<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สัญญา ธาดาธนวงศ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author475/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Feb 2021 07:57:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>‘คลิกเป็นเห็นเงินล้าน’ คอร์สเปลี่ยนมือใหม่หัดขายให้เป็นนักขายออนไลน์มืออาชีพ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/course-vcommerce/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/course-vcommerce/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Mar 2018 03:45:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[course]]></category>
		<category><![CDATA[V Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[สืบศักดิ์ ลิ่วลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[คอร์สเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/course-vcommerce/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่เราต่างใช้ชีวิตในโลกออนไลน์และออฟไลน์กันแบบครึ่งๆ หรือสำหรับบางคนอาจเป็นชีวิตที่แยกออกจากกันไม่ได้ไปเสียแล้ว ทิศทางแบบนี้เองที่เปิดโอกาสให้ร้านขายของบนโลกออนไลน์ก่อร่างสร้างตัวและเติบโตกันแบบฉุดไม่อยู่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปิดร้านขายของออนไลน์คือทางเลือกอันดับต้นๆ ของคนที่อยากมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้ตัวเอง สมมติว่าเราอยากขายอะไรสักอย่าง เราก็แค่เปิดเพจเฟซบุ๊ก โพสต์ขายแบบง่ายๆ เสียเงินซื้อโฆษณาเพื่อให้คนเห็นและกดเข้ามาซื้อของ ภาพของการลงทุนน้อยๆ แต่ได้กลับคืนมามากคงเป็นภาพที่หอมหวานไม่ใช่เล่น แต่ถ้าสังเกตดูดีๆ คงมีไม่กี่แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จและไม่ง่ายเลยที่จะทำให้แบรนด์ยืนหยัดอยู่ในโลกออนไลน์ที่มาไวไปไวได้อย่างมั่นคง คำถามง่ายๆ ที่ว่า ‘ทำไมถึงขายของไม่ได้เลย’ อาจผิดตั้งแต่จุดเริ่มต้นอย่างการเลือกสินค้าที่ไม่เหมาะกับตัวคนขาย หรือ ‘ซื้อโฆษณาไปเท่าไหร่ก็ไม่เห็นมีคนมาซื้อของสักที’ เรามั่นใจแล้วหรือยังว่าโฆษณาของเราส่งไปถึงกลุ่มลูกค้าของเราแล้วจริงๆ ‘คลิกเป็นเห็นเงินล้าน’ คือคอร์สเรียนทำธุรกิจออนไลน์ที่ วี-สืบศักดิ์ ลิ่วลักษณ์ หัวเรือใหญ่ของ Vcommerce บริษัทให้คำปรึกษาและเปิดคอร์สสอนธุรกิจออนไลน์อยากแนะนำให้กับทั้งนักอยากขายมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากขายอะไร และนักขายที่มีธุรกิจเดิมของตัวเองอยู่ ไม่ว่าจะเป็นของกิน ของใช้ เครื่องสำอาง อุปกรณ์ไอที ครูสอนภาษา หรือแม้แต่ร้านขายต้นไม้ กิจการทุกรูปแบบที่อยากพัฒนาร้านของตัวเองให้ไปได้ไกลกว่าเดิม บรรยากาศการเรียนที่เน้นให้ทุกคนลงมือทำ “เราเป็นคอร์สที่ไม่เน้นการสอนด้วยสไลด์ แต่เป็นการเรียนแบบเวิร์กช็อป เราเชื่อว่าลูกศิษย์ของเราจะเก่งได้ก็ต่อเมื่อลงมือทำ เช่น การให้ทุกคนลองออกแบบแพ็คเกจจิ้งสินค้าที่ตัวเองอยากขายแบบไม่มีผิดไม่มีถูก ตั้งแต่การเลือกภาพ การเลือกรูปแบบตัวอักษร และสิ่งสำคัญคือต้องมีเหตุผลที่เลือกแบบนั้นด้วย แล้วก็ให้ทุกคนนั่งปรึกษากันกับเพื่อน” ผู้ก่อตั้งบริษัท Vcommerce ที่นักเรียนเรียกกันติดปากว่าอาจารย์วี เล่าถึงบรรยากาศการเรียน สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจออนไลน์ไม่ใช่แค่ทฤษฏีเท่านั้น ในโลกออนไลน์มักมีกระแสต่างๆ เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นกระแสของ E-commerce คือสิ่งที่เจ้าของธุรกิจจะต้องอัพเดตกันอย่างต่อเนื่อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/course-vcommerce/">‘คลิกเป็นเห็นเงินล้าน’ คอร์สเปลี่ยนมือใหม่หัดขายให้เป็นนักขายออนไลน์มืออาชีพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคที่เราต่างใช้ชีวิตในโลกออนไลน์และออฟไลน์กันแบบครึ่งๆ หรือสำหรับบางคนอาจเป็นชีวิตที่แยกออกจากกันไม่ได้ไปเสียแล้ว ทิศทางแบบนี้เองที่เปิดโอกาสให้ร้านขายของบนโลกออนไลน์ก่อร่างสร้างตัวและเติบโตกันแบบฉุดไม่อยู่</p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปิดร้านขายของออนไลน์คือทางเลือกอันดับต้นๆ ของคนที่อยากมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้ตัวเอง สมมติว่าเราอยากขายอะไรสักอย่าง เราก็แค่เปิดเพจเฟซบุ๊ก โพสต์ขายแบบง่ายๆ เสียเงินซื้อโฆษณาเพื่อให้คนเห็นและกดเข้ามาซื้อของ</p>
<p>ภาพของการลงทุนน้อยๆ แต่ได้กลับคืนมามากคงเป็นภาพที่หอมหวานไม่ใช่เล่น แต่ถ้าสังเกตดูดีๆ คงมีไม่กี่แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จและไม่ง่ายเลยที่จะทำให้แบรนด์ยืนหยัดอยู่ในโลกออนไลน์ที่มาไวไปไวได้อย่างมั่นคง</p>
<p>คำถามง่ายๆ ที่ว่า ‘ทำไมถึงขายของไม่ได้เลย’ อาจผิดตั้งแต่จุดเริ่มต้นอย่างการเลือกสินค้าที่ไม่เหมาะกับตัวคนขาย หรือ ‘ซื้อโฆษณาไปเท่าไหร่ก็ไม่เห็นมีคนมาซื้อของสักที’ เรามั่นใจแล้วหรือยังว่าโฆษณาของเราส่งไปถึงกลุ่มลูกค้าของเราแล้วจริงๆ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_93171.jpg"></p>
<p>‘คลิกเป็นเห็นเงินล้าน’ คือคอร์สเรียนทำธุรกิจออนไลน์ที่ <strong style="background-color: initial">วี-สืบศักดิ์ ลิ่วลักษณ์ </strong>หัวเรือใหญ่ของ <b style="background-color: initial">Vcommerce</b> บริษัทให้คำปรึกษาและเปิดคอร์สสอนธุรกิจออนไลน์อยากแนะนำให้กับทั้งนักอยากขายมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากขายอะไร และนักขายที่มีธุรกิจเดิมของตัวเองอยู่ ไม่ว่าจะเป็นของกิน ของใช้ เครื่องสำอาง อุปกรณ์ไอที ครูสอนภาษา หรือแม้แต่ร้านขายต้นไม้ กิจการทุกรูปแบบที่อยากพัฒนาร้านของตัวเองให้ไปได้ไกลกว่าเดิม</p>
