<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สิพร สันนิธิกุล, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author266/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author266/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Aug 2018 17:52:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>The Basket :  ตะกร้าผักผลไม้ปลอดภัยส่งตรงถึงบ้านคุณ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/shop-21/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/shop-21/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สิพร สันนิธิกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2016 06:01:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[dream shop]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[organic]]></category>
		<category><![CDATA[ออร์แกนิก]]></category>
		<category><![CDATA[the basket]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากตะกร้าผัก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/shop-21/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อคนยุคนี้หันมาใส่ใจสุขภาพ สิ่งหนึ่งที่สนใจจึงเป็นเรื่องของอาหารดีๆ ผู้บริโภคหลายคนอาจวิตกเพราะมักได้ยินข่าวการตรวจพบสารพิษตกค้างในผักผลไม้ แต่ตอนนี้มีธุรกิจผักผลไม้ปลอดสารที่น่าสนใจเจ้าหนึ่งกำลังค่อยๆ เติบโตในชื่อ ‘The Basket’ ตะกร้าผักผลไม้ปลอดสารพิษที่พร้อมจะไปส่งอาหารดีๆ สู่คนกินถึงหน้าบ้าน ไปฟังเรื่องเล่าของตะกร้าผักจาก ศจี กองสุวรรณ และ อรพรรณ ปถมเล็ก ทีมงาน The Basket กัน ตัวเชื่อมคุณภาพระหว่างเกษตรกรและผู้บริโภค The Basket เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อน 6 คน คือ มนัส หามาลา และ ศจี กองสุวรรณ ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการเริ่มต้นโครงการ ภัทรภร ภู่ทอง สุพัตรา สุขสวัสดิ์ สุพจน์ ชุณหโชติอนันต์ และ อรพรรณ ปถมเล็ก พวกเขาตั้งใจให้แนวคิดชุมชนเกษตรอินทรีย์ผู้ผลิตและผู้บริโภคเกื้อหนุนกันเกิดขึ้นได้จริง ทั้งด้านราคาที่เป็นธรรมต่อเกษตรกรและเป็นมิตรกับผู้บริโภค ทั้ง 6 คนร่วมกันพัฒนาให้ The Basket ทำหน้าที่เป็น platform เชื่อมโยงความต้องการระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคให้ได้มาเจอกัน ธุรกิจเพื่อสังคมนี้จะช่วยให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผู้บริโภคเองก็เข้าถึงผลผลิตเกษตรอินทรีย์ได้สะดวกขึ้นและมีสุขภาพดีกว่าเดิม อรพรรณ: “พวกเราได้มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับกลุ่มชาวบ้านที่ทำเกษตรอินทรีย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-21/">The Basket :  ตะกร้าผักผลไม้ปลอดภัยส่งตรงถึงบ้านคุณ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อคนยุคนี้หันมาใส่ใจสุขภาพ<br />
สิ่งหนึ่งที่สนใจจึงเป็นเรื่องของอาหารดีๆ<br />
ผู้บริโภคหลายคนอาจวิตกเพราะมักได้ยินข่าวการตรวจพบสารพิษตกค้างในผักผลไม้<br />
แต่ตอนนี้มีธุรกิจผักผลไม้ปลอดสารที่น่าสนใจเจ้าหนึ่งกำลังค่อยๆ เติบโตในชื่อ ‘The Basket’ ตะกร้าผักผลไม้ปลอดสารพิษที่พร้อมจะไปส่งอาหารดีๆ<br />
สู่คนกินถึงหน้าบ้าน ไปฟังเรื่องเล่าของตะกร้าผักจาก <strong>ศจี กองสุวรรณ </strong>และ <strong>อรพรรณ<br />
ปถมเล็ก</strong> ทีมงาน The Basket กัน</p>
<p><strong>ตัวเชื่อมคุณภาพระหว่างเกษตรกรและผู้บริโภค</strong></p>
