<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชวิชญ์ มายอด, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/chavit-mayot/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 19 May 2021 05:07:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>มะเดี่ยว ชูเกียรติ กับทัศนะต่อดารา “เรามีสิทธิเลือกว่าจะส่องสปอตไลต์ให้ใคร”</title>
		<link>https://adaymagazine.com/madaew-chookiat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 May 2021 08:23:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[บันเทิง]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[มะเดี่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[วงการบันเทิง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้กำกับ]]></category>
		<category><![CDATA[ดารา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=131754</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากนี้วงการบันเทิงจะเปลี่ยนไปนะ&#160; คนไม่ชอบดารามากขึ้นเพราะรู้ว่าในวิกฤตแบบนี้ ดารานักร้องศิลปินไม่ได้ช่วยอะไร ยิ่งดาราศิลปินออกมาโพสต์โชว์สิทธิพิเศษ ออกมาทำตัวลอยเหนือปัญหาทั้งปวง นั่นยิ่งทำให้ความรู้สึกห่างเหินกับพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนท่านห่างออกไปทุกที … ทั้งที่เวลาดาราศิลปินอ้อนแฟนๆ ก็จะบอกว่าตนเป็นคนของประชาชน แต่เวลาออกความเห็นอะไรง่าวๆ กลับบอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัว ถ้านั่นทำให้คนที่สนับสนุนคุณผิดหวังหรือเสื่อมความนิยมก็คือสิ่งที่สมควรได้รับ แล้ววันหนึ่งถ้าคุณออกมาบอกว่ารับใช้พี่น้องด้วยความสุขความบันเทิง ใครจะไปเชื่อ เพราะคุณตอแหลออกสื่อไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ตามนั้น ข้างต้นคือข้อความส่วนหนึ่งที่ มะเดี่ยว–ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล โพสต์เอาไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อไม่กี่วันก่อน ในฐานะผู้กำกับมากฝีมือที่อยู่ในวงการมาหลักสิบปี เมื่อเขาพูดความเห็นในที่สาธารณะแบบนี้ มีสำนักข่าวหลายเจ้าที่หยิบเอาข้อความดังกล่าวไปรายงานต่อจำนวนมาก&#160; สารภาพว่าตอนนั้นเราเองก็สนใจประเด็นที่มะเดี่ยวหยิบมาตั้งคำถาม แต่ด้วยข้อสงสัยอื่นๆ เราจึงติดต่อไปหามะเดี่ยวเพื่อขอสนทนาขยายความ แน่ล่ะ ว่าการสัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นผ่านโลกออนไลน์ ทั้งเหตุผลด้านการระบาดของโรคและเหตุผลด้านระยะทาง เพราะปัจจุบันมะเดี่ยวประจำการเวิร์กฟรอมโฮมอยู่ที่ Studio Commuan บริษัทโปรดักชั่นของเขาในจังหวัดเชียงใหม่ แต่สิ่งที่เราคุยกันไม่ได้เจาะจงอยู่แค่ที่ใดที่หนึ่งเท่านั้น แต่มันครอบคลุมถึงวงการบันเทิงในประเทศนี้ ก่อนขยายไปไกลถึงคุณภาพชีวิตที่เขายืนยันว่าถ้ามันแย่ ไม่ผิดหรอกที่ประชาชนหรือดาราจะออกมาด่ารัฐบาลบ้าง คำตอบของมะเดี่ยวจะเป็นเช่นไร เชิญรับฟังการสนทนาได้ ตามนี้ สถานการณ์โควิด-19 ที่เชียงใหม่เป็นยังไงบ้าง เห็นข่าวว่าหลายสถานที่เหมือนถูกสั่งล็อกดาวน์แล้ว อย่าพูดว่าล็อกดาวน์สิ เขาไม่ให้เราพูด เพราะถ้าล็อกดาวน์จริงก็ต้องมีเยียวยา (หัวเราะแห้ง) คือด้วยความที่สตูดิโอเราตั้งอยู่ใจกลางเมืองตรงแหล่งนักท่องเที่ยว เราเลยได้เห็นว่าการระบาด 3 ครั้งที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง อย่าง 2 ระลอกก่อนหน้าหลายคนยังพอเห็นปลายทางเพราะทั้งโลกก็เจอ 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/madaew-chookiat/">มะเดี่ยว ชูเกียรติ กับทัศนะต่อดารา “เรามีสิทธิเลือกว่าจะส่องสปอตไลต์ให้ใคร”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>จากนี้วงการบันเทิงจะเปลี่ยนไปนะ&nbsp;</em></p>



<p><em>คนไม่ชอบดารามากขึ้นเพราะรู้ว่าในวิกฤตแบบนี้ ดารานักร้องศิลปินไม่ได้ช่วยอะไร</em></p>



<p><em>ยิ่งดาราศิลปินออกมาโพสต์โชว์สิทธิพิเศษ ออกมาทำตัวลอยเหนือปัญหาทั้งปวง นั่นยิ่งทำให้ความรู้สึกห่างเหินกับพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนท่านห่างออกไปทุกที … ทั้งที่เวลาดาราศิลปินอ้อนแฟนๆ ก็จะบอกว่าตนเป็นคนของประชาชน แต่เวลาออกความเห็นอะไรง่าวๆ กลับบอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัว</em></p>



<p><em>ถ้านั่นทำให้คนที่สนับสนุนคุณผิดหวังหรือเสื่อมความนิยมก็คือสิ่งที่สมควรได้รับ</em></p>



<p><em>แล้ววันหนึ่งถ้าคุณออกมาบอกว่ารับใช้พี่น้องด้วยความสุขความบันเทิง ใครจะไปเชื่อ เพราะคุณตอแหลออกสื่อไปแล้วโดยไม่รู้ตัว</em></p>



<p><em>ตามนั้น</em></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>ข้างต้นคือ<a href="https://www.facebook.com/Chookiat.Sakveerakul/posts/10218193596807015">ข้อความส่วนหนึ่ง</a>ที่ <strong>มะเดี่ยว–ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล</strong> โพสต์เอาไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อไม่กี่วันก่อน</p>



<p>ในฐานะผู้กำกับมากฝีมือที่อยู่ในวงการมาหลักสิบปี เมื่อเขาพูดความเห็นในที่สาธารณะแบบนี้ มีสำนักข่าวหลายเจ้าที่หยิบเอาข้อความดังกล่าวไปรายงานต่อจำนวนมาก&nbsp;</p>



<p>สารภาพว่าตอนนั้นเราเองก็สนใจประเด็นที่มะเดี่ยวหยิบมาตั้งคำถาม แต่ด้วยข้อสงสัยอื่นๆ เราจึงติดต่อไปหามะเดี่ยวเพื่อขอสนทนาขยายความ</p>



<p>แน่ล่ะ ว่าการสัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นผ่านโลกออนไลน์ ทั้งเหตุผลด้านการระบาดของโรคและเหตุผลด้านระยะทาง เพราะปัจจุบันมะเดี่ยวประจำการเวิร์กฟรอมโฮมอยู่ที่ Studio Commuan บริษัทโปรดักชั่นของเขาในจังหวัดเชียงใหม่</p>



<p>แต่สิ่งที่เราคุยกันไม่ได้เจาะจงอยู่แค่ที่ใดที่หนึ่งเท่านั้น แต่มันครอบคลุมถึงวงการบันเทิงในประเทศนี้ ก่อนขยายไปไกลถึงคุณภาพชีวิตที่เขายืนยันว่าถ้ามันแย่ ไม่ผิดหรอกที่ประชาชนหรือดาราจะออกมาด่า<a href="https://adaymagazine.com/search/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87">รัฐบาล</a>บ้าง</p>



<p>คำตอบของมะเดี่ยวจะเป็นเช่นไร เชิญรับฟังการสนทนาได้</p>



<p>ตามนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-1-1024x683.jpg" alt="มะเดี่ยว–ชูเกียรติ" class="wp-image-131761" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">สถานการณ์โควิด-19 ที่เชียงใหม่เป็นยังไงบ้าง เห็นข่าวว่าหลายสถานที่เหมือนถูกสั่งล็อกดาวน์แล้ว</h3>



<p>อย่าพูดว่าล็อกดาวน์สิ เขาไม่ให้เราพูด เพราะถ้าล็อกดาวน์จริงก็ต้องมีเยียวยา (หัวเราะแห้ง)</p>



<p>คือด้วยความที่สตูดิโอเราตั้งอยู่ใจกลางเมืองตรงแหล่งนักท่องเที่ยว เราเลยได้เห็นว่าการระบาด 3 ครั้งที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง อย่าง 2 ระลอกก่อนหน้าหลายคนยังพอเห็นปลายทางเพราะทั้งโลกก็เจอ 2 ระลอกเหมือนกันหมด คนเลยยังพอมีหวังว่าถ้าทุกอย่างคลี่คลาย เดี๋ยวค่อยกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ แต่พอบ้านเรามีรอบที่ 3 แบบนี้ สิ่งที่เราเห็นได้ชัดคือความรู้สึกของพวกเขาเสียหายมาก</p>



<p>หลายคนไม่รู้จะสู้ยังไงแล้ว บางคนถึงกับปล่อยให้ทุกอย่างไหลไปก็มี เพราะถึงอดทนและพยายามกอบกู้ขนาดไหนก็พังอยู่ดี มันน่าเศร้ามากนะ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย ซึ่งเราเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไงนอกจากอุดหนุนเท่าที่ยังไหว</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">แล้วงานของคุณเองได้รับผลกระทบขนาดไหน</h3>