<hr>
<h3 style="text-align: center"><strong>บรรยากาศการเรียนที่เน้นให้ทุกคนลงมือทำ</strong></h3>
<p>“เราเป็นคอร์สที่ไม่เน้นการสอนด้วยสไลด์ แต่เป็นการเรียนแบบเวิร์กช็อป เราเชื่อว่าลูกศิษย์ของเราจะเก่งได้ก็ต่อเมื่อลงมือทำ เช่น การให้ทุกคนลองออกแบบแพ็คเกจจิ้งสินค้าที่ตัวเองอยากขายแบบไม่มีผิดไม่มีถูก ตั้งแต่การเลือกภาพ การเลือกรูปแบบตัวอักษร และสิ่งสำคัญคือต้องมีเหตุผลที่เลือกแบบนั้นด้วย แล้วก็ให้ทุกคนนั่งปรึกษากันกับเพื่อน” ผู้ก่อตั้งบริษัท Vcommerce ที่นักเรียนเรียกกันติดปากว่าอาจารย์วี เล่าถึงบรรยากาศการเรียน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Coaching-4.jpg"></p>
<p>สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจออนไลน์ไม่ใช่แค่ทฤษฏีเท่านั้น ในโลกออนไลน์มักมีกระแสต่างๆ เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นกระแสของ E-commerce คือสิ่งที่เจ้าของธุรกิจจะต้องอัพเดตกันอย่างต่อเนื่อง ระหว่างการเรียนก็จะมีการวิเคราะห์แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จต่างๆ ว่าใช้กลยุทธ์รูปแบบไหนที่ดีที่สุด ณ เวลานั้นๆ ศิษย์เก่าหลายคนจึงตัดสินใจกลับมาเรียนเพราะเนื้อหาการเรียนการสอนในแต่ละครั้งเรียกได้ว่าไม่มีซ้ำกันเลย</p>
<hr>
<h3 style="text-align: center"><strong>เนื้อหาหลักของ ‘คลิกเป็นเห็นเงินล้าน’</strong></h3>
<p>“จุดเริ่มต้นของคอร์สนี้คือเรามองหาเส้นทางความสำเร็จในการทำธุรกิจออนไลน์ที่ทุกคนจะสามารถเอาไปเป็นแบบอย่างให้กับตัวเองได้ หลายๆ คนที่เราเจอไม่ได้มีปัญหาว่าจะเริ่มขายยังไงหรือทำการตลาดยังไง แต่เขามีปัญหาว่าเขาควรจะทำยังไงให้ธุรกิจตัวเองกลับมายืนได้ เราเลยอยากวางให้คอร์สนี้เป็นคอร์สที่ไม่ว่าคุณจะอยู่จุดไหนก็สามารถเดินตามเส้นทางนี้ได้ และต้องสอนให้สุด เราจะไม่สอนแล้วกั๊กให้เขาต้องลงเรียนคอร์สอื่นๆ ต่อ” อาจารย์วีอธิบายเพิ่มว่าเนื้อหาของวิชานี้จึงถูกจัดออกเป็น 6P ว่าด้วยสเต็ปของการทำ E-commerce ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง</p>
<p><strong>1. Personal Need</strong></p>
<p>“อย่างแรกเลยก่อนที่คุณจะทำอะไร คุณต้องหาตัวเองให้เจอก่อน คิดแบบคณิตศาสตร์ง่ายๆ เลยคือเทียบกราฟ แกนนอนเป็นสิ่งที่ชอบ แกนตั้งเป็นระดับความสนใจและความรู้ที่คุณมี เช่น สมมติคุณชอบกล้อง เครื่องสำอาง ต้นไม้ แนวตั้งเราก็ให้คะแนนว่าเราอินแค่ไหน เรามีความรู้มากแค่ไหน สิ่งไหนที่คุณบวกคะแนนแล้วได้เยอะสุด แปลว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุณควรเริ่มทำก่อน”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/graph-01.png" style="width: 631px"></p>
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: center"><em><span>สมมติเราชอบสินค้าความงามน้อย ให้คะแนนเท่ากับ 1 และมีความรู้เรื่องความงามประมาณ 3 คะแนน พอนำทั้งตัวเลขมาบวกกันก็จะได้ 4 คะแนน</span></em></p>
<p style="text-align: center"><em><span>อีกมุมหนึ่ง เราค่อนข้างชอบสินค้าไอทีเลยให้คะแนนไป 5 คะแนน และยังมีความรู้กับเรื่องนี้มากถึง 9 คะแนน พอนำตัวเลขมารวมกันก็จะได้ 14 คะแนน</span></em></p>
<p style="text-align: center"><em><span>แปลว่าชนิดของสินค้าที่เราควรเลือกมาขายก่อนก็คือสินค้าไอทีนั่นเอง</span></em></p>
<p style="text-align: center">
<p>ถ้ายังสงสัยและลังเลว่าจะหยิบอะไรมาขายดี อาจารย์วีบอกกับเราว่าให้ลองคิดถึงปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งจาก 3 ปัจจัยนี้ </p>
<ol>
<li>สินค้าที่สามารถควบคุมราคาต้นทุนให้ต่ำได้</li>
<li>สินค้าที่เราเข้าใจมากที่สุด</li>
<li>สินค้าที่เรารู้รสนิยม หรือความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี</li>
</ol>
<p>เมื่อรู้แล้วว่าควรขายอะไร เราก็พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป</p>
<p><strong>2. Preparation </strong></p>
<p>“เราเจอคนทำธุรกิจหลายคนมากๆ ที่ส่วนใหญ่เน้นเรื่องเดียวคือจะขายของยังไงแต่ไม่ได้เตรียมตัวก่อนการขาย ไม่เคยศึกษาตัวเองเลยว่ามีงบเท่าไหร่ สินค้ามีจุดเด่น-จุดด้อยยังไง ไม่ศึกษาความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริงว่าเป็นยังไง หรือแม้แต่การศึกษาวิธีการขายสินค้าของคู่แข่ง” </p>
<p>ถ้าให้อธิบายขั้นตอนนี้ง่ายๆ ก็คือเป็นขั้นตอนของการหาข้อมูลทั้งตัวเอง ตลาด กลุ่มลูกค้า และคู่แข่ง เพื่อหาช่องทางที่จะทำให้ธุรกิจออนไลน์ของเราแตกต่างจากคู่แข่ง การเตรียมความพร้อมที่ดีย่อมส่งผลให้ก้าวแรกของเราเป็นก้าวที่มั่นคงแข็งแรง</p>
<p><strong>3. Planning</strong></p>
<p>“ถ้าคุณมีการวางแผนที่ดีแปลว่าคุณชนะตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มแข่ง เราสอนการวางแผนการขายตั้งแต่การคำนวณราคาต้นทุน ราคาคู่แข่ง การตั้งราคาครอบคลุมต้นทุนการผลิตด้วยวิธีการเทียบค่าในตารางแบบง่ายๆ จริงๆ แก่นของการบริหารธุรกิจใช้แค่การวางแผน การคาดการณ์บางอย่าง และการตลาดผสมกัน”</p>
<p>อาจารย์วีย้ำว่าเจ้าของธุรกิจควรจะวางแผนและทำทุกอย่างบนต้นทุนและศักยภาพที่ตัวเองมี เช่น ถ้าเรามีทุนน้อยก็ควรเริ่มจากการขายน้อยๆ ก่อนแล้วค่อยหาหุ้นส่วน หรือลองใช้กลยุทธ์การขายแบบ 1 แถม 1 เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมาย หรือถ้าสินค้าเราไม่ต่างจากแบรนด์อื่นเลย เราก็ขายลด 50 เปอร์เซ็นต์ เก็บเกี่ยวกำไรจากการขายจำนวนเยอะๆ แทน</p>
<p style="text-align: center"><strong style="background-color: initial"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Coaching-7.jpg"><br /></strong></p>
<p><strong style="background-color: initial">4. Pre-sale</strong></p>
