<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชยากรณ์ กำโชค, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author506/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author506/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Feb 2021 08:03:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>VOA SPACE : ฮับสร้างสรรค์แห่งใหม่ของขอนแก่นที่ทุกการออกแบบเติมแรงบันดาลใจได้ทั้งหมด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/place-voa-space/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/place-voa-space/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชยากรณ์ กำโชค]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 May 2018 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[VOA Space]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สร้างสรรค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/place-voa-space/</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนวนไทย ‘ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ปลูกอู่ตามใจผู้นอน’ ที่เราคุ้นหูกันแต่เด็กและหลายคนน่าจะเข้าใจความหมายดี แต่เชื่อว่าน้อยคนจะได้ใช้ในชีวิตของตัวเอง ทว่ายังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยึดสำนวนดังกล่าว คล้ายเป็นคติพจน์ในวิชาชีพของตัวเอง พวกเขาคือ ‘นักสร้างบ้าน’ อย่างสถาปนิก มัณฑนากร และวิศวกร โครงการก่อสร้างตึกสูงเสียดฟ้า ออกแบบบ้านสองชั้นริมแม่น้ำ หรือตกแต่งห้องสี่เหลี่ยมขนาด 24 ตารางเมตร ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ กระบวนการในช่วงเริ่มต้นที่ขาดไม่ได้เหมือนกัน คือการรับฟังความต้องการของเจ้าของโครงการ เพื่อ ‘นักสร้าง’ จะได้ใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความสร้างสรรค์ เนรมิตวิมานในจินตนาการ ‘ผู้อยู่-ผู้นอน’ ให้กลายเป็นความจริงมากที่สุด จะดีแค่ไหน หากสถานที่พบกันของทั้งฝ่ายเป็นมากกว่าโต๊ะรับแขกในออฟฟิศ ร้านกาแฟ หรือโคเวิร์กกิงสเปซธรรมดา แต่เป็น ‘ที่ชอบ’ ที่สานต่อจินตนาการ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ หรือกระทั่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการออกแบบบ้านของคุณ ถนนมะลิวัลย์เป็นถนนสายสำคัญเส้นหนึ่งในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ตลอดสองข้างทางแวดล้อมไปด้วยย่านพาณิชยกรรมและย่านที่อยู่อาศัย ในระยะไม่เกิน 1 กิโลเมตรยังเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานขอนแก่นและมหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพอย่างยากปฏิเสธ และเร็วๆ นี้ ถนนมะลิวัลย์ยังเป็นที่ตั้งของ Co-Creator Hub แห่งใหม่ใจกลางเมืองขอนแก่นในนาม VOA SPACE พื้นที่ของ ‘creators’ ยอมรับว่าทันทีที่เราได้รับโจทย์ให้บอกเล่าเรื่องราวของ VOA [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/place-voa-space/">VOA SPACE : ฮับสร้างสรรค์แห่งใหม่ของขอนแก่นที่ทุกการออกแบบเติมแรงบันดาลใจได้ทั้งหมด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนวนไทย ‘ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ปลูกอู่ตามใจผู้นอน’ ที่เราคุ้นหูกันแต่เด็กและหลายคนน่าจะเข้าใจความหมายดี แต่เชื่อว่าน้อยคนจะได้ใช้ในชีวิตของตัวเอง ทว่ายังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยึดสำนวนดังกล่าว คล้ายเป็นคติพจน์ในวิชาชีพของตัวเอง</p>
<p>พวกเขาคือ ‘นักสร้างบ้าน’ อย่างสถาปนิก มัณฑนากร และวิศวกร</p>
<p>โครงการก่อสร้างตึกสูงเสียดฟ้า ออกแบบบ้านสองชั้นริมแม่น้ำ หรือตกแต่งห้องสี่เหลี่ยมขนาด 24 ตารางเมตร ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ กระบวนการในช่วงเริ่มต้นที่ขาดไม่ได้เหมือนกัน คือการรับฟังความต้องการของเจ้าของโครงการ เพื่อ ‘นักสร้าง’ จะได้ใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความสร้างสรรค์ เนรมิตวิมานในจินตนาการ ‘ผู้อยู่-ผู้นอน’ ให้กลายเป็นความจริงมากที่สุด</p>
<p>จะดีแค่ไหน หากสถานที่พบกันของทั้งฝ่ายเป็นมากกว่าโต๊ะรับแขกในออฟฟิศ ร้านกาแฟ หรือโคเวิร์กกิงสเปซธรรมดา แต่เป็น ‘ที่ชอบ’ ที่สานต่อจินตนาการ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ หรือกระทั่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการออกแบบบ้านของคุณ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Voa-Space-44.jpg"></p>
<p>ถนนมะลิวัลย์เป็นถนนสายสำคัญเส้นหนึ่งในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ตลอดสองข้างทางแวดล้อมไปด้วยย่านพาณิชยกรรมและย่านที่อยู่อาศัย ในระยะไม่เกิน 1 กิโลเมตรยังเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานขอนแก่นและมหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพอย่างยากปฏิเสธ</p>
<p>และเร็วๆ นี้ ถนนมะลิวัลย์ยังเป็นที่ตั้งของ Co-Creator Hub แห่งใหม่ใจกลางเมืองขอนแก่นในนาม <strong></strong><a href="https://www.facebook.com/voaspace/" target="_blank"><strong>VOA SPACE</strong></a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Voa-Space-18.jpg"></p>
<h3><strong>พื้นที่ของ ‘creators’ </strong></h3>
