<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปิยะธิดา ประสานธรรมคุณ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/pingping/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/pingping/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 31 Mar 2025 11:00:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>บันทึกการเดินทางจากวันวานสู่วันนี้ ของ PURPEECH วงดนตรีที่ปลอบประโลมผู้คนด้วยเสียงกระซิบของหัวใจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/purpeech-the-peech-man-show/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปิยะธิดา ประสานธรรมคุณ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Mar 2025 10:25:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[PURPEECH]]></category>
		<category><![CDATA[MILKbkk]]></category>
		<category><![CDATA[MILKbkkMusicLabel]]></category>
		<category><![CDATA[BLEND285SignaturepresentsThePeechManShowConcert]]></category>
		<category><![CDATA[SUNSUมาThePeechManShowConcert]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=179368</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘เราไม่ได้ทำเพลงเพื่อให้คุณรักเรา แต่เราทำเพลงมาเพื่อให้คุณรักตัวเอง แล้วถ้าวันนั้นคุณรักตัวเองมากพอแล้ว อย่าลืมกลับมารัก PURPEECH’  นี่คือคำกล่าวบางช่วงบางตอนที่ถูกโปรยออกมาจาก PURPEECH แม้จะดูเหมือนเป็นประโยคแสนเรียบง่าย แต่เมื่อฟังจบลงกลับทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจแบบบอกไม่ถูก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแต่ละบทเพลงของ PURPEECH ถึงถูกร้อยเรียงออกมาได้อย่างละเอียดลออ แต่ก็คมบาดลึกในคราเดียวกัน ผ่านเวลามากว่าครึ่งทศวรรษแล้วที่วงดนตรีนามว่า PURPEECH ได้ปรากฏตัวขึ้นมาทักทายและเข้ามาแต่งเติมช่องว่างในใจของผู้คนที่หลงใหลในเสียงเพลง หากย้อนกลับไปในช่วงจุดเริ่มต้น การรวมตัวของพวกเขาเกิดขึ้นจากหัวเรือใหญ่อย่าง เซ็นต์-สิทธิโชค ตาสา (กีตาร์) ผู้รับบทกัปตันในการรวมลูกเรือแต่ละคน ได้แก่ เรฟ-ศราวุฒิ สุยะเขต (ร้องนำ), ยีนส์-ภูริช สมชื่อ (คีย์บอร์ด), เจมส์-จักรพรรณ ธนาศุภณัฏฐ์ (กลอง) เพื่อนร่วมสาขาที่จับพลัดจับผลูกลายมาเป็นเพื่อนร่วมวง ตามมาด้วยรุ่นน้องอย่าง คอมพ์-ทรรศนะ เพ็ญจันทร์ (เบส) ที่เข้ามาเสริมทัพความกลมกล่อม แล้วค่อยๆ พากันขึ้นเรือลำนี้ท่องโลกไปด้วยกันอย่างบังเอิญ แต่ก็สมบูรณ์แบบไม่เหมือนใคร จากท่าเรือที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะผ่านวันผ่านคืนกลายมาเป็น ‘PURPEECH’ ที่ทุกคนรู้จักกันดี พวกเขาต่างเผชิญกับเส้นทางทั้งหวานหอมทั้งขมปลายปะปนกันไป แต่นั่นก็หล่อหลอมให้บทเพลงที่ถูกรังสรรค์ออกมา ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่คอยเยียวยาจิตใจของผู้คนเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนเครื่องมือบันทึกเรื่องราวที่กลั่นกรองจากความรู้สึกในทุกห้วงขณะของชีวิต จนถึงวันนี้วันที่ PURPEECH ได้เดินทางย่ำก้าวมาสู่อีกหนึ่งจังหวะที่สำคัญของชีวิต ในวาระที่กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นของตัวเองครั้งแรก a day [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/purpeech-the-peech-man-show/">บันทึกการเดินทางจากวันวานสู่วันนี้ ของ PURPEECH วงดนตรีที่ปลอบประโลมผู้คนด้วยเสียงกระซิบของหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em><strong>‘เราไม่ได้ทำเพลงเพื่อให้คุณรักเรา แต่เราทำเพลงมาเพื่อให้คุณรักตัวเอง แล้วถ้าวันนั้นคุณรักตัวเองมากพอแล้ว อย่าลืมกลับมารัก PURPEECH’ </strong></em></p>



<p>นี่คือคำกล่าวบางช่วงบางตอนที่ถูกโปรยออกมาจาก PURPEECH แม้จะดูเหมือนเป็นประโยคแสนเรียบง่าย แต่เมื่อฟังจบลงกลับทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจแบบบอกไม่ถูก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแต่ละบทเพลงของ PURPEECH ถึงถูกร้อยเรียงออกมาได้อย่างละเอียดลออ แต่ก็คมบาดลึกในคราเดียวกัน</p>



<p>ผ่านเวลามากว่าครึ่งทศวรรษแล้วที่วงดนตรีนามว่า PURPEECH ได้ปรากฏตัวขึ้นมาทักทายและเข้ามาแต่งเติมช่องว่างในใจของผู้คนที่หลงใหลในเสียงเพลง หากย้อนกลับไปในช่วงจุดเริ่มต้น การรวมตัวของพวกเขาเกิดขึ้นจากหัวเรือใหญ่อย่าง <strong>เซ็นต์-สิทธิโชค ตาสา (กีตาร์)</strong><strong> </strong>ผู้รับบทกัปตันในการรวมลูกเรือแต่ละคน ได้แก่ <strong>เรฟ-ศราวุฒิ สุยะเขต (ร้องนำ), ยีนส์-ภูริช สมชื่อ (คีย์บอร์ด), เจมส์-จักรพรรณ ธนาศุภณัฏฐ์ (กลอง) </strong>เพื่อนร่วมสาขาที่จับพลัดจับผลูกลายมาเป็นเพื่อนร่วมวง ตามมาด้วยรุ่นน้องอย่าง <strong>คอมพ์-ทรรศนะ เพ็ญจันทร์ (เบส)</strong> ที่เข้ามาเสริมทัพความกลมกล่อม แล้วค่อยๆ พากันขึ้นเรือลำนี้ท่องโลกไปด้วยกันอย่างบังเอิญ แต่ก็สมบูรณ์แบบไม่เหมือนใคร</p>



<p>จากท่าเรือที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะผ่านวันผ่านคืนกลายมาเป็น ‘PURPEECH’ ที่ทุกคนรู้จักกันดี พวกเขาต่างเผชิญกับเส้นทางทั้งหวานหอมทั้งขมปลายปะปนกันไป แต่นั่นก็หล่อหลอมให้บทเพลงที่ถูกรังสรรค์ออกมา ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่คอยเยียวยาจิตใจของผู้คนเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนเครื่องมือบันทึกเรื่องราวที่กลั่นกรองจากความรู้สึกในทุกห้วงขณะของชีวิต</p>



<p>จนถึงวันนี้วันที่ PURPEECH ได้เดินทางย่ำก้าวมาสู่อีกหนึ่งจังหวะที่สำคัญของชีวิต ในวาระที่กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นของตัวเองครั้งแรก a day จึงอยากชวนพวกเขาย้อนวันวานการเดินทางกว่าจะมาเป็น ‘ลูกพีชที่เพอร์เฟกต์’ ในแบบที่พวกเขาพอใจแล้วในวันนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/01@72x-100-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179369" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/01@72x-100-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/01@72x-100-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/01@72x-100-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/01@72x-100-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/01@72x-100-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/01@72x-100-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/01@72x-100-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/01@72x-100.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h1 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>The Beginning of ‘PURPEECH’&nbsp;</strong></h1>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความตั้งใจแรก อยากจะเซตให้วงเป็นคาแรกเตอร์แบบไหน</strong></h3>



<p>เรฟ : ตอนแรกผมคิดว่าวงเราก็ดูทรงเท่อยู่นะ (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>เจมส์ : ตอนนั้นเพลงที่ฟังส่วนใหญ่เป็นอินดี้ลึกๆ ที่เข้าถึงยาก</p>



<p>เซ็นต์ : ใจหนึ่งเราก็อยากไปสไตล์อินดี้เท่ๆ เลย แต่อีกใจเราก็ไม่กล้าคิดที่จะไปอยู่ค่ายอย่างจริงจัง เรียกว่า ทำทรงเป็นอินดี้ไปก่อน</p>



<p>ยีนส์ : อีกอย่างวงอินดี้รุ่นพี่ในเชียงใหม่เยอะมาก เราก็เห็นเป็นไอดอล อยากทำให้ได้แบบนั้น แต่เหมือนธรรมชาติของวงเราไม่ใช่สายนิ่งๆ เท่ๆ ด้วยครับ ก็เลยไม่ได้ไปแนวอินดี้จ๋า แต่ปรับให้เข้ากับความเป็นตัวตนเรามากขึ้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความท้าทายที่เจอในช่วงแรก</strong></h3>



<p>เรฟ : ผมเคยเป็นคนที่ขี้เกียจพูดกับคนครับ&nbsp;</p>



<p>ยีนส์ : ตอนมีโชว์แรกๆ พวกผมต้องช่วยกันเขียนสคริปต์ให้เขาพูดบนเวที&nbsp;</p>



<p>เรฟ : จึงเกิดคำถามขึ้นกับตัวเองว่า <em>‘อย่างเรานี่เป็นนักร้องได้จริงๆ เหรอ?’</em> เพราะตอนนั้นดูไม่มีความเป็นไปได้เลย เราชอบร้องเพลงก็จริง แต่เราไม่ชอบการแสดงออก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/02@72x-100-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179370" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/02@72x-100-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/02@72x-100-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/02@72x-100-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/02@72x-100-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/02@72x-100-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/02@72x-100-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/02@72x-100-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/02@72x-100.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center"><em>…แต่พอถึงจุดหนึ่งคิดว่า เหมือนมีอะไรเลือกให้เรามายืนอยู่ตรงนี้ เราสามารถสื่อสารกับคนดูได้เลย ขณะที่เพื่อนๆ ต้องใช้ดนตรีสื่อสาร ทำไมเราไม่ใช้มันให้เป็นประโยชน์กับคนดูล่ะ เลยอยากลองทำให้ดีที่สุดและพยายามก้าวข้ามกำแพงนี้ไปให้ได้…&nbsp;</em></p>
</blockquote>



<p>เรฟ : แฟนคลับเคยถามว่า <em>‘ทำไมพี่เรฟไม่เล่นกีตาร์แล้ว’</em> ผมแค่รู้สึกว่าอยากยกกำแพงที่มีในใจออกไป แล้วอยากทำให้ทุกคนเห็นเราในมุมนี้ อยากสนิทกับคนฟังมากขึ้น ตั้งแต่วันนั้นก็กลายเป็นคนที่กล้าทำทุกอย่างมากขึ้นครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมถึงตัดสินใจเข้าค่าย จากตอนแรกที่ทำกันเอง&nbsp;</strong></h3>



<p>เรฟ : จริงๆ พวกผมไม่เคยคิดจะเป็นศิลปินอิสระตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถ้ากลับไปย้อนดูโพสต์เก่าๆ จะมีอยู่โพสต์หนึ่งเขียนว่า <em>‘เมื่อไหร่ค่ายเป็ดจะติดต่อมานะ’</em> เราก็ทำกันเองไปเรื่อยๆ จนหลังจากเพลงที่ 4 <em>ภาพถ่ายวันวาน (1920) </em>ค่ายก็ติดต่อมา เลยไม่มีความลังเลเลยครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ต้องปรับตัวเยอะไหม</strong></h3>



<p>เจมส์ : สำหรับค่ายที่เราอยู่ค่อนข้างให้อิสระทางความคิดกับเรา ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก แต่การทำงานจะมีแบบแผน มี schedule ที่เราต้องปรับตัวให้ทัน&nbsp;</p>



<p>คอมพ์ : ค่ายเหมือนเข้ามาช่วยเสริมในจุดที่เรายังไม่เก่ง พอเข้าค่ายมาก็ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น หรือเวลาที่เราถึงทางตันค่ายก็จะมีคำแนะนำให้ได้&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/03@72x-100-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179371" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/03@72x-100-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/03@72x-100-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/03@72x-100-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/03@72x-100-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/03@72x-100-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/03@72x-100-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/03@72x-100-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/03@72x-100.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ข้อดีจากการเป็น ‘เพื่อน’ สู่ ‘เพื่อนร่วมงาน’&nbsp;</strong></h3>



<p>เรฟ : ผมคิดว่าการเป็นเพื่อนกันมาก่อน แล้วมาเริ่มทำวง ทำให้ในพาร์ตการทำงานเราสามารถคุยกันได้มากกว่าคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ปรับจูนกันง่าย เวลามีปัญหาก็ทำให้เปิดใจคุยกันง่ายกว่า</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แล้วความยากของการทำงานกับคนที่สนิทกันล่ะ</strong></h3>



<p><strong></strong>เซ็นต์ : เราว่าความยากคือความกดดันจากงานที่ทำร่วมกัน โดยปกติแล้วถ้าเป็นเพื่อนกันก็จะไม่มีเรื่องของ <em>‘ความกดดัน’ </em>เข้ามาเกี่ยวข้อง&nbsp;</p>



<p>คอมพ์ : ด้วยความที่เราอยู่บ้านด้วยกัน 5 คน มันทำให้เราเห็นนิสัยของกันและกัน และรู้ว่าสเปซที่ควรมีให้กันเป็นยังไง</p>



<p>ยีนส์ : พวกเราใช้ชีวิตเหมือนเป็นแฟนกัน อยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง</p>



<p>เจมส์ : แต่เราเป็นเพื่อน เป็นเพื่อนกันครับ (ทุกคนหัวเราะ)</p>



<p>เรฟ : ผมว่าความง่ายคือการเป็นเพื่อนกัน แต่ก็เป็นความยากในเวลาเดียวกัน เราต่างต้องใส่ใจความคิดเห็นของทุกคน วงเราไม่เคยโหวตกัน 3:2 หรือ 4:1 แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะต้องมาจากความเห็นชอบของสมาชิกทั้ง 5 คน เราจึงพยายามหาจุดกึ่งกลางที่ทุกคนโอเคให้ได้</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center"><em></em><em>…ผมแคร์ความรู้สึกและบรรยากาศตอนนั้นมากกว่า การได้เพลงที่สุดยอดมากๆ…</em></p>
</blockquote>



<h1 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>How</strong> <strong>‘PURPEECH’ You Are</strong></h1>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าให้นิยามแนวเพลงของ PURPEECH คือสไตล์ไหน</strong></h3>



<p>คอมพ์ : ผมมองว่า PURPEECH เป็นเหมือนเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังเดินทางค้นหาความเป็นตัวเองอยู่</p>



<p>เรฟ : คิดว่า PURPEECH ยังตามหาแนวเพลงที่ใช่ไปเรื่อยๆ สมมติถ้าวันหนึ่งเราเจอเพลงที่ชอบจริงๆ วันนั้นอาจจะไม่ได้ท้าทายเท่าตอนนี้ที่กำลังตามหาอยู่ก็ได้<br>ยีนส์ : บางทีคนภายนอกที่มองเข้ามาอาจจะตอบได้ดีกว่าตัวเราด้วยซ้ำ</p>



<p>เรฟ : เรากล้าทำยันเพลงลูกทุ่ง เพลงร็อกเลยนะ เราค่อนข้างยืดหยุ่นมากๆ อย่างเมื่อก่อนไม่คิดว่าตัวเองจะเต้นได้ แต่ทุกวันนี้ก็มีเพลงที่เต้นได้แล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/04@72x-100-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179372" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/04@72x-100-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/04@72x-100-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/04@72x-100-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/04@72x-100-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/04@72x-100-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/04@72x-100-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/04@72x-100-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/04@72x-100.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center"><em>…เรียกว่าสไตล์เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามความชอบและการเติบโตของเรา…</em>&nbsp;</p>
</blockquote>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ไอเดียตั้งต้นของการทำเพลง</strong></h3>



<p>เซ็นต์ : ส่วนใหญ่เพลงที่ทำออกมา ผมจะจำแนกออกเป็น 2 แบบ คือ เพลงที่มาจากความรู้สึกจริงของเรา กับ เพลงที่เราให้โจทย์ตัวเองว่าต้องการสื่อสารเรื่องอะไร หลังจากนั้นเราก็จะเจาะลึกลงไปว่า จะใช้ภาษาแบบไหน ยกตัวอย่างเพลง <em>ตกกะใจทำได้ลง (Oops.) </em>ก็อยากให้ภาษามีความทะเล้น ขี้เล่น หรือเพลง <em>ตอนนั้นในวันนี้ </em>ก็เลือกใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย น่าจะบวกกับอารมณ์ความรู้สึกตอนนั้นด้วยครับ</p>