<p>The Basket เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อน<br />
6 คน คือ มนัส<br />
หามาลา และ ศจี กองสุวรรณ ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการเริ่มต้นโครงการ ภัทรภร ภู่ทอง<br />
สุพัตรา สุขสวัสดิ์ สุพจน์ ชุณหโชติอนันต์ และ อรพรรณ ปถมเล็ก พวกเขาตั้งใจให้แนวคิดชุมชนเกษตรอินทรีย์ผู้ผลิตและผู้บริโภคเกื้อหนุนกันเกิดขึ้นได้จริง<br />
ทั้งด้านราคาที่เป็นธรรมต่อเกษตรกรและเป็นมิตรกับผู้บริโภค ทั้ง 6 คนร่วมกันพัฒนาให้<br />
The Basket ทำหน้าที่เป็น platform เชื่อมโยงความต้องการระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคให้ได้มาเจอกัน ธุรกิจเพื่อสังคมนี้จะช่วยให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น<br />
ผู้บริโภคเองก็เข้าถึงผลผลิตเกษตรอินทรีย์ได้สะดวกขึ้นและมีสุขภาพดีกว่าเดิม</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Market_0009.jpg"></p>
<p><strong>อรพรรณ: </strong>“พวกเราได้มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับกลุ่มชาวบ้านที่ทำเกษตรอินทรีย์<br />
ได้รับรู้ว่าอุปสรรคสำคัญของกลุ่มเกษตรกรคือตลาดรองรับสินค้า เกษตรกรไม่รู้ว่าจะนำผลผลิตไปขายใคร ทั้งที่จริงๆ แล้วสินค้าเกษตรอินทรีย์เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก<br />
เนื่องจากตอนนี้ผู้คนให้ความสนใจดูแลสุขภาพแล้วก็มองหาผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษเพิ่มมากขึ้น<br />
เรามองเห็นช่องทางที่จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายคือเกษตรกรและผู้บริโภคมาเจอกันได้โดยตรง<br />
โดยเราจะเข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสในการกระจายผลผลิตให้กับเกษตรกร ส่วนผู้บริโภคเองก็มั่นใจได้ว่า<br />
ผักและผลไม้ที่คุณจะได้รับนั้นเป็นสินค้าเกษตรปลอดสารพิษแน่นอน 100% เราวางตัวเองในฐานะธุรกิจเพื่อสังคม<br />
ดังนั้นหลักการสำคัญของ The Basket คือ<br />
เราจะไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือเสียผลประโยชน์เป็นอันขาด”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Market_0017.jpg"></p>
<p><strong>เข้มงวดทุกขั้นตอน </strong><br />
 มีขั้นตอนหลายอย่างกว่าที่ตะกร้าผักผลไม้ปลอดสารจะเดินทางไปถึงบ้านของสมาชิก<br />
เริ่มจากทีม The Basket จะเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มเกษตรกรว่ามีสินค้าชนิดใดบ้างที่ผู้บริโภคต้องการ<br />
ทำปฏิทินผัก-ผลไม้เพื่อเป็นข้อมูลว่า ในแต่ละช่วงเกษตรกรรายใดปลูกผักชนิดไหนได้ในฤดูกาลนั้นๆ<br />
ไปเยี่ยมชมแหล่งผลิตว่าได้มาตรฐานตรงตามที่กำหนดหรือไม่ เช่น<br />
เป็นการเพาะปลูกแบบปลอดสารเคมี 100% จริงๆ<br />
ซึ่งจะต้องตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบประกอบด้วย หลังจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนของการคัดกรองควบคุมคุณภาพสินค้าว่ามีความสดใหม่<br />
เสียหายอะไรหรือไม่ เก็บเกี่ยวในช่วงเวลาไหน เพราะสินค้าประเภทนี้จะมีระยะเวลาที่จำกัดในการบรรจุ<br />
จัดส่ง และบริโภค</p>
<p><strong>อรพรรณ:</strong> “กลุ่มเกษตรกรที่เราติดต่อไว้จะมาจากหลากหลายที่<br />
เป็นกลุ่มเกษตรกรชาวสวนที่เรียกว่า ‘เครือข่ายวิสาหกิจเกษตรอินทรีย์’<br />
ประกอบด้วยเกษตรกร 7 กลุ่มจาก 3 จังหวัด คือ เพชรบุรี ราชบุรี และอยุธยา เดิมทีเขาเคยเพาะปลูกแบบเคมีมาก่อน<br />