<p>ยอมรับว่าทันทีที่เราได้รับโจทย์ให้บอกเล่าเรื่องราวของ VOA SPACE เราตีความอย่างรวดเร็วชนิดไม่น่าให้อภัยว่า ที่นี่คือ co-working space และ community space แห่งใหม่ใจกลางเมืองขอนแก่น </p>
<p>ซึ่งเราคิดผิด</p>
<p>ทีม VOA SPACE และทีมสถาปนิกและนักออกแบบ Creative and Design Office &#8211; SCG ได้ไขความกระจ่างว่า พวกเขาตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็น Co-Creator Hub หรือแหล่งรวมตัวของเหล่านักสร้างที่จะมาสร้างสรรค์แรงบันดาลใจเพื่อความเป็นอยู่ สร้างการเชื่อมโยงจากคนกลุ่มหนึ่งไปยังอีกกลุ่มหนึ่ง พวกเขาเชื่อว่าการเชื่อมโยงเหล่านั้นทำให้มนุษย์พัฒนาเชิงสร้างสรรค์ไปได้อีกไกล</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Voa-Space-62.jpg"></p>
<p>“เราเชื่อว่าทุกคนคือ creators ในแบบของตัวเองนะ ถ้าแปลตรงๆ คำนี้หมายถึงกลุ่มนักสร้าง นักคิด ที่เขาจะสร้างสุนทรียภาพเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีในทุกๆ วัน จะเป็นสถาปนิก หรือมัณฑนากรหรือไม่ เราไม่เกี่ยง คุณเป็นเจ้าของบ้าน คุณก็ต้องการสร้างพื้นที่ที่คุณอยู่อาศัยให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีอย่างที่คุณต้องการ”</p>
<p>“เราหวังว่าที่นี่จะเป็นจุดเชื่อมโยงของกลุ่มคนเพื่อให้งานไปได้ใหญ่และไกลกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิกกับมัณฑนากร สถาปนิกกับเจ้าของบ้าน วิศวกรกับสถาปนิก หรือสาธารณูปโภคต่างๆ ที่ต้องทำงานร่วมกัน”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Voa-Space-13.jpg"></p>
<p>“ที่นี่ตอบโจทย์การทำงาน มีหลายมุมมากๆ ที่เราจะเลือกนั่งทำงาน บางทีไปที่เดิมๆ มันก็เบื่อ แต่ที่นี่สเปซน่าใช้งาน มีห้องประชุมให้ลูกค้ามาคุย ห้องอเนกประสงค์สำหรับนั่งเล่น ทั้งการเลือกใช้วัสดุ การออกแบบก็ทำให้เกิดภาวะน่านั่งทำงาน” ธนะวัฒน์ จอมไธสง สถาปนิกฟรีแลนซ์ชาวขอนแก่นบอกเรา</p>
<p>ธนะวัฒน์บอกเราว่าเขาไม่มีออฟฟิศเป็นของตัวเอง สถานที่นั่งออกแบบงานและพูดคุยกับลูกค้ามักจบลงที่ร้านกาแฟ ต่อมาเมื่อ VOA SPACE เปิดให้ใช้บริการ เขาเลือกจะมาที่นี่มากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ เพราะชื่นชอบการออกแบบ ประโยชน์ใช้สอย และมองเห็นแรงบันดาลใจในการออกแบบได้จากพื้นที่รอบตัวของเขา</p>
<p>ไม่ต่างกับ อธิปไตย จุฬศักดิ์สกุล ที่แม้จะเป็นสถาปนิกที่มีสำนักงานเป็นของตัวเอง แต่สุดท้ายเขาพบว่าการเปลี่ยนสถานที่ทำงานมีผลต่อการใช้ความคิดสร้างสรรค์ อธิปไตยชื่นชอบการออกแบบ VOA SPACE ด้วยสถาปัตยกรรมทันสมัย โดดเด่นจากอาคารในย่านใจกลางเมืองขอนแก่น เขามองว่านี่เป็นข้อดีที่ทำให้ภูมิทัศน์ทางสถาปัตยกรรมของนักสร้างบ้านและเจ้าของบ้านกว้างขว้างขึ้น</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Voa-Space-12.jpg"></p>
<p>สถาปนิกหนุ่มทั้งสองคนยังเห็นตรงกันว่า จุดแข็งที่ทำให้ VOA SPACE แตกต่างคือการให้รายละเอียดของวัสดุที่รายล้อมพวกเขาขณะใช้งานพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องตลอดจนสุขภัณฑ์ต่างๆ ที่ผู้ใช้งานสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อศึกษารายละเอียด หรือสอบถามเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ มีประโยชน์ทั้งฝ่ายผู้ออกแบบและเจ้าของโครงการ</p>
<h3>มีแรงบันดาลใจซ่อนอยู่ในสิ่งปลูกสร้าง</h3>
<p>VOA SPACE ถูกดัดแปลงมาจากโครงสร้างเดิมของศูนย์รถจักรยานยนต์เก่า ภายหลังการสำรวจพื้นที่ ทีมออกแบบพบว่าโครงสร้างที่หลงเหลืออย่างตัวอาคาร กระทั่งเสาและคาน ล้วนเป็นทรัพยากรที่มีประโยชน์ หากสามารถผสานผสานโครงสร้างเก่ากับการออกแบบสมัยใหม่ จะเป็นความท้าทายทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม และยังลดการใช้ทรัพยากรได้อย่างมาก </p>
<p>“เราไม่ได้ตั้งใจจะเลือกใช้โครงสร้างเก่าตั้งแต่แรก หลังจากทีมวิศวกรได้สำรวจประเมินอาคารแล้ว เราเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ร่วมกันว่า เรามีอะไรอยู่บ้าง และใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ได้มากน้อยแค่ไหน บางครั้งสิ่งที่เหมือนไม่มีค่าก็มีประโยชน์ได้ อยู่ที่ว่าจะเลือกอะไร เท่าไหร่ อย่างไร ให้เหมาะสม”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Voa-Space-42.jpg"></p>
<p>พื้นผิวภายนอกอาคารถือเป็นองค์ประกอบที่โดดเด่นของ VOA SPACE มองผิวเผินอาจคิดว่าเป็นอาคารสไตล์ลอฟต์พื้นผิวเป็นซีเมนต์ แต่ความจริงแล้วเป็นพื้นผิวกระเบื้องนำเข้าจากอิตาลี สีขาวอมเทา มองสบายตา ตามแรงบันดาลใจจากภูเขา ที่สำคัญคือใช้วัสดุทดแทนวัสดุธรรมชาติที่ทนทานต่อสภาพอากาศ โดยไม่ต้องเคลือบผิวหรือบำรุงรักษาเพิ่มเติม ไม่สึกกร่อนเป็นเวลายาวนาน</p>
<p>“ภูเขาสื่อถึงการรวมตัวกันที่หลากหลายขององค์ประกอบทางธรรมชาติต่างๆ เปรียบสถานที่นี้ต้องการเป็นที่รวมองค์ประกอบต่างๆ ทางสถาปัตยกรรมไว้เพื่อให้นักออกแบบสร้างผลงานที่มีคุณค่าและยิ่งใหญ่เช่นกัน ในเชิงจิตวิทยา การนำเส้นสายและความลาดชันของภูเขามาเชื่อมต่อพื้นที่ในส่วนต่างๆ ทำให้เกิดความรู้สึกต่อเนื่องกันของพื้นที่ใช้สอย เกิดความคิดสร้างสรรค์ และยังสร้างแรงบันดาลใจที่จะให้นักออกแบบทุกคนไปยังเป้าหมายสูงสุดของแต่ละคนอีกด้วย”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Voa-Space-9.jpg"></p>
