<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วนิดา อุดมพงษ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author335/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author335/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 Feb 2019 08:17:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Bibury : เดินเล่นในหมู่บ้านยุคกลางที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในอังกฤษ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-bibury/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-bibury/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[วนิดา อุดมพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Oct 2017 03:56:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[airbnb]]></category>
		<category><![CDATA[สหราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[Bibury]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ยุคกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่บ้านขนมปังขิง]]></category>
		<category><![CDATA[Arlington Row]]></category>
		<category><![CDATA[Gloucesterchire]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[United Kingdom]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-bibury/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงสถานที่ที่ทุกคนคุ้นเคยที่สุดผ่านรูปถ่ายในอังกฤษ คงหนีไม่พ้นอาคารรัฐสภาและหอนาฬิกาบิ๊กเบน ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็ได้รับตำแหน่งอันดับ 2 ของสถานที่ที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดในโลก (แชมป์เป็นของหอไอเฟลที่กรุงปารีส) แต่ถ้านึกถึงหมู่บ้านชนบทอังกฤษแท้ๆ แล้ว ภาพบ้านสไตล์กระท่อมหินสีน้ำตาลอ่อนหลังคาสูงเรียงตัวกันเป็นแถวกลับผุดขึ้นมาในใจเรา เรารู้จัก Bibury ในฐานะ “หมู่บ้านขนมปังขิง” ในย่านชนบทของอังกฤษ และเมื่อค้นหาดูในอินเทอร์เน็ตก็เจอแต่ภาพที่สวยราวกับหลุดออกมาจากนิทานเด็ก เมื่อเรามีโอกาสได้ไปเที่ยวประเทศอังกฤษ แน่นอนว่า Bibury เป็นหนึ่งในปลายทางของเรา และทำให้เราเลือกเดินทางในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะอยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสีล้อไปกับแนวกระท่อมโบราณหลังคาสูงเหล่านี้นั่นเอง ซึ่ง Bibury ในฤดูใบไม้ร่วงก็สวยจริงเมื่อสัมผัสด้วยสองตา ไม่ต่างจากภาพที่เราเคยเห็นจากรูปถ่ายของคนอื่นเลย Bibury เป็นชื่อของหมู่บ้านเล็กๆ ส่วนหนึ่งของ Cotswolds AONB (Area of Outstanding Natural Beauty) ในเขต Gloucesterchire ห่างจากลอนดอนมาทางตะวันตกประมาณ 80 ไมล์ ในเขต Cotswolds มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง โดยเฉพาะอาคารบ้านเรือนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ถูกรักษาไว้มากมาย หากใครอยากสัมผัสชนบทอังกฤษแท้ๆ และขับรถมาเที่ยวก็ควรเก็บให้หมดทั้งแถบ แต่เนื่องจากเราไม่ได้ขับรถและมีเวลาไม่มาก จึงเลือกมาที่ Bibury โดยเฉพาะ แลนด์มาร์กสำคัญของ Bibury คือ Arlington Row [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-bibury/">Bibury : เดินเล่นในหมู่บ้านยุคกลางที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในอังกฤษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	เมื่อพูดถึงสถานที่ที่ทุกคนคุ้นเคยที่สุดผ่านรูปถ่ายในอังกฤษ คงหนีไม่พ้นอาคารรัฐสภาและหอนาฬิกาบิ๊กเบน ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็ได้รับตำแหน่งอันดับ 2 ของสถานที่ที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดในโลก (แชมป์เป็นของหอไอเฟลที่กรุงปารีส) แต่ถ้านึกถึงหมู่บ้านชนบทอังกฤษแท้ๆ แล้ว ภาพบ้านสไตล์กระท่อมหินสีน้ำตาลอ่อนหลังคาสูงเรียงตัวกันเป็นแถวกลับผุดขึ้นมาในใจเรา</p>
<p>
	เรารู้จัก Bibury ในฐานะ “หมู่บ้านขนมปังขิง” ในย่านชนบทของอังกฤษ และเมื่อค้นหาดูในอินเทอร์เน็ตก็เจอแต่ภาพที่สวยราวกับหลุดออกมาจากนิทานเด็ก เมื่อเรามีโอกาสได้ไปเที่ยวประเทศอังกฤษ แน่นอนว่า Bibury เป็นหนึ่งในปลายทางของเรา และทำให้เราเลือกเดินทางในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะอยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสีล้อไปกับแนวกระท่อมโบราณหลังคาสูงเหล่านี้นั่นเอง ซึ่ง Bibury ในฤดูใบไม้ร่วงก็สวยจริงเมื่อสัมผัสด้วยสองตา ไม่ต่างจากภาพที่เราเคยเห็นจากรูปถ่ายของคนอื่นเลย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_52141.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_5187.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_5197.jpg"></p>
<p>
	Bibury เป็นชื่อของหมู่บ้านเล็กๆ ส่วนหนึ่งของ Cotswolds AONB (Area of Outstanding Natural Beauty) ในเขต Gloucesterchire ห่างจากลอนดอนมาทางตะวันตกประมาณ 80 ไมล์ ในเขต Cotswolds มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง โดยเฉพาะอาคารบ้านเรือนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ถูกรักษาไว้มากมาย หากใครอยากสัมผัสชนบทอังกฤษแท้ๆ และขับรถมาเที่ยวก็ควรเก็บให้หมดทั้งแถบ แต่เนื่องจากเราไม่ได้ขับรถและมีเวลาไม่มาก จึงเลือกมาที่ Bibury โดยเฉพาะ</p>
<p>
	แลนด์มาร์กสำคัญของ Bibury คือ  Arlington Row กลุ่มกระท่อมหินที่เรียงตัวกันเป็นแถวซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นกลุ่มบ้านที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดในอังกฤษ สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1380 และใช้เป็นโรงเก็บขนสัตว์ ก่อนจะกลายเป็นที่พักสำหรับกลุ่มผู้ทอผ้าในศตวรรษที่ 17 ที่นี่เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมแถบชนบทในช่วงยุคกลางของอังกฤษ ปัจจุบันได้รับการคุ้มครองในฐานะมรดกของชาติที่มีความสำคัญทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ และเป็นสถานที่ที่ได้รับเลือกให้อยู่ในปกด้านในของพาสปอร์ตสหราชอาณาจักรทุกเล่มด้วย! นอกจากนี้ก็ยังปรากฏในภาพยนตร์ดังๆ หลายเรื่อง เช่น <em>Bridget Jones&#8217;s Diary</em> และ <em>Stardust</em> ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทั้งสำหรับคนอังกฤษเองและชาวต่างชาติอย่างเราเลยทีเดียว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_8738.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_5185.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_5186.jpg"></p>
<p>
	Bibury ไม่มีรถไฟเข้าถึง เราจึงต้องลงที่สถานีใกล้ที่สุดคือ Kemble แล้วต่อแท็กซี่มา ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที เมื่อมาถึง นอกจากจะตื่นตาตื่นใจกับ Arlington Row แล้ว ต้องบอกเลยว่าแลนด์สเคปรวมๆ ทั้งหมดของ Bibury ก็สวยงามและดีต่อใจมาก! ในห้อมล้อมของต้นไม้ใหญ่ที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี มีบ้านโบราณหลังน้อยใหญ่เรียงตัวกันอยู่บนถนนเส้นเล็ก และยังมี River Coln แม่น้ำสายเล็กไหลเอื่อยผ่านกลางหมู่บ้านขนาบไปกับถนน ในแม่น้ำมีนกน้ำและเป็ดแสนเชื่องที่อยู่กันอย่างธรรมชาติ ถ้าเดินข้ามสะพานไม้ที่พาดผ่านแม่น้ำเราก็จะได้เจอกับ Arlington Row อันโด่งดัง ทัศนียภาพทั้งหมดที่เห็นไม่ว่าจะมุมไหนก็ดูเหมือนหลุดมาจากภาพวาดสีน้ำมันที่ชวนให้อยากนั่งอ่านบทกวีดีๆ สักเรื่อง</p>
<p>
	Bibury เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่เดินเที่ยวแป๊บเดียวก็ทั่ว เราจึงเดินทอดน่องไปตามถนนที่ขนาบข้างแม่น้ำนี้ และพบว่าปลายทางคือโรงเรียนและโบสถ์ St. Mary’s Church อันเงียบสงบ ซึ่งความน่าสนใจก็ไม่พ้นความงามทางสถาปัตยกรรมยุคกลาง และ Saxon Gravestone ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในสิ่งปลูกสร้างที่เก่าแก่ที่สุดในหมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินมาไม่ถึง แต่เราดีใจที่เดินไปถึง <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_8737.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_5211.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_5210.jpg"></p>
