมพ์ใดก็ได้ตามที่คิดว่าพึงพอใจทั้งด้านการทำงานและรายได้ สำนักพิมพ์ต่างหากที่ต้องพยายามดึงนักเขียนเอาไว้ อันมักจะสะท้อนถึงตัวเลขการประมูลต้นฉบับที่สูง การมีทีมงานพิเศษคอยให้การสนับสนุน ทั้งด้านการตลาด และกิจกรรมต่างๆ</p>



<p>การควบรวมนี้อาจฟังดูน่าตกใจถ้าสัดส่วนของตลาดจะทำให้สองสำนักพิมพ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่แท้จริงแล้วอาจไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น กลับเป็นโอกาสของหนังสืออีกหลายเล่ม imprint อีกหลายแห่งที่จะได้เปิดตัวเองออกสู่ตลาดให้เป็นที่รู้จัก มีโอกาสทางการขายมากขึ้น อันเป็นมิติที่ยั่งยืนสำหรับทุกส่วนนับแต่นักเขียน สำนักพิมพ์ ร้านหนังสือ และคนอ่าน ดีกว่าพิมพ์มาแล้วเก็บไว้ไม่มีใครรู้จัก รอวันที่จะค่อยๆ หายออกไปจากอุตสาหกรรม หลายปีก่อน Barron’s เป็นสำนักพิมพ์ที่เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งด้านการสอบ SAT, GRE, TOEFL ฯลฯ อันมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งทั่วโลก แต่หลังจากที่ถูกซื้อไปโดย Simon &amp; Schuster ข่าวคราวของ Barron’s ค่อยๆ หายออกไปจากเรดาห์ ประกอบกับวิธีการเข้าถึงแบบ digital จึงทำให้ Barron’s ยิ่งเงียบมากขึ้น&nbsp;&nbsp;</p>



<p>การควบรวมแท้จริงอาจเป็นการช่วยต่อลมหายใจของหนังสือให้ไปอยู่กับผู้ที่พร้อมกว่าในการทำธุรกิจ ด้วยความใหญ่ของ Penguin Random House อาจจะบอกได้ว่าบริษัท Too Big to Fail และรายได้ของบริษัทคือรายได้จากการขายหนังสือ ดังนั้นจึงน่าจะวางใจได้ว่า อุตสาหกรรมหนังสือจะยังสามารถเดินไปต่อได้ ผมจึงเป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนการควบรวมนี้ เพราะอดตื่นเต้นกับข้อมูลใหม่ๆ วิธีการนำเสนอ และการจัดการที่สะดวกในการทำงานมากขึ้น คงต้องรอดูว่ายกต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/penguin-random-house-simon-schuster-merger/">เหรียญอีกด้านของการควบรวมสองสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ Penguin Random House และ Simon &#038; Schuster</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความหรูหราในความหมายใหม่ กับร้านอาหารแบบ Fine-casual Restaurant</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dish-watcher-fine-casual-restaurant/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรุณวตรี รัตนธารี]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Nov 2022 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Dish/Watcher]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[dish watcher]]></category>
		<category><![CDATA[fine-casual dining]]></category>
		<category><![CDATA[Shake Shack]]></category>
		<category><![CDATA[fast-casual]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านนวล]]></category>
		<category><![CDATA[ซาวอุบล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=162180</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชั่วโมงนี้การขับเคี่ยวของร้านอาหารทั่วโลกกำลังกลับมาเปิดเวทีอีกครั้ง หลังวงการอาหารทั่วโลกต้องเจอกับภาวะชะงักงันเพราะวิกฤตโรคระบาด ที่ทำให้ร้านอาหารจำนวนมหาศาลต้องล้มหายตายจาก ไม่ว่าจะร้านเก่าแก่อายุนับร้อยปี หรือร้านรุ่นใหม่ที่เคยขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ต่างก็ต้องเผชิญกับพายุลูกใหญ่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ และเมื่อพายุเริ่มอ่อนแรง แสงสว่างก็เริ่มฉายให้เห็น เราจึงได้เห็นคนในวงการอาหารงัดเอาเครื่องมือกู้ชีพออกมาใช้กันคึกคัก และหนึ่งในเครื่องมือที่น่าสนใจก็คือคอนเซปต์ของร้านอาหารแบบต่างๆ ที่ต้องปรับตัวรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคและบริบทสังคม อาทิ คอนเซปต์ร้านอาหาร ‘Fine-casual Dining’ หรือร้านแบบ ‘หรูหราแต่สบายตัว’ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นไอเดียในแวดวงเล็กๆ ของกลุ่มร้านอาหารอเมริกัน ที่ปัจจุบันกลายเป็นแนวทางที่ร้านอาหารในหลายเมืองใหญ่เลือกเดิน ก่อนจะขยายความความหมายของร้านอาหารแบบ Fine-casual เราขอย้อนกลับไปยังต้นทางการเกิดขึ้นของรูปแบบร้านอาหารชนิดต่างๆ สักนิด โดยเฉพาะร้านอาหารแบบ Fast-casual ที่เป็นเหมือนหัวเชื้อของร้านอาหารแบบ Fine-casual ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2004 และทำให้มุมมองต่อร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดซึ่งอาจเรียกว่าเป็นอาหารประจำชาติอเมริกัน เปลี่ยนไปอย่างมหาศาล—โดยร้านอาหารแบบดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากแบรนด์เบอร์เกอร์อย่าง Shake Shack ที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการในการทำอาหารฟาสต์ฟู้ดเสียใหม่ ด้วยแนวคิดว่าอาหารซื้อสะดวก กินง่าย ราคาถูก ไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารขยะเสมอไป เราสามารถเลือกวัตถุดิบดีๆ ที่ผลิตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคนกิน มาทำเป็นเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายส์ หรือมิลค์เชก ก็ได้เหมือนกัน และถ้าทำให้ดี เข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมือง และสื่อสารอย่างจริงใจ กำไรย่อมคุ้มค่าเมื่อลูกค้าเกิดความเชื่อใจ แน่นอนว่า Shake Shack ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม และทำให้เกิดการตั้งคำถามกับหลายแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดว่าในเมื่อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dish-watcher-fine-casual-restaurant/">ความหรูหราในความหมายใหม่ กับร้านอาหารแบบ Fine-casual Restaurant</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ชั่วโมงนี้การขับเคี่ยวของร้านอาหารทั่วโลกกำลังกลับมาเปิดเวทีอีกครั้ง</p>