<p>ในส่วนการใช้เครื่องมือที่ช่วยเสริมการขายโดยเน้นไปที่การโปรโมตแบรนด์และสินค้า ในคอร์สจะมีการสอนเรื่องการยิงโฆษณาในเฟซบุ๊กและกูเกิล การสร้างแบรนด์คอนเทนต์ให้น่าสนใจ และการทำการตลาดแบบ push &amp; pull คือการนำเสนอตัวเอง สร้างกระแสให้คนเห็น และการดึงคนให้เข้ามาสนใจแบรนด์เราผ่านการสงสัยและลงมือหาแบรนด์ผ่านเครื่องมือค้นหาต่างๆ</p>
<p>“ถ้าอยากรู้ว่าการทำโฆษณาแบบไหนดีไม่ดี คุณควรทำสองรูปแบบขึ้นไปเพื่อทดลองดูก่อน เช่น คุณมีเนื้อหาเรื่องเดียวกัน เลือกใช้ทั้งสองรูปแบบเพื่อดูว่าแบบไหนมีผลตอบรับมากที่สุด พอเจอรูปแบบที่ตรงกับเป้าหมายก็ลองใช้เนื้อหาหลายๆ แบบเพื่อพิสูจน์ว่ากลุ่มเป้าหมายชอบเนื้อหาแนวไหน ถ้าชอบการสัมภาษณ์เราก็ใช้รูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็ควรลองวิธีการสัมภาษณ์แบบใหม่ๆ ไปด้วย”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Coaching-9.jpg"></p>
<p><strong style="background-color: initial">5. Post-sale</strong></p>
<p>หลังจากการขาย จะสอนการใช้ LINE@ ที่เป็นวิธีการเก็บฐานข้อมูลลูกค้าหลักของแบรนด์ สื่อสารและทำการขายกับกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง ติดตามผลได้อย่างต่อเนื่อง และยังช่วยประหยัดต้นทุนค่าโฆษณาเพราะค่าโฆษณาในช่องทางนี้ถูกกว่าเฟซบุ๊กมากถึง 30 เท่า</p>
<p><strong>6. Pursuit </strong></p>
<p>“เราอยากรู้ว่าลูกศิษย์บางคนที่เรียนกับเราแล้วไม่ประสบความสำเร็จมีสาเหตุมาจากอะไร เราค้นพบว่าพวกเขามาเรียนแล้วเอากลับไปเล่าให้คนอื่นฟังแต่ไม่เอากลับไปทำต่อ หรืออย่างน้อยทำแค่ไม่กี่วันพอเห็นว่ายังไม่ได้ผลก็ตัดสินใจเลิกแบบง่ายๆ โดยที่ยังไม่พยายาม เพราะฉะนั้นเนื้อหาสุดท้ายจะเป็นการสอนในเชิง mind set เรื่องการแสวงหาความสำเร็จ ไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าการทำธุรกิจออนไลน์เป็นเรื่องฉาบฉวย” อาจารย์วีกล่าวถึงความตั้งใจของเนื้อหาสุดท้ายในคอร์สนี้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Coaching-2.jpg"></p>
<hr>
<h3 style="text-align: center"><strong>เรียนแล้วได้อะไร?</strong></h3>
<p><strong>1. รู้จักเลือกสินค้าที่เหมาะกับตัวเอง</strong></p>
<p><strong>เม-พิชญ์นรี ตันติวิทย์</strong> เจ้าของธุรกิจอาหารเสริม PRIMAYA ที่มีกำไรแตะหลักร้อยล้านตั้งแต่ 9 เดือนแรกเล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นแบรนด์ว่า “ตอนนั้นเราเป็นแค่นักศึกษาที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง พอเรามีเงินทุนก้อนหนึ่งเลยตัดสินใจมาเรียนและปรึกษากับอาจารย์วี ประกอบกับช่วงนั้นเราค่อนข้างอ้วนค่ะ (หัวเราะ) เลยคิดว่าทำเป็นอาหารเสริมลดความอ้วนดีกว่า ถ้าเรากินเองแล้วผอมเอง เราก็จะมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ต้องขายได้แน่นอน ตอนนี้แบรนด์เราก็พัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีก ตอบโจทย์ผู้หญิงที่รักสวยรักงามเหมือนๆ กับเรา”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9234.jpg"></p>
<p><strong>2. เข้าใจเรื่องการตลาดออนไลน์ง่ายเหมือนดีดนิ้ว</strong></p>
<p>“เราเป็นคนชอบทานขนมไทยมาก วันหนึ่งก็อยากมีธุรกิจขนมเป็นของตัวเองเลยเกิดไอเดียว่าอยากลองทำวุ้นรูปดอกไม้สอดไส้ดู ก็คิดสูตรแล้วลองผิดลองถูกกับคุณแม่ พอสินค้าเราเริ่มลงตัวแล้วเราก็อยากลองขายในเฟซบุ๊ก เราเริ่มจากจุดเล็กๆ แค่นี้ก่อน พอมาจุดหนึ่งที่เราอยากทำธุรกิจนี้จริงจังมากขึ้นแต่ยอมรับว่าเราอ่อนเรื่องการใช้เทคโนโลยีมากๆ เลยพยายามหาความรู้ด้านนี้มากขึ้น” <strong>ภัค เรืองกิจรัตนกุล</strong> เจ้าของร้านพฤกษ์ ขนมวุ้นสอดไส้แสนอร่อยที่ใส่ใจเรื่องกลิ่นและรสชาติแบบไทยๆ ที่ตอนนี้ขยายกลุ่มลูกค้ามาเปิดหน้าร้านและงานจัดเลี้ยงต่างๆ เล่าให้ฟัง </p>
<p>“เราเข้าใจมาตลอดว่าโซเชียลมีเดียคือเครื่องมือที่ซับซ้อน แต่วิธีสอนของอาจารย์วีทำให้เรารู้สึกว่าการตลาดเป็นเรื่องสนุกและไม่ยากอย่างที่คิด ทำให้เรารู้จักการคิดวางแผนก่อนที่จะลงมือทำ”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9179.jpg"></p>
<p><strong>3. โพสต์คอนเทนต์ที่ตรงใจและยิงโฆษณาได้อย่างตรงจุด</strong></p>
<p>“บทเรียนที่เราประทับใจที่สุดคือการโพสต์เนื้อหา เมื่อก่อนเราโพสต์ขายของกันไปเรื่อย ไม่มีจุดขาย ทุกแบรนด์พูดเหมือนกันหมดจนไม่มีใครสนใจซื้อของ จ่ายค่าโฆษณาไปเท่าไหร่ก็ไม่ได้อะไรกลับมา สิ่งที่เราเอามาใช้ได้ทุกวันจริงๆ คือการคิดเนื้อหาให้น่าสนใจและวิธีการยิงโฆษณาที่ทำให้ได้ผลดีต่อแบรนด์จริงๆ” หญิงสาวเจ้าของแบรนด์ PRIMAYA เล่าสิ่งที่เธอประทับใจจากการเรียน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9291.jpg"></p>
<p><strong>เตย-ณัฐกานต์ บุราณรมย์</strong> หญิงสาวเจ้าของแบรนด์สกินแคร์ Jellys เล่าเสริมว่า “แต่ก่อนเราโพสต์เพื่อนำเสนอสินค้าโดยไม่เคยวิเคราะห์เลยว่าลูกค้าอยากรู้อะไร ซึ่งจริงๆ เราควรโพสต์อะไรที่ตอบโจทย์ความต้องการพวกเขา สุดท้ายเราโพสต์อะไรไปเขาก็ไม่สนใจค่ะ พอมาเรียนทำให้เราได้รู้จักการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าว่าเป็นเพศไหน สนใจอะไรบ้าง ทีนี้เราก็เลือกทำเนื้อหาให้ถูกกลุ่ม ประหยัดต้นทุนในการลงโฆษณาไปได้เยอะ” </p>
<p>“พอเราใส่ใจกับการสื่อสารมากขึ้น ทำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนจริงๆ ไม่ได้เป็นการขายตรงเหมือนที่เคยทำ มันก็ทำให้เราได้รับผลตอบรับจากลูกค้าดีขึ้น มีการพูดคุยกันในเฟซบุ๊กมากขึ้นก็ยิ่งส่งผลดีกับยอดขายของเราด้วยค่ะ”</p>