<p>อาจเป็นโชคดีหรือวางแผนไว้ดีก็ไม่รู้ งานของเราช่วงนี้เป็นงาน post-production พอดี ส่วนที่ต้องออกกองหนักๆ เราทำไปหมดแล้วช่วงก่อนโควิด-19 ทุกวันนี้เราเลยอยู่แต่บ้านโดยกันโซนมุมหนึ่งไว้เป็นที่ทำงานที่จำเป็น ส่วนงานจำพวกครีเอทีฟหรือเขียนบทเราก็ให้พนักงานยกคอมไปทำที่บ้านและประชุมออนไลน์กันตั้งนานแล้ว ส่วนแผนงานระยะยาวก็มีการปรับเปลี่ยนเยอะเหมือนกัน</p>



<p>ด้วยความที่งานเราเกี่ยวกับคนเยอะ ทั้งทีมงาน คนนอก โลเคชั่น และนักแสดง พอการระบาดรอบนี้รุนแรงกว่าที่คิด สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือหลายคนไม่เอาแล้ว ต่างกับสองครั้งแรกที่คนยังคิดว่าสามารถป้องกันได้ แต่ครั้งนี้คนไม่เอาเลย อย่างโลเคชั่นก็ปฏิเสธไม่ให้ถ่าย เพราะเขารู้สึกว่าไม่ปลอดภัยอีกต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือเราก็วางแผนถ่ายไม่ได้ หรือการติดเชื้อในวงการบันเทิงเองก็ส่งผลกระทบ เพราะด้วยธรรมชาติของวงการที่บังคับให้คนไปเจอกัน ปัจจัยเหล่านี้มันล้วนทำให้เชื้อไปเร็วและมีผลต่องานทั้งนั้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/4-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-131764" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/4-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/4-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/4-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/4-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/4-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/4-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">คุณจัดการยังไง</h3>



<p>หนึ่ง–คือต้องวางแผนใหม่ ซึ่งอย่าพูดถึงแผนหนึ่ง แผนสองเลย ตอนนี้มันมีแผนสาม แผนสี่ แผนห้าแล้ว หรือมากที่สุดคือต้องปล่อยบางงานไป อย่างเราก็ต้องปล่อยไป 2 งานเพราะไม่พร้อมเสี่ยง&nbsp;</p>



<p>สอง–คือเรื่องเงิน เรารีบทวงตังค์ที่คงค้างไว้ทั้งหมด ต้องเก็บเงินสดให้ได้มากที่สุด เพราะด้วยสถานการณ์แบบนี้ กระแสเงินสดคือสิ่งที่สำคัญมาก เราต้องวางแผนล่วงหน้าว่ากระแสเงินสดที่มีต้องทำให้ทีมเราอยู่ได้ไปจนถึงเดือนมิถุนายน</p>



<p>สาม–คือระหว่างที่ทำสิ่งเหล่านี้ งานที่เป็นเชิง pre-production เราก็ต้องเตรียมไปเรื่อยๆ เพราะถ้ามองโลกในแง่ดีสุดๆ ถ้าอยู่ดีๆ มีฝนตกลงมาเป็นวัคซีนแล้วทุกคนหาย เราจะได้ดำเนินงานต่อได้ทันทีโดยไม่ถอยหลังกลับไปเตรียมใหม่</p>



<p>นี่แค่คร่าวๆ นะ เพราะที่จริงแล้วในฐานะผู้บริหารคือต้องคิดเรื่องพวกนี้ตลอดเพื่อจะพาทีมไปข้างหน้า มีอะไรหลายอย่างที่ต้องรีบทำ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">ฟังดูแล้วสถานการณ์แบบนี้เรียกร้องความสามารถจากผู้บริหารอยู่เยอะเหมือนกัน</h3>



<p>ใช่ เรียกได้ว่าไม่เป็นอันทำงานเลย แต่เราโชคดีด้วยที่มีทีมที่ดีในการรับนโยบายไปทำต่อ เราเลยรอดมาได้ 3 รอบแล้ว (นิ่งคิด) แต่ไอ้คำว่ารอดนี่ก็ไม่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์ มีคนของเราที่ติดโควิดอยู่เหมือนกัน อย่างตอนนี้ก็มีน้องเราที่ไปอยู่โรงพยาบาลสนาม เราเองก็ต้องรับผิดชอบต่อสังคมโดยปิดบริษัทไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-1024x683.jpg" alt="มะเดี่ยว–ชูเกียรติ" class="wp-image-131762" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ในมุมของวงการบันเทิง มีผลกระทบอะไรที่คนภายในอย่างคุณเห็น แต่คนภายนอกไม่ทราบบ้างไหม</h3>



<p>ถ้ามองในมุมบริษัททั่วไป เราว่าตอนนี้ยังไม่ออกอาการเท่าไหร่ เพราะด้วยมาตรการที่ยึกยักเปิดช่องให้ออกกองได้ บริษัทเลยยังอยู่รอด แต่นั่นแหละคือปัญหา เพราะเขาบังคับให้ตัวเล็กตัวน้อยไปออกกองไง&nbsp;</p>



<p>ปัจจุบันเรายังเห็นหลายที่ทำแบบนั้น อย่างอาทิตย์หน้ายังมีน้องเราที่ต้องออกกองอยู่เลยเพราะคิวดาราไม่ได้ มันเหี้ยนะ หรือหนักกว่านั้นหลายที่ยังโยนภาระในการตรวจโควิดให้เป็นหน้าที่ของโปรดักชั่นเฮาส์อีกต่างหาก ซึ่งสถานการณ์แบบนี้เขาจะเอาเงินจากไหน ยังไม่นับปัญหาอย่างการ Rapid Test (การตรวจวินิจฉัยโรคอย่างรวดเร็ว) หน้ากองอีกที่ถ้าเจอเชื้อก็วงแตกยกกอง ทุกวันนี้มันเลยโกลาหลมาก</p>



<p>แต่ถามว่าเราเข้าใจไหม เราเข้าใจ นี่คือความดิ้นรนของคนทำงานเพราะรัฐไม่สั่งห้ามเด็ดขาด การหยุดกองไปอาจส่งผลกระทบต่อการออนแอร์หรือเก็บเงินค่าผลิตไม่ทัน แต่เราคิดว่านี่แหละคือหน้าที่ของผู้บริหารที่ต้องคิดแก้ไข คุณยอมจอดำบ้างก็ได้มั้ง ดีกว่าปล่อยให้คนของคุณออกไปผจญโลกรับความเสี่ยงเพื่อไม่ให้คุณขาดทุน ซึ่งถ้าเขาป่วยก็ไม่มีใครดูแลเขา หรือร้ายแรงที่สุดอย่างกรณีเสียชีวิตก็มีแล้ว เราว่านี่แหละคือความไม่แฟร์ในตอนนี้ และเราว่าคนในวงการบันเทิงควรหันมาเห็นปัญหานี้ได้แล้ว</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">พูดถึงมาตรการรัฐ อย่างครั้งนี้มีการช่วยเหลือเยียวยายังไงต่อคนทำงานในวงการบันเทิงบ้างไหม</h3>



<p>(ส่ายหน้า) เราไม่เคยเห็นรัฐปล่อยล้อฟรีเท่ารอบนี้เลย ไม่มีการช่วยใดๆ ทั้งสิ้น ยิ่งถ้ามองในภาพรวมใหญ่ก็ยิ่งน่าเศร้า เห็นที่ขยันหน่อยก็คือการออกสื่อมาขู่ให้ประชาชนหวาดกลัวโดย ศบค. ซึ่งเขาก็ทำสำเร็จ แต่การสื่อสารอย่าง ‘รัฐกำลังจัดการปัญหาอยู่ ประชาชนอย่ากังวล’ คือแทบไม่มี ดังนั้นสำหรับเราสามารถพูดได้ว่ารัฐล้มเหลวมากในการจัดการสถานการณ์ที่เป็นอยู่</p>



<p>รัฐไม่ได้สร้างความรู้สึกว่าเราจะอยู่กับโรคได้ ป้องกันได้ หรือมีชุดข้อมูลที่แน่นอนว่าถ้าเราติดต้องทำยังไง หนึ่ง สอง สาม สี่ สิ่งเหล่านี้ก็ไม่มีแน่ชัด คิดดูสิว่าตอนนี้เรายังมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตคาบ้านอยู่เลย เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง ทั้งที่เรื่องแบบนี้ต้องใช้คนที่มีความรู้ความสามารถมาจัดการให้เรา คนเหล่านั้นต้องได้เป็นรัฐบาลหรือรัฐมนตรี แต่ตอนนี้ทำไมไม่มี ทำไมหลายเรื่องเราต้องมาจัดการกันเอง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">ช่วยเหลือกันเองมากกว่าที่รัฐช่วย</h3>



<p>ใช่ ซึ่งมันไม่ควรเป็นแบบนั้น แต่พอมันออกมาแบบนี้ ที่ทำได้ก็คือการช่วยกันน่ะ (นิ่งคิด) อย่างน้อยเลยคือช่วยอยู่บ้าน และช่วยด่ารัฐบาล</p>



<p>อาจมีคนมาแซะนะว่าด่าแล้วได้อะไร แหม่ ได้สิคุณ! ทำไมจะไม่ได้ ยิ่งตอนนี้คือเห็นกันชัดๆ เลยก็ว่าได้ หลักฐานความห่วยแตกของรัฐคือคุณภาพชีวิตของประชาชนตอนนี้ไง มันเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว นี่ระบาดครั้งที่ 3 แล้ว รัฐควรพร้อมกว่านี้สิ ดังนั้นก็ด่าไปเถอะ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">คิดเห็นยังไงกับคำแย้งที่อาจเกิดขึ้นว่า ‘อย่าเพิ่งด่ากันเลย บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ช่วยกันก่อนดีกว่า’</h3>



<p>ต้องอธิบายแบบนี้ การด่าที่เราว่าแท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่เรียกว่ากระแสสังคมนะ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้รัฐหวั่นใจได้ เพราะที่ผ่านมาก็เป็นกระแสสังคมนี่แหละที่ทำให้เกิดการรวมตัวประท้วงรัฐบาลในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน</p>



<p>ตั้งแต่ความกล้าหาญของประชาชนในการออกไปเดินขบวน ไปจนถึงความกล้าหาญในการพูดถึงสิ่งที่ไม่เคยถูกพูดถึง ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เรียกว่ากระแสสังคมทั้งนั้น และมันพิสูจน์แล้วว่ากระแสสังคมก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้จริง มันทำให้เกิดการลุกฮือขึ้นมา ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่รัฐกลัว</p>



<p>ยิ่งเกิดวิกฤตโควิด-19 แบบนี้ มันทำให้เห็นเลยว่าจากที่รัฐเคยยึดถืออะไรบางอย่างที่เขามั่นใจว่าจะไม่ถูกล้มล้างได้โดยง่าย แต่ตอนนี้ทุกสิ่งมันสั่นคลอนไปหมดแล้ว หลายคนไม่มีความเชื่อความศรัทธาในรูปแบบเดียวกับรัฐแล้ว เพราะความศรัทธาเหล่านี้ไม่สามารถช่วยให้เขามีสุขภาพที่ดี มีกับข้าวเลี้ยงปากท้องได้ ดังนั้นนี่แหละคือความจำเป็นที่จะต้องสร้างกระแสสังคมต่อ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/1-1-1024x683.jpg" alt="มะเดี่ยว–ชูเกียรติ" class="wp-image-131763" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">ทุกคนจำเป็นต้องออกมาไหม คุณมองคนที่ไม่ด่าหรือไม่พูดถึงปัญหาว่ายังไงบ้าง</h3>



<p>โดยส่วนตัวเราไม่ใช่คนที่เที่ยวไปบอกให้คนอื่นออกมา ถ้าไม่พูดก็ไม่พูด เรื่องของคุณ เราไม่บังคับ เราถือว่ามันเป็นสิทธิของคุณที่จะเป็น ignorant ดังนั้นเราไม่ตัดสิน เพราะเรารู้ว่าการพูดมันมีผลที่ตามมา แต่เช่นเดียวกัน การไม่พูดก็มีผลตามมาเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>อย่างสมมติคุณเป็นดารา แล้วถ้าวันหนึ่งประชาชนมีความทุกข์ยาก แต่คุณกลับนิ่งเงียบเป็นเป่าสาก หรือโพสต์วางตัวโดยไม่สนสถานการณ์ที่มีคนเดือดร้อน แน่นอนว่าประชาชนก็มีสิทธิคิดว่าคุณไม่แยแสและไม่ไยดีต่อความรู้สึกเขา เพราะคุณไม่เห็นหัวเขา ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือคุณอาจโดนด่าหรือโดนแบน นั่นก็เป็นผลของสิ่งที่คุณทำ ก็คุณเลือกแล้ว และคุณควรจะได้รับ&nbsp;&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">เลยออกมาเป็นสเตตัสนั้นที่มีคนเอาไปทำเป็นข่าวเยอะแยะไปหมด</h3>



<p>งงเลย เห็นตัวเองอยู่ในทีวีก็ตกใจ (หัวเราะ) แต่จะโดนด่าหรือโดนชมก็ช่างมันเถอะ เพราะเราก็ยืนยันในความคิดตัวเอง เราไม่ได้คิดทำร้ายใคร แค่อยากเตือนสติหลายๆ คนตามประสาพี่น้องในวงการบันเทิง ซึ่งคนที่ฉลาดก็จะรู้ว่าในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ต้องวางตัวยังไง แต่คนที่บ้งๆ ก็ (เว้นช่วงและยิ้ม)</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/5-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-131765" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/5-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/5-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/5-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/5-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/5-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/5-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">แต่คุณร่วมงานกับคนที่เห็นต่างได้ใช่ไหม</h3>



<p>ไม่มีปัญหา จริงๆ ที่ผ่านมาเราทำงานกับดาราที่เป็นสลิ่มหรือ ignorant มาเยอะ ระหว่างทำงานก็ไม่ได้มีอะไร เพราะเขาก็มืออาชีพ เราก็มืออาชีพ เราต่างใช้ส่วนที่ดีของกันและกันในการทำงานร่วมกัน แต่ (เน้นเสียง) เท่าที่เราเห็นนะ คนเป็นสลิ่มนั่นแหละที่มักมีปัญหากับคนที่มีความเชื่อไม่เหมือนกัน ซึ่งคนเหล่านั้นมักมีตำแหน่งสูงในองค์กร ดังนั้นเวลาเขาตัดสินใจอะไรงี่เง่า เช่น การแบนดาราสามกีบ เสื้อแดง และเลือกดาราสลิ่มมาเล่น คนทำงานในระดับปฏิบัติการตัวเล็กตัวน้อยที่เห็นกระแสในทวิตเตอร์ก็ไม่สามารถเตือนได้ ทำได้แค่รับคำสั่งมา ซึ่งสุดท้ายพอหนังเจ๊งและประชาชนด่า คนที่เป็นหมาหัวเน่ากลับเป็นฝั่งปฏิบัติการซะงั้น</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">คุณมองว่านี่เป็นอีกหนึ่งกระแสสังคมหรือเปล่า การที่ประชาชนไม่ได้ดูแค่ผลงานของดารา แต่ดูแนวคิดและตัวตนของเขาด้วย</h3>



<p>แน่นอน เพราะประชาชนทุกวันนี้ไม่ได้หลับหูหลับตาดูแล้วเชื่อ เขาไม่ได้ดูทีวีแค่ไม่กี่ช่อง แต่เขามีความรู้จากหลายๆ แหล่งที่กระจายตัวและไม่ได้ถูกปกปิด ดังนั้นเด็กรุ่นใหม่จึงเคารพคนที่เขารู้สึกว่าน่าเคารพ&nbsp;เขาเชื่อในคนที่เขาคิดว่าน่าเชื่อถือ และเขาไม่สนแล้วว่าดาราคือใคร เพราะเขามองคุณในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง</p>



<p>ถึงคุณแสดงเก่ง แต่ถ้าคุณไม่มี empathy ต่อพี่น้องประชาชน เขาก็ไม่สนับสนุนคุณ เพราะมันไปด้วยกันไม่ได้ นี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้ เพราะถ้าคุณปรับตัวไม่ทัน รอดูได้เลยอีก 2-3 ปีคุณหายไปแน่ คนจะไม่แคร์คุณแล้ว เพราะเขามียูทูบ มีดาว TikTok ในดวงใจ เขามีดาวทวิตเตอร์ที่ศรัทธา สิ่งเหล่านี้จะดึงเวลาเขาไปจากคุณ ดังนั้นในความคิดเราคือถ้าไม่ปรับตัว คุณอยู่ไม่ได้แน่</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">แล้วคุณคิดเห็นยังไงกับดาราบางคนที่อยากแสดงออก แต่ด้วยกรอบของสังกัดทำให้แสดงออกไม่ได้</h3>



<p>เรารู้จักหลายคนที่เป็นแบบนั้น หลายคนเลยที่อยากออกมาแต่ก็ทำได้แค่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเราว่าเดี๋ยวถึงเวลาเขาก็ออกมาเองแหละ แต่ในตอนนี้ถ้าการออกมาของเขาต้องแลกด้วยอะไรหลายอย่าง เราก็เคารพในการตัดสินใจ เพราะเราคงไปรับผิดชอบชีวิตเขาไม่ได้ ทุกคนมีสิ่งที่แลกมาก-น้อยต่างกัน เรามีเดิมพันที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเรารอให้เขาเคียงข้างในวันที่เขาพร้อมดีกว่า&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">สุดท้ายถ้าให้สรุป คุณว่าการที่คนในวงการบันเทิงออกมาพูดสำคัญขนาดไหน มันต่างกับคนทั่วไปหรือเปล่า</h3>



<p>(นิ่งคิดนาน) ว่ากันตามตรงเลย การเป็นคนบันเทิงคือเต้นกินรำกินแหละ มันคืออาชีพที่สร้างความสนุกและความบันเทิง แต่เพราะคุณอยู่ตรงนี้ มันเลยเหมือนคุณมีสปอตไลต์ที่เลือกได้ว่าจะส่องให้ใคร ดังนั้นเวลาที่พี่น้องประชาชนลำบากและคุณรับรู้ เราว่าสิ่งนี้ควรส่งผลต่อวิจารณญาณของคุณ</p>



<p>เวลาจะออกมาพูดหรือทำอะไร ด้วยสิ่งที่คุณมี มันสามารถทำให้คุณเลือกเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนและช่วยเหลือให้เขาพ้นทุกข์ได้ คุณเลือกได้ว่าจะใช้สปอตไลต์ในมือส่องให้คนทั่วไปได้เห็นปัญหาหรือเปล่า หรือจะส่องให้คนเห็นไหมว่าตอนนี้มีคนที่เขาต่อสู้พร้อมแลกแล้วต้องติดคุกอย่างรุ้งและเพนกวิน&nbsp;</p>