<p>
	ตลอดทางทั้งขาไปและขากลับยังมีกระท่อมหินแสนสวยที่หลายหลังเปิดเป็นที่พัก B&amp;B ให้กับนักท่องเที่ยว มีร้านชากาแฟเล็กๆ ร้านของฝาก และร้านรับส่งไปรษณีย์ แค่เดินผ่านบ้านเหล่านี้ คอยสำรวจตามหน้าต่างและพบว่ายังเป็นบ้านที่มีคนอยู่จริงๆ เราก็ตื่นเต้นเหมือนได้เดินเข้าไปสำรวจชีวิตในหนังสือนิทานแล้ว</p>
<p>
	อีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่ไป Bibury คงได้แวะไปกัน คือฟาร์มปลาเทราต์อันเลื่องชื่อ ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าไปชมปลากันได้ถึงบ่อ ด้านหน้ามีร้านของฝากและครัวที่ปรุงเมนูอร่อยจากปลาเทราต์ให้ชิมกันสดๆ ยามบ่ายมีแดดออกและเงียบสงบ ต้นไม้ใบหญ้าพากันสะท้อนแสงแดดในขณะที่ค่อยๆ เปลี่ยนสีตามฤดูกาล หากไม่รีบไปไหน ที่นี่มีโต๊ะและม้านั่งให้นั่งพัก ซึมซับความสวยงามของธรรมชาติรอบตัวได้ดีทีเดียว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_8714.jpg"></p>
<p>
	ทริปนี้เราเลือกพักที่ Airbnb ที่อยู่ห่างออกไปจากหมู่บ้านพอสมควร เราจึงต้องแบกเป้เดินขึ้นเขาไปราว 30 นาที เพราะที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กที่มีเพียงรถบัสวิ่งผ่านถนนเส้นหลักอย่างเป็นเวลา หากจะเรียกแท็กซี่ก็ต้องโทรตามและราคาค่อนข้างแพง แต่ 30 นาทีที่ได้เดินขึ้นเขากลับเป็นช่วงเวลาที่ดีมากสำหรับเรา เพราะเมื่อพ้นมาจากหมู่บ้านซึ่งเป็น tourist attraction แล้ว เราจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชนบทจริงๆ ของคนอังกฤษ ได้เห็นบ้านของเกษตรกร ทุ่งหญ้าที่เลี้ยงแกะ ฟาร์มสีทองที่รอการเพาะปลูก บ้านหรูบนเนินที่มีประตูเหล็กดัดสีดำบานใหญ่ ได้เดินลัดเลาะผ่านต้นไม้และบ้านเรือนที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตของคนท้องที่ และที่รอเราอยู่บนเนินเขาคือบ้านพัก Airbnb แสนสวยที่หันหน้าเข้าหาทุ่งสีทอง มีต้นแอปเปิลลูกดกและต้นสนพุ่มใหญ่รอต้อนรับเราอยู่</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_5212.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_5216.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_87111.jpg"></p>
<p>
	ความสวยงามและเงียบสงบของ Bibury นั้นเรียบง่าย แต่ยากจะลืม ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เราได้เดินเล่นในหมู่บ้านที่แทบไม่มีไฮไลต์อะไรน่าตื่นเต้น กลายเป็นความทรงจำที่ดีมากๆ การได้เดินขึ้นเขาไปนอนบ้านที่ Airbnb ก็ดียิ่งกว่า (เหมือนได้ไปพักบ้านเพื่อนรวยๆ ในชนบทอังกฤษ ทานมื้อเช้าเต็มโต๊ะแบบส่วนตัวข้างหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นทุ่งสีทอง มีเตาผิงใหญ่อยู่ข้างๆ ห้องพักเห็นวิวเหนือเนินเขาและเห็นป่าสน) ระหว่างทางแค่ได้เดินมองต้นไม้สูงใหญ่เปลี่ยนสีใบล้อแสงแดด ดูแกะกินหญ้าในทุ่ง ดูปลาเทราต์ว่ายอยู่ในน้ำเย็นเฉียบ ดูเป็ดไซ้ขนตัวเองอยู่บนผิวน้ำ ดูกระท่อมหินตั้งตระหง่านลดหลั่นเรียงกันบนไหล่เขา ดูฟ้าเปลี่ยนสีเหนือป่าสนและทุ่งสีทองท่ามกลางอากาศเย็นๆ ในเดือนตุลาคมก็เติมเต็มชีวิตที่เหนื่อยล้าจากความเร่งรีบและภาระหน้าที่ที่ต้องทำอยู่เป็นประจำได้อย่างดี และยังเป็นประสบการณ์สัมผัส &#8216;ชนบทอังกฤษ&#8217; ที่ &#8216;ถึง&#8217; จริงๆ มากกว่าแค่แวะชมตามสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย</p>
<p>
	แม้ว่า Bibury จะติดอันดับสถานที่ที่ถูกถ่ายภาพมากเป็นอันดับต้นๆ ของอังกฤษ แต่รูปถ่ายที่ Bibury ที่เราถ่ายเองก็จะเป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นโปรดที่บรรจุความทรงจำและความสงบของเราไว้ตลอดไป <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>
	<strong>หมายเหตุ:</strong></p>
<p>
	&#8211; ที่ Bibury แทบไม่มีร้านอาหารและไม่มีร้านสะดวกซื้อ ดังนั้นหากไม่ได้พักที่โรงแรมที่มีอาหารด้วย ต้องเตรียมอาหารมาเองให้ดี</p>
<p>
	&#8211; โรงแรมชื่อดังของที่นี่คือ The Swan Hotel ที่เราได้ไปฝากท้องตอนมื้อเย็น แวะไปนั่งจิบกาแฟและทานของว่างได้ ตกแต่งสวยมาก นอกจากร้านที่โรงแรมก็มีร้านหน้าฟาร์มปลาเทราต์ ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง</p>
<p>
	&#8211; อากาศที่นี่หนาวกว่าที่พยากรณ์อากาศไว้พอสมควร น่าจะเพราะแวดล้อมด้วยต้นไม้ป่าเขาและมีแม่น้ำไหลผ่าน หนาวจนต้องรื้อกระเป๋าหาเสื้อมาสวมอีกชั้นกันข้างถนน &gt;&lt;</p>
<p>
	&#8211; หากกลัวเบื่อ แนะนำให้มา Bibury แบบ One Day Trip แล้วไปพักและเที่ยวต่อในเมือง Cirencester ซึ่งเป็นเมืองหลักของ Gloucestershire เมืองสวยมาก มีร้านตามตรอกซอกซอยให้ค้นหาและมีอะไรให้เดินเที่ยวอีกเยอะ เราได้ไปในบ่ายวันกลับเพราะเจ้าของบ้านที่ Airbnb แนะนำ และตั้งใจว่าจะกลับไปเที่ยวเต็มๆ อีกให้ได้ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_5204.jpg"></p>
<h3>Bibury</h3>
<p>
	<strong><br />
	how to get there:</strong> ขับรถจากลอนดอนใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หากเดินทางโดยรถไฟ ออกจากสถานี Paddington ไปที่สถานี Kemble แล้วต่อรถบัสประมาณ 40 นาที หรือแท็กซี่ประมาณ 20 นาที รวมไม่เกิน 3 ชั่วโมง</p>
<p>
	<strong><br />
	Map:</strong></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องสถานที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-bibury/">Bibury : เดินเล่นในหมู่บ้านยุคกลางที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในอังกฤษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-bibury/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Warner Brothers Studio London : ไปฮอกวอตส์กันเถอะเหล่ามักเกิ้ล!</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-118/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-118/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[วนิดา อุดมพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 May 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[ลอนดอน]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[แฮร์รี่ พอตเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[มักเกิ้ล]]></category>
		<category><![CDATA[harry potter]]></category>
		<category><![CDATA[Warner Brothers Studio London]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเวทย์มนตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-118/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากคุณเป็นหนึ่งในแฟนพันธุ์แท้ Harry Potter ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในความฝันทั้งที่ลืมตาตื่น คือสิ่งที่คุณจะได้รับจากการไปทัวร์ Warner Bros. Studio London เพราะที่นี่คือ &#8216;บ้าน&#8217; ของภาพยนตร์ Harry Potter ทั้ง 7 ภาค ที่ได้เปิดให้แฟนๆ เข้าชมตั้งแต่ต้นปี 2012 หลังจากการถ่ายทำทั้งหมดเสร็จสิ้นลง ความเจ๋งสุดๆ ของที่นี่ก็คือความจริงของทุกสิ่งที่คุณจะได้เห็น เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ธีมปาร์คที่สร้างขึ้นจากภาพยนตร์ แต่คือสถานที่ถ่ายทำจริงของทุกๆ อย่างที่เราได้เห็นในหนัง ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีแห่งการถ่ายทำอันยาวนาน จนอาจเรียกได้ว่าเป็นบ้านอีกหลังของนักแสดงและทีมงานหลายร้อยชีวิตผู้อยู่เบื้องหลังความอลังการและความสำเร็จทั่วโลกของ Harry Potter เลยทีเดียว สตูดิโอขนาดยักษ์ของ Warner Bros.แห่งนี้อยู่ที่ Leavesden ห่างออกมาจากลอนดอนไม่มาก ต้องจองตั๋วล่วงหน้าก่อนเข้าชมผ่านทางเว็บไซต์เพราะมีการแบ่งทัวร์เป็นรอบๆ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของลอนดอนที่ดึงดูดแฟนๆ แฮร์รี่ พอตเตอร์จากทั่วโลกให้มาเติมเต็มความฝันในการท่องโลกเวทมนตร์ของจริงกันถึงที่ เราก็เป็นคนหนึ่งที่ตื่นเต้นและตั้งตารอจะไปเยือนที่นี่ให้ได้ และขอบอกเลยว่า ทุกนาทีคุ้มค่าสมการรอคอยจริงๆ 😀 บอกก่อนว่าเราจะขอเล่าประสบการณ์คร่าวๆ จากทัวร์ทั้งหมดเท่านั้น เพื่อไม่ให้สปอยล์คนที่ตั้งใจจะไปจริงๆ เพราะเราคิดว่านี่เป็นประสบการณ์ที่แฟนๆ ควรได้สัมผัสเอง (แล้วจะฟินมาก) รวมถึงรูปภาพที่คัดมาแล้วว่าไม่ใช่มุมพีกของสตูดิโอ ดังนั้นขอให้อ่านกันอย่างสนุก แล้วเก็บเป็นแรงบันดาลใจในการหยอดกระปุกไปเที่ยวกันนะ 🙂 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-118/">Warner Brothers Studio London : ไปฮอกวอตส์กันเถอะเหล่ามักเกิ้ล!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากคุณเป็นหนึ่งในแฟนพันธุ์แท้ <em>Harry Potter </em>ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในความฝันทั้งที่ลืมตาตื่น คือสิ่งที่คุณจะได้รับจากการไปทัวร์ Warner Bros. Studio London เพราะที่นี่คือ &#8216;บ้าน&#8217; ของภาพยนตร์ <em>Harry Potter</em> ทั้ง 7 ภาค ที่ได้เปิดให้แฟนๆ เข้าชมตั้งแต่ต้นปี 2012 หลังจากการถ่ายทำทั้งหมดเสร็จสิ้นลง ความเจ๋งสุดๆ ของที่นี่ก็คือความจริงของทุกสิ่งที่คุณจะได้เห็น เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ธีมปาร์คที่สร้างขึ้นจากภาพยนตร์ แต่คือสถานที่ถ่ายทำจริงของทุกๆ อย่างที่เราได้เห็นในหนัง ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีแห่งการถ่ายทำอันยาวนาน จนอาจเรียกได้ว่าเป็นบ้านอีกหลังของนักแสดงและทีมงานหลายร้อยชีวิตผู้อยู่เบื้องหลังความอลังการและความสำเร็จทั่วโลกของ <em>Harry Potter</em> เลยทีเดียว</p>