<h3>ที่ชาร์จพลังงานแห่งความสร้างสรรค์ของคนกับเมือง</h3>
<p>องค์ประกอบของ VOA SPACE ล้วนได้รับการออกแบบให้สอดรับกับกระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์ทั้งสิ้น เช่น ทางเดินเชื่อมต่อความคิดและจินตนาการ ที่เรียกว่า VOA Path ทีมออกแบบตั้งใจให้ผู้ใช้งานปลดปล่อยสมองให้เป็นอิสระ เดินอย่างไร้จุดหมาย และเมื่อไม่เดินเป็นเส้นตรง ก็ลองเดินวนที่ Spiral Stair ก็ได้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Voa-Space-51.jpg"></p>
<p>การออกแบบด้วยแนวคิดความต่อเนื่องยังทำให้เกิดการใช้สอยพื้นที่อย่างสนุกสนาน สังเกตได้จากมุม Vive Atrium โถงขนาดใหญ่ใจกลางอาคารที่ออกแบบให้มีการเล่นระดับเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย  </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Voa-Space-71.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Voa-Space-95.jpg"></p>
<p>Velcome Hall พื้นที่นอกอาคาร เป็นตัวเชื่อมระหว่างอาคาร เปรียบเสมือนเป็นจุดเริ่มต้น จุดรวม และจุดนับพบ ของเหล่า creators จากบริเวณนี้มองเห็นโครงสร้างอาคารเดิมอย่างเสาและคาน ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแนวคิดใหม่ สามารถเป็นแรงบันดาลให้เหล่านักสร้างสรรค์คิดนอกกรอบได้อย่างดีเยี่ยม</p>
<p>VOA SPACE ไม่เพียงเป็นสถานที่พบปะระหว่างนักคิดนักสร้างเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็น LIVE Showroom และ Material Library เช่น มุมจัดแสดงประติกรรม UNVEIL โดยนักออกแบบชื่อดังระดับโลกชาวญี่ปุ่น สร้างจากนวัตกรรมที่เรียกว่า หินไพโรลิธิค ที่มีเอกลักษณ์คล้ายหินอ่อนแต่มีความโดดเด่นมากกว่า</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Voa-Space-93.jpg"></p>
<p>ที่ VOA SPACE ยังมีคาเฟ่ชื่อดังในนาม CLASS CAFÉ ซึ่งเป็นที่สุดของร้านกาแฟในภูมิภาค นำเมล็ดกาแฟเกรดพรีเมียมจากทั่วทุกมุมโลก เช่น เคนยา ปานามา กัวเตมาลา และบราซิล มาเบลนด์เป็นรสชาติเฉพาะของร้านเท่านั้น</p>
<p>เห็นชัดเจนว่ารายละเอียดเล็กน้อยที่แฝงในสถาปัตยกรรมของ VOA SPACE ล้วนผ่านกระบวนการออกแบบมาอย่างละเอียดเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งทีมออกแบบเปิดเผยว่าได้ศึกษาข้อมูลวิจัยทางจิตวิทยาเรื่องการอยู่ในธรรมชาติและความคิดสร้างสรรค์ </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Voa-Space-80.jpg"></p>
<p>“การได้อยู่กับธรรมชาติซึ่งมีลักษณะอ่อนโยน ไม่ดึงความสนใจจากสมองคนเราไปจนหมด ทำให้ยังคงเหลือทรัพยากรในการคิดเพื่อโฟกัสต่อประเด็นปัญหาที่คนเราต้องการการขบคิดได้ดีขึ้น ดังนั้นธรรมชาติจึงสามารถเติมเต็มอาการสมองล้าได้ ทำให้คนเราใช้ความคิดได้ดีขึ้น”</p>
<p>การเกิดขึ้นของ Co-Creator Space เกิดขึ้นในหัวเมืองภาคอีสานที่กำลังได้รับความสนใจเรื่องการพัฒนา และกลายเป็นโมเดลการพัฒนาเมืองของหลายท้องถิ่น คำถามที่เราไม่ถามไม่ได้คือ พวกเขามองเห็นศักยภาพอะไรของขอนแก่นที่จะทำให้ ‘ที่ชอบ’ แห่งนี้บรรลุเป้าหมาย</p>
<p>“พลังเหลือล้น เราไม่ได้มองภาพแค่ขอนแก่น เรามองในระดับภูมิภาค ความเป็นภาคอีสาน มีทั้งอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี เป็นของตัวเองเฉพาะ พร้อมทุกอย่าง ผลิตทั้งคน พัฒนาทั้งเมือง”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Voa-Space-23.jpg"></p>
<p><strong>facebook | </strong><a href="https://www.facebook.com/voaspace/" target="_blank">VOA Space</a></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> วริยา กระแจ่ม</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/place-voa-space/">VOA SPACE : ฮับสร้างสรรค์แห่งใหม่ของขอนแก่นที่ทุกการออกแบบเติมแรงบันดาลใจได้ทั้งหมด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/place-voa-space/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SEAC ศูนย์พัฒนาบุคลากรที่เชื่อว่าการออกแบบที่ดีเป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้และการสร้างผู้นำ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/place-seac/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/place-seac/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชยากรณ์ กำโชค]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Apr 2018 11:45:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[seac]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พัฒนาบุคลากร]]></category>