<p>เรฟ : ผมเป็นคนที่ชอบเขียนใส่โน้ตเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวอะไร หรือตะกอนเล็กๆ ที่ผุดขึ้นในหัว แล้วผมค่อนข้างเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง อะไรที่ <em>‘แวบๆ’</em> เข้ามาในหัวนั่นคือมาจากจิตใต้สำนึก ผมจะเขียนทุกอย่างเอาไว้แล้วเอามาเรียบเรียงใหม่อีกที ดังนั้นเพลงส่วนใหญ่ของ PURPEECH จึงเป็นเพลงที่มาจากความรู้สึกภายในมากกว่า</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เคยมีเพลงที่มาจากประสบการณ์จริงไหม</strong></h3>



<p><strong></strong>เซ็นต์ : ชีวิตจริงผมสงบสุขเรียบง่ายดี ไม่ค่อยมีประสบการณ์อะไรที่เหมือนในเพลง ส่วนใหญ่ผมจะมโนเก่งครับ ถ้าไปเจอเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันก็สามารถหยิบมาเล่าเรื่องได้</p>



<p>ยีนส์ : เขาเคยเล่าว่าไปเจอผักลดราคาในซูเปอร์มาร์เกตมา แล้วก็เอามาแต่งเป็นเพลงรัก</p>



<p>เซ็นต์ : ใช่ครับ ส่วนใหญ่จะมาจากความบังเอิญแบบนี้ อย่างเพลง <em>ตกกะใจทําได้ลง (Oops.) </em>ก็เกิดจากความคิดว่าอยากให้วงมีเพลงเร็ว แต่มีเนื้อหาเศร้า พอได้โจทย์มาก็ค่อยๆ หาทางไปต่อได้เอง&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ที่มาของความสละสลวยที่ปรากฏในเนื้อเพลง PURPEECH</strong></h3>



<p>เรฟ : พื้นฐานเดิมเป็นคนชอบฟังเพลงเก่า ยังรักในเนื้อเพลงรูปแบบเมื่อก่อน ทุกวันนี้ยังไม่กล้าเขียนคำว่า <em>‘แฟน’</em> ลงไปในเนื้อเพลง รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ชอบเพลงสมัยใหม่ขนาดนั้น คิดว่าบรรยากาศเพลงเก่าๆ มันมีความจริงใจ เราเลยเลือกใช้คำประมาณนี้มาถ่ายทอดอยู่ในบทเพลง </p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมถึงมองว่าเพลงเก่ามีเสน่ห์</strong></h3>



<p><strong></strong>เรฟ : แม่ผมเปิดร้านขายข้าวซอยก็จะชอบมีเทปของ <strong>พี่ตู่ (นันทิดา แก้วบัวสาย) พี่เบิร์ด</strong> <strong>(ธงไชย แมคอินไตย์)</strong> เปิดวนๆ ให้ลูกค้าฟัง เราอยู่กับมันมาตั้งแต่เด็ก อาจจะชอบมันโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ อีกอย่างคือผมชอบเรียนวิชาภาษาไทย ตอนเข้ามหา&#8217;ลัย เลยยื่นครูภาษาไทยเป็นอันดับ 1 แต่ติดครูดนตรี (หัวเราะ) สุดท้ายภาษาไทยก็ได้เอามาใช้ในการทำเพลง ส่วนเรื่องการเป็นครูดนตรีที่เราเรียนมาก็ได้เอามาใช้เวลาอยู่บนเวที&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/08@72x-100-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179379" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/08@72x-100-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/08@72x-100-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/08@72x-100-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/08@72x-100-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/08@72x-100-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/08@72x-100-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/08@72x-100-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/08@72x-100-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center"><em>…ขึ้นเวทีทุกครั้งมันให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังอยู่ในชั้นเรียน มีคนฟังเป็นนักเรียนที่เราต้องพาไปให้จบคลาส…</em></p>
</blockquote>



<h1 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>The Turning Point</strong></h1>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เพลงไหนคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนรู้จัก PURPEECH&nbsp;</strong></h3>



<p>PURPEECH :&nbsp; คิดว่าเพลงที่ 2</p>



<p>เรฟ : แต่ถ้ามองอีกทีมันมีหลายเฟส เริ่มจากเฟสแรกที่ทำให้คนรู้จักเราก็เป็นเพลง <em>หากจะเพียงขอ (Sincare)</em> เรียกว่าเป็นเหมือน one night miracle เพราะเพียงชั่วข้ามคืนยอดวิวก็ทะลุหลักแสน หลักล้าน เผลออีกทีก็เริ่มมีแฟนคลับ เราก็เอ๊ะ! เร็วแท้ เฟสที่ 2 <em>กาลครั้งหนึ่งบนโลก (Parsec)</em> คือเฟสเข้าใจวง เพราะช่วงนั้นเกิดปัญหาขึ้นในวง หรือเพลง <em>รักรออยู่ไม่ไกล (wind) </em>ก็เป็นเฟสตอนที่เราจากบ้านมาอยู่กรุงเทพฯ ก็จะให้ฟีลคิดถึงบ้าน</p>



<p>ยีนส์ : เพลงของ PURPEECH จะบันทึกเรื่องราวความทรงจำช่วงเวลานั้นๆ เอาไว้ ทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นจะถูกเล่าออกมาผ่านบทเพลงทั้งหมดเลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/06@72x-100-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179374" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/06@72x-100-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/06@72x-100-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/06@72x-100-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/06@72x-100-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/06@72x-100-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/06@72x-100-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/06@72x-100-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/06@72x-100.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center"><em>…เหมือนแต่ละเพลงก็เป็นจุดเปลี่ยน (Turning Point) ด้วยตัวของมันเอง…&nbsp;</em></p>
</blockquote>



<h3 class="wp-block-heading"><strong><em>Purfectpeech</em></strong><em> </em><strong>: อัลบัมแรกในชีวิต</strong></h3>



<p>คอมพ์ : เป็นการรวบรวม turning point ของวง การเดินทางตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาถูกเล่าออกมาในแต่ละบทเพลงของอัลบัมนี้</p>



<p>เรฟ : ส่วนนิยามของชื่อ <em>‘Purfectpeech’</em> ที่มาที่ไปย้อนกลับไปตอนที่เราคุยกันว่าเป็น PURPEECH ที่ perfect แล้วในตัวของมันเอง เราพอใจกับอัลบัมนี้มากๆ จึงกลายเป็นชื่อนี้</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center"><em>…เป็นลูกพีชที่เพอร์เฟกต์สำหรับเราแล้ว…&nbsp;</em></p>
</blockquote>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แล้วสำหรับเส้นทางการเป็น PURPEECH มีตอนไหนที่รู้สึกว่าเป็น Perfect Moment อยากแชร์ให้ฟังไหม</strong></h3>



<p><strong></strong>คอมพ์ : PURPEECH เท่ากับ <em>‘พลังบวก’</em> และ <em>‘การปลอบ’</em><strong> </strong>ชอบโมเมนต์ที่เรามีปัญหา แล้วทุกคนจะรวมตัวกันส่งมอบกำลังใจให้แก่กัน</p>



<p>เรฟ : ผมคิดว่า perfect moment จะเกิดขึ้นทุกครั้งที่เราทำเพลงเสร็จ แล้วเตรียมจะปล่อยผลงานออกไป จำได้ว่าวันที่จะปล่อยเพลงแรก เรานัดมารวมตัวกัน แล้วกดปุ่ม enter พร้อมกัน นี่แหละคือ perfect moment สำหรับผมมากๆ เหมือนเราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว มาส่งมันได้ถึงเท่านี้นะ</p>



<p>ยีนส์ : ของผมคือวันที่มีคอนเสิร์ตอัลบัมแรก วันนั้นอาจจะเป็นวันที่เรามีข้อผิดพลาดเยอะ ตั้งแต่เราโชว์มารู้สึกว่าครั้งนั้นเล่นได้ไม่ดีเลย แต่มันเป็นโมเมนต์ที่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ เราทำเต็มที่ที่สุดแล้วจริงๆ&nbsp;</p>



<p>คอมพ์ : อย่างน้อยความผิดพลาดตรงนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเติบโต</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/07@72x-100-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179375" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/07@72x-100-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/07@72x-100-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/07@72x-100-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/07@72x-100-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/07@72x-100-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/07@72x-100-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/07@72x-100-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/07@72x-100.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เจมส์ : สำหรับผมคือช่วงที่เราได้มาฟังเพลงที่อัดมาด้วยกัน มันเป็นความรู้สึกแบบ <em>‘จะเสร็จงานแล้วนะ’</em> เราได้มานั่งปรับแก้อะไรร่วมกันครั้งสุดท้ายก่อนที่จะปล่อยออกไปให้ทุกคนได้ฟัง</p>



<p>เซ็นต์ : ผมว่ามันคือหลายๆ โมเมนต์รวมกันที่เราได้มีประสบการณ์ร่วมกันทั้งดีและไม่ดี พอเป็นโมเมนต์ที่ดี เราก็ได้ซึมซับความสุขพร้อมกัน แต่พอเป็นเรื่องไม่ดีอย่างน้อยเราก็ได้ผ่านมันไปด้วยกัน&nbsp;</p>



<h1 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Road to </strong><strong>the Peech Man Show</strong></h1>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คิดว่าวงเราประสบความสำเร็จเร็วไหม จากจุดเริ่มต้นมาถึงวันนี้ที่กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่</strong></h3>



<p><strong></strong>เซ็นต์ : มากๆ ครับ มันเร็วสุดๆ&nbsp;</p>



<p><strong></strong>คอมพ์ : อาจจะเร็ว แต่ผมยังไม่คิดว่าเราประสบความสำเร็จ มันยังมีเป้าหมายต่อไปเรื่อยๆ แต่จุดนี้ก็เรียกได้ว่า <em>‘ประสบความสำเร็จไปอีกขั้น’</em></p>



<p>เรฟ : ผมก็รู้สึกว่าเร็วมากครับ เรากำลังจะมีคอนเสิร์ต แต่ความรู้สึกเหมือนว่าเมื่อวานเราเพิ่งทำวงกันอยู่เลย ความรู้สึกบางอย่างในช่วงเริ่มต้นยังไม่ทันได้จางหายไป&nbsp;</p>



<p>คอมพ์ : ช่วงทำวง 1 &#8211; 2 ปีแรก ผมยังคิดว่าตัวเองอยู่ในฝันอยู่เลย&nbsp;</p>



<p>เรฟ : ตอนทำเพลงแรกๆ ผมชอบพูดใส่เดโมว่าวันที่นี้ เรากำลังทำเพลงนี้นะ แล้วก็ชอบเขียนว่าใครมีความฝันอะไรบ้าง <em>พอผ่านมาวันนี้เราทำตามความฝันไปได้หลายอย่างแล้วนะ</em></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center"><em>…PURPEECH อาจจะตั้งมาแค่ 4 ปี แต่เชื่อว่าสมาชิกทุกคนมีความฝันนี้มาไม่ต่ำกว่า 20 ปี กว่าจะเดินทางมาถึงตอนนี้ได้ เชื่อว่าวันนั้นคงเป็นวันที่พวกเรามีความสุขมาก…</em></p>
</blockquote>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คาดหวังยังไงกับคอนเสิร์ตครั้งแรก</strong></h3>



<p>คอมพ์ : คาดหวังให้ตัวเองทำ performance ออกมาให้ดีในแบบที่ตัวเองพอใจ</p>



<p>เซ็นต์ : ผมคาดหวังให้ทุกคนมีความสุขหลังจากที่คอนเสิร์ตจบลง แล้วก็ขอให้ทุกคนเดินทางมาดูคอนเสิร์ตอย่างปลอดภัย</p>



<p>เจมส์ : ขอให้ทุกคนไม่ผิดหวังที่เลือกมาดูคอนเสิร์ตเรา</p>



<p>เรฟ : ผมสัญญาว่าถ้าทุกคนได้มาในวันนั้น นั่นคือที่สุดของ PURPEECH แล้ว</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แล้วเป้าหมายสูงสุดของ PURPEECH คืออะไร</strong></h3>



<p><strong></strong>ยีนส์ : สำหรับผมง่ายมาก แค่อยู่เป็นวงด้วยกันแบบนี้ไปนานๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าทีละสเต็ปขึ้นไปเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>คอมพ์ : ผมอยากเป็น International Mainstream</p>



<p>เจมส์ : ผมแค่อยากทำผลงานต่อไป แล้วก็ไม่แตกกัน (หัวเราะ) แค่คิดว่าถ้าวันหนึ่งต้องกลายเป็นคนแปลกหน้ากับเพื่อนกลุ่มนี้ คงเศร้าน่าดู</p>



<p>เรฟ : เราเริ่มต้นกันมาจากจุดที่ไม่มีอะไร บางคนขับแกรป ผมทำงานร้านสะดวกซื้อ เป้าหมายสูงสุดเลยผมอยากเห็นทุกคนมีบ้าน มีรถ เป็นของตัวเอง เราใช้ชีวิตวัยรุ่นไปด้วยกันก็อยากเห็นเราแก่ไปด้วยกัน</p>



<h1 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Last but not Least</strong></h1>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กับอาชีพ ‘นักดนตรี’ ที่สายตาคนนอกมองว่า ‘ไม่มั่นคง’ อยากรู้ว่าทางวงมีปัญหาตรงจุดนี้บ้างไหม&nbsp;</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/05@72x-100-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179381" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/05@72x-100-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/05@72x-100-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/05@72x-100-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/05@72x-100-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/05@72x-100-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/05@72x-100-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/05@72x-100-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/05@72x-100-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เรฟ : ผมว่ามั่นคงหรือไม่มั่นคงมันอยู่ที่ตัวเรา เป้าหมายความมั่นคงของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน บางคนพอใจกับบ้านหลังใหญ่ บางคนแค่หลังเล็กก็มีความสุขแล้ว</p>



<p>เซ็นต์ : ผมว่าที่คนรุ่นเก่าตั้งคำถามว่า <em>‘จะมั่นคงหรือเปล่า’ </em>แต่เขาลืมคิดไปไหมว่า เราคงไม่ปล่อยให้ตัวเองอดตายหรอก</p>



<p>คอมพ์ : เส้นทางอื่นอาจจะดีกว่านี้ แต่สำหรับผมอยู่ตรงนี้ก็มีความสุขแล้ว วันหนึ่งถ้าไม่สามารถเป็นศิลปินต่อได้ ผมว่าสายงานในแวดวงนี้ก็ยังหาเลี้ยงเราได้อีก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>มีช่วงเวลาที่รู้สึกว่าเลือกเดินเส้นทางผิดบ้างไหม</strong></h3>



<p>PURPEECH : ไม่ครับ</p>



<p>เรฟ : ใช้คำว่า <em>‘ไม่รู้’</em> ล่ะกัน ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ทำถูกหรือผิด ผมเป็นคนเล่นเกมมาตั้งแต่เด็ก มีแพ้มีชนะ ก็เหมือนกันกับการใช้ชีวิตก็มีทั้งเส้นทางที่ผิดถูกปะปนกันไป สุดท้ายแพ้ชนะมันไม่สำคัญ เพราะที่ผ่านมาก็ไม่มีอะไรที่ทำให้รู้สึกเสียใจ</p>



<p>เจมส์ : ผิดอย่างน้อยก็จะได้รู้ในสิ่งที่ถูก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าคนมีฝันผ่านมาเห็น อยากบอกอะไรกับพวกเขา</strong></h3>



<p>เรฟ : ผมอยากบอกไปถึงทุกคนว่าที่ผ่านมา PURPEECH ก็เริ่มต้นทำทุกอย่างกันเอง ตั้งแต่แต่งเพลง ถ่าย MV ตัดต่อ อย่างเพลง <em>หากจะเพียงขอ (Sincare)</em> เพลงนั้นเราใช้งบไม่กี่บาท เงินที่เหลืออีกนิดหน่อยเอาไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาทำเป็นพร็อป แล้วหลังเลิกกองก็เอามากินต่อ ผมมองว่าแค่นั้นก็มีความสุขแล้ว เดี๋ยวนี้ดนตรีไม่ใช่อาชีพที่มองว่าเต้นกินรำกินอีกแล้ว มันสามารถเลี้ยงชีพได้ แล้วยังหารายได้จากหลายช่องทาง&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/09@72x-100-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179377" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/09@72x-100-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/09@72x-100-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/09@72x-100-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/09@72x-100-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/09@72x-100-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/09@72x-100-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/09@72x-100-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/09@72x-100.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center"><em></em><em>…สุดท้ายถ้าทำมันด้วยใจ สักวันคุณจะมีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นของตัวเองได้…&nbsp;</em></p>
</blockquote>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าวันหนึ่งเพลงที่ทำได้รับกระแสลดลง จะยังอยากทำเพลงอยู่ต่อไปอีกไหม</strong></h3>



<p><strong></strong>PURPEECH : ทำครับ&nbsp;</p>



<p>เซ็นต์ : เราเคยคุยเรื่องนี้กันมาแล้วด้วย กระแสลดลงคือการที่รายได้เราจะลดลงไปด้วย แต่ผมว่าพวกเราจะมีหนทางไปต่อ และก็คิดว่าเราคงจะทำมันต่อไปเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>เรฟ : คงย้อนกลับไปคำตอบช่วงแรกๆ ที่บอกว่า perfect moment ของผมคือ โมเมนต์ที่เราได้ปล่อยเพลงออกไป เราไม่ได้สนด้วยซ้ำว่าผลลัพธ์ต่อจากนั้นจะเป็นยังไง มันไม่ใช่หน้าที่ของเราแล้ว&nbsp;</p>



<p>คอมพ์ : ใช่ครับ ถึงกระแสจะไปแล้ว แต่เราก็จะยังไม่ไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/10@72x-100-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179378" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/10@72x-100-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/10@72x-100-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/10@72x-100-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/10@72x-100-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/10@72x-100-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/10@72x-100-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/10@72x-100-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/10@72x-100.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong><em>‘ตอนนั้นในวันนี้’</em></strong><strong> เพลงแรกที่เป็นจุดกำเนิดของ PURPEECH แล้วถ้า ‘วันนี้’ ย้อนกลับไปเจอตัวเองใน ‘ตอนนั้น’ ได้ อยากบอกอะไรกับตัวเอง</strong></h3>



<p>คอมพ์ : เก็บตังค์หน่อยนะ</p>



<p>เซ็นต์ : สุดยอด เก่งแล้ว</p>



<p>เจมส์ : พยายามดีแล้ว ทำดีที่สุดแล้ว</p>



<p>ยีนส์ : โชคดีที่ได้รู้จักกับเพื่อนกลุ่มนี้</p>



<p>เรฟ : ผมเคยเขียนไว้ว่า <em>‘ถึงตัวเองเมื่อ 7 ปีก่อน เก่งมาก คำถามหลายๆ อย่างได้เจอคำตอบแล้วนะ…ตอนนี้เรียนจบแล้ว แต่ไม่ได้เป็นครูเหมือนที่เรียนมา แต่ได้เป็นศิลปินแบบที่ฝันไว้ ตั้งใจทำอย่างที่เคยเป็น นั่นแหละถูกต้องแล้ว…’</em></p>



<p class="has-text-align-center">. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong><em>PURPEECH’s Memo</em></strong></h4>



<p class="has-text-align-left"><em>13 มีนาคม 2568 : PURPEECH ได้มาสัมภาษณ์ที่ a day อีก 2 วัน เรากำลังจะขายบัตรคอนเสิร์ตครั้งแรกของพวกเรา ไม่รู้บัตรจะขายหมดไหม แต่เราตั้งใจกับคอนเสิร์ตนี้มากๆ ถึงคนที่ฟังในอนาคต ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ ในคอนเสิร์ตของเรา เราไม่ได้ทำเพลงมาเพื่อให้คุณรักเรา แต่เราทำเพลงมาเพื่อให้คุณรักตัวเอง แล้วถ้าวันนั้นคุณรักตัวเองมากพอแล้ว อย่าลืมกลับมารัก PURPEECH ที่คอนเสิร์ตใหญ่นี้ด้วยนะครับ…</em></p>



<p></p>



<p><strong><em>ขอบคุณสถานที่ </em></strong><em>: <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=61555032907235&amp;locale=th_TH">PULSE / Phra Arthit</a> คาเฟ่ขนาดกะทัดรัดที่คุณภาพไม่กระจ้อยร่อยตามขนาดของพื้นที่</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/purpeech-the-peech-man-show/">บันทึกการเดินทางจากวันวานสู่วันนี้ ของ PURPEECH วงดนตรีที่ปลอบประโลมผู้คนด้วยเสียงกระซิบของหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สุขภาพจิตใหม่ใกล้ฉัน : เมื่อปัญหาสุขภาพจิตกลายเป็น ‘เพื่อนสนิท’ ที่ไม่อยากสนิทแห่งศักราชนี้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mental-health-disorders/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปิยะธิดา ประสานธรรมคุณ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Mar 2025 06:16:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<category><![CDATA[abetterday]]></category>
		<category><![CDATA[MentalHealth]]></category>
		<category><![CDATA[Depression]]></category>
		<category><![CDATA[จิตแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสุขภาพจิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=179193</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตเคลื่อนตัวไปตามเข็มนาฬิกาของชีวิต มีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบนับพันเป็นเจ้านายตัวฉกาจที่คอยปลุกเราให้ตื่นในยามเช้า แม้การลืมตาขึ้นมาจะยากเย็นสักเพียงใด แต่ท้ายที่สุดเราก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนขุดตัวเองออกมาจากเตียงแล้วดำเนินกิจวัตรต่อไปเรื่อยๆ เหมือนกับเครื่องจักร รู้ตัวอีกทีเครื่องจักรตัวนี้ก็เดินทางผ่านห้วงวันเดือนปีมาไกลแสนไกล จนลืมสังเกตว่าชิ้นส่วนภายในของเครื่องจักรนั้นได้ชำรุดและผุพังไปมากแค่ไหน&#160;&#160; มันคงจะดีกว่าไหมถ้าเราเป็น ‘เครื่องจักร’ จริงๆ เพราะเมื่อใดที่การใช้งานติดขัด ก็จะได้หยุดพักจากการทำงานเยี่ยงทาส และยังได้รับการซ่อมแซมจนกลับมาใช้งานได้ใหม่อีกครั้ง แต่โชคไม่ได้ดีแบบนั้นตรงที่เราเป็น ‘มนุษย์’ ลำพังหากมีแค่ความเหนื่อยล้าทางร่างกาย ถ้าได้พักสักประเดี๋ยวก็อาจกลับมามีแรงเดินหน้าต่อไป ผิดกับความอ่อนล้าที่มาจากก้นบึ้งส่วนลึกของจิตใจที่ยากจะประมาณค่าความเจ็บปวดออกมาได้ ซ้ำยังกัดกินใจเราไปทีละนิดๆ ยิ่งนานวันเข้ายิ่งหาทางสลัดออกจากความรู้สึกนี้ยากขึ้นเท่านั้น&#160; ‘ปัญหาสุขภาพจิต’ จึงกลายเป็นเรื่องสามัญประจำวันของยุคสมัยนี้ก็ว่าได้ สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นชั้นดีคือ ‘โซเชียลมีเดีย’ ที่ทำให้เรารับรู้ชีวิตของคนอื่นมากขึ้น จึงอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบกับชีวิตของตัวเอง ตลอดจนการเสพสื่อในแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ข่าว หรือเรื่องราวที่ไม่น่าอภิรมย์ใจนัก ยังกลายเป็นชนวนที่เข้ามาบ่อนทำลายความรู้สึกภายในของเราโดยไม่ทันตั้งตัว&#160; แม้ในปัจจุบันอาการเจ็บป่วยทางใจจะถูกตระหนักถึงมากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในสังคมบางส่วนยังมีกรอบความรู้ความเข้าใจที่จำกัดเกี่ยวกับโรคทางจิตเวช ซึ่งเหมารวมอาการทั้งหมดด้วยชื่อเรียกเดียวกัน ไม่นับรวมค่านิยมแบบเก่าๆ ที่มองว่าคนที่มีปัญหาทางจิตเท่ากับ ‘คนบ้า’ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว อาการทางจิตใจนั้นละเอียดอ่อนเกินกว่าจะพรรณนาออกมาได้ ทำให้ผู้ที่เผชิญกับปัญหาดังกล่าว ในบางครั้งก็ยากที่จะยอมรับมัน รวมถึงความไม่รู้ตัวบางอย่างก็ทำให้เราเพิกเฉยกับมันและไม่หาวิธีการรักษาอย่างจริงจัง เผลออีกทีเราก็ถูกมันค่อยๆ กลืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเราไปเสียแล้ว เชื่อเถอะว่าพอใจเรามันพังแล้ว การจะทำอะไรต่อจากนี้ก็ดูยากเย็นไปหมด สิ่งที่เคยทำให้มีความสุขกลับไม่สามารถสุขได้เหมือนเก่า ครั้นจะเริ่มต้นทำอะไรก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะไปต่อ จนแทบจะอยากประกาศตามหา ‘สุขภาพจิตใหม่ใกล้ฉัน’ ให้เร็วที่สุด . . . . [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mental-health-disorders/">สุขภาพจิตใหม่ใกล้ฉัน : เมื่อปัญหาสุขภาพจิตกลายเป็น ‘เพื่อนสนิท’ ที่ไม่อยากสนิทแห่งศักราชนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตเคลื่อนตัวไปตามเข็มนาฬิกาของชีวิต มีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบนับพันเป็นเจ้านายตัวฉกาจที่คอยปลุกเราให้ตื่นในยามเช้า แม้การลืมตาขึ้นมาจะยากเย็นสักเพียงใด แต่ท้ายที่สุดเราก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนขุดตัวเองออกมาจากเตียงแล้วดำเนินกิจวัตรต่อไปเรื่อยๆ เหมือนกับเครื่องจักร รู้ตัวอีกทีเครื่องจักรตัวนี้ก็เดินทางผ่านห้วงวันเดือนปีมาไกลแสนไกล จนลืมสังเกตว่าชิ้นส่วนภายในของเครื่องจักรนั้นได้ชำรุดและผุพังไปมากแค่ไหน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>มันคงจะดีกว่าไหมถ้าเราเป็น ‘เครื่องจักร’ จริงๆ เพราะเมื่อใดที่การใช้งานติดขัด ก็จะได้หยุดพักจากการทำงานเยี่ยงทาส และยังได้รับการซ่อมแซมจนกลับมาใช้งานได้ใหม่อีกครั้ง แต่โชคไม่ได้ดีแบบนั้นตรงที่เราเป็น ‘มนุษย์’ ลำพังหากมีแค่ความเหนื่อยล้าทางร่างกาย ถ้าได้พักสักประเดี๋ยวก็อาจกลับมามีแรงเดินหน้าต่อไป ผิดกับความอ่อนล้าที่มาจากก้นบึ้งส่วนลึกของจิตใจที่ยากจะประมาณค่าความเจ็บปวดออกมาได้ ซ้ำยังกัดกินใจเราไปทีละนิดๆ ยิ่งนานวันเข้ายิ่งหาทางสลัดออกจากความรู้สึกนี้ยากขึ้นเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>‘ปัญหาสุขภาพจิต’ จึงกลายเป็นเรื่องสามัญประจำวันของยุคสมัยนี้ก็ว่าได้ สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นชั้นดีคือ ‘โซเชียลมีเดีย’ ที่ทำให้เรารับรู้ชีวิตของคนอื่นมากขึ้น จึงอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบกับชีวิตของตัวเอง ตลอดจนการเสพสื่อในแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ข่าว หรือเรื่องราวที่ไม่น่าอภิรมย์ใจนัก ยังกลายเป็นชนวนที่เข้ามาบ่อนทำลายความรู้สึกภายในของเราโดยไม่ทันตั้งตัว&nbsp;</p>



<p>แม้ในปัจจุบันอาการเจ็บป่วยทางใจจะถูกตระหนักถึงมากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในสังคมบางส่วนยังมีกรอบความรู้ความเข้าใจที่จำกัดเกี่ยวกับโรคทางจิตเวช ซึ่งเหมารวมอาการทั้งหมดด้วยชื่อเรียกเดียวกัน ไม่นับรวมค่านิยมแบบเก่าๆ ที่มองว่าคนที่มีปัญหาทางจิตเท่ากับ ‘คนบ้า’ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว อาการทางจิตใจนั้นละเอียดอ่อนเกินกว่าจะพรรณนาออกมาได้ ทำให้ผู้ที่เผชิญกับปัญหาดังกล่าว ในบางครั้งก็ยากที่จะยอมรับมัน รวมถึงความไม่รู้ตัวบางอย่างก็ทำให้เราเพิกเฉยกับมันและไม่หาวิธีการรักษาอย่างจริงจัง เผลออีกทีเราก็ถูกมันค่อยๆ กลืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเราไปเสียแล้ว</p>



<p>เชื่อเถอะว่าพอใจเรามันพังแล้ว การจะทำอะไรต่อจากนี้ก็ดูยากเย็นไปหมด สิ่งที่เคยทำให้มีความสุขกลับไม่สามารถสุขได้เหมือนเก่า ครั้นจะเริ่มต้นทำอะไรก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะไปต่อ จนแทบจะอยากประกาศตามหา ‘สุขภาพจิตใหม่ใกล้ฉัน’ ให้เร็วที่สุด</p>



<p class="has-text-align-center">. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .&nbsp;</p>



<p class="has-text-align-center"><em>***การเขียนบทความนี้เป็นบันทึกเล็กๆ ฉบับไม่ลับของเราที่อยากแชร์ให้ผู้อ่านทุกคนได้อ่าน ไม่ได้มีเจตนาชี้นำใดๆ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อย่างน้อยที่สุดก็ปรารถนาว่าเนื้อความบางบรรถัดหรือบางย่อหน้าจะสามารถเป็นเพื่อนคนแปลกหน้าให้ผู้อ่านที่กำลังเผชิญกับปัญหานี้ได้พักพิงอิงแอบเพียงชั่วครั้งชั่วคราวก็ยังดี</em></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>The sun will rise and we will (เหนื่อย) again</strong></h2>



<p class="has-text-align-center"><strong><em>The sun will rise and we will try again</em><br><em>เมื่อพระอาทิตย์เริ่มวันใหม่ เราจะมาพยายามกันอีกครั้งนะ</em></strong></p>



<p>ประโยคสุดคลาสสิกตลอดกาลที่เชื่อว่าแทบจะทุกคนต้องเคยได้ยินผ่านหูเห็นผ่านตากันมาบ้าง เป้าหมายหลักเวลาประโยคนี้ถูกยกออกมาคงเพื่อทำให้เรามีกำลังใจ พยายามสู้ต่อไปอีกสักนิด เหมือนกับแสงของพระอาทิตย์ที่เริ่มต้นขึ้นใหม่ได้ทุกวัน แต่จริงๆ คือ เราไม่ใช่พระอาทิตย์ แล้วทำไมเราต้องเปล่งแสงทุกวันเหมือนกับพระอาทิตย์ด้วยล่ะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-01-2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-179195" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-01-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-01-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-01-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-01-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-01-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-01-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-01-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-01-2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-01-2.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>กับ ‘ความพยายาม’ ก็เหมือนกัน ทำไมเราต้องเป็นคนที่พยายามอยู่ตลอดเวลาด้วย เราก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง มีทั้งวันที่อยากทำนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด (ถึงแม้วันแบบนั้นจะมีอยู่น้อยก็ตาม) และก็มีวันที่เราขี้เกียจ อยากนอนเฉยๆ มองเพดานแบบไม่ต้องคิดอะไร แต่ท่ามกลางโลกทุกวันนี้ที่ทุกคนต่างมุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว เราเสพติดความสำเร็จของคนอื่นที่ถูกสอดแทรกผ่านโซเชียลมีเดียโดยไม่รู้ตัว จนเราอาจลืมคิดไปว่าความต้องการที่เราไขว่คว้าอยากจะได้มันมา นั่นอาจเป็นแค่ความต้องการของคนอื่น แต่ไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริงของตัวเราก็ได้</p>