<p>สตูดิโอขนาดยักษ์ของ Warner Bros.แห่งนี้อยู่ที่ Leavesden ห่างออกมาจากลอนดอนไม่มาก ต้องจองตั๋วล่วงหน้าก่อนเข้าชมผ่านทางเว็บไซต์เพราะมีการแบ่งทัวร์เป็นรอบๆ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของลอนดอนที่ดึงดูดแฟนๆ แฮร์รี่ พอตเตอร์จากทั่วโลกให้มาเติมเต็มความฝันในการท่องโลกเวทมนตร์ของจริงกันถึงที่ เราก็เป็นคนหนึ่งที่ตื่นเต้นและตั้งตารอจะไปเยือนที่นี่ให้ได้ และขอบอกเลยว่า ทุกนาทีคุ้มค่าสมการรอคอยจริงๆ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f600.png" alt="😀" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_64751.jpg" /></p>
<p>บอกก่อนว่าเราจะขอเล่าประสบการณ์คร่าวๆ จากทัวร์ทั้งหมดเท่านั้น เพื่อไม่ให้สปอยล์คนที่ตั้งใจจะไปจริงๆ เพราะเราคิดว่านี่เป็นประสบการณ์ที่แฟนๆ ควรได้สัมผัสเอง (แล้วจะฟินมาก) รวมถึงรูปภาพที่คัดมาแล้วว่าไม่ใช่มุมพีกของสตูดิโอ ดังนั้นขอให้อ่านกันอย่างสนุก แล้วเก็บเป็นแรงบันดาลใจในการหยอดกระปุกไปเที่ยวกันนะ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>เมื่อมาถึงสตูดิโอ ให้รับตั๋วเข้าชมที่จองและจ่ายเงินผ่านทางเว็บไซต์แล้วจากเคาน์เตอร์ด้านหน้า จากนั้นก็จะได้สัมผัสความตื่นเต้นจากรูปปั้นหมากรุกยักษ์ของมักกอนนากัล จากภาค <em style="background-color: initial;">Philosopher’s Stone</em> ที่มายืนต้อนรับเราตั้งแต่ยังไม่เข้าไปข้างใน ด้านหน้าของสตูดิโอมีคาเฟ่และร้านอาหารให้รองท้องกันได้ รวมถึงมีร้านขายของที่ระลึกที่จำลองบรรยากาศร้านขายไม้กายสิทธิ์ของโอลลิแวนเดอร์ด้วย ข้างในมีข้าวของมากมายที่เห็นแล้วก็อยากได้ไปหมด ถึงไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร เช่น ไม้กายสิทธิ์ที่เลือกได้ตามคาแรกเตอร์เลยว่าอยากได้ไม้ของใคร และอื่นๆ อีกละลานตาไปหมด บอกเลยว่าเข้าไปแค่นี้ก็ขนลุกไปหมดแล้ว!</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6480.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6481.jpg" /></p>
<p>เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อถึงรอบเข้าชม ก่อนได้เข้าไปที่เซ็ต เราจะได้รับชมวิดีโอย้อนการเดินทางของภาพยนตร์ชุดนี้ บิลด์ให้เรายิ่งตื่นเต้นปนตื้นตันเข้าไปอีก จุดหนึ่งที่เราประทับใจมากก็คือ ก้าวแรกของการเข้าชมนั้น ผู้เข้าชมทุกคนต้องรออยู่หลังประตูใหญ่ของห้องโถงกลาง นาทีนั้นสัมผัสได้เลยว่า ไม่ว่าจะเป็นแฟนจากชาติใด อายุเท่าไหร่ ทุกคนล้วนดูตื่นเต้นเหมือนเป็นนักเรียนฮอกวอตส์ชั้นปีหนึ่งตอนรอเข้าไปภายในปราสาทเป็นครั้งแรกเหมือนๆ กันไม่มีผิด ถือเป็นการสร้างประสบการณ์ในการเข้าชมที่น่าประทับใจสุดๆ ด้วยความ &#8216;คิดมาดีแล้ว&#8217; ของการจัดทัวร์ ซึ่งเราจะได้พบอะไรแบบนี้อีกมากมายตลอด 3 ชั่วโมงเต็มของการเดินท่องโลกเวทมนตร์ที่สนุกจนไม่อยากกลับออกมาเลย <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f600.png" alt="😀" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>ด้วยพื้นที่สตูดิโอที่กว้างใหญ่มาก เราจะได้เห็นแทบทุกมุมสำคัญๆ ที่เคยเห็นในภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นรวมของบ้านกริฟฟินดอร์ กระท่อมแฮกริด ภายในบ้านโพรงกระต่าย ห้องทำงานรูปทรงกลมของดัมเบิลดอร์ คุกใต้ดินของสเนป รวมถึงกระทรวงเวทมนตร์ด้วย เอาเป็นว่านึกห้องไหนออก ห้องนั้นมีหมดเลย รวมถึงสถานที่ขนาดใหญ่อย่างตรอกไดแอกอนที่บรรยากาศมันใช่มาก ซอยพริเว็ท บ้านเก่าของแฮร์รี่ที่โดนระเบิด และชานชาลา 9 3/4 ก็มีให้เราได้เดินเข้าไปชมของจริง เสมือนเดินเข้าไปในภาพยนตร์จริงๆ ทุกประการ!</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_64821.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6476.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6477.jpg" /></p>
<p>นอกจากห้องต่างๆ ที่จัดแสดงไว้อย่างดีแล้ว ยังมีบรรดาข้าวของเครื่องใช้ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ รวมถึงเหล่าสัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนที่ผ่านการสร้างสรรค์ขึ้นมาทั้งหมด วางโชว์ไว้ให้เราได้ดูรายละเอียดกันแบบใกล้ๆ บางอย่างสามารถกดปุ่มแล้วขยับได้ด้วย เรียกว่าบิลด์กันทุกทางแบบไม่อินไม่ได้แล้ว!</p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เราคิดว่านี่เป็นทัวร์ที่ออกแบบมาอย่างดีที่สุดทัวร์หนึ่ง เพราะไม่ใช่แค่พาเดินไปชมสถานที่เฉยๆ แต่ตลอดระยะของการทัวร์ จะมีวิดีโอเล่าเรื่องราวเบื้องหลังการถ่ายทำ และแนวคิดของผลงานในพาร์ตนั้นๆ โดยทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังและนักแสดงที่มาเล่าทั้งความยากลำบาก ประสบการณ์ขำๆ และขั้นตอนอันละเอียดยิบ ที่สะท้อนความสามารถและความใส่ใจขั้นสุดของทีมงานทุกคน ซึ่งทำให้การเดินชมเป็นอะไรที่ยิ่งสนุกและน่าประทับใจขึ้นไปอีกหลายเท่า</p>
<p>เราคิดว่าต่อให้ไม่ใช่คนที่อินกับภาพยนตร์มาก ก็สามารถมาเสพเบื้องหลังและขั้นตอนล้ำๆ ของงานโปรดักชันระดับโลกได้แบบคุ้มค่าสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นผลงานของทีมคอสตูม ทีมอาร์ต ทีมออกแบบสร้างสรรค์สัตว์ประหลาด ทีมกราฟิกดีไซเนอร์ ทีมออกแบบสร้างสรรค์สถานที่ หรือแม้แต่ทีมคัดเลือกและดูแลนักแสดงที่เป็นสัตว์ด้วย!</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6487.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6490.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6489.jpg" /></p>
<p>และถ้าใครกลัวยังอินไม่สุด ภายในสตูดิโอยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้เข้าไปทำเพื่อให้คุณได้ใกล้ชิดกับโลกเวทมนตร์เข้าไปอีก ทั้งการใส่เครื่องแบบนักเรียนฮอกวอตส์ ทดลองขี่ไม้กวาดชมกรุงลอนดอน นั่งรถไฟไปฮอกวอตส์ ฯลฯ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่ถ้าใครอยากสัมผัสถึงความเป็นพ่อมดแม่มดตัวจริงก็จัดไปให้สุดได้เลย</p>
<p>ทริปนี้เป็น 3 &#8211; 4 ชั่วโมงที่เต็มอิ่มมากสำหรับเรา เพราะในขณะที่อ่านหรือชมภาพยนตร์ เราก็มีอายุเท่าๆ กับตัวละครในเรื่องด้วย เลยรู้สึกผูกพันกับวรรณกรรมชุดนี้เหมือนได้โตมาด้วยกันจริงๆ ซึ่งการได้ไปเห็นบรรยากาศ และสิ่งที่อยู่ในหนังที่เราดูซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้กี่รอบนั้น ไม่ต่างจากฝันที่กลายเป็นจริง จนถึงกับออกมาจากทัวร์แล้วต้องรีบดูซ้ำอีกรอบด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้ เพราะว่าไปเห็นของจริงมาแล้วนั่นเอง <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6491.jpg" /></p>
<p>ข่าวดีคือ ในปีนี้มีการเปิดโซนใหม่ซึ่งตอนเราไป (ตุลาคม 2016) ยังไม่เปิดด้วยนะ คือโซนป่าต้องห้าม ได้ข่าวว่าเป็นไซต์ที่น่าตื่นเต้นมากทีเดียว</p>
<p>ขอจบด้วยโควทจาก J.K. Rowling ที่อยู่ในห้องสุดท้ายก่อนกลับออกสู่โลกภายนอก เหมือนจะปลอบใจเราที่ไม่อยากจากโลกเวทมนตร์ออกไปสู่โลกของมักเกิ้ลเลย</p>
<p style="text-align: center;"><i style="background-color: initial; text-align: center;">&#8216;The stories we love best do live in us forever, </i></p>