		<category><![CDATA[FYI Center]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องประชุม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/place-seac/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ห้องประชุมสี่เหลี่ยมขนาดกว้าง มีโต๊ะเก้าอี้วางเป็นระเบียบสำหรับเป็นโต๊ะประชุมใหญ่ หรือพร้อมปรับสำหรับการประชุมกลุ่มย่อย แน่นอน ที่ผนังด้านหนึ่งสแตนด์บายสำหรับจอโปรเจกเตอร์ ในห้องนี้ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ ที่ขาดไม่ได้อย่างดินสอไม้เหลาแหลม ปากกาสี ปากกาไวต์บอร์ด กระดานฟลิปชาร์ตพร้อมกระดาษปอนด์ และกระดาษสีสดใสมีแถบกาว ฯลฯ สภาพแวดล้อมดังกล่าวเป็นสภาพแวดล้อมที่พนักงานองค์กรต้องเจออย่างน้อยปีละครั้ง ขณะเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร (อย่างขาดเสียมิได้) ถ้าเราเดาไม่ผิด กิจกรรมแรกๆ ในห้องสี่เหลี่ยมคือการแนะนำตัวผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพยายามมีสีสัน หวังให้ทำความรู้จักกันข้ามแผนกและสร้างการจดจำ ตามด้วยการเล่นเกมเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แม้ถูกเรียกว่ากิจกรรมละลายพฤติกรรมหรือกิจกรรมนันทนาการ และหลายคนก็เข้าใจว่าเป้าหมายของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรมีประโยชน์ต่อตนเองและองค์กรเพียงใด แต่เราเชื่อว่าพนักงานไม่น้อยเบื่อหน่ายสภาวะดังกล่าว ได้แต่พูดในใจ&#8230; (ให้ฉันกลับไปทำงานยังได้ประโยชน์กับออฟฟิศมากกว่า) เท่านั้นไม่พอ อารมณ์ยังพาลขุ่นมัวขณะร่วมกิจกรรมไปตลอดทั้งวัน ความเชื่อส่วนตัวใดๆ ล้วนหายไป หลังจากเราร่วมกิจกรรม Open House ของศูนย์พัฒนาผู้นำและผู้บริหารระดับสูงที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน หรือ SEAC (South-East Asia Center) ห้องเรียน ห้องประชุม ห้องสัมมนา สเปซต่างๆ หรือกระทั่งออฟฟิศหลังบ้านของทีมงาน SEAC ล้วนออกแบบเพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และการทำงานร่วมกัน เน้นการตกแต่งภายในที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายตา แต่ยังแฝงความทันสมัย กระตุ้นให้ผู้ใช้งานเกิดพลังความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด โดยกว่าจะออกมาเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ฉีกข้อจำกัดการเรียนรู้แบบเดิมๆ ไม่เฉพาะทีมมัณฑนากร (Interior Designers) จะทำงานอย่างหนัก แต่ยังมีทีม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/place-seac/">SEAC ศูนย์พัฒนาบุคลากรที่เชื่อว่าการออกแบบที่ดีเป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้และการสร้างผู้นำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ห้องประชุมสี่เหลี่ยมขนาดกว้าง<br />
มีโต๊ะเก้าอี้วางเป็นระเบียบสำหรับเป็นโต๊ะประชุมใหญ่<br />
หรือพร้อมปรับสำหรับการประชุมกลุ่มย่อย<br />
แน่นอน ที่ผนังด้านหนึ่งสแตนด์บายสำหรับจอโปรเจกเตอร์<br />
ในห้องนี้ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ ที่ขาดไม่ได้อย่างดินสอไม้เหลาแหลม ปากกาสี<br />
ปากกาไวต์บอร์ด กระดานฟลิปชาร์ตพร้อมกระดาษปอนด์ และกระดาษสีสดใสมีแถบกาว ฯลฯ</p>
<p>สภาพแวดล้อมดังกล่าวเป็นสภาพแวดล้อมที่พนักงานองค์กรต้องเจออย่างน้อยปีละครั้ง<br />
ขณะเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร (อย่างขาดเสียมิได้) ถ้าเราเดาไม่ผิด<br />
กิจกรรมแรกๆ ในห้องสี่เหลี่ยมคือการแนะนำตัวผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพยายามมีสีสัน<br />
หวังให้ทำความรู้จักกันข้ามแผนกและสร้างการจดจำ<br />
ตามด้วยการเล่นเกมเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ</p>
<p>แม้ถูกเรียกว่ากิจกรรมละลายพฤติกรรมหรือกิจกรรมนันทนาการ<br />
และหลายคนก็เข้าใจว่าเป้าหมายของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรมีประโยชน์ต่อตนเองและองค์กรเพียงใด<br />
แต่เราเชื่อว่าพนักงานไม่น้อยเบื่อหน่ายสภาวะดังกล่าว ได้แต่พูดในใจ&#8230; (ให้ฉันกลับไปทำงานยังได้ประโยชน์กับออฟฟิศมากกว่า) เท่านั้นไม่พอ<br />
อารมณ์ยังพาลขุ่นมัวขณะร่วมกิจกรรมไปตลอดทั้งวัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac1.jpg"></p>
<p>ความเชื่อส่วนตัวใดๆ ล้วนหายไป หลังจากเราร่วมกิจกรรม<br />
Open<br />
House ของศูนย์พัฒนาผู้นำและผู้บริหารระดับสูงที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน<br />
หรือ <strong>SEAC<br />
(South-East Asia Center)</strong></p>
<p>ห้องเรียน ห้องประชุม ห้องสัมมนา สเปซต่างๆ<br />
หรือกระทั่งออฟฟิศหลังบ้านของทีมงาน SEAC ล้วนออกแบบเพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และการทำงานร่วมกัน<br />
เน้นการตกแต่งภายในที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายตา แต่ยังแฝงความทันสมัย<br />
กระตุ้นให้ผู้ใช้งานเกิดพลังความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด<br />
โดยกว่าจะออกมาเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ฉีกข้อจำกัดการเรียนรู้แบบเดิมๆ ไม่เฉพาะทีมมัณฑนากร (Interior Designers) จะทำงานอย่างหนัก<br />
แต่ยังมีทีม Learning Design เข้ามาเป็นส่วนร่วม</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac2.jpg"></p>
<p>SEAC มีขนาดมากกว่า 4,500 ตารางเมตร บนอาคาร FYI Center ฮับของคนรุ่นใหม่ย่านคลองเตย<br />
แบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็น 3 ชั้น </p>
<p>เราขอเริ่มต้นจากชั้น 1 ซึ่งเรียกว่า<br />
The<br />
Hub ทำหน้าที่เป็นห้องรับแขก<br />
เป็นห้องอ่านหนังสือ และเป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ระหว่างผู้เรียน<br />
สีโทนร้อนของการตกแต่งโดยรวมชวนให้ความรู้สึกอบอุ่น คล้ายนั่งอยู่ในบ้านของตัวเอง ช่วยปลดปล่อยจินตนาการ และสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ<br />
ให้โลดแล่น</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac3.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac4.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac5.jpg"></p>
