<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นบกมล ธนยากร, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/nobkamol/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/nobkamol/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Feb 2021 10:37:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Do you hear the Ganesh sing? คเณศจตุรถีกับเสียงสะท้อนด้านสิ่งแวดล้อมและการเมือง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mumbai-india/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นบกมล ธนยากร]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Aug 2020 08:46:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[journey]]></category>
		<category><![CDATA[จากทางบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[จตุรถี]]></category>
		<category><![CDATA[มุมไบ]]></category>
		<category><![CDATA[คเณศจตุรถี]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐมหาราษฏระ]]></category>
		<category><![CDATA[พิฆเนศ]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=106253</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปลายสิงหาคมถึงต้นกันยายนของทุกปีคือช่วงที่ประชากรในมุมไบ (เมืองหลวงประจำรัฐมหาราษฏระ) ครึกครื้นเป็นพิเศษ เพราะช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับเดือนภัทรบทตามปฏิทินฮินดู ซึ่งกำหนดรอบเดือนด้วยการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ในรูปแบบข้างขึ้น-ข้างแรม โดยความสำคัญของเดือนนี้อยู่ที่วันขึ้นสี่ค่ำ เพราะถือเป็นฤกษ์มงคลที่คเณศ (พิฆเนศ) เสด็จลงมายังโลกมนุษย์  ทั้งนี้ คนอินเดียนิยมเรียกวันดังกล่าวว่า ‘คเณศจตุรถี’ ซึ่งสื่อความหมายถึงวันขึ้นสี่ค่ำตรงตัว เนื่องจาก ‘จตุรถี’ เป็นผลพวงจากการสนธิระหว่างจตุร- (สี่) และดิถี (วันขึ้นหรือวันแรม)  สาเหตุที่คนมุมไบตื่นเต้นกับวันนี้เป็นพิเศษก็เพราะว่ามุมไบมีธรรมเนียมเฉลิมฉลองคเณศจตุรถียาวถึง 10 วัน! ในขณะที่เมืองอื่นๆ บูชาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ซึ่งเป็นที่แน่ชัดอยู่แล้วว่า ไม่มีเทศกาลทางศาสนาคราวใดที่คนอินเดียไม่จริงจัง ฉะนั้นหากใครได้มาเยือนมุมไบในช่วงนี้ก็จะพลันตื่นตาตะลึงใจไปกับความยิ่งใหญ่ของขบวนแห่เทวรูปคเณศ ศาลคเณศชั่วคราวในแต่ละชุมชน รวมไปถึงพิธีกรรมปิดฉากเทศกาลอันแปลกตาอย่างแน่นอน เพื่อให้รู้จักกับคเณศมากขึ้น ปาราวตีขอเล่าเทวกำเนิดของคเณศคร่าวๆ พอสังเขป ซึ่งก็ตลกดีที่ฉันได้ฟังเรื่องนี้มาจากคนอินเดียชื่อคเณศอีกทอดหนึ่ง เขาได้ชื่อนี้เพราะคุณพ่อรักคเณศที่เป็นเทพจับใจ จึงนำมาตั้งเป็นชื่อลูกชายเพื่อสิริมงคล  คเณศบรรยายว่าอุมา (ภรรยาของศิวะ) สร้างคเณศขึ้นมาโดยที่สามีไม่รู้ และในขณะที่เขากำลังยืนเฝ้าต้นทางยามที่อุมากำลังอาบน้ำในที่รโหฐาน ศิวะก็ดันอยากจะเข้าไปหาภรรยาขึ้นมาเสียอย่างนั้น คเณศที่ยังไม่รู้จักมหาเทพผู้มีศักดิ์เป็นพ่อจึงกีดขวางสุดพลัง ทำให้ศิวะไม่พอใจถึงขั้นตัดหัวคเณศจนหลุดหล่นไปยังเบื้องล่าง เมื่อศิวะทราบสถานะที่แท้จริงระหว่างตัวเองกับคเณศก็เสียใจมาก สั่งให้เทพองค์หนึ่งลงไปตามหาหัวลูกชายกลับมาต่อให้เหมือนเดิม แต่เทพตัวดีดันหาไม่เจอ เลยตัดหัวช้างป่าที่พบระหว่างทางมาให้แทน ทำให้รูปลักษณ์ของคเณศมีหัวเป็นช้างและร่างเป็นคนดังที่คุ้นเคยกัน  ตำนานข้างต้นเป็นเพียงกระแสหนึ่งเท่านั้น เพราะเรื่องราวต้นกำเนิดของคเณศยังมีอีกหลากรูปแบบ ขึ้นอยู่กับคัมภีร์ที่ใช้อ้างอิง บ้างก็ว่าถูกวิษณุซึ่งเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่อีกหนึ่งองค์แช่งให้หัวขาด บ้างก็ว่าถูกศนิ (พระเสาร์) เผาหัวจนเป็นจุณ แต่ทุกเรื่องล้วนปิดท้ายด้วยการนำหัวช้างมาต่อทั้งสิ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mumbai-india/">Do you hear the Ganesh sing? คเณศจตุรถีกับเสียงสะท้อนด้านสิ่งแวดล้อมและการเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ปลายสิงหาคมถึงต้นกันยายนของทุกปีคือช่วงที่ประชากรในมุมไบ (เมืองหลวงประจำรัฐมหาราษฏระ) ครึกครื้นเป็นพิเศษ เพราะช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับเดือนภัทรบทตามปฏิทินฮินดู ซึ่งกำหนดรอบเดือนด้วยการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ในรูปแบบข้างขึ้น-ข้างแรม โดยความสำคัญของเดือนนี้อยู่ที่วันขึ้นสี่ค่ำ เพราะถือเป็นฤกษ์มงคลที่คเณศ (พิฆเนศ) เสด็จลงมายังโลกมนุษย์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ คนอินเดียนิยมเรียกวันดังกล่าวว่า ‘คเณศจตุรถี’ ซึ่งสื่อความหมายถึงวันขึ้นสี่ค่ำตรงตัว เนื่องจาก ‘จตุรถี’ เป็นผลพวงจากการสนธิระหว่างจตุร- (สี่) และดิถี (วันขึ้นหรือวันแรม) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุที่คนมุมไบตื่นเต้นกับวันนี้เป็นพิเศษก็เพราะว่ามุมไบมีธรรมเนียมเฉลิมฉลองคเณศจตุรถียาวถึง 10 วัน! ในขณะที่เมืองอื่นๆ บูชาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ซึ่งเป็นที่แน่ชัดอยู่แล้วว่า ไม่มีเทศกาลทางศาสนาคราวใดที่คนอินเดียไม่จริงจัง ฉะนั้นหากใครได้มาเยือนมุมไบในช่วงนี้ก็จะพลันตื่นตาตะลึงใจไปกับความยิ่งใหญ่ของขบวนแห่เทวรูปคเณศ ศาลคเณศชั่วคราวในแต่ละชุมชน รวมไปถึงพิธีกรรมปิดฉากเทศกาลอันแปลกตาอย่างแน่นอน</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106583" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/001-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/001-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/001-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/001-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/001-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/001-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/001-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/001-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106585" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/003-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/003-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/003-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/003-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/003-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/003-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/003-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/003-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้รู้จักกับคเณศมากขึ้น