<p>ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความพยายามเป็นสิ่งที่มีค่ามากแค่ไหน แต่หลายครั้งความพยายามมันมักจะมาพร้อมความกดดันมหาศาล ความคาดหวังว่าจะได้รับผลตอบแทนเฉกเช่นที่เราพยายามไป แต่เมื่อเราโตขึ้นมากพอ โลกแห่งความเป็นจริงมันสอนเราให้เรียนรู้ว่า ความพยายามไม่ใช่สิ่งที่จะจงรักภักดีกับเราขนาดนั้น มิหนำซ้ำยังตอบแทนเราเป็น ‘ใบสั่งยา’ แทนความสำเร็จที่ไม่รู้จะมาถึงเมื่อไหร่อีกต่างหาก</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center"><em>บางครั้งประโยคที่ว่า ‘ไม่ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีอะไรทำ’ ก็จริงแท้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะถ้าพรุ่งนี้พระอาทิตย์จะยังขึ้นใหม่อีกครั้ง ถ้างั้นก็เก็บมันไว้ทำพรุ่งนี้แทนแล้วกัน</em></p>
</blockquote>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ติดหล่มความเศร้า</strong></h2>



<p><strong></strong>ตอนเป็นเด็กความทุกข์ใจของเราอาจเยียวยาให้หายได้ด้วยขนมอร่อยๆ การ์ตูนเรื่องโปรด หรือแค่นอนตื่นมาอีกวันความเศร้าที่มีก็หายเป็นปลิดทิ้ง ขณะที่พอเราโตขึ้นความผิดหวังที่เจอนั้นได้ใหญ่ขึ้นสัมพันธ์กับอายุของเรา ดังนั้นเรื่องที่เคยทำให้ยิ้มได้ในอดีต ในตอนนี้กลับไม่สนุกเหมือนเก่า ความทุกข์ใจที่มีเหมือนคอยครอบงำความคิดเรา จะแยกก็แยกไม่ออก ความคิดวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนฉายหนังม้วนเดิมซ้ำๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-02-3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-179196" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-02-3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-02-3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-02-3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-02-3-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-02-3-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-02-3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-02-3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-02-3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-02-3.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สิ่งที่ตามมาจากลูปความวิตกกังวลคงหนีไม่พ้น ‘อาการนอนไม่หลับ’ โรคประจำกายของการก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ก็ว่าได้ วิธีสารพัดที่ชาวเน็ตบอกต่อไม่ว่าจะเป็น ลองจุดเทียนหอม เปิดเสียงน้ำฝน หรือลองนั่งสมาธิก่อนนอน แต่มีใครเป็นเหมือนกันบ้างไหมว่ามันช่วยไม่ได้ บางครั้งนอนนับแกะจนถึงเช้าก็ยังหลับไม่ได้ จนแทบอยากจะเอาค้อนอันใหญ่ๆ มาทุบหัวให้จบเรื่อง</p>



<p>และเมื่อนอนไม่หลับจึงยิ่งเป็นตัวการที่ไปกระทบต่อการใช้ชีวิตในด้านอื่นๆ ต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ นอกจากเครียดกับปัญหาที่เจอแต่ละมื้อแต่ละเดย์ แล้วยังเครียดที่นอนไม่หลับ ท่ามกลางชีวิตรสชาติขมๆ ที่เจอทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘ทำไมต้องเป็นเราที่เจอเรื่องห่าเหวแบบนี้’ แต่ก็นั่นแหละชีวิตมันไม่เคยให้คำตอบกับเราได้ทุกครั้งไป&nbsp;</p>



<p>มีคำพูดหนึ่งที่ว่า ‘สิ่งที่เกิดขึ้น ย่อมดีเสมอ’ เรานี่เถียงขาดใจเลย บางเรื่องถ้าไม่เกิดยังไงก็ดีกว่าเห็นๆ ยิ่งกับความระทมในจิตใจ (แขกที่เราไม่ได้เชิญ) ยังไม่เคยเห็นข้อดีของมันได้เลย และก็ไม่รู้จะสรรหาอะไรมาแก้ต่างเพื่อปลอบใจตัวเอง สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคงเป็นคำว่า ‘ช่างแม่ง’ แล้วปล่อยให้หมอช่วยเราล่ะกัน</p>



<blockquote class="wp-block-quote has-text-align-center is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center"><em>อดคิดไม่ได้เหมือนกันนะว่า เทวดาที่คุ้มครองเราเป็นเทวดาฝึกหัดหรือเปล่า ทำไมชีวิตมันดูติดๆ ขัดๆ ตลอดเลย</em></p>
</blockquote>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ก้าวแรกนั้นยากเสมอ</strong></h2>



<p>จากที่เกริ่นไปสั้นๆ ในหัวข้อที่แล้วว่ามีปัญหาก็ให้หมอจัดการแล้วกัน แต่กว่าเราจะเดินทางไปถึงขั้นตอนที่ได้เจอหน้าหมอ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ด่านแรกที่ต้องพิชิตให้ได้คือ ‘การยอมรับ’ กับตัวเองว่า เรารับมือกับมันไม่ไหวแล้วจริงๆ อย่ากลัวที่จะไปพบจิตแพทย์ เวลาร่างกายเราไม่สบายยังต้องไปหาหมอ กับจิตใจก็เหมือนกัน เมื่อไม่สบายก็ต้องได้รับการรักษา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-03-2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-179197" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-03-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-03-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-03-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-03-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-03-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-03-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-03-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-03-2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-03-2.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เชื่อว่าความกังวลในการไปพบจิตแพทย์ของแต่ละคนนั้นต่างกันออกไป บางคนกลัวเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว จนเกิดประโยคที่ว่า <em>‘ปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องของคนรวย’ </em>ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความจริงที่ว่าในสังคมไทย การเข้าถึงจิตแพทย์เป็นเรื่องที่ยากลำบาก เนื่องด้วยบุคลากรที่มีไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย สำหรับโรงพยาบาลรัฐที่ค่าใช้จ่ายถูกลงมา แต่การเข้าถึงเป็นไปได้ยากซึ่งต้องรอคิวอย่างต่ำเป็นเดือนๆ ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนอาจไม่ได้รอคิวนานเท่า แต่ภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องเจอยิ่งเป็นตัวแปรที่ทำให้ผู้ป่วยเลือกที่จะไม่ไปหาหมอ&nbsp;</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center"><em>เป็นเรื่องน่าเศร้าใจนักที่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ในบางคราอาจนำไปสู่การลงเอยด้วยเหตุการณ์ที่เลวร้ายแบบที่เราเองก็ไม่อาจคาดถึง</em></p>
</blockquote>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘เข้าใจ’ ที่ไม่มีวันเข้าใจ</strong></h2>



<p><strong></strong>ลำพังการต่อสู้กับเรื่องที่ต้องเจอ เราเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ยังต้องรับมือกับความท็อกซิก (Toxic) จากคนรอบตัว หลายคำพูดและการกระทำที่กลั่นออกมาจากคนใกล้ชิดที่ยิ่งผลักเราให้ออกไปยืนอยู่ที่หน้าผาคนเดียว แม้บางครั้งคนพูดอาจจะไม่ได้คิดอะไร ‘แต่คนฟังไม่เคยลืม’&nbsp;</p>



<p>บ้างก็ทำเป็นบอกว่า ‘เข้าใจ’ แต่จริงๆ เป็นการตอบปัดเพื่อให้บทสนทนาจบลงให้ไวที่สุด บ้างก็บอกว่า ‘เรื่องแค่นี้เอง’ แต่คนพูดลืมคิดไปหรือเปล่าว่า ‘แค่นี้’ ของคนเราไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงไม่ควรตัดสินความทุกข์ของคนอื่นจากประสบการณ์ที่ตัวเองไม่เคยได้เจอมาก่อน ซ้ำยังไม่เคยเรียนรู้ที่จะเข้าใจ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-04-2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-179198" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-04-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-04-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-04-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-04-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-04-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-04-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-04-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-04-2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/WEB-04-2.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เพราะกับบางคนการเล่าเรื่องราวที่มาจากความรู้สึกส่วนลึกของจิตใจให้ผู้อื่นฟังไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วการที่เขาเลือกที่จะเล่ามันออกมาอาจหมายถึงการเดินทางมาสู่ทางตันแล้วจริงๆ ไม่ได้หวังว่าคนฟังจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ แต่เพียงหวังว่าจะได้ระบายความอัดอั้นที่มีในใจออกไปได้บ้างก็เท่านั้นเอง</p>



<blockquote class="wp-block-quote has-text-align-center is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center"><em>เราจะไม่มีทางเข้าใจมันได้ จนกว่าจะเผชิญกับสิ่งนี้ด้วยตัวเอง ยังเชื่อคำนี้เสมอ</em></p>
</blockquote>



<p class="has-text-align-center">. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .&nbsp;</p>



<p>อาการเจ็บป่วยมันไม่เคยเตือนเราล่วงหน้า รู้ตัวอีกทีเราก็ก้าวขาเข้าไปสู่วงจรนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันไม่ผิดเลยที่เราจะเหนื่อย จะอ่อนแอ แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้จักประเมินตัวเองอยู่เสมอ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่รู้จักตัวเราดีที่สุดก็คือเรา เช่นเดียวกันกับคนที่จะอยู่กับเราไปตลอดก็คือตัวเราเอง&nbsp;</p>



<p>ความผิดหวังหรือเรื่องทุกข์ใจใดๆ ที่เคยเจอ วันหนึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปเราจะรู้สึกขอบคุณตัวเองที่ผ่านช่วงเวลาอันแสนกระอักกระอ่วนนั้นมาได้เพียงลำพัง เชื่อว่าสักวันเราคนธรรมดาคนนี้จะกลายเป็น ‘คนที่เข้มแข็ง’ ขึ้นกว่าเราในอดีตอย่างแน่นอน และถึงแม้จะยังมีความรู้สึกนั้นวนเวียนกลับมาทักทายเราอยู่บ้างเป็นครั้งคราวก็ ‘ไม่เป็นไรเลยนะ’ ท้ายที่สุดมันอาจไม่ได้หายไป แต่เราจะเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันได้&nbsp;</p>



<p class="has-text-align-center"><em><strong>Whenever I bring clouds over the earth and the rainbow appears in the clouds, I will remember my covenant between me and you and all living creatures of every kind. Never again will the waters become a flood to destroy all life. &#8211; Genesis 9:12-17</strong></em></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center"><em>‘&#8230;พระเจ้าสร้างสายรุ้งขึ้นมาเพื่อย้ำเตือนว่า สุดท้ายแล้วฝนจะไม่ตกไปตลอด…’</em></p>
</blockquote>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mental-health-disorders/">สุขภาพจิตใหม่ใกล้ฉัน : เมื่อปัญหาสุขภาพจิตกลายเป็น ‘เพื่อนสนิท’ ที่ไม่อยากสนิทแห่งศักราชนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Love-hate Relationship ความสัมพันธ์ทั้งรักทั้งชัง ที่มีชื่อเรียกว่า ‘ครอบครัว’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/love-hate-family/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปิยะธิดา ประสานธรรมคุณ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Feb 2025 11:16:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<category><![CDATA[abetterday]]></category>
		<category><![CDATA[LoveHateRelationship]]></category>
		<category><![CDATA[ToxicFamily]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178940</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ครอบครัวคงเป็นสิ่งเดียวที่เราเลือกไม่ได้’  ครอบครัว คือการประกอบสร้างขึ้นมาจากชิ้นส่วนทางความสัมพันธ์ทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆ สะสมเติมแต่งจนแตกแขนงออกมาเป็นเครือข่ายที่ซ้อนทับกันอย่างเหนียวแน่นทางสายเลือด แต่ก็เปราะบางทางความสัมพันธ์ในเวลาเดียวกัน&#160; เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้มีครอบครัวเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) สำหรับกายใจที่พร้อมให้กลับไปเอนอิงได้ยามเหนื่อยล้า ซึ่งต่างจากคำนิยามของคำว่าครอบครัว ที่สวยหรูเกินภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แม้ครอบครัวจะเป็นคนที่รักและหวังดีกับเรามากที่สุด แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ว่า ในหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต ครอบครัวก็กลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายเรามากที่สุดเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์อันใด แต่บาดแผลที่ได้รับจากคนใกล้ตัวที่เรารักนั้นมักจะหายยาก ซ้ำยังฝังลึกอยู่ภายในจิตใจของเราเสมือนแผลเป็นที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหายได้ หากเป็นความสัมพันธ์รูปแบบอื่น เราอาจเลือกเดินออกมาอย่างไม่ลังเล แต่ไม่ใช่กับครอบครัวที่มีเรื่องราวของความรักความผูกพันเข้ามาพันเกี่ยว อีกทั้งยังเป็นคนที่รู้จักเราดีและรับรู้นิสัย (ที่ค่อนไปทางแย่) ของเรามากกว่าใครหน้าไหน ทำให้ต่อจะรู้สึกชังพวกเขาเหล่านั้นมากสักเท่าไหร่ ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะตัดขาดความสัมพันธ์ ไม่ต่างอะไรไปจากความสัมพันธ์ทั้งรักทั้งชัง (Love-hate Relationship) แต่เปลี่ยนจากคู่รักเป็นครอบครัว ความหวานขมของสมการนี้จึงยุ่งเหยิงแบบเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยว จะหนีก็หนีไม่ได้ จะให้ไปต่อก็ไม่ไหว ในท้ายที่สุดสิ่งที่ทำได้คงเป็นการทำตัวหูทวนลม หายใจเข้าหายใจออกช้าๆ และพยายามใช้ชีวิตร่วมกันต่อไปแบบสงบสุขเท่าที่จะทำได้ ถึงจะยากไปบ้าง แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะนี่คือทางรอดเดียวของความสัมพันธ์ที่เรียกว่า ‘ครอบครัว’&#160; กรงขังจากคำว่า ‘กตัญญู’&#160; สังคมไทยส่วนใหญ่ถูกยึดโยงกับค่านิยม ‘ความกตัญญู’ ที่มองว่าลูกที่ดีจะต้องกตัญญูและทดแทนบุญคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรามาอย่างยากลำบาก (หรือไม่ลำบากบ้าง) หากไม่ตอบแทนก็เตรียมถูกตราหน้าจากสังคมได้เลยว่าเป็น ‘ลูกอกตัญญู’ แต่ความกตัญญูควรเป็นสิ่งที่ลูกทำให้พ่อแม่ด้วยความเต็มใจ เปรียบเหมือนกระจกสะท้อนกลับว่าเลี้ยงดูลูกมายังไง ก็จะได้รับสิ่งนั้นตอบกลับไป&#160; ขณะเดียวกันสำหรับพ่อแม่บางคนก็ไม่สมควรแก่การได้รับความกตัญญูจากลูก เพราะทำหน้าที่เป็นเพียง ‘ผู้ให้กำเนิด’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/love-hate-family/">Love-hate Relationship ความสัมพันธ์ทั้งรักทั้งชัง ที่มีชื่อเรียกว่า ‘ครอบครัว’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>‘ครอบครัวคงเป็นสิ่งเดียวที่เราเลือกไม่ได้’ </em></p>



<p>ครอบครัว คือการประกอบสร้างขึ้นมาจากชิ้นส่วนทางความสัมพันธ์ทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆ สะสมเติมแต่งจนแตกแขนงออกมาเป็นเครือข่ายที่ซ้อนทับกันอย่างเหนียวแน่นทางสายเลือด แต่ก็เปราะบางทางความสัมพันธ์ในเวลาเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้มีครอบครัวเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) สำหรับกายใจที่พร้อมให้กลับไปเอนอิงได้ยามเหนื่อยล้า ซึ่งต่างจากคำนิยามของคำว่าครอบครัว ที่สวยหรูเกินภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น</p>



<p>แม้ครอบครัวจะเป็นคนที่รักและหวังดีกับเรามากที่สุด แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ว่า ในหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต ครอบครัวก็กลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายเรามากที่สุดเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์อันใด แต่บาดแผลที่ได้รับจากคนใกล้ตัวที่เรารักนั้นมักจะหายยาก ซ้ำยังฝังลึกอยู่ภายในจิตใจของเราเสมือนแผลเป็นที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหายได้</p>



<p>หากเป็นความสัมพันธ์รูปแบบอื่น เราอาจเลือกเดินออกมาอย่างไม่ลังเล แต่ไม่ใช่กับครอบครัวที่มีเรื่องราวของความรักความผูกพันเข้ามาพันเกี่ยว อีกทั้งยังเป็นคนที่รู้จักเราดีและรับรู้นิสัย (ที่ค่อนไปทางแย่) ของเรามากกว่าใครหน้าไหน ทำให้ต่อจะรู้สึกชังพวกเขาเหล่านั้นมากสักเท่าไหร่ ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะตัดขาดความสัมพันธ์</p>



<p>ไม่ต่างอะไรไปจากความสัมพันธ์ทั้งรักทั้งชัง (Love-hate Relationship) แต่เปลี่ยนจากคู่รักเป็นครอบครัว ความหวานขมของสมการนี้จึงยุ่งเหยิงแบบเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยว จะหนีก็หนีไม่ได้ จะให้ไปต่อก็ไม่ไหว ในท้ายที่สุดสิ่งที่ทำได้คงเป็นการทำตัวหูทวนลม หายใจเข้าหายใจออกช้าๆ และพยายามใช้ชีวิตร่วมกันต่อไปแบบสงบสุขเท่าที่จะทำได้ ถึงจะยากไปบ้าง แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะนี่คือทางรอดเดียวของความสัมพันธ์ที่เรียกว่า ‘ครอบครัว’&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กรงขังจากคำว่า ‘กตัญญู’&nbsp;</strong></h2>



<p>สังคมไทยส่วนใหญ่ถูกยึดโยงกับค่านิยม ‘ความกตัญญู’ ที่มองว่าลูกที่ดีจะต้องกตัญญูและทดแทนบุญคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรามาอย่างยากลำบาก (หรือไม่ลำบากบ้าง) หากไม่ตอบแทนก็เตรียมถูกตราหน้าจากสังคมได้เลยว่าเป็น ‘ลูกอกตัญญู’ แต่ความกตัญญูควรเป็นสิ่งที่ลูกทำให้พ่อแม่ด้วยความเต็มใจ เปรียบเหมือนกระจกสะท้อนกลับว่าเลี้ยงดูลูกมายังไง ก็จะได้รับสิ่งนั้นตอบกลับไป&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกันสำหรับพ่อแม่บางคนก็ไม่สมควรแก่การได้รับความกตัญญูจากลูก เพราะทำหน้าที่เป็นเพียง ‘ผู้ให้กำเนิด’ หาใช่ ‘ผู้ให้ความรัก’ แล้วเมื่อถึงคราที่ลูกเติบใหญ่จะมาเรียกร้องให้ได้รับในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยเรียนรู้ที่จะมอบให้ลูกได้อย่างไร จึงไม่แปลกที่เกิดประเด็นถกเถียงทางสังคมในช่วงที่ผ่านมากับประโยคที่ว่า ‘ลูกไม่ได้ขอมาเกิด ทำไมต้องทดแทนบุญคุณ’ ประโยคที่อาจทำให้พ่อแม่สะเทือนใจไม่น้อยเมื่อได้ฟัง แต่ก็เป็นเรื่องจริงอย่างปฏิเสธไม่ได้ การเลี้ยงดูลูกจึงเป็น ‘หน้าที่’ ไม่ใช่ ‘บุญคุณ’ แบบที่ใช้เป็นข้ออ้างในการผูกมัดลูกเอาไว้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-1-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178943" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-1-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-1-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-1-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-1-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-1-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-1-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-1-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-1-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-1-1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หลายครอบครัวเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ประเด็นเรื่องความกตัญญูถูกนำมาใช้เป็นหัวข้อหลักในการโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะในยุคที่คนเจน Y และเจน Z ก้าวขารับช่วงต่อวาทกรรมนี้ แต่การเติบโตขึ้นมาในบริบททางสังคมที่แตกต่างกัน จึงยิ่งเป็นตัวบ่มเพาะความไม่ลงรอยของช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) ด้วยความที่คนรุ่นพ่อแม่ถูกสอนให้เชื่อตามกันว่า ‘ลูกที่ดี = ลูกที่กตัญญู’ ในขณะที่คนรุ่นลูกได้รับแนวคิดปัจเจกนิยม (Individualism) ที่ต้องการความเป็นอิสระในชีวิต การถูกคาดหวังจากครอบครัว ไม่เพียงแค่ทำให้เกิดความกดดัน แต่เหมือนยิ่งพยายามเข้าหาเท่าไหร่ กลับยิ่งถูกผลักออกจากความสัมพันธ์เท่านั้น&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น หากจะเรียกว่ากรงขังจากคำว่า ‘กตัญญู’ คงไม่ผิดมากนัก เพราะทุกครั้งที่คำๆ นี้ถูกเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางบทสนทนาของครอบครัว คงทำให้คนที่ได้ฟังรู้สึกเหมือนถูกบีบอัดจากภาระถาโถมอันใหญ่ยิ่ง เพราะไม่อาจหลีกหนีความจริงที่ว่า ความกตัญญูมักเป็นฉากกั้นอันสวยหรูที่หยิบยกมาบดบังเงื่อนไขทางการเงินและความรักที่ไม่มีวันจบสิ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ลูก ≠ โล่รางวัลของพ่อแม่</strong></h2>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-2-2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178944" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-2-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-2-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-2-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-2-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-2-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-2-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-2-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-2-2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-2-2.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="has-text-align-center"><em>“&#8230;ทำไมต้องเป็นความภาคภูมิใจของแม่ตลอดเวลา ถึงจะมีจุดด่างพร้อย มีตำหนิบ้าง หนูขอเป็นแค่ลูกสาวแม่เฉยๆ ไม่ได้เหรอ ทำไมหนูต้องเป็นกระดาษห่อของขวัญให้ชีวิตแม่ด้วยล่ะ…”</em><br><em>แบซอกรยู &#8211; ตัวละครจากซีรีส์เรื่อง Love Next Door</em></p>



<p>บทสนทนาจากซีรีส์เรื่อง <em>Love Next Door</em> ที่อาจแทนใจชีวิตของใครหลายคน ชีวิตที่ต้องทำเพื่อความต้องการของครอบครัวตลอดเวลา จะเพื่อความฝันของครอบครัว เพื่อให้ได้มาซึ่งคำชื่นชม หรือเพื่อให้ความสำเร็จของเรากลายเป็นความสำเร็จของพ่อแม่ที่ใช้ในการโอ้อวดกับคนรอบตัวได้อย่างไม่อายใคร จนตอนท้ายที่สุดความอัดอั้นทั้งหมดกลับทำให้ความสุขของลูกพังทลายลง และอดไม่ได้ที่จะเกิดคำถามขึ้นมาในหัวว่า ‘หากไม่ประสบความสำเร็จ เราจะยังเป็นลูกที่พ่อแม่ยอมรับอยู่ไหม?’</p>



<p>ใช่ว่าเราจะไม่อยากทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ แต่ความต้องการของเรากับพ่อแม่อาจสวนทางกัน เราแค่อยากให้พ่อแม่ยินดีกับทุกเส้นทางที่เราเลือกเดิน ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ก็อยากให้พวกเขาเคารพการตัดสินใจของเรา และสิ่งหนึ่งที่อยากให้พ่อแม่ตระหนักไว้เสมอคือ ‘ลูกไม่ใช่สมบัติของพ่อแม่’ ที่ใช้ในการแต่งแต้มความสำเร็จของชีวิตตัวเอง ความสำเร็จที่ในบางคราตัวเองยังไปไม่ถึง ดังนั้นจึงไม่ควรผลักความคาดหวังเหล่านั้นให้ลูกแบกรับ&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รักลูกไม่เท่ากันมีจริงไหม</strong></h2>



<p>อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นในใจของครอบครัวที่มีพี่น้อง คือความรู้สึกว่าพ่อแม่รักพี่หรือน้องมากกว่าตัวเรา อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นประเด็นที่เซนซิทีฟสำหรับใจ ทั้งยังไม่สามารถวัดค่าหรือหาคำตอบได้อย่างชัดเจน แต่หากเมื่อใดที่ความรู้สึกนั้นมาเยือนซ้ำๆ จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงความน้อยอกน้อยใจ จนอาจนำไปสู่ความเคลือบแคลงทางความสัมพันธ์ของครอบครัวในระยะยาว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-2-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178945" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-2-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-2-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-2-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-2-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-2-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-2-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-2-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-2-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-2-1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในทางหนึ่ง อาจเป็นเพราะความคาดหวังด้านความรักของตัวเราที่มีต่อพ่อแม่นั้นมากเกินไป ทำให้รู้สึกว่าได้รับมาเท่าไหร่ก็ไม่เคยถูกเติมเต็ม แต่ในอีกทางก็เชื่อว่ามีหลายครอบครัวที่ส่งมอบความรักไปสู่ลูกแต่ละคนอย่างไม่เท่าเทียมกัน ในบางครอบครัว ลูกชายก็เปรียบดั่งสมบัติล้ำค่าของตระกูล บางครอบครัวก็เอาอกเอาใจลูกที่เรียนเก่งเป็นพิเศษ ตลอดจนการกระทำบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ แต่กลับเป็นตัวแปรบ่อนทำลายความรู้สึกของลูกไปช้าๆ เช่น ประโยคที่คนเป็นพี่ฟังจนเอียนอย่าง ‘เป็นพี่ต้องเสียสละให้น้อง’ หรือชะตากรรมของลูกคนเล็กในหลายบ้านที่จะต้องใช้สิ่งของต่อจากพี่ แม้เราจะอยากตะโกนว่า ‘หนูก็ใช้ของใหม่เป็นเหมือนกันนะ’ ไม่นับรวมการโดนเปรียบเทียบในทุกจังหวะย่างก้าวของชีวิต ซึ่งต่อให้จะพิสูจน์ตัวเองสักแค่ไหนก็ไม่เคยดีพอในสายตาพ่อแม่ เพียงเพราะเราเป็น ‘ลูกชัง’ ไม่ใช่ ‘ลูกรัก’ ของบ้าน&nbsp;</p>



<p>‘เป็นพี่น้องต้องรักกัน’ ประโยคเบสิกที่ผู้ใหญ่พร่ำสอน แต่หลายครั้ง การกระทำของผู้ใหญ่ในครอบครัวเองนั่นแหละ ที่ทำให้ประโยคนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ เพราะการที่ลูกจะรักกันได้นั้นต้องเกิดจากการที่พวกเขาได้รับความรักอย่างเท่าเทียมและไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินในความสัมพันธ์นี้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ครอบครัวสมบูรณ์สำหรับใคร</strong></h2>



<p>การที่พ่อแม่ไม่ตัดสินใจอย่างชัดเจน และยอมอดทนด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ เพื่อหวังว่าสักวันครอบครัวจะดีขึ้นอีกครั้ง หรืออดทนด้วยเหตุผลนานับประการที่อ้างว่าทำเพื่อลูก ที่บางครั้งคนเป็นลูกก็ไม่สามารถเข้าใจมันได้ แต่พ่อแม่ลืมคิดไปหรือเปล่าว่า ลูกจะมีความสุขได้ยังไงถ้าหากพ่อแม่ไม่มีความสุข? อีกทั้งความสัมพันธ์ที่มีรอยร้าวก็ไม่ต่างอะไรไปจากแก้วแตกที่ต่อเท่าไหร่ก็ไม่มีวันต่อได้ติดเหมือนเดิม สุดท้ายคนที่เสียใจมากที่สุดก็คือ ตัวของลูก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-2-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178946" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-2-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-2-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-2-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-2-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-2-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-2-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-2-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-2-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-2-1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จากความหวังดีของพ่อแม่ที่คิดแทนลูกไปเองว่า ลูกต้องการครอบครัวที่สมบูรณ์ ความหวังดีนั้นกลับย้อนมาทำร้ายทุกคนในครอบครัวให้ต้องทุกข์ทนกับปัญหาเดิมซ้ำๆ แม้จะรู้ว่าทางออกของปัญหานี้คืออะไร แต่เราก็ไม่อาจเดินทางไปถึงจุดจบของเรื่องนี้ได้อย่างที่ใจต้องการ เพราะ ‘ครอบครัว’ ไม่ใช่แค่ความต้องการของใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่ก็อย่างว่าถ้าหากนึกถึงใจกันและกันอย่างที่ปากพูดคงไม่เกิดความขัดแย้งขึ้นตั้งแต่แรก</p>



<p>เพราะคำว่า ‘ครอบครัวสมบูรณ์’ อาจไม่ได้หมายถึงความสมบูรณ์ในแง่ของจำนวน แต่สมบูรณ์ทางความรู้สึก ซึ่งต่อให้จะมีจำนวนเท่าไหร่ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าเราสามารถเติมเต็มความรักและความเข้าใจให้แก่กันได้หรือเปล่า กลับกันในครอบครัวที่มีสมาชิกครบถ้วน แต่ความเชื่อมร้อยของคนในครอบครัวกลับถูกเจือจางลงไปแปรผันกับจำนวนที่มี แล้วแบบนี้ยังเป็นภาพของครอบครัวที่เราปรารถนาถึงอยู่อีกไหม</p>



<p class="has-text-align-center">. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .&nbsp;</p>



<p>แม้ ‘ครอบครัว’ จะเป็นสิ่งเดียวที่เราเลือกไม่ได้ แต่สิ่งนี้ก็เป็นเหมือนความสัมพันธ์อันน่าฉงนที่ต่อให้อยากจะหันหลังให้สักกี่ครั้ง สุดท้ายก็วนกลับมาที่เดิมเสมอ คงเป็นเพราะสุดท้ายแล้วภายในใจลึกๆ ของเราทุกคนก็ไม่อาจปฏิเสธความผูกพันทางใจที่มีร่วมกันได้&nbsp;</p>



<p>หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะได้อาศัยอยู่ในบ้านที่เรียกว่า ‘ครอบครัว’ ได้อย่างเต็มปาก บาดแผลใดที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ ก็ขอให้ค่อยๆ ถูกเยียวยาได้ด้วยความรักจากคนรอบข้าง และถึงแม้ว่าจะไม่เหลือใคร แต่ก็ยังมีตัวเราเองที่เป็นครอบครัวที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเราได้เสมอ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/love-hate-family/">Love-hate Relationship ความสัมพันธ์ทั้งรักทั้งชัง ที่มีชื่อเรียกว่า ‘ครอบครัว’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน’ ประโยคสุดฮิต แต่ทำได้ยาก เมื่อเราเลือกรักคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/self-love-is-so-hard/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปิยะธิดา ประสานธรรมคุณ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Feb 2025 08:16:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<category><![CDATA[abetterday]]></category>
		<category><![CDATA[รักตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน]]></category>
		<category><![CDATA[Selflove]]></category>
		<category><![CDATA[ToxicRelationship]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178685</guid>

					<description><![CDATA[<p>แค่เพราะฉันแบกมันได้ดี ไม่ได้หมายความว่ามันไม่หนัก… เมื่อได้อ่านประโยคนี้จบลงแล้ว อาจทำให้รู้สึกหยุดชะงักไปชั่วขณะกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตของใครหลายคน ไม่ว่าจะในฐานะลูก เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่คนรัก ทุกความสัมพันธ์เมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้อง ‘อดกลั้นฝืนทน’ ซ้ำๆ ย่อมทำให้รู้สึกเหนื่อยกายหน่ายใจไม่น้อย จนอาจนำไปสู่รอยร้าวทางความสัมพันธ์ในระยะยาว ถึงจะรู้ทั้งรู้ว่าความรู้สึกของตัวเองเป็นสิ่งที่มีค่าเหนือสิ่งใด แต่การเลือกทำตามความต้องการของตนอย่างใจนึกก็ไม่อาจทำได้เสมอไป เพราะเงื่อนไขทางความสัมพันธ์และความรู้สึกเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนเกินกว่าจะบรรยายออกมาได้ จึงไม่แปลกนักที่ ‘ตัวเราเอง’ จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ถูกมองเห็น โดยเฉพาะกับสถานการณ์น่าอึดอัดใจที่หลายครั้งก็มาจาก ‘คนใกล้ตัว’ ที่เรารักแล้วด้วยนั้น จึงยิ่งทวีคูณความปั่นป่วนใจมากขึ้นไปอีก แต่เพื่อที่จะสานต่อความสัมพันธ์อันหอมชื่นต่อไป เราจำต้องปล่อยผ่านไปบ้างราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร จนความรู้สึกคับอกคับใจเหล่านั้นค่อยๆ กัดกินความสัมพันธ์ไปทีละนิด เผลออีกทีความรู้สึกดีที่เคยมีระหว่างกันได้กลับกลายเป็นความบาดหมางลึกๆ ภายในใจโดยที่ตัวเราเองก็ไม่อาจล่วงรู้ แม้ทุกวันนี้คนจะเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ ‘การรักตัวเอง’ (Self-love) กันมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการผลิตคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับการรักตัวเองอยู่ตามหน้าฟีดออนไลน์ไม่เว้นแต่ละวัน อย่างเทรนด์ฮิตในช่วงที่ผ่านมากับประโยคที่ว่า ‘รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน’ แล้วพ่วงมาด้วยเงื่อนไข 1 2 3 4 ที่แตกต่างกันไปตามความปรารถนาเฉพาะของแต่ละคน ยังไม่นับรวม How-to การรักตัวเองในแบบฉบับต่างๆ ที่เห็นจนชินตา แต่ทำไมกันนะ หลักสูตรการรักตัวเองที่ชาวเน็ตพร่ำบอกต่อ รวมถึงตัวเราเองก็มักจะแชร์ซ้ำๆ ในบางครั้งเราก็ไม่อาจทำมันได้ในโลกแห่งความเป็นจริง และทำไมกันนะ ท่ามกลางความรักอันเหลือล้นที่เราพร้อมมอบให้แก่คนอื่นตลอดเวลา ตัวเราเองถึงไม่ได้เป็นเศษเสี้ยวของความรักนั้น? ‘ไม่เป็นไร’ แต่ความจริง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/self-love-is-so-hard/">‘รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน’ ประโยคสุดฮิต แต่ทำได้ยาก เมื่อเราเลือกรักคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center"><strong><em>แค่เพราะฉันแบกมันได้ดี</em> <em>ไม่ได้หมายความว่ามันไม่หนัก…</em></strong></p>
</blockquote>