<p>เราสังเกตลูกเล่นน่าสนใจของ The Hub บนผนังซึ่งตกแต่งวัสดุคล้ายกระดาษยับ<br />
สอดคล้องกับคอนเซปต์หลักในการออกแบบ คือ Unfolding Paper โดยเชื่อว่าไอเดียและนวัตกรรมใหม่ๆ<br />
ล้วนมาจากการคิด ร่างบนกระดาษ ลงมือทำ ผิดพลาด ขยำกระดาษ<br />
และคิดใหม่จนกว่าจะค้นพบความสำเร็จ นอกจากนี้<br />
บนผนังบางจุดยังตกแต่งอย่างหรูหรา ฉลุลาย<br />
แฝงความหมายสะท้อนถึงความทันสมัยด้านเทคโนโลยีของ SEAC ที่เรียกว่า Coding Innovation<br />
Wall</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac6.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac7.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac8.jpg"></p>
<p>จากล็อบบี้ชั้น 1 เราขึ้นบันไดมายังชั้น 2 ด้วยความรู้สึกไม่อยากเชื่อว่ากำลังเดินขึ้นห้องเทรนนิ่ง<br />
เพราะการตกแต่งที่ทันสมัย เน้นความโปร่งสบาย<br />
พื้นที่ใช้สอยส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติ<br />
สอดคล้องกับหลักการอนุรักษ์พลังงาน และทำให้ผู้เรียนสามารถมองเห็นวิวสวนบ้าง<br />
วิวตึกบ้าง สร้างบรรยากาศการทำงานและการประชุมที่ไม่จำเจ<br />
ยิ่งได้นั่งเก้าอี้ที่เหมาะสมกับสรีระจนนั่งได้นานกว่า 8 ชั่วโมงติดต่อกัน<br />
คงทำให้การเรียนประสบความสำเร็จไม่น้อย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac9.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac10.jpg"></p>
<p>หัวใจของชั้นนี้คือห้อง The Capital ห้องประชุมขนาดใหญ่ขนาด 180 &#8211; 200 ที่นั่ง<br />
และห้องประชุมย่อยที่มีชื่อเรียกตามชื่อเมืองหลวงในอาเซียน เช่น มะนิลา จาการ์ตา<br />
และสิงคโปร์ สามารถเปิดเชื่อมถึงกันเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ได้ ทุกห้องมีจอภาพ LED เชื่อมต่อกัน<br />
เหมาะสำหรับทำกิจกรรมที่เรียกว่า Experiential Learning หรือการเรียนรู้ที่เน้นจากประสบการณ์จริง<br />
พร้อมวางระบบเชื่อมต่อไร้สายกับสมาร์ตโฟน<br />
ทำให้ผู้เรียนแชร์ข้อมูลและประสบการณ์จากสมาร์ตโฟนได้ทันที สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่ได้เน้นเฉพาะองค์ความรู้จากผู้สอน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac11.jpg"></p>
<p>ไม่เพียงการตกแต่งด้วยสีสันสดใสที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกกระหายความรู้<br />
แต่การออกแบบห้องเรียนยังเน้นรองรับพฤติกรรมมนุษย์เป็นหลัก เช่น<br />
โต๊ะสี่เหลี่ยมคางหมู ที่สามารถเรียงต่อกันได้หลากหลายรูปแบบ เช่น<br />
ต่อเป็นโต๊ะรูปสามเหลี่ยมที่จะไม่ทำให้ผู้เรียนหันหลังให้ผู้สอนแม้แต่คนเดียว<br />
ระบบควบคุมแสงไฟและม่านด้วยไอแพด ที่เหมาะสำหรับห้องที่ใช้โปรเจกเตอร์<br />
ตัดปัญหาห้องสว่างหรือมืดเกินไป นอกจากนี้ ทุกโต๊ะยังวางระบบปลั๊กไฟ<br />
พร้อมสำหรับชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบที่ผู้ใช้งานไม่ต้องลากสายระโยงระยางจากปลั๊กฝาผนังอีกต่อไป</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac12.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac13.jpg"></p>
<p>สำหรับการประชุมกลุ่มย่อย 4 &#8211; 6 คน ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น<br />
แต่ยังอยากได้ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของ learning community ทาง SEAC ก็จัดพื้นที่เฉพาะที่โดดเด่นด้วยสีสันสดใสคล้ายเลโก้<br />
ที่นี่เรียกว่า The Market เนื่องจากมองเห็นความคึกคักของตลาดคลองเตยริมถนนพระราม 4 ได้ตลอดทั้งวัน โต๊ะบางตัวในโซน The Market วางระบบจอภาพและระบบเสียง Sound Tube ที่สามารถจำกัดรัศมีของคลื่นเสียงเฉพาะโต๊ะ<br />
คล้ายระบบเสียงในพิพิธภัณฑ์ทันสมัย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac14.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac15.jpg"></p>
<p>ชั้นที่ 3 ของ SEAC ถูกตกแต่งอย่างเรียบหรูเห็นได้ชัด เน้นโทนเข้ม<br />
เรียบง่าย เสมือนโรงแรม 5 ดาว<br />
เพราะชั้นนี้มีไว้สำหรับผู้นำและผู้บริหารระดับสูงที่เข้ามาเรียนหลักสูตรต่างๆ<br />
ทั้งเรื่องการสร้างภาวะผู้นำสมัยใหม่ และการขับเคลื่อนนวัตกรรมให้เกิดในองค์กร ชั้นนี้มียังห้องประชุมย่อยออกแบบเป็นวงกลมมีชื่อเป็นสกุลเงินในอาเซียนเพื่อการทำงานที่เป็นส่วนตัว<br />
ส่วนไฮไลต์คือห้องประชุมใหญ่ที่เรียกว่า ASEAN Amphitheatre ให้ความรู้สึกคล้ายโรงภาพยนตร์<br />
เพราะมีจอภาพยาว 3 จอเรียงต่อกัน<br />
สามารถรับ-ส่งสัญญาณภาพและเสียงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต<br />
เอื้อต่อการเรียนผ่านระบบ LIVE จากอาจารย์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก</p>
<p>ปัจจุบันมีผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำจากกว่า<br />
200<br />
องค์กรที่เคยมาใช้บริการจาก SEAC แล้ว เช่น เครือซีพี, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพานิชย์, เอสซีจี, บมจ.สมิติเวช<br />
ฯลฯ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seac16.jpg"></p>
<p>อริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์กว่า<br />
25<br />
ปี พูดถึงเหตุผลในการลงทุนสร้างบรรยากาศของ<br />
