<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กฤตนัย จงไกรจักร, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/kongadb/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/kongadb/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Feb 2021 10:42:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ลดใช้ ใช้ซ้ำ สร้างทรัพยากรใหม่ โลกจะยั่งยืนได้ยังไงในยุค new normal หลังการระบาดของโควิด-19</title>
		<link>https://adaymagazine.com/circular-economy-for-new-normal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กฤตนัย จงไกรจักร]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2020 02:04:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[idea]]></category>
		<category><![CDATA[circular economy]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[report]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=113434</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนเชื่อว่าวิกฤตโควิด-19 คือช่วงเวลาแห่งการพักรักษาตัวและรักษาโลก เพราะในขณะที่มนุษย์เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่บ้าน ธรรมชาติโดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวก็ค่อยๆ ฟื้นตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขณะที่มนุษย์เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่บ้าน เรากำลังใช้จ่ายทรัพยากรมากที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา ผ่านการสั่งซื้อสินค้าและอาหารแบบเดลิเวอรี ซึ่งทิ้งทั้ง carbon footprint และขยะจากแพ็กเกจจิ้งในปริมาณมหาศาล รายงานของ OceansAsia ระบุว่าหลังผู้คนเริ่มกักตัว ปริมาณขยะพลาสติกก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นหนึ่งในสามของปริมาณขยะทั้งหมด ซึ่งมีจำนวนมากถึง 400 ล้านตัน และอีกกว่า 5.25 พันล้านชิ้นกำลังลอยอยู่บนมหาสมุทรทั่วโลก ทั้งหมดนี้คือปัญหาที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน รู้อย่างนี้แล้ว มนุษย์อย่างเราๆ จะหาตรงกลางระหว่างการใช้ชีวิตยุค new normal กับความยั่งยืนของทรัพยากรได้ยังไง? &#160; ใช้ซ้ำและฆ่าเชื้ออาจเป็นคำตอบ หน้ากากอนามัยเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของวัตถุที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งที่มีการใช้งานพร้อมกันเป็นจำนวนมากจนสร้างปริมาณขยะจนเกินจะรับมือไหว หลายบริษัทจึงต้องเริ่มปรับเปลี่ยนนโยบายการผลิต เพื่อทำให้หน้ากากสามารถใช้ได้หลายครั้งมากขึ้นด้วยการฆ่าเชื้อเพื่อยืดอายุการใช้งาน โดยปัจจุบันมีอุปกรณ์ฆ่าเชื้อผลิตออกมาตามท้องตลาดมากขึ้น เช่น หม้อนึ่งขนาดใหญ่ของบริษัท San-I-Pak ที่สามารถฆ่าเชื้อชุดป้องกันไวรัส (PPE) และหน้ากากอนามัยได้ หรือเครื่อง The STERRAD® 100NX® จากบริษัท Advanced Sterilization Products ที่ทำให้การฆ่าเชื้อตามมาตรฐานแพทย์ทำได้ง่ายและเร็วมากขึ้น เป็นต้น แต่ในปัจจุบันหลายประเทศมองการณ์ไกลกว่านั้น แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/circular-economy-for-new-normal/">ลดใช้ ใช้ซ้ำ สร้างทรัพยากรใหม่ โลกจะยั่งยืนได้ยังไงในยุค new normal หลังการระบาดของโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนเชื่อว่าวิกฤตโควิด-19 คือช่วงเวลาแห่งการพักรักษาตัวและรักษาโลก เพราะในขณะที่มนุษย์เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่บ้าน ธรรมชาติโดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวก็ค่อยๆ ฟื้นตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขณะที่มนุษย์เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่บ้าน เรากำลังใช้จ่ายทรัพยากรมากที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา ผ่านการสั่งซื้อสินค้าและอาหารแบบเดลิเวอรี ซึ่งทิ้งทั้ง carbon footprint และขยะจากแพ็กเกจจิ้งในปริมาณมหาศาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานของ OceansAsia ระบุว่าหลังผู้คนเริ่มกักตัว ปริมาณขยะพลาสติกก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นหนึ่งในสามของปริมาณขยะทั้งหมด ซึ่งมีจำนวนมากถึง 400 ล้านตัน และอีกกว่า 5.25 พันล้านชิ้นกำลังลอยอยู่บนมหาสมุทรทั่วโลก ทั้งหมดนี้คือปัญหาที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้อย่างนี้แล้ว มนุษย์อย่างเราๆ จะหาตรงกลางระหว่างการใช้ชีวิตยุค new normal กับความยั่งยืนของทรัพยากรได้ยังไง?</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ใช้ซ้ำและฆ่าเชื้ออาจเป็นคำตอบ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หน้ากากอนามัยเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของวัตถุที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งที่มีการใช้งานพร้อมกันเป็นจำนวนมากจนสร้างปริมาณขยะจนเกินจะรับมือไหว หลายบริษัทจึงต้องเริ่มปรับเปลี่ยนนโยบายการผลิต เพื่อทำให้หน้ากากสามารถใช้ได้หลายครั้งมากขึ้นด้วยการฆ่าเชื้อเพื่อยืดอายุการใช้งาน โดยปัจจุบันมีอุปกรณ์ฆ่าเชื้อผลิตออกมาตามท้องตลาดมากขึ้น เช่น หม้อนึ่งขนาดใหญ่ของบริษัท San-I-Pak ที่สามารถฆ่าเชื้อชุดป้องกันไวรัส (PPE) และหน้ากากอนามัยได้ หรือเครื่อง The STERRAD® 100NX® จากบริษัท Advanced Sterilization Products ที่ทำให้การฆ่าเชื้อตามมาตรฐานแพทย์ทำได้ง่ายและเร็วมากขึ้น เป็นต้น</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-113776 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GettyImages-1216000993-e1604986013685.jpg" alt="" width="720" height="467" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในปัจจุบันหลายประเทศมองการณ์ไกลกว่านั้น แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะเริ่มควบคุมได้แล้วจนบางประเทศออกมาใช้ชีวิตกันตามปกติ แต่ก็ต้องยอมรับว่าวิถีชีวิตการใช้พลาสติกที่มากขึ้นนั้นได้เกิดขึ้นแล้วและยากที่จะเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่เป็นเช่นนี้เพราะนอกจากพฤติกรรมของมนุษย์ที่เปลี่ยนไปแล้ว ยังมีตัวแปรอื่นที่ทำให้เราต้องใช้และสร้างขยะพลาสติกจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะในแง่เศรษฐกิจที่ส่งผลต่อปริมาณขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เฮเลน แมคจอร์จ นักวิเคราะห์เศรษฐกิจอาวุโสของ ICIS กล่าวว่าในปัจจุบันที่โลกเข้าสู่ระยะจำศีล อุตสาหกรรมทุกอย่างหยุดชะงัก ความต้องการผลิตเชื้อเพลิงต่ำลง ทำให้ราคาของพลาสติกใหม่ (virgin plastic) ที่เคยสูงมากกลับลดลง กลุ่มผู้ผลิตที่เคยใช้พลาสติกแบบโพลีเมอร์ซึ่งย่อยสลายได้ง่ายและเหมาะแก่การนำกลับมารีไซเคิลก็หันกลับไปใช้พลาสติกบริสุทธิ์แทน เพราะมีขั้นตอนที่ง่าย ราคาประหยัด แต่ก็ต้องแลกกับสุขภาพของโลกที่เสียไปจากปริมาณขยะย่อยสลายยากที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นโจทย์ที่มนุษย์ต้องหาวิธีแก้ไขต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>‘โดนัท’ แห่งความยั่งยืนของคนอัมสเตอร์ดัม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างการแก้ปัญหาเรื่องการอนุรักษ์เชิงยั่งยืนที่น่าสนใจและคู่ควรแก่การเป็นกรณีศึกษามากๆ คือ </span><b>Amsterdam City Doughnut</b><span style="font-weight: 400;"> ริเริ่มโดย </span><b>Kate Raworth </b><span style="font-weight: 400;">ผู้มองเห็นปัญหาว่ามนุษย์บริโภคทรัพยากรธรรมชาติสูงขึ้นจนไม่สมดุลกับทรัพยากรทางธรรมชาติที่มี</span></p>
<div id="attachment_113463" style="width: 730px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-113463" class="wp-image-113463 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/cover-1024x578-e1604986002975.jpg" alt="" width="720" height="407" /><p id="caption-attachment-113463" class="wp-caption-text">ภาพ : fairbnb.coop</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">ราเวิร์ธเสนอวิธีแก้ไขปัญหาโดย ‘ใช้และสร้างไปพร้อมกัน’ ในอนาคตสังคมจะต้องนำวิธีใช้ทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ซ้ำ ควบคู่กับการผลิตที่ทำให้ใช้ทรัพยากรในแต่ละครั้งมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้มนุษย์เข้าถึงทรัพยากรได้ทุกภาคส่วนและทำให้ทรัพยากรทางธรรมชาติไม่เสียสมดุลจนกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุที่โปรเจกต์นี้มีคำว่าโดนัทเพราะกราฟที่ราเวิร์ธใช้นำเสนอหลักการที่ว่านั้นเป็นรูปโดนัท รูด้านในแสดงถึงปริมาณของผู้คนที่ขาดแคลนทรัพยากรด้านต่างๆ ในขณะที่โดนัทสีเขียวแสดงถึงกลุ่มคนที่เข้าถึงทรัพยากรได้ครบถ้วน ส่วนขอบด้านนอกนั้นแสดงถึงขีดจำกัดปริมาณทรัพยากรที่มนุษย์สามารถใช้ได้ในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ราเวิร์ธเชื่อว่าทุกอย่างต้องสมดุลกัน การปรับเปลี่ยนที่สุดโต่งและทิ้งปัญหาอีกด้านไว้ข้างหลังจะนำมาสู่ปัญหาที่มากกว่าเดิม ดังนั้นแผนการของทฤษฎีนี้คือการทำยังไงก็ได้ให้วงกลมสีเขียวขยายเข้าหารูตรงกลางเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงทรัพยากร รวมถึงขยายออกไปข้างนอกเพื่อขยายเพดานปริมาณของทรัพยากรที่มนุษย์จะใช้ได้</span></p>