<p>เราไม่สามารถการันตีได้ว่าหากคุณทำตามขั้นตอนทั้ง 6P ตามข้างต้นจะทำให้คุณได้ยืนอยู่ในสูตรสำเร็จของการทำธุรกิจออนไลน์แบบมืออาชีพเหมือนกับสามสาวที่เราได้นั่งพูดคุยด้วย เพราะแท้จริงแล้วในร้อยเปอร์เซ็นแห่งความสำเร็จของพวกเธอนั้น ต่างอาศัยวันเวลาและความเพียรพยายามของตัวเองเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพิสูจน์</p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> Vcommerce, สัญญา ธาดาธนวงศ์</em></p>
<hr>
<p style="text-align: center"><em><span>หากใครสนใจอยากลองเรียนคอร์ส ‘คลิกเป็นเห็นเงินล้าน’ และคอร์สอื่นๆ ที่สอนเกี่ยวกับเทคนิคในการทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จกับ Vcommerce สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.vcommerce.co.th/">www.vcommerce.co.th</a>, <a href="https://www.facebook.com/Vcommerce.co.th/">www.facebook.com/Vcommerce.co.th/</a> หรือโทรสอบถามได้ที่ 093-140-0565</span></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/course-vcommerce/">‘คลิกเป็นเห็นเงินล้าน’ คอร์สเปลี่ยนมือใหม่หัดขายให้เป็นนักขายออนไลน์มืออาชีพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/course-vcommerce/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตามไปดู MachUcan Party งานเลี้ยงของเหล่าคนแหวกแนวที่อาจได้ไปตามฝันไกลถึงเปรู</title>
		<link>https://adaymagazine.com/going-machucan-party/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/going-machucan-party/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฏฐา ภู่อนุสรณ์ชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Feb 2018 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[Machu Picchu]]></category>
		<category><![CDATA[U beer]]></category>
		<category><![CDATA[MachUcan Party]]></category>
		<category><![CDATA[มาชูปิกชู]]></category>
		<category><![CDATA[เปรู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/going-machucan-party/</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิ่งแรกที่เราเห็นเมื่อได้ก้าวเท้าเข้าไปในห้องจัดงานเลี้ยงของ U Beer คือสีเหลืองประจำแบรนด์ที่ดูสดใสและสว่างไสวไปด้วยพลังของคนหนุ่มสาว เสียงพูดคุยของเหล่าผู้เข้าร่วมที่พร้อมใจกันใส่ชุดสีเหลืองในรูปแบบของตัวเองทำให้ห้องยิ่งดูคึกคัก ทำเอาเราใจเต้นตึกตักไปด้วย พวกเขาทั้งหมดคือคนที่ผ่านเข้ารอบแรกของแคมเปญ Machu Picchu Ultimate Peru ที่จะพาพวกเขาไปผจญภัยไกลถึงมาชูปิกชู (Machu Picchu) อาณาจักรของชาวอินคาที่เคยหายสาบสูญไปของเปรู ประเทศแถบอเมริกาใต้ที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นและวิถีชีวิตสุด exotic ที่เราไม่เคยได้สัมผัส ความแปลกใหม่ในการเลือกจุดหมายปลายทางที่ฟังดูน่าลึกลับทำให้เราอยากทราบถึงที่มาของแคมเปญนี้ ซึ่ง บอย-ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ กุนซือของแบรนด์ U Beer ได้เล่าให้เราฟัง “U Beer เป็นแบรนด์ของคนกล้า กล้าที่จะใช้ชีวิต เป็นหนุ่มสาวที่รักความท้าทายอยู่ในตัว ผมเชื่อว่าถ้าคนไทยจะไปเที่ยว ส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้น ญี่ปุ่น เกาหลี หรือประเทศแถบยุโรป น้อยคนนักที่จะพูดถึงอเมริกาใต้ ซึ่งไม่แปลกเพราะเป็นทวีปที่ไกลและไปได้ยาก ยิ่งมาชูปิกชูเป็นสถานที่ลึกลับยิ่งฟังดูน่าค้นหา แถมมาชูปิกชูก็อยู่ในประเทศเปรู ซึ่งมาคล้องจองกับชื่อแบรนด์ U Beer ของเราเลย ไม่มีอะไรจะเหมาะไปมากกว่านี้แล้ว ส่วนคนที่ไป เราจะคัดเลือกจากความเป็นตัวของตัวเอง และจะเน้นคนที่เมื่อไปแล้วสามารถกลับมาเล่าให้คนอื่นฟังได้ถึงความมหัศจรรย์ของมาชูปิกชู เราเองได้รับความช่วยเหลือจากสถานทูตเปรูให้ได้เข้ามาชูปิกชูก่อนนักท่องเที่ยวทั่วไป และยังได้ออกเป็นกลุ่มสุดท้าย เหมือนที่นั่นเป็นของพวกเรา ประสบการณ์แบบนี้ต่อให้มีเงินก็ซื้อไม่ได้&#8221; “ส่วนเรื่องการรับคนเข้ามา เราบอกเลยว่ามาทางไหนก็ได้ ขอให้มา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/going-machucan-party/">ตามไปดู MachUcan Party งานเลี้ยงของเหล่าคนแหวกแนวที่อาจได้ไปตามฝันไกลถึงเปรู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สิ่งแรกที่เราเห็นเมื่อได้ก้าวเท้าเข้าไปในห้องจัดงานเลี้ยงของ U Beer คือสีเหลืองประจำแบรนด์ที่ดูสดใสและสว่างไสวไปด้วยพลังของคนหนุ่มสาว เสียงพูดคุยของเหล่าผู้เข้าร่วมที่พร้อมใจกันใส่ชุดสีเหลืองในรูปแบบของตัวเองทำให้ห้องยิ่งดูคึกคัก ทำเอาเราใจเต้นตึกตักไปด้วย </p>
<p>พวกเขาทั้งหมดคือคนที่ผ่านเข้ารอบแรกของแคมเปญ<strong> Machu Picchu Ultimate Peru </strong>ที่จะพาพวกเขาไปผจญภัยไกลถึงมาชูปิกชู (Machu Picchu) อาณาจักรของชาวอินคาที่เคยหายสาบสูญไปของเปรู ประเทศแถบอเมริกาใต้ที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นและวิถีชีวิตสุด exotic ที่เราไม่เคยได้สัมผัส</p>
</p>
<p>ความแปลกใหม่ในการเลือกจุดหมายปลายทางที่ฟังดูน่าลึกลับทำให้เราอยากทราบถึงที่มาของแคมเปญนี้ ซึ่ง <strong>บอย-ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์</strong> กุนซือของแบรนด์ U Beer ได้เล่าให้เราฟัง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_8697.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_8719.jpg"></p>