<p>เมื่อได้อ่านประโยคนี้จบลงแล้ว อาจทำให้รู้สึกหยุดชะงักไปชั่วขณะกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตของใครหลายคน ไม่ว่าจะในฐานะลูก เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่คนรัก ทุกความสัมพันธ์เมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้อง ‘อดกลั้นฝืนทน’ ซ้ำๆ ย่อมทำให้รู้สึกเหนื่อยกายหน่ายใจไม่น้อย จนอาจนำไปสู่รอยร้าวทางความสัมพันธ์ในระยะยาว</p>



<p>ถึงจะรู้ทั้งรู้ว่าความรู้สึกของตัวเองเป็นสิ่งที่มีค่าเหนือสิ่งใด แต่การเลือกทำตามความต้องการของตนอย่างใจนึกก็ไม่อาจทำได้เสมอไป เพราะเงื่อนไขทางความสัมพันธ์และความรู้สึกเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนเกินกว่าจะบรรยายออกมาได้ จึงไม่แปลกนักที่ ‘ตัวเราเอง’ จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ถูกมองเห็น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178686" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-01.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>โดยเฉพาะกับสถานการณ์น่าอึดอัดใจที่หลายครั้งก็มาจาก ‘คนใกล้ตัว’ ที่เรารักแล้วด้วยนั้น จึงยิ่งทวีคูณความปั่นป่วนใจมากขึ้นไปอีก แต่เพื่อที่จะสานต่อความสัมพันธ์อันหอมชื่นต่อไป เราจำต้องปล่อยผ่านไปบ้างราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร จนความรู้สึกคับอกคับใจเหล่านั้นค่อยๆ กัดกินความสัมพันธ์ไปทีละนิด เผลออีกทีความรู้สึกดีที่เคยมีระหว่างกันได้กลับกลายเป็นความบาดหมางลึกๆ ภายในใจโดยที่ตัวเราเองก็ไม่อาจล่วงรู้</p>



<p>แม้ทุกวันนี้คนจะเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ ‘การรักตัวเอง’ (Self-love) กันมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการผลิตคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับการรักตัวเองอยู่ตามหน้าฟีดออนไลน์ไม่เว้นแต่ละวัน อย่างเทรนด์ฮิตในช่วงที่ผ่านมากับประโยคที่ว่า ‘รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน’ แล้วพ่วงมาด้วยเงื่อนไข 1 2 3 4 ที่แตกต่างกันไปตามความปรารถนาเฉพาะของแต่ละคน ยังไม่นับรวม How-to การรักตัวเองในแบบฉบับต่างๆ ที่เห็นจนชินตา</p>



<p>แต่ทำไมกันนะ หลักสูตรการรักตัวเองที่ชาวเน็ตพร่ำบอกต่อ รวมถึงตัวเราเองก็มักจะแชร์ซ้ำๆ ในบางครั้งเราก็ไม่อาจทำมันได้ในโลกแห่งความเป็นจริง และทำไมกันนะ ท่ามกลางความรักอันเหลือล้นที่เราพร้อมมอบให้แก่คนอื่นตลอดเวลา ตัวเราเองถึงไม่ได้เป็นเศษเสี้ยวของความรักนั้น?</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ไม่เป็นไร’ แต่ความจริง ‘เป็น’ มาก</strong></h2>



<p><em>‘ขอโทษนะ วันนี้น่าจะเลท</em><br><em>‘ไม่เป็นไรเลย รอได้’</em><br><em>…</em><br><em>‘เมื่อคืนเผลอหลับไป ลืมเลยว่ามีนัดคุยงาน’</em><br><em>‘ไม่เป็นไร ไว้ค่อยนัดกันใหม่ก็ได้’</em></p>



<p>เช้ามา เรากล่าวให้กับเพื่อนร่วมทางคนแปลกหน้าที่พุ่งชนเราเข้าอย่างจัง เพื่อไปให้ทันเวลาเข้างานของบริษัทสักแห่งบนโลก สายมา เราพูดคำนี้กับเพื่อนร่วมงานที่ไหว้วานให้เราทำนู่นนี่นั่นให้ เที่ยงมา เราก็ใช้ตอบคุณป้าร้านตามสั่งเจ้าประจำ ที่ทำเมนูออกมาไม่เห็นเป็นไปตามที่สั่งอยู่ร่ำไป บ่ายมา เราเอ่ยตอบไปยังหัวหน้าที่ขอสั่งแก้งานซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จักจบสิ้น เย็นมา เราก็ยังใช้คำนี้อย่างต่อเนื่องให้กับเพื่อนสนิทมิตรสหายที่ไลน์มาแคนเซิลนัดแบบกะทันหันให้กับธุระด่วนจี๋ที่แทรงคิวมาจากไหนไม่รู้ ตกดึกมา เราก็ยังใช้ตอบคนรักที่ทำงานจนแทบจะลืมหน้ากัน</p>



<p>คำพูดสามัญประจำวันก็เห็นจะจริงกับคำว่า ‘ไม่เป็นไร’ ที่แทบจะเกือบทุกช่วงเวลาของวัน เราจะต้องเอ่ยคำนี้ออกมาไม่มากก็น้อย คำพูดซึ่งสวนทางกับความรู้สึกภายในใจโดยสิ้นเชิง แม้ใจจริงเราจะอยากตะโกนก่นด่าด้วยคำสบถต่างๆ นานา แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยคำพูดสั้นๆ ว่า ‘ไม่เป็นไร’ พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจไปอีกหนึ่ง เพื่อพยายามให้ดู ‘ไม่เป็นไรจริงๆ’ แบบที่เอ่ยตอบไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-1-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178688" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-1-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-1-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-1-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-1-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-1-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-1-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-1-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-1-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-02-1-1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ใช่ว่าเราจะไม่อยากพูดความต้องการที่แท้จริงออกไป แต่หลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มันช่างยากเย็นเกินกว่าที่จะเอ่ยความต้องการภายในจิตใจ อีกทั้งความเหนื่อยใจโดยส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวพันกับเรื่องมารยาททางสังคมที่ทุกคนพึงตระหนักรู้ได้ด้วยตนเอง&nbsp;</p>



<p>เพราะถ้าหากพูดเตือนออกไปอาจทำลายความสัมพันธ์และทำให้ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีต่อกันแปรเปลี่ยนไปในทิศทางลบ และไม่ใช่ว่าทุกคนจะยอมรับได้กับคำตอบแสนจริงใจจากปากของคนใกล้ตัว ทำให้ภาระหน้าที่ตกมาอยู่ที่ตัวเราในการใช้ความอดทนซ้ำๆ เพื่อประคับประคองความสัมพันธ์ต่อไปในภายภาคหน้า</p>



<p>และสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ในบางครั้งก็เป็นตัวเราซะเองที่ทำให้คนอื่นต้องเอ่ยคำนี้ออกมาเช่นกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ยิ่งสนิท ยิ่ง(ไม่)เกรงใจ</strong></h2>



<p><em>‘เพราะแบบนี้ไง ถึงไม่มีแฟน’</em><br><em>‘แค่แซวเล่นขำๆ จะคิดมากทำไม’ </em><br><em>‘ไม่ได้เจอกันแปปเดียว อ้วนขึ้นปะ’</em></p>



<p>และประโยคอีกมากมายที่กลั่นออกมาจากคนที่เราเรียกว่า ‘คนสนิท’ ซึ่งหลายครั้งก็ทำให้เรารู้สึกอยากเลิกสนิทกับคนคนนั้นไปเลย แต่ก็ทำได้เพียงแค่คิดอยู่ในใจและพยายามเก็บสีหน้าให้เป็นปกติสุข รวมถึงอีกหนึ่งวิธีหลบหลีกที่เราเลือกใช้เพื่อสงบความร้อนระอุในจิตใจ คงหนีไม่พ้นการชวนเปลี่ยนเรื่องคุยและมองข้ามคำพูดไม่คิดจากปากคนสนิทไปให้ไวที่สุด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178689" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-03-1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แน่นอนว่าคำพูดและการกระทำที่แสนจริงใจเกินเหตุเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้นกับคนที่เพิ่งรู้จักกัน เนื่องจากในระยะแรกของความสัมพันธ์ เรามักสงวนท่าทีและพยายามแสดงออกแต่ด้านที่เป็นมิตรให้ผู้อื่นได้เห็น แต่เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกสนิทใจกับใครสักคนแล้ว อาจทำให้เราสบายใจที่จะเป็นตัวเองแบบเต็มที่ สบายใจที่จะแสดงความรู้สึกข้างในออกไป สบายใจที่จะพูดทุกเรื่องที่ต้องการ โดยไม่สนว่าคนฟังจะต้องการได้ยินหรือไม่</p>



<p>จนท้ายที่สุด ‘ความสบายใจ’ ที่มีมากเริ่มเข้าไปทำให้ ‘ความเกรงใจ’ ที่เคยมีเมื่อครั้นอดีตเลือนหายไป เหมือนกับว่าจะทำอะไรก็ได้เพราะคำว่า ‘สนิท’ ทั้งที่จริงแล้ว ยิ่งสนิทกันมากเท่าไร ยิ่งต้องมีความเกรงใจมากขึ้นเท่านั้นหรือเปล่า เพื่อจะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีนั้นต่อไปและเพื่อให้เขาคนนั้นยังคงเป็นพื้นที่แห่งความสบายใจที่หันไปเมื่อไรก็เจอเสมอ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เพราะ ‘รัก’ ฉันจึงอดทน</strong></h2>



<blockquote class="wp-block-quote has-text-align-center is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><em><strong>…บางความสัมพันธ์ก็ทำให้เราตระหนักได้ว่า การที่เราทุ่มเทอะไรให้ใครไป ก็ไม่อาจหวังว่าจะได้รับสิ่งนั้นตอบแทนกลับมาเสมอไป… </strong></em></p>
</blockquote>



<p>ทุกสิ่งบนโลก ถ้าหากมีมากไปหรือน้อยไปก็ย่อมทำให้สูญเสียสมดุลได้ กับในแง่ของความรู้สึกก็เช่นเดียวกัน บ่อยครั้งที่เรารู้สึกเสียเปรียบในแง่ความสัมพันธ์ ความผิดหวังที่รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้จริงใจมอบความรู้สึกดีๆ เฉกเช่นที่เรามอบให้ไป ทั้งๆ ที่รู้ความเป็นจริงดียิ่งกว่าใคร แต่ทำไมเราถึงยอม ‘อดทน’ และแกล้งทำเป็นไม่เสียใจ เพียงเพื่อจะเหนี่ยวรั้งคนคนนั้นเอาไว้ในชีวิต แม้ใจของเขาจะเดินจากเราไปไกลแสนไกลแล้วก็ตาม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178690" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-04-1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ความรักในรูปแบบที่ต้องแลกมาพร้อมกับความอดทน ไม่ว่าจะเป็น การอดทนรอเพื่อสักวันจะได้รับความรัก การอดทนเพื่อให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบ หรือการอดทนเพื่อให้คนรอบตัวมีความสุข แต่คำถามที่เกิดขึ้นคือ มันหาใช่ความรักที่เราพึงปรารถนาจริงหรือ กลับกันยังเป็นการกระทำที่นำไปสู่การลดทอนคุณค่าที่มีต่อตนเอง (Self-esteem) ไปอย่างช้าๆ อีกด้วย</p>



<p>เหตุผลที่คนเรายอมกลายเป็น ‘คนโง่’ ทั้งที่รู้ตัวบ้างหรือไม่รู้ตัวบ้าง มักกล่าวอ้างว่าเป็นเพราะ ‘ความรัก’ แต่ความรักแบบไหนกันนะ ที่รักคนอื่นจนลืมรักตัวเอง ความรักแบบไหนกันนะที่ต้องทุกข์มากกว่าสุข หรือในบางครั้งความรักเองก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อปิดซ่อนความเห็นแก่ตัวที่แฝงเร้นในจิตใจของเราอย่างแนบเนียน แต่เชื่อเถอะว่า ไม่มีใครสามารถอดทนกับความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นมิตรต่อใจ (Toxic Relationship) แบบนี้ไปชั่วชีวิตได้ เพราะสุดท้ายคนที่ทุกข์ใจที่สุดก็คงเป็นตัวเราเอง</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รู้สึกผิดทุกครั้ง เมื่อปล่อยให้ตัวเองมีความสุข</strong></h2>



<p>ท่ามกลางความทุกข์ของคนรอบตัว โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัว ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดเรามากที่สุด ทำให้ปัญหาเหล่านั้นเสมือนเป็นปัญหาของเราไปโดยปริยาย ไม่ว่าจะเป็นการแบกรับภาระหนี้สิน อาการเจ็บป่วยของคนที่รัก หรือแม้แต่ความขัดแย้งทางความสัมพันธ์ ความทุกข์ระทมนับพันจึงค่อยๆ เข้ามาแทนที่ความสุขทางใจของเราไป</p>



<p>เงื่อนไขภาระผูกพันทางใจบีบอัดให้เราไม่กล้าที่จะมีความสุข เพราะกลัวว่ารอยยิ้มหรือเสียงหัวเราะอันน้อยนิดของเรา จะทำให้เราหลงลืมความเจ็บปวดที่ต้องแบกรับเอาไว้ ซ้ำร้ายเมื่อใดที่อยากหันมาทำเพื่อตัวเองกลับรู้สึกผิดมหันต์ราวกับว่ากำลังทรยศต่อคนที่รัก จนบางครั้งเราก็อาจหลงลืมความจริงที่ว่า </p>



<blockquote class="wp-block-quote has-text-align-center is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><em><strong>เราไม่ได้มีหน้าที่กำหนดกฎเกณฑ์ความสุขของผู้อื่นได้</strong></em></p>
</blockquote>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-05-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178691" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-05-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-05-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-05-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-05-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-05-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-05-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-05-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-05-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/WEB-05.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ดังนั้นไม่ว่าคนอื่นจะสร้างบาดแผลทิ้งรอยไว้ให้เรามากเพียงใด แต่อย่าลืมนะ ชีวิตนี้เป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว มีแค่ตัวเราเท่านั้นที่จะปกป้องตัวเราเองได้ มีแค่ตัวเราเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และก็มีแค่ตัวเราเท่านั้นที่จะอยู่กับเราไปตลอด เพราะฉะนั้นจงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในแต่ละวันเพื่อตัวเอง <strong>มันอาจจะยากไปบ้างสำหรับใครหลายคนที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาต้องใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น แต่ตอนนี้คนในกระจกก็รอคอยที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างดีเหมือนกันนะ</strong></p>