SEAC<br />
ทั้ง 3 ชั้นให้ทันสมัย ต่างจากบรรยากาศศูนย์เทรนนิ่งแห่งอื่น<br />
เธอบอกว่า บรรยากาศภายในศูนย์จะสามารถสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ (learning ecosystem) และประสบการณ์การเรียนรู้ (learning experience) ซึ่งมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ไม่น้อยกว่าตำราการเรียนการสอนหลักสูตร</p>
<p>&#8220;หัวใจของ learning ecosystem ของเราไม่ใช่อยู่ในห้องเรียน<br />
แต่อยู่บนเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม อยู่บนเพื่อนฝูงในประเทศ เพื่อนฝูงนอกประเทศในอาเซียน<br />
และเข้าไปถึงแหล่งคอนเทนต์ทั่วโลก &#8220;</p>
<p>ใครที่อยากให้ออฟฟิศของตัวเองมีกิจกรรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้วยหลักสูตรมาตรฐานสากล<br />
และทำกิจกรรมในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ พูดคุยแลกเปลี่ยน<br />
และแชร์ประสบการณ์ต่อยอดความสำเร็จขององค์กร ลองแนะนำ SEAC กับฝ่ายบุคคลของออฟฟิศก็เป็นข้อเสนอที่ไม่เลวนะ</p>
<p>ที่สำคัญ SEAC ยังเปิดพื้นที่การเรียนรู้แห่งนี้<br />
พร้อมให้บริการสำหรับบริษัทหรือองค์กรใดๆ<br />
ก็ตามที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศในการจัดกิจกรรมหรือการจัดประชุมในออฟฟิศแบบเดิมๆ อีกด้วย </p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/place-seac/">SEAC ศูนย์พัฒนาบุคลากรที่เชื่อว่าการออกแบบที่ดีเป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้และการสร้างผู้นำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/place-seac/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เรือเล็กควรออกจากฝั่ง&#8217; บ้านปลาสู่ความอุดมสมบูรณ์ และความยั่งยืนของชุมชนประมงชายฝั่ง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/raknam-3/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/raknam-3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชยากรณ์ กำโชค]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Apr 2018 06:30:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[YOUNG รักษ์น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[scg]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปลา]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์น้ำ...จากภูผา สู่มหานที]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวประมงชายฝั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวประมงพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านมดตะนอย]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดตรัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/raknam-3/</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง&#8217; มักเป็นประโยคปิดท้ายประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงเวลาที่ทะเลอันดามันได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ราวเดือนมิถุนายนถึงกันยายนของทุกปี เป็นเหตุให้เกิดฝนตกชุกหนาแน่น และทะเลมีคลื่นสูงกว่า 2 &#8211; 3 เมตร หลายคนเรียกช่วงเวลาดังกล่าวว่า &#8216;หน้ามรสุม&#8217; หน้ามรสุม ความสูงของคลื่นทะเล หรือกระทั่งประกาศเตือน &#8216;เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง&#8217; ล้วนเป็นคำคุ้นหูผู้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำเหล่านี้ฟังแล้วยังห่างไกลชีวิตประจำวันของคนทั่วไป หากใกล้กับชายฝั่งทะเลอันดามัน อย่างน้อยมีคนกลุ่มหนึ่งที่ติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพราะมันหมายถึงรายได้เลี้ยงปากท้อง การวางแผนชีวิต และความเป็นความตาย พวกเขาคือกลุ่มชาวประมงชายฝั่งหรือชาวประมงพื้นบ้าน 1 ห่างจากย่านใจกลางเมืองตรังประมาณ 50 กิโลเมตร ไปทางตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวประมงพื้นบ้านปากลุ่มน้ำตรัง ขนาดประมาณ 320 หลังคาเรือน ชาวชุมชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ที่นี่มีชื่อน่ารักน่าเอ็นดู แต่ฟังดูแข็งแกร่งในทีว่า &#8216;บ้านมดตะนอย&#8217; &#8220;ชาวบ้านมดตะนอยทำประมงร้อยเปอร์เซ็นต์&#8221; เป็นคำยืนยันจาก บังชา-ปรีชา ชายทุย ผู้นำชุมชนวัย 40 ปี ก่อนฟ้าสว่าง 2 &#8211; 3 ชั่วโมง เป็นช่วงเวลาที่ชาวประมงบ้านมดตะนอย เริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์เรือประมงขนาดเล็ก เพื่อมุ่งหน้าออกหาปลาในรัศมีไม่เกิน 20 กิโลเมตรจากแผ่นดินใหญ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/raknam-3/">&#8216;เรือเล็กควรออกจากฝั่ง&#8217; บ้านปลาสู่ความอุดมสมบูรณ์ และความยั่งยืนของชุมชนประมงชายฝั่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>&#8216;</em><em>ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง&#8217; </em>มักเป็นประโยคปิดท้ายประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงเวลาที่ทะเลอันดามันได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ราวเดือนมิถุนายนถึงกันยายนของทุกปี เป็นเหตุให้เกิดฝนตกชุกหนาแน่น และทะเลมีคลื่นสูงกว่า 2 &#8211; 3 เมตร</p>
<p>หลายคนเรียกช่วงเวลาดังกล่าวว่า &#8216;หน้ามรสุม&#8217;</p>