ปาราวตีขอเล่าเทวกำเนิดของคเณศคร่าวๆ พอสังเขป ซึ่งก็ตลกดีที่ฉันได้ฟังเรื่องนี้มาจากคนอินเดียชื่อคเณศอีกทอดหนึ่ง เขาได้ชื่อนี้เพราะคุณพ่อรักคเณศที่เป็นเทพจับใจ จึงนำมาตั้งเป็นชื่อลูกชายเพื่อสิริมงคล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คเณศบรรยายว่าอุมา (ภรรยาของศิวะ) สร้างคเณศขึ้นมาโดยที่สามีไม่รู้ และในขณะที่เขากำลังยืนเฝ้าต้นทางยามที่อุมากำลังอาบน้ำในที่รโหฐาน ศิวะก็ดันอยากจะเข้าไปหาภรรยาขึ้นมาเสียอย่างนั้น คเณศที่ยังไม่รู้จักมหาเทพผู้มีศักดิ์เป็นพ่อจึงกีดขวางสุดพลัง ทำให้ศิวะไม่พอใจถึงขั้นตัดหัวคเณศจนหลุดหล่นไปยังเบื้องล่าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อศิวะทราบสถานะที่แท้จริงระหว่างตัวเองกับคเณศก็เสียใจมาก สั่งให้เทพองค์หนึ่งลงไปตามหาหัวลูกชายกลับมาต่อให้เหมือนเดิม แต่เทพตัวดีดันหาไม่เจอ เลยตัดหัวช้างป่าที่พบระหว่างทางมาให้แทน ทำให้รูปลักษณ์ของคเณศมีหัวเป็นช้างและร่างเป็นคนดังที่คุ้นเคยกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตำนานข้างต้นเป็นเพียงกระแสหนึ่งเท่านั้น เพราะเรื่องราวต้นกำเนิดของคเณศยังมีอีกหลากรูปแบบ ขึ้นอยู่กับคัมภีร์ที่ใช้อ้างอิง บ้างก็ว่าถูกวิษณุซึ่งเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่อีกหนึ่งองค์แช่งให้หัวขาด บ้างก็ว่าถูกศนิ (พระเสาร์) เผาหัวจนเป็นจุณ แต่ทุกเรื่องล้วนปิดท้ายด้วยการนำหัวช้างมาต่อทั้งสิ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106586" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/004-1024x698.jpg" alt="" width="1024" height="698" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/004-1024x698.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/004-300x204.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/004-768x523.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/004-600x409.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106587" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/005-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/005-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/005-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/005-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/005-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/005-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/005-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/005-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/005-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/005.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106589" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/007-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/007-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/007-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/007-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/007-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/007-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/007-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/007-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลับมาที่คเณศจตุรถี… ปาราวตีได้ร่วมเทศกาลนี้ครั้งแรกเมื่อปี 2562 โดยบินไปรอที่มุมไบก่อนวันจริง (ซึ่งเป็นวันแรกที่เริ่มเฉลิมฉลอง) สองวันถ้วน ทั้งเมืองมีเทวรูปคเณศขนาดความสูงตั้งแต่ไม่กี่ฟุตไปจนถึงหลักสิบเมตรประดิษฐานอยู่ตามศาลที่สร้างขึ้นชั่วคราวในแต่ละชุมชน นอกจากนี้ แต่ละครอบครัวยังจัดพื้นที่สำหรับตั้งเทวรูปขนาดเล็กไว้ในบ้านแทบทุกครัวเรือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงเวลานี้ถือเป็นนาทีทองของช่างฝีมือทั่วมุมไบ เนื่องจากเป็นช่วงที่กิจการค้าขายเทวรูปทะยานขึ้นถึงขีดสุด มีคนซื้อเทวรูปคเณศนับพันองค์ต่อวัน เทวรูปที่แต่งองค์ทรงเครื่องวิจิตรขนาดความสูงสองฟุตสนนราคาอยู่ที่ 5,000 รูปีอินเดีย (ประมาณ 2,500 บาท) และแพงขึ้นอีกตามความตระการตาที่ไม่บันยะบันยัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106588" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/006-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/006-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/006-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/006-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/006-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/006-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/006-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/006-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/006-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/006.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อนอินเดียคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ด้วยความที่มีอุปสงค์พลุ่งพล่าน ผู้ค้าเทพจึงนิยมผลิตเทวรูปด้วยการหล่อปูนแทนการใช้โคลนพอกทับโครงสร้างที่ขึ้นจากหญ้าแห้ง (เหมือนการทำเปเปอร์มาเช่) ตามวิถีดั้งเดิม เพราะสะดวกรวดเร็วและสร้างสรรค์ได้คราวละจำนวนมาก และยังใช้สีเคมีตกแต่งแทนสีจากธรรมชาติอีกด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มันกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก เพราะพิธีกรรมวันสุดท้ายของเทศกาลคือการแห่เทวรูปคเณศทั้งน้อยใหญ่มาปล่อยลงแหล่งน้ำหลักของเมือง (สำหรับมุมไบก็คือทะเลอาหรับ) เพื่อแสดงนัยถึงการส่งคเณศกลับสู่สวรรค์ผ่านสายน้ำ” เขากล่าว และเสริมว่าคำว่าปล่อยในที่นี้คือการปล่อยทิ้งแล้วทิ้งเลย ไม่ใช่การกระทำเพื่อสื่อถึงนัยดังกล่าวแล้วเก็บกลับไป ทำให้เมื่อคเณศจตุรถีสิ้นสุดลง ชายฝั่งมุมไบจึงมีขยะจากเศษซากเทวรูปค้างเติ่งอยู่หลายตัน