<p>หลังวงการอาหารทั่วโลกต้องเจอกับภาวะชะงักงันเพราะวิกฤตโรคระบาด ที่ทำให้ร้านอาหารจำนวนมหาศาลต้องล้มหายตายจาก ไม่ว่าจะร้านเก่าแก่อายุนับร้อยปี หรือร้านรุ่นใหม่ที่เคยขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ต่างก็ต้องเผชิญกับพายุลูกใหญ่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ และเมื่อพายุเริ่มอ่อนแรง แสงสว่างก็เริ่มฉายให้เห็น เราจึงได้เห็นคนในวงการอาหารงัดเอาเครื่องมือกู้ชีพออกมาใช้กันคึกคัก และหนึ่งในเครื่องมือที่น่าสนใจก็คือคอนเซปต์ของร้านอาหารแบบต่างๆ ที่ต้องปรับตัวรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคและบริบทสังคม อาทิ คอนเซปต์ร้านอาหาร ‘Fine-casual Dining’ หรือร้านแบบ ‘หรูหราแต่สบายตัว’ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นไอเดียในแวดวงเล็กๆ ของกลุ่มร้านอาหารอเมริกัน ที่ปัจจุบันกลายเป็นแนวทางที่ร้านอาหารในหลายเมืองใหญ่เลือกเดิน</p>



<p>ก่อนจะขยายความความหมายของร้านอาหารแบบ Fine-casual เราขอย้อนกลับไปยังต้นทางการเกิดขึ้นของรูปแบบร้านอาหารชนิดต่างๆ สักนิด โดยเฉพาะร้านอาหารแบบ Fast-casual ที่เป็นเหมือนหัวเชื้อของร้านอาหารแบบ Fine-casual ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2004 และทำให้มุมมองต่อร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดซึ่งอาจเรียกว่าเป็นอาหารประจำชาติอเมริกัน เปลี่ยนไปอย่างมหาศาล—โดยร้านอาหารแบบดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากแบรนด์เบอร์เกอร์อย่าง Shake Shack ที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการในการทำอาหารฟาสต์ฟู้ดเสียใหม่ ด้วยแนวคิดว่าอาหารซื้อสะดวก กินง่าย ราคาถูก ไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารขยะเสมอไป เราสามารถเลือกวัตถุดิบดีๆ ที่ผลิตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคนกิน มาทำเป็นเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายส์ หรือมิลค์เชก ก็ได้เหมือนกัน และถ้าทำให้ดี เข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมือง และสื่อสารอย่างจริงใจ กำไรย่อมคุ้มค่าเมื่อลูกค้าเกิดความเชื่อใจ</p>



<p>แน่นอนว่า Shake Shack ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม และทำให้เกิดการตั้งคำถามกับหลายแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดว่าในเมื่อ ‘ทำให้ดีก็ทำได้’ แล้วทำไมอาหารฟาสต์ฟู้ดถึงเป็นภัยต่อสุขภาพมาหลายสิบปี มากกว่านั้น ความสำเร็จของร้านอาหารแบบ Fast-casual ยังทำให้เกิดการต่อยอดปรับปรุงคอนเซปต์ร้านอาหารรูปแบบต่างๆ ให้เฟรนด์ลี่กับคนกินมากกว่าเดิม ตามแนวโน้มของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ไม่ต้องการพิธีรีตองในร้านอาหารมากนัก แต่ยังต้องการอาหารคุณภาพพรีเมียมและบริการสุดประทับใจแบบที่พบได้ในร้านอาหารชั้นนำ ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อวิกฤตโรคระบาดมาเยือน และทำให้ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง โดยเฉพาะคนวัยทำงานเรียบง่ายมากขึ้น จากการใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บ้านและคุ้นชินกับการสั่งอาหารจากร้านชื่อดังมากินกับครอบครัว และเริ่มรู้สึกว่าการแต่งตัวสบายๆ อยู่ในบรรยากาศผ่อนคลายกับคนสนิทยิ่งทำให้อาหารอร่อยขึ้นด้วยซ้ำ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-06-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-162205" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-06-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-06-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-06-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-06-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-06.jpg 1536w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">(1)</h3>



<p>จากทั้งไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่มีกำลังจ่ายในยุคหลังโรคระบาดที่ต้องการความชิลล์มากขึ้น และจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก ทำให้ร้านอาหารระดับ Fine-dining ที่มีค่าใช้จ่ายสำหรับพิธีรีตองเพียบ ต้องหาทางลดต้นทุนลง ในวงเล็บว่าแต่ยังต้องคงความรู้สึกพรีเมียมซึ่งเป็นใจความสำคัญเอาไว้เหมือนเดิม</p>



<p>ร้านอาหารแบบ Fine-casual จึงกลับมาอยู่ในสปอตไลต์อีกครั้ง และการกลับมาครั้งนี้ก็ดูจะเป็นความหวังที่คนในวงการอาหารให้ราคาพอสมควร โดยเฉพาะในสังคมอเมริกันที่ร้านอาหารแบบ Fine-dining เริ่มปรับมาใส่ความ casual มากขึ้น เช่น การลดบริการอย่างพนักงานถือกระเป๋า หรือไวน์บัทเลอร์ แล้วหันมาเทรนด์พนักงานให้สามารถมอบข้อมูลเรื่องอาหารเชิงลึก ทดแทนการบริการที่บางครั้งอาจล้นเกินจนทำให้ผู้ได้รับบริการเกร็ง</p>