<p style="text-align: center;"><i style="background-color: initial; text-align: center;"></i><i style="background-color: initial; text-align: center;">so whether you come back by page or by the big screen,</i></p>
<p style="text-align: center;"><em><br />
Hogwarts will always be there to welcome you home.&#8217; </em></p>
<p style="text-align: center;"><em> &#8216;เพราะฮอกวอตส์จะเป็นบ้านที่คอยต้อนรับเราอยู่เสมอ&#8217;</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3670.jpg" /></p>
<h3><strong>Warner Bros. Studio Tour London</strong></h3>
<p><strong>address:</strong> Studio Tour Drive, Leavesden WD25 7LR, UK<br />
<b style="background-color: initial;">how to get there:</b> จากลอนดอน นั่งรถไฟไปที่สถานี Watford Junction แล้วต่อ Shuttle Bus ของสตูดิโอได้เลย</p>
<p><a href="https://www.wbstudiotour.co.uk">wbstudiotour.co.uk</a></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1"><strong>ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</strong></a></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-118/">Warner Brothers Studio London : ไปฮอกวอตส์กันเถอะเหล่ามักเกิ้ล!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-118/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Lake District :  เมืองแห่งทะเลสาบบ้านเกิด Peter Rabbit</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-108/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-108/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[วนิดา อุดมพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Mar 2017 12:12:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[england]]></category>
		<category><![CDATA[lake district]]></category>
		<category><![CDATA[Bowness-on-Windermere]]></category>
		<category><![CDATA[peter rabbit]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-108/</guid>

					<description><![CDATA[<p>Lake District หรือ Lakeland เป็นหนึ่งในเขตอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศอังกฤษ เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกว่า 15 ล้านคนต่อปีจากทั่วโลก ด้วยภูมิประเทศที่สวยงาม และธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ตระการตา มีเอกลักษณ์ เพราะในอ้อมกอดของภูเขาที่ตั้งตระหง่านขนาบไล่เรียงกัน คือทะเลสาบน้อยใหญ่จำนวนมากถึง 19 แห่ง ซึ่งทำให้แผ่นดินแถบนี้ถูกขนานนามว่า Lake District นั่นเอง นอกจากภูมิทัศน์ทางธรรมชาติแล้ว ที่นี่ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย โดยเฉพาะสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ วรรณกรรม และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติแบบครบครัน ทั้งเส้นทางขับรถ เส้นทางเดินป่า เส้นทางนักปั่น และเส้นทางล่องเรือ ชนิดที่ว่าเลือกเที่ยวได้นานเป็นสัปดาห์กันเลยทีเดียว ด้วยขนาดพื้นที่ที่กว้างใหญ่และมีกิจกรรมให้ทำมากมายนี่เอง การเที่ยว Lake District ให้ &#8216;ถึง&#8217; ที่สุดคงหนีไม่พ้นการขับรถเที่ยวเพื่อชมทะเลสาบและ Fells หรือภูเขาทั้งหลายได้อย่างทั่วถึง แต่สำหรับนักเดินทางที่มีเวลาไม่มากและไม่สะดวกขับรถในต่างแดนอย่างเราก็ไปเที่ยวดินแดนสุดโรแมนติกนี้ได้โดยไม่ยากนัก ทริป Lake District แบบไม่มีรถขับ 2 วัน 1 คืนของเราจึงได้เริ่มต้นขึ้น 🙂 เราเริ่มต้นการเดินทางทริปนี้ต่อจากทริป Edinburgh โดยเดินทางด้วยรถไฟจากสถานี Edinburgh Waverley ใช้เวลาประมาณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-108/">Lake District :  เมืองแห่งทะเลสาบบ้านเกิด Peter Rabbit</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Lake District หรือ Lakeland เป็นหนึ่งในเขตอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศอังกฤษ เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกว่า 15 ล้านคนต่อปีจากทั่วโลก ด้วยภูมิประเทศที่สวยงาม และธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ตระการตา มีเอกลักษณ์ เพราะในอ้อมกอดของภูเขาที่ตั้งตระหง่านขนาบไล่เรียงกัน คือทะเลสาบน้อยใหญ่จำนวนมากถึง 19 แห่ง ซึ่งทำให้แผ่นดินแถบนี้ถูกขนานนามว่า Lake District นั่นเอง นอกจากภูมิทัศน์ทางธรรมชาติแล้ว ที่นี่ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย โดยเฉพาะสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ วรรณกรรม และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติแบบครบครัน ทั้งเส้นทางขับรถ เส้นทางเดินป่า เส้นทางนักปั่น และเส้นทางล่องเรือ ชนิดที่ว่าเลือกเที่ยวได้นานเป็นสัปดาห์กันเลยทีเดียว</p>
<p> ด้วยขนาดพื้นที่ที่กว้างใหญ่และมีกิจกรรมให้ทำมากมายนี่เอง การเที่ยว Lake District ให้ &#8216;ถึง&#8217; ที่สุดคงหนีไม่พ้นการขับรถเที่ยวเพื่อชมทะเลสาบและ Fells หรือภูเขาทั้งหลายได้อย่างทั่วถึง แต่สำหรับนักเดินทางที่มีเวลาไม่มากและไม่สะดวกขับรถในต่างแดนอย่างเราก็ไปเที่ยวดินแดนสุดโรแมนติกนี้ได้โดยไม่ยากนัก ทริป Lake District แบบไม่มีรถขับ 2 วัน 1 คืนของเราจึงได้เริ่มต้นขึ้น <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_33518.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3349.jpg"></p>
<p> เราเริ่มต้นการเดินทางทริปนี้ต่อจากทริป Edinburgh โดยเดินทางด้วยรถไฟจากสถานี Edinburgh Waverley ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็จะถึงสถานี Oxenholme ซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อไปยัง Windermere โดยใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น สำหรับคนที่ไม่ได้เดินทางด้วยรถยนต์ วินเดอร์เมียร์เป็นจุดที่สะดวกที่สุดเพราะเป็นศูนย์กลางของการเดินทางและแหล่งความเจริญ มีทั้งสถานีรถไฟและรถบัส รถแท็กซี่ ให้บริการมากกว่าที่อื่น นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบ วินเดอร์เมียร์ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเขตเลคดิสทริค และใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษด้วย เราพักที่ Airbnb ใน Bowness ซึ่งเป็นเขตที่ติดกับวินเดอร์เมียร์ จากที่พัก เดินไปถึงทะเลสาบได้ใน 15 นาที ถือว่าสะดวกสบายพอใช้ เก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยก็เดินไปชมทะเลสาบกันได้เลย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3359.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3362.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3355.jpg"></p>
<p> นอกจากมีทะเลสาบแล้ว ที่ Bowness-on-Windermere นี้ยังเป็นบ้านของเจ้ากระต่าย Peter Rabbit and Friends ด้วย โดยมีสถานที่สำคัญคือ The World of Beatrix Potter Attraction ที่รวบรวมข้าวของและจัดแสดงเรื่องราวจากนิทานเด็กชุด <em>Peter Rabbit </em>ที่โด่งดังไปทั่วโลก มีทั้งสถานที่จำลองจากนิทาน เช่นสวนและครัวที่อยู่ในเรื่อง และอื่น ๆ อีกมากมายที่รับรองว่าแฟนคลับลายเส้นสุดน่ารักและเรื่องราวของเจ้ากระต่ายตัวแสบ จะต้องหลงรักและฟินถึงขีดสุด ซึ่ง Beatrix Potter ผู้ให้กำเนิดเจ้ากระต่ายและผองเพื่อน ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติที่สวยงามของเลคดิสทริคที่เธอเติบโตขึ้นมา รวมถึงบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ที่อยู่กันอย่างอุดมสมบูรณ์ที่นี่ จนถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวและลายเส้นแสนอบอุ่นที่ครองใจคนทั่วโลกนั่นเอง</p>
<p>William Wordsworth ก็เป็นนักประพันธ์อีกคนหนึ่งที่ประทับใจในความงดงามของธรรมชาติในเลคดิสทริค และถ่ายทอดความรู้สึกนั้นออกมาเป็นผลงานระดับโลก รวมถึงกลุ่ม Lake Poets ซึ่งหมายถึงกลุ่มกวีแห่งทะเลสาบที่อาศัยอยู่ในเขตเลคดิสทริคในช่วงศตวรรษที่ 19 ด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3365.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_33641.jpg"></p>