<div id="attachment_113460" style="width: 730px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-113460" class="wp-image-113460 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Amsterdam_City_Doughnut-e1604986027339.jpg" alt="" width="720" height="720" /><p id="caption-attachment-113460" class="wp-caption-text">ภาพ : smartcitiesworld.net</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">การแก้ไขเชิงปฏิบัติของ Amsterdam City Doughnut คือการกลับมาใช้ (restore) และสร้างใหม่ (regenerate) ไปพร้อมกัน ยกตัวอย่างเช่น เรื่องมลพิษจากสารเคมีซึ่งรวมถึงพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งด้วย ปัญหานี้ต้องแก้ไขในสองทางพร้อมกัน นั่นคือ หนึ่ง–นำพลาสติกที่มีอยู่กลับมารีไซเคิลแล้วใช้ใหม่ และสอง–ผลิตพลาสติกที่สามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้งเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ราเวิร์ธคาดการณ์ว่าเมื่อเริ่มปฏิบัติการตามแนวคิดนี้ ภายในปี 2030 คนอัมสเตอร์ดัมจะลดการใช้ทรัพยากรใหม่ได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ มารอดูกันว่า Amsterdam City Doughnut จะได้ผลจริงหรือไม่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ความยั่งยืนจาก ‘Circular Living’ สำหรับคนไทย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับมาดูสถานการณ์ในประเทศไทยกันบ้าง ปัจจุบันบ้านเรามีขยะมากถึง 1.93 ล้านตันต่อปี แต่มีเพียง 0.39 ล้านตันที่เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ซึ่งถือว่าเป็นการจัดการขยะที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในยุคโควิด-19 ที่ปริมาณการใช้พลาสติกเพิ่มขึ้นมาอีกกว่า 3,440 ตัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิกฤตการณ์ดังกล่าวนี้ทำให้ผู้ที่รักสิ่งแวดล้อมหลากหลายฝ่ายในประเทศไทยจัดงาน GC Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together ขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและเรียนรู้จากผู้นำและผู้เชี่ยวชาญที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก รวมทั้งองค์กรและบุคลากรชั้นนำต่างๆ ที่มีความมุ่งมั่นในการร่วมมือกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอย่างจำกัด เพื่อนำไปสู่การสร้างแบบแผนชีวิตที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยในงานจะรวบรวมผู้นำทางความคิด นวัตกร และผู้ขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จากหลากหลายวงการทั่วโลก มาช่วยกันคิด วิเคราะห์ หาสาเหตุ และออกแบบปัญหาให้กับประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นการหารือและขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อช่วยกันพาประเทศพ้นวิกฤตทางด้านสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ ภายใต้แนวคิด ‘ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนได้’</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-113470 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Fanal-KV-GC-Tomorrow-Together-02-edit-1024x609.jpg" alt="" width="1024" height="609" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะเป็นงานที่เหมาะสำหรับนักพัฒนา แต่คนธรรมดาแบบพวกเราก็ยังสามารถเสาะหาประโยชน์จากงานนี้ได้เช่นกัน เพราะในงานจะมี Circular City เมืองจำลองที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน ช่วยให้เราเข้าใจการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติว่าไม่ใช่เรื่องยากตามที่หลายคนเข้าใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2563 เวลา 8:30-15:30 น. </span><span style="font-weight: 400;">สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อชมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ไปพร้อมกันแบบไม่มีค่าใช้จ่ายที่ <a href="https://bit.ly/34Midtp" target="_blank" rel="noopener">bit.ly/34Midtp</a></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p><b>อ้างอิง</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://finance.yahoo.com/news/hospitals-utilize-medical-waste-sterilizers-160300772.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">finance.yahoo.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://www.bizjournals.com/losangeles/news/2020/03/30/advanced-sterilization-products-develops.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">bizjournals.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://www.ted.com/talks/kate_raworth_a_healthy_economy_should_be_designed_to_thrive_not_grow/transcript?language=th#t-474787" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ted.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://www.kateraworth.com/wp/wp-content/uploads/2020/04/20200406-AMS-portrait-EN-Single-page-web-420x210mm.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">kateraworth.com</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;"><a href="https://oceansasia.org/plastic-pollution/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">oceansasia.org</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/circular-economy-for-new-normal/">ลดใช้ ใช้ซ้ำ สร้างทรัพยากรใหม่ โลกจะยั่งยืนได้ยังไงในยุค new normal หลังการระบาดของโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>White Gown Warriors เซตภาพถ่ายที่บันทึกความเหนื่อยและความหวังของคนในโรงพยาบาลช่วงโควิด-19</title>
		<link>https://adaymagazine.com/white-gown-warriors/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กฤตนัย จงไกรจักร]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2020 03:52:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=99517</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงวิกฤตโควิด-19 เราได้เห็นทุกคนลุกขึ้นมาช่วยเหลือกันและกันตามแต่กำลังและความสามารถที่มี สำหรับ จูม–อนุสาสน์ เหล่าจูม ช่างภาพอิสระ ผู้มีอุปกรณ์สำคัญเป็นกล้องถ่ายรูป เขามองว่า วิธีการช่วยเหลือที่เขาพอจะทำได้ คือการบันทึกภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานกันสุดความสามารถในเวลาเช่นนี้ “ผมคิดว่าบุคลากรทางการแพทย์ช่วยรักษาโรคและเยียวยาสภาพจิตใจผู้ป่วยมาโดยตลอด แต่ในทางกลับกันอาจไม่มีใครเยียวยาจิตใจของพวกเขา ผมเลยอยากเข้าไปเก็บภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ข้างในโรงพยาบาล แล้วนำมาเผยแผร่ให้ประชาชนได้เห็นถึงความตั้งใจจริงของพวกเขา ฝั่งประชาชนจะได้ช่วยกันส่งกำลังใจกลับมาให้บุคลากรทางการแพทย์บ้าง” จึงเป็นที่มาของผลงานชุด White Gown Warriors หรือนักรบเสื้อกาวน์ ชุดภาพถ่ายที่จุมเก็บเกี่ยวมาได้หลังจากเข้าไปสังเกตการณ์การทำงานของเหล่านักรบด่านหน้าถึงที่ทำงานของพวกเขา โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  โดยเขาหวังว่าภาพถ่ายชุดนี้จะช่วยให้คนในสังคมได้ตระหนักรู้และตื่นตัวต่อเรื่องไวรัสมากขึ้น เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายเช่นนี้โดยเร็วที่สุด &#160; โปรเจกต์นี้เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร ด้วยความที่เป็นช่างภาพ พอมีสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่มันไม่ปกติแบบนี้เกิดขึ้นมา ผมก็อยากออกไปถ่ายภาพบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์แบบนี้เอาไว้ แต่พอหันไปดูเพื่อนช่างภาพคนอื่นๆ เขาก็เก็บภาพตามสถานที่ต่างๆ ไปเยอะแล้ว ผมเลยมานั่งตั้งโจทย์กับตัวเองก่อนว่าอยากถ่ายทอดหรือบอกเล่าเรื่องราวอะไร ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือผมอยากถ่ายทอดเรื่องราวการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ &#160; แต่การเข้าไปถ่ายภาพในโรงพยาบาลในช่วงเวลาแบบนี้ดูเป็นเรื่องที่ยากมาก จริงๆ แล้วการจะเข้า-ออกโรงพยาบาลในช่วงนั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ผมเองในฐานะช่างภาพทั่วไปที่ไม่มีความจำเป็นต่อการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ย่อมถูกปฏิเสธอยู่แล้ว โชคดีที่ทาง สสส.