<p>พูดได้ว่า ‘ข้อมูล’ นับเป็นตัวสร้างมูลค่าและความรู้สึกพรีเมียมให้กับร้านอาหารแบบ Fine-casual แทนที่พิธีรีตองและบรรยากาศหรูหราแบบเดิมๆ และยิ่งร้านอาหารสามารถมอบทั้งอาหารรสอร่อยและข้อมูลเฉพาะทางให้กับคนกินได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งกลายเป็นจุดขายที่คว้าใจคนกินรุ่นใหม่ได้มากเท่านั้น โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากขึ้นเรื่อยๆ การได้รับข้อมูลและประสบการณ์แบบที่น้อยคนจะได้รับ จึงเป็นเรื่องหรูหราไม่แพ้การนั่งอยู่ในร้านอาหารที่มีบัทเลอร์คอยบริการใกล้ชิดหรือมีแชนเดอร์เลียร์ราคาหลักล้าน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-01-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162199" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-01-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-01-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-01-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-01-02-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-01-02-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-01-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-01-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-01-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-01-02-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในบ้านเราเองก็มีร้านอาหารประเภท ‘หรูหราแต่สบายตัว’ ให้เห็นมากขึ้นเช่นกัน มากกว่านั้น ยังเป็นร้านอาหารที่มีจุดขายน่าสนใจไม่แพ้ร้านอาหารแนวนี้ในต่างแดน ด้วยต้นทุนของวงการอาหารไทยนั้นอยู่ในขั้นรุ่มรวยจากทั้งวัตถุดิบและวัฒนธรรมในการกินอยู่ ข้อมูลและเรื่องเล่าที่เปลี่ยนมาเป็นมื้ออาหารจึงพิเศษไม่เหมือนใคร เรียกว่าร้านอาหารแบบ Fine-casual แบบไทยๆสามารถหยิบเอาความ Casual ของอาหารอีสานหรืออาหารพื้นบ้านอื่นๆ ที่ทุกคนคุ้นเคย มานำเสนอพร้อมข้อมูลไล่เลียงตั้งแต่ต้นทางวัตถุดิบ การปรุงแสนประณีต รวมถึงวัฒนธรรมการกินแบบลูกอีสานเลือดแท้ ซึ่งสำรับนั้นอาจจับคู่กับไวน์ดีๆ ได้อย่างกลมกลืน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162204" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/dish-watcher-04_Content-02-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ตัวอย่างร้านอาหารทำนองนี้ที่ทำได้ดีชนิดน่าจับตามอง อาทิ ซาว (Zao) ร้านอาหารอีสานตำรับอุบลราชธานีกลางสุขุมวิท ที่นำเสนออาหารอีสานสูตรคุณยายผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ ที่มองว่าอาหารของจังหวัดริมน้ำโขงมีมูลค่าสอดแทรกอยู่ในทุกๆ วัตถุดิบและกระบวนการปรุง เมื่อเดินเข้าร้านซาว เราจึงได้เห็นอาหารพื้นบ้านอย่างส้มตำหรือปูนาย่างจัดแต่งอย่างสวยงามในจานกระเบื้องเคลือบแฮนด์เมดมีราคา และสามารถสั่งเนเชอรัลไวน์คุณภาพเยี่ยมมากินคู่กันกับอาหารอีสานรสจัดจ้านเหล่านั้นได้อย่างไม่ผิดกติกา หรือร้านอาหารไทยโฮมเมดอย่าง ‘บ้านนวล’ ที่นำเสนอเมนูคอมฟอร์ตฟู้ดอย่างต้มกะทิเนื้อเค็ม เนื้อย่าง หรือผัดกะหล่ำปลี มานำเสนอคู่กับเรื่องราวการคัดสรรวัตถุดิบอย่างใส่ใจ พร้อมถ่ายทอดความอร่อยเคียงกับเรื่องเล่าของตำรับประจำครอบครัว ฉะนั้นแม้จะเป็นอาหารง่ายๆ ในบรรยากาศสบายๆ แต่ย่อมไม่มีใครทำได้เหมือนร้านบ้านนวล</p>



<p>การปรับตัวของร้านอาหารไทยในยุคที่สังเวียนการแข่งขันกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ทั้งคัมภีร์การตลาดและตำราอาหารรุ่นคุณย่าคุณยาย เพื่อนำเสนอความหรูหราในความหมายใหม่ๆ เพื่อเติมสีสันให้กับวงการอาหารไทยและตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปไม่มีวันเหมือนเดิม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dish-watcher-fine-casual-restaurant/">ความหรูหราในความหมายใหม่ กับร้านอาหารแบบ Fine-casual Restaurant</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.28 กระดูกทารกปริศนาในปราสาทเอดินบะระ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep28/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[มนสิชา รุ่งชวาลนนท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Nov 2022 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Podcast]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต | ของ | ปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปราสาทเอดินบะระ]]></category>
		<category><![CDATA[เอดินบะระ]]></category>
		<category><![CDATA[สกอตแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต ของ ปัจจุบัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=162209</guid>

					<description><![CDATA[<p>อดีต ของ ปัจจุบัน ตอนนี้มีกลิ่นอาย Thriller เล็กๆ เพราะเรื่องจะเกี่ยวกับกระดูก แถมยังเป็นกระดูกทารกปริศนาซะด้วย ปราสาทเอดินบะระเป็นหนึ่งในปราสาทสำคัญที่มีอายุยาวนานร่วมหนึ่งพันปี ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานขนาดนี้ คงไม่แปลกที่จะมีเรื่องเล่ามากมายทั้งจริงและไม่จริงอยู่แล้ว หนึ่งในเรื่องเล่าปริศนาที่ยังหาคำตอบไม่ได้ คือ ตำนานโครงกระดูกทารกที่ถูกพบในกำแพงปราสาท ระหว่างการบูรณะช่วงศตวรรษที่ 19 มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับโครงกระดูกปริศนา จะมีอะไรบ้าง เตย มนสิชา และยุ้ย กนกพรรณ แห่งเพจพื้นที่ให้เล่า เตรียมเหลาให้ฟังแบบเน้นๆ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep28/">อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.28 กระดูกทารกปริศนาในปราสาทเอดินบะระ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อดีต ของ ปัจจุบัน ตอนนี้มีกลิ่นอาย Thriller เล็กๆ เพราะเรื่องจะเกี่ยวกับกระดูก แถมยังเป็นกระดูกทารกปริศนาซะด้วย</p>



<p>ปราสาทเอดินบะระเป็นหนึ่งในปราสาทสำคัญที่มีอายุยาวนานร่วมหนึ่งพันปี ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานขนาดนี้ คงไม่แปลกที่จะมีเรื่องเล่ามากมายทั้งจริงและไม่จริงอยู่แล้ว หนึ่งในเรื่องเล่าปริศนาที่ยังหาคำตอบไม่ได้ คือ ตำนานโครงกระดูกทารกที่ถูกพบในกำแพงปราสาท ระหว่างการบูรณะช่วงศตวรรษที่ 19</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="537" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/อดีตของปัจจุบัน-ep.28_Facebook-type-1024x537.jpg" alt="" class="wp-image-162229" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/อดีตของปัจจุบัน-ep.28_Facebook-type-1024x537.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/อดีตของปัจจุบัน-ep.28_Facebook-type-300x157.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/อดีตของปัจจุบัน-ep.28_Facebook-type-768x402.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/อดีตของปัจจุบัน-ep.28_Facebook-type-1536x805.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/อดีตของปัจจุบัน-ep.28_Facebook-type-2048x1073.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/อดีตของปัจจุบัน-ep.28_Facebook-type-600x314.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับโครงกระดูกปริศนา จะมีอะไรบ้าง เตย มนสิชา และยุ้ย กนกพรรณ แห่งเพจพื้นที่ให้เล่า เตรียมเหลาให้ฟังแบบเน้นๆ</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="กระดูกทารกปริศนาในปราสาทเอดินบะระ | อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.28" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/LsOUekS7yD0?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="http://bit.ly/3WQyVB5"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/listen-on-03-1.jpg" alt="Listen to a day podcast on Apple Podcasts"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://bit.ly/3hrLi6d"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/spotify.jpg" alt="Listen to a day podcast on Spotify"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="http://bit.ly/3E25XWj"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/soundcloud.jpg" alt="Listen to a day podcast on Soundcloud"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://bit.ly/3En2jHH"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/podbean.jpg" alt="Listen to a day podcast on Podbean"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://youtu.be/LsOUekS7yD0"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/youtube.jpg" alt="Listen to a day podcast on YouTube"/></a></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep28/">อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.28 กระดูกทารกปริศนาในปราสาทเอดินบะระ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.27  ทฤษฎีและข้อสงสัย ทำไมมงกุฎของฮังการีถึงมีกางเขนเอียง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep27/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[มนสิชา รุ่งชวาลนนท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Oct 2022 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Podcast]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต | ของ | ปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต ของ ปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[มงกุฎ]]></category>
		<category><![CDATA[ฮังการี]]></category>
		<category><![CDATA[กางเขนเอียง]]></category>
		<category><![CDATA[มงกุฎศักดิ์สิทธิ์แห่งฮังการี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=161509</guid>