<p> ที่โบว์เนส ออน วินเดอร์เมียร์ มีร้านของฝากน่ารักมากมายหลายร้าน ที่แต่ละร้านดูเหมือนจะพร้อมรูดทรัพย์เราจนแทบหมดตัว เพราะนอกจากเจ้า Peter Rabbit ที่โผล่ไปอยู่ในทุกๆ ร้านแล้ว ยังมีตัวการ์ตูนและลายเส้นแสนสวยอื่นๆ ที่ถูกผลิตอย่างบรรจงออกมาเป็นสมุด ชุดจานชาม เสื้อผ้า และของใช้น่ารักเกินบรรยาย เรียกว่าเข้าร้านไหนใจสั่นทุกร้าน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มองหาของฝากสวยๆ กลับเมืองไทย บอกเลยว่าหลายอย่างซื้อที่นี่ราคาถูกกว่าลอนดอนพอสมควรเลยทีเดียว</p>
<p> เดินไม่นานก็ถึงทะเลสาบวินเดอร์เมียร์ที่มีชีวิตชีวา มีนักท่องเที่ยวมากมายมาเดินเล่นชมวิว บริเวณนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่คึกคักแต่ไม่ครึกโครม มีที่พักริมทะเลสาบอยู่ประปราย และมีร้านอาหาร ร้านไอศครีมโฮมเมดที่อร่อยมาก รวมถึงมีฝูงเป็ด ห่าน หงส์ และนกน้ำ มากมายยืนหยอกล้อรอให้คนมาให้อาหาร มีม้านั่งและสวนสวยให้นั่งชมวิวทะเลสาบได้อย่างผ่อนคลาย สำหรับวันนี้ แค่เดินเล่นในย่านโบว์เนสและรอบๆ ทะเลสาบก็รู้สึกมีความสุขเต็มที่แล้ว ใกล้ค่ำก็ได้เวลาเดินกลับไปที่พัก เตรียมสำรวจเมืองแสนโรแมนติกนี้ต่อในวันต่อมา</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3367.jpg"></p>
<p> เช้าวันต่อมา เราเดินกลับมาที่ทะเลสาบวินเดอร์เมียร์อีกครั้ง เพื่อซื้อตั๋วขึ้นเรือล่องทะเลสาบไปยัง Ambleside ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวสำคัญของเลคดิสทริคและอยู่ไม่ไกลนัก การเดินทางบนเรือนำเที่ยวจะมีไกด์คอยบรรยายสถานที่สำคัญที่เรือล่องผ่านเป็นระยะ ซึ่งบอกเลยว่า วิวจากบนเรือทำเอาเราหลงรักที่นี่เข้าเต็มใจจนอยากให้เวลา 30 กว่านาทีบนเรือนั้น เป็น 30 นาทีที่ยาวนานที่สุดในชีวิตเราไปเลย</p>
<p> เพลินกับวิวบนเรือไม่นานเราก็มาถึงแอมเบิลไซด์ ซึ่งบริเวณท่าเรือก็มีคาเฟ่น่ารักหันหน้าเข้าหาทะเลสาบ มีคนมาเดินเล่นให้อาหารนกน้ำ และที่เราชอบที่สุดก็คือ ม้านั่งในบริเวณนี้ทุกตัวจะมีแผ่นเหล็กสลักเรื่องราวอุทิศให้กับผู้ล่วงลับไป ซึ่งแต่ละป้ายล้วนแสดงความรัก ความผูกพันที่ผู้ล่วงลับเคยมีต่อทะเลสาบและต่อเลคดิสทริค ทำให้เรารู้สึกได้ถึงสาย สัมพันธ์ของผู้คนที่มีต่อดินแดนแสนสวยนี้อย่างแท้จริง ไม่แปลกใจเลยที่ที่นี่จะจุดประกายเรื่องราวน่าประทับใจในบทประพันธ์ก้องโลก หรือเป็นสถานที่ที่หลายคนอยากฝากความระลึกถึงไว้เมื่อยามล่วงลับจากโลกนี้ไปแล้ว</p>
<p style="text-align: center"><em>“ด้วยความระลึกถึง Sue Roach (1947 &#8211; 2009) </em></p>
<p style="text-align: center"><em>เชิญนั่งพักและชื่นชมทิวทัศน์ที่นี่ เหมือนเช่นที่เธอเคยทำอยู่เสมอ”</em></p>
<p> จากท่าเรือ นั่งรถบัสเข้าไปในตัวเมืองแอมเบิลไซด์ เราจะได้พบกับอีกเมืองหนึ่งที่น่ารักและมีเสน่ห์ คล้ายจะหลุดเข้าไปใน Hogsmeade ในเรื่อง <em>Harry Potter</em> เมืองนี้มีร้านอาหารและขนมแสนอร่อยอย่าง The Apple Pie ให้เข้าไปลองชิม ซึ่งอยู่ใกล้กับ The Bride House บ้านสะพานหลังน้อยซึ่งเป็น UK National Trust ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ซึ่งเราสามารถเดินขึ้นไปชมข้าวของและเรื่องราวของบ้านนี้ได้ด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7446-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7447.jpg"></p>
<p> มีเวลาทั้งวันให้เดินเล่นและนั่งชิลล์จนหนำใจในแอมเบิลไซด์ ก่อนที่เราจะเลือกนั่งรถบัสชั้น 2 กลับไปยังวินเดอร์เมียร์เพื่อนั่งรถไฟกลับ London การนั่งรถบัสกลับใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาทีพอๆ กับการนั่งเรือ แต่ก็ทำให้เราได้สัมผัสเลคดิสทริคจากอีกมุมหนึ่งที่สวยงามไม่แพ้กัน ได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่แถบนั้น และสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่นอย่างใกล้ชิด ให้ลมเย็นปะทะหน้าจนสะใจ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> ซึ่งเราได้เผื่อเวลาให้กลับไปถึงก่อนรถไฟสัก 3 ชั่วโมง เพื่อให้มีเวลาเดินสำรวจตัวเมืองวินเดอร์เมียร์ให้เต็มที่ได้ด้วย</p>
<p>แม้จะมีเวลาเพียงแค่ 2 วันกับ 1 คืน แต่เสน่ห์ของเลคดิสทริคก็จับใจเราไปเต็มที่ เราประทับใจกับความ สวยงามของธรรมชาติและวิถีชีวิตเรียบง่ายของผู้คน ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับที่ลอนดอน ที่นี่มีทั้งธรรมชาติที่สวยชวน ตะลึง อาหารอร่อย ร้านค้าน่ารัก แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวรรณกรรม และจากโบรชัวร์ เราเห็นว่ามีกิจกรรมน่าทำอีกเพียบเลย ถือว่าเป็นทริปสั้นๆ ที่ทำให้เราได้รู้จักอีกมุมหนึ่งของ UK อย่างน่าประทับใจสุดๆ ซึ่งถ้ามีโอกาส เราสัญญากับตัวเองว่าจะกลับมาขับรถเที่ยวให้ทั่ว และจะขอให้รางวัลชีวิตด้วยความสวยงามของที่นี่อีกสักครั้ง <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7441.jpg"></p>
<h3><strong>Bowness-on-Windermere, LakeDistrict</strong></h3>
<p><strong style="background-color: initial">How to get there: </strong>ถ้าเริ่มต้นจากเอดินบะระ ให้เดินทางด้วยรถไฟจากสถานี Edinburgh Waverley ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็จะถึงสถานีออกเซนโฮล์ม ซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อไปยังวินเดอร์เมียร์ภายในเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น</p>
<p><strong>Map: </strong></p>
<p><strong>Website: </strong><a href="http://www.golakes.co.uk/">http://www.golakes.co.uk</a></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-108/">Lake District :  เมืองแห่งทะเลสาบบ้านเกิด Peter Rabbit</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-108/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Oxford : เดินเล่นคนเดียวในเมืองมหาวิทยาลัย แบบมีไกด์ฟรี!</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-98/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-98/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[วนิดา อุดมพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Feb 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[ออกซ์ฟอร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[ทัวร์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[สหราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[oxford]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-98/</guid>

					<description><![CDATA[<p>พูดถึง Oxford ใครๆ ก็คงนึกถึงมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลก ที่ขึ้นชื่อทั้งในด้านความเป็นเลิศทางการเรียนการสอน และความเป็นมาอันเก่าแก่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ในฐานะอดีตนักศึกษาเอกภาษาอังกฤษที่เคยรู้จักออกซ์ฟอร์ดแค่ผ่านพจนานุกรมเล่มหนาๆ มาตั้งแต่เด็ก เราไม่พลาดที่จะไปเยือนเมืองแห่งการศึกษานี้ทันทีเมื่อมีโอกาส เนื่องจากออกซ์ฟอร์ดอยู่ใกล้กับลอนดอน นั่งรถไฟแค่เที่ยวละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น เราจึงตัดสินใจลุยเดี่ยวแบบ One-day trip ซึ่ง เป็นทริปสุดท้ายก่อนกลับไทยพอดี หลังจากเที่ยวมา 14 วันติด วันนั้นร่างก็เลยพังหนักหน่อย แถมเข่าอักเสบถึงขีดสุด เลยไม่ได้เดินโหดมากเท่าปกติ แต่เราพบว่าการนั่งเฉยๆ ในเมืองเปี่ยมเสน่ห์แห่งนี้ก็ทำเอาเราหลงรักมันได้ไม่น้อยเลย 🙂 ออกซ์ฟอร์ดเป็นเมืองเดียวในทริป UK นี้ที่เราอยากไปแบบมีไกด์นำเที่ยว เพราะรู้สึกว่าในเมืองที่มีประวัติศาสตร์และสถานที่น่าสนใจเพียบขนาดนี้ การเดินแบบมีคนนำทางและให้ความรู้ไปด้วยในเวลาจำกัดน่าจะฟินกว่า ก่อนไปเราจึงทำการบ้านด้วยการค้นหาทัวร์ที่น่าสนใจ และเพราะออกซ์ฟอร์ดขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองจักรยาน ความตั้งใจแรกของเราคือ &#8216;ต้องได้ปั่นจักรยานที่เมืองนี้ให้ได้!&#8217; ในที่สุดเราก็เจอเว็บไซต์บริษัททัวร์ที่น่าสนใจ ชื่อ www.footprints-tours.com ซึ่งมีทัวร์ให้เลือกหลากหลายและได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ใน Tripadvisor แพ็กเกจที่โดนใจเราที่สุดคือ Bike and Walking Tour Combined ซึ่งโฆษณาในเว็บว่าจะพาทัวร์ออกซ์ฟอร์ดแบบครบเครื่อง เจาะลึก เต็ม 3 ชั่วโมง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-98/">Oxford : เดินเล่นคนเดียวในเมืองมหาวิทยาลัย แบบมีไกด์ฟรี!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พูดถึง Oxford ใครๆ ก็คงนึกถึงมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลก ที่ขึ้นชื่อทั้งในด้านความเป็นเลิศทางการเรียนการสอน และความเป็นมาอันเก่าแก่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ในฐานะอดีตนักศึกษาเอกภาษาอังกฤษที่เคยรู้จักออกซ์ฟอร์ดแค่ผ่านพจนานุกรมเล่มหนาๆ มาตั้งแต่เด็ก เราไม่พลาดที่จะไปเยือนเมืองแห่งการศึกษานี้ทันทีเมื่อมีโอกาส</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1395.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1138.jpg"></p>