แล้วก็มาร่วมใจกันเปลี่ยนวิถีการผลิตมาเป็นอินทรีย์<br />
โดยพี่ศจีจะเป็นคนติดต่อประสานงานกับเกษตรกรโดยตรง จากนั้นเราจะทำงานร่วมกับเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูก<br />
รวมไปถึงการควบคุมคุณภาพของสินค้า การเก็บเกี่ยว<br />
การบรรจุและการจัดส่งพืชผลจากแปลงมายังศูนย์รองรับผัก เพื่อดำเนินการจัดเตรียมและจัดส่งให้แก่สมาชิกต่อไป<br />
เราให้ความสำคัญเรื่องความสดใหม่และคุณภาพเป็นพิเศษ<br />
ดังนั้นเวลาไปส่งลูกค้าเราก็จะแจ้งให้ทราบทุกครั้งถึงอายุหรือระยะเวลาที่เหมาะสมในการบริโภค”</p>
<p><strong>อรพรรณ:</strong> “อย่างที่บอกว่าเราใส่ใจเรื่องคุณภาพ<br />
ความสดใหม่และความสะอาด ดังนั้นเสียงตอบรับจากสมาชิกจึงเป็นที่น่าพอใจ คือสมาชิกวางใจว่าได้รับของที่ดีแล้วก็ปลอดสารจริงๆ<br />
ในการสร้างความเชื่อมั่นตรงนี้ เราจะคอยให้ข้อมูลสมาชิกอย่างต่อเนื่องและพาไปเยี่ยมชมไร่สวนอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สมาชิกหรือผู้สนใจเห็นกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ<br />
ตั้งแต่การเตรียมดินไปจนถึงอาหารจานอร่อยบนโต๊ะที่บ้าน เพื่อให้สมาชิกเชื่อมั่นและไว้วางใจในผักผลไม้ของ<br />
The Basket”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Market_0010.jpg"></p>
<p><strong style="background-color: initial">ศจี: </strong>“สิ่งที่เราส่งให้สมาชิก<br />
คือผักจากสวนของคุณอย่างที่บอกจริงๆ เราทำงานกับเกษตรกรโดยตรง<br />
ค่าสมาชิกก็นำกลับไปสู่ต้นทุนการทำเกษตรอินทรีย์<br />
ซึ่งเท่ากับว่าผู้บริโภคเองมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของแหล่งเพาะปลูกด้วย”</p>
<p><strong>คนกินเลือกได้ </strong><br />
 The Basket เป็นธุรกิจที่ใช้ระบบสมาชิกเป็นหลัก ลูกค้าเลือกได้ตามใจว่าจะรับผักผลไม้ชนิดใดบ้างในแต่ละสัปดาห์<br />
โดยจะแบ่งเป็นชุดเล็ก สำหรับ 1 &#8211; 2 คน เลือกสินค้าได้ 8 ชนิด ชุดกลาง สำหรับ 2 &#8211; 4 คน เลือกสินค้าได้ 12 ชนิด และชุดใหญ่ สำหรับครอบครัวขนาด 5 คนขึ้นไป<br />
เลือกสินค้าได้ 16 ชนิด</p>
<p>
<strong>อรพรรณ:</strong> “ตะกร้าผักผลไม้ของเราจะส่งตรงถึงบ้านสมาชิกสัปดาห์ละ<br />
1 ครั้ง สมาชิกเลือกได้ว่าต้องการผักผลไม้อะไรบ้าง<br />
อาจจะเป็นผักสดคละกับไข่ไก่ ข้าวสาร หรือผลไม้<br />
แต่เมนูผักผลไม้ของเราจะเปลี่ยนตามฤดูกาล ผักบางชนิดที่ปลูกไม่ได้ตลอดทั้งปี<br />
เราจะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าเพื่อปรับเปลี่ยนชนิดของผักตามต้องการได้ ซึ่งพืชผักที่จะจัดส่งให้สมาชิกจะส่งตรงมาจากไร่<br />
มาถึงสำนักงานโครงการในเช้ามืดของวันจัดส่งเลย เพื่อคงความสดใหม่ของผักผลไม้และผลิตภัณฑ์ของเราเอาไว้”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Market_0021.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Market_0011.jpg"></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>ลงทุนเพื่อสุขภาพ <br /></strong><strong style="background-color: initial">ศจี: </strong>“The Basket เน้นความหลากหลายของผัก เพื่อให้ลูกค้าได้มีตัวเลือกเยอะๆ<br />
ดังนั้นฐานการผลิตก็ยิ่งกว้างขึ้น<br />
แล้วเกษตรกรอินทรีย์จะไม่ปลูกพืชชนิดเดียวทีละมากๆ เหมือนกับการทำเกษตรทั่วไป<br />
ดังนั้นต้นทุนก็จะเพิ่มตามไปด้วยเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ราคาก็สอดคล้องสมเหตุสมผล”</p>