<p>คุณก็ลองคิดดู เราคงไปคิดแทนคุณไม่ได้ เพราะอย่างที่บอกแหละว่าคนเรามีเดิมพันและเครื่องมือในมือที่ต่างกัน แต่สำหรับเราเองก็คงทำอย่างที่เห็น คือขุดประเด็นขึ้นมา ไม่ทำให้ปัญหาเงียบหายไป พูดแทนใจประชาชน ตราบใดที่ความเป็นคนบันเทิงยังอนุญาตให้เราทำสิ่งเหล่านี้ได้ เราก็คงทำต่อ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/madaew-chookiat/">มะเดี่ยว ชูเกียรติ กับทัศนะต่อดารา “เรามีสิทธิเลือกว่าจะส่องสปอตไลต์ให้ใคร”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “สิ่งสำคัญข้อแรกไม่ใช่งาน แต่คือคนข้างๆ” – ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2019-madaew/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Dec 2019 08:00:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2019]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[ดิว ไปด้วยกันนะ]]></category>
		<category><![CDATA[มะเดี่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้กำกับภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=82015</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ถ้านับกันที่วันเวลา  ผมนั่งสนทนากับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ไม่กี่อาทิตย์หลังจากหนังเรื่องล่าสุดที่เขากำกับอย่าง ดิว ไปด้วยกันนะ ออกฉาย และไม่กี่เดือนหลังจากที่แฟนหนุ่มของเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ถ้านับกันที่วันเวลา หนึ่งปีอาจจะเป็นช่วงเวลาแสนสั้นถ้าเขียนออกมาเป็นตัวเลข แต่ในแง่รายละเอียด มันก็ยาวนานพอจะทำให้ใครบางคนเปลี่ยนความคิดจากเหตุการณ์ในชีวิตทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอด 365 วัน และในปีนี้ มะเดี่ยวคือหนึ่งในนั้น ถ้านับกันที่วันเวลา เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงอาจไม่ได้นานมากมายอะไรในการสนทนาของเราสองคน แต่ถ้อยคำที่เกิดขึ้นนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ผมรู้ว่า มะเดี่ยวได้บทเรียนในการเปลี่ยนแปลงตัวเองยังไงบ้างตลอดหนึ่งปีนี้ และบรรทัดต่อจากนี้คือถ้อยคำเหล่านั้นที่เขาตอบคำถาม ว่าปีนี้สอนให้เขารู้ว่าอะไร ความรู้สึกหลังจากหนังเรื่องล่าสุดออกฉายมันต่างไปจากเรื่องก่อนหน้าบ้างไหม เราว่าต่างจากเดิม เมื่อก่อนเราจะตื่นเต้นมากเวลาเห็นคนดูมีแง่มุมหลากหลายกับหนัง ซึ่งเดี๋ยวนี้ความตื่นเต้นตรงนั้นน้อยลงแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่แคร์นะ แต่ที่เห็นชัดเจนมากๆ คือหลังจากทำหนังหรือคอนเทนต์มาหลายปี เราค้นพบว่าความแคร์ในตัวเราน้อยลง  ส่วนหนึ่งเราคิดว่าอาจเป็นเพราะเราโตขึ้น เราผ่านมาหมดแล้วทั้งจุดที่คนชอบหนังเรามากๆ และจุดที่คนด่ามากๆ ดังนั้นกับงานที่เกิดขึ้นทุกวันนี้มันจึงเป็นแค่งานงานหนึ่งที่ต้องเจอคนคอมเมนต์ มันเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะชมหรือด่า เอาเข้าจริงเราค้นพบว่ามันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นหรือแย่ลงไปมากกว่าเดิมเท่าไหร่ โอเค มันอาจมีผลต่อมุมมองของคนที่มองเข้ามาหรือนายจ้างบ้าง แต่เราทำงานมาขนาดนี้แล้ว เราต้องรู้ว่างานที่เราทำมันดี-ไม่ดียังไงตั้งแต่ต้นแล้ว เวลาทำหนังเราควบคุมร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราเห็นจุดบกพร่องหรือตำหนิในงานของเราอยู่แล้ว  &#160; ถ้าอย่างนั้นทุกวันนี้คำวิจารณ์มีผลยังไงกับคุณบ้าง เรายังอ่านคอมเมนต์หรือบทวิจารณ์อยู่นะ แต่เราเลือกขอบคุณคนที่เขาชอบ เลือกเก็บด้านดีๆ เข้าหาตัวดีกว่า ส่วนคำวิจารณ์ที่ไม่ดีเราก็เห็น แต่ไม่ได้เก็บมาคิดมากและเลือกปล่อยไป เราทำหนังมาจนรู้แล้วว่าวงการนี้ใช้คำว่าติเพื่อก่อไม่ได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-madaew/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “สิ่งสำคัญข้อแรกไม่ใช่งาน แต่คือคนข้างๆ” – ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล</span> <span style="font-weight: 400;">ถ้านับกันที่วันเวลา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมนั่งสนทนากับ <strong>มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล</strong> ไม่กี่อาทิตย์หลังจากหนังเรื่องล่าสุดที่เขากำกับอย่าง <a href="https://www.netflix.com/title/81237943"><em>ดิว ไปด้วยกันนะ</em></a> ออกฉาย </span><span style="font-weight: 400;">และไม่กี่เดือนหลังจากที่แฟนหนุ่มของเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้านับกันที่วันเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งปีอาจจะเป็นช่วงเวลาแสนสั้นถ้าเขียนออกมาเป็นตัวเลข แต่ในแง่รายละเอียด มันก็ยาวนานพอจะทำให้ใครบางคนเปลี่ยนความคิดจากเหตุการณ์ในชีวิตทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอด 365 วัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในปีนี้ มะเดี่ยวคือหนึ่งในนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้านับกันที่วันเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงอาจไม่ได้นานมากมายอะไรในการสนทนาของเราสองคน แต่ถ้อยคำที่เกิดขึ้นนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ผมรู้ว่า มะเดี่ยวได้บทเรียนในการเปลี่ยนแปลงตัวเองยังไงบ้างตลอดหนึ่งปีนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และบรรทัดต่อจากนี้คือถ้อยคำเหล่านั้นที่เขาตอบคำถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่า<a href="https://adaymagazine.com/?s=%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2">ปีนี้สอนให้เขารู้ว่า</a>อะไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-82419 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-4.jpg" alt="ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล" width="675" height="434" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-4-300x193.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-4-600x386.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ความรู้สึกหลังจากหนังเรื่องล่าสุดออกฉายมันต่างไปจากเรื่องก่อนหน้าบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าต่างจากเดิม เมื่อก่อนเราจะตื่นเต้นมากเวลาเห็นคนดูมีแง่มุมหลากหลายกับหนัง ซึ่งเดี๋ยวนี้ความตื่นเต้นตรงนั้นน้อยลงแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่แคร์นะ แต่ที่เห็นชัดเจนมากๆ คือหลังจากทำหนังหรือคอนเทนต์มาหลายปี เราค้นพบว่าความแคร์ในตัวเราน้อยลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนหนึ่งเราคิดว่าอาจเป็นเพราะเราโตขึ้น เราผ่านมาหมดแล้วทั้งจุดที่คนชอบหนังเรามากๆ และจุดที่คนด่ามากๆ ดังนั้นกับงานที่เกิดขึ้นทุกวันนี้มันจึงเป็นแค่งานงานหนึ่งที่ต้องเจอคนคอมเมนต์ มันเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะชมหรือด่า เอาเข้าจริงเราค้นพบว่ามันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นหรือแย่ลงไปมากกว่าเดิมเท่าไหร่ โอเค มันอาจมีผลต่อมุมมองของคนที่มองเข้ามาหรือนายจ้างบ้าง แต่เราทำงานมาขนาดนี้แล้ว เราต้องรู้ว่างานที่เราทำมันดี-ไม่ดียังไงตั้งแต่ต้นแล้ว เวลาทำหนังเราควบคุมร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราเห็นจุดบกพร่องหรือตำหนิในงานของเราอยู่แล้ว </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าอย่างนั้นทุกวันนี้คำวิจารณ์มีผลยังไงกับคุณบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังอ่านคอมเมนต์หรือบทวิจารณ์อยู่นะ แต่เราเลือกขอบคุณคนที่เขาชอบ เลือกเก็บด้านดีๆ เข้าหาตัวดีกว่า ส่วนคำวิจารณ์ที่ไม่ดีเราก็เห็น แต่ไม่ได้เก็บมาคิดมากและเลือกปล่อยไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราทำหนังมาจนรู้แล้วว่าวงการนี้ใช้คำว่าติเพื่อก่อไม่ได้ มันไม่เหมือนสร้างบ้านแล้วจะกลับมาแก้ได้ หนังคือการติเพื่อติเท่านั้น เพราะหนังเสร็จไปแล้ว พอหนังออกฉายผลงานนี้ไม่ใช่ของเราอีกต่อไป มันเป็นของคนดูไปแล้ว </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ที่บอกว่าความคิดต่างไปจากเดิม แสดงว่าก่อนหน้านี้คุณไม่ได้คิดแบบนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อก่อนอ่านหมดเลย ตามประสาแหละ อ่านแล้วก็เก็บมาคิดทุกสิ่ง ตอนนั้นเราอยากรู้ไงว่าคนคิดกับงานของเรายังไง แต่พอเวลาผ่านไป เราเข้าใจความเป็นไปพวกนี้มากขึ้น เอาจริงนะ ผู้กำกับที่ทำหนังมาสิบปีแล้วยังมีผลงานอยู่ได้เรื่อยๆ ในประเทศนี้มีอยู่ไม่กี่คน เราเองโชคดีที่อยู่ในกลุ่มนั้น ดังนั้นสิ่งที่เราทำก็ไม่มีอะไรมากกว่าทำหนังของเราต่อไปจนกว่าจะไม่มีใครให้ทำ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-82420 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-5.jpg" alt="ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล" width="675" height="363" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-5-300x161.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-5-600x323.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ถอยออกมามองภาพใหญ่กว่านั้น เราจะเรียกปีนี้ของคุณว่ายังไงดี ‘ปีแห่งการสูญเสีย’ ได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิดนาน) ใช้คำว่าเป็นปีที่พลิกผันมากๆ ก็แล้วกัน แฟนเราตาย มันเป็นสิ่งที่แย่มากๆ แย่แบบที่คงไม่มีอะไรแย่กว่านี้อีกแล้ว อาจเป็นจุดนี้ด้วยมั้งที่ทำให้เราแคร์อะไรภายนอกน้อยลง เพราะสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้คือสิ่งสำคัญในชีวิตคนเรา มันคือคนที่อยู่กับเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามาคิดกันจริงๆ เรื่องภายนอกอื่นๆ ทำอะไรเราไม่ได้หรอกถ้าเทียบกับคนที่อยู่กับเรา ไม่ว่าจะแม่ แฟน พี่น้อง หรือเพื่อนแท้ สิ่งที่มีค่าในชีวิตคือการที่คนเหล่านี้อยู่กับเรา ผิด-ถูกไปร่วมกัน อยู่เคียงข้างกันไม่ว่าจะดีหรือร้าย เพราะในความเป็นจริง ยิ่งโตขึ้นคนเหล่านี้จะยิ่งมีน้อยลงนะ ดังนั้นการสูญเสียแฟนซึ่งเป็นคนที่เรารักมากๆ จึงเป็นเรื่องแย่มาก ปีที่ผ่านมายอมรับเลยว่าเราเทไปหลายอย่างเพื่อได้อยู่ดูแลเขา </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่านี่คือการเทงานครั้งแรกในชีวิต ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราแบกมันไม่ไหว ซึ่งเอาจริงๆ ไม่ใช่แค่งานนะ ลูกน้องเอย บริษัทเอย เราเทหมด เราบอกพวกเขาให้ไปทำอย่างอื่นกันได้เลย เราแบกไม่ไหวแล้ว ขอให้เข้าใจด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานที่เราทำคืองานที่ใช้อารมณ์ ดังนั้นเมื่อความเศร้าหรือความกังวลเกิดขึ้นในตัวเรามากเกินไป เราเลยเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรได้ ห้วงสุดท้ายเราถึงเลือกที่จะไม่เอาอะไรแล้ว ขออยู่กับเขาอย่างเดียว ขอแค่เขาไม่ตาย เราคิดถึงขนาดว่าไม่ต้องทำอย่างอื่นเลยก็ได้ ขออยู่ข้างเขาก็พอ แต่กลายเป็นว่าเหมือนเขาเองแหละที่ตัดสินใจว่าจะไปตอนไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่ของโรคที่เขาเป็นมันทรมานอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ทรมานจนโอดโอย ประเด็นคือระหว่างที่เขาป่วย เราไป-กลับเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ตลอด เขาเห็นสภาพเรา เห็นว่าทุกวันเราเอาข้าวไปให้กิน เห็นเรานั่งทำงานตัดหนังอยู่ข้างๆ เราคิดว่าเขาคงรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระมั้ง ดังนั้นเขาก็เลยเลือกที่จะไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นเราเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ช่วงหนึ่งเลยนะ แต่ยอมรับว่าฟื้นตัวได้ไวมากเพราะงาน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-82417 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-2.jpg" alt="ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจเป็นความบังเอิญก็ได้ แต่มันก็เป็นความบังเอิญที่มาเยียวยาเราพอดี อยู่ดีๆ งานก็เข้ามาเยอะมากหลังเหตุการณ์นี้ ทั้งๆ ที่เราทำใจไประดับหนึ่งแล้วว่าเราคงฉิบหายแน่ เพราะช่วงที่เราอยู่กับเขา เราคิดว่าตัวเองหลุดจากลูปการพิจารณาของนายทุนไปแล้ว อีกอย่างเราก็ไม่รู้จะดูแลใจตัวเองยังไง จะหยุดจากความรู้สึกสูญเสียด้วยวิธีไหน เราคิดว่ามันยากมากในการทำให้ตัวเองดีขึ้นจากความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่งานที่เข้ามาก็ช่วยเราได้มาก พูดง่ายๆ ว่าชีวิตพลิกผันอีกครั้ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ตรงกับที่สเตตัสเฟซบุ๊กส่วนตัวของคุณบอกว่าจะเดินทางไปต่อแล้ว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ๆ เราว่าชีวิตต้องไปต่อนะ แต่เราก็ยอมรับว่าคิดถึงเขาอยู่ทุกวัน ตื่นเช้ามาเรายังคงคิดถึงเขาอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันมีบางอารมณ์นะที่คิดว่าถ้าเขาอยู่ เขาคงได้มานั่งดูหนังข้างๆ ถ้าเขายังอยู่ ชีวิตการงานเขาคงรุ่งโรจน์แน่ๆ (นิ่งคิด) แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว ดังนั้นเราเองมีหน้าที่ต้องใช้ชีวิตต่อไป แต่ก็เป็นการใช้ชีวิตของคนที่ล้ม สะดุด และมีบาดแผล เรารู้แล้วล่ะว่าอะไรที่สำคัญกับเรา เงินทอง การงาน ไม่ตายก็หาใหม่ได้ แต่คนที่จะสานสัมพันธ์กับเราและอยู่ในชีวิตร่วมกันได้แบบนี้ มันยากมากเลยที่จะสร้างขึ้นมาใหม่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-82421 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-6.jpg" alt="ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล" width="675" height="363" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-6-300x161.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-6-600x323.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ถ้าให้ทบทวน ตัวคุณเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้างจากเหตุการณ์นี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอดีแฟนเราคือคนที่ทำงานและสร้างสรรค์ผลงานออกมาด้วยกัน (แฟนของมะเดี่ยวเป็นตากล้องถ่ายทำหนัง) ดังนั้นพอเขาจากไป เรามีเรื่องให้คิดเยอะว่าต่อจากนี้จะเป็นยังไง ยิ่งเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นในสภาวะที่เรายังไม่ได้ตั้งตัว เรายังไม่ได้แก่ไปด้วยกันอย่างที่ตั้งใจเลย แผนการในชีวิตที่วางร่วมกันมันพังไปหมด ดังนั้นสิ่งที่เราได้เรียนรู้น่ะเหรอ (นิ่งคิด) โอ้โห เยอะเลยล่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปเยอะ เราอารมณ์เย็นลงเยอะ เข้าใจคนอื่นเยอะขึ้น และสำหรับงาน ก่อนหน้านี้งานคือสุดยอดในชีวิต มันเป็น priority ของเรามาตลอด แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เรารู้สึกอยากลดตัวเองลงบ้างและอยากส่งเสริมให้คนอื่นขึ้นไปแทน ตอนนี้เราอยากอยู่นิ่งๆ อยากใช้เวลาครุ่นคิดกับสิ่งที่ผ่านมาและทำอะไรที่ตอบโจทย์ทางจิตวิญญาณเรามากขึ้น เราอยากเรียนรู้จิตใจตัวเองใหม่และสร้างผลงานอะไรออกมาสักอย่างเพื่อส่งสารกับผู้คน เราอยากทำงานที่ค้นลึกเข้าไปในใจว่าตัวตนเราเป็นยังไง มาถึงตรงนี้เราผ่านอะไรมา เรารู้จักตัวเองแค่ไหน รู้จักโลกแค่ไหน พูดง่ายๆ ว่าตอนนี้เราอยากหาสมดุลชีวิตใหม่ จากที่เคยทำงานหนักหนามาก เราอยากหาจุดที่โอเคกับตัวเองมากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนพอเห็นชีวิตที่สูญเสีย คุณจึงหันกลับมามองชีวิตตัวเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่องงาน ชีวิต และความตาย มันบีบเรามากๆ ทุกอย่างบีบให้เราวิ่งๆๆๆ จนตอนนี้เราไม่ต้องวิ่งแล้ว เราหายใจได้เต็มปอด สติเรากลับมา เราได้เดิน หยุดพัก เห็นข้างทาง มองข้างหลังว่ารอบตัวเราเป็นยังไงบ้าง (นิ่งคิด) นี่อาจเป็นจุดที่ทุกคนต้องการในชีวิตเหมือนกันนะ เราเรียกมันว่าอาหารทางจิตวิญญาณ คล้ายการได้เข้าถึงและเข้าใจความจริงบางอย่างอย่างถ่องแท้ เพียงแต่ตอนนี้เราแค่ต้องการเวลาที่ได้ขบคิดเรื่องที่ผ่านมาสักหน่อย เพราะนี่คือสิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์ชีวิต ที่เราจะได้เรียนรู้ด้วยตัวเองล้วนๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-82424 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-9.jpg" alt="ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล" width="477" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-9.jpg 477w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-9-212x300.jpg 212w" sizes="(max-width: 477px) 100vw, 477px" /></p>
<p><b>ในวัยใกล้สี่สิบ เรียกปีนี้ว่าเป็น coming of age ได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันเป็นปีที่มีทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดีแหละ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เรารู้ว่าชีวิตมีขึ้น-ลงเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่อยู่ในจุดต่ำสุดนานหรอก และเราก็ไม่ได้ขึ้นไปบนจุดสูงสุดนานนัก วันที่ตกต่ำที่สุดเราก็อย่าท้อแท้ อย่าหมดกำลังใจ หาทางขึ้นไป และในวันที่อยู่สูงเราก็อย่าทะนงตนว่าจะอยู่แบบนี้ไปตลอดกาล วันหนึ่งเราก็ต้องลงมาอยู่ดี ดังนั้นเตรียมตัวให้พร้อมกับทุกสถานการณ์ดีกว่า ซึ่งการเตรียมตัวให้พร้อมนั่นก็คือการรู้จักตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใจเราทุกข์ตรงไหน สุขตรงไหน ถ้าเรารู้เท่าทันความรู้สึกได้ เราคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีสติในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประมาณนั้น คือความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่เที่ยงแท้อยู่แล้วน่ะ แต่เราต้องมีสติรู้ตัวว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญและมีผลต่อความรู้สึกเรา เหมือนการใช้ชีวิตให้ชาญฉลาดน่ะ อย่างตอนนี้งานยังเป็นสิ่งที่ทำให้สนุกและรู้สึกมีไฟในการทำงานอยู่นะ แต่แค่เราหาสมดุลกับอะไรที่ทำให้มีความสุขแท้จริงอย่างครอบครัว พี่น้อง เพื่อน คนรัก เพราะถ้าเรายังมีมือ มีสมอง เงินทองเราหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ แค่ไม่ใจร้ายกับตัวเองเกินไปนัก แต่คนที่อยู่ข้างๆ ถ้าจากไปแล้วพวกเขาจะไม่กลับมาไง ดังนั้นจงลำดับความสำคัญและใช้ชีวิตให้เป็นดีกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-82425 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-10.jpg" alt="ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล" width="675" height="477" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-10-300x212.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-10-600x424.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ถ้าจะมองชีวิตคุณในปีนี้เป็นหนังสักเรื่อง คุณว่าเรื่องนี้จะเป็นหนังแนวไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิดนานมาก) มันคงเป็นหนังที่จบสวยงามนะ ในแง่งาน ชีวิตเราก็ดีขึ้น ส่วนเขาก็คงไปในภพภูมิที่ดีขึ้น ซึ่งจริงๆ เราว่าปีนี้สำหรับเราไม่คล้ายหนังหรอก มันเหมือนซีรีส์ที่จบซีซั่นมากกว่า มันอาจจะสะเทือนใจกว่าซีซั่นที่ผ่านมาสักหน่อยตรงที่มีตัวละครที่คนดูรักและผูกพันจากไป แต่โดยรวมทั้งซีซั่นนี้ถือเป็นเรื่องดีแหละ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณเคยบอกว่าหนังของตัวเองมักทำขึ้นจากความทรงจำและความรู้สึก สุดท้ายนี้คุณว่าตัวเองจะทำหนังถึงเขาไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่ามี แต่มันจะเป็นหนังที่เป็นส่วนตัวมากแน่ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาจริงมีคนอยากให้เราทำนะ เอาตังค์มาให้ทำด้วยซ้ำ แต่อย่างที่บอกว่าเราเองขอตกผลึกเหตุการณ์นี้สักหน่อย เราอยากได้เวลาคิดถึงเรื่องนี้ และถ้าทำ เราคงจะทำมันอย่างทะนุถนอม อย่างดีที่สุด สุดท้ายถ้าถึงวันนั้นเราอาจจะออกตังค์ทำเองก็ได้นะ เพราะมันจะเป็นงานที่เป็นส่วนตัวกับเราร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งแน่นอนว่าเราคงไม่อยากให้ใครมาแตะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วยไม่ได้ ก็เรื่องนี้เป็นความทรงจำที่เราหวงแหนนี่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82630 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/IMG_4398.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/IMG_4398.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/IMG_4398-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/IMG_4398-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-madaew/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “สิ่งสำคัญข้อแรกไม่ใช่งาน แต่คือคนข้างๆ” – ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Maho Rasop 2019 เทศกาลดนตรีที่เริ่มนับหนึ่งและอยากไปให้ถึงร้อย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/maho-rasop-2019/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปฏิกาล ภาคกาย]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Oct 2019 13:05:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[HAVE YOU HEARD?]]></category>
		<category><![CDATA[กิรตรา พรหมสาขา ณ สกลนคร]]></category>
		<category><![CDATA[มหรสพ]]></category>
		<category><![CDATA[Seen Scene Space]]></category>
		<category><![CDATA[MAHO RASOP]]></category>
		<category><![CDATA[Maho Rasop Festival]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัณย์ ภิญญรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[พิมพ์พร เมธชนัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยสุ โกมารทัต]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ฟังใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=76700</guid>