<p>หน้ามรสุม ความสูงของคลื่นทะเล หรือกระทั่งประกาศเตือน &#8216;เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง&#8217; ล้วนเป็นคำคุ้นหูผู้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำเหล่านี้ฟังแล้วยังห่างไกลชีวิตประจำวันของคนทั่วไป</p>
<p>หากใกล้กับชายฝั่งทะเลอันดามัน อย่างน้อยมีคนกลุ่มหนึ่งที่ติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพราะมันหมายถึงรายได้เลี้ยงปากท้อง การวางแผนชีวิต และความเป็นความตาย</p>
<p>พวกเขาคือกลุ่มชาวประมงชายฝั่งหรือชาวประมงพื้นบ้าน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/BIL_7792_1.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><strong>1</strong></p>
<p>ห่างจากย่านใจกลางเมืองตรังประมาณ 50 กิโลเมตร ไปทางตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวประมงพื้นบ้านปากลุ่มน้ำตรัง ขนาดประมาณ 320 หลังคาเรือน ชาวชุมชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ที่นี่มีชื่อน่ารักน่าเอ็นดู แต่ฟังดูแข็งแกร่งในทีว่า<strong> &#8216;บ้านมดตะนอย&#8217;</strong></p>
<p>&#8220;ชาวบ้านมดตะนอยทำประมงร้อยเปอร์เซ็นต์&#8221; เป็นคำยืนยันจาก <strong>บังชา-ปรีชา ชายทุย</strong> ผู้นำชุมชนวัย 40 ปี</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/BIL_8882.jpg" /></p>
<p>ก่อนฟ้าสว่าง 2 &#8211; 3 ชั่วโมง เป็นช่วงเวลาที่ชาวประมงบ้านมดตะนอย เริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์เรือประมงขนาดเล็ก เพื่อมุ่งหน้าออกหาปลาในรัศมีไม่เกิน 20 กิโลเมตรจากแผ่นดินใหญ่ หากไม่ใช้อวนตาใหญ่ เครื่องมือจับสัตว์น้ำอื่นๆ ก็ล้วนมาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดในชุมชนจากรุ่นสู่รุ่น และยังมีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ เช่น ไม่ทำลายปะการังหรือกองหินธรรมชาติ ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำขนาดเล็ก และไม่ทำให้ประชากรสัตว์น้ำลดลงจนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความหลากหลายทางชีวภาพของท้องทะเล</p>
<p>&#8220;เมื่อก่อนยาเบื่อก็มี ระเบิดปลาก็มี อวนชักก็มี แต่ทุกวันนี้หายหมด ไม่มีเลย ผมยืนยันร้อยเปอร์เซนต์&#8221; บังชาพูดถึงวิธีจับสัตว์น้ำ ก่อนชาวประมงมดตะนอยค้นพบภายหลังว่า นั่นไม่ใช่วิธีการทำประมงพื้นบ้านที่ยั่งยืน</p>
<p>ความร่วมมือร่วมใจในการทำประมงพื้นบ้านอย่างถูกกฎหมายยังควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ผืนป่าโกงกางขนาดใหญ่ การปลูกหญ้าทะเล การจัดการขยะอย่างมีส่วนร่วม การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการจัดตั้งธนาคารปู ทั้งหมดล้วนเป็นรูปธรรมที่สะท้อนให้เห็นความตื่นตัวในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชาวบ้านมดตะนอย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/BIL_7882.jpg" /></p>
<p>ทว่าตราบใดที่ผลกระทบจากหน้ามรสุมยังเป็นปัจจัยเหนือการควบคุมโดยมนุษย์ ชาวประมงผู้รักษ์ความยั่งยืนจำต้องยอมรับความจริงข้อสำคัญว่า พวกเขาไม่สามารถสร้างรายได้จากมหานทีได้อย่างต่อเนื่องตลอดฤดูมรสุม นอกจากนี้ ปัญหาความผันผวนของสภาพอากาศ ทั้งอากาศที่ร้อนขึ้น และฝนที่ตกมากขึ้น ยังส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด ชาวประมงต้องเผชิญปัญหาที่ซ้อนปัญหาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา</p>
<p>กระทั่งเมื่อ &#8216;บ้านมดตะนอย&#8217; ได้รู้จัก &#8216;บ้านปลา&#8217;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>2</strong></p>
<p>การสร้างที่อยู่อาศัยให้สัตว์น้ำโดยฝีมือมนุษย์ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับชาวบ้านมดตะนอย ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยทดลองนำทางมะพร้าว ถ่วงลงในแหล่งน้ำและชายฝั่งทะเล ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเกือบเป็นไปตามความคาดหวัง ชาวประมงจับสัตว์น้ำได้ในปริมาณที่น่าพอใจ แต่ขณะเดียวกันก็พบปัญหาวัสดุที่ใช้ไม่คงทนถาวร และง่ายต่อการถูกกระแสน้ำพัดพา</p>
<p>ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวประมงบ้านมดตะนอยในฐานะ &#8216;คนปลายน้ำ&#8217; นำไปสู่การพัฒนาบ้านปลา จากความร่วมมือระหว่างชุมชน SCG เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตลอดจนมูลนิธิอันดามัน และกลุ่มพิทักษ์ดุหยง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าสานต่อโครงการ &#8216;รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที&#8217;</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/BIL_8671.jpg" /></p>
<p>นวัตกรรมปูนทนน้ำทะเลเป็นองค์ประกอบสำคัญของการทำบ้านปลาครั้งนี้ เนื่องจากทนการกัดกร่อนจากสารคลอไรด์และซัลเฟตได้ดี ทำให้บ้านปลามีอายุการใช้งานที่ยาวนานในน้ำทะเล งานวิจัยของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ยังยืนยันด้วยว่าวัสดุไม่มีสารปนเปื้อนกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>แต่หัวใจสำคัญที่สุดกลับไม่ใช่ความทันสมัยของวัสดุ หากคือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะการออกแบบลักษณะของบ้านปลาที่สอดรับกับความต้องการของชาวประมง ผู้รู้จักทรัพยากรในท้องถิ่นของตนดีที่สุด โดยเอสซีจีเชื่อว่าการพูดคุยสื่อสารจะช่วยสร้างความเข้าใจและลดอุปสรรคในการทำงานได้</p>