<p>เนื่องจากออกซ์ฟอร์ดอยู่ใกล้กับลอนดอน นั่งรถไฟแค่เที่ยวละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น เราจึงตัดสินใจลุยเดี่ยวแบบ One-day trip ซึ่ง เป็นทริปสุดท้ายก่อนกลับไทยพอดี หลังจากเที่ยวมา 14 วันติด วันนั้นร่างก็เลยพังหนักหน่อย แถมเข่าอักเสบถึงขีดสุด เลยไม่ได้เดินโหดมากเท่าปกติ แต่เราพบว่าการนั่งเฉยๆ ในเมืองเปี่ยมเสน่ห์แห่งนี้ก็ทำเอาเราหลงรักมันได้ไม่น้อยเลย <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>ออกซ์ฟอร์ดเป็นเมืองเดียวในทริป UK นี้ที่เราอยากไปแบบมีไกด์นำเที่ยว เพราะรู้สึกว่าในเมืองที่มีประวัติศาสตร์และสถานที่น่าสนใจเพียบขนาดนี้ การเดินแบบมีคนนำทางและให้ความรู้ไปด้วยในเวลาจำกัดน่าจะฟินกว่า ก่อนไปเราจึงทำการบ้านด้วยการค้นหาทัวร์ที่น่าสนใจ และเพราะออกซ์ฟอร์ดขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองจักรยาน ความตั้งใจแรกของเราคือ &#8216;ต้องได้ปั่นจักรยานที่เมืองนี้ให้ได้!&#8217; ในที่สุดเราก็เจอเว็บไซต์บริษัททัวร์ที่น่าสนใจ ชื่อ <a href="http://www.footprints-">www.footprints-tours.com</a> ซึ่งมีทัวร์ให้เลือกหลากหลายและได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ใน Tripadvisor แพ็กเกจที่โดนใจเราที่สุดคือ Bike and Walking Tour Combined ซึ่งโฆษณาในเว็บว่าจะพาทัวร์ออกซ์ฟอร์ดแบบครบเครื่อง เจาะลึก เต็ม 3 ชั่วโมง โดยการพาปั่นจักรยานและพาเดินเท้าเข้าสถานที่สำคัญๆ แค่ดูรูปในเว็บก็กรี๊ดสุด! เราไม่รอช้า รีบส่งเมลติดต่อจองทัวร์ทันที แต่ข่าวร้ายก็คือ แม้เราจะติดต่อไปล่วงหน้าถึง 2 เดือน ทัวร์นี้ก็เต็มแน่นชนิดที่ว่าสล็อตว่างอีกทีคือเดือนถัดไป! ไม่ว่าเราจะอ้อนวอนขอ ลงชื่อเป็น Waiting List อย่างไร ก็ไร้วี่แววความเป็นไปได้ ดังนั้นถ้าใครสนใจทัวร์นี้ เราแนะนำให้ติดต่อล่วงหน้าให้นานที่สุดนะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1427.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1397.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1429.jpg"></p>
<p>แม้จะพลาดทัวร์ที่ตั้งใจ แต่ในเว็บไซต์มีบอกว่ามี Free Walking Tour ซึ่งไม่ต้องจองล่วงหน้า แค่ไปเจอกันตามเวลานัดหมาย จะมีไกด์พาเราเดินสำรวจสถานที่ไฮไลต์ของออกซ์ฟอร์ดเป็นเวลา 2 ชั่วโมง และที่สำคัญ ฟรีด้วย! ซึ่งโปรแกรม ทัวร์ฟรีนี้ก็เป็นทัวร์ยอดนิยมของ Footprints Tour เลย ที่ว่าฟรีนี่ก็คือ พอทัวร์จบ เราอยากให้เงินไกด์เป็นค่าตอบแทนเท่าไหร่ก็ให้เลย เราก็เลยตัดสินใจว่าจะไปร่วมกับทัวร์เดินเท้านี้แทน ซึ่งคิดไปคิดมาก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้าเข่าพังขนาดนั้นแล้ว ต้องไปปั่นจักรยาน 3 ชั่วโมงแบบหนาวๆ เราคงไม่ไหว เห็นมั้ยในความซวยก็มีข้อดี <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1393.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1436.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_14242.jpg"></p>
<p>เราไปถึงออกซ์ฟอร์ดตอน 8 โมงเช้า ตั้งใจไปกินข้าวเช้าเอาแรง ก่อนไปร่วมกับ Free Walking Tour ที่ในเว็บไซต์ บอกว่าจะเริ่มตอน 11 โมง จากสถานีรถไฟ เราเดินเท้าเข้าเมืองเพื่อไปหาสถานที่นัดพบให้เจอก่อน จะได้รู้ว่าต้องเดินมาตรงไหน ระหว่างทางก็ตามคาด บนถนนมีคนปั่นจักรยานไปมา แถมมีคนใส่ชุดครุยเดินด้วย มารู้ทีหลังว่าเป็นวันรับปริญญาของเค้าพอดี โอ้โห ฟีลลิ่งเมืองแห่งการเรียนรู้มาเต็มสุดๆ ตื่นเต้นจี๊ดใจแปลกๆ เวลาเห็นนักศึกษาที่นั่นเดินสะบัดครุยแบบ ดูพราวด์ ก็พวกเขาเป็นบัณฑิตออกซ์ฟอร์ดเชียวนะ! เป็นเราเราก็พราวด์ 555</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1430.jpg"></p>
<p>กินข้าวเสร็จ เดินเล่นชมเมืองยามเช้า แป๊บๆ ก็ถึงเวลานัด พอใกล้ 11 โมง ตรงจุดนัดพบก็มีผู้คนหลายชาติหลายวัยมารุมกันเต็มไปหมด เป็นอันรู้ว่ามาถูกที่แน่นอน และทัวร์เดินเท้าชมออกซ์ฟอร์ดของเราก็เริ่มต้นขึ้น ความประทับใจแรกของทัวร์นี้คือ ไกด์น่ารักมาก! 555 เอาจริงๆ นี่เป็นการเที่ยวต่างประเทศแบบมีไกด์นำชมเป็นครั้งแรกของเรา ซึ่งกลายเป็นประสบการณ์ที่เราประทับใจมากเลย พี่ไกด์หนุ่มเสื้อเทายิงมุกไม่อั้น แถมเป็นมุกที่สากล คือลูกทัวร์ทุกคนสามารถหัวเราะตามได้แบบไม่เงิบ ไม่ใช่อารมณ์ขันแบบอังกฤษจ๋าที่คนต่างด้าวอย่างเรามักจะไม่ค่อยเก็ต <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f600.png" alt="😀" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> ส่วนเรื่องข้อมูล ไกด์เล่าได้อย่างแน่นปึ้ก เข้าใจง่าย และน่าสนใจสุดๆ ซึ่งทำให้ลูกทัวร์ทุกคนอินกับเมืองเท่ๆ นี้ขึ้นได้อีกโขเลยล่ะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1431.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1448.jpg"></p>
<p>ออกซ์ฟอร์ดเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มี College ต่างๆ กระจายอยู่ทั่วเมือง ดังนั้นสิ่งที่ไกด์พาเราไปแนะนำให้รู้จักก็หนี ไม่พ้นพวก College หอสมุด และสถานที่สำคัญทางการศึกษาต่างๆ พร้อมเล่าเรื่องราวและเหตุการณ์โดดเด่นของสถานที่นั้นๆ โดยไม่ลืมที่จะไล่เรียงรายชื่อผู้มีชื่อเสียงที่เคยศึกษาที่นี่ด้วย เป็นการบิลด์ให้ต่างด้าวอย่างเรารู้สึกว่าได้มาใกล้ชิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่ มีความเป็นมาเป็นไปจังเลย <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>อย่างที่บอกว่าเมืองนี้เรื่องราวเพียบ นอกจากไปดูพวก College แล้ว เรายังได้ไปเห็นประตูและโคมไฟเอียงๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจของผู้เขียน <em>The Chronicles of Narnia</em> และได้ไปดูต้นไม้ที่เป็นแรงบันดาลใจของ <em>Alice in Wonderland </em>ด้วย อะไรมันจะเปี่ยมแรงบันดาลใจไปหมดทุกมุมเมืองขนาดนี้ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f600.png" alt="😀" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1434.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1452.jpg"></p>
<p>ทัวร์นี้จบลงอย่างสวยงามตอนบ่าย 2 ตามตารางพอดีเป๊ะ เราใช้เวลาที่เหลือเดินเล่นสำรวจออกซ์ฟอร์ดด้วยความเร็วเท่าที่เข่าจะอำนวย ออกซ์ฟอร์ดในวันเสาร์ช่างคึกคัก มีสีสัน ในความร่าเริงมีชีวิตชีวา ถูกตัดด้วยสีขาวดำเคร่งขรึมของครุยบัณฑิตที่เดินสะบัดพริ้วเต็มเมือง ทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ รู้สึกได้ถึงพลังของคนหนุ่มสาวที่ขับเคลื่อนเมืองเก่าแก่นี้มานับพันปี</p>
<p>นาทีนั้นบอกตรงๆ ว่าคิดถึงชีวิตการเรียน คิดถึงเพื่อนที่มหาวิทยาลัยมาก รู้สึกอย่างชัดเจนว่าที่นี่เหมาะแก่การเป็นเมืองที่บ่มเพาะนักวิชาการและผู้นำระดับท็อปของโลกให้เติบโตขึ้นมาภายใต้สภาพแวดล้อมที่สนับสนุนให้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอจริง ๆ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_8603.jpg"></p>