					<description><![CDATA[<p>มงกุฎศักดิ์สิทธิ์แห่งฮังการี เป็นมงกุฎที่อายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี จะถูกใช้เฉพาะพิธีครองราชย์เท่านั้น มีความสำคัญขนาดที่ว่าต้องเป็นผู้สวมมงกุฎเท่านั้นจึงจะถือว่าเป็นผู้ปกครองโดยชอบธรรมแห่งฮังการี แต่ความน่าสงสัยอยู่ที่กางเขนบนยอดมงกุฎ จากเดิมเคยตั้งตรง วันหนึ่งเกิดเอียงขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามาจากสาเหตุอะไร มีหลายทฤษฎีที่พยายามแก้ข้อสงสัยเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีกางเขนเอียงเพราะนำไปซ่อนไว้ใต้ดินระหว่างการปฏิวัติ หรือเอียงจากการทุบหีบที่เก็บมงกุฎเพราะไม่มีกุญแจไข และทฤษฎีอื่นๆ อีกมากมาย นับตั้งแต่อดีตมงกุฎศักดิ์สิทธิ์นี้ผ่านเรื่องราวทั้งการถูกปล้น เกือบถูกทำลาย สูญหายไปหลายครั้ง จนท้ายที่สุดก็ได้กลับคืนมาเป็นสมบัติสำคัญของประเทศในสภาพเอียง พร้อมกับตำนานและทฤษฎีที่รอการพิสูจน์จนถึงทุกวันนี้ มงกุฎศักดิ์สิทธิ์แห่งฮังการีมีที่มาอย่างไร มีทฤษฎีใดบ้างที่ไขข้อสงสัยว่าทำไมถึงเอียง ติดตามฟังพร้อมกันได้ในรายการ อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.27 โดย เตย มนสิชา และยุ้ย กนกพรรณ แห่งเพจพื้นที่ให้เล่า</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep27/">อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.27  ทฤษฎีและข้อสงสัย ทำไมมงกุฎของฮังการีถึงมีกางเขนเอียง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>มงกุฎศักดิ์สิทธิ์แห่งฮังการี เป็นมงกุฎที่อายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี จะถูกใช้เฉพาะพิธีครองราชย์เท่านั้น มีความสำคัญขนาดที่ว่าต้องเป็นผู้สวมมงกุฎเท่านั้นจึงจะถือว่าเป็นผู้ปกครองโดยชอบธรรมแห่งฮังการี</p>



<p>แต่ความน่าสงสัยอยู่ที่กางเขนบนยอดมงกุฎ จากเดิมเคยตั้งตรง วันหนึ่งเกิดเอียงขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามาจากสาเหตุอะไร มีหลายทฤษฎีที่พยายามแก้ข้อสงสัยเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีกางเขนเอียงเพราะนำไปซ่อนไว้ใต้ดินระหว่างการปฏิวัติ หรือเอียงจากการทุบหีบที่เก็บมงกุฎเพราะไม่มีกุญแจไข และทฤษฎีอื่นๆ อีกมากมาย</p>



<p>นับตั้งแต่อดีตมงกุฎศักดิ์สิทธิ์นี้ผ่านเรื่องราวทั้งการถูกปล้น เกือบถูกทำลาย สูญหายไปหลายครั้ง จนท้ายที่สุดก็ได้กลับคืนมาเป็นสมบัติสำคัญของประเทศในสภาพเอียง พร้อมกับตำนานและทฤษฎีที่รอการพิสูจน์จนถึงทุกวันนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="537" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.27_Facebook-type-1024x537.jpg" alt="อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.27  ทฤษฎีและข้อสงสัย ทำไมมงกุฎของฮังการีถึงมีกางเขนเอียง" class="wp-image-161663" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.27_Facebook-type-1024x537.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.27_Facebook-type-300x157.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.27_Facebook-type-768x402.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.27_Facebook-type-1536x805.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.27_Facebook-type-2048x1073.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.27_Facebook-type-600x314.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>มงกุฎศักดิ์สิทธิ์แห่งฮังการีมีที่มาอย่างไร มีทฤษฎีใดบ้างที่ไขข้อสงสัยว่าทำไมถึงเอียง ติดตามฟังพร้อมกันได้ในรายการ อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.27 โดย เตย มนสิชา และยุ้ย กนกพรรณ แห่งเพจพื้นที่ให้เล่า</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="ทฤษฎีและข้อสงสัย ทำไมมงกุฎของฮังการีถึงมีกางเขนเอียง | อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.27" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/JHCx4-31He8?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://apple.co/3DBSxRQ"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/listen-on-03-1.jpg" alt="Listen to a day podcast on Apple Podcasts"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://spoti.fi/3U6MYAn"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/spotify.jpg" alt="Listen to a day podcast on Spotify"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://bit.ly/3D8TJKQ"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/soundcloud.jpg" alt="Listen to a day podcast on Soundcloud"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://bit.ly/3T1mzDR"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/podbean.jpg" alt="Listen to a day podcast on Podbean"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://youtu.be/JHCx4-31He8"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/youtube.jpg" alt="Listen to a day podcast on YouTube"/></a></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep27/">อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.27  ทฤษฎีและข้อสงสัย ทำไมมงกุฎของฮังการีถึงมีกางเขนเอียง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.26  ตุ๊กตาหมีอัลฟองโซ ของขวัญสุดโรแมนติกของเจ้าหญิงเชเนียแห่งรัสเซีย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep26/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[มนสิชา รุ่งชวาลนนท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Oct 2022 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Podcast]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต | ของ | ปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าหญิงเชเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[ราชวงศ์โรมานอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต ของ ปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[ตุ๊กตาหมีอัลฟองโซ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=161192</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องราวของตุ๊กตาหมีอัลฟองโซ เริ่มต้นในวันคริสต์มาสในราชวงศ์โรมานอฟ มันเป็นของขวัญที่แกรนด์ดยุกจอร์ช มิฮาอิลวิช หรือพระบิดามอบให้กับเจ้าหญิงเชเนีย ด้วยความที่เธอรักเจ้าหมีอัลฟองโซมาก พี่เลี้ยงจึงลงมือตัดเย็บชุดทหารให้เจ้าหมี ซึ่งเปรียบเสมือนทหารกล้าที่คอยอยู่เคียงข้างเจ้าหญิงเชเนียเสมอ ตลอดชีวิตของเจ้าหญิงที่พบกับโชคชะตาพลิกผันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นยามเจ็บไข้ การปฏิวัติ การหย่าร้าง การลาจากบ้านเกิด และสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่คอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอนั่นคือ ตุ๊กตาหมีอัลฟองโซ จนถึงขนาดมีการเขียนหนังสือชื่อว่า The Alfonzo Story และได้รับการบรรยายจากนักเขียน Ian Pout ว่าเป็นตุ๊กตาหมีที่โรแมนติกที่สุดในโลก เรื่องราวการเดินทางของเจ้าหญิงเชเนียและเจ้าหมีอัลฟองโซจะเป็นอย่างไร ฟังพร้อมกันได้ในรายการ อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.26 โดย เตย มนสิชา และยุ้ย กนกพรรณ แห่งเพจพื้นที่ให้เล่า</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep26/">อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.26  ตุ๊กตาหมีอัลฟองโซ ของขวัญสุดโรแมนติกของเจ้าหญิงเชเนียแห่งรัสเซีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เรื่องราวของตุ๊กตาหมีอัลฟองโซ เริ่มต้นในวันคริสต์มาสในราชวงศ์โรมานอฟ มันเป็นของขวัญที่แกรนด์ดยุกจอร์ช มิฮาอิลวิช หรือพระบิดามอบให้กับเจ้าหญิงเชเนีย ด้วยความที่เธอรักเจ้าหมีอัลฟองโซมาก พี่เลี้ยงจึงลงมือตัดเย็บชุดทหารให้เจ้าหมี ซึ่งเปรียบเสมือนทหารกล้าที่คอยอยู่เคียงข้างเจ้าหญิงเชเนียเสมอ</p>