					<description><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปปลายปี 2018 คอดนตรีบ้านเราน่าจะได้ยินข่าวคราวของเทศกาลดนตรีสดใหม่ที่ในเวลานั้นหลายคนอาจสงสัยว่าจะออกมาหน้าไหน เพราะชื่อของเทศกาลก็ดันไปสอดคล้องกับภาพจำว่าต้องเป็นการแสดงแบบไทยๆ แต่พอไล่สายตาดูรายชื่อศิลปินก็ต้องเกาหัวแกรกๆ ด้วยวงดนตรีเหล่านั้นล้วนข้ามฟ้าข้ามทะเลมาจากต่างแดน แล้วที่สำคัญ บางวงฉันก็ยังไม่รู้จักอีก เทศกาลนี้คงไม่เหมาะกับฉัน/ผม/เราแล้วแหละมั้ง บางคนอาจคิดเช่นนั้น แต่บางคนก็ไม่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 Maho Rasop Festival เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยไม่มีใครคาดหมายวันนั้นทั้งวัน ภาพถ่าย ข้อความ คำบอกเล่า วิดีโอคลิป ที่พูดถึงเทศกาลนี้ปรากฏขึ้นเต็มโซเชียลเน็ตเวิร์ก (อย่างน้อยก็ในของผม) และราวกับธรรมเนียมของการชมคอนเสิร์ต หลังเทศกาลรูดม่านปิดฉากไป ผู้คนต่างส่งเสียงเซ็งแซ่ ไชโยโห่ร้อง ปรบมือเป่าปาก เรียกร้องให้เทศกาลนี้กลับมาแสดงต่ออีกครั้ง ไม่ต้องรอนาน ไม่ทันผ่านพ้นหนึ่งสัปดาห์ คณะผู้จัดอันประกอบด้วย HAVE YOU HEARD? (กิรตรา พรหมสาขา ณ สกลนคร และพิมพ์พร เมธชนัน), Seen Scene Space (ปิยสุ โกมารทัต) และฟังใจ (ศรัณย์ ภิญญรัตน์) เหล่าโปรโมเตอร์คอนเสิร์ตที่มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันไป ก็ต้อนรับเสียงอังกอร์เหล่านั้นด้วยการประกาศล่วงหน้า 1 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/maho-rasop-2019/">Maho Rasop 2019 เทศกาลดนตรีที่เริ่มนับหนึ่งและอยากไปให้ถึงร้อย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปปลายปี 2018 คอดนตรีบ้านเราน่าจะได้ยินข่าวคราวของเทศกาลดนตรีสดใหม่ที่ในเวลานั้นหลายคนอาจสงสัยว่าจะออกมาหน้าไหน เพราะชื่อของเทศกาลก็ดันไปสอดคล้องกับภาพจำว่าต้องเป็นการแสดงแบบไทยๆ แต่พอไล่สายตาดูรายชื่อศิลปินก็ต้องเกาหัวแกรกๆ ด้วยวงดนตรีเหล่านั้นล้วนข้ามฟ้าข้ามทะเลมาจากต่างแดน แล้วที่สำคัญ บางวงฉันก็ยังไม่รู้จักอีก</p>
<p>เทศกาลนี้คงไม่เหมาะกับฉัน/ผม/เราแล้วแหละมั้ง</p>
<p>บางคนอาจคิดเช่นนั้น แต่บางคนก็ไม่</p>
<p>17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 Maho Rasop Festival เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยไม่มีใครคาดหมายวันนั้นทั้งวัน ภาพถ่าย ข้อความ คำบอกเล่า วิดีโอคลิป ที่พูดถึงเทศกาลนี้ปรากฏขึ้นเต็มโซเชียลเน็ตเวิร์ก (อย่างน้อยก็ในของผม) และราวกับธรรมเนียมของการชมคอนเสิร์ต หลังเทศกาลรูดม่านปิดฉากไป ผู้คนต่างส่งเสียงเซ็งแซ่ ไชโยโห่ร้อง ปรบมือเป่าปาก เรียกร้องให้เทศกาลนี้กลับมาแสดงต่ออีกครั้ง</p>
<p>ไม่ต้องรอนาน ไม่ทันผ่านพ้นหนึ่งสัปดาห์ คณะผู้จัดอันประกอบด้วย HAVE YOU HEARD? (กิรตรา พรหมสาขา ณ สกลนคร และพิมพ์พร เมธชนัน), Seen Scene Space (ปิยสุ โกมารทัต) และฟังใจ (ศรัณย์ ภิญญรัตน์) เหล่าโปรโมเตอร์คอนเสิร์ตที่มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันไป ก็ต้อนรับเสียงอังกอร์เหล่านั้นด้วยการประกาศล่วงหน้า 1 ปีว่า Maho Rasop 2019 จะกลับมาอย่างแน่นอน</p>
<p>เทศกาลได้เสียงตอบรับดี คนที่ไปแล้วอยากไปอีก คนที่พลาดไปตั้งตารอ</p>
<p>ทุกอย่างเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ ทุกสิ่งดูเหมือนจะง่ายขึ้นสำหรับพวกเขา แต่แล้วก็คงเหมือนแพลนชีวิตที่ไม่เคยได้ดังใจ หนึ่งปีที่ผ่านมาเรื่องราวที่คาดไม่ถึงประเดประดังเข้าใส่ทีมงาน Maho Rasop เป็นเหตุให้ผมต้องนัดพบกับ <strong>ศรัณย์ ภิญญรัตน์</strong> หนึ่งในทีมผู้จัด เพื่อถามถึงความพร้อมของเทศกาลที่จะจัดขึ้นในวันที่ 16-17 พฤศจิกายนนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-77841" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>การประกาศล่วงหน้า 1 ปี แถมเพิ่มเป็น 2 วัน ถือเป็นการตั้งใจตั้งแต่แรกหรือเป็นการตัดสินใจหลังจากจบงานปีที่แล้ว</strong></p>
<p>เอาจริงๆ ก็ก้ำกึ่ง คือตอนคุยกันเรื่อง Maho Rasop กับพี่ๆ ทีม HAVE YOU HEARD? และ Seen Scene Space เราต่างมีความคิดว่า Maho Rasop คือโปรเจกต์ระยะยาว แต่ด้วยความที่เป็นครั้งแรก เลยไม่มีใครแน่ใจได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะประสบความสำเร็จไหม ผลตอบรับจะดีหรือเปล่า</p>
<p>พอจบงานครั้งแรก เราเห็นว่าคนที่มามีความสุขมาก และในแง่ของผู้จัดอย่างเราตั้งแต่จัดคอนเสิร์ตมา 4-5 ปี Maho Rasop คืองานที่ผลตอบรับดีที่สุด เลยมั่นใจว่าจัดครั้งต่อไปได้ หลังจากพักเหนื่อยกัน 1-2 วันก็คุยกันว่าจะจัดต่อ แต่จะทำยังไงให้มันดีขึ้น ก็เพิ่มเป็น 2 วัน เพราะหนึ่งในปัญหาของปีที่แล้วคือเรามีลิสต์วงดนตรีอยู่ในใจเยอะมาก แล้วเรารู้สึกว่าหนึ่งวันมันแน่นเกินไป หลายคนบ่นว่าดูไม่ครบ แต่สุดท้ายวงปีนี้ก็เยอะอยู่ดี (หัวเราะ)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-77831" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-1-4-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-1-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-1-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-1-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-1-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-1-4.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><strong>ประกาศล่วงหน้านานขนาดนี้มีผลดียังไง</strong></p>
<p>มีเวลาเตรียมตัวและสื่อสารกับผู้คนเยอะขึ้น อย่างครั้งที่แล้วกว่าจะประกาศอะไรได้ก็กลางปีแล้ว แถมยังต้องใช้เวลาไปกับการบิลด์ว่าไลน์อัพเหล่านั้นดียังไง ต้องอธิบายด้วยว่า Maho Rasop คือเทศกาลอะไร ทุกอย่างเลยอีรุงตุงนัง แต่คราวนี้มันเคลียร์ขึ้น พูดชื่อ Maho Rasop ออกไป คนเริ่มรู้แล้วว่าคืออะไร บรรยากาศเป็นแบบไหน การดีลกับวงดนตรีก็ไม่ลำบากเหมือนปีก่อน เพราะต่อให้ก่อนหน้านี้ HAVE YOU HEARD? กับ Seen Scene Space จะเคยจัดคอนเสิร์ตวงต่างประเทศ แต่พอเป็นเทศกาลแล้วมันเป็นคนละเรื่องกัน พอมาครั้งนี้เราคุยกับวง ส่งอีเมลคุยกับเอเจนต์ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วเลย ส่งวิดีโอของครั้งก่อนไปให้ดู เขาก็เข้าใจทันทีว่ามันเป็นยังไง ประกอบกับไลน์อัพครั้งที่แล้วมีวงใหญ่ๆ อย่าง Slowdive, The Vaccines หรือ Miami Horror ก็ทำให้คำถามที่เขามีลดน้อยลงไปเยอะ</p>