<p>และแม้จะเรียนจบมาหลายปีแล้ว การเดินเล่นในออกซ์ฟอร์ดทำให้เรารู้สึกว่า การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องจบลงพร้อมใบปริญญาเลย รู้สึกมีไฟในการศึกษาและพร้อมจะเป็นนักเรียนรู้ชีวิตที่มีพลังอีกครั้ง <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p><strong>Highlight Spot<br /></strong>จุดที่เดินโต๋เต๋มาเจอแล้วชอบมาก Christ Church Meadow ที่อยู่ข้างๆ Christ Church อันโด่งดัง เดินผ่านร่มไม้ใหญ่ สวยๆ เข้ามาไม่ไกล จะได้เจอแม่น้ำ Thames ที่มีนักศึกษาฝึกซ้อมพายเรือกันแข็งขัน เป็นบรรยากาศแบบอังกฤษสุดๆ ที่ เราบังเอิญได้สัมผัส <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f600.png" alt="😀" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> มีฝูงเป็ดนอนอาบแดด มีคนเดินเล่น และมีม้านั่งให้นั่งดูผู้ชายพายเรือได้ชิลล์ ๆ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f61b.png" alt="😛" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> ตรงนี้รู้สึกได้สัมผัสความออกซ์ฟอร์ดแท้ๆ แบบนักท่องเที่ยวไม่เยอะนัก</p>
<p>เรานั่งเฉยๆ อยู่ตรงนี้นานมาก ซึมซับแดดใสๆ ในเดือนตุลาคม และภาวนาให้พลังบวกที่เราสัมผัสได้ที่นี่อยู่กับเราไปนานๆ จนกลับไทย <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p><strong>หมายเหตุ<br /></strong>&#8211; สำหรับสายวรรณกรรม แฟนๆ <em>Harry Potter</em>, <em>Alice in Wonderland</em>, <em>The Chronicles of Narnia</em> และอื่นๆ ทำการบ้านมาดีๆ คงเที่ยวที่นี่ได้สนุกมาก เพราะมีแลนด์มาร์กพร้อมเรื่องราวเบื้องหลังให้เดินตามเก็บเต็มไปหมด แถมมี Theme Shop ของ <em>Alice in Wonderland</em> ให้เข้าไปละลายทรัพย์กันด้วย<br />&#8211; อีกที่ที่เราแวะไปคือ Oxford Castle ลองไปเดินสัมผัสมุมอื่นที่ไม่ใช่แค่เรื่องมหาลัยดูบ้างก็ดีนะ ประวัติศาสตร์แน่นดี : )</p>
<h3>Oxford&#8217;s Free Walking Tour </h3>
<p><strong>Address: </strong>5 Broad St, Oxford OX1 3AJ สหราชอาณาจักร<br /><strong>Website: </strong><a href="http://www.footprints-tours.com/oxford-walking-tours/">footprints-tours.com/oxford-walking-tours</a><br /><strong>How to get there:</strong> จากสถานีรถไฟ Oxford เดินตามแผนที่ไปประมาณ 15 นาที อยู่ข้างๆ ห้าง Boswell &amp; Co<br /><strong>Map:</strong></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-98/">Oxford : เดินเล่นคนเดียวในเมืองมหาวิทยาลัย แบบมีไกด์ฟรี!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-98/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>​Sovereign Light Café : คาเฟ่ริมทะเลในชื่อเพลงของ Keane วงอัลเทอร์เนทีฟร็อกสัญชาติอังกฤษ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-88/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-88/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[วนิดา อุดมพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2017 04:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[Bexhill On Sea]]></category>
		<category><![CDATA[De La Warr Pavillion]]></category>
		<category><![CDATA[Bexhill On Sea Musuem]]></category>
		<category><![CDATA[East Sussex]]></category>
		<category><![CDATA[ลอนดอน]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[สหราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[UK]]></category>
		<category><![CDATA[Sovereign Light Café]]></category>
		<category><![CDATA[Keane]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-88/</guid>

					<description><![CDATA[<p>“I&#8217;m going back to a time when we owned this town Down Powdermill lane and the Battle grounds We were friends and lovers and clueless clowns” ท่อนแรกของเพลง Sovereign Light Café ซึ่งเป็นซิงเกิลที่ 3 จากอัลบั้มที่ 4 &#8211; Strangeland ของวงอัลเทอร์เนทีฟร็อกสัญชาติอังกฤษ Keane เป็นเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่ติดหูเรามากที่สุด เพลงนี้ถูกปล่อยออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2012 และกลายเป็นหนึ่งในเพลงโปรดตลอดกาลของเรา ที่มักเพราะเป็นพิเศษเมื่อเปิดฟังยามขับรถไปทะเล หรือเปิดในคืนสบายใจที่ได้นั่งพักผ่อน เมื่อเรามีโอกาสไปเที่ยวประเทศอังกฤษในเดือนตุลาคม 2016 เป็นเวลานานถึง 2 สัปดาห์เศษ เพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นกัลยาณมิตรในการฟังเพลงจึงไม่ลืมที่จะเตือนว่า “แวะไป Sovereign Light Café ด้วยสิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-88/">​Sovereign Light Café : คาเฟ่ริมทะเลในชื่อเพลงของ Keane วงอัลเทอร์เนทีฟร็อกสัญชาติอังกฤษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center">
	<em>“I&#8217;m going back to a time when we owned this town<br />
	</em></p>
<p style="text-align: center">
	<em>Down Powdermill lane and the Battle grounds</em></p>
<p style="text-align: center">
	<em>We were friends and lovers and clueless clowns”</em></p>
<p>
	ท่อนแรกของเพลง<br />
	<em>Sovereign Light Café</em> ซึ่งเป็นซิงเกิลที่ 3<br />
จากอัลบั้มที่ 4 &#8211; Strangeland ของวงอัลเทอร์เนทีฟร็อกสัญชาติอังกฤษ<br />
Keane เป็นเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่ติดหูเรามากที่สุด<br />
เพลงนี้ถูกปล่อยออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2012 และกลายเป็นหนึ่งในเพลงโปรดตลอดกาลของเรา<br />
ที่มักเพราะเป็นพิเศษเมื่อเปิดฟังยามขับรถไปทะเล หรือเปิดในคืนสบายใจที่ได้นั่งพักผ่อน</p>
<p>
	เมื่อเรามีโอกาสไปเที่ยวประเทศอังกฤษในเดือนตุลาคม<br />
2016 เป็นเวลานานถึง<br />
2 สัปดาห์เศษ เพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นกัลยาณมิตรในการฟังเพลงจึงไม่ลืมที่จะเตือนว่า<br />
“แวะไป Sovereign Light Café ด้วยสิ มันไม่ไกลจากลอนดอนนะ” และนั่นเป็นครั้งแรกที่เราได้รู้จักเมืองเล็กๆ<br />
ชื่อ Bexhill-on-Sea ที่มี Sovereign Light Café ของจริง อยู่ริมทะเลตรงไหนสักแห่ง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9354.jpg"></p>
<p>
	จากการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตพบว่า<br />
Bexhill-on-Sea เป็นเมืองตากอากาศริมชายฝั่งทะเล เป็นส่วนหนึ่งของมณฑล East Sussex<br />
และอยู่ห่างจากลอนดอนประมาณ 73 ไมล์ ใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟราวๆ<br />
2 ชั่วโมงเท่านั้น มีสถานที่น่าสนใจคือ De La Warr<br />
Pavilion ซึ่งเป็นอาคารสไตล์โมเดิร์นแห่งแรกๆ ในอังกฤษ สร้างตั้งแต่ปี<br />
1935 และปัจจุบันมีสถานะเป็น Center of Art &amp;<br />
Culture ของเมือง แล้วก็มี Bexhill On Sea Museum จัดแสดงงานศิลปะที่น่าสนใจ รวมถึงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น</p>
<p>
	ด้วยความที่เป็นเมืองเล็ก ทั้ง De La Warr Pavillion, Bexhill On<br />
Sea Musuem และ Sovereign Light Café จึงอยู่ในบริเวณใกล้ๆ<br />
กันหมดแบบเดินไม่กี่นาทีก็ถึง แถมจุดเริ่มต้นอย่าง De La Warr Pavillion ยังใช้เวลาเดินเพียงแค่ 10 นาทีจากสถานีรถไฟ พอได้ข้อมูลเพียงพอแล้ว<br />
เราก็ตัดสินใจจองตั๋วรถไฟทันที ในใจไม่คิดอะไรมาก อยากเที่ยวแบบไม่คาดหวัง ไม่รู้อะไรเยอะ<br />
เอาแค่ได้ไป Sovereign Light Café ของจริงและได้เห็นทะเลอังกฤษก็คิดว่าคุ้มแล้ว</p>
<p>
	ไปถึง Bexhill-on-Sea ในเช้าวันจันทร์ที่<br />
10 ตุลาคม วันนั้นแดดจ้าฟ้าใสผิดวิสัยสหราชอาณาจักร ความรู้สึกแรกหลังเดินออกมาจากสถานีรถไฟคือที่นี่ช่างเป็นเมืองเล็กๆ<br />
ที่สดใส และที่สำคัญคือ มีแต่คนแก่เต็มไปหมดเลย!</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9367.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_93621.jpg"></p>
<p>
	ทุกเมืองในสหราชอาณาจักรจะมีสถานีรถไฟอยู่ที่ศูนย์กลางเมือง<br />
ดังนั้นการเดินทางจึงเป็นเรื่องสะดวกสบายสำหรับคนที่นี่แม้จะไม่มีรถ เมื่อเรานั่งรถไฟมา<br />
และจะเดินต่อไปที่ชายหาด จึงได้เดินผ่านใจกลางเมืองซึ่งเป็นถนนช้อปปิ้งไปโดยปริยาย<br />
แต่บรรยากาศมันช่างแตกต่างจากทุกแหล่งช้อปปิ้งที่เราเคยสัมผัส เพราะ 90% ของประชากรที่เห็นเป็นผู้สูงอายุ<br />
ทุกคนเดินกันอย่างช้าๆ และมักจะมากันเป็นคู่ เมื่อจะข้ามถนน เราก็จะเจอรถที่ขับช้าๆ<br />
และหยุดให้เราข้ามก่อนเสมอ เมื่อมองไปที่คนขับเพื่อขอบคุณก็จะเห็นคุณตาคุณยายหน้าตาใจดี<br />