เขาเห็นถึงความตั้งใจจริงของเรา ที่ต้องการเยียวยาจิตใจผู้คนในช่วงเวลาแบบนี้ ซึ่งตรงกับหนึ่งในโครงการของเขาอย่าง ‘ไทยรู้สู้โควิด’ พอดี เขาจึงมาช่วยประสานงานให้ ต้องขอบคุณจริงๆ ที่ให้โอกาสผมได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้าง พอได้เข้าไปถ่ายข้างในผมก็เข้าไปเก็บภาพแคนดิดตามสไตล์ที่ตัวเองถนัด คือปล่อยให้แพทย์ทำงานปกติเลย ส่วนตัวผมเองจะเข้า-ออกหามุมที่ต้องการเอง จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับการทำงานของเขา แต่หลังจากถ่ายไปได้สักพักหนึ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/white-gown-warriors/">White Gown Warriors เซตภาพถ่ายที่บันทึกความเหนื่อยและความหวังของคนในโรงพยาบาลช่วงโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงวิกฤตโควิด-19 เราได้เห็นทุกคนลุกขึ้นมาช่วยเหลือกันและกันตามแต่กำลังและความสามารถที่มี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ จูม–อนุสาสน์ เหล่าจูม</span> <span style="font-weight: 400;">ช่างภาพอิสระ ผู้มีอุปกรณ์สำคัญเป็นกล้องถ่ายรูป เขามองว่า วิธีการช่วยเหลือที่เขาพอจะทำได้ คือการบันทึกภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานกันสุดความสามารถในเวลาเช่นนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมคิดว่าบุคลากรทางการแพทย์ช่วยรักษาโรคและเยียวยาสภาพจิตใจผู้ป่วยมาโดยตลอด แต่ในทางกลับกันอาจไม่มีใครเยียวยาจิตใจของพวกเขา ผมเลยอยากเข้าไปเก็บภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ข้างในโรงพยาบาล แล้วนำมาเผยแผร่ให้ประชาชนได้เห็นถึงความตั้งใจจริงของพวกเขา ฝั่งประชาชนจะได้ช่วยกันส่งกำลังใจกลับมาให้บุคลากรทางการแพทย์บ้าง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จึงเป็นที่มาของผลงานชุด White Gown Warriors หรือนักรบเสื้อกาวน์ ชุดภาพถ่ายที่จุมเก็บเกี่ยวมาได้หลังจากเข้าไปสังเกตการณ์การทำงานของเหล่านักรบด่านหน้าถึงที่ทำงานของพวกเขา โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเขาหวังว่าภาพถ่ายชุดนี้จะช่วยให้คนในสังคมได้ตระหนักรู้และตื่นตัวต่อเรื่องไวรัสมากขึ้น เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายเช่นนี้โดยเร็วที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-99587 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/MG_9706.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/MG_9706.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/MG_9706-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/MG_9706-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>โปรเจกต์นี้เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่เป็นช่างภาพ พอมีสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่มันไม่ปกติแบบนี้เกิดขึ้นมา ผมก็อยากออกไปถ่ายภาพบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์แบบนี้เอาไว้ แต่พอหันไปดูเพื่อนช่างภาพคนอื่นๆ เขาก็เก็บภาพตามสถานที่ต่างๆ ไปเยอะแล้ว ผมเลยมานั่งตั้งโจทย์กับตัวเองก่อนว่าอยากถ่ายทอดหรือบอกเล่าเรื่องราวอะไร ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือผมอยากถ่ายทอดเรื่องราวการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แต่การเข้าไปถ่ายภาพในโรงพยาบาลในช่วงเวลาแบบนี้ดูเป็นเรื่องที่ยากมาก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ แล้วการจะเข้า-ออกโรงพยาบาลในช่วงนั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ผมเองในฐานะช่างภาพทั่วไปที่ไม่มีความจำเป็นต่อการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ย่อมถูกปฏิเสธอยู่แล้ว โชคดีที่ทาง สสส.เขาเห็นถึงความตั้งใจจริงของเรา ที่ต้องการเยียวยาจิตใจผู้คนในช่วงเวลาแบบนี้ ซึ่งตรงกับหนึ่งในโครงการของเขาอย่าง ‘ไทยรู้สู้โควิด’ พอดี เขาจึงมาช่วยประสานงานให้ ต้องขอบคุณจริงๆ ที่ให้โอกาสผมได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอได้เข้าไปถ่ายข้างในผมก็เข้าไปเก็บภาพแคนดิดตามสไตล์ที่ตัวเองถนัด คือปล่อยให้แพทย์ทำงานปกติเลย ส่วนตัวผมเองจะเข้า-ออกหามุมที่ต้องการเอง จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับการทำงานของเขา แต่หลังจากถ่ายไปได้สักพักหนึ่ง ผมก็เริ่มขยายกรอบคอนเซปต์จากเพียงแค่บุคลากรทางการแพทย์ เป็นบุคลากรในโรงพยาบาล เพราะผมเริ่มมองไปถึงเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่ต้องทำงานอยู่ข้างในโรงพยาบาล ทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัย คนซักผ้า หรือคนทิ้งขยะ โปรเจกต์นี้จึงขยายกว้างไปจากเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่ามันจำเป็นที่จะต้องพูดถึงทุกภาคส่วน เพราะเวลาที่งานออกไปสู่โซเชียลมีเดีย คนทั่วไปเขาจะได้รับรู้ว่า คนในโรงพยาบาลสู้กันจริงจัง พวกเขาอยากเห็นสังคมกลับมาสู่สภาวะปกติโดยเร็ว คนอื่นๆ จะได้เริ่มตื่นตัวเรื่องไวรัสและสามารถแบ่งเบาภาระแพทย์ได้บ้าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ภาพไหนในแคมเปญนี้ที่คุณชื่นชอบและอยากนำเสนอมากที่สุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพยิงหัว เป็นภาพที่แพทย์วัดอุณหภูมิตัวเอง ผมรู้สึกว่ามันสื่อความหมายได้หลากหลาย ให้คนไปตีความต่อเอง ซึ่งตรงกับความต้องการของผมที่ไม่อยากชี้นำเท่าไหร่นัก แต่ถ้าในมุมมองผม ผมรู้สึกว่าภาพนี้คือการบันทึกเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ได้ครบถ้วนที่สุด คือเราเห็นแล้วต้องรู้ทันทีว่าภาพนี้ถ่ายตอนไวรัสโควิด-19 กำลังระบาด มีแพทย์ มีเครื่องวัดอุณหภูมิ มีความหวาดกลัวต่อไวรัส</span></p>
<div id="attachment_99525" style="width: 2056px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-99525" class="wp-image-99525 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96594362_10220142756510554_1902627644059418624_o.jpg" alt="" width="2046" height="1365" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96594362_10220142756510554_1902627644059418624_o.jpg 2046w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96594362_10220142756510554_1902627644059418624_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96594362_10220142756510554_1902627644059418624_o-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96594362_10220142756510554_1902627644059418624_o-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96594362_10220142756510554_1902627644059418624_o-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96594362_10220142756510554_1902627644059418624_o-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96594362_10220142756510554_1902627644059418624_o-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96594362_10220142756510554_1902627644059418624_o-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 2046px) 100vw, 2046px" /><p id="caption-attachment-99525" class="wp-caption-text">ภาพ : อนุสาสน์ เหล่าจูม</p></div>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีสิ่งที่คุณไม่ได้เก็บภาพเอาไว้ แต่ก็อยากบอกเล่าให้คนภายนอกรับรู้บ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้างในโรงพยาบาลมีสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้เก็บภาพไว้แต่ผมรู้สึกได้คือความเหนื่อย ทุกคนเหนื่อยกันหมดแล้ว บางคนอยู่ข้างในนั้น 14 วันไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้เจอครอบครัวเลย ตอนเห็นครั้งแรกก็เศร้า แต่ผมก็รู้สึกขอบคุณพวกเขามากๆ ที่เต็มใจจะทำสิ่งนี้เพื่อสังคม ขนาดตัวผมเองที่เห็นแบบนี้ยังรู้สึกว่าตัวเองคงต้องทำอะไรบ้างแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกปัญหาหนึ่งที่เจอมาแล้วอยากเล่าคือ สังคมยังมีความกลัวต่อบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานใกล้ชิดกับไวรัสอยู่ ร้านอาหารบางแห่งจะไม่ขายให้กับคนในโรงพยาบาลเลย นี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ผมอยากยื่นมาเข้ามาช่วยเหลือเหมือนกัน ผมหวังว่าการที่สังคมภายนอกได้เห็นการทำงานที่รัดกุมและเป็นระบบจริงๆ เขาจะได้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีตัวอย่างที่พิสูจน์ว่าแคมเปญของคุณส่งผลต่อคนในสังคมจริงๆ บ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีแคมเปญเล็กๆ เกิดขึ้นหลังจากปล่อยภาพชุดนี้ลงโซเชียลมีเดียแล้ว คือผมเปิดโอกาสให้คนเข้ามาขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่ช่วยเหลือคนในสังคม แล้วก็ให้พวกเขามาสัญญาว่าจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เพื่อให้จำนวนผู้ติดเชื้อน้อยที่สุด คุณหมอจะได้ไม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ ปรากฏว่ามีคนเข้ามาคอมเมนต์หลักพันเลย ซึ่งผมก็เอาคอมเมนต์เหล่านั้นไปให้บุคลากรทางการแพทย์ดูจริงๆ บางคนที่เขาทำงานหนักมากๆ จนไม่เคยเข้ามาอ่านคอมเมนต์ในโลกโซเชียลมีเดียเลย พอเขาได้เห็นข้อความแบบนี้เขาก็ขอบคุณยกใหญ่ บอกว่าเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ช่วยเติมเต็มกำลังใจให้เขาได้เป็นอย่างดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ทำไมช่างภาพอย่างคุณถึงตัดสินใจมาทำโปรเจกต์ที่เสี่ยงต่อสุขภาพของตัวเองแบบนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พูดตรงๆ ก็กลัวไวรัสโควิด-19 นะ แต่ผมมีความเชื่อว่า ถ้าเราสามารถทำอะไรที่ให้ประโยชน์ต่อสังคมได้ก็ควรทำ ถ้ามันไม่หนักหนาสาหัสอะไร อย่างน้อยช่วยให้สังคมดีขึ้นสักนิดหนึ่งก็ยังดี ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรแล้วมานั่งบ่นเสียดายทีหลัง คำว่า ‘รู้แบบนี้’ หรือ ‘ตอนนั้นกูทำดีกว่า’ เป็นคำที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวผมเองมากที่สุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>หลังจากนี้จะมีโปรเจกต์แบบนี้เกิดขึ้นอีกไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากปล่อยภาพเซตนี้ไป สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกคือ สังคมได้รับประโยชน์จากผลงานที่เราทำ เลยคิดว่าโปรเจกต์ต่อไปคงจะทำงานที่สะท้อนสังคมมากขึ้น จริงๆ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่งานศิลปะมันจำเป็นต้องสะท้อนสังคมบางแง่อยู่เสมอ แต่ผมอยากสะท้อนในแง่มุมที่สวยงาม อยากแบ่งปันความรู้สึกและเรื่องราวดีๆ ให้กับสังคม ตัวผมเองเป็นคนจุดประเด็นให้เกิดการแก้ปัญหาไม่เก่ง ยังรับมือกับความเห็นที่รุนแรงผ่านการตั้งคำถามตรงไปตรงมาไม่ค่อยได้ แต่ถ้าเป็นงานในเชิงบวกที่ชุบชูใจผู้คนได้ ผลงานแบบนั้นคงมีออกมาให้เห็นอีกแน่นอนในอนาคตข้างหน้า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-99526 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96790667_10220142758350600_1748420296450244608_o.jpg" alt="" width="2046" height="1365" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96790667_10220142758350600_1748420296450244608_o.jpg 2046w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96790667_10220142758350600_1748420296450244608_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96790667_10220142758350600_1748420296450244608_o-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96790667_10220142758350600_1748420296450244608_o-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96790667_10220142758350600_1748420296450244608_o-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96790667_10220142758350600_1748420296450244608_o-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96790667_10220142758350600_1748420296450244608_o-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96790667_10220142758350600_1748420296450244608_o-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 2046px) 100vw, 2046px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-99528 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96710525_10220142760630657_3303266167761666048_o.jpg" alt="" width="2046" height="1365" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96710525_10220142760630657_3303266167761666048_o.jpg 2046w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96710525_10220142760630657_3303266167761666048_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96710525_10220142760630657_3303266167761666048_o-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96710525_10220142760630657_3303266167761666048_o-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96710525_10220142760630657_3303266167761666048_o-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96710525_10220142760630657_3303266167761666048_o-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96710525_10220142760630657_3303266167761666048_o-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/96710525_10220142760630657_3303266167761666048_o-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 2046px) 100vw, 2046px" /></p>
<div id="attachment_99529" style="width: 2056px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-99529" class="wp-image-99529 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/97073974_10220142760390651_546368592224976896_o.jpg" alt="" width="2046" height="1365" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/97073974_10220142760390651_546368592224976896_o.jpg 2046w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/97073974_10220142760390651_546368592224976896_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/97073974_10220142760390651_546368592224976896_o-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/97073974_10220142760390651_546368592224976896_o-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/97073974_10220142760390651_546368592224976896_o-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/97073974_10220142760390651_546368592224976896_o-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/97073974_10220142760390651_546368592224976896_o-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/97073974_10220142760390651_546368592224976896_o-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 2046px) 100vw, 2046px" /><p id="caption-attachment-99529" class="wp-caption-text">ภาพ : อนุสาสน์ เหล่าจูม</p></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/white-gown-warriors/">White Gown Warriors เซตภาพถ่ายที่บันทึกความเหนื่อยและความหวังของคนในโรงพยาบาลช่วงโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนน้ำเค็มเป็นน้ำจืด ดึงน้ำดื่มจากอากาศ ชวนดูไอเดียอนุรักษ์น้ำแบบล้ำๆ จากทั่วโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/innovative-water-reserve/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กฤตนัย จงไกรจักร]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2020 00:00:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Report]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=91432</guid>