<p>พอทุกอย่างสมูทกว่าเดิม เราก็มีเวลาไปทำเรื่องอื่นได้ อย่างปีนี้ก็มีพาร์ตเนอร์เพิ่มขึ้น กิจกรรมในงานก็มากขึ้น มีบูทให้คนมาเพนต์หน้า มีพื้นที่ให้คนมาตัดผม มีพื้นที่สำหรับการพักผ่อน คือเรามีเวลาคิดว่าจะทำงานให้ professional และสนุกกว่าเดิมได้ยังไง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77856 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46492094_287335408560408_591426638860779520_o.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46492094_287335408560408_591426638860779520_o.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46492094_287335408560408_591426638860779520_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46492094_287335408560408_591426638860779520_o-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46492094_287335408560408_591426638860779520_o-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46492094_287335408560408_591426638860779520_o-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p><div id="attachment_77848" style="width: 2058px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-77848" class="wp-image-77848 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46456178_287337048560244_1342365038790311936_o.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46456178_287337048560244_1342365038790311936_o.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46456178_287337048560244_1342365038790311936_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46456178_287337048560244_1342365038790311936_o-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46456178_287337048560244_1342365038790311936_o-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46456178_287337048560244_1342365038790311936_o-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><p id="caption-attachment-77848" class="wp-caption-text">facebook.com/MahoRasopFestival</p></div></p>
<p><strong>เหมือนสเกลของงานจะใหญ่ขึ้น</strong></p>
<p>ใช่ๆ มันใหญ่ขึ้นทุกอย่างเลย คือเราผลิตของทีเดียวเหมือนเดิมแหละ แต่มันมีเรื่องที่ต้องดูแลเยอะขึ้น เช่นจำนวนศิลปินคูณสอง แน่นอนว่าสิ่งที่จะตามมาคือเรื่องที่พัก เรื่องการเดินทาง เรื่องการขอวีซ่า ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามทุกอย่างจะกลายเป็น 2 เท่า เราก็ต้องแก้ตรงนั้น เรียกว่ามีหน้าที่ให้ต้องรับผิดชอบมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-77836" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวตั้ง3-1.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวตั้ง3-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวตั้ง3-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>ด้วยหน้าที่เหล่านี้ทำให้พอถึงวันงานจริงๆ คุณได้ดูโชว์ต่างๆ บ้างไหม</strong></p>
<p>แทบไม่ได้ดูอะไรเลย วันงานทุกอย่างเป็นสแนปช็อตไปหมด คือต่อให้เตรียมงานดีแค่ไหนก็จะมีปัญหาให้เราแก้เยอะแบบไม่น่าเชื่อ</p>
<p>Maho Rasop เป็นการรวมตัวของโปรโมเตอร์ 3 เจ้าก็จริง แต่ทุกคนก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ อย่างปีที่แล้วก็เกิดปัญหาว่าพวกเราไม่ได้ตัดสินใจร่วมกัน เพราะบางคนต้องคอยไปแก้ไขเรื่องอื่น ปีนี้เราเลยถ่ายโอนหน้าที่ไปยังแผนกอื่นหรือหาซัพพลายเออร์มาช่วยซัพพอร์ต เพื่อพวกเราจะได้อยู่ด้วยกัน คอยแก้ปัญหาอย่างเดียว และอีกส่วนก็เพื่อเราจะได้เดินดูงาน ได้คุยกับคน ได้พยายามซึมซับ ได้อยู่ในมุมมองเดียวกับคนดูมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-77838" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน2-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน2-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน2-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ความสนุกในการจัดเทศกาลคืออะไร</strong></p>
<p>เราอยากถ่ายทอดประสบการณ์ คือเราเคยไปเทศกาลพวกนี้มา ทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา แล้วมันโคตรสนุก เราอยากให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์แบบนั้นโดยที่ไม่ต้องลำบากบินไปดูนอกประเทศ ซึ่งจากที่เห็นผลตอบรับในปีที่แล้วมันก็ตอบโจทย์ส่วนตัวของเราที่อยากให้คนมาสนุก ให้คนรู้สึกว่าบ้านเรามีเทศกาลแบบนี้สักที</p>
<p>แต่ในขณะเดียวกันนี่ก็ยังไม่ใช่ภาพที่คิดไว้ร้อยเปอร์เซ็นต์ มีหลายอย่างมากที่ต้องพัฒนาต่อไป ตอนนี้ไม่ว่าเรื่องไลน์อัพ ประสบการณ์ กิจกรรมต่างๆ ในงานมันอาจจะได้สัก 60 เปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่เราอยากให้เป็น ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลที่เราต้องจัด Maho Rasop ต่อ ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้งานมันดีขึ้น ไลน์อัพโตขึ้น แต่อีกส่วนหนึ่ง ถ้าตอบแบบเท่ๆ หน่อยก็จะบอกว่ามันคือเรื่องของการทำให้เศรษฐกิจของประเทศเราดีขึ้น เพราะถ้าเทศกาลนี้ใหญ่จริงมันก็สามารถดึงชาวต่างชาติเข้ามาร่วมงานและอาจทำให้ความเข้าใจของชาวต่างชาติที่มีต่อกรุงเทพฯ เปลี่ยนไป เหมือนเทศกาล SXSW (South by Southwest) ที่ทำให้เมืองออสตินในรัฐเท็กซัสกลายเป็นเมืองที่โคตรเท่ ปลายทางไกลๆ เราอยากให้ Maho Rasop ปรับภาพลักษณ์ของเมืองไปในทางนั้น แต่กว่าจะไปถึงตรงนั้นได้ เราก็ต้องปรับปรุงให้ Maho Rasop ดีขึ้นทุกๆ ปีก่อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-77846 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46412003_286264738667475_2191960516841177088_o.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46412003_286264738667475_2191960516841177088_o.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46412003_286264738667475_2191960516841177088_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46412003_286264738667475_2191960516841177088_o-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46412003_286264738667475_2191960516841177088_o-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46412003_286264738667475_2191960516841177088_o-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p><div id="attachment_77855" style="width: 1578px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-77855" class="wp-image-77855 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46373923_286264775334138_2688680781773012992_o.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46373923_286264775334138_2688680781773012992_o.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46373923_286264775334138_2688680781773012992_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46373923_286264775334138_2688680781773012992_o-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46373923_286264775334138_2688680781773012992_o-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46373923_286264775334138_2688680781773012992_o-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /><p id="caption-attachment-77855" class="wp-caption-text">facebook.com/MahoRasopFestival</p></div></p>
<p><strong>ปีที่แล้วชาวต่างชาติมาร่วมงานเยอะไหม</strong></p>
<p>ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ปีนี้เยอะขึ้นอีก ชาวมาเลเซียกับอินโดนีเซียซื้อบัตรเยอะมาก สิงคโปร์กับญี่ปุ่นก็พอมี อาจเพราะไลน์อัพเราโตขึ้นเลยเริ่มดึงดูดคนจากประเทศเพื่อนบ้านได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปด้วยดี แต่อยู่ๆ ก็มีอีกเทศกาลเกิดขึ้นมา คุณและทีมงานต้องปรับแผนอะไรบ้างไหม</strong></p>
<p>จริงๆ เราอยากใช้เวลาเลือกหรือคุยกับวงมากกว่านี้ แผนตอนแรกคืออยากขายบัตร early bird ตอนที่ไลน์อัพเกือบจะครบแล้วด้วยซ้ำ เพื่อให้คนดูตัดสินใจได้ทันทีก่อนที่บัตรจะขึ้นราคา แต่ความเป็นจริงเราต้องประกาศไลน์อัพแรกเร็วกว่าที่วางแผนไว้ (มิถุนายน 2019) เพราะเราทำเป็นมองไม่เห็นอีกเทศกาลหนึ่งไม่ได้</p>