<p><strong>อรพรรณ:</strong> “เราอยากให้ทุกคนรู้ว่าราคาที่จ่ายไปนั้นคือความคุ้มค่าในการลงทุนเพื่อสุขภาพ<br />
เพราะอาหารปลอดภัยมันดีต่อสุขภาพในระยะยาว นอกจากนั้น คุณภาพและรสชาติของอาหารอินทรีย์ก็ต่างกับสินค้าเกษตรเคมีมาก<br />
อย่างสีและรสชาติของไข่ไก่จากไก่ที่เลี้ยงตามธรรมชาติจะต่างจากไข่จากฟาร์ม ผักผลไม้มีรสชาติกรอบหวานมากกว่า<br />
เป็นรสธรรมชาติของพืชผักชนิดนั้นจริงๆ”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Market_0020.jpg"></p>
<p><strong>เติบโตยั่งยืน<br /></strong><strong style="background-color: initial">อรพรรณ: </strong>“ในอนาคตเราจะมีการขยายกลุ่มเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น<br />
ถ้ามีสินค้าหลากหลายและเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า เราก็เชื่อมั่นว่าธุรกิจนี้จะยั่งยืนและเจริญเติบโตไปต่อได้ยาวๆ<br />
โดยเฉพาะถ้าทุกฝ่ายมีแนวคิดด้านการเกื้อหนุนพึ่งพากันและกัน ผู้ผลิตอยู่ได้<br />
ผู้บริโภคไม่รู้สึกถูกเอาเปรียบ ให้และรับอย่างเท่าเทียม<br />
ชุมชนเกษตรอินทรีย์ของเราก็จะเติบโตแข็งแรง”</p>
<p><strong>ให้ใจได้ใจ<br /></strong><b style="background-color: initial">ศจี:</b> &#8220;เราต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตร เราต้องการสร้างชุมชนที่มีแนวคิดเรื่องการเคารพและตระหนักในคุณค่าของกันและกัน เมื่อเราตระหนักถึงคุณค่าการทำงานวิชาชีพหนึ่งคือ รู้สึกขอบคุณเกษตรกรที่ผลิตอาหารดีๆ มีคุณภาพและปลอดภัยให้เรา ขณะเดียวกัน เราก็ต้องสนับสนุนให้เกษตรมีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นเกษตรกรมืออาชีพที่เชี่ยวชาญในงานของตน การร่วมลงทุนและซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ในราคาที่เป็นธรรมจะนำไปสู่การพัฒนาเหล่านี้ค่ะ”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Market_0055.jpg"></p>
<h3>The Basket</h3>
<p><strong>ประเภทธุรกิจ:</strong>  ผักผลไม้ปลอดสารเคมี<br />
ส่งตรงถึงบ้านคุณ<br /><strong style="background-color: initial">คอนเซปต์:</strong>   ตะกร้าผักจากสวนของคุณ<br /><strong style="background-color: initial">เจ้าของ: </strong>มนัส หามาลา, ศจี กองสุวรรณ, ภัทรพร ภู่ทอง, สุพัตรา สุขสวัสดิ์, สุพจน์ ชุณหโชติอนันต์, อรพรรณ ปถมเล็ก<br /><strong style="background-color: initial">Website: </strong><a href="http://thebasket.biz/">thebasket.biz<br /></a><strong style="background-color: initial">Facebook l </strong><a href="https://www.facebook.com/thebasket.organic">เรื่องเล่าจากตะกร้าผัก</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" style="background-color: initial"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-21/">The Basket :  ตะกร้าผักผลไม้ปลอดภัยส่งตรงถึงบ้านคุณ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/shop-21/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TJ Luthier : ร้านทำกีตาร์หนึ่งเดียวในเอเชียผู้สานต่อการทำกีตาร์ Kasha จากช่างระดับโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/shop-19/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/shop-19/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สิพร สันนิธิกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 26 Nov 2016 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[dream shop]]></category>