<p>ตลอดชีวิตของเจ้าหญิงที่พบกับโชคชะตาพลิกผันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นยามเจ็บไข้ การปฏิวัติ การหย่าร้าง การลาจากบ้านเกิด และสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่คอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอนั่นคือ ตุ๊กตาหมีอัลฟองโซ จนถึงขนาดมีการเขียนหนังสือชื่อว่า The Alfonzo Story และได้รับการบรรยายจากนักเขียน Ian Pout ว่าเป็นตุ๊กตาหมีที่โรแมนติกที่สุดในโลก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.26_Content-type-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-161193" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.26_Content-type-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.26_Content-type-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.26_Content-type-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.26_Content-type-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.26_Content-type-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.26_Content-type-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.26_Content-type-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.26_Content-type-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/อดีตของปัจจุบัน-ep.26_Content-type-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เรื่องราวการเดินทางของเจ้าหญิงเชเนียและเจ้าหมีอัลฟองโซจะเป็นอย่างไร ฟังพร้อมกันได้ในรายการ อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.26 โดย เตย มนสิชา และยุ้ย กนกพรรณ แห่งเพจพื้นที่ให้เล่า</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="ตุ๊กตาหมีอัลฟองโซ ของขวัญสุดโรแมนติกของเจ้าหญิงเชเนียแห่งรัสเซีย | อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.26" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/ueEPhdh9H5Y?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://apple.co/3sebxzv"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/listen-on-03-1.jpg" alt="This image has an empty alt attribute; its file name is listen-on-03-1.jpg"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://spoti.fi/3RZOnaj"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/spotify.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://bit.ly/3yFroKG"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/soundcloud.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://bit.ly/3T1mzDR"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/podbean.jpg" alt="This image has an empty alt attribute; its file name is podbean.jpg"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://youtu.be/ueEPhdh9H5Y"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/youtube.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep26/">อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.26  ตุ๊กตาหมีอัลฟองโซ ของขวัญสุดโรแมนติกของเจ้าหญิงเชเนียแห่งรัสเซีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP. 25 La Peregrina &#8211; จากแมรี่ที่ 1 สู่เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ เรื่องราวร้ายๆ ของไข่มุกแห่งราชวงศ์สเปน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep25/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[มนสิชา รุ่งชวาลนนท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Sep 2022 05:08:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Podcast]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต | ของ | ปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[สเปน]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต ของ ปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไข่มุก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=160567</guid>

					<description><![CDATA[<p>อดีต / ของ / ปัจจุบัน ตอนนี้น่าจะถูกใจคอเครื่องประดับ หรือสายแฟชั่น เพราะเตยและยุ้ยจะเล่าเรื่องไข่มุกเม็ดหนึ่งที่มีรูปทรงสวยที่สุดเม็ดหนึ่งในประวัติศาสตร์ La Peregrina หรือ The Wandere ถูกค้นพบในปี 1513 ที่ปานามา ว่ากันว่าทาสคนหนึ่งพบไข่มุกเม็ดนี้ และมอบมันให้กับผู้สำเร็จราชการแห่งปานามาเพื่อแลกกับอิสรภาพ ต่อมามุกเม็ดนี้ถูกส่งต่อไปให้ราชสำนักสเปน ตอนนั้นมันถือเป็นมุกจากธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความพิเศษนี้เจ้าชายฟิลิปแห่งสเปนจึงมอบมันเป็นของขวัญให้กับเจ้าสาวคนใหม่ พระนางแมรี่ที่ 1 แห่งอังกฤษ หลังจากนั้น La Peregrina ก็ผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย กลายเป็นไข่มุกในตำนานในทางที่ไม่สู้ดีนัก ใครที่ได้ครอบครองมักจะประสบปัญหาในครอบครัว ที่มาที่ไปของไข่มุกเม็ดนี้เป็นอย่างไรฟังพร้อมกันได้ในรายการ อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.25 โดย เตย มนสิชา และยุ้ย กนกพรรณ แห่งเพจพื้นที่ให้เล่า</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep25/">อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP. 25 La Peregrina &#8211; จากแมรี่ที่ 1 สู่เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ เรื่องราวร้ายๆ ของไข่มุกแห่งราชวงศ์สเปน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อดีต / ของ / ปัจจุบัน ตอนนี้น่าจะถูกใจคอเครื่องประดับ หรือสายแฟชั่น เพราะเตยและยุ้ยจะเล่าเรื่องไข่มุกเม็ดหนึ่งที่มีรูปทรงสวยที่สุดเม็ดหนึ่งในประวัติศาสตร์</p>



