<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กรกมล เตี่ยไพบูลย์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/kxrnkamon/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/kxrnkamon/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 22 Aug 2024 10:27:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>What my bones know รอยทรงจำในกระดูก : หนังสือเลี้ยงลูกให้เป็นพิษ ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นจนจำฝังใจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/what-my-bones-know/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กรกมล เตี่ยไพบูลย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Aug 2024 11:26:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[Whatmybonesknow]]></category>
		<category><![CDATA[รอยทรงจำในกระดูก]]></category>
		<category><![CDATA[Being]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=176689</guid>

					<description><![CDATA[<p>*ในบทความนี้มีเนื้อหาที่เปิดเผยเรื่องราวในหนังสือ หลายๆ คนคงเคยได้ยินคำว่า “Don&#8217;t judge a book by its cover” อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก แต่สำหรับเราคงจะเป็น “I judge book by their covers because I have respect for graphic designer” แต่เราก็เลือกหนังสือจากหน้าปก เพราะเราเข้าใจมันในแง่มุมของกราฟิก หน้าปกหนังสือที่ต้องตาจนอยากจะหยิบขึ้นมาทำความรู้จักมันคือ “What my bones know: รอยทรงจำในกระดูก” ของผู้เขียน Stephanie Foo แปลโดย อรดา ลีลานุช ของสำนักพิมพ์ Be(ing) ที่สวยงามดึงดูดตาตั้งแต่แรกเห็น พื้นหลังหน้าปกสีน้ำเงินสดที่ตัดเข้ากับสีดำและสีเงินได้เป็นอย่างดี ฉากหลังที่ส่งเสริมดอกไม้ที่มีลวดลายแบบเอกซเรย์ เห็นกระดูกและข้อต่อของดอกไม้ที่ก่อให้เกิดความสงสัยจนอยากจะเปิดอ่านทันทีว่าหนังสือเล่มนี้กำลังเล่าเรื่องอะไร ภาพหน้าปกถึงได้สื่อออกมาเช่นนั้น หนังสือ What my bones know: รอยทรงจำในกระดูก คือการบันทึกเรื่องราวการเยียวยาตนเองจากบาดแผลทางใจอันซับซ้อนและขื่นขมของ ‘Stephanie Foo’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/what-my-bones-know/">What my bones know รอยทรงจำในกระดูก : หนังสือเลี้ยงลูกให้เป็นพิษ ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นจนจำฝังใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>*ในบทความนี้มีเนื้อหาที่เปิดเผยเรื่องราวในหนังสือ<br><br>หลายๆ คนคงเคยได้ยินคำว่า “Don&#8217;t judge a book by its cover” อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก แต่สำหรับเราคงจะเป็น “I judge book by their covers because I have respect for graphic designer” แต่เราก็เลือกหนังสือจากหน้าปก เพราะเราเข้าใจมันในแง่มุมของกราฟิก</p>



<p>หน้าปกหนังสือที่ต้องตาจนอยากจะหยิบขึ้นมาทำความรู้จักมันคือ “What my bones know: รอยทรงจำในกระดูก” ของผู้เขียน Stephanie Foo แปลโดย อรดา ลีลานุช ของสำนักพิมพ์ Be(ing) ที่สวยงามดึงดูดตาตั้งแต่แรกเห็น พื้นหลังหน้าปกสีน้ำเงินสดที่ตัดเข้ากับสีดำและสีเงินได้เป็นอย่างดี ฉากหลังที่ส่งเสริมดอกไม้ที่มีลวดลายแบบเอกซเรย์ เห็นกระดูกและข้อต่อของดอกไม้ที่ก่อให้เกิดความสงสัยจนอยากจะเปิดอ่านทันทีว่าหนังสือเล่มนี้กำลังเล่าเรื่องอะไร ภาพหน้าปกถึงได้สื่อออกมาเช่นนั้น<br><br>หนังสือ What my bones know: รอยทรงจำในกระดูก คือการบันทึกเรื่องราวการเยียวยาตนเองจากบาดแผลทางใจอันซับซ้อนและขื่นขมของ ‘Stephanie Foo’ นักข่าวและโปรดิวเซอร์รายการวิทยุผู้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและความรักบนฉากหน้า แต่เบื้องหลังชีวิตของเธอกลับเป็นผู้ที่เติบโตขึ้นท่ามกลางความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ โดยผู้สร้างบาดแผลทางร่างกายและจิตใจสุดหนักหน่วง ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่มาจากคนใกล้ชิดอย่างพ่อและแม่ของเธอเอง</p>