<p>หวังว่าทุกคนจะเริ่มหันมามองเห็นตัวเองบ้างสักวันละนิดก็ยังดี เพราะถ้าหากไม่รักตัวเอง ก็ไม่อาจที่จะได้รับความรักที่ดีจากใครได้…&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/self-love-is-so-hard/">‘รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน’ ประโยคสุดฮิต แต่ทำได้ยาก เมื่อเราเลือกรักคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>To : My Childhood ข้อความจากฉันในวันนี้ ถึงฉันใน ‘วัยเยาว์’ ที่ถูกหลงลืม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/to-my-childhood/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปิยะธิดา ประสานธรรมคุณ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jan 2025 09:44:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่อยากโตเลย]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<category><![CDATA[abetterday]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178378</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใกล้วันเด็กเข้ามาแล้ว วันสุดพิเศษที่เด็กเฝ้ารอคอย แต่คงเป็นหนึ่งวันธรรมดาของผู้ใหญ่หลายคน คงไม่แปลกนักหรอก เพราะเราได้ออกเดินทางผ่านห้วงเวลานั้นมาไกลแสนไกล รู้ตัวอีกทีเราก็หลงลืมความรู้สึกตื่นเต้น และเฉยชากับความสุขเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นไปเสียแล้ว เหลือไว้เพียงความทรงจำดีๆ ให้หวนนึกถึงเท่านั้น ‘วัยเด็ก’ ถือว่าเป็นช่วงอายุที่มีความสุขที่สุดตลอดชีวิตของคนคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เป็นวัยที่เราสามารถเล่นสนุกแบบสุดเหวี่ยง หัวเราะและยิ้มกว้างให้กับเรื่องง่ายๆ หรือเมื่อเสียใจก็ร้องไห้ได้แบบไม่อายใคร เสมือนเป็นโควตาพิเศษของช่วงวัยที่ไม่ว่าจะทำตัวไร้สาระหรือผิดพลาดแค่ไหน ผู้คนก็มักจะมองข้ามและให้อภัยได้ง่ายๆ เพียงเพราะมองว่าเราเป็น ‘เด็ก’ แต่ใช่ว่าวัยเด็กของทุกคนจะมีความสุขดั่งกับนิทานที่เคยอ่านเสมอไป การเติบโตขึ้นมาในสภาพครอบครัวและสังคมที่ต่างกัน ย่อมส่งผลโดยตรงต่อชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า สำหรับเด็กบางคนอาจเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความรักและความหวังดีจากครอบครัว แต่กับบางคน ครอบครัวอาจไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับใจมากนัก&#160; การประกอบสร้างขึ้นมาของเด็กคนหนึ่งที่ผ่านเรื่องราวมากมายทั้งสุขเศร้า สมหวังผิดหวัง ความทรงจำที่มีเสียงหัวเราะดังก้อง หรือความทรงจำอันเจ็บปวดที่คอยทิ่มแทงใจ แต่เมื่อเราโตขึ้นมากพอ และมองย้อนกลับไป ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก ช่วยหล่อหลอมให้เราเป็นเราในทุกวันนี้ อย่างน้อยที่สุดก็เป็นช่วงเวลาที่หันกลับไปมองทีไรก็มีเรื่องให้ยิ้มได้ทุกที ถ้าวันนี้เราย้อนเวลากลับไปเจอตัวเองในวัยเด็กได้ ก็คงมีเรื่องราวมากมายอยากบอกให้แกฟังเลยล่ะ… คิดถึงแกจัง…วัยเด็กของฉัน นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ไม่ได้รอคอยการ์ตูนยามเช้า ออกไปวิ่งไล่ตามรถไอศกรีมที่ขับผ่านหน้าบ้าน หัวเราะจนปวดกรามให้กับมุกห้าบาทสิบบาทของเพื่อน หรือการได้พักผ่อนเต็มที่แบบไม่ต้องคิดอะไรเลยในช่วงปิดเทอม&#160; พอนึกดูแล้วทุกอย่างเหมือนเป็นเพียงฝันดีที่ผ่านมาเพียงชั่วครู่แล้วผ่านพ้นไป เมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เราเริ่มไม่รอคอยช่วงเวลาที่ได้ดูทีวี การซื้อไอศกรีมกินกลายเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต แม้แต่เรื่องตลกที่เคยขำจนท้องแข็งกลับรู้สึกไม่สนุกเหมือนเก่า ยิ่งการนอนหลับสนิทแบบไม่ต้องกังวลกับเสียงนาฬิกาปลุกหรือเสียงแจ้งเตือนใดๆ จากงาน แทบจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยในชีวิตของผู้ใหญ่ การเติบโตที่ไม่มีพื้นที่ไว้สำหรับ ‘ผู้ใหญ่ที่อ่อนแอ’ แม้เราจะอยากใช้ชีวิตแบบ ‘เด็กๆ’ ต่อไปสักแค่ไหน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/to-my-childhood/">To : My Childhood ข้อความจากฉันในวันนี้ ถึงฉันใน ‘วัยเยาว์’ ที่ถูกหลงลืม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ใกล้วันเด็กเข้ามาแล้ว วันสุดพิเศษที่เด็กเฝ้ารอคอย แต่คงเป็นหนึ่งวันธรรมดาของผู้ใหญ่หลายคน คงไม่แปลกนักหรอก เพราะเราได้ออกเดินทางผ่านห้วงเวลานั้นมาไกลแสนไกล รู้ตัวอีกทีเราก็หลงลืมความรู้สึกตื่นเต้น และเฉยชากับความสุขเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นไปเสียแล้ว เหลือไว้เพียงความทรงจำดีๆ ให้หวนนึกถึงเท่านั้น</p>



<p>‘วัยเด็ก’ ถือว่าเป็นช่วงอายุที่มีความสุขที่สุดตลอดชีวิตของคนคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เป็นวัยที่เราสามารถเล่นสนุกแบบสุดเหวี่ยง หัวเราะและยิ้มกว้างให้กับเรื่องง่ายๆ หรือเมื่อเสียใจก็ร้องไห้ได้แบบไม่อายใคร เสมือนเป็นโควตาพิเศษของช่วงวัยที่ไม่ว่าจะทำตัวไร้สาระหรือผิดพลาดแค่ไหน ผู้คนก็มักจะมองข้ามและให้อภัยได้ง่ายๆ เพียงเพราะมองว่าเราเป็น ‘เด็ก’</p>



<p>แต่ใช่ว่าวัยเด็กของทุกคนจะมีความสุขดั่งกับนิทานที่เคยอ่านเสมอไป การเติบโตขึ้นมาในสภาพครอบครัวและสังคมที่ต่างกัน ย่อมส่งผลโดยตรงต่อชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า สำหรับเด็กบางคนอาจเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความรักและความหวังดีจากครอบครัว แต่กับบางคน ครอบครัวอาจไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับใจมากนัก&nbsp;</p>



<p>การประกอบสร้างขึ้นมาของเด็กคนหนึ่งที่ผ่านเรื่องราวมากมายทั้งสุขเศร้า สมหวังผิดหวัง ความทรงจำที่มีเสียงหัวเราะดังก้อง หรือความทรงจำอันเจ็บปวดที่คอยทิ่มแทงใจ แต่เมื่อเราโตขึ้นมากพอ และมองย้อนกลับไป ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก ช่วยหล่อหลอมให้เราเป็นเราในทุกวันนี้ อย่างน้อยที่สุดก็เป็นช่วงเวลาที่หันกลับไปมองทีไรก็มีเรื่องให้ยิ้มได้ทุกที</p>



<p>ถ้าวันนี้เราย้อนเวลากลับไปเจอตัวเองในวัยเด็กได้ ก็คงมีเรื่องราวมากมายอยากบอกให้แกฟังเลยล่ะ…</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คิดถึงแกจัง…วัยเด็กของฉัน</strong></h2>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-01_1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178382" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-01_1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-01_1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-01_1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-01_1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-01_1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-01_1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-01_1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-01_1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-01_1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ไม่ได้รอคอยการ์ตูนยามเช้า ออกไปวิ่งไล่ตามรถไอศกรีมที่ขับผ่านหน้าบ้าน หัวเราะจนปวดกรามให้กับมุกห้าบาทสิบบาทของเพื่อน หรือการได้พักผ่อนเต็มที่แบบไม่ต้องคิดอะไรเลยในช่วงปิดเทอม&nbsp;</p>



<p>พอนึกดูแล้วทุกอย่างเหมือนเป็นเพียงฝันดีที่ผ่านมาเพียงชั่วครู่แล้วผ่านพ้นไป เมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เราเริ่มไม่รอคอยช่วงเวลาที่ได้ดูทีวี การซื้อไอศกรีมกินกลายเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต แม้แต่เรื่องตลกที่เคยขำจนท้องแข็งกลับรู้สึกไม่สนุกเหมือนเก่า ยิ่งการนอนหลับสนิทแบบไม่ต้องกังวลกับเสียงนาฬิกาปลุกหรือเสียงแจ้งเตือนใดๆ จากงาน แทบจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยในชีวิตของผู้ใหญ่</p>



<p>การเติบโตที่ไม่มีพื้นที่ไว้สำหรับ ‘ผู้ใหญ่ที่อ่อนแอ’ แม้เราจะอยากใช้ชีวิตแบบ ‘เด็กๆ’ ต่อไปสักแค่ไหน แต่เมื่อภาระหน้าที่ที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนเป็นวัฏจักรได้เดินทางมาถึงคิวของเราแล้ว เราจึงทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับชะตากรรมอันแสนเศร้าเหล่านั้นไว้</p>



<p>และเพื่อดำรงอยู่ให้ได้ท่ามกลางวงจรชีวิตดังกล่าว ทางรอดเดียวของเด็กทุกคนก็คงหนีไม่พ้น การพยายามทำตัวเป็น ‘ผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ’ ให้ได้มากที่สุด แม้จะต้องแลกมากับการสูญเสียตัวตน ‘วัยเด็ก’ ของตัวเองไปตลอดกาลก็ตาม</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ขอโทษที่ไปไม่ถึงฝัน</strong></h2>



<p>‘โตขึ้นอยากเป็นอะไร?’ คำถามแห่งชาติที่ผู้ใหญ่ชอบถามเด็กเสมอ หรือแม้แต่ในวิชาแนะแนวสมัยประถม ก็ถึงขั้นมีกระดาษให้กรอกอาชีพในฝันของตัวเอง แล้วออกมาพูดให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียนเลยทีเดียว</p>



<p>เชื่อว่าในช่วงวัยเด็กของใครหลายคนคงมีความฝันสุดยอดมากมายที่หวังจะเป็นให้ได้ในสักวัน ความสุขที่สุดในช่วงเวลานั้นคงเป็นการได้ซ้อมบทบาทอาชีพในฝันหน้ากระจกคนเดียว หรือแค่ได้เห็นอาชีพนั้นๆ ผ่านหน้าจอโทรทัศน์ก็ทำให้หัวใจพองโตไปเลยทั้งวัน</p>



<p>แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป หลายปัจจัยที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทำให้สิ่งที่เคยวาดฝันไว้อาจกลายเป็นแค่ ‘ความฝันในวัยเด็ก’ เท่านั้น ซึ่งคำนี้เปรียบเสมือนเครื่องตอกย้ำความเป็นจริงแสนเจ็บปวดที่ว่า ความฝันเหล่านั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลยในชีวิตของผู้ใหญ่ </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-02-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178383" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-02-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-02-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-02-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-02-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-02-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-02-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-02-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-02-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-02.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>‘ความฝันที่ไปไม่ถึง’ คือหนึ่งสิ่งที่สะท้อนความเป็นจริงของชีวิตผู้ใหญ่ได้ดีที่สุดก็ว่าได้ เพราะเมื่อเราโตขึ้นจะพบว่า ในการทำตามความฝันให้สำเร็จได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วยิ่งความฝันของใครหลายคนถูกผูกไว้กับความคาดหวังของครอบครัว เสียงจากคนรอบข้าง ตลอดจนภาระค่าใช้จ่ายที่หนักอึ้ง จึงไม่แปลกนักที่ความฝันที่เคยมีจะค่อยๆ ถูกบดบังจนเลือนหายไปในที่สุด</p>



<p class="has-text-align-center"><strong> <em>‘ความรักที่ไม่สมหวังก็ยังเรียกความรัก</em><br><em>แต่เหตุใดความฝันที่ไม่สำเร็จจึงเรียกว่าความล้มเหลว’<br>Blonote, Tablo</em></strong></p>



<p>ประโยคเรียบง่ายจากหนังสือที่เคยเปิดอ่าน แต่ช่วยให้เราตกตะกอนความคิดได้อย่างเอ่อล้น ถึงวันนี้เราจะทำตามความฝันไม่สำเร็จ แต่ใช่ว่าเราจะล้มเหลวในชีวิต อย่าโทษตัวเองไปเลยนะ อย่างน้อยครั้งหนึ่งของชีวิตเราก็เคยมีหัวใจที่เปี่ยมไปด้วย ‘ความฝัน’ เชื่อเถอะว่าเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม ความฝันที่เรามีจะวนกลับมาทักทายเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ขอบคุณที่อดทนเติบโตมาได้ขนาดนี้</strong></h2>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-03-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178384" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-03-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-03-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-03-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-03-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-03-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-03-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-03-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-03-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-03.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในชีวิตทุกวันนี้เราต่างเอ่ยคำว่า ‘ขอบคุณ’ กับผู้อื่นอยู่เสมอ แต่หนึ่งคนที่เราแทบจะไม่พูดคำนี้ด้วยเลยก็คือ ‘ตัวเราเอง’ ทั้งที่คนที่อยู่กับเราทุกช่วงเวลาของชีวิต ทั้งสุข เศร้า และผิดหวัง ก็คือตัวเราเองทั้งนั้น เช่นเดียวกับคนที่รู้ว่าตลอดเส้นทางของการเติบโตที่ผ่านมาเราพยายามมากแค่ไหน ก็มีแต่ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด</p>



<p>เส้นทางที่ต้องเจออาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ก็รู้สึกขอบคุณเด็กคนนั้นจริงๆ ที่อดทนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านั้นมาได้เป็นอย่างดี และเมื่อมองย้อนกลับไปเราก็ไม่เคยเสียใจเลยที่แกทำอะไรไม่สำเร็จเหมือนคนอื่นเขา ไม่เคยโทษแกเลยที่ยังเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีจุดบกพร่องเต็มไปหมด เราอยากขอบคุณแกมากกว่านะ ที่เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตของเรา ขอบคุณที่ไม่เคยยอมแพ้ให้กับเรื่องอะไรง่ายๆ ขอบคุณที่มีแกนะ ‘วัยเด็กของฉัน’</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อย่าเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่แบบที่เรา ‘ไม่ชอบ’</strong></h2>



<p>เพราะผู้ใหญ่ทุกคนในวันนี้ต่างก็เคยเป็นเด็กกันมาก่อนทั้งนั้น เชื่อว่าทุกคนต่างมีคำพูดหรือเรื่องราวบางอย่างที่เคยได้รับจากผู้ใหญ่รอบตัวแล้วฝังใจจำมาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าคำพูดนั้นกลั่นออกมาด้วยความปรารถนาดีและถูกสื่อสารออกมาด้วยวิธีการที่เป็นมิตรต่อใจ คงนำพาให้เด็กคนนั้นไปสู่ทิศทางที่ดีต่อไป</p>



<p>ในทางกลับกัน ผู้ใหญ่บางคนมักใช้ถ้อยคำที่รุนแรง และอ้างว่ากระทำไปเพราะความรักความหวังดี แต่คำถามคือ คำพูดเหล่านั้นเป็นการทำเพื่อเด็กจริงๆ เหรอ? หรือเป็นข้อแก้ตัวที่ถูกหยิบเอามาใช้จนเคยชิน เพียงเพราะต้องการให้เด็กทำหน้าที่ตอบสนองต่อความคาดหวังของตัวเองให้ได้ก็เท่านั้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-04-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178386" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-04-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-04-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-04-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-04-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-04-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-04-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-04-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-04-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/WEB-04-1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ข้อความสุดท้ายที่อยากบอกเด็กคนนั้นคือ ไม่ว่าหนทางที่รออยู่ข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่จงจดจำและหวงแหนช่วงเวลาในวัยเยาว์ของตัวเองเอาไว้ ที่สำคัญพึงระลึกอยู่เสมอว่า จะต้องไม่เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่สร้างฝันร้ายให้กับเด็กคนไหนอีกเลย</p>



<p class="has-text-align-center"><strong>. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . </strong></p>



<p>เมื่อเงื่อนไขของการมีความสุขมันช่างยากและซับซ้อนมากขึ้นในชีวิตของการเป็นผู้ใหญ่ ข้อดีเดียวของการเติบโตคงเป็นการที่เราได้เห็นถึงคุณค่าของตัวเราในอดีตที่ผ่านมา ความรู้สึกโหยหาช่วงเวลาของการเป็นเด็ก ช่วงเวลาอันแสนล้ำค่าที่ไม่มีทางย้อนกลับคืนมาได้อีกแล้ว</p>