<p>La Peregrina หรือ The Wandere ถูกค้นพบในปี 1513 ที่ปานามา ว่ากันว่าทาสคนหนึ่งพบไข่มุกเม็ดนี้ และมอบมันให้กับผู้สำเร็จราชการแห่งปานามาเพื่อแลกกับอิสรภาพ ต่อมามุกเม็ดนี้ถูกส่งต่อไปให้ราชสำนักสเปน ตอนนั้นมันถือเป็นมุกจากธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความพิเศษนี้เจ้าชายฟิลิปแห่งสเปนจึงมอบมันเป็นของขวัญให้กับเจ้าสาวคนใหม่ พระนางแมรี่ที่ 1 แห่งอังกฤษ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/อดีต-_-ของ-_-ปัจจุบัน-podcast-ep.-25_Article-type-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-160568" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/อดีต-_-ของ-_-ปัจจุบัน-podcast-ep.-25_Article-type-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/อดีต-_-ของ-_-ปัจจุบัน-podcast-ep.-25_Article-type-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/อดีต-_-ของ-_-ปัจจุบัน-podcast-ep.-25_Article-type-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/อดีต-_-ของ-_-ปัจจุบัน-podcast-ep.-25_Article-type-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/อดีต-_-ของ-_-ปัจจุบัน-podcast-ep.-25_Article-type-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/อดีต-_-ของ-_-ปัจจุบัน-podcast-ep.-25_Article-type-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/อดีต-_-ของ-_-ปัจจุบัน-podcast-ep.-25_Article-type-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/อดีต-_-ของ-_-ปัจจุบัน-podcast-ep.-25_Article-type-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/อดีต-_-ของ-_-ปัจจุบัน-podcast-ep.-25_Article-type-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หลังจากนั้น La Peregrina ก็ผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย กลายเป็นไข่มุกในตำนานในทางที่ไม่สู้ดีนัก ใครที่ได้ครอบครองมักจะประสบปัญหาในครอบครัว ที่มาที่ไปของไข่มุกเม็ดนี้เป็นอย่างไรฟังพร้อมกันได้ในรายการ อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.25 โดย เตย มนสิชา และยุ้ย กนกพรรณ แห่งเพจพื้นที่ให้เล่า</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="La Peregrina เรื่องราวร้ายๆ ของไข่มุกแห่งราชวงศ์สเปน | อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP. 25" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/M1XhuAp2wWY?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://apple.co/3LPe4ZL"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/listen-on-03-1.jpg" alt="This image has an empty alt attribute; its file name is listen-on-03-1.jpg"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://spoti.fi/3SoMpRN"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/spotify.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://bit.ly/3SmjRsf"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/soundcloud.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://bit.ly/3yoo6f5"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/podbean.jpg" alt="This image has an empty alt attribute; its file name is podbean.jpg"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://youtu.be/M1XhuAp2wWY"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/youtube.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep25/">อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP. 25 La Peregrina &#8211; จากแมรี่ที่ 1 สู่เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ เรื่องราวร้ายๆ ของไข่มุกแห่งราชวงศ์สเปน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อข้าวพื้นบ้านก้าวเข้ามาอยู่ในสปอตไลต์ ในฐานะความหวังใหม่ท่ามกลางวิกฤตอาหาร</title>
		<link>https://adaymagazine.com/rice-dish-watcher/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรุณวตรี รัตนธารี]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Sep 2022 09:55:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Dish/Watcher]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[dish watcher]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=160318</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นปี เชื่อมโยงถึงราคาข้าวสาลีและข้าวโพดที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ยังไม่นับปัจจัยการผลิตสำคัญอย่างปุ๋ยที่ยูเครนเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ก็ปรับราคาขึ้นเช่นกัน และทำให้สายพานการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารทั่วโลกสั่นสะเทือนรุนแรง จนแวดวงอุตสาหกรรมอาหารต้องจับเข่าคุยกันจริงจังและฉายสปอตไลต์แห่งความหวังไปยังพืชชนิดอื่นๆ ที่ประเมินกันว่าจะเป็นวัตถุดิบแทนข้าวสาลีและข้าวโพดในการผลิตอาหารได้ในอนาคต และหนึ่งในพืชสำคัญนั้นก็คือ&#160;‘ข้าว’ พี่ใหญ่อันดับ 1 และ 2 ในการปลูกข้าวป้อนตลาดโลกอย่างอินเดียและเวียดนามจึงถูกจับตามองขึ้นมาทันใด โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่วิกฤตอาหารทำท่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเท่ากับว่าในอนาคตใครผลิตอาหารได้มาก ย่อมมีอำนาจต่อรองในเวทีโลกเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ถึงตรงนี้หลายคนอาจนึกถึงฉายา&#160;‘อู่ข้าว อู่น้ำ’&#160;ของประเทศไทยขึ้นมา และคิดไกลว่าความต้องการข้าวที่พุ่งสูงนั้นก็น่าจะเป็นโอกาสของไทยในเวทีโลกกับเขาเหมือนกัน แต่ถ้ากลับมามองสถานการณ์ราคาข้าวในบ้านเราที่ต่ำแล้วต่ำอีกจนรัฐต้องออกมาตรการพยุงราคาหลายระลอก ก็ชวนให้สงสัยว่าข้าวไทยที่ว่ากันว่าคุณภาพดีลำดับต้นๆ ของโลกนั้นก้าวพลาดตรงไหน ทำไมราคาข้าวถึงยังไม่กระเตื้องแม้กระทั่งในจังหวะที่ดูเหมือนจะเป็นโอกาสทองของประเทศผู้ผลิตข้าวอย่างในตอนนี้ มากกว่านั้น การเกิดขึ้นของกระแสข้าวทางเลือกในระยะหลัง ทั้งการเลือกใช้ข้าวพื้นบ้านในร้านอาหารระดับพรีเมียม และการเกิดขึ้นของแบรนด์ข้าวพื้นบ้านและคาเฟ่กลางเมืองใหญ่ที่เลือกใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบหลัก ก็เหมือนจะเป็นสัญญาณบางอย่างที่ใครหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าหรือนี่จะคือความหวังเล็กๆ ในการออกจากปัญหาราคาข้าวตกต่ำที่ทุกตัวละครในวงการข้าวไทย โดยเฉพาะชาวนารายย่อย ต้องเผชิญมาทุกยุคทุกสมัย ก่อนจะตอบคำถามนี้ เราอยากชวนย้อนกลับไปดูเส้นทางข้าวไทยกันสักนิด หากนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พื้นที่ประเทศไทยนั้นจะมีข้าวเติบโตอยู่ราว 20,000 สายพันธุ์ ความหลากหลายเหล่านี้เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมเขตร้อนชื้นเอื้อกับการเพาะปลูก และเกิดจากเพราะตรงนี้เป็นจุดบรรจบของข้าว 2 ชนิดหลักของโลกอย่างข้าวจาปอติกา (japotica) ต้นทางของข้าวเมล็ดสั้นป้อมแบบข้าวญี่ปุ่น และข้าวอินดิกา (Indica) ต้นทางของข้าวเมล็ดยาวรีแบบที่เรามักพบในร้านอาหารอินเดีย เกิดเป็นข้าวลูกผสมที่มีกลิ่นรสเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นไม่เหมือนใคร และข้าวก็ได้กลายมาเป็นหัวใจของสังคมเกษตรกรรมไทยเรื่อยมา แม้ในปัจจุบันนี้พื้นที่ปลูกข้าวก็ยังกินสัดส่วนถึง 46 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมดของประเทศ ถึงข้าวจะไม่เคยหายไปจากท้องนาไทย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็มีไม่น้อย เริ่มต้นจากยุคสงครามเย็นช่วงทศวรรษที่ 60 เมื่อการช่วงชิงอุดมการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจเกิดขึ้นทั่วโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rice-dish-watcher/">เมื่อข้าวพื้นบ้านก้าวเข้ามาอยู่ในสปอตไลต์ ในฐานะความหวังใหม่ท่ามกลางวิกฤตอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>วิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นปี เชื่อมโยงถึงราคาข้าวสาลีและข้าวโพดที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ยังไม่นับปัจจัยการผลิตสำคัญอย่างปุ๋ยที่ยูเครนเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ก็ปรับราคาขึ้นเช่นกัน และทำให้สายพานการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารทั่วโลกสั่นสะเทือนรุนแรง จนแวดวงอุตสาหกรรมอาหารต้องจับเข่าคุยกันจริงจังและฉายสปอตไลต์แห่งความหวังไปยังพืชชนิดอื่นๆ ที่ประเมินกันว่าจะเป็นวัตถุดิบแทนข้าวสาลีและข้าวโพดในการผลิตอาหารได้ในอนาคต และหนึ่งในพืชสำคัญนั้นก็คือ&nbsp;‘ข้าว’</p>