<p>เนื้อเรื่องเล่าถึงเธอโดนกล่าวหาว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้แม่พยายามฆ่าตัวตาย แต่เธอกลับปกป้อง ขอร้อง และหาสาเหตุที่แม่ควรมีชีวิตอยู่ เธอโทษตัวเองเสมอว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อกับแม่ไม่มีความสุข เป็นเด็กไม่ดี รวมถึงสวดอธิษฐานกับพระเจ้าให้ตนเองนั้นเป็นเด็กดี และขอให้พ่อแม่ของตนเองมีความสุขเช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>“ฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนพื้น หมดแรง พูดซ้ำๆ ออกมาเบาๆ ว่า ‘ไม่ยุติธรรมเลย ไม่ยุติธรรมเลย หนูไม่ได้ทำแบบนี้เพราะว่าหนูไม่ดี หนูทำเพื่อปกป้องพ่อกับแม่ ไม่ยุติธรรมเลย’ ” ในเรื่องจะเห็นว่าเธอเป็นลูกสาวที่โดนกดดันจากครอบครัวอย่างหนัก โดยครอบครัวของเธอเป็นชาวเอเชียที่ต้องอพยพลี้ภัยมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา จากความกดดัน ปัญหามรสุมของครอบครัว และปัญหาสภาพแวดล้อมทางสังคม เธอมักโทษตัวเองเสมอว่า ความผิดทั้งหมดมาจากตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องที่ทำให้พ่อแม่ของเธอนั้นไม่มีความสุข และนั่นทำให้เธอรู้สึกแย่ในจิตใจจนฝังลึก ปัญหานั้นส่งผลกระทบต่อจิตใจจนทำให้เธอต้องไปพบจิตแพทย์</p>



<p>เมื่อเวลาผ่านไปเธอโตขึ้นและใช้ชีวิตแยกออกห่างจากพ่อแม่ พร้อมทั้งตามหาจิตแพทย์ที่เข้าใจเธอโดยแท้จริงเพื่อบำบัดบาดแผลลึกในจิตใจดังกล่าว ประกอบกับในช่วงเวลานั้นเธอมีคนรักและครอบครัวของเขาที่พร้อมโอบรับเธอเข้าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเสมอ จึงทำให้ Stephanie รู้สึกปลอดภัยและมีความเข้มแข็งในจิตใจมากยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176690" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ต้นตอบาดแผลใจมาจากปัญหาในครอบครัว</h4>



<p>สาเหตุที่ Stephanie มีบาดแผลทางจิตใจ ส่วนสำคัญมาจากพฤติกรรมที่ผู้ปกครองถ่ายทอดส่งต่อไปยังลูก ซึ่งพฤติกรรมของผู้ปกครองเองก็ได้รับมาจากพ่อแม่ของเขาอีกทอดหนึ่งเช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>“พ่อแม่ชาวเอเชียไม่ได้ ถูกสอนให้หายใจช้าๆเพื่อสงบสติอารมณ์เมื่อพวกเขาโมโห และพวกเขาหลายคนก็ไม่ได้ถูกสอนให้เลิกใช้ไม้เรียวด้วย” สิ่งเหล่านี้ต่างเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในสายเลือดราวกับฝังลงสู่กระดูกและถูกส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น เหมือนกับชื่อหนังสือ &#8216;รอยทรงจำในกระดูก&#8217;<br><br>ปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เด็กคนนึงต้องเติบโตพร้อมกับบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูลูกของพ่อแม่ เรื่องสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เด็กคนหนึ่งนั้นจะเติบโตมา หรือพฤติกรรมของตัวเองที่เราอาจมองว่าเป็นเรื่องปกติในชีวิต แต่ทุกการกระทำของเรานั้น&nbsp; บางอย่างเราอาจจะสร้างบาดแผลทางใจให้กับคนอื่นโดยที่เราไม่รู้ตัวก็เป็นไปได้</p>



<p>ซึ่งในหนังสือนี้พูดถึงวัฒนธรรมการสอนและการเลี้ยงลูกแบบค่านิยมของชาวเอเชีย (Asian parents) ด้วยระบบโครงสร้างการเลี้ยงดูแบบการยึดถือลำดับชั้นอาวุโส ให้เด็กนั้นต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามและด้วยการที่ครอบครัวของ Stephanie เป็นคนเชื้อสายจีน หนึ่งในชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ และศาสนาที่เผชิญกับการเลือกปฏิบัติในมาเลเซีย ก่อให้เกิดการจลาจลในกัวลาลัมเปอร์  ชาวจีนหลายร้อยคนถูกสังหารหมู่ ถูกฆ่าตายอย่างโหดร้าย ทำให้ครอบครัวของเธอต้องอพยพไปอยู่ที่ซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย ในประเทศสหรัฐอเมริกา และด้วยภูมิหลังที่ครอบครัวของเธอประสบพบเจอมาอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวต้องเลี้ยงดูเธอให้เผชิญกับความเจ็บปวดดังกล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176691" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>โรค PTSD ความเจ็บฝังใจ บาดแผลฝังลึก</strong></h4>



<p>หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงเล่าถึงชีวิตของเด็กสาวที่น่าสงสาร แต่ยังพาเราไปทำความรู้จักและเข้าใจของผู้ที่เป็น PTSD หรือ Post Traumatic Stress Disorder และ Complex PTSD&nbsp;หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับ PTSD ความเจ็บป่วยจากการเจอเหตุการณ์ร้ายแรงที่กระทบต่อจิตใจ เช่น ทหารผ่านศึก ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุร้ายแรง หรือความรุนแรงจากการถูกทำร้ายร่างกายเพียงครั้งเดียว&nbsp;</p>