<p>ภาวนาอย่างสุดหัวใจ ขอให้ทุกคนที่ได้อ่านมาถึงตรงนี้ได้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีหัวใจเด็กตลอดกาล อย่าลืมหมั่นทะนุถนอมเด็กคนนั้นอย่างดีด้วยล่ะ พาแกออกมาวิ่งเล่นบ่อยๆ ที่สำคัญทุกครั้งที่หกล้มหรือผิดหวังจากเรื่องใดก็ตาม ก็ขอให้เด็กคนนั้นร้องไห้ไม่นาน และสามารถลุกขึ้นได้อีกครั้งเสมอนะ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/to-my-childhood/">To : My Childhood ข้อความจากฉันในวันนี้ ถึงฉันใน ‘วัยเยาว์’ ที่ถูกหลงลืม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>First Jobber to First Jobber กับรสชาติของการเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ได้หอมหวานดังใจหวัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/a-better-day-first-jobber/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปิยะธิดา ประสานธรรมคุณ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Dec 2024 10:23:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[abetterday]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตคนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[GenZ]]></category>
		<category><![CDATA[FirstJobber]]></category>
		<category><![CDATA[หางาน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กจบใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=177870</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เรียนจบตั้งนานแล้ว ได้งานทำหรือยัง”&#160;“อย่าทำงานนี้เลย ได้เงินเดือนน้อย”“จะก้าวหน้าเหรอทำงานแบบนี้” หลายคนมักจะได้ยินประโยคเหล่านี้จากผู้ใหญ่อยู่เสมอ รวมไปถึงคำบอกเล่าจาก First Jobber (รุ่นพี่) ที่คล้ายคำขู่ว่า “หลังเรียนจบ = สนามรบของชีวิตที่แท้จริง” เราไม่มีทางเข้าใจกับคำกล่าวนี้ จนกว่าเราจะมีชะตากรรมเป็น First Jobber ด้วยตัวเอง&#160; เราก็เป็นคนหนึ่งที่เพิ่งรู้ซึ้งกับการก้าวเป็น First Jobber มือใหม่ ซึ่งอยู่ดีๆ กราฟชีวิตก็รวนไปหมด โลกทั้งโลกเหมือนพร้อมใจกันเหวี่ยงความเครียด ความกดดัน และสารพัดปัญหาเข้ามาหาเราแบบไม่หยุดยั้ง แม้จะตั้งใจนอนนิ่งๆ ไม่คิดอะไร แต่เราก็สบายใจกับช่วงเวลานั้นได้เพียงชั่วพริบตา ก่อนจะต้องลืมตาขึ้นมาพบกับโลกความเป็นจริงที่รอเราอยู่ข้างหน้า ช่วงเวลานี้เปรียบเสมือน ‘จุดเปลี่ยนผ่าน’ ที่สำคัญของชีวิต เราจะต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ หนึ่งในแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา คงหนีไม่พ้นเสียงจากคนรอบข้างที่เหมือนจะรู้จักเราดียิ่งกว่าตัวเราเองเสียอีก และประโยคคำถามแสดงความห่วงใยอีกร้อยแปดพันเก้า ที่บางครั้งก็ทำให้เรารู้สึกเหมือนโดนกำปั้นทุบเข้าที่กลางหลังอย่างจัง&#160; และไม่รู้ว่าเป็นเพราะช่วงสิ้นปีแบบนี้ด้วยหรือเปล่า ที่เต็มไปด้วยงานเทศกาล งานรับปริญญา และงานเลี้ยงสังสรรค์ ซึ่งการพบปะวงสังคมเพื่อความรื่นเริงใจเหล่านี้ สุดท้ายกลับกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ใครหลายคนอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับคนอื่น แล้วมีความกังวลเกี่ยวกับแพลนในอนาคตของตัวเองมากขึ้น&#160; แต่ใครจะรู้ล่ะว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิต First Jobber เท่านั้น สถานีถัดไปบอกเลยว่ามีความท้าทายอีกมากรอให้เราพิสูจน์ความ อึด-ถึก-ทน ของรสชาติความเป็นผู้ใหญ่ จะมีบททดสอบไหนบ้างลองไปดูกัน!&#160; จุดเริ่มต้นที่เครื่องยนต์สตาร์ตติดๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-better-day-first-jobber/">First Jobber to First Jobber กับรสชาติของการเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ได้หอมหวานดังใจหวัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>“เรียนจบตั้งนานแล้ว ได้งานทำหรือยัง”&nbsp;</em><br><em>“อย่าทำงานนี้เลย ได้เงินเดือนน้อย”</em><br><em>“จะก้าวหน้าเหรอทำงานแบบนี้”</em></p>



<p>หลายคนมักจะได้ยินประโยคเหล่านี้จากผู้ใหญ่อยู่เสมอ รวมไปถึงคำบอกเล่าจาก First Jobber (รุ่นพี่) ที่คล้ายคำขู่ว่า <em>“หลังเรียนจบ = สนามรบของชีวิตที่แท้จริง”</em> เราไม่มีทางเข้าใจกับคำกล่าวนี้ จนกว่าเราจะมีชะตากรรมเป็น First Jobber ด้วยตัวเอง&nbsp;</p>



<p>เราก็เป็นคนหนึ่งที่เพิ่งรู้ซึ้งกับการก้าวเป็น First Jobber มือใหม่ ซึ่งอยู่ดีๆ กราฟชีวิตก็รวนไปหมด โลกทั้งโลกเหมือนพร้อมใจกันเหวี่ยงความเครียด ความกดดัน และสารพัดปัญหาเข้ามาหาเราแบบไม่หยุดยั้ง แม้จะตั้งใจนอนนิ่งๆ ไม่คิดอะไร แต่เราก็สบายใจกับช่วงเวลานั้นได้เพียงชั่วพริบตา ก่อนจะต้องลืมตาขึ้นมาพบกับโลกความเป็นจริงที่รอเราอยู่ข้างหน้า</p>



<p>ช่วงเวลานี้เปรียบเสมือน ‘จุดเปลี่ยนผ่าน’ ที่สำคัญของชีวิต เราจะต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ หนึ่งในแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา คงหนีไม่พ้นเสียงจากคนรอบข้างที่เหมือนจะรู้จักเราดียิ่งกว่าตัวเราเองเสียอีก และประโยคคำถามแสดงความห่วงใยอีกร้อยแปดพันเก้า ที่บางครั้งก็ทำให้เรารู้สึกเหมือนโดนกำปั้นทุบเข้าที่กลางหลังอย่างจัง&nbsp;</p>



<p>และไม่รู้ว่าเป็นเพราะช่วงสิ้นปีแบบนี้ด้วยหรือเปล่า ที่เต็มไปด้วยงานเทศกาล งานรับปริญญา และงานเลี้ยงสังสรรค์ ซึ่งการพบปะวงสังคมเพื่อความรื่นเริงใจเหล่านี้ สุดท้ายกลับกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ใครหลายคนอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับคนอื่น แล้วมีความกังวลเกี่ยวกับแพลนในอนาคตของตัวเองมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>แต่ใครจะรู้ล่ะว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิต First Jobber เท่านั้น สถานีถัดไปบอกเลยว่ามีความท้าทายอีกมากรอให้เราพิสูจน์ความ อึด-ถึก-ทน ของรสชาติความเป็นผู้ใหญ่ จะมีบททดสอบไหนบ้างลองไปดูกัน!&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-01-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-177885" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-01-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-01-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-01-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-01-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-01-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-01-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-01-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-01-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-01.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นที่เครื่องยนต์สตาร์ตติดๆ ดับๆ</strong></h2>



<p>หลังจากเรียนจบ โยนกองหนังสือทิ้ง และกระโดดขึ้นเตียงนอนสบายๆ สักระยะ ปัญหาที่ตามมาก็คงจะเป็นเจ้าความขี้เกียจตัวดี ทำให้การขุดตัวเองออกจากเตียง เพื่อเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ จำเป็นต้องใช้พลังกายและใจสูงมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรืออยากทำอะไร จะยิ่งรู้สึกหมดไฟ และผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็เห็นเพื่อนทยอยได้งานกันไปทีละคนๆ&nbsp;</p>



<p>และอีกหนึ่งคำถามในใจคงเป็น ‘อยากทำงานอะไร?’ ซึ่งเป็นจุดสตาร์ตที่ยากที่สุดเลยก็ว่าได้ เหมือนพาเราย้อนกลับไปช่วงค้นหาตัวเองตอนมัธยมอีกครั้ง ว่าอยากเรียนคณะอะไร แต่คราวนี้กลับมาพร้อมกับภาระหน้าที่ที่หนักอึ้งมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>แต่ละคนต่างมีความกังวลเกี่ยวกับอาชีพในอนาคตที่ไม่เหมือนกัน เพราะบางคนอาจมีสิ่งที่ชอบ แต่ไม่ได้อยากทำเป็นอาชีพ บางคนรู้ว่าตัวเองชอบอะไร แต่รายได้ของงานนั้นสวนทางกับค่าใช้จ่ายในชีวิตจริง บางคนรู้สึกว่าตัวเองเป็น ‘มนุษย์เป็ด’ ที่ทำทุกอย่างได้ครึ่งๆ กลางๆ หรือแม้แต่บางคนก็อาจรู้สึกว่า ตัวเองไม่เก่งพอที่จะทำงานอะไรได้&nbsp;</p>



<p>ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในใจเหล่านี้ล้วนเป็นตาข่ายดักจับให้เราสูญเสียความมั่นใจตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มหย่อนใบสมัคร แต่อย่าเพิ่งหมดกำลังใจไปนะ อย่างน้อยแค่เราเริ่มต้นจะลงมือทำอะไรสักอย่างก็นับว่าเป็นการเอาชนะใจตัวเองไปแล้วครึ่งทาง&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-02-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-177886" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-02-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-02-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-02-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-02-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-02-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-02-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-02-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-02-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-02.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รอนานๆ ก็อาจจะบั่นทอนหัวใจ</strong></h2>



<p>อีกช่วงเวลาชวนผวาคือ การรอติดต่อกลับจากที่ทำงานสักแห่งบนโลก ทำเอาใครหลายคนนอนไม่หลับ และหลอนกับเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ไปเลย ในใจลึกๆ ทุกคนก็คงอยากได้บริษัทที่ต้องการมากที่สุด แต่พอรอไปนานๆ แค่มี HR สักที่ติดต่อกลับมาก็ทำให้เราใจชื้นได้ไม่เบา&nbsp;</p>



<p>ช่วงเวลาหลังจากการสัมภาษณ์ก็เป็นด่านทดสอบใจสุดโหดไม่แพ้กัน มีทั้งคนที่ได้ไปสัมภาษณ์หลายที่ แต่ไม่ถูกคอนเฟิร์มกลับมา หรือที่น่าเศร้ากว่าคือ การไม่ได้รับข้อความใดๆ ติดต่อกลับมาเลย จนทำให้ First Jobber อย่างเราเริ่มผิดหวัง และตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘เรามีข้อผิดพลาดตรงไหน’ หรือ ‘เรายังเก่งไม่พอหรือเปล่า’&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-03-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-177884" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-03-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-03-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-03-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-03-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-03-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-03-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-03-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-03-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-03.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>การหันกลับมาทบทวนตัวเองก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องไม่ลืมที่จะให้กำลังใจตัวเองด้วยนะ จงเชื่อมั่นเสมอว่า ‘ที่ไหนที่เป็นที่ของเรา มันจะดึงดูดเราเข้าไปเอง’ การผิดหวังจากงานหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าเราดีไม่พอ แต่งานนั้นแค่ยังไม่เหมาะกับเรา ไม่แน่นะ อาจมีงานที่ดีกว่ารอเราอยู่ก็ได้ ระหว่างนี้ก็ถือว่าได้พักผ่อน ได้หากิจกรรมทำอัปสกิลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสที่จะมาถึงในอนาคต</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เมื่องานแรก ≠ งานที่ใช่</strong></h2>



<p>เมื่อเริ่มทำงานแล้ว ใช่ว่าจะมีความสุขไปตลอดรอดฝั่ง เรายังต้องเผชิญกับการปรับตัวครั้งใหญ่ ทั้งในแง่ของการทำงาน การใช้ชีวิต และสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตัวแปรสำคัญที่สุดคงเป็นเรื่อง ‘คน’ ที่เราจะต้องทำงานร่วมกับคนหลายช่วงอายุ ซึ่งเติบโตมาในสังคมต่างกัน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-04-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-177883" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-04-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-04-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-04-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-04-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-04-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-04-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-04-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-04-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-04.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ถ้าใครได้งานแรกที่ถูกจริต รวมถึงเพื่อนร่วมงานที่ไม่ทำให้เราต้องกินยาพาราเป็นประจำก็ถือเป็นลาภอันประเสริฐ แต่สำหรับใครที่โชคไม่ดีนัก เพราะต้องทำงานที่ไม่ตอบโจทย์ด้วยเหตุผลประการต่างๆ&nbsp; ครั้นจะยื่นใบลาออกก็ต้องเจอกับคำครหาที่เด็กในยุคนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ‘ไม่อดทน ไม่สู้งาน’ ก็คงจริงอย่างคนเขาว่ากัน แต่ทำไมเราต้องใช้ชีวิตทำงานแบบ ‘อดทน’ ในสิ่งที่ไม่ควรอดทนด้วยล่ะ&nbsp;</p>



<p>แม้ว่าในช่วงชีวิตของคนเราจะเจอกับความเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่ช่วงเวลาของ First Jobber นับเป็นหนึ่งในด่านหฤโหดที่สุดของชีวิต ซึ่งเปิดประตูพาเราเข้าสู่ ‘การเป็นผู้ใหญ่’ อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเจอเส้นทางที่ตัวเองชอบ แล้วก้าวเดินบนเส้นทางนั้นได้ราบรื่นเสมอไป เพราะชีวิตจริงล้วนมีขวากหนามและอุปสรรคให้ฝ่าฟันอยู่เสมอ นี่สินะ ปีเตอร์แพนจึงบอกว่า<em> “อยากเป็นเด็กตลอดไป”</em> เราเพิ่งเข้าใจประโยคนี้อย่างถ่องแท้ก็วันนี้แหละ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-05-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-177882" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-05-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-05-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-05-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-05-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-05-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-05-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-05-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-05-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-05.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เพราะความผิดพลาดทำให้เราเติบโต</strong></h2>



<p>ในชีวิตเราตั้งแต่เด็กจนโต ทุกวันมีเรื่องใหม่ๆ ให้เราต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา แค่เหตุการณ์ที่เจอในวันนี้ก็ไม่เหมือนกับที่เจอในเมื่อวานแล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีทางใดเลยที่เราจะใช้ชีวิตได้แบบไม่มีข้อผิดพลาด แต่พอลองมองย้อนกลับไปดู ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก็ทำให้เราเติบโตขึ้นไม่ใช่เหรอ? กับชีวิตการทำงานก็เหมือนกัน เราก็เพิ่งเคยทำงานจริงๆ จังๆ เป็นครั้งแรก การจะพลาดบ้าง ผิดหวังบ้างก็คงเป็นเรื่องปกติ แต่เชื่อเถอะว่าเราจะเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นกว่าเราคนเมื่อวานอย่างแน่นอน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-06-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-177880" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-06-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-06-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-06-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-06-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-06-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-06-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-06-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-06-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/WEB-06.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สุดท้ายนี้ อยากส่งกำลังใจให้ First Jobber หน้าใหม่ หรือใครก็ตามที่กำลังพบเจอกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิต แค่อยากบอกให้รู้ว่าคุณไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางแห่งความสับสนนี้เพียงลำพัง อย่างน้อยก็มีเราเป็นเพื่อนร่วมผจญภัยไปด้วยนะ เราเชื่อว่า มันไม่ง่ายเลยที่จะเริ่มต้นทำอะไรบางอย่าง แต่อย่ากดดันตัวเองมากขนาดนั้นเลย ทุกคนมีจังหวะชีวิตและช่วงเวลาผลิบานที่ไม่เหมือนกัน แม้ว่าวันนี้ไม่ใช่วันของเรา แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นแบบนี้ไปตลอด&nbsp;</p>



<p>อยากให้มองเห็นข้อดีของช่วงเวลานี้ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า เราจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่อีกครั้งเมื่อไหร่ อย่าลืมออกไปหาของกินอร่อยๆ ดูหนังเรื่องที่ชอบ ไปเที่ยวที่ที่อยากไป บางทีเราอาจจะค้นพบทางที่ใช่ของเราระหว่างการเดินทางครั้งนี้ก็ได้นะ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-better-day-first-jobber/">First Jobber to First Jobber กับรสชาติของการเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ได้หอมหวานดังใจหวัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