<p>“U Beer เป็นแบรนด์ของคนกล้า กล้าที่จะใช้ชีวิต เป็นหนุ่มสาวที่รักความท้าทายอยู่ในตัว ผมเชื่อว่าถ้าคนไทยจะไปเที่ยว ส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้น ญี่ปุ่น เกาหลี หรือประเทศแถบยุโรป น้อยคนนักที่จะพูดถึงอเมริกาใต้ ซึ่งไม่แปลกเพราะเป็นทวีปที่ไกลและไปได้ยาก ยิ่งมาชูปิกชูเป็นสถานที่ลึกลับยิ่งฟังดูน่าค้นหา แถมมาชูปิกชูก็อยู่ในประเทศเปรู ซึ่งมาคล้องจองกับชื่อแบรนด์ U Beer ของเราเลย ไม่มีอะไรจะเหมาะไปมากกว่านี้แล้ว ส่วนคนที่ไป เราจะคัดเลือกจากความเป็นตัวของตัวเอง และจะเน้นคนที่เมื่อไปแล้วสามารถกลับมาเล่าให้คนอื่นฟังได้ถึงความมหัศจรรย์ของมาชูปิกชู เราเองได้รับความช่วยเหลือจากสถานทูตเปรูให้ได้เข้ามาชูปิกชูก่อนนักท่องเที่ยวทั่วไป และยังได้ออกเป็นกลุ่มสุดท้าย เหมือนที่นั่นเป็นของพวกเรา ประสบการณ์แบบนี้ต่อให้มีเงินก็ซื้อไม่ได้&#8221;</p>
<p>“ส่วนเรื่องการรับคนเข้ามา เราบอกเลยว่ามาทางไหนก็ได้ ขอให้มา อยากทำอะไรก็ได้ จะใส่เสื้อเหลืองตีลังการอบอนุสาวรีย์ฯ สิบตลบ จะบ้าแค่ไหนก็มา เราไม่อยากจำกัดความคิดของคนอยู่แล้ว ยิ่งคนสมัยนี้ไอเดียเขาไปไกลมาก แบรนด์เราสนใจเรื่องความแปลกใหม่อยู่แล้ว คนพวกนี้แหละคือตัวแทนคาแรกเตอร์ของแบรนด์เราที่แท้จริง”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_8820.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_8814.jpg"></p>
</p>
<p>หลังจากได้พูดคุยกับผู้บุกเบิกประสบการณ์นี้แล้ว เรายังไม่พลาดที่จะพูดคุยต่อกับหนึ่งในผู้เข้ารอบที่เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับไอเดียสร้างความประทับใจบวกกับความเป็นตัวเองที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาได้มานั่งอยู่ตรงนี้</p>
<p>“เราก็ถ่ายรูปลงไปเลย เราเป็นพวกบ้าบออยู่แล้วก็ส่งไปแบบนั้นเลย พอได้รับข้อความตอบกลับก็ดีใจมาก วันนี้แต่งตัวมาแบบจัดเต็ม เสื้อผ้าก็มีซื้อใหม่ ปรับแต่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดึงความเป็นตัวเราออกมาโดยที่ถ้าไม่มีงานนี้เกิดขึ้นเราคงไม่ได้มีแรงบันดาลใจจะลุกขึ้นมาทำ”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_8763.jpg"></p>
<p>นอกจากนี้ยังมีแขกรับเชิญคู่รัก โบ๊ท-ภควัต ทองเจริญ และ ฝ้าย-ปริชญา สุทธิเวทย์ เจ้าของหนังสือ <em>A Long Way Home </em>ที่บอกเล่าประสบการณ์การนั่งรถไฟกลับจากอังกฤษมาไทยเป็นเวลา 71 วัน และเจ้าของเพจท่องเที่ยวชื่อดัง <a href="https://www.facebook.com/PakaPrich/" target="_blank">PakaPrich Adventure</a> งานนี้เจ้าตัวเล่าว่ามาชูปิกชูก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ในฝันของพวกเขา และเมื่อได้ไปแล้วก็ไม่รู้สึกผิดหวังเลย เส้นทางคดเคี้ยวสุดผจญภัยและความงดงามที่ทั้งสองได้สัมผัสยังคงอยู่ในความทรงจำของทั้งคู่ แถมยังตามมาด้วยรายละเอียดน่ารักๆ และความรู้สึกดีๆ ที่นำมาแบ่งปันให้เราและผู้เข้าร่วมงานคนอื่นๆ ได้รู้สึกตื่นเต้นไปด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/S__12214496.jpg"></p>
<p>ไฮไลต์หลักของงานอีกอย่างหนึ่งคือผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้มีโอกาสลิ้มลอง Pisco เครื่องดื่มขึ้นชื่อของประเทศเปรูที่โด่งดังไปทั่วโลก เมื่อนำไปผสมเคล้ากับมะนาวแล้วจะออกมาเป็น Pisco Sour รสเปรี้ยวหอมมะนาวสูตรต้นตำหรับที่คงติดลิ้นเราไปอีกนาน</p>
<p>ถึงงานในวันนี้จะกินเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่ความรู้และสิ่งที่เราได้นั้นมากมายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นจากผู้เข้าร่วมแคมเปญไฟแรงที่ชื่นชอบความท้าทาย แขกรับเชิญสุดน่ารัก และ U Beer ที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์การตั้งแคมเปญตั้งแต่ขั้นตอนรับสมัครจนถึงสถานที่ปลายทาง สมกับคำขวัญของแคมเปญที่กล่าวว่า “อย่าไป! ถ้าใจไม่พอ”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_8802.jpg"></p>
<p><a href="http://www.machucan.com/" target="_blank">machucan.com</a></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>สัญญา ธาดาธนวงษ์</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/going-machucan-party/">ตามไปดู MachUcan Party งานเลี้ยงของเหล่าคนแหวกแนวที่อาจได้ไปตามฝันไกลถึงเปรู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/going-machucan-party/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพชร โอสถานุเคราะห์ กับ บทสนทนาว่าด้วยการออกแบบฉากจบแบบไม่ซ้ำให้การศึกษาไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/people-petch-bangkok-university/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/people-petch-bangkok-university/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กชกร มุสิผล]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Dec 2017 12:55:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[เพชร]]></category>
		<category><![CDATA[เพชร โอสถานุเคราะห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/people-petch-bangkok-university/</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ก้าวออกจากกรอบ ทำลายค่านิยมเดิม ๆ มุ่งสร้างสรรค์ และพัฒนาให้ทันโลก” บรีฟสั้นๆ จาก เพชร โอสถานุเคราะห์ ผู้กำกับการศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ถึง a team เมื่อเราถามไถ่เขาถึงไอเดียสนุกๆ หากเขามีโอกาสออกแบบฉากจบให้กับภาพยนตร์ทริลเลอร์สะเทือนขวัญที่มีชื่อว่า ‘การศึกษาไทย’ สำหรับใครที่ยังไม่รู้เรื่องราวความเป็นมาของภาพยนตร์ บรรทัดต่อจากนี้คือเรื่องย่อ ท่ามกลางประเทศอันสิ้นหวัง เด็กรุ่นใหม่ของประเทศนี้ต่างหลงม่านหมอกที่เสกขึ้นจากอิทธิฤทธิ์ของสี่ปีศาจร้าย ด้วยหวังจะทำร้ายเด็กไทยให้จนหนทางพัฒนาตัวเอง จนง่อยเปลี้ยเสียขาคิดอะไรไม่ออกซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จบ ปีศาจตัวแรก ชื่อ ‘ล้าสมัย’ คนในวงการมักเรียกสั้นๆ กันว่า ‘ล้า’ ล้า เป็นปีศาจสุดดื้อ ล้ามักจะยึดมั่นถือมั่นในตำราโบร่ำโบราณ เกลียดกลัวความรู้สมัยใหม่ ทุกวันล้าจะคอยส่งชุดตำราโบราณโบยบินไปหาเด็กทุกคน พร้อมเวทมนตร์สะกดจิตให้เด็กเชื่อตำรานั้นอย่างหมดหัวใจ ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องขวนขวาย ยิ่งเชื่อตำราที่ล้าเตรียมไว้ให้เท่าไหร่ ม่านหมอกแห่งความเขลาในเมืองก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ปีศาจตัวที่สอง ชื่อ ‘เผด็จ’ แต่วงการสื่อมักล้อเลียนกันเป็นชื่อใหม่ว่า ‘เผด็จการ’ เผด็จ เป็นปีศาจขี้สอน จู้จี้ ชอบบงการ จัดการวางแผนวิธีการเรียนให้เด็กๆ ในเมืองแบบเบ็ดเสร็จ คาถาประจำตัวคือ ห้ามถาม ห้ามงง ห้ามสงสัย เชื่อเผด็จไว้ดีที่สุด ยิ่งเผด็จท่องคาถานี้ม่านหมอกแห่งความเขลาในเมืองก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-petch-bangkok-university/">เพชร โอสถานุเคราะห์ กับ บทสนทนาว่าด้วยการออกแบบฉากจบแบบไม่ซ้ำให้การศึกษาไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong style="background-color: initial">“ก้าวออกจากกรอบ ทำลายค่านิยมเดิม<br />
ๆ  มุ่งสร้างสรรค์ และพัฒนาให้ทันโลก”</strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p>บรีฟสั้นๆ จาก<strong> เพชร<br />
โอสถา</strong><strong>นุเคราะห์</strong> ผู้กำกับการศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ<br />
ถึง a team เมื่อเราถามไถ่เขาถึงไอเดียสนุกๆ<br />
หากเขามีโอกาสออกแบบฉากจบให้กับภาพยนตร์ทริลเลอร์สะเทือนขวัญที่มีชื่อว่า ‘การศึกษาไทย’</p>
<p>สำหรับใครที่ยังไม่รู้เรื่องราวความเป็นมาของภาพยนตร์ บรรทัดต่อจากนี้คือเรื่องย่อ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7082.jpg"></p>
<p>ท่ามกลางประเทศอันสิ้นหวัง<br />
เด็กรุ่นใหม่ของประเทศนี้ต่างหลงม่านหมอกที่เสกขึ้นจากอิทธิฤทธิ์ของสี่ปีศาจร้าย<br />
ด้วยหวังจะทำร้ายเด็กไทยให้จนหนทางพัฒนาตัวเอง<br />
จนง่อยเปลี้ยเสียขาคิดอะไรไม่ออกซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จบ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_70391.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7036.jpg"></p>
<p>ปีศาจตัวแรก  ชื่อ <strong>‘</strong><strong>ล้าสมัย</strong><strong>’</strong> คนในวงการมักเรียกสั้นๆ<br />
กันว่า ‘ล้า’</p>
<p><strong>ล้า </strong>เป็นปีศาจสุดดื้อ<br />
ล้ามักจะยึดมั่นถือมั่นในตำราโบร่ำโบราณ เกลียดกลัวความรู้สมัยใหม่<br />
ทุกวันล้าจะคอยส่งชุดตำราโบราณโบยบินไปหาเด็กทุกคน<br />
พร้อมเวทมนตร์สะกดจิตให้เด็กเชื่อตำรานั้นอย่างหมดหัวใจ ไม่ต้องสงสัย<br />
ไม่ต้องขวนขวาย ยิ่งเชื่อตำราที่ล้าเตรียมไว้ให้เท่าไหร่ ม่านหมอกแห่งความเขลาในเมืองก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น</p>
<p>ปีศาจตัวที่สอง  ชื่อ <strong>‘เผด็จ’ </strong>แต่วงการสื่อมักล้อเลียนกันเป็นชื่อใหม่ว่า ‘เผด็จการ’</p>
<p><strong>เผด็จ</strong> เป็นปีศาจขี้สอน จู้จี้ ชอบบงการ<br />
จัดการวางแผนวิธีการเรียนให้เด็กๆ ในเมืองแบบเบ็ดเสร็จ คาถาประจำตัวคือ ห้ามถาม<br />
ห้ามงง ห้ามสงสัย เชื่อเผด็จไว้ดีที่สุด<br />
ยิ่งเผด็จท่องคาถานี้ม่านหมอกแห่งความเขลาในเมืองก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_70501.jpg"></p>
<p>ปีศาจตัวที่สาม ชื่อเดิม <strong>‘น้อย</strong><strong>’ </strong>แต่เปลี่ยนเป็น ‘มินิมอล’ เพื่อความเท่หลังเข้าวงการ</p>
<p><strong>น้อย </strong>เป็นปีศาจที่ถือคติว่ายิ่งน้อยยิ่งดี<br />
มันจึงมักเสกคาถาให้เครื่องมือ อุปกรณ์การเรียนการสอนในเมืองผุพัง ไม่ก็หายไปเลย<br />
เพราะน้อยไม่ชอบของเยอะ น้อยชอบความโล่ง น้อยเชื่อว่าความโล่งจะทำให้เด็กๆ<br />
มีความอดทนอดกลั้น รู้จักรอคอย แล้วทุกครั้งที่เด็กๆ รอคอย ม่านหมอกแห่งความเขลาก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น</p>
<p>และ ปีศาจตัวสุดท้าย ชื่อ <strong>‘เดี่ยว’ </strong>หรือจะมีวลีเรียกติดปากกันสนุก ๆ<br />
ว่า &#8220;เดี่ยว มาโดดๆ<br />
ไม่แคร์ใคร&#8221;</p>
<p><strong>เดี่ยว </strong>ชื่อก็บอกในตัวแล้วว่าเป็นปีศาจที่โดดเดี่ยว<br />
และรักสันโดษที่สุดในโลกปีศาจ เดี่ยวมีนิสัยชอบปฏิเสธความช่วยเหลือจากสถาบัน<br />
องค์กรชั้นนำต่างๆ<br />
แถมเกลียดมากเวลาได้ยินคำอาสาจากแดนไกลว่าจะสร้างเครื่องดูดหมอกแห่งความเขลาออกไป<br />
หรือนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มานำเสนอให้รู้จัก “ไม่! เดี่ยวไม่ต้องการ” ดังนั้นคาถาประจำตัวเดี่ยวคือ &#8220;อย่ามายุ่ง&#8221; และ “ไม่สนใจ” พร้อมส่งเสียงคำรามล้านเดซิเบล<br />
ทำให้ไม่มีนักประดิษฐ์ นักคิด<br />
หรือผู้กล้าจากแดนไกลคนไหนกล้าย่างกรายเข้าใกล้เมืองนี้<br />
ส่งผลให้ม่านหมอกแห่งความเขลากลืนกินเมืองตลอดไป</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_70472.jpg"></p>
<p>เพราะความขยันของสี่ตัวเอก ล้า<br />
เผด็จ น้อย และเดี่ยว จึงทำให้ภาพยนตร์ทริลเลอร์สะเทือนขวัญที่มีชื่อว่า ‘การศึกษาไทย’ เหมือนจะเดินเรื่องไปเนือยๆ วนไปซ้ำๆ<br />
ช้ำๆ แบบไร้จุดหมาย แต่ อาจารย์เพชร โอสถานุเคราะห์ ไม่คิดเช่นนั้น<br />
เพียงแค่รู้จักวิธีการคิดนอกกรอบก็สามารถมองเห็นความสนุกสนานอีกมากมายที่จะไม่หยุดแค่ตอนเดียว<br />
แต่จะมีเอพิโสดมัน ๆ ตามมาอีกหลายตอน อาจารย์เพชรค่อยๆ<br />
เล่าไอเดียทั้งหมดให้เราฟัง<strong><em><u></u></em></strong></p>
<p><strong>ไอเดียที่ 1 </strong><strong>ดีไซน์บริบทให้ออกนอกเส้นเรื่องเดิมหรือเปลี่ยนทางเลือกให้เป็นที่ควรมุ่งไป</strong><strong></strong></p>
<p>ด้วยระบบการศึกษาแบบเดิมๆ<br />