<p>แต่ Complex PTSD นั้นจะเจาะจงไปยังความเจ็บป่วยในใจที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และรุนแรง ซึ่งมักจะเกิดในช่วงวัยเด็ก และส่วนใหญ่มักจะเป็นการข่มเหงหรือทารุณกรรม ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจของหนังสือเล่มนี้มีการบรรยายลักษณะที่ Stephanie โดนกระทำได้อย่างเจ็บแสบ เมื่อเราอ่านเรื่องราวที่พ่อแม่ของเธอทำร้ายด้วยคำพูดต่างๆ นานา แต่สิ่งที่ทำให้เราเข้าใจและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละคร&nbsp;คือส่วนที่บรรยายว่าเธอโดนกระทำให้เจ็บปวดทางด้านร่างกายอย่างไร&nbsp;</p>



<p>“ ‘แกมันไม่เคารพพ่อแม่ แกมันไม่มีค่าอะไรเลย นังปีศาจน่ารังเกียจ ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงคลอดแกออกมา!’ แม่ตบตีฉันต่อไป ทั้งตามร่างกาย ใบหน้า และศีรษะของฉัน จากนั้นแม่ก็ดึงผมของฉันและลากฉันออกจากห้อง ลงไปข้างล่าง และลากไปตรงมุมห้อง ”</p>



<p>มิติในการเล่าเรื่องของหนังสือเล่มนี้ ดำเนินการเล่าเรื่องโดยมีพาร์ทที่ตัวละครสนทนากันเป็นคำพูด ปะปนกับที่ตัวละครพูดคุยกับคนอ่าน บรรยายเล่าเรื่องเหตุการณ์ต่างๆ ให้ผู้อ่านฟัง และมีการพูดถึงเรื่องทางวิชาการเกี่ยวกับโรคจิตเวชอีกด้วย</p>



<p>“ฉันไม่ใช่ผู้หญิง ฉันคือดาบ”</p>



<p>หญิงสาวผู้ต่อสู้ ฟาดฟันเพื่อปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อเข็มขัดหรือไม้กอล์ฟ หรือคนที่เฝ้าประตูที่บอกว่าเธอต้องมีชีวิตอยู่ ความเจ็บปวดเหล่านั้นกลายเป็นพลังให้เธอลุกขึ้นมาหาหนทางในการเยียวยาตนเอง แต่การเป็นดาบนั้นหมายความว่าเธอไม่สามารถวางอาวุธได้ เธอกลายเป็นผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยบาดแผลทางใจ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-4-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-176692" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-4-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-4-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-4-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-4-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-4-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-4.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>กำลังใจคือส่วนสำคัญของการต่อสู้กับโรค</strong></h4>



<p>แม้เธอจะประสบพบเจอกับความรุนแรงที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจเธอในอดีต แต่เมื่อเธอเติบโตขึ้น เธอสู้กับโรคนี้โดยมีคนรักที่อยู่เคียงข้างเธอ และครอบครัวของเขาที่ยินดีต้อนรับเธอเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ทำให้อาการจากโรค Complex PTSD ของเธอนั้น ค่อยๆ ดีขึ้น ยกตัวอย่างประโยคหนึ่งที่น่าสนใจในหนังสือกล่าวว่า</p>



<p>“PTSD บอกฉันอยู่เสมอว่าฉันอยู่ตามลำพัง ว่าไม่มีใครสามารถรักฉันได้ ว่าฉันเป็นพิษ แต่ตอนนี้ทุกอย่างแจ่มแจ้ง ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องโกหก PTSD ของฉันทำให้ฉันมองไม่เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ ต่างหาก”&nbsp;</p>



<p>ดังนั้นสภาพแวดล้อม สังคม หรือคนรอบข้างที่อยู่เคียงข้างผู้ป่วยด้วยความรักและความเข้าใจ มีผลต่อการรักษาโรค ไม่เพียงแต่โรคทางจิตเวชเท่านั้น ยารักษาที่ดีอาจไม่ใช่ยาราคาแพง หรือหมอเก่งๆ แต่อาจจะเป็น &#8216;ยาใจ&#8217; สิ่งสำคัญที่เธอได้รับกำลังใจมาจากคนที่เธอรัก ครอบครัวของเขา และเพื่อนๆของเธอ</p>