					<description><![CDATA[<p>โลกมีน้ำปกคลุม 2 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด แต่เป็นที่น่าประหลาดใจว่ามีประชากรโลกมากถึง 1 ใน 5 ที่กำลังประสบภาวะขาดแคลนน้ำ หากว่ากันด้วยชุดข้อเท็จจริงทางภูมิศาสตร์ ปริมาณน้ำที่ว่าเยอะในโลกนั้นเป็นน้ำเค็มไปแล้วถึง 97.5% ในขณะที่น้ำจืดมีเพียงราวๆ 2.5% เท่านั้น และที่สำคัญในจำนวน 2.5% กลับมีน้ำบนผิวดินที่สามารถใช้อุปโภคและบริโภคได้เพียง 0.3% ซึ่งไม่สัมพันธ์กับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเติบโตของจำนวนประชากรเลยสักนิด มีรายงานขององค์การสหประชาชาติที่ทำนายเอาไว้ว่า ภายในปี 2568 ประชากรกว่า 7,000 ล้านคนจาก 60 ประเทศจะประสบภาวะการขาดแคลนน้ำรุนแรง ซึ่งพื้นที่ที่ประสบกับการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงในขั้นวิกฤตจะมีอัตราการใช้น้ำอยู่ประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตร / คน / ปี ถึงตรงนี้ แม้เราจะไม่ยกข้อเท็จจริงหรือสถิติมาอ้างอิงเพิ่มเติม แต่ทุกคนต่างรู้กันว่าน้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งยังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำในภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ทุกวันนี้จึงไม่มีใครตั้งคำถามว่า ‘ทำไมเราต้องอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ’ แต่เราต้องช่วยกันสงสัยว่า ‘เราจะแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำได้ยังไงบ้าง’ ลองไปดูกันว่าในหลายๆ พื้นที่ทั่วโลกเขาแก้ปัญหานี้กันยังไง แล้วพวกเราคนธรรมดาทั่วไปทำยังไงได้บ้าง &#160; กลั่นน้ำทะเลเป็นน้ำจืดใช้ดื่มกิน ประเทศอิสราเอลมีแหล่งน้ำจืดอยู่ในมือประมาณ 1,450 ล้านลูกบาศก์เมตร / [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/innovative-water-reserve/">เปลี่ยนน้ำเค็มเป็นน้ำจืด ดึงน้ำดื่มจากอากาศ ชวนดูไอเดียอนุรักษ์น้ำแบบล้ำๆ จากทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โลกมีน้ำปกคลุม 2 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด แต่เป็นที่น่าประหลาดใจว่ามีประชากรโลกมากถึง 1 ใน 5 ที่กำลังประสบภาวะขาดแคลนน้ำ</p>
<p>หากว่ากันด้วยชุดข้อเท็จจริงทางภูมิศาสตร์ ปริมาณน้ำที่ว่าเยอะในโลกนั้นเป็นน้ำเค็มไปแล้วถึง 97.5% ในขณะที่น้ำจืดมีเพียงราวๆ 2.5% เท่านั้น และที่สำคัญในจำนวน 2.5% กลับมีน้ำบนผิวดินที่สามารถใช้อุปโภคและบริโภคได้เพียง 0.3% ซึ่งไม่สัมพันธ์กับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเติบโตของจำนวนประชากรเลยสักนิด</p>
<p>มีรายงานขององค์การสหประชาชาติที่ทำนายเอาไว้ว่า ภายในปี 2568 ประชากรกว่า 7,000 ล้านคนจาก 60 ประเทศจะประสบภาวะการขาดแคลนน้ำรุนแรง ซึ่งพื้นที่ที่ประสบกับการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงในขั้นวิกฤตจะมีอัตราการใช้น้ำอยู่ประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตร / คน / ปี</p>
<p>ถึงตรงนี้ แม้เราจะไม่ยกข้อเท็จจริงหรือสถิติมาอ้างอิงเพิ่มเติม แต่ทุกคนต่างรู้กันว่าน้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งยังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำในภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า</p>
<p>ทุกวันนี้จึงไม่มีใครตั้งคำถามว่า ‘ทำไมเราต้องอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ’ แต่เราต้องช่วยกันสงสัยว่า ‘เราจะแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำได้ยังไงบ้าง’</p>
<p>ลองไปดูกันว่าในหลายๆ พื้นที่ทั่วโลกเขาแก้ปัญหานี้กันยังไง แล้วพวกเราคนธรรมดาทั่วไปทำยังไงได้บ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91955 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/GettyImages-869831050-e1583328881429.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<h3><strong>กลั่นน้ำทะเลเป็นน้ำจืดใช้ดื่มกิน</strong></h3>
<p>ประเทศอิสราเอลมีแหล่งน้ำจืดอยู่ในมือประมาณ 1,450 ล้านลูกบาศก์เมตร / ปี สำหรับใช้อุปโภคบริโภคในภาคครัวเรือนประมาณ 850 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 58% ของปริมาณน้ำที่มีอยู่ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นหากจะพึ่งพาเพียงน้ำจืดตามธรรมชาติอย่างเดียวก็คงจะไม่เพียงพอ ทางออกหนึ่งที่สำคัญของอิสราเอลคือการกลั่นน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด</p>
<p>ปัจจุบันอิสราเอลมีโรงงานผลิตน้ำจืดจากทะเลหรือการสกัดแยกเกลือออกจากน้ำทะเลโดยใช้เทคโนโลยี Reverse Osmosis (RO) ซึ่งใช้กระบวนการ Membrane ที่มีความละเอียดถึง 0.0001 ไมครอนในการกรองสารละลาย สิ่งปนเปื้อน และเชื้อโรคต่างๆ ออก จนได้น้ำจืดที่บริสุทธิ์ไหลผ่านออกมา</p>
<p>โดยตอนนี้อิสราเอลมีโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีนี้อยู่ 5 แห่ง ตั้งอยู่ที่เมืองอัชเคลอน, พัลมาชิมซอเร็ก, ฮาเดรา, แอชดอด และโรงงานขนาดใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ที่เมืองซอเร็ก โดยปัจจุบันปริมาณน้ำดื่มกว่าร้อยละ 80 ในอิสราเอลมาจากการแยกเกลือออกจากน้ำทะเลด้วยวิธีการดังกล่าว จนสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานานกว่า 71 ปีในอิสราเอลได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91822 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/GettyImages-695460428-e1583225806901.jpg" alt="" width="675" height="450" /></strong></h3>
<h3><strong>The Drinkable Book </strong><strong>หนังสือที่ไม่ได้มีไว้อ่าน แต่มีไว้ดื่ม</strong></h3>
<p>ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าทุกวันนี้หนังสือก็สามารถผลิตน้ำสะอาดมาให้เราดื่มได้ เมื่อ DDB Worldwide เอเจนซีระดับโลก ร่วมกับ Water Is Life องค์กรรณรงค์เรื่องน้ำสะอาด ได้ผลิตนวัตกรรมในการกรองน้ำเสียให้กลายเป็นน้ำสะอาดที่สามารถดื่มได้ในรูปแบบของหนังสือโดยใช้ชื่อว่า ‘หนังสือดื่มได้’ (The Drinkable Book) เพื่อใช้ช่วยเหลือประชากรในประเทศกำลังพัฒนา ที่ต้องเผชิญกับปัญหาอาการเจ็บป่วย ที่เกิดจากการดื่มน้ำไม่สะอาดโดยไม่รู้ตัว</p>
<p>หนังสือดื่มได้ผ่านการออกแบบพิเศษให้แต่ละหน้ากระดาษมีชั้นกรองที่สามารถดักจับเชื้อโรคได้ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งวิธีใช้งานก็เพียงแค่ฉีกหน้ากระดาษไปใส่ไว้ในกล่องช่วยกรอง แล้วทำการราดน้ำผ่านหน้ากระดาษ ก็จะได้น้ำสะอาดสำหรับดื่มโดยทันที</p>
<p>ซึ่งความน่าทึ่งในกระดาษหนึ่งหน้าของหนังสือดื่มได้ คือสามารถใช้กรองน้ำซ้ำได้ถึง 30 วัน ซึ่งเมื่อคำนวณจากจำนวนหน้ากระดาษแล้ว หนังสือดื่มได้หนึ่งเล่มจะเพียงพอต่อการใช้งานต่อคนนานถึง 4 ปี ซึ่งในปัจจุบันทาง Water is Life ก็ยังต้องการทุนสมทบเพื่อนำมาใช้ในการผลิตหนังสือและส่งมอบให้ชุมชนที่ต้องการ</p>
<p>โดยสามารถเข้าไปร่วมบริจาคได้ที่ <a href="https://waterislife.com/" target="_blank" rel="noopener">waterislife.com</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91823 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/GettyImages-1074899602-e1583225876282.jpg" alt="" width="675" height="450" /></strong></h3>
<h3><strong>Source อุปกรณ์ผลิตน้ำดื่มสะอาดจากอากาศ ช่วยเหลือคนพื้นที่ห่างไกล</strong></h3>
<p>บริษัทสตาร์ทอัพในรัฐแอริโซนา Zero Mass Water พัฒนาอุปกรณ์ผลิตน้ำดื่มได้จากอากาศโดยใช้ชื่อเทคโนโลยีดังกล่าวว่า ‘Source’</p>
<p>Source คือนวัตกรรมที่สามารถสร้างน้ำดื่มสะอาดได้จากอากาศ ด้วยการใช้แผงโซลาร์เซลล์ดึงความชื้นจากอากาศมาผลิตและกักเก็บน้ำ เพื่อฆ่าเชื้อโรค เติมแร่ธาตุต่างๆ ให้กลายเป็นน้ำสะอาดที่สามารถดื่มได้</p>
<p>โดยปัจจุบัน Source ได้ถูกติดตั้งไปแล้วในยี่สิบกว่าประเทศทั่วโลก เช่น โรงเรียนในอินเดีย, มูลนิธิช่วยเหลือเด็กในเคนยา และโรงพยาบาลท้องถิ่นในจาไมก้า ในขณะเดียวกันทางบริษัทยังจำหน่ายอุปกรณ์ Source ให้กับเจ้าของบ้านที่มีฐานะทางการเงินดีหรือบ้านเศรษฐีทั้งหลาย เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งไปสนันสนุนโปรเจกต์ในประเทศกำลังพัฒนาอีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91827 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/GettyImages-157310257-e1583225940731.jpg" alt="" width="675" height="450" /></strong></h3>
<h3><strong>ประหยัดน้ำได้ถึง 98% ด้วย The Altered:Nozzle </strong></h3>
<p>ลองนึกภาพเวลาที่เราล้างผักผลไม้หรือล้างจานในครัว นอกจากน้ำที่เราได้ใช้ประโยชน์จริงๆ แล้วก็ยังมีน้ำสะอาดที่ไหลลงสู่ท่อระบายน้ำทุกวัน นับเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยไม่จำเป็น บริษัท Altered เห็นปัญหานี้ จึงได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่จะแก้ไขปัญหานี้ขึ้น นั่นคือ The Altered:Nozzle หัวฉีดที่ช่วยให้น้ำแตกตัวพ่นเป็นละอองฝอยออกมา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ได้ใช้น้ำมากขึ้น ทั้งที่ในความเป็นจริงปริมาณน้ำออกมาจากหัวฉีดน้อยลง</p>
<p>โดย Altered บอกว่า The Altered:Nozzle สามารถช่วยประหยัดน้ำจากการใช้ในชีวิตประจำวันได้สูงถึง 98% และที่สำคัญขั้นตอนการใช้งานยังไม่ยุ่งยาก ติดตั้งเพียงครั้งเดียวก็ใช้ต่อได้อีกยาว รวมถึงราคาก็จับต้องได้สำหรับทุกครัวเรือน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91828 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/GettyImages-525889402-e1583225970668.jpg" alt="" width="675" height="450" /></strong></h3>