(เส้นเรื่องเดิมของภาพยนตร์) ทำให้เด็กต้องอยู่ในกรอบ แต่นั่นก็ทำให้สถาบันการศึกษาที่ในอดีตอาจจะเคยเป็นแค่ตัวเลือกสำรองสามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย<br />
และสามารถหลุดออกไปจากกรอบเดิม ๆ ได้ ในวันที่เราทุกคนมีตัวเลือกเยอะแยะมากมาย<br />
มีความรู้อะไรใหม่ๆ มากมาย เราจะยึดแต่สิ่งเดิมๆ ทำไม</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7064.jpg"></p>
<p>ถ้าภาพยนตร์เรื่อง ‘การศึกษาไทย’ จะมีปีศาจที่ชื่อว่า ‘ล้า’ ก็ต้องสร้างฮีโร่ที่ชื่อว่า<br />
‘ล้ำ’ มาสู้ อาจารย์เพชรบอกว่า “การเรียนการสอนแบบดั้งเดิมที่ครูเตรียมการสอนมาแล้วพูดตามตำราวิชาความรู้ที่ตัวอาจารย์ร่ำเรียนมาก็ล้าสมัยได้ถ้าไม่มีการอัพเดต”<br />
อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าความรู้เดิมๆ เหล่านั้นใช้ไม่ได้ แต่ผู้กำกับของเรากำลังบอกว่าการศึกษาต้องปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา<br />
ต้องมีอะไรล้ำๆ เข้ามา เพราะโลกเราทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมากๆ</p>
<p>“เราต้องดิ้นออกจากกรอบ<br />
ถ้าทางตรงไม่ได้ก็ออกทางอ้อม นั่นคือออกแบบให้มี<strong>การสอนนอกห้องเรียน ทุ่มเทให้กับอุปกรณ์ที่ทันสมัย </strong>ช่วยให้เอื้อต่อการสร้างงานที่สร้างสรรค์ของผู้เรียน<br />
<strong>การมีอาจารย์ที่ช่วยให้นักเรียนคิดนอกกรอบ มีพันธมิตรเป็นสถาบัน<br />
องค์กรวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพ</strong><br />
เราพยายามอย่างสุดฤทธิ์ให้การศึกษาไทยทันสมัย และถึงแม้ว่าเราสร้างความ “ล้ำ” แต่ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเราจะสู้กับต่างประเทศได้ไหม<br />
เพราะว่ามีตัวถ่วงที่ไม่ใช่เรา และนี่คือปัญหาแห่งชาติ”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7057.jpg"></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>ไอเดียที่ 2 </strong><strong>เปลี่ยน &#8216;เด็ก&#8217; ที่เป็นตัวละครรองให้กลายเป็นตัวเอก<br />
</strong></p>
<p><strong>‘เด็ก’ หรือ‘ผู้เรียน’ ต้องเป็นศูนย์กลางของการศึกษาไทย </strong>ความหมายง่ายๆ ก็คือ<br />
ให้ความสำคัญกับผู้เรียน ว่าผู้เรียนต้องการอะไร คิดอะไรอย่างไร ผู้สอนไม่ควรที่จะสอนจากมุมมองของตัวเอง<br />
มองว่าเด็กเป็นคนที่มีหน้าที่รับฟังอย่างเดียว นอกจากนี้ผู้กำกับของเรายังชี้ว่าการที่เราจะปรับเรื่องราวหรือรูปแบบการเรียนการสอน ที่มีเด็กเป็นตัวเอกของเรื่องหรือเป็นศูนย์กลางของการศึกษาไทยได้นั้น<br />
ตัวเด็กเองต้องรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร จะรอฟังครูอย่างเดียวไม่ได้<br />
ผู้เรียนต้องขวนขวาย เด็กต้องมีอิสรภาพในการปรึกษากับอาจารย์หรือสถาบันที่ตัวเองเรียน<br />
หรือแม้กระทั่งสามารถออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอน<br />
หรือออกแบบระบบการศึกษาได้ด้วยตัวเอง</p>
<p>เพื่อสู้กับปีศาจ <strong>‘เผด็จ’ </strong>อาจารย์เพชรจึงสร้างฮีโร่ที่<br />
ชื่อว่า <strong>‘อิสระ</strong>’ ขึ้นมาซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะเป็นเด็กๆ ที่อยู่ในระบบการศึกษานั่นเอง<br />
โดยมีผู้ช่วยฮีโร่อีกตัวหนึ่งคือ <strong>‘โค้ช’</strong> ที่คอยให้คำแนะนำแก่เด็ก ๆ เพื่อเอาชนะเผด็จให้ได้ <strong><em>“ผมอยากเห็นเด็กมีโอกาสออกแบบหลักสูตรด้วยตัวเองร่วมกับสถาบัน<br />
เพราะศักยภาพ อุปนิสัย และลักษณะของผู้เรียนแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราจึงไม่ควรจะมีหลักสูตรเดียวแล้วบังคับใช้หลักสูตรนั้นกับทุกคนในโลก</em></strong><strong><em>”</em></strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7045.jpg"></p>
<p><strong>ไอเดียที่ 3 </strong><strong>ผนึกกำลังฮีโร่ร่วมกับพันธมิตรจากโลกแห่งความจริง</strong><strong></strong></p>
<p>หากเจ้าปีศาจโดดเดี่ยวจะครอบงำภาพยนตร์ที่ชื่อว่า ‘การศึกษาไทย’ โดยโนสนโนแคร์โลกแห่งความเป็นจริงว่าเขาไปถึงไหนกันแล้ว การร่วมมือกับพันธมิตรที่มาจากภาคธุรกิจเจ๋งๆ<br />
จากสถาบันวิชาชีพชั้นนำ หรือแม้กระทั่งชวนคนเก่งที่สุดในแต่ละวงการในแต่ละสาขามาเป็นโค้ชให้กับฮีโร่ของเรา<br />
อาจารย์เพชรมั่นใจว่าวิธีการนี้จะสามารถเอาชนะปีศาจโดดเดี่ยวได้อย่างง่ายดาย</p>
<p>และถึงแม้ว่าตัวระบบทำให้ตัวผู้กำกับอย่างอาจารย์เพชรเองก็ต้องอยู่ในกรอบ<br />
แต่ในฐานะผู้กำกับที่ดีก็ต้องหาทางดิ้นรนออกจากกรอบให้ได้ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ต้องแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ที่จำเป็นกับโลกอนาคตเข้ามา ต้องทุ่มเทให้กับอุปกรณ์ที่ทันสมัยช่วยให้เอื้อต่อการสร้างงานนอกกรอบของผู้เรียน<br />
ต้องแสวงหาความร่วมมือจากพันธมิตรซึ่งเป็นธุรกิจที่เจ๋งที่สุดในวงการ และสอดคล้องกับแต่ละสาขาวิชามาช่วยกันสอน<br />
และผลักดันให้ได้</p>
<p>เพราะการทำให้เด็กได้มีโอกาสหาประสบการณ์จากมืออาชีพตัวจริงในวงการ<br />
และให้โอกาสเด็กได้ทำงานจริงระหว่างเรียน จะมีสถาบันการศึกษาสักกี่แห่งที่มีการพัฒนาหลักสูตรร่วมกันกับภาคเอกชน  อย่างเช่นหลักสูตรเกมดีไซน์ที่อาจารย์เพชรไปจับมือกับ<br />
Garena บริษัทผลิตเกมที่เจ๋งที่สุดในเอเชีย<br />
หรือหลักสูตรภาพยนตร์และเอนิเมชั่น อาจารย์เพชรก็ไปจับมือกับ Vancouver Film<br />
School ที่ผลิตคนทำงานในแวดวงฮอลลีวูดและหนังที่ได้รางวัลออสการ์ ทุกปีจะมีทีมงานที่จบจากโรงเรียนนี้<br />
ถ้าระบบการศึกษาไทยมีพันธมิตรมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้มาช่วยดีไซน์<br />
ผลักดันหลักสูตรในแต่ละสาขาวิชา อาจารย์เพชรมั่นใจว่าเราจะมีทางออกดีๆ<br />