<p>การกระทำและคำพูดเพียงเล็กน้อยของเราเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าการกระทำและคำพูดของเราอาจจะไปสร้างความเจ็บปวดให้คนอื่นโดยไม่รู้ตัว<br>หากใครสนใจหนังสือเล่มนี้ ขอแจ้งเตือนว่า ภายในเนื้อหามีบทบรรยายการใช้ความรุนแรงในครอบครัว แม้ในหนังสือเล่มนี้จะมีการบรรยายถึงเหตุการณ์รุนแรงของ Stephanie ที่โดนทำร้ายร่างกายจากพ่อแม่ของเธอ แต่เรื่องราวในหนังสือนั้นมีความน่าติดตามต่อจนอยากที่จะอ่านจนจบเล่มเลยทีเดียว &nbsp; &nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/what-my-bones-know/">What my bones know รอยทรงจำในกระดูก : หนังสือเลี้ยงลูกให้เป็นพิษ ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นจนจำฝังใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;หน่อง ลำยูรโฟโต้&#8217; ความรักในแผ่นฟิล์มตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เด็กจนเปิดโรงเรียนสอนให้คนรักการถ่ายภาพ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/nong-lamyoonphoto/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Darapha Chiraphan]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Aug 2024 05:44:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Young อยู่ในใจ]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<category><![CDATA[Internduction]]></category>
		<category><![CDATA[Youngอยู่ในใจ]]></category>
		<category><![CDATA[บูมเมอร์แล้วไงใจยังบลูมมิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ลำยูรโฟโต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=176522</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยสงสัยกันไหมว่าพลังของแพชชัน ความหลงใหล และการเรียนรู้จะผลักดันคนๆ หนึ่งไปในเส้นทางใดบ้าง เราขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ ‘อาจารย์หน่อง ลำยูรโฟโต้’ หรือ จตุรงค์ หิรัญกาญจน์ ชายวัยเกษียณผู้มีใจรักในการถ่ายภาพ และแผ่นฟิลม์จนถึงขั้นเปิดโรงเรียนสอนล้าง อัด ขยายฟิลม์ขาวดำทุกขั้นตอนแบบละเอียดยิบในวัย 60 กว่าปี หน่องชื่นชอบการถ่ายภาพมาตั้งแต่เด็ก และแน่วแน่กับเส้นทางช่างภาพมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน ความหลงใหลนั้นก็ได้ผลักดันให้เขาเรียนรู้ศาสตร์ของรูปภาพด้วยตัวเอง การลองผิดลองถูกนับครั้งไม่ถ้วน เกิดเป็นสไตล์การถ่ายภาพขาวดำ รวมถึงเทคนิคการซ่อนภาพฟิล์มอันเป็นเอกลักษณ์ ตลอดช่วงเวลาในการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นพาร์ตการเรียน มิตรภาพ และสายอาชีพ ต่างก็มีการถ่ายภาพ และแผ่นฟิล์มเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวเหล่านั้น และหล่อหลอมเขาจนกลายเป็น ‘อาจารย์หน่อง’ ผู้ทุ่มเทสอน และส่งต่อคุณค่าในสิ่งที่ตนเองรักให้กับลูกศิษย์มาจนถึงทุกวันนี้ ชวนมาค้นหาคำตอบถึงอิทธิพลของความรัก ความหลงใหลในวัยเยาว์สู่ตัวเขาในวัยเก๋า ผ่านคลิปวิดีโอนี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nong-lamyoonphoto/">&#8216;หน่อง ลำยูรโฟโต้&#8217; ความรักในแผ่นฟิล์มตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เด็กจนเปิดโรงเรียนสอนให้คนรักการถ่ายภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h4 class="wp-block-heading"><strong>เคยสงสัยกันไหมว่าพลังของแพชชัน ความหลงใหล และการเรียนรู้จะผลักดันคนๆ หนึ่งไปในเส้นทางใดบ้าง</strong></h4>



<p>เราขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ ‘อาจารย์หน่อง ลำยูรโฟโต้’ หรือ จตุรงค์ หิรัญกาญจน์ ชายวัยเกษียณผู้มีใจรักในการถ่ายภาพ และแผ่นฟิลม์จนถึงขั้นเปิดโรงเรียนสอนล้าง อัด ขยายฟิลม์ขาวดำทุกขั้นตอนแบบละเอียดยิบในวัย 60 กว่าปี</p>



<p>หน่องชื่นชอบการถ่ายภาพมาตั้งแต่เด็ก และแน่วแน่กับเส้นทางช่างภาพมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน ความหลงใหลนั้นก็ได้ผลักดันให้เขาเรียนรู้ศาสตร์ของรูปภาพด้วยตัวเอง การลองผิดลองถูกนับครั้งไม่ถ้วน เกิดเป็นสไตล์การถ่ายภาพขาวดำ รวมถึงเทคนิคการซ่อนภาพฟิล์มอันเป็นเอกลักษณ์ ตลอดช่วงเวลาในการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นพาร์ตการเรียน มิตรภาพ และสายอาชีพ ต่างก็มีการถ่ายภาพ และแผ่นฟิล์มเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวเหล่านั้น และหล่อหลอมเขาจนกลายเป็น ‘อาจารย์หน่อง’ ผู้ทุ่มเทสอน และส่งต่อคุณค่าในสิ่งที่ตนเองรักให้กับลูกศิษย์มาจนถึงทุกวันนี้</p>