		<category><![CDATA[กีตาร์ Kasha]]></category>
		<category><![CDATA[สุขุมวิท 71]]></category>
		<category><![CDATA[พระโขนง]]></category>
		<category><![CDATA[business]]></category>
		<category><![CDATA[TJ Luthier]]></category>
		<category><![CDATA[ทศพล จันทโรทัย]]></category>
		<category><![CDATA[กีตาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างทำกีตาร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/shop-19/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครอยู่ในแวดวงกีตาร์คลาสสิกคงต้องคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับชื่อ Bangkok Guitar Society ซึ่งตั้งอยู่ที่ทาวน์เฮาส์ในซอยสุขุมวิท 71 ย่านพระโขนงใจกลางเมือง โดยมี อ.กมล อัจฉริยะศาสตร์ ครูใหญ่ในวงการ และยังเป็นสุดยอดนักกีตาร์คลาสสิกมืออันดับต้นๆ เป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งขึ้นกว่า 20 ปีมาแล้ว ที่โรงเรียนแห่งนี้เองที่พาให้เราได้มารู้จักกับช่างทำกีตาร์ที่คนในวงการเรียกเขาว่า ‘ช่างเอ็ม’ หรือ ทศพล จันทโรทัย คนหนุ่มไฟแรงที่ยังคงต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความฝันของตนเองอยู่ทุกวัน กับอาชีพที่ใครๆ อาจมองว่าน่าอิจฉาที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่ความจริงนั้นช่างเอ็มบอกเราว่าไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ เลย ชีวิตที่ต้องฝ่าฟัน แรกเริ่มเดิมที เอ็มไม่เคยมีความคิดจะเป็นช่างทำกีตาร์มาก่อน รู้แค่เพียงว่าชอบและอยากเล่นได้ เลยหัดกีตาร์มาตั้งแต่เด็ก และเลือกเรียนคณะดนตรีอย่างที่ใจรัก แม้จะขัดกับสิ่งที่ครอบครัวต้องการก็ตาม ถึงที่สุดเขาจึงออกจากบ้านมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง “ผมเรียนเอแบค เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่ต้องทำงานหาเงินเรียนเองอย่างผมจึงยากลำบากมากๆ ผมสอนกีตาร์ทุกวัน เล่นดนตรีดึกๆ แทบทุกคืน แถมเคยต้องหยุดเรียนเพราะไม่มีเงินกินข้าวด้วยซ้ำ เห็นไหมว่าเด็กที่นี่ไม่ได้ฐานะดีไปเสียทั้งหมด บางคนอาจจะคิดว่าทำไมไม่เลือกเรียนที่อื่นที่ค่าเทอมถูกกว่าล่ะ คือการเรียนเอแบคสำหรับผมถือเป็นโอกาสดีครับ การได้ใช้ภาษาอังกฤษ รวมถึงหลายๆ วิชาที่ได้เรียนที่นี่ คือประสบการณ์ที่ช่วยเปิดประตูหลายๆ บานให้ชีวิตผม ถึงจะจบช้ากว่าคนอื่นไปหลายปี แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ผมก็ยังเลือกที่จะเรียนที่นี่อยู่ดีนะ” จากความสงสัย จุดประกายสู่ความฝัน ช่วงชีวิตตอนเรียนมหาวิทยาลัยของเอ็มไม่มีความทรงจำอะไรมากนัก นอกจากการเล่นดนตรีกลางคืนและรับสอนกีตาร์ตามบ้านและสถาบันดนตรีต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าหน่วยกิตสูงลิ่ว กระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-19/">TJ Luthier : ร้านทำกีตาร์หนึ่งเดียวในเอเชียผู้สานต่อการทำกีตาร์ Kasha จากช่างระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ใครอยู่ในแวดวงกีตาร์คลาสสิกคงต้องคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับชื่อ<br />
Bangkok Guitar Society ซึ่งตั้งอยู่ที่ทาวน์เฮาส์ในซอยสุขุมวิท 71 ย่านพระโขนงใจกลางเมือง<br />
โดยมี อ.กมล อัจฉริยะศาสตร์ ครูใหญ่ในวงการ และยังเป็นสุดยอดนักกีตาร์คลาสสิกมืออันดับต้นๆ เป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งขึ้นกว่า<br />