ให้กับคนรุ่นใหม่อีกมากมาย ซึ่งสิ่งพวกนี้แหละจะเป็นตัวที่พาเราซิกแซก ออกไปจากปีศาจโดดเดี่ยวได้</p>
<p>ปีศาจโดดเดี่ยวนี่แหละที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง<br />
‘การศึกษาไทย’<br />
วนเวียนอยู่แต่ที่เดิม ยิ่งปีศาจโดดเดี่ยวมีอีโก้แรงกล้าเท่าไหร่ เด็กที่เป็นตัวแสดงในระบบการศึกษาไทยยิ่งไม่พบทางออก<br />
การจะสู้กับปีศาจตัวนี้ได้นั้นจึงต้องผนึกกำลังสร้างพันธมิตรจากมืออาชีพทุกวงการ ดูเหมือนผู้กำกับของเรากำลังจะบอกว่า <strong><em>“ภาพยนตร์ฝรั่งยังมี </em></strong><strong><em>The Avengers</em></strong><strong><em> แล้วทำไมเราจะมี The Avengers ในระบบการศึกษาไทยไม่ได้&#8221;</em></strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7061.jpg"></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>ไอเดียที่ 4 </strong><strong>ออกแบบและเพิ่มเติมอุปนิสัยใหม่ให้เด็กๆ<br />
ในเมืองฝันสลาย</strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p>นอกจากไอเดียที่อาจารย์เพชร<br />
โอสถานุเคราะห์ ได้ออกแบบตอนจบของภาพยนตร์เรื่อง ‘การศึกษาไทย’ มาแล้วนั้น<br />
สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดก็คือ ‘เด็ก’ ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญในภาพยนตร์เรื่องนี้ “<em>ผมไม่ต้องการตีกรอบตัวละครนี้<br />
ผมไม่อยากให้พวกเขากลายเป็นแกะ ที่ออกมาเหมือนๆ กันทุกคน<br />
ผมอยากให้พวกเขามีสีสันต่างๆ และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามประสบการณ์ และความสามารถ<br />
เพื่อนำไปสู่ความปรารถนานี้ สิ่งที่ผมสามารถมอบให้กับพวกเขาได้ก็คือ การเติมความคิดสร้างสรรค์และการคิดแบบเจ้าของเข้าไปในตัวละครเหล่านี้”</em></p>
<p>การศึกษาไทยต้องตอบโจทย์โลกในอนาคต<br />
วันนี้หากตอนจบของการศึกษาไทยคือทำอย่างไรเพื่อให้ได้ปริญญาบัตร ก็ไม่สนุก<br />
ไม่มีอะไรใหม่ๆ ท่องจำกันไปก็จบ อนาคตไปถึงไหนแล้วไม่ต้องพูดถึง<br />
แต่สำหรับผู้กำกับคนนี้ อนาคตและความรู้คือสิ่งสำคัญที่สุด <em>“หากคุณมุ่งไปในอนาคต<br />
</em><em>คุณต้องคิดว่าคุณเป็นจุดศูนย์กลางก่อน คุณต้องมีกึ๋นพอที่จะกระตือรือร้นผลักดันตัวเอง<br />
คุณต้องขวนขวายความรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด<br />
เรียนเพื่อเอาความรู้ปริญญาคุณจะได้เองแหละ<br />
แต่สิ่งที่คุณจะได้มากกว่าปริญญานั้นเร้าใจกว่าเยอะ”</em><strong></strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_70671.jpg"></p>
<p>หลายๆ คนอาจจะคิดว่าไอเดียของผู้กำกับที่ชื่อว่าเพชร<br />
โอสถานุเคราะห์ เจ๋งแล้ว แต่ชายคนนี้ยังนำเสนอสิ่งที่โคตรเจ๋ง<br />
โคตรล้ำขึ้นไปอีกเมื่อเขาบอกว่า <em>“อันที่จริงผมสนับสนุนให้เด็ก ๆ ออกแบบเรื่องราว<br />
และตอนจบของภาพยนตร์เรื่องการศึกษาไทยด้วยตัวของเขาเองนะ”</em><br />
ไอเดียทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจึงเป็นเพียงการสร้างสภาพแวดล้อม และสร้างทางเลือกของโอกาสที่หลากหลายให้กับ<br />
‘เด็ก’ ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญของการศึกษาไทย พวกเขาอาจจะคว้าโอกาสที่ดีกว่าแล้ว<br />
เลิกแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ไปเลยก็ได้  <em>“ผมเคยเห็นเด็กคนหนึ่งได้โอกาสทำงานที่ตัวเองรักในขณะเรียน<br />
แต่ก็ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเอาอย่างไรดี เพราะไม่สามารถทำสองอย่างพร้อมกันได้<br />
ผมก็แนะนำเขาว่าไปทำงานที่รักเลย เรียนเมื่อไหร่ก็ได้</em>”</p>
<p>โดยเฉพาะในโลกอนาคตที่การศึกษามันจะเปิดมาก<br />
ถ้าการศึกษาไทยไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองจะกลายเป็นอะไรที่ล้าสมัยเป็นไดโนเสาร์ <em>“ถามว่าไดโนเสาร์จำเป็นต้องอยู่รอดไหม ผมว่าไม่นะ ผมคิดว่าสถาบันการศึกษาที่อยู่รอดคือสถาบันการศึกษาที่สร้างสรรค์และตอบโจทย์ที่โลกต้องการ ไม่ต้องเรียกว่ามหาวิทยาลัยก็ได้<br />
เป็นสถาบันการศึกษาที่คุณมานั่งคุยกับเพื่อน กินกาแฟ  คุยกับอาจารย์ คุยกับมืออาชีพต่างๆ<br />
ได้อัพเดตความรู้ โดยไม่ต้องรับรองด้วยใบปริญญา แต่รับรองด้วยธุรกิจที่คุณจะไปทำงานด้วย<br />
อันนี้ไม่ดีกว่าเหรอ</em><em>?”</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_70931.jpg"></p>
<p>หลายๆ ไอเดียที่อาจารย์เพชร<br />
โอสถานุเคราะห์เล่าให้เราฟังนั้นเกิดขึ้นแล้วภายใต้การกำกับของเขาเองที่มหาวิยาลัยกรุงเทพ<br />
แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ชายคนนี้ได้มองทะลุ และจินตนาการทะลวงไปถึงอนาคต<br />
ซึ่งสักวันหนึ่งเขาจะทำให้ได้  </p>
<p>
  อันที่จริง<br />
ภาพยนตร์ทริลเลอร์ระทึกขวัญเรื่อง ‘การศึกษาไทย’ นั้นก็ไม่ต่างจากโลกของความจริงที่เราไม่อาจละเลยได้ว่า ‘<strong>ตอนจบ</strong>’<strong> หรือ </strong>‘<strong>สถานีสุดท้าย</strong>’<strong> </strong><strong>ของการศึกษาไทย</strong><strong>คือจุดเริ่มต้นของการก้าวไปสู่โลกใบใหม่ของเด็กไทย<br />
การออกแบบสถานีสุดท้ายที่ชื่อว่ามหาวิทยาลัย</strong><strong>จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของชาติ<br />
และนั่นก็คือบทบาทด้านหนึ่งของชายคนนี้ อาจารย์เพชร โอสถานุเคราะห์<br />
อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end118.png"></p>
<p><strong></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-petch-bangkok-university/">เพชร โอสถานุเคราะห์ กับ บทสนทนาว่าด้วยการออกแบบฉากจบแบบไม่ซ้ำให้การศึกษาไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/people-petch-bangkok-university/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