<p></p>



<p class="has-text-align-center"><strong>ชวนมาค้นหาคำตอบถึงอิทธิพลของความรัก ความหลงใหลในวัยเยาว์สู่ตัวเขาในวัยเก๋า ผ่านคลิปวิดีโอนี้</strong></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Internduction - Youngอยู่ในใจ | &#039;หน่อง ลำยูรโฟโต้&#039; ชายวัยเกษียณผู้มีใจรักในแผ่นฟิล์ม" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/txaCn8l8W_4?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nong-lamyoonphoto/">&#8216;หน่อง ลำยูรโฟโต้&#8217; ความรักในแผ่นฟิล์มตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เด็กจนเปิดโรงเรียนสอนให้คนรักการถ่ายภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลงเสน่ห์ผู้คน และประวัติศาสตร์ของชุมชนที่ยังมีชีวิต อัมพวา ตลาดน้ำในความทรงจำ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/internduction-amphawa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sisi Wattanagool]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Aug 2024 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Photo Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Young อยู่ในใจ]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพวา]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<category><![CDATA[Internduction]]></category>
		<category><![CDATA[Youngอยู่ในใจ]]></category>
		<category><![CDATA[บูมเมอร์แล้วไงใจยังบลูมมิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=176546</guid>

					<description><![CDATA[<p>อัมพวาในความทรงจำเดียวของผม คือการได้ไปดูหิ่งห้อยตอนอายุ 6-7 ขวบ บรรยากาศของตลาดน้ำที่อบอุ่น ผู้คนพลุกพล่าน มีก๋วยเตี๋ยวและหิ่งห้อยให้ชมในยามเย็น… ผ่านไปหลายปี ผมได้กลับไปที่ตลาดน้ำอัมพวาอีกครั้ง เพราะอยากหลบหนีจากความวุ่นวายของเมืองกรุงเทพฯ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป ผมก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศความเป็นกันเองของผู้คน ถึงแม้จะไม่มีหิ่งห้อยเยอะเท่าเมื่อก่อน แต่ความอัธยาศัยดีของผู้คนเชื้อเชิญให้ผมเข้าไปซื้อของและพูดคุยกับพวกเขาอย่างออกรส ไม่เปลี่ยนไปจากภาพจำเดิมของผมสักเท่าไหร่นัก&#160; กาลเวลาเปลี่ยนไป ตลาดน้ำอัมพวาไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ จนได้ชื่อว่า “อัมพวาก็คือประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต” จากเสน่ห์ของบ้านเรือนและผู้คนริมน้ำที่ไม่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย แม้ตลาดน้ำแห่งนี้จะผ่านทั้งยุคที่รุ่งเรืองและซบเซา แต่ชาวบ้านก็ยังยืนหยัดที่จะทำสิ่งที่ตัวเองรักและฟื้นฟูตลาดน้ำแห่งนี้ การเดินทางครั้งนี้ผมได้พูดคุยกับชาวบ้านวัยเก๋า ที่รักและผูกพันกับตลาดน้ำอัมพวาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะทั้งคนที่เกิดและโตที่นี่ คนที่มาลงหลักปักฐานที่นี่ หรือคนที่เลือกที่นี่มาเปิดธุรกิจของตนเอง แล้วความประทับใจก็ทำให้ผมอดที่จะถ่ายทอดความรักที่มีต่ออัมพวาของทุกท่านผ่านรูปถ่ายไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น คุณลุงนักขับเรือพาทัวร์สุดซิ่ง คุณลุงนักตกกุ้งยิ้มหวาน คุณลุงนักดนตรีเปิดหมวก คุณลุงเจ้าของร้านขนมฟองน้ำ คุณป้าแฟชั่นนิสตาขายผ้าขาวม้าประยุกต์ คุณป้านักเย็บกระทงมือหนึ่ง และคุณลุงขายกะปิผู้มีใจรักภาพยนตร์บอกเล่าชีวิตของพวกเขาในอัมพวาได้อย่างดี อย่างที่เพลง ‘สาวอัมพวา’ ของสุนทราภรณ์ บอกไว้ว่า“โออัมพวานี่หนางามจริง ทุกสิ่งเป็นขวัญตา”&#160; ผมตกหลุมรักผู้คนและตลาดน้ำแห่งนี้ไปแล้ว และอัมพวาจะ ‘ยังอยู่ในใจ’ ของผมไปอีกนานเลย ลุงดำรง อายุ 72 ปี คนขับเรือทัวร์ตลาดน้ำผู้เกิดและโตในอัมพวา เขาเล่าว่าเริ่มขับเรือตั้งแต่อายุ 15 เพราะที่อัมพวาเป็นเมืองท่า การไปไหนมาไหนด้วยเรือสะดวกกว่ามาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/internduction-amphawa/">หลงเสน่ห์ผู้คน และประวัติศาสตร์ของชุมชนที่ยังมีชีวิต อัมพวา ตลาดน้ำในความทรงจำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176565" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-2-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-2-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อัมพวาในความทรงจำเดียวของผม คือการได้ไปดูหิ่งห้อยตอนอายุ 6-7 ขวบ บรรยากาศของตลาดน้ำที่อบอุ่น ผู้คนพลุกพล่าน มีก๋วยเตี๋ยวและหิ่งห้อยให้ชมในยามเย็น…</p>