<h3><strong>Lifesaver ขวดกรองน้ำอเนกประสงค์</strong></h3>
<p>Michael Pritchard วิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดน้ำเสียในเมืองอิปสวิช ประเทศอังกฤษ ขอมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ด้วยการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องกรองน้ำแบบพกพาที่ชื่อว่า Lifesaver ซึ่งสามารถเปลี่ยนน้ำสกปรกให้กลายมาเป็นน้ำดื่มได้ภายในพริบตา เขาได้สาธิตผลงานมหัศจรรย์นี้ในงาน <a href="https://www.ted.com/talks/michael_pritchard_invents_a_water_filter/transcript?language=th#t-96490" target="_blank" rel="noopener">TEDGlobal 2009</a></p>
<p>ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อย่าง LifeSaver Liberty ที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวสร้างขวดกรองน้ำพกพา ที่สามารถบรรจุน้ำได้มากถึง 400 มิลลิลิตร เพื่อให้คุณพกติดตัวไปข้างนอกได้อย่างเพียงพอ และที่สำคัญยังสามารถใช้ขวดน้ำเป็นเครื่องกรองผ่านคาร์บอนและเมมเบรนเส้นใย ที่ช่วยกำจัดสารพิษ แบคทีเรีย และเชื้อโรคออกจากน้ำได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91497 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/w_ปก1-e1582886455723.jpg" alt="" width="675" height="428" /></p>
<h3>มาร่วม ‘สะกิดไทย ใส่ใจน้ำ’ กับ EAST WATER</h3>
<p><strong>East Water</strong> คือผู้นำในด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย มากกว่า 27 ปี ล่าสุด East Water ได้จัดโครงการ ‘สะกิดไทย ใส่ใจน้ำ’ ที่ชวนให้ทุกคนมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองเพียงเล็กน้อยเพื่อมีส่วนช่วยรักษาทรัพยากรน้ำ ผ่านแนวคิด URD หลักปฏิบัติในการใช้น้ำรูปแบบใหม่ ที่ประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 3 ข้อ ได้แก่</p>
<p><strong>U=Useful</strong> <strong>คุ้มค่า</strong> ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่าสู่ความยั่งยืน โดยดึงหลักการของการ Reduce Reuse Recycle เข้ามาช่วย เช่น การลดการใช้น้ำด้วยการไม่เปิดน้ำทิ้งไว้ นำน้ำทิ้งแอร์มารดน้ำต้นไม้ และการนำน้ำไปบำบัดน้ำเสียเพื่อนำมาใช้ใหม่</p>
<p><strong>R=Reserve</strong> <strong>คาดการณ์</strong> มีการจัดสรรน้ำและสำรองน้ำไว้ใช้ เพื่อใช้อย่างพอเพียงและเพียงพอต่อปริมาณน้ำที่มีการจัดสรรไว้อย่างระมัดระวัง เช่น การจัดเก็บสำรองน้ำฝนไว้ใช้ การปลูกพืชใช้น้ำน้อยในฤดูแล้ง</p>
<p><strong>D=Detect</strong> <strong>ควบคุม</strong> มีการควบคุมและสังเกตพฤติกรรมการใช้น้ำของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะไม่ก่อให้เกิดการเสียสมดุลของการใช้น้ำในแต่ละเดือน เช่น ควบคุมและตรวจสอบการใช้น้ำในบ้านไม่ให้เสียเปล่า หรือเกษตรกรวางแผนการใช้น้ำในการทำเกษตร และโรงงานอุตสาหกรรมวางแผนใช้น้ำในการผลิตตลอดทั้งปี</p>
<p>รู้อย่างนี้แล้ว ครั้งต่อไปที่จะใช้น้ำในการอุปโภคบริโภค ก็อย่าลืมนึกถึง URD และนวัตกรรมที่ถูกออกแบบอย่างสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อช่วยอนุรักษ์น้ำบนโลกของเรานะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p><strong><em>อ้างอิง</em></strong></p>
<p><a href="https://www.alteredcompany.com/alterednozzle" target="_blank" rel="noopener">alteredcompany.com</a></p>
<p><a href="https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/849526" target="_blank" rel="noopener">bangkokbiznews.com</a></p>
<p><a href="https://www.davidairey.com/the-drinkable-book" target="_blank" rel="noopener">davidairey.com</a></p>
<p><a href="https://iconlifesaver.com/" target="_blank" rel="noopener">iconlifesaver.com</a></p>
<p><a href="https://www.matichon.co.th/foreign/indepth/news_1651071" target="_blank" rel="noopener">matichon.co.th</a></p>
<p><a href="https://www.nationalgeographic.org/media/earths-fresh-water/" target="_blank" rel="noopener">nationalgeographic.org</a></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://www.washingtonpost.com/news/morning-mix/wp/2015/08/19/drinkable-book-filters-filthy-water-and-makes-it-safe-to-drink-researchers-say/" target="_blank" rel="noopener">washingtonpost.com</a><br />
<a href="http://www.wwf.or.th/what_we_do/wetlands_and_production_landscape/freshwater/" target="_blank" rel="noopener">wwf.or.th</a></span></p>
<p><a href="https://www.zeromasswater.com/" target="_blank" rel="noopener">zeromasswater.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/innovative-water-reserve/">เปลี่ยนน้ำเค็มเป็นน้ำจืด ดึงน้ำดื่มจากอากาศ ชวนดูไอเดียอนุรักษ์น้ำแบบล้ำๆ จากทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“โรงเรียนคืออาหารหลัก แคมป์คือวิตามิน” CP-Meiji Tensai แคมป์ที่อยากให้เด็กพบตัวตนตั้งแต่เนิ่นๆ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cp-meiji-tensai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กฤตนัย จงไกรจักร]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Feb 2020 03:00:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=87838</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่คนเราเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้เร็วขึ้นและในจำนวนมากขึ้น หากเยาวชนไทยจะรอให้ถึงช่วงมัธยมปลายก่อนเตรียมสู่สนามสอบก็คงจะสายไปเสียแล้ว เพราะอย่างนี้ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ซึ่งเชื่อในการสร้างชีวิตที่ดีให้กับอนาคตของชาติผ่านผลิตภัณฑ์นมและโยเกิร์ต จึงจัดกิจกรรม ซีพี-เมจิ เทนไซ (CP-Meiji Tensai) แคมป์ติวตะลุยโจทย์สำหรับเด็กประถมศึกษาปีที่ 6 ที่กำลังเตรียมสอบเข้าชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แถมยังครองตำแหน่งแคมป์เตรียมสอบระดับนี้แห่งเดียวในประเทศไทยที่จัดต่อเนื่องได้ยาวนานที่สุด  จุ๊บ–ชาลินี พูนลาภมงคล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมองค์กรสัมพันธ์ บอกกับเราว่าแคมป์ซีพี-เมจิ เทนไซ มีความพิเศษตรงที่ไม่ได้ติวแค่วิชาการ แต่ยังแบ่งปันประสบการณ์ชีวิต เพื่อเป็นตัวอย่างให้น้องๆ นักเรียนที่กำลังค้นหาตัวเอง และปีนี้ยังเป็นปีแรกที่มีการจัดแคมป์สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองควบคู่กันไป อะไรกันที่ทำให้พวกเขาเชื่อในการศึกษาทั้งในและนอกห้องเรียน เชื่อในการเป็นตัวเองของเด็กนักเรียน และเชื่อในการมีส่วนร่วม (แบบไม่บังคับ) ของพ่อแม่ ชาลินีจะเล่าให้ฟัง &#160; ทำไมซีพี-เมจิถึงเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจนเกิดมาเป็นแคมป์ซีพี-เมจิ เทนไซ คำตอบอยู่ในชื่อโครงการอย่าง ‘เทนไซ’ ที่แปลว่า ‘อัจฉริยะ’ อยู่แล้ว เพราะความตั้งใจแรกของซีพี-เมจิที่มีผลิตภัณฑ์เป็นนมและโยเกิร์ต คือการให้ประโยชน์แก่เด็กและเยาวชนผ่านคุณค่าทางโภชนาการ แม้ทุกคนจะสามารถดื่มผลิตภัณฑ์ของเราได้ แต่ต้องยอมรับว่ากลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่สำคัญ พวกเราจึงมาคิดต่อว่า นอกจากการทำผลิตภัณฑ์ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมแล้ว เราสามารถทำอะไรได้อีกที่จะช่วยส่งเสริมสิ่งสำคัญในชีวิตเขาได้ และยังสอดคล้องกับนโยบายหลักของเราคือ ‘ชีวิตดี มีได้ทุกวัน องค์กรเรามองว่าสิ่งสำคัญสำหรับเด็กและเยาวชนคือการศึกษา เพราะในช่วงวัยสิบกว่าขวบ อาชีพที่แท้จริงของเขาก็คือนักเรียน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cp-meiji-tensai/">“โรงเรียนคืออาหารหลัก แคมป์คือวิตามิน” CP-Meiji Tensai แคมป์ที่อยากให้เด็กพบตัวตนตั้งแต่เนิ่นๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1"><span class="s1">ในยุคที่คนเราเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้เร็วขึ้นและในจำนวนมากขึ้น หากเยาวชนไทยจะรอให้ถึงช่วงมัธยมปลายก่อนเตรียมสู่สนามสอบก็คงจะสายไปเสียแล้ว</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">เพราะอย่างนี้ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ซึ่งเชื่อในการสร้างชีวิตที่ดีให้กับอนาคตของชาติผ่านผลิตภัณฑ์นมและโยเกิร์ต จึงจัดกิจกรรม ซีพี-เมจิ เทนไซ (CP-Meiji Tensai) แคมป์ติวตะลุยโจทย์สำหรับเด็กประถมศึกษาปีที่ 6 ที่กำลังเตรียมสอบเข้าชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แถมยังครองตำแหน่งแคมป์เตรียมสอบระดับนี้แห่งเดียวในประเทศไทยที่จัดต่อเนื่องได้ยาวนานที่สุด</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> จุ๊บ–ชาลินี พูนลาภมงคล </span><span class="s2">ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมองค์กรสัมพันธ์ บอกกับเราว่า<span class="s1">แคมป์</span>ซีพี-เมจิ เทนไซ มีความพิเศษตรงที่ไม่ได้ติวแค่วิชาการ แต่ยังแบ่งปันประสบการณ์ชีวิต เพื่อเป็นตัวอย่างให้น้องๆ นักเรียนที่กำลังค้นหาตัวเอง และปีนี้ยังเป็นปีแรกที่มีการจัด<span class="s1">แคมป์</span>สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองควบคู่กันไป</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">อะไรกันที่ทำให้พวกเขาเชื่อในการศึกษาทั้งในและนอกห้องเรียน เชื่อในการเป็นตัวเองของเด็กนักเรียน และเชื่อในการมีส่วนร่วม (แบบไม่บังคับ) ของพ่อแม่ ชาลินีจะเล่าให้ฟัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88661" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/40.