ยิ้มตอบให้เราจากหลังพวงมาลัย</p>
<p>
	ร้านรวงต่างๆ ล้วนเต็มไปด้วยรายละเอียดที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ<br />
ไม่ว่าจะเป็นป้ายราคาที่เขียนตัวใหญ่ชัดเจน ร้านเสื้อผ้าที่มีหุ่นโชว์สวมเสื้อผ้าอุ่นสบาย<br />
มากกว่าเสื้อผ้าที่ดูเปรี้ยวเก๋ล้ำสมัย หรือฟุตปาทที่ขอบเตี้ยแต่กว้างขวาง สะดวกต่อการเข็นรถเข็นขึ้นลงและเดินสวนกันได้โดยไม่แออัด<br />
พร้อมม้านั่งสำหรับพักที่มีอยู่ทั่วไป ที่นี่ยังมีร้านรับจัดงานศพและบริการต่างๆ สำหรับผู้วางแผนจะลาจากโลกนี้อยู่แทบทุกมุมเมือง<br />
เหมือนเป็นไลฟ์สไตล์อย่างหนึ่งซึ่งแสนจะธรรมดา นี่คือเมืองที่ออกแบบมาให้ผู้สูงอายุได้พักอาศัยในบั้นปลายอย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_93663.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9365.jpg"></p>
<p>
	เมื่อเดินถึง De La Waar Pavilion เรายิ่งตื่นเต้นกับบรรยากาศที่ดูเหมือนหอศิลป์สำหรับหนุ่มสาววัย 50<br />
อัพ ที่นี่เป็นอาคารหน้าตาโมเดิร์นริมทะเล ที่มีร้านรวงน่ารัก มีร้านกาแฟเอาต์ดอร์<br />
มีแกลเลอรี่ศิลปะ มีโดมและดาดฟ้าให้ขึ้นไปชมวิว แต่สิ่งที่ทำให้บรรยากาศของที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนที่เคยเจอ<br />
คือทุกมุมเต็มไปด้วยคุณป้า คุณลุง คุณตา คุณยายที่จูงมือ เกาะแขนกันมาเดินตากอากาศ ใส่แว่นกันแดดนั่งจิบกาแฟชมทะเล<br />
ชมงานศิลป์ด้วยกัน ไม่ต่างจากหนุ่มสาวฮิปๆ ใจกลางเมือง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_93731.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9372.jpg"></p>
<p>
	อีกสิ่งหนึ่งที่เราชอบมากๆ ของที่นี่<br />
คือทางเดินเลียบชายหาดที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ระหว่างทางจะมีช่องให้สามารถเดินลงไปริมทะเลได้เป็นระยะ<br />
แต่เป็นหาดหินนะไม่ใช่หาดทราย และอีกฝั่งของทางเดินเป็นสวนเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ที่แข่งกันบาน<br />
สลับกับม้านั่ง และสิ่งที่เป็นเหมือนกล่องนั่งพักหน้าตาโมเดิร์นสำหรับคนที่ต้องการหลบแดด<br />
เราเจอคนทุกรูปแบบที่นี่ ทั้งคู่รักคุณปู่คุณย่า ครอบครัวที่เข็นลูกเล็กๆ มาเดินเล่น<br />
คนจูงสุนัขที่ยืนทักทายกัน และคนที่มาจ็อกกิ้งออกกำลังกาย เราเดินเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศแสนผ่อนคลาย<br />
และก่อนจะรู้ตัว Sovereign Light Café<br />
ของจริงก็อยู่ตรงหน้าเรา ข้างทางเดินริมทะเลนี่เอง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9361.jpg"></p>
<p>
	ความรู้สึกขณะเดินใกล้ Sovereign Light Café เข้าไปเรื่อย ๆ คล้ายกันกับความรู้สึกตอนมองแผ่นดินเคลื่อนผ่านขณะที่เราใกล้ถึง<br />
UK ใจมันเต้นแรงแปลกๆ รู้สึกกึ่งฝันกึ่งจริง เพราะเป็นที่ๆ เราใฝ่ฝันมานานว่าจะได้มา<br />
แต่คงเพราะนี่คือการเดินเท้า และเห็นจุดหมายอยู่ในที่โล่งตรงหน้า ความรู้สึกนั้นจึงชัดเจนกว่าตอนอยู่บนเครื่องบิน<br />
ในสมองมีภาพย้อนไปตลอดเวลาหลายเดือนที่เราเคยเปิดดูรูปถ่ายของคนอื่น เคยอ่านบันทึกการเดินทางของคนอื่น<br />
เคยคิดฝันถึงการมาด้วยตัวเอง จนถึงนาทีที่มันอยู่ตรงหน้าเราแล้วจริงๆ มันช่างเป็นความรู้สึกที่แปลกและทำให้ใจแกว่งอย่างตื่นเต้นปนไม่เชื่อว่านี่คือความจริง<br />
ทั้งที่มันก็แค่คาเฟ่ริมทะเลแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่มีไฮไลต์อะไรมากไปกว่าการถูกพูดถึงในเพลงของวงดนตรีที่เราชื่นชอบ</p>
<p>
	เราเข้าร้านไปสั่ง Fish &amp; Chips และกาแฟ<br />
1 แก้ว พร้อมซื้อโปสการ์ดรูปวาดของร้านมา 2 ใบ<br />
ให้เพื่อนและตัวเอง แล้วเลือกออกมานั่งที่เก้าอี้นอกร้าน ในใจยังคิดว่ามันคือเก้าอี้อะลูมิเนียมชุดเดียวกับที่เห็นในมิวสิกวิดีโอนั่นแหละ<br />
ระหว่างที่นั่งรออาหารที่เสิร์ฟช้าเกินควร แต่กลับไม่ทำให้เราอารมณ์เสีย-ระหว่างที่จิบกาแฟที่ไม่อร่อยเลยแต่กลับไม่ทำให้เราอารมณ์เสีย-ระหว่างที่กิน Fish &amp; Chips ที่รสชาติงั้นๆ แต่กลับไม่ทำให้เราอารมณ์เสีย-ความคิดหนึ่งก็ผ่านเข้ามาในใจเรา</p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>
	“มันสำคัญตรงที่เราได้มาอย่างที่ตั้งใจแล้ว”</p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>
	เรายิ้มให้กับทุกอย่างในตอนนั้น และที่สำคัญคือไม่ลืมยิ้มให้กับตัวเอง<br />
ที่ได้พาตัวเองไปนั่งอยู่ตรงนั้น ทานอาหารอยู่หน้า Sovereign Light Café ที่เราอยากไปมาตั้งนาน<br />
<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3356.jpg"></p>
<p>
	เหตุผลติ่ง ๆ ที่ทำให้เราอยากมาคาเฟ่แห่งนี้<br />
นำพาเรามาพบเมืองหนึ่งที่ไม่ป๊อปเอาซะเลยในหมู่นักท่องเที่ยวและแม้แต่กับคนอังกฤษเอง<br />
แต่กลับเป็นเมืองที่มีบรรยากาศน่ารักเกินคาดคิด มีความโรแมนติกอยู่ในทุกอณู เพราะหนุ่มสาวที่จูงมือกันเดินอยู่ที่นี่ไม่ได้เพิ่งพบรักกันเมื่อเร็วๆ<br />
นี้ แต่เป็นคุณปู่ย่าตายายที่ผ่านชีวิตร่วมกันมาจนถึงบั้นปลาย เป็นความอุ่นใจชวนให้ยิ้มอย่างประหลาด<br />
เมื่อเราได้เดินสำรวจเมืองที่ดูไม่มีอะไรพิเศษ แต่ปลอดภัย เนิบช้า และเต็มไปด้วยผู้คนที่อยู่เคียงข้างกันและกันในช่วงสุดท้ายของชีวิต<br />
ผู้คนที่แม้จะเดินไม่ค่อยไหว แต่ก็ยังมีคนจูงมือออกมาเดินเล่นในวันที่อากาศดี ชวนกันชมความสวยงามของชายหาด<br />
และยังดื่มด่ำกับงานศิลปะและกาแฟแก้วโปรดด้วยกัน แม้ในวัยที่สายตาเริ่มฝ้าฟาง</p>
<p>
	สิ่งที่ได้จากทริปนี้ นอกจากประสบการณ์สัมผัสทะเลอังกฤษ (น้ำเย็นเฉียบเลย เอานิ้วไปจิ้มมา)<br />
และได้ไปนั่งทำเก๋หน้า Sovereign Light Café ให้เพื่อนติ่งได้อิจฉาแล้ว<br />
เรายังได้รู้ว่า บางทีมันก็ไม่สำคัญเลยว่าปลายทางจะมีอะไรรออยู่ แต่มันสำคัญที่เราได้ตัดสินใจ<br />
และลงมือทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำมานานจนสำเร็จต่างหาก ที่ให้ความรู้สึกที่ดีที่สุดกับเราแบบที่อย่างอื่นไม่สามารถทดแทนได้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_93551.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_93691.jpg"></p>
<p>
	เราหลงรัก Bexhill-on-Sea ไปโดยไม่รู้ตัว<br />
และกลับมาพร้อมพลังใจบางอย่างในการใช้ชีวิตที่เราไม่คาดคิดว่าจะได้รับจากเมืองคนแก่แห่งนี้<br />
และสัญญากับตัวเองว่าจะยังคงตามหา Sovereign Light Café แห่งต่อไปในชีวิตอีกเรื่อย<br />
ๆ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<h3>
</h3>
<h3>Sovereign Light Café</h3>
<p><strong>address:</strong> W Parade, Bexhill-on-Sea TN39 3DX, UK<br /><strong>phone number:</strong> <span style="font-weight: normal">01424222136</span></p>
<p><span style="font-weight: normal"><strong style="background-color: initial">หมายเหตุ</strong><strong style="background-color: initial">:</strong><br /></span></p>
<p>
	1. หากเดินทางด้วยรถไฟ ตั้งใจฟังประกาศให้ดีๆ<br />
เพราะปลายทางเป็นเมืองเล็ก รถทั้งขบวนจึงไม่ได้มุ่งตรงมาที่นี่อย่างเดียว จะมีการแบ่งโบกี้แยกเส้นทางกันเป็นระยะจากลอนดอน<br />
เลือกนั่งให้ถูกโบกี้ ไม่อย่างนั้นอาจหลงไปเมืองอื่นได้ หากไม่แน่ใจ รีบถามเจ้าหน้าที่บนรถไฟเพื่อความชัวร์นะ<br />2. เราพลาดที่ไม่ได้เข้าไป<br />
	<a href="http://www.bexhillmuseum.co.uk">Bexhill Museum</a> เพราะเวลาไม่พอ แต่แนะนำให้ทุกคนแวะไป คงยิ่งประทับใจกับเมืองน่ารักแห่งนี้ได้มากขึ้น<a href="http://www.bexhillmuseum.co.uk"><br /></a>3. สถานที่อื่นๆ ในเพลง <em style="background-color: initial">Sovereign<br />
Light Café</em> ก็มีอยู่จริงหมด ใน East Sussex นี่แหละ<br />
แต่มิวสิกวิดีโอทั้งหมดถ่ายที่ Bexhill รวมถึงภาพประกอบอัลบั้ม<br />
Strangeland ด้วย ดูได้ข้างล่างเลย</p>
<p><strong>Maps:</strong></p>
<p>
	<a href="http://www.sovereign-light-cafe.co.uk/">sovereign-light-cafe.co.uk</a></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-88/">​Sovereign Light Café : คาเฟ่ริมทะเลในชื่อเพลงของ Keane วงอัลเทอร์เนทีฟร็อกสัญชาติอังกฤษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-88/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