<p></p>



<p>ผ่านไปหลายปี ผมได้กลับไปที่ตลาดน้ำอัมพวาอีกครั้ง เพราะอยากหลบหนีจากความวุ่นวายของเมืองกรุงเทพฯ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป ผมก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศความเป็นกันเองของผู้คน ถึงแม้จะไม่มีหิ่งห้อยเยอะเท่าเมื่อก่อน แต่ความอัธยาศัยดีของผู้คนเชื้อเชิญให้ผมเข้าไปซื้อของและพูดคุยกับพวกเขาอย่างออกรส ไม่เปลี่ยนไปจากภาพจำเดิมของผมสักเท่าไหร่นัก&nbsp;</p>



<p>กาลเวลาเปลี่ยนไป ตลาดน้ำอัมพวาไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ จนได้ชื่อว่า “อัมพวาก็คือประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต” จากเสน่ห์ของบ้านเรือนและผู้คนริมน้ำที่ไม่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย แม้ตลาดน้ำแห่งนี้จะผ่านทั้งยุคที่รุ่งเรืองและซบเซา แต่ชาวบ้านก็ยังยืนหยัดที่จะทำสิ่งที่ตัวเองรักและฟื้นฟูตลาดน้ำแห่งนี้</p>



<p></p>



<p>การเดินทางครั้งนี้ผมได้พูดคุยกับชาวบ้านวัยเก๋า ที่รักและผูกพันกับตลาดน้ำอัมพวาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะทั้งคนที่เกิดและโตที่นี่ คนที่มาลงหลักปักฐานที่นี่ หรือคนที่เลือกที่นี่มาเปิดธุรกิจของตนเอง แล้วความประทับใจก็ทำให้ผมอดที่จะถ่ายทอดความรักที่มีต่ออัมพวาของทุกท่านผ่านรูปถ่ายไม่ได้</p>



<p>ไม่ว่าจะเป็น คุณลุงนักขับเรือพาทัวร์สุดซิ่ง คุณลุงนักตกกุ้งยิ้มหวาน คุณลุงนักดนตรีเปิดหมวก คุณลุงเจ้าของร้านขนมฟองน้ำ คุณป้าแฟชั่นนิสตาขายผ้าขาวม้าประยุกต์ คุณป้านักเย็บกระทงมือหนึ่ง และคุณลุงขายกะปิผู้มีใจรักภาพยนตร์บอกเล่าชีวิตของพวกเขาในอัมพวาได้อย่างดี</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="has-text-align-center">อย่างที่เพลง ‘สาวอัมพวา’ ของสุนทราภรณ์ บอกไว้ว่า<br>“โออัมพวานี่หนางามจริง ทุกสิ่งเป็นขวัญตา”&nbsp;</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="has-text-align-center"><strong>ผมตกหลุมรักผู้คนและตลาดน้ำแห่งนี้ไปแล้ว และอัมพวาจะ ‘ยังอยู่ในใจ’ ของผมไปอีกนานเลย</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176567" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-1-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ลุงดำรง อายุ 72 ปี คนขับเรือทัวร์ตลาดน้ำผู้เกิดและโตในอัมพวา เขาเล่าว่าเริ่มขับเรือตั้งแต่อายุ 15 เพราะที่อัมพวาเป็นเมืองท่า การไปไหนมาไหนด้วยเรือสะดวกกว่ามาก ทุกวันนี้เขายังขับเรือต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอยบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนริมน้ำอย่างอัมพวาให้คนผู้มาเยือนฟังระหว่างทางอย่างอารมณ์ดี</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176568" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-2-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-2-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>คุณลุงนักตกกุ้ง อายุ 70 ปี ที่เจอระหว่างขับเรือผ่าน คุณลุงพูดน้อยแต่ยิ้มเยอะ ลุงโชว์กุ้งที่ใช้เป็นเหยื่อให้เราดู อีกทั้งยังบอกว่า เนื้อกุ้งที่ตกได้ค่อนข้างแน่นและเอาไปทำอาหารอร่อยมาก คนในอัมพวาทำอาชีพตกกุ้งเป็นทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176569" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-1-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ลุงชัยรัตน์ นักดนตรีเปิดหมวกในตลาดอัมพวาที่ยังคงร้องเพลงกล่อมคนในตลาดอย่างมีความสุข เขาบอกว่า นอกจากมาเล่นที่อัมพวาแล้ว เขายังมีวงของตัวเอง ชื่อชัยรัตน์แอนด์เอเลเฟ่นด้วย!</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176570" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ลุงโสภณ อายุ 73 ปี เจ้าของร้านขนมฟองน้ำ ขนมเบเกอรีเจ้าดังของอัมพวา ลุงโสภณเป็นเจ้าของร้านขายขนมนุ่มละมุนละลายในปากและขายมาหลายสิบปี แถมได้รับรางวัลหลายรายการ แกบอกอย่างภาคภูมิใจว่า แกสอนให้เด็กของแกแต่ละคนทำด้วยตนเอง จนถึงวันนี้ที่ความรักได้ก่อร่างสร้างตัว มาให้กับขนมแต่ละชิ้นและลูกค้าแต่ละคน ลุงยังบอกอีกว่าขนมแต่ละชิ้นถูกทำขึ้นด้วยความรักล้วนๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176578" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-1-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/6-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ป้าแอ๊ด อายุ 70 ปี แม่ค้าผู้ขายผ้าขาวม้ามา 10 กว่าปี ความน่าสนใจคือผ้าขาวม้าของคุณป้า เป็นผ้าขาวม้าประยุกต์ที่เอามาทำเป็นเดรสยาว หรือสร้อยสุดชิก ทำให้เห็นว่าความเป็นไทยนั้นสามารถนำมาปรับใช้กับความเป็นวัยรุ่นได้ คุณป้าบอกว่าตลาดอัมพวามีนักท่องเที่ยวเข้าออกมากขึ้นหลังจากช่วงโควิด ตลาดครึกครื้นมากขึ้นก็ยิ่งดี อย่าลืมแวะไปอุดหนุนป้าแอ๊ดกันล่ะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176571" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-1-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/7-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ป้านง อายุ 65 ปีที่เย็บกระทงมาหลายสิบปี แกจะออกมาเย็บกระทงริมแม่น้ำอัมพวาทุกเย็น เพราะอากาศเย็นสบาย แต่ละวันเย็บได้หลายร้อยกระทง เอาไปส่งต่อให้ร้านขายขนมในตลาด หรือส่งออกไปขายให้ร้านในกรุงเทพฯ บ้าง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176573" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-2-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-2-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/9-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ลุงป้อ อายุ 69 ปี เจ้าของร้านขายกะปิที่ตกแต่งร้านด้วยหนังเก่าชื่อคุ้นหู ทั้งหนังไทย หนังฝรั่ง ซึ่งเริ่มต้นมาจากความชอบดูหนังของตัวเอง จนได้รับความชื่นชอบจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก หลังจากนั้นลุงป้อเลยตั้งแผงขายโปสเตอร์หนังเองด้วย </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176574" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-1-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พูดคุยกับผู้คนในอัมพวาจนหนำใจ ตกเย็นผมนั่งดูหนังกลางแปลงริมคลอง กิจกรรมที่เกิดขึ้นทุกๆ เดือนที่ตลาดน้ำอัมพวา มีคนทุกเพศทุกวัยมานั่งมุงจอกันที่ฝั่งตรงข้าม การมาดูหนังกลางแปลงไม่ได้เป็นแค่ความบันเทิงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการใช้เวลากับครอบครัวและคนใกล้ชิดในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย หากใครมีโอกาสก็อย่าลืมมาแวะเวียนอัมพวา เชื่อว่าถ้าใครได้ไปแล้วต้องหลงเสน่ห์ตลาดน้ำที่มีชีวิตแบบผมแน่นอน<br></p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/internduction-amphawa/">หลงเสน่ห์ผู้คน และประวัติศาสตร์ของชุมชนที่ยังมีชีวิต อัมพวา ตลาดน้ำในความทรงจำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ใจดีกับตัวเองในวันที่เจ็บช้ำ กับแคมเปญ #พอดีไม่เหมือนกัน เพราะทุกคนต่างมีจังหวะของตัวเองโดยไม่ต้องตามใคร</title>
		<link>https://adaymagazine.com/nanyang-pordee/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรางคณา เคหาไสย]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 May 2024 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[a better day]]></category>
		<category><![CDATA[Nanyang]]></category>
		<category><![CDATA[พอดีไม่เหมือนกัน]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[นันยาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=174716</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจจะเคยเผชิญและรับมือกับ Social Pressure หรือแรงกดดันจากสังคม แต่จริงๆ แล้วเราทุกคนต่างมีจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง หรือ Rhythm of Life</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nanyang-pordee/">ใจดีกับตัวเองในวันที่เจ็บช้ำ กับแคมเปญ #พอดีไม่เหมือนกัน เพราะทุกคนต่างมีจังหวะของตัวเองโดยไม่ต้องตามใคร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="536" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/Web-Meta-Slider-100-1024x536.jpg" alt="" class="wp-image-174756" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/Web-Meta-Slider-100-1024x536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/Web-Meta-Slider-100-300x157.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/Web-Meta-Slider-100-768x402.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/Web-Meta-Slider-100-1536x804.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/Web-Meta-Slider-100-2048x1072.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/Web-Meta-Slider-100-600x314.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ทำไมกันนะ ชีวิตของเรามันเรียบๆ ไม่มีอะไรหวือหวาเลย </p>



<p>ทำไมกันนะ ชีวิตของคนรอบข้างต่างประสบความสำเร็จ แต่ชีวิตเรายังไปไม่ถึงไหน</p>



<p>ทำไมกันนะ ชีวิตเราเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆ แล้วควรเดินต่อไปในทิศทางไหน เราเดินมาถูกทางไหม นี่เรากำลังทำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์อยู่รึเปล่า แต่สิ่งที่รู้แน่ๆ คือ ตัวเราในตอนนี้ยังไม่ใช่เวอร์ชันที่เราอยากเป็น</p>