และสารเคมีที่เป็นวัตถุดิบก็ยังส่งผลให้สิ่งมีชีวิตในทะเลเสียชีวิตอีกนับไม่ถ้วน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106592" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/010-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/010-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/010-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/010-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/010-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/010-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/010-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/010-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสังเกตผู้ร่วมพิธีในวันวิสรชัน (วันสุดท้ายที่เฉลิมฉลอง) หรือที่แปลตรงตัวว่าวันลงน้ำแล้ว ปาราวตีพบว่า ประชากรหลายกลุ่มเริ่มใคร่ครวญถึงผลกระทบของพิธีกรรมต่อสิ่งแวดล้อม บางครอบครัวเพียงนำเทวรูปมาจุ่มลงน้ำพอเป็นพิธี แล้วก็นำกลับไปเก็บไว้บูชาในปีถัดไป บางกลุ่มประดิษฐ์เทวรูปคเณศจากหยวกกล้วยและกาบมะพร้าว เพื่อให้ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ฯลฯ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106593" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/011-751x1024.jpg" alt="" width="751" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/011-751x1024.jpg 751w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/011-220x300.jpg 220w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/011-768x1047.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/011-600x818.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/011.jpg 1502w" sizes="(max-width: 751px) 100vw, 751px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนึ่ง หนึ่งในสมาชิกกลุ่มผู้อนุรักษนิยมกล่าวว่า “มันคงสายเกินกว่าที่จะยกเลิกประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานหลายร้อยปี แต่อย่างน้อย ฉันก็อยากร่วมเทศกาลนี้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ ว่าความเชื่อของฉันทำร้ายสิ่งแวดล้อม” ซึ่งเธอเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้นจากคนกลุ่มน้อยจะสร้างแรงกระเพื่อมไปสู่คนกลุ่มใหญ่ได้ในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ผู้ร่วมพิธีคนหนึ่งเล่าว่า การบูชาคเณศอย่างโจ่งแจ้งเริ่มตั้งแต่สมัยที่รัฐมหาราษฏระถูกราชาศิวาจีปกครอง (ต้นศตวรรษที่ 17) ซึ่งเขาคือบุคคลที่มีคุณูปการต่อแผ่นดินละแวกนี้อย่างมาก ในฐานะผู้ปลดแอกชาวมราฐา (ชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์แถบมหาราษฏระในสมัยก่อน) จากการรุกรานของจักรวรรดิมุสลิมและการล่าอาณานิคมของชาวยุโรป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุที่เทิดทูนคเณศเป็นหลักก็เพราะว่า คนอินเดียในพื้นที่นับถือคเณศเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งการที่แต่ละรัฐหรือเมืองในอินเดียมีเทพหรือเทพีในดวงใจต่างกันไม่ใช่เรื่องแปลก เนื่องจากแต่ละท้องถิ่นล้วนมีตำนานและความเชื่อเฉพาะตัว ดังกรณีที่ฟากรัฐเบงกอลตะวันตกนิยมบูชาเทพีต่างๆ อย่างกาลีหรือทุรคา (ปางอื่นๆ ของอุมา) ซึ่งที่เมืองโกลกาตา (เมืองหลวงประจำรัฐเบงกอลตะวันตก) ก็มีเทศกาลทุรคาบูชาที่อลังการไม่แพ้คเณศจตุรถีเลยทีเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106591" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/009-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/009-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/009-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/009-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/009-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/009-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/009-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/009-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การแห่เทวรูปคเณศในที่สาธารณะอย่างออกหน้าออกตาดำเนินเรื่อยมา จนกระทั่งอังกฤษเข้ามาตั้งบริษัทอินเดียตะวันออกที่อินเดีย มีหน้าที่เป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรป จากนั้นจึงลุกลามกลายเป็นเจ้าอาณานิคมเหนืออินเดียในภายหลัง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การปกครองอย่างไม่เป็นธรรมของอังกฤษเป็นชนวนสู่กบฏครั้งใหญ่ทั่วอินเดีย ซึ่งมีผู้คนจากฝั่งอังกฤษและอินเดียเสียชีวิตจำนวนมาก หลังจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าว อังกฤษจึงออกมาตรการคุมเข้มไม่ให้คนอินเดียรวมตัวกลางสาธารณะ ด้วยเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายติลัก หนึ่งในผู้นำของกบฏครั้งสำคัญเห็นดังนั้นก็ไม่สมยอม เขาเลือกเทศกาลคเณศจตุรถีเป็นโอกาสให้คนอินเดียออกมารวมตัวกัน โดยใช้การแสดงออกทางศาสนาเป็นฉากบังหน้า กระตุ้นให้คนมุมไบออกมาร่วมขบวนแห่เทวรูปคเณศกันอย่างคับคั่ง เพื่อแสดงนัยถึงการดื้อแพ่งต่อระเบียบที่อังกฤษบังคับใช้ จนกลายเป็นธรรมเนียมการเฉลิมฉลองคเณศจตุรถีมาถึงปัจจุบัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106590" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/008-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/008-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/008-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/008-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/008-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/008-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/008-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/008-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<hr />