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/40.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/40-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/40-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>ทำไมซีพี-เมจิถึงเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจนเกิดมาเป็นแคมป์ซีพี-เมจิ เทนไซ</b></span></p>
<p class="p1"><span class="s1">คำตอบอยู่ในชื่อโครงการอย่าง ‘เทนไซ’ ที่แปลว่า ‘อัจฉริยะ’ อยู่แล้ว เพราะความตั้งใจแรกของซีพี-เมจิที่มีผลิตภัณฑ์เป็นนมและโยเกิร์ต คือการให้ประโยชน์แก่เด็กและเยาวชนผ่านคุณค่าทางโภชนาการ แม้ทุกคนจะสามารถดื่มผลิตภัณฑ์ของเราได้ </span><span class="s3">แต่ต้องยอมรับว่ากลุ่ม</span><span class="s1">เด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่สำคัญ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">พวกเราจึงมาคิดต่อว่า นอกจากการทำผลิตภัณฑ์ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมแล้ว เราสามารถทำอะไรได้อีกที่จะช่วยส่งเสริมสิ่งสำคัญในชีวิตเขาได้ และยังสอดคล้องกับนโยบายหลักของเราคือ </span><span class="s3">‘ชีวิตดี มีได้ทุกวัน </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">องค์กรเรามองว่าสิ่งสำคัญสำหรับเด็กและเยาวชนคือการศึกษา เพราะในช่วงวัยสิบกว่าขวบ อาชีพที่แท้จริงของเขาก็คือนักเรียน จึงเป็นที่มาของโครงการซีพี-เมจิ เทนไซ ที่ยังคงมุ่งไปที่กลุ่มของเด็กและเยาวชนเพื่อสร้างความอัจฉริยะทางการศึกษาให้แก่พวกเขา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>ทำไมถึงออกแบบแคมป์ซีพี-เมจิ เทนไซให้กับเด็กช่วงประถมศึกษาปีที่ 6 ที่กำลังขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยเฉพาะ</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">แคมป์ติวส่วนใหญ่ออกแบบมาสำหรับเด็กมัธยมปลายที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย แต่เรามองว่ารอยต่อระหว่างประถมศึกษาและมัธยมศึกษาก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญเหมือนกัน อีกทั้งยังเป็นช่องว่างที่เหมาะสม ตรงกับกลุ่มเป้าหมายในแง่ผลิตภัณฑ์ และยังตรงกับความตั้งใจในการพัฒนาเยาวชนอีกด้วย</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">เราเชื่อว่า ถ้ารอถึงตอนมัธยมปลาย มันอาจจะช้าไปแล้ว เราอยู่ในยุคที่ทุกอย่างรวดเร็วขึ้น โลกหมุนไวกว่าเดิม เด็กในปัจจุบันสามารถรับข่าวสารได้เร็วและมากกว่าสมัยก่อน ดังนั้นการช่วยให้เขารู้จักตัวตนและปูพื้นฐานในสิ่งที่ถนัดตั้งแต่วัยประถมจึงเป็นสิ่งสำคัญ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88622" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/1-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/1-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/1-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/1-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88623" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/2-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/2-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/2-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/2-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>เป้าหมายของแคมป์ซีพี-เมจิ เทนไซ คืออะไร</b></span></p>
<p class="p1"><span class="s1">เรามองว่าการเรียนในห้องเรียนคืออาหารหลัก ซึ่งก็ให้ความรู้กับเขาเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ครบถ้วนอยู่แล้ว ส่วนแคมป์เราคือวิตามิน ที่จะช่วยเพิ่มเคล็ดลับและเทคนิคให้กับเด็ก มากกว่าจะสอนสิ่งที่พวกเขาก็เรียนจากโรงเรียนอยู่แล้ว แม้เขาจะมาติวเพียงแค่ 2 วัน เขาก็ต้องได้อะไรใหม่ๆ กลับไปให้มากที่สุดในช่วงเวลาอันสั้น</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">แคมป์ของเราจึงเป็นเหมือนอาหารเสริมที่ช่วยเปิดโลกให้เขาว่า ชีวิตจริงมันมีเส้นทางให้เลือกเดินต่อไปอยู่มากมาย เด็กบางคนอาจไม่ได้เรียนหนังสือเก่งมาก แต่เขาอาจมีความถนัดและสนใจในด้านอื่น แต่เราก็อยากบอกเขาว่า คุณสามารถเดินตามเส้นทางที่คุณสนใจโดยที่ยังตั้งใจเรียนควบคู่กันไปได้</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ปีนี้เราจึงพาแขกรับเชิญมา 2 ท่าน คือ มิวนิค BNK 48 และโค้ชป้อม จากทีม eSports บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั้งคู่มีความพิเศษเหมือนกันคือ รู้ว่าตัวเองชอบอะไร และพยายามทำความฝันให้เป็นจริงโดยไม่ทิ้งการเรียน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ในงานมีน้องๆ หนึ่งพันคน เราก็ไม่รู้ที่มา ไม่รู้ว่าแต่ละคนชอบอะไร แต่อย่างน้อยถ้าเขาได้มาฟังว่ารุ่นพี่ทำตามฝันควบคู่ไปกับการเรียนยังไง เขาก็จะได้เปิดโลก ถ้าเราทำได้สัก 1 คนแคมป์นี้ก็คุ้มค่าแล้วล่ะ หรือในมุมพ่อแม่ที่กังวลว่าลูกจะสนใจอย่างอื่นมากกว่า ก็จะเห็นว่ามันทำควบคู่กันไปได้จริง แล้วพ่อแม่ก็จะเข้าใจลูกมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88631" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/10-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/10-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/10-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/10-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88635" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/14-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/14-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/14-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/14-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>นั่นเป็นเหตุผลที่แคมป์จัดเวิร์กช็อปสำหรับผู้ปกครองด้วยใช่ไหม</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ในปีแรกๆ เราโฟกัสไปที่เนื้อหาสำหรับเด็กก่อน แต่พอทำไปได้หลายปีจึงเริ่มคิดต่อว่า จะสามารถขยายขอบข่ายให้ครอบคลุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเด็กได้ยังไงบ้าง แล้วพอมองไปรอบๆ แคมป์จะเห็นได้ว่า พ่อแม่ที่ขับรถมาส่งลูกหรือมานั่งเฝ้าลูกติวในแคมป์ เขาก็นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร เราเลยคิดกันว่า ทำไมเราไม่ทำเวิร์กช็อปสำหรับเขาด้วยเสียเลยล่ะ ในระหว่างที่ลูกเรียนพ่อแม่ก็เรียนด้วยได้นี่ เราเลยขยายขนาดของแคมป์จากเด็กไปสู่ผู้ปกครอง เพราะพวกเขาคือคนที่ใกล้ตัวเด็กมากที่สุด ซึ่งควรจะเข้าใจเด็กมากที่สุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>เนื้อหาแบบไหนที่จะช่วยให้พ่อแม่เข้าใจลูกยุคนี้ได้มากขึ้น</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เวิร์กช็อปมี 4 หัวข้อคือ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>1. เข้าใจความแตกต่าง สร้างครอบครัวมีสุข</b> พ่อแม่ต้องเข้าใจว่า ทุกคนมีความแตกต่าง ลูกแต่ละคนก็มีนิสัยที่ต่างกัน บางคนเหมือนพ่อ บางคนเหมือนแม่ บางคนไม่เหมือนใครเลย ถ้าพ่อแม่เข้าใจความแตกต่างก็จะช่วยลดความขัดแย้งและอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข</span></p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>2. สมองวัยรุ่นวุ่นรัก</b> ช่วงวัยของน้องๆ ที่มาซีพี-เมจิ เทนไซ คือช่วงที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น มีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ซึ่งส่งผลต่อหลายๆ เรื่อง และเป็นช่วงที่อาจมีเรื่องเพศตรงข้ามเข้ามา เราจึงต้องทำให้พ่อแม่เข้าใจว่า ลูกคุณกำลังเปลี่ยนช่วงนะ เพราะบางคนอาจลืมช่วงวัยรุ่นไปแล้ว หรือบางทีตัวเองก็เคยเป็นเคยเจอ แต่พอมาเป็นพ่อแม่เองกลับรับมือไม่ถูก หรือการที่เราไม่ชอบพ่อแม่แบบไหน แต่เราอาจเป็นพ่อแม่แบบนั้นซะเอง</span></p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>3. โค้ชลูก</b> พ่อแม่บางคนอยากสอนลูก แต่อาจจะสอนไม่เป็น การสอนเลยกลายเป็นการสั่ง ซึ่งเป็นการสื่อสารที่แตกต่างกับการสอนโดยสิ้นเชิง เราเลยอยากสอนพวกเขาว่าควรสื่อสารกับลูกยังไง เข้าหาลูกยังไง ให้ลูกสบายใจ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>4. อาชีพแห่งอนาคต</b> ทุกวันนี้มีอาชีพที่ไม่เคยมีในสมัยก่อนเยอะมาก เช่น ยูทูบเบอร์​ บล็อกเกอร์ หรือบางอาชีพก็อาจจะหายไปแล้ว และอย่างที่บอกว่านี่เป็นยุคดิจิทัล ยุคที่ทุกอย่างเข้ามาเร็วขึ้น พ่อแม่เองก็ต้องปรับตัว ถ้าพ่อแม่เริ่มวางแผนเร็วก็จะสามารถช่วยลูกไปถึงเป้าหมายได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88655" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/34.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/34.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/34-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/34-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88646" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/25.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/25.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/25-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>คุณคิดว่าเด็กยุคนี้แตกต่างจากเด็กยุคก่อนยังไงบ้าง</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ในแง่หลักสูตรที่เด็กได้เรียนก็คงไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากนัก แต่ที่เปลี่ยนแปลงจริงๆ คือเรามีระบบการเรียนการสอนหลากหลายมากขึ้น เช่น นานาชาติ สองภาษา โรงเรียนทางเลือก เป็นต้น แต่ในเรื่องของการเรียนรู้อย่างอื่น เรามองว่าการเข้ามาของโซเชียลมีเดียทำให้เด็กเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น มีทางเลือกมากขึ้นและเร็วขึ้น เมื่อก่อนเด็ก ป.1 อาจจะไม่รู้อะไรเลย แต่เด็ก ป.1 ทุกวันนี้ เขาอาจรู้เรื่องได้เท่าเด็ก ป.6 สมัยก่อนได้เลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>คุณคิดว่ามันถูกต้องไหมที่เด็กต้องเริ่มเรียนรู้เร็วขนาดนี้</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เป็นเรื่องที่บอกว่าถูกหรือผิดได้ยาก เพราะสำหรับเด็กบางคนมันก็ดี แต่สำหรับเด็กอีกคนมันอาจไม่ดีก็ได้ แต่เรามองว่าการเริ่มเร็วคือการเพิ่มโอกาส เด็กบางคนอาจมีความสามารถ รับเนื้อหาในวิชาเรียนได้เร็ว และเขาสนุกที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม ในบางทีที่เขาได้ความรู้จากการศึกษาภาคปกติได้ 70% และถ้าสามารถเติมเต็มอีก 30% ผ่านการเรียนเสริมได้ เราคิดว่ามันเป็นประโยชน์นะ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">การเรียนพิเศษก็เหมือนกัน โดยหลักการแล้วเราคิดว่าเด็กควรได้รับความรู้ผ่านโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดก่อน หากจะเรียนพิเศษข้างนอก ควรจะเป็นการเสริมความรู้ด้านอื่นๆ มากกว่าการเรียนพิเศษในเรื่องที่ก็เรียนในหลักสูตรอยู่แล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>แคมป์นี้ก็เป็นการเสริมเหมือนกันใช่ไหม</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ใช่ค่ะ เราเสริมให้สมบูรณ์และทันยุคสมัยมากขึ้น แนวคิดหลักยังคงเป็นการเสริมเนื้อหาวิชาการ แต่เราไม่จบแค่นั้น ในยุคสมัยนี้ที่โลกเปลี่ยนแปลงไป การเรียนรู้นอกห้องเรียนมันมีความสำคัญ เพราะสุดท้ายชีวิตเด็กคนหนึ่งก็มีเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88630" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/9-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/9-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/9-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/9-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88657" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/36.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/36.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/36-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/36-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>เราเข้าใจว่าแคมป์นี้เป็น CSR แต่ทำไมแทบไม่มีการ tie-in ผลิตภัณฑ์ของซีพี-เมจิ เลย</b></span></p>
<p class="p1"><span class="s1">อันที่จริงเราไม่ได้มองว่าเราทำ CSR เลย มันคือการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นมากกว่า อย่างแคมป์ซีพี-เมจิ เทนไซ คือการสื่อสารกับกลุ่มเด็กนักเรียน และเรายังมีการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ เช่นเกษตรกรที่ส่งนมให้เรา หรือกลุ่มลูกค้าที่ใช้นมของเราในธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างชีวิตที่ดีให้กับพวกเขา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>ถ้าไม่ใช่ CSR ทำไมถึงยังถึงทำแคมป์นี้มาต่อเนื่องถึง 6 ปี</b></span></p>
<p class="p1"><span class="s1">พวกเราไม่อยากเป็นแบรนด์ที่ขายของอย่างเดียว เราอยากเห็นลูกค้าของเรามีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างใจจริง ซึ่งของแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถบอกตรงๆ ได้ พวกเราจึงต้องทำอย่างต่อเนื่องให้ลูกค้าเห็นถึงความตั้งใจจริงของพวกเรา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88628" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/7-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/7-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/7-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/7-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88650" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/29.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/29.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/29-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>ความยาก-ง่ายของการทำแคมป์สำหรับเด็กยุคนี้คืออะไร</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">คงเป็นเรื่องของการจัดในขนาดที่ใหญ่ แคมป์ของเราจัดขึ้นสำหรับเด็ก 1,000 คน จึงมีเรื่องให้คิดตั้งแต่สถานที่ การอำนวยความสะดวกต่างๆ การจัด</span><span class="s3">ตารางเนื้อหาวิชา</span><span class="s1"> การคัดเลือกติวเตอร์ที่ไม่ใช่แค่มีชื่อเสียง แต่ว่าต้องสอนดี สอนเข้าใจง่าย และสอนสนุกด้วย ทั้งหมดเพื่อสร้างบรรยากาศให้มันสนุกขึ้น ไม่ใช่แค่ว่าปล่อยให้เด็กเรียนอย่างเดียวให้จบไป เพราะถึงแม้แคมป์นี้จะมีหน้าที่เปิดโลกให้เด็กในอนาคต แต่ระหว่างแคมป์มันก็ต้องน่าสนใจ เอื้อให้เด็กพร้อมจะเรียนรู้ด้วยเช่นกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p3"><span class="s1"><b>คุณคาดหวังว่าเด็กจากแคมป์ซีพี-เมจิ เทนไซจะเติบโตขึ้นเป็นคนแบบไหนในอนาคต</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">แคมป์นี้มีเวลาแค่ 2 วัน ซึ่งไม่ได้เยอะจนขนาดที่จะรู้ว่าเด็กจะเติบโตเป็นแบบไหน แต่เราอยากช่วยจุดประกายอะไรบางอย่างในตัวเขามากกว่า ถ้าเขาได้รับประสบการณ์ดีๆ จากการเรียน บางทีมันอาจพลิกชีวิตเขาเลยก็ได้</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เด็กจะเลือกทางไหนคงเป็นเรื่องของตัวเขา หน้าที่เราคือต้องพยายามเพิ่มทางเลือกให้เขาตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ เพื่อให้เขาเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88643" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/22.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/22.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/22-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cp-meiji-tensai/">“โรงเรียนคืออาหารหลัก แคมป์คือวิตามิน” CP-Meiji Tensai แคมป์ที่อยากให้เด็กพบตัวตนตั้งแต่เนิ่นๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