<p>“การดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนเราเน้นเรื่องการสื่อสารพูดคุย สร้างความเข้าใจ รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนที่จะทำงานร่วมกัน อีกทั้งชุมชนที่ดำเนินการมีความตั้งใจจริง และเห็นประโยชน์จากการทำบ้านปลาด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงไม่มีอุปสรรคในการดำเนินงาน ซึ่งเอสซีจีก็มีความตั้งใจที่จะร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับชุมชนเช่นนี้ต่อไป จนชุมชนสามารถดำเนินงานได้ด้วยตนเอง&#8221; ชนะ ภูมี Vice President &#8211; Cement and Construction Solution Business เอสซีจี ซิเมนต์ &#8211; ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างกล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="background-color: initial; text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/BIL_8849.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><strong>3</strong></p>
<p>อากาศที่แจ่มใสของวันที่ 23 มีนาคม 2561 เป็นนิมิตหมายอันดีที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันวางบ้านปลาตามที่ตั้งใจไว้</p>
<p>คลองลัดเจ้าไหมสีเขียวมรกต แวดล้อมด้วยป่าโกงกางสภาพสมบูรณ์ มองเห็นเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อน ภาพที่มองเห็นในระยะกวาดสายตาก็เพียงพอจะยืนยันความหลากหลายของระบบนิเวศชายฝั่งทะเล สมกับได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระหว่างประเทศหรือแรมซาร์ไซต์ สายน้ำที่เชื่อมต่อชีวิตบ้านมดตะนอยกับมหานทีอันสมบูรณ์ถูกกำหนดให้วางบ้านปลาตามความต้องการของชุมชน เอสซีจี และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/BIL_8726.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/BIL_8780.jpg" /></p>
<p>บ้านปลาจากปูนทนน้ำทะเลจำนวน 80 อัน ถูกบรรทุกโดยคาราวานเรือประมงขนาดเล็กกว่า 50 ลำ ไปยังคลองลัดเจ้าไหมที่มีลักษณะเป็นน้ำกร่อย นอกจากชาวชุมชน ภาครัฐ และชาวเอสซีจี คนที่ตื่นเต้นกับกิจกรรมวางบ้านปลาที่สุดเห็นจะเป็นเยาวชนกลุ่มคนรักษ์น้ำ ที่ต้องการสานต่อแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน</p>
<p>หลังปล่อยบ้านปลาลงคลองลัดไหมด้วยมือตัวเอง มูนา หลงเอ ในผ้าคลุมฮิญาบ นักศึกษาชั้นปี 3 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี หวังว่าบ้านปลาจะมีประโยชน์กับชาวประมงโดยตรง เพราะทำให้มีอาหารอย่างสมบูรณ์ตลอดทั้งปี แม้ในฤดูมรสุม &#8220;ถึงไม่มีรายได้ อย่างน้อยก็ไม่มีรายจ่ายเพิ่ม”</p>
<p>ชนะวางแผนขยายผลบ้านปลาในปี 2561 ไว้จำนวน 400 อัน แบ่งเป็น เอสซีจีร่วมกับเครือข่าย 200 อัน และชุมชนดำเนินการเอง 200 อัน ส่วนการติดตามและประเมินผล เอสซีจีจะร่วมมือกับสถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทรไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทำการวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่ที่เราดำเนินการ ทั้งก่อนดำเนินการ และติดตามผลการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/BIL_8739.jpg" /></p>
<p>บ้านปลาที่ปลายลุ่มน้ำตรัง จากความร่วมแรงร่วมใจระหว่างชุมชนที่เข้มแข็ง ภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคประชาสังคม จะกลายเป็นแหล่งอนุบาลและที่หลบภัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรชายฝั่งทะเล และมีส่วนสำคัญยิ่งต่อวิถีชีวิตชุมชนบ้านมดตะนอย เนื่องจากทำให้พวกเขาไม่ต้องเสี่ยงชีวิตออกหาปลาที่ทะเลใหญ่ในฤดูมรสุม และส่งเสริมให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก</p>
<p>“ชาวประมง ถ้าไม่ยึดถือการอนุรักษ์ เราจะลำบาก” บังชาย้ำกับเยาวชนคนรักษ์น้ำระหว่างทัศนศึกษาชุมชน</p>
<p>ตลอดความยาวชายฝั่งทะเลตรัง 119 กิโลเมตร มีชุมชนที่สร้างรายได้หลักจากการทำประมงพื้นบ้านกว่า 44 ชุมชน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในชุมชนบ้านมดตะนอย ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ &#8216;รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที&#8217; จะถูกถ่ายทอดจากชุมชนสู่ชุมชน กลายเป็นพลังในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ตลอดจนสัตว์ทะเลประจำถิ่นที่หายากอย่างยั่งยืน ทั้งพะยูน โลมา และเต่าทะเล ซึ่งล้วนเป็นตัวชี้วัดความหลากหลายทางชีวภาพทั้งสิ้น</p>
<p>ถ้าเป็นจริงเช่นนั้น&#8230;</p>
<p>ประกาศเตือนจากกรมอุตุฯ &#8216;เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง&#8217; ก็จะไม่ใช่คำที่น่ากลัวของชาวประมงพื้นบ้านอีกต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/BIL_7955.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/scg1.jpg" /></p>
<p><strong>facebook | </strong><a href="https://www.facebook.com/SCGofficialpage/">SCG</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/raknam-3/">&#8216;เรือเล็กควรออกจากฝั่ง&#8217; บ้านปลาสู่ความอุดมสมบูรณ์ และความยั่งยืนของชุมชนประมงชายฝั่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/raknam-3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