<p><b>หมายเหตุ:</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากปี 2563 นี้ ประเทศอินเดียได้รับผลกระทบหนักหน่วงจากโควิด-19 และมุมไบก็เป็นเมืองที่มีจำนวนผู้ติดเชื้ออันดับต้นๆ ของประเทศ คเณศจตุรถี (22 สิงหาคม) ที่มุมไบปีนี้เลยเงียบเฉา เพราะเฉลิมฉลองได้แค่ภายในครัวเรือนเท่านั้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อ้างอิง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง. (2560). </span><i><span style="font-weight: 400;">ภารตะ-สยาม? ผี พราหมณ์ พุทธ?</span></i><span style="font-weight: 400;">. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มติชน.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรีดี หงษ์สต้น. (2562). </span><i><span style="font-weight: 400;">British East India Company บริษัทอินเดียตะวันออกอังกฤษ</span></i><span style="font-weight: 400;">. กรุงเทพฯ: ยิปซี กรุ๊ป.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พระยาสัจจาภิรมย์ฯ (สรวง ศรีเพ็ญ). (2562). </span><i><span style="font-weight: 400;">เทวกำเนิด ภารตเทพปกรณัมอันอมตะ</span></i><span style="font-weight: 400;">. พิมพ์ครั้งที่ 19. นนทบุรี: ศรีปัญญา.</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mumbai-india/">Do you hear the Ganesh sing? คเณศจตุรถีกับเสียงสะท้อนด้านสิ่งแวดล้อมและการเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Where India Goes: เมื่อการขับถ่ายของคนอินเดียสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำของวรรณะ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/where-india-goes/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นบกมล ธนยากร]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Jun 2020 07:35:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ชนชั้น]]></category>
		<category><![CDATA[Where India Goes]]></category>
		<category><![CDATA[การขับถ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณะ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=99910</guid>

					<description><![CDATA[<p>อินเดียกับการขับถ่ายกลางแจ้ง (open defecation) เป็นสิ่งที่อยู่เคียงคู่กันมาเนิ่นนาน จนกลายเป็นเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ผูกติดกับชื่อประเทศอย่างสลัดไม่หลุด เรียกได้ว่า… ถ้าหากซุบซิบนินทาเกี่ยวกับประเทศอินเดียเมื่อไหร่ นอกจากความสกปรก ความยากจน อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องแทรกตัวเข้ามาอยู่ในบทสนทนาจะต้องมีการขับถ่ายกลางแจ้ง ต้องขออภัยที่ใช้ภาษาปากอันหยาบคาย แต่เราจำได้แม่นยำว่า ครูสังคมศึกษาสมัยมัธยมต้นเคยเล่าเสริมบทเรียนเรื่องสังคมอินเดียอย่างขำขันให้ฟังว่า “คนอินเดียชอบออกมาขี้กลางแจ้ง แล้วระหว่างที่ขี้ก็จะพูดคุยกันไปด้วย เลยเกิดเป็นวลีที่ว่า ‘ขี้คุย’ เพราะทั้งขี้และคุยไปพร้อมๆ กัน” ซึ่งเรียกเสียงเฮฮาจากนักเรียนได้เกรียวกราว แม้ว่าตอนนี้เราจะรู้แจ้งด้วยวิจารณญาณส่วนตัวแล้วว่า สิ่งที่ครูพูดในวันนั้นไม่น่าจะจริงก็ตาม เพราะคำว่า ‘ขี้’ ในบริบทนี้สามารถนำไปประกอบร่วมกับกริยาและอาการอื่นๆ ได้มากมาย เช่น ขี้หึง ขี้ลืม ขี้โมโห ฯลฯ โดยรับหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ ซึ่งมีหน้าที่ขยายคำนามหรือกริยา เพื่อเน้นความหมายถึงลักษณะหรืออาการที่มักจะเป็นเช่นนั้น ไม่ได้เจาะจงว่าต้องใช้ในวลีว่าขี้คุยได้เพียงหนึ่งเดียว ส่วนประเด็นเรื่องการขับถ่ายกลางแจ้งนั้น หลังจากที่เราได้เหยียบผืนแผ่นดินอินเดียด้วยตัวเอง ก็ต้องยอมรับเลยว่าจริงแท้แน่นอน โดยเฉพาะย่านชานเมืองและเมืองชนบทนานา ชวนให้เราสงสัยมากว่าเพราะเหตุใดเพื่อนร่วมโลกแถบเอเชียใต้ถึงยังขับถ่ายกลางแจ้งกันอยู่ ในยุคที่ห้องน้ำพัฒนาไปไกลจนถึงขั้นมีชักโครกที่ปรับอุณหภูมิฝารองก้นได้อัตโนมัติแล้ว หนังสือ Where India Goes ช่วยตอบปัญหาคาใจเรื่องนี้ให้เราได้อย่างแจ่มแจ้ง ทีมนักเขียนระบุว่า &#8220;การขับถ่ายกลางแจ้งในสังคมชนบทของอินเดียเป็นปัญหาที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่โดดเด่นระดับโลก&#8221; เพราะไม่สามารถแก้ไขอย่างง่ายๆ ด้วยการระดมทุนจัดสร้างห้องน้ำให้ประชาชนเข้าถึงง่ายขึ้น เหมือนอย่างประเทศอื่นๆ ที่มีปัญหาเดียวกัน เช่น บังกลาเทศและประเทศแถบทวีปแอฟริกา เนื่องจากมีตัวอย่างให้เห็นชัดเจนว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/where-india-goes/">Where India Goes: เมื่อการขับถ่ายของคนอินเดียสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำของวรรณะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อินเดียกับการขับถ่ายกลางแจ้ง (open defecation) เป็นสิ่งที่อยู่เคียงคู่กันมาเนิ่นนาน จนกลายเป็นเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ผูกติดกับชื่อประเทศอย่างสลัดไม่หลุด เรียกได้ว่า… ถ้าหากซุบซิบนินทาเกี่ยวกับประเทศอินเดียเมื่อไหร่ นอกจากความสกปรก ความยากจน อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องแทรกตัวเข้ามาอยู่ในบทสนทนาจะต้องมีการขับถ่ายกลางแจ้ง</p>
<p>ต้องขออภัยที่ใช้ภาษาปากอันหยาบคาย แต่เราจำได้แม่นยำว่า ครูสังคมศึกษาสมัยมัธยมต้นเคยเล่าเสริมบทเรียนเรื่องสังคมอินเดียอย่างขำขันให้ฟังว่า “คนอินเดียชอบออกมาขี้กลางแจ้ง แล้วระหว่างที่ขี้ก็จะพูดคุยกันไปด้วย เลยเกิดเป็นวลีที่ว่า ‘ขี้คุย’ เพราะทั้งขี้และคุยไปพร้อมๆ กัน” ซึ่งเรียกเสียงเฮฮาจากนักเรียนได้เกรียวกราว</p>
<p>แม้ว่าตอนนี้เราจะรู้แจ้งด้วยวิจารณญาณส่วนตัวแล้วว่า สิ่งที่ครูพูดในวันนั้นไม่น่าจะจริงก็ตาม เพราะคำว่า ‘ขี้’ ในบริบทนี้สามารถนำไปประกอบร่วมกับกริยาและอาการอื่นๆ ได้มากมาย เช่น ขี้หึง ขี้ลืม ขี้โมโห ฯลฯ โดยรับหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ ซึ่งมีหน้าที่ขยายคำนามหรือกริยา เพื่อเน้นความหมายถึงลักษณะหรืออาการที่มักจะเป็นเช่นนั้น ไม่ได้เจาะจงว่าต้องใช้ในวลีว่าขี้คุยได้เพียงหนึ่งเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100865" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/9-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ส่วนประเด็นเรื่องการขับถ่ายกลางแจ้งนั้น หลังจากที่เราได้เหยียบผืนแผ่นดินอินเดียด้วยตัวเอง ก็ต้องยอมรับเลยว่าจริงแท้แน่นอน โดยเฉพาะย่านชานเมืองและเมืองชนบทนานา ชวนให้เราสงสัยมากว่าเพราะเหตุใดเพื่อนร่วมโลกแถบเอเชียใต้ถึงยังขับถ่ายกลางแจ้งกันอยู่ ในยุคที่ห้องน้ำพัฒนาไปไกลจนถึงขั้นมีชักโครกที่ปรับอุณหภูมิฝารองก้นได้อัตโนมัติแล้ว</p>
<p>หนังสือ <em>Where India Goes</em> ช่วยตอบปัญหาคาใจเรื่องนี้ให้เราได้อย่างแจ่มแจ้ง ทีมนักเขียนระบุว่า &#8220;การขับถ่ายกลางแจ้งในสังคมชนบทของอินเดียเป็นปัญหาที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่โดดเด่นระดับโลก&#8221; เพราะไม่สามารถแก้ไขอย่างง่ายๆ ด้วยการระดมทุนจัดสร้างห้องน้ำให้ประชาชนเข้าถึงง่ายขึ้น เหมือนอย่างประเทศอื่นๆ ที่มีปัญหาเดียวกัน เช่น บังกลาเทศและประเทศแถบทวีปแอฟริกา</p>
<p>เนื่องจากมีตัวอย่างให้เห็นชัดเจนว่า ไม่ว่ารัฐบาลแต่ละยุคจะนำเสนอนโยบายสาธารณสุขที่ผลาญงบประมาณไปกับการสร้างห้องน้ำ ทั้งห้องน้ำส่วนตัวและสาธารณะอย่างหนักหน่วงเพียงใด ตัวเลขค่าเฉลี่ยของการขับถ่ายกลางแจ้งในสังคมชนบทของอินเดียก็ยังมากกว่าร้อยละ 50 และยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างบังกลาเทศซึ่งด้อยพัฒนากว่า กลับจัดการกับปัญหาการขับถ่ายกลางแจ้งได้ จนค่าเฉลี่ยของประชากรที่ยังขับถ่ายกลางแจ้งลดเหลือเพียงร้อยละ 5 จากจำนวนที่ทัดเทียมกัน ด้วยวิธีแก้ปัญหาแบบเดียวกัน</p>