<p>เราไม่สามารถพูดได้ว่าใครคิดอะไรอยู่ แต่โดยปกติแล้ว การจัดงานชนกันไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรก็ตามมันไม่ดีกับใครเลย ไม่ดีกับทั้งผู้จัด ไม่ดีกับทั้งคนดู ซึ่งเราก็เห็นข้อความในโซเชียลฯ ที่หลายคนบอกว่าไม่รู้จะไปเทศกาลไหนดี</p>
<p>บรรยากาศของเทศกาลดนตรีน่าจะดีกว่านี้ได้ ถ้ามันมีการพูดคุยกันเพื่อหาทางทำยังไงก็ได้ให้ผู้ชมได้ผลประโยชน์สูงสุด ก็ได้แต่หวังว่าปีหน้าคงไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้แล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-77842" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>แล้ว Maho Rasop จงใจจัดงานให้คาบเกี่ยวกับ Clockenflap (เทศกาลดนตรีในฮ่องกง จัดวันที่ 22-24 พฤศจิกายน) หรือเปล่า</strong></p>
<p>จงใจ คือต้องบอกก่อนว่า Maho Rasop เป็นเทศกาลใหม่ แล้วสเกลก็เล็กกว่าที่อื่นๆ มาก ถ้าเราอยากได้วงที่ดี วงที่ดัง วงที่มีชื่อเสียง แน่นอนว่าราคาย่อมแพง เราไม่สามารถจ้างให้เขาบินมาเพื่อเราโดยตรงได้ เราต้องหวังว่าเขาจะมาทัวร์เอเชีย มาทัวร์เทศกาลหลักๆ แถวนี้ แล้วเราค่อยแทรกตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการทัวร์ของเขา</p>
<p>อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะประเทศเรามีช่วงที่ฝนไม่ตกอยู่ไม่กี่เดือน ทีนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวมันมีเทศกาลอะไรบ้างล่ะที่จัดอยู่ เราก็เลยเลือก Clockenflap เพราะนอกจากจะเป็นเทศกาลที่จัดเป็นประจำในช่วงเดือนพฤศจิกายน พวกเรายังรู้จักกับผู้จัดและรู้ว่าสามารถแชร์ไลน์อัพกับเขาได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-77839" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน3-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน3-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวนอน3-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ไม่กลัวว่าจะเป็นการแย่งกลุ่มลูกค้าต่างชาติกันเอง</strong></p>
<p>ไม่นะ เพราะเท่าที่คุยกับทาง Clockenflap เขาก็บอกว่าไม่ว่าเทศกาลอะไรก็ตามกลุ่มเป้าหมายหลักก็ต้องเป็นคนท้องถิ่น แล้วอีกอย่างเซนส์การเลือกวงระหว่างเรากับเขาก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ด้วยความที่ Clockenflap เป็นงานสเกลใหญ่กว่าเรามาก เขาเลยมีวิธีเลือกวงที่ถ้าไม่กึ่งไปทางแมสเลย ก็จะมีความเป็นศิลปินระดับตำนานมากๆ ซึ่งเขาอยู่ในจุดที่ปลอดภัยทางการเงิน ทำอะไรก็ได้แล้ว ยังไม่ต้องประกาศไลน์อัพบัตรก็ขายได้ เขาเลยสามารถยื่นประสบการณ์ที่มันยูนีคมากๆ ให้กับคนดูได้ แต่ของเรายังต้องบาลานซ์อยู่ เรายังไปไม่ถึงจุดที่จะเลือกใครมาก็ได้ เลยต้องมีทั้งวงที่คนอยากดูกับวงที่คนดูอาจจะไม่รู้จัก แต่เราอยากให้เขาดูเพราะเป็นวงที่โชว์ดีมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แต่ก็มีหลายคนเลยที่บอกว่าไม่รู้จักวงที่ Maho Rasop เลือกมา</strong></p>
<p>เรายังมีความเชื่อมั่นว่าคงไม่ถึงขั้นไม่มีคนรู้จักเลยสักวง ถ้ารู้จักสัก 2-3 วงแล้วพร้อมที่จะเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ เราว่าคนที่มาแล้วจะอยากกลับมาอีก เรามั่นใจว่าสิ่งที่ offer ให้นั้นมากกว่าแค่วงที่มาเล่น อย่างปีที่แล้วคนพูดถึง Oddisee เยอะมาก ทั้งที่ตอนแรกคนก็ไม่รู้จัก แต่ตอนนี้ทุกคนอยากดู Oddisee อีกรอบ เราเชื่อว่าปีนี้ก็จะเกิดขึ้นอีก แล้วพอมันเกิดขึ้นซ้ำๆ คำที่ว่าไม่รู้จักก็จะเริ่มหายไป</p>
<p>โอเค ยังมีคนจำนวนมากพูดว่า เฮ้ย วงอะไรวะไม่รู้จัก แต่ปีนี้เราเห็นคนจำนวนหนึ่งที่อาจจะไม่เยอะมาก และเป็นสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นกับปีที่แล้วเลยก็คือ พวกเขาพูดว่าต้องรีบไปทำการบ้านแล้ว ต้องไปตามฟังแล้วว่า Maho Rasop เลือกใครมา เขาคือใคร วงเหล่านี้เจ๋งยังไง</p>
<p>จริงอยู่ว่าเหตุผลหนึ่งในการเลือกวงมาเล่นคือเพราะผู้คนรู้จัก แต่อีกเหตุผลหนึ่งของพวกเราก็คือเลือกวงที่ดี ต่อให้คุณไม่รู้จัก แต่ถ้ามางานนี้คุณจะประทับใจ เพราะเราเชื่อมั่นว่า performance ของวงที่ดีนั้นมีเสน่ห์บางอย่างที่ต้องสัมผัสด้วยการดูสดเท่านั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77851 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46508565_286944555266160_2706168643061809152_o.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46508565_286944555266160_2706168643061809152_o.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46508565_286944555266160_2706168643061809152_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46508565_286944555266160_2706168643061809152_o-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46508565_286944555266160_2706168643061809152_o-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46508565_286944555266160_2706168643061809152_o-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p><div id="attachment_77852" style="width: 2029px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-77852" class="wp-image-77852 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46480043_286944565266159_5146179691798855680_o.jpg" alt="" width="2019" height="1346" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46480043_286944565266159_5146179691798855680_o.jpg 2019w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46480043_286944565266159_5146179691798855680_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46480043_286944565266159_5146179691798855680_o-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46480043_286944565266159_5146179691798855680_o-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/46480043_286944565266159_5146179691798855680_o-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 2019px) 100vw, 2019px" /><p id="caption-attachment-77852" class="wp-caption-text">facebook.com/MahoRasopFestival</p></div></p>
<p><strong>การที่ช่วงหลังๆ บ้านเรามีคอนเสิร์ตเยอะมาก มันส่งผลต่อตัวเทศกาลบ้างไหม</strong></p>
<p>มีๆ สังเกตสิหลังๆ คนเลือกมากขึ้น ไม่รีบซื้อบัตรแล้ว เขาอาจคิดว่ามันไม่หมดหรอก หรือไม่ก็อาจต้องเลือกว่าจะดูอะไร</p>
<p>ด้วยเศรษฐกิจที่ไม่ดีอยู่แล้ว เวลาจะทำอะไรเขาก็ต้องเลือกมากขึ้น เขาอาจมีงบในใจว่าฉันดูคอนเสิร์ตได้กี่ครั้งต่อปี สมมติปีหนึ่งจะดู 10 ครั้ง แต่มันมี 30 งาน เขาก็เลือกได้แค่ 1 ใน 3</p>
<p>เราเองก็แค่ต้องทำงานของเราให้มันดี ให้มันดึงคนได้ จากนั้นก็ต้องมั่นใจว่าคนที่เขามาเทศกาลของเราจะได้ประสบการณ์ที่ดีกลับไปจริงๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-77834" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวตั้ง1-1.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวตั้ง1-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/แนวตั้ง1-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/maho-rasop-2019/">Maho Rasop 2019 เทศกาลดนตรีที่เริ่มนับหนึ่งและอยากไปให้ถึงร้อย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