<p>พี่ใหญ่อันดับ 1 และ 2 ในการปลูกข้าวป้อนตลาดโลกอย่างอินเดียและเวียดนามจึงถูกจับตามองขึ้นมาทันใด โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่วิกฤตอาหารทำท่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเท่ากับว่าในอนาคตใครผลิตอาหารได้มาก ย่อมมีอำนาจต่อรองในเวทีโลกเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ถึงตรงนี้หลายคนอาจนึกถึงฉายา&nbsp;‘อู่ข้าว อู่น้ำ’&nbsp;ของประเทศไทยขึ้นมา และคิดไกลว่าความต้องการข้าวที่พุ่งสูงนั้นก็น่าจะเป็นโอกาสของไทยในเวทีโลกกับเขาเหมือนกัน</p>



<p>แต่ถ้ากลับมามองสถานการณ์ราคาข้าวในบ้านเราที่ต่ำแล้วต่ำอีกจนรัฐต้องออกมาตรการพยุงราคาหลายระลอก ก็ชวนให้สงสัยว่าข้าวไทยที่ว่ากันว่าคุณภาพดีลำดับต้นๆ ของโลกนั้นก้าวพลาดตรงไหน ทำไมราคาข้าวถึงยังไม่กระเตื้องแม้กระทั่งในจังหวะที่ดูเหมือนจะเป็นโอกาสทองของประเทศผู้ผลิตข้าวอย่างในตอนนี้</p>



<p>มากกว่านั้น การเกิดขึ้นของกระแสข้าวทางเลือกในระยะหลัง ทั้งการเลือกใช้ข้าวพื้นบ้านในร้านอาหารระดับพรีเมียม และการเกิดขึ้นของแบรนด์ข้าวพื้นบ้านและคาเฟ่กลางเมืองใหญ่ที่เลือกใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบหลัก ก็เหมือนจะเป็นสัญญาณบางอย่างที่ใครหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าหรือนี่จะคือความหวังเล็กๆ ในการออกจากปัญหาราคาข้าวตกต่ำที่ทุกตัวละครในวงการข้าวไทย โดยเฉพาะชาวนารายย่อย ต้องเผชิญมาทุกยุคทุกสมัย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-160321" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ก่อนจะตอบคำถามนี้ เราอยากชวนย้อนกลับไปดูเส้นทางข้าวไทยกันสักนิด</p>



<p>หากนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พื้นที่ประเทศไทยนั้นจะมีข้าวเติบโตอยู่ราว 20,000 สายพันธุ์ ความหลากหลายเหล่านี้เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมเขตร้อนชื้นเอื้อกับการเพาะปลูก และเกิดจากเพราะตรงนี้เป็นจุดบรรจบของข้าว 2 ชนิดหลักของโลกอย่างข้าวจาปอติกา (japotica) ต้นทางของข้าวเมล็ดสั้นป้อมแบบข้าวญี่ปุ่น และข้าวอินดิกา (Indica) ต้นทางของข้าวเมล็ดยาวรีแบบที่เรามักพบในร้านอาหารอินเดีย เกิดเป็นข้าวลูกผสมที่มีกลิ่นรสเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นไม่เหมือนใคร และข้าวก็ได้กลายมาเป็นหัวใจของสังคมเกษตรกรรมไทยเรื่อยมา แม้ในปัจจุบันนี้พื้นที่ปลูกข้าวก็ยังกินสัดส่วนถึง 46 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมดของประเทศ</p>



<p>ถึงข้าวจะไม่เคยหายไปจากท้องนาไทย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็มีไม่น้อย</p>



<p>เริ่มต้นจากยุคสงครามเย็นช่วงทศวรรษที่ 60 เมื่อการช่วงชิงอุดมการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจเกิดขึ้นทั่วโลก มหาอำนาจฝั่งทุนนิยมอย่างอเมริกาเดินหน้าสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามแนวทางตลาดเสรี เทคโนโลยีและนวัตกรรมหลากหลายถูกส่งเข้าภาคเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิต แน่นอนว่าไทยคือหนึ่งในประเทศเหล่านั้น และข้าวไทยก็เป็นหนึ่งในพืชที่ถูกหยิบมาวิจัยว่าน่าจะทำกำไรได้ดี จนเกิดการคัดสายพันธุ์ข้าวที่ต้านโรคเยี่ยม ให้ผลผลิตเยอะ และอร่อยถูกปากคนส่วนใหญ่ นำมาปรับปรุงสายพันธุ์และขยายการผลิตไปทั่วประเทศ และหนึ่งในนั้นก็คือข้าวขาวดอกมะลิ 105 หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ&nbsp;‘ข้าวหอมมะลิ’</p>