<p>แล้วการขับถ่ายการแจ้งไม่ดียังไง ทำไมถึงปล่อยไว้แบบนั้นไม่ได้นี่คือข้อสงสัยของเรา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100870" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/14-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/14-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/14-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/14-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/14-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/14-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/14-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>หลังจากที่ทีมนักเขียนสาธยายถึงความพยายามของรัฐบาลอย่างยิ่งยวดต่อการแก้ปัญหานี้ ทั้งนโยบาย Central Rural Sanitation Programme เมื่อปี 1986, Total Sanitation Campaign เมื่อปี 1999, และ Swachh Bharat ที่ยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้คำตอบว่า การขับถ่ายกลางแจ้งนั้นส่งผลกระทบต่อคนอินเดียในระดับมหภาค เนื่องจากการขับถ่ายกลางแจ้งทำให้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างผืนดินและแม่น้ำปนเปื้อน เนื่องจากสิ่งปฏิกูลจากร่างกายมนุษย์เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคระบาดในอดีต เช่น อหิวาตกโรค (Cholera) ซึ่งมีอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง</p>
<p>ทั้งนี้ ประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการขับถ่ายกลางแจ้งจะมีอัตราการรอดชีวิตของทารกต่ำ เพราะมักเสียชีวิตจากการสัมผัสดินและน้ำที่ปนเปื้อน ส่วนในกรณีที่รอดชีวิตมาได้ก็จะไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามเกณฑ์ และมีปัญหาด้านการเรียนรู้ เนื่องจากถูกเชื้อแบคทีเรียต่างๆ จากสิ่งปฏิกูลยื้อแย่งสารอาหารจนร่างกายไม่สามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อเยาวชนเหล่านี้เติบโตก็ไม่สามารถประกอบอาชีพดีๆ ได้ ทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะประชากรเกินครึ่งหนึ่งมีรายได้ต่ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100867" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/11-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/11-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/11-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/11-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/11-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/11-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/11-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ถึงแม้รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะตระหนักถึงผลกระทบของการขับถ่ายกลางแจ้งเป็นอย่างดี การแก้ปัญหานี้ในประเทศอินเดียกลับไม่ง่ายดาย ดังที่ทีมนักเขียนได้กล่าวไว้ข้างต้น ว่าปัญหาการขับถ่ายกลางแจ้งในสังคมชนบทของอินเดียผูกยึดอยู่กับความเหลื่อมล้ำทางสังคม เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู ซึ่งศาสนาฮินดูมีการแบ่งชนชั้นวรรณะ</p>
<p>แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะกำหนดให้คนอินเดียทุกคนมีสถานะเท่าเทียมกัน แต่วรรณะก็ยังมีบทบาทสำคัญต่อสังคมอินเดีย อาจเจือจางลงบ้างในเขตพื้นที่เมือง ด้วยประชากรส่วนใหญ่เข้าถึงการศึกษา และรับเอาแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมมาปรับใช้อย่างสากล ทว่าสถานการณ์วรรณะในสังคมชนบทนั้นยังเข้มข้นไม่ต่างจากเดิม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100858" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-5.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-5.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-5-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/2-5-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>สำหรับใครที่สงสัยเรื่องวรรณะ เราขอสรุปคร่าวๆ ให้พอเข้าใจสถานการณ์ว่า ระบบวรรณะคือการแบ่งกลุ่มตามหน้าที่ ซึ่งมีทั้งหมด 4 วรรณะ ได้แก่ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ ศูทร เรียงศักดิ์จากสูงไปต่ำตามลำดับ โดยพราหมณ์มีหน้าที่ศึกษาคัมภีร์ศาสนาและสอนวิชาความรู้ต่างๆ, กษัตริย์คอยปกปักรักษาบ้านเมือง, แพศย์คือกลุ่มพ่อค้าแม่ขายและดูแลเรื่องเศรษฐกิจ ส่วนศูทรเป็นชนชั้นแรงงาน นอกจากนี้ยังมีจัณฑาล ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ถูกขับไล่ออกจากระบบวรรณะ มีสถานะต่ำต้อยและคอยทำหน้าที่ซึ่งคนในระบบวรรณะมองว่าสกปรก</p>
<p>ทั้งนี้ ประชากรในแต่ละกลุ่มต้องปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตของวรรณะตัวเองอย่างเคร่งครัด เพราะถือว่าเป็นกฎจากพระเจ้า ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ปัจจัยที่จะหนุนนำให้คนเกิดมาในวรรณะใดวรรณะหนึ่งนั้นขึ้นอยู่กับบุญที่สั่งสมมาแต่ชาติปางก่อน ซึ่งการเก็บแต้มบุญที่คัมภีร์แนะนำว่าดีเลิศก็คือการปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตของวรรณะตัวเอง ส่งผลให้ประชากรในแต่ละวรรณะมีแรงจูงใจในการก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเอง โดยมีความหวังว่าชาติหน้าจะได้เกิดในวรรณะที่ดีขึ้นกว่าเดิม</p>
<p>แล้ววรรณะเกี่ยวข้องกับการขับถ่ายกลางแจ้งยังไง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100859" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/3-5.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/3-5.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/3-5-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/3-5-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>ทีมนักเขียนระบุว่า สาเหตุหลักที่ปัญหานี้ยังไม่หมดไปจากอินเดียเป็นเพราะว่า เมื่อมีห้องน้ำก็ต้องมีการกำจัดสิ่งปฏิกูลที่ถูกขับถ่ายในห้องน้ำ ซึ่งสสารเหล่านี้ถือเป็นสิ่งสกปรก มีแค่จัณฑาลเท่านั้นที่จับต้องได้ ถ้าคนจากระบบวรรณะสัมผัสเข้าจะทำให้ร่างกายแปดเปื้อน แต่เนื่องจากสังคมอินเดียในปัจจุบันเริ่มตระหนักถึงความไม่เป็นธรรมที่จัณฑาลเผชิญ ประกอบกับการรวมกลุ่มของจัณฑาลเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียม จัณฑาลจึงดื้อแพ่งและไม่ยอมอ่อนข้อต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับกลุ่มของตนมาอย่างยาวนาน</p>
<p>พวกเขาปฏิเสธหน้าที่การกำจัดสิ่งปฏิกูล เพราะการกลับไปทำหน้าที่อันโสมมเช่นนั้นเป็นเสมือนการกลับไปก้มหัวให้คนในระบบวรรณะมองว่าตัวเองต่ำต้อยและแปดเปื้อนอีกครั้ง ซึ่งเท่ากับว่าความพยายามในการเรียกร้องสิทธิและความเท่าเทียมของจัณฑาลรุ่นเก่าก่อนต้องเสียเปล่า</p>
<p>เมื่อจัณฑาลไม่ยอมจำนนให้กับหน้าที่ดังกล่าว จึงส่งผลให้คนอินเดียในระบบวรรณะสะดวกใจที่จะไปขับถ่ายกลางแจ้งมากกว่า เพราะไม่อยากมีภาระในการกำจัดสิ่งปฏิกูล (ของตัวเอง) ด้วยตัวเอง เนื่องจากเกรงว่าการแตะต้องสสารเหล่านั้น และการยื่นมือไปทำหน้าที่ที่พวกตนมองว่าต้อยต่ำจะทำให้ความบริสุทธิ์ของวรรณะต้องด่างพร้อย ดังนั้นไม่ว่ารัฐบาลยุคใดจะออกนโยบายสาธารณสุขเพื่อช่วยสร้างห้องน้ำให้มากมายเพียงไร คนอินเดียกลุ่มนี้ก็ไม่ยอมใช้อยู่ดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100857" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1-6.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1-6.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1-6-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1-6-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>ในฐานะคนที่เข้า-ออกประเทศอินเดียอยู่เนืองๆ ข้อมูลจากหนังสือเล่มนี้เปิดโลกเราอย่างมาก เพราะเราไม่เคยคิดเลยว่าการขับถ่ายกลางแจ้งของคนอินเดียที่เรามักขำขันด้วยความประหลาดตายามพบเจอ จะมีสาเหตุจากปัจจัยเรื่องโครงสร้างทางสังคมอย่างระบบวรรณะซุกซ่อนอยู่</p>
<p>ตราบใดที่ชนชั้นวรรณะยังคงสืบทอดต่อไปในอินเดีย การขับถ่ายกลางแจ้งก็คงจะยังอยู่คู่คำซุบซิบนินทา ในยามที่กล่าวถึงอินเดียอยู่ร่ำไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/where-india-goes/">Where India Goes: เมื่อการขับถ่ายของคนอินเดียสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำของวรรณะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>India’s Next Top Model พาส่องจริตนายแบบนางแบบตัวจี๊ดที่อินเดีย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/indias-next-top-model/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นบกมล ธนยากร]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 Feb 2019 07:08:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[india]]></category>
		<category><![CDATA[journey]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=53145</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิ่งหนึ่งที่ปาราวตีสัมผัสได้ตั้งแต่วันแรกในอินเดีย และเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตลอดการเดินทางเข้า-ออกประเทศนี้เป็นว่าเล่นตลอดสองปีที่ผ่านมา คือความรักกล้องของคนที่นี่ ตอนแรกหญิงสาวงงมากว่ากวักมือเรียกทำไม   เริ่มต้นจากพ่อค้าแม่ขายก่อน ผ่านร้านนี้ก็เรียก ร้านนั้นก็เรียก แต่หลังๆ คนทั่วไปก็มีพฤติกรรมไม่ต่างกัน พอยอมเดินเข้าไปหาถึงได้รู้ว่า การกวักมือเรียกนั้น ไม่ได้จะขายของ ไม่ได้จะไถเงิน แต่หมายความว่า ‘ถ่ายรูปให้หน่อย’ ต่างหาก กดชัตเตอร์เสร็จ ยื่นกล้องให้นางแบบนายแบบจำเป็นเช็กรูปตัวเองจนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วก็แล้วกันไป ไม่มีตามตื๊อให้ซื้อของแต่อย่างใด เจนไน รัฐทมิฬนาฑู (Chennai, Tamil Nadu) แก๊งคริกเก็ต―กีฬาสายตบคล้ายเบสบอล อิทธิพลจากอังกฤษสมัยอาณานิคม ที่ชายหาดมาริน่า (Marina Beach) ชวนปาราวตีเข้าไปร่วมแจม รับบทนางหวดไม้ แต่หลังจากลูกแรกเฉี่ยวหัวหญิงสาวหวุดหวิดก็คิดได้ว่า&#8230; กลับมาจับกล้องเหมือนเดิมจะปลอดภัยกว่า หนุ่มๆ เห็นภายนอกว่าปาราวตีเป็นเด็กชาย จ่อไมค์สัมภาษณ์กันยกใหญ่ “ทำไมมาเที่ยวคนเดียว ไม่เหงาบ้างหรอ มีแฟนสาว (girlfriend) สักคนสิ…” ปาราวตีได้แต่ตอบปัดพลางยิ้มแห้ง ก่อนหนุ่มจะเปลี่ยนคำถามเป็น “แล้วแฟนหนุ่ม (boyfriend) ล่ะ” แหม แฟนหนุ่มก็รับสมัครอยู่นะค้า       เบงกาลูรู รัฐกรณาฏกะ (Bengaluru, Karnataka) ระหว่างเดินจับจ่ายที่ตลาดเคอาร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/indias-next-top-model/">India’s Next Top Model พาส่องจริตนายแบบนางแบบตัวจี๊ดที่อินเดีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่ปาราวตีสัมผัสได้ตั้งแต่วันแรกในอินเดีย และเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตลอดการเดินทางเข้า-ออกประเทศนี้เป็นว่าเล่นตลอดสองปีที่ผ่านมา คือความรักกล้องของคนที่นี่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนแรกหญิงสาวงงมากว่ากวักมือเรียกทำไม  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นจากพ่อค้าแม่ขายก่อน ผ่านร้านนี้ก็เรียก ร้านนั้นก็เรียก แต่หลังๆ คนทั่วไปก็มีพฤติกรรมไม่ต่างกัน พอยอมเดินเข้าไปหาถึงได้รู้ว่า การกวักมือเรียกนั้น ไม่ได้จะขายของ ไม่ได้จะไถเงิน แต่หมายความว่า ‘ถ่ายรูปให้หน่อย’ ต่างหาก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กดชัตเตอร์เสร็จ ยื่นกล้องให้นางแบบนายแบบจำเป็นเช็กรูปตัวเองจนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วก็แล้วกันไป ไม่มีตามตื๊อให้ซื้อของแต่อย่างใด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53198" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-5.jpg" alt="" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-5-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>เจนไน รัฐทมิฬนาฑู </b></p>
<p><b>(Chennai, Tamil Nadu)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แก๊งคริกเก็ต</span><span style="font-weight: 400;">―</span><span style="font-weight: 400;">กีฬาสายตบคล้ายเบสบอล อิทธิพลจากอังกฤษสมัยอาณานิคม ที่ชายหาดมาริน่า (Marina Beach) ชวนปาราวตีเข้าไปร่วมแจม รับบทนางหวดไม้ แต่หลังจากลูกแรกเฉี่ยวหัวหญิงสาวหวุดหวิดก็คิดได้ว่า&#8230; กลับมาจับกล้องเหมือนเดิมจะปลอดภัยกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนุ่มๆ เห็นภายนอกว่าปาราวตีเป็นเด็กชาย จ่อไมค์สัมภาษณ์กันยกใหญ่ “ทำไมมาเที่ยวคนเดียว ไม่เหงาบ้างหรอ มีแฟนสาว (girlfriend) สักคนสิ…” ปาราวตีได้แต่ตอบปัดพลางยิ้มแห้ง ก่อนหนุ่มจะเปลี่ยนคำถามเป็น “แล้วแฟนหนุ่ม (boyfriend) ล่ะ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แหม แฟนหนุ่มก็รับสมัครอยู่นะค้า      </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53195" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-2.jpg" alt="" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-2-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>เบงกาลูรู รัฐกรณาฏกะ </b></p>