<p>ความคิดเหล่านี้ทำให้เรากลับมากดดันตัวเองอยู่เสมอ ทั้งที่ในใจเราก็ยินดีกับความสำเร็จของทุกๆ คน แต่ลึกๆ ก็อดคิดกับตัวเองไม่ได้ว่า ‘ทำไมกันนะ คนนั้นถึงไม่เป็นเราบ้าง’ ‘คนรอบข้างจะมองว่าเราเป็น Loser รึเปล่า’ และสิ่งนี้เรียกว่า Social Pressure หรือแรงกดดันจากสังคม ซึ่งเราเชื่อว่าหลายคนคงเคยเผชิญและรับมือกับมัน อาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม&nbsp;</p>



<p>แต่เราอยากจะบอกว่า ‘ไม่เป็นไรนะ’ เราทุกคนต่างมีจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง บางคนอาจจะก้าวเร็ว เพราะชีวิตไร้สิ่งกีดขวาง หรือบางคนอาจจะก้าวช้า เพราะกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบตัวอยู่ก็ได้&nbsp;</p>



<p>แต่ถ้าอยากทำความเข้าใจตัวเองและอยากรู้ว่าจังหวะชีวิตตัวเองตอนนี้เป็นแบบไหน มีหนึ่งแคมเปญที่น่าสนใจเพิ่งปล่อยออกมา นั่นคือ&nbsp;แคมเปญ #พอดีไม่เหมือนกัน ของนันยาง ที่อยากจะเป็นสื่อกลางในการสื่อสารเรื่องความเมตตากรุณาต่อตนเองในวัยรุ่น นันยางมีแบบสำรวจใจให้เพื่อนๆ ได้ลองทำกันผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งเป็นแบบทดสอบจากงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลที่อยากส่งเสริมให้ทุกคนเข้ามาเล่นกัน โดยข้อมูลส่วนหนึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลจะเอาไปพัฒนาการดูแลสุขภาพจิตเด็กต่อไปอีกด้วย</p>



<p>ความน่าสนใจของแบบทดสอบคือเราจะได้ทำแบบสอบถามเกี่ยวกับความพอใจในชีวิต เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ว่าตอนนี้แต่ละก้าวเดินของเราเป็นจังหวะแบบไหน เหนื่อยไหม สนุกไหม มีทั้งหมด 17 คำถาม โดยต้องเลือกข้อที่ตรงกับตัวเองที่สุด ผลลัพธ์แบบสอบถามของแต่ละคนจะออกมาเป็นคาแรกเตอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ดินโคลนเหนียวหนึบ เปลือกกล้วยขี้แกล้ง หมากฝรั่งติดใต้เท้า และไอศกรีมละลายเก่ง เป็นต้น ซึ่งคาแรกเตอร์เหล่านี้บ่งบอกถึงระดับความใจดีต่อตนเอง คอยเตือนว่าเราใจดีกับตัวเองมากน้อยแค่ไหน อีกทั้งยังมีคำปลอบใจ ให้กำลังใจอีกด้วย</p>



<p>“ถ้าไม่สะดุด ล้ม ลุก บ้าง ก็ไม่รู้เลยว่าเราเคยเดินออกไปไหนมาบ้าง” นี่คือประโยคในแบบทดสอบที่สะกิดใจเรา</p>



<p>ระหว่างที่ทำแบบสำรวจ ทำให้เราตกตะกอนหรือกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งว่า เรามาผ่านอะไรมามากมายขนาดนี้เลยเหรอ เราเก่งจังที่ผ่านมันมาได้ และที่ผ่านมาเราได้ให้กำลังใจตัวเองบ้างไหมนะ ได้พาตัวเองออกไปข้างนอก ไปกินอะไรที่อร่อยๆ บ้างไหม หรือได้ให้รางวัลกับตัวเองแล้วหรือยัง&nbsp;</p>



<p>สุดท้ายเราอยากให้ทุกคนได้หันกลับไปดูรอยเท้าที่พาเราก้าวข้ามผ่านดิน โคลน หญ้า ฝน พายุ หรืออุปสรรคมามากมาย เพราะมันคือหลักฐานว่าเราได้ใช้ชีวิต เมื่อรู้สึกเหนื่อยหรือท้อใจ การได้หยุดคุยกับตัวเองบ้างก็เป็นอะไรที่ดีมากแล้ว ที่สำคัญคืออย่าลืมขอบคุณตัวเองด้วยนะ</p>



<p>มาสำรวจจังหวะชีวิตของตัวเองได้ที่ <a href="https://nanyangpordee.com/share-your-story">https://nanyangpordee.com/share-your-story</a>&nbsp;</p>



<p>เพื่อนๆ มีจังหวะชีวิตแบบไหนกัน ลองมาแชร์กันได้นะ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nanyang-pordee/">ใจดีกับตัวเองในวันที่เจ็บช้ำ กับแคมเปญ #พอดีไม่เหมือนกัน เพราะทุกคนต่างมีจังหวะของตัวเองโดยไม่ต้องตามใคร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