<p>จากนั้นไทยก็กลายเป็นแหล่งผลิตข้าวลำดับต้นๆ ของโลก กระทั่งช่วงทศวรรษที่ 90 เมื่ออินเดียและเวียดนามเดินเข้าสู่สนามการค้าข้าวระดับสากล ผ่านการส่งออกข้าวคุณภาพกลางๆ ใกล้เคียงกับไทยแต่ราคาถูกกว่าเข้ามาตีตลาด ไทยจึงเพิ่มการส่งออกข้าวคุณภาพสูงอย่างข้าวหอมมะลิเพื่อหนีไปเล่นในตลาดบน แต่ก็หนีไม่ได้นาน เพราะก้าวเข้าต้นศตวรรษที่ 21 อินเดียและเวียดนามก็ตามมาประกบด้วยการเริ่มพัฒนาข้าวคุณภาพดีไม่แพ้กันออกสู่ตลาด—ในวงเล็บว่าด้วยราคาที่ถูกกว่าข้าวไทยมาก เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าเราหลายเท่า ทั้งจากเรื่องค่าแรงและการได้รับเงินทุนอุดหนุนภาคเกษตรจากรัฐและแหล่งทุนต่างชาติจำนวนมหาศาล ทำให้อินเดียและเวียดนามสามารถขายข้าวในราคาถูกได้แบบไม่ค่อยเจ็บตัวเท่าไหร่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-02-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-160322" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-02-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-02-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-02-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-02-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-02.jpg 1536w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>ผลก็คือที่ยืนของข้าวไทยในตลาดโลกมีแต่จะเล็กลงเรื่อยๆ ยิ่งในแต่ละปีชาวนาบ้านเราผลิตข้าวเกินความต้องการของคนในประเทศถึง 30-50 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นเมื่อส่งออกไปสู้ราคากับคู่แข่งในตลาดโลกไม่ไหว ข้าวจำนวนมหาศาลเหล่านั้นจึงหมุนเวียนอยู่ในประเทศ และราคาก็ร่วงตามระยะเวลาที่ถูกเก็บไว้ในคลัง</p>



<p>ทางออกของวงจรนี้อยู่ตรงไหน?</p>



<p>เรื่องนี้มีคำตอบสำเร็จรูปที่พูดกันทุกยุคทุกสมัย คือ ต้องทำให้ชาวนาไทยผลิตข้าวอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;&nbsp;ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นลงผ่านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการผลิต แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ง่าย เพราะจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไขข้อสำคัญ คือ โครงสร้างของภาคเกษตรต้องเปลี่ยนแปลงด้วย</p>



<p>คำใหญ่ๆ อย่าง&nbsp;‘การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาคเกษตร’ นั้นแปลให้ง่ายก็คือการ ‘ลดปริมาณและเพิ่มคุณภาพ’ ปริมาณในที่นี้รวมตั้งแต่ขนาดของพื้นที่ทำเกษตร จำนวนเกษตรกร จำนวนผลผลิต ผ่านการถ่ายโอนแรงงานภาคเกษตรให้ไปอยู่ในส่วนอื่นของสังคมอย่างมีศักยภาพ เช่น พัฒนาการศึกษาให้ดี ให้คนมีทางเลือกในอาชีพที่หลากหลาย หรือการพักชำระหนี้ ปฏิรูปที่ดิน และนโยบายสวัสดิการต่างๆ ที่ช่วยเอื้อให้เกษตรกรมีต้นทุนมากพอที่จะเลือกรูปแบบชีวิตอื่นๆ นอกภาคเกษตรได้อย่างอิสระ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-160323" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-03-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-03-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/Dish_Watcher-02-ข้าวพื้นบ้าน_content-03-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เมื่อภาคเกษตรค่อยๆ มีขนาดเล็กลง คราวนี้การพัฒนาคุณภาพก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป</p>



<p>คุณภาพที่รวมตั้งแต่คุณภาพของผลผลิตและคุณภาพชีวิตของเกษตรกร อย่างที่ญี่ปุ่นสามารถผลิตองุ่นกิโลละหลายหมื่นบาทขายได้ หรืออย่างที่เกาหลีนำเสนอโสมและสมุนไพรพื้นบ้านออกสู่ตลาดโลกได้ในราคาสูงลิบ</p>



<p>และพูดอย่างไม่เกินเลย ต้นทุนเรื่องสินค้าเกษตรของไทยนั้นก็ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน</p>



<p>โดยเฉพาะ&nbsp;‘ข้าวพื้นบ้าน’&nbsp;ที่รุ่มรวยความพิเศษโดยธรรมชาติอย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้น ไม่ว่าจะกลิ่นรสอันหลากหลายเป็นเอกลักษณ์ หรือถ้าอยากจะขายเรื่องราว วัฒนธรรมท้องนาบ้านเราก็มีเรื่องให้หยิบมาเล่าไม่รู้จบ</p>



<p>และในวันนี้ ขณะที่วงการอาหารบ้านเรากำลังตื่นเต้นกับข้าวพื้นบ้านกันชนิดว่าคึกคัก ย่อมเป็นสัญญาณยืนยันให้มั่นใจว่าข้าวไทยนั้นมีจุดขายหลากหลายกว่าที่คิด และอาจเป็นจุดขายที่พาเราออกจากวงจรการแข่งขันเดิมๆ ไปสู่มาตรฐานการแข่งขันเชิงคุณภาพแบบใหม่ๆ และเป็นความหวังว่าทุกตัวละครในเส้นทางผลิตข้าวไทยจะสามารถก้าวออกจากปัญหาเรื้อรังหลายยุคหลายสมัยได้ในเร็ววัน—ความหวังที่ต้องการเชื้อเพลิงสนับสนุนผ่านนโยบายพัฒนาภาคเกษตรที่เข้าอกเข้าใจ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำในแบบที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>



<p>อ้างอิง</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ข้าวบนแผ่นดินกลายเป็นอื่น, เมียงซอ คีรีมัญจาและปกรณ์ คงสวัสดิ์, 2551.&nbsp;</li><li>ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ&nbsp;ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)&nbsp;</li><li><a href="https://www.reuters.com/business/environment/global-rice-supplies-risk-harsh-weather-hits-top-exporters-2022-08-05/">https://www.reuters.com/business/environment/global-rice-supplies-risk-harsh-weather-hits-top-exporters-2022-08-05/</a>&nbsp;(Analysis: Global rice supplies at risk as harsh weather hits top exporters)</li></ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rice-dish-watcher/">เมื่อข้าวพื้นบ้านก้าวเข้ามาอยู่ในสปอตไลต์ ในฐานะความหวังใหม่ท่ามกลางวิกฤตอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