<p><b>(Bengaluru, Karnataka)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระหว่างเดินจับจ่ายที่ตลาดเคอาร์ ชายหนุ่มร้านรองเท้าผ้าใบหลากสีหลายยี่ห้อส่งยิ้มให้ปาราวตี เช่นเคย เขาต้องการถ่ายรูป แถมดูท่าทางชอบรูปตัวเองมาก ก่อนปาราวตีจากไปจึงรีบมารั้งตัวไว้ พร้อมพ่นภาษาอังกฤษสำเนียงอินเดียใส่ จับใจความได้แค่ “My love”  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุ๊ย แค่ถ่ายรูปให้ก็ได้เลื่อนสถานะเลยเหรอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยอมเดินตามไปสักพักถึงเข้าใจว่า อ๋อ เขาจะพาไปเจอ ‘my love’ ของเขา ซึ่งก็คือภรรยาที่กำลังเล่นกับลูกสาวอยู่ร้านถัดไปไม่กี่เมตรต่างหาก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปาราวตีเซ็ง! </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53194" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india.jpg" alt="" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>เบงกาลูรู รัฐกรณาฏกะ </b></p>
<p><b>(Bengaluru, Karnataka)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนแรกปาราวตีกะว่าจะถ่ายภาพรวมของร้านที่มีผลไม้ห้อยระโยงระยางอยู่ด้านหน้า บริเวณสถานีขนส่งเก็มเปคาวดะ (Kempegowda Bus Station) หรือที่คนท้องถิ่นเรียกสั้นๆ ว่ามาเจสติก (Majestic) แต่พี่คนขายดันรู้ตัวเลยกวักมือเรียกให้เข้าไปถ่ายรูปเขาแทน  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังชื่นชมภาพตัวเองแล้วถูกอกถูกใจเกินเบอร์ ชายหนุ่มจึงลากหญิงสาวออนทัวร์ ตระเวนถ่ายรูปเขาคู่เพื่อนสนิทมิตรสหายในร้านรวงละแวกเดียวกัน วิ่งเข้าร้านนี้ ทะลุออกร้านนู้น ลูกค้ายืนรอซื้อน้ำผลไม้ก็ไม่สนใจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก็พี่จะถ่ายรูป” พี่เขาไม่ได้กล่าวไว้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53196" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-3.jpg" alt="" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-3-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>มังกาลูรู รัฐกรณาฏกะ </b></p>
<p><b>(Mangaluru, Karnataka) </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชายหนุ่มชาวประมงที่ชายหาดอูลลัล (Ullal Beach) ดูชื่นชอบการถ่ายรูปมากกว่าใครๆ ที่ปาราวตีเคยเจอ ทั้งช่วยคิดมุมคิดองศากล้องดิบดี และต่างจากคนอื่น นายแบบร้อยโพสคนนี้ไม่ยอมปล่อยให้รูปตัวเองหลุดมือ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“Give me your WhatsApp” ปาราวตีแสร้งขวยเขิน แต่นิ้วจิ้มเบอร์มือถือรัวๆ บอกชายหนุ่มไว้ก่อนว่า “เดี๋ยวส่งให้ตอนว่างนะคะ” ทว่าผ่านพ้นไปไม่ถึงวัน พี่แกก็วอตส์แอพใส่ปาราวตีเป็นชุด โทรบ้าง พิมพ์ข้อความบ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“Send pic bro” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“Please bro”  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปาราวตีทนไม่ไหว ต้องปิด 4G หนีชั่วคราว จริงๆ คือโกรธที่เรียกว่า bro! แต่กลับไทยมาปาราวตีก็ส่งรูปให้ตามสัญญา แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย ล่าสุดตั้งเป็นรูปโปรไฟล์เรียบร้อย </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53200" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-7.jpg" alt="" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-7-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>มฑุไร รัฐทมิฬนาฑู </b></p>
<p><b>(Madurai, Tamil Nadu)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปาราวตีสถาปนาตัวเองเป็นเจ้าหญิงวงการขนส่งมวลชน เพราะหญิงสาวต่อราคาออโต้ริกชอว์</span><span style="font-weight: 400;">―</span><span style="font-weight: 400;">รถรับจ้างคล้ายตุ๊กตุ๊ก มีมิเตอร์ไว้ประดับมากกว่าใช้จริงไม่เก่ง ถ้าระยะทางน้อยกว่าสามกิโลเมตร ปาราวตีพร้อมเดิน!    </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากป้ายรถเมล์นอกเมืองสู่เขาสัมนาร์ (Samanar Hills) หุบเขาหินแกรนิตขนาดย่อม โดดเด่นเรื่องภาพสลักนูนต่ำศาสนาเชนอายุนับร้อยปี ปาราวตีต้องเดินเกือบเต็มโควตาที่วางไว้ เหนื่อยหอบจนเกือบถอดใจ แต่แล้ว&#8230; </span><span style="font-weight: 400;">มอเตอร์ไซค์ที่เพิ่งขับเลยไปก็ยูเทิร์นกลับมา หญิงสาวข่มความดีใจไว้ไม่อยู่ คุณลุงคงสงสารนักท่องเที่ยวตาดำเหงื่อซ่กคนนี้สินะ คงแวะมาถามว่าไปด้วยกันไหมสินะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รถจอดเทียบท่า ปาราวตีพร้อม say yes รับข้อเสนอเต็มที่ แต่ลุงชี้มาที่กล้อง “Take pic, take pic” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ได้เลยค่ะ ถ่ายกี่รูปก็ได้ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองหนุ่มน้อยใหญ่พร้อมใจแอกต์ท่านิ่งคูล เสร็จแล้วสตาร์ทรถวิ่งฉิวออกไป ไม่สนใจปาราวตี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เดี๋ยวสิคะ เอาปาราวตีไปด้วยค่า&#8230;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53203" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>มุมไบ รัฐมหาราษฏระ</b></p>
<p><b>(Mumbai, Maharashtra)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปาราวตีเสียเวลาต่อค่าโดยสารกลับที่พักอยู่เนิ่นนาน ทั้งเหนื่อย ทั้งเพลีย ทั้งท้อ! แต่เพื่อราคาสมเหตุสมผลแล้ว หญิงสาวทนได้ สุดท้ายพอถึงคราวต้องจากลา ชายหนุ่มคนขับกลับไม่มีเงินทอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์นี้ตลอด ไม่มีเงินทอนตลอด ปาราวตีจะไม่ยอมเป็นเหยื่ออีกต่อไป สวมจริตเจ้าหนี้แผงตลาดทวง 20 รูปี (10 บาท) ซึ่งก็ไร้ผลจนต้องถอดใจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โอเคค่ะ ตามใจคุณพี่เลย ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเงินสิบบาท </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หญิงสาวหันหลังกลับสะบัดผม เตรียมก้าวฉับๆ เข้าซอย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“One more, one more” ชายหนุ่มรั้งปาราวตี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เอ้า ยอมให้คิดเกินแล้วไง มา one more, one more อะไร จะคิดเพิ่มหรอ ไม่ได้ ตกลงกันแล้ว ทำไมทำแบบนี้” ปาราวตีรัวภาษาไทยสู้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“&#8230;One picture, sir” พลางชี้กล้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เปิดแฟลช</span><i><span style="font-weight: 400;"> แชะ!</span></i><span style="font-weight: 400;"> แล้วเชิดหนี (ต้อง madam ไหมล่ะ) </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53202" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-9.jpg" alt="" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-9-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>โชธปุระ รัฐราชสถาน</b></p>
<p><b>(Jodhpur, Rajasthan)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปาราวตีสวมจิตวิญญาณนางเท้าเดินดุ่มๆ มาชุมชนเล็กตกสำรวจริมกำแพงเมืองเก่า ห่างศูนย์กลางเมืองสีฟ้าไม่กี่กิโลเมตร ทันทีที่หญิงสาวเยื้องกรายเดินฉุยฉายเข้าเขตแดน เสียงตะโกนโห่ร้องก็ดังระงมจากตึกรามบ้านช่องขนาบข้าง เซย์ไฮจากหน้าต่างบ้าง ดาดฟ้าบ้าง โบกไม้โบกมือให้ปาราวตีกันสุดฤทธิ์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่สินะ สิ่งที่ชมพู่ อารยา รู้สึกตอนเดินพรมแดงเมืองคานส์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“Ek pic” ก๊วนเด็กน้อยทักทายปาราวตีสั้นๆ หญิงสาวเข้าใจทันที เพราะซ้อมภาษาฮินดีมาบ้าง ‘ek / เอก’ แปลว่าหนึ่ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘ขอหนูหนึ่งรูปค่ะพี่คนสวย’ เด็กๆ คงบอกแบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8230;ได้เลยจ้ะลูก </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53197" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-4.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-4-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-4-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>โกจิ รัฐเกรละ</b></p>
<p><b>(Kochi, Kerala)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปาราวตีบ้าหอบกล้อง มีกี่ตัวต้องพร้อมหยิบพร้อมใช้ตลอดเวลา เพราะหญิงสาวจะพลาดโมเมนต์ประทับใจไม่ได้เด็ดขาด หลังเดินรอบเมืองจนเหนื่อยหอบ ปาราวตีแวะซื้อ Thums Up เครื่องดื่มโคล่าสัญชาติอินเดียดับกระหาย แต่คุณลุงเจ้าของร้านไม่สนใจปาราวตีสักนิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“What’s that?” ลุงขมวดคิ้วครุ่นคิด ยื่นมือจับกล้องโกโปรตัวจิ๋วรูปทรงประหลาดตาคล้องไหล่ปาราวตี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“It’s a camera” ยื่นเงินให้ 14 รูปี (7 บาท)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“Really?” ยังจับกล้องอยู่ ไม่สนใจเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปาราวตีจัดชุดสาธิตวิธีใช้งาน คุณลุงชอบใจมาก หลังเข้าใจระบบกล้องถี่ถ้วน เลยขอถือกดเซลฟี่ตัวเองอย่างชำนาญ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังรับมอบกล้องคืน กระดกยกซด Thums Up หมดขวด ปาราวตีก็จากมา พร้อมเงิน 14 รูปีที่ลุงไม่สนใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8230;หลอกกกก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53201" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-8.jpg" alt="" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-8-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ไฮเดอราบาด รัฐเตลังคานา</b></p>
<p><b>(Hyderabad, Telangana)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปาราวตีตื่นตูมทุกครั้งที่เห็นตำรวจ จากภาพจำตลอดชีวิตผ่านคนรอบข้าง ว่าโดนตำรวจเรียกเมื่อไหร่เสียเงินเมื่อนั้น และในที่สุด วันนั้นก็มาถึงหญิงสาว สองตำรวจกวักมือเรียกปาราวตีหน้าขรึม ขณะเดินเล่นส่งยิ้มอวดโฉมหนุ่มๆ ในเมือง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปาราวตีแสร้งไม่เห็นและเดินต่อไปเร็วจี๋ ‘หล่อนต้องโดนข้อหาอะไรแน่ๆ หล่อนดูมีพิรุธ’ เสียงในหัวเป่าหูปาราวตี หลังรู้ตัวว่าไม่ได้หยิบพาสปอร์ตติดมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่คุณตำรวจเดินอ้อมหน้ามาทันท่วงที หญิงสาวตั้งสมาธิคุมสติส่งยิ้มหวาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“Japanese” คุณตำรวจทักทาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“No, Thailand” ไหว้โชว์หนึ่งยก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“One picture of us” พร้อมยืนแอกต์หลังรถเครนก่อสร้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8230; </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(ภายหลังปาราวตีถึงสังเกตเห็นสองหนุ่มในเงามืด) </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53199" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-6.jpg" alt="" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/india-6-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>พาราณสี รัฐอุตตรประเทศ</b></p>
<p><b>(Varanasi, Uttar Pradesh)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคิดจะคล้องกล้องเดินตลาด ปาราวตีต้องมั่นใจว่าวันนี้หลับเต็มตื่น อารมณ์สดใส ไม่มีหลุดวีนเหวี่ยงยามพ่อค้าแม่ขายชักชวนให้ถ่ายรูป  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองหนุ่มร้านขายของไหว้ในตรอกเล็กแคบทางเข้าวัดฮินดูตะโกนเรียกหญิงสาว แน่นอน ปาราวตีรู้คิว เตรียมพร้อมตั้งท่าถ่ายรูป คุณป้าด้านหลังไม่พอใจหลังโดนขวางทางจราจร สะกิดเรียกพึมพำหน้ามุ่ยใส่ หนุ่มๆ เห็นหญิงสาวโดนโจมตี จึงช่วยออกโรงปกป้องกันโผงผาง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปาราวตีได้แต่เก็บกล้องเงียบๆ แล้วเดินจากมา หลบสายตาคนรอบข้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนูไม่รู้เรื่องนะค้า&#8230;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครอยากลองพิสูจน์เรื่องราวของปาราวตี ลองถือกล้องเดินไปเดินมาตามตรอกซอกซอยอินเดียดูสิคะ ช่วงตกทุกข์ได้ยากยังคิดอยู่ว่าถ้าเรียกเก็บเงินค่าถ่ายรูป คงต่อชีวิตหญิงสาวได้อีกหลายวัน </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/indias-next-top-model/">India’s Next Top Model พาส่องจริตนายแบบนางแบบตัวจี๊ดที่อินเดีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