20 ปีมาแล้ว</p>
<p>ที่โรงเรียนแห่งนี้เองที่พาให้เราได้มารู้จักกับช่างทำกีตาร์ที่คนในวงการเรียกเขาว่า<br />
‘ช่างเอ็ม’ หรือ <strong>ทศพล จันทโรทัย</strong> คนหนุ่มไฟแรงที่ยังคงต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความฝันของตนเองอยู่ทุกวัน<br />
กับอาชีพที่ใครๆ อาจมองว่าน่าอิจฉาที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่ความจริงนั้นช่างเอ็มบอกเราว่าไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ เลย</p>
<p><strong>ชีวิตที่ต้องฝ่าฟัน</strong><strong></strong></p>
<p>แรกเริ่มเดิมที เอ็มไม่เคยมีความคิดจะเป็นช่างทำกีตาร์มาก่อน<br />
รู้แค่เพียงว่าชอบและอยากเล่นได้ เลยหัดกีตาร์มาตั้งแต่เด็ก<br />
และเลือกเรียนคณะดนตรีอย่างที่ใจรัก แม้จะขัดกับสิ่งที่ครอบครัวต้องการก็ตาม<br />
ถึงที่สุดเขาจึงออกจากบ้านมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง</p>
<p>“ผมเรียนเอแบค<br />
เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่ต้องทำงานหาเงินเรียนเองอย่างผมจึงยากลำบากมากๆ<br />
ผมสอนกีตาร์ทุกวัน เล่นดนตรีดึกๆ แทบทุกคืน<br />
แถมเคยต้องหยุดเรียนเพราะไม่มีเงินกินข้าวด้วยซ้ำ เห็นไหมว่าเด็กที่นี่ไม่ได้ฐานะดีไปเสียทั้งหมด บางคนอาจจะคิดว่าทำไมไม่เลือกเรียนที่อื่นที่ค่าเทอมถูกกว่าล่ะ<br />
คือการเรียนเอแบคสำหรับผมถือเป็นโอกาสดีครับ การได้ใช้ภาษาอังกฤษ<br />
รวมถึงหลายๆ วิชาที่ได้เรียนที่นี่ คือประสบการณ์ที่ช่วยเปิดประตูหลายๆ บานให้ชีวิตผม<br />
ถึงจะจบช้ากว่าคนอื่นไปหลายปี<br />
แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ผมก็ยังเลือกที่จะเรียนที่นี่อยู่ดีนะ”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF66991.jpg"></p>
<p><strong>จากความสงสัย จุดประกายสู่ความฝัน</strong></p>
<p>ช่วงชีวิตตอนเรียนมหาวิทยาลัยของเอ็มไม่มีความทรงจำอะไรมากนัก<br />
นอกจากการเล่นดนตรีกลางคืนและรับสอนกีตาร์ตามบ้านและสถาบันดนตรีต่างๆ<br />
เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าหน่วยกิตสูงลิ่ว กระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง เอ็มเกิดความสงสัยว่ากีตาร์ที่เล่นอยู่ทุกวันออกมาเป็นตัวแบบนี้ได้ยังไง</p>
<p>“เอาจริงๆ ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้นเลย<br />
แค่สงสัยเฉยๆ ว่าทำยังไงให้ออกมาเป็นตัวแบบนี้ ผมก็ไปถามจากอาจารย์กมล<br />
อาจารย์เองก็เล่นอย่างเดียว ตอบไม่ได้เหมือนกัน แล้วก็หาหนังสือภาษาอังกฤษเล่มหนึ่งเกี่ยวกับการทำกีตาร์มาให้ผมอ่าน<br />
อ่านอยู่หลายรอบก็ไม่เข้าใจ เพราะมันมีศัพท์ของช่างไม้เยอะมาก<br />
แล้วเราเองก็ไม่ได้มีทักษะพวกนี้มาก่อนด้วย แต่เพราะความที่เราอยากรู้จริงๆ สุดท้ายก็เลยมองหาครูสอนแล้วตัดสินใจเรียนทำกีตาร์แบบจริงจัง”</p>
<p><strong>พยายามเท่านั้น เพื่อจุดมุ่งหมาย</strong></p>
<p>เอ็มเริ่มต้นเรียนทำกีตาร์กับ พันแสง จันทรางกูร หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ช่างแด๋ง’ โดยไม่มีทักษะงานไม้มาก่อน เขาจึงต้องเริ่มทุกอย่างจากศูนย์<br />
คือฝึกลับมีด ใบกบ สิ่ว และอุปกรณ์ต่างๆ<br />
เรียกได้ว่าฉีกแนวจากเดิมที่เป็นครูสอนกีตาร์และเล่นดนตรีอาชีพ เพื่อมาหัดเป็นช่างไม้เต็มตัว</p>
<p>“จากเมื่อก่อนที่เคยไว้ผมยาวถึงเอวตอนเล่นดนตรี<br />
แต่พอมาเป็นช่างทำกีตาร์คือตัดสั้น แล้วก็ดรอปเรียนที่มหา&#8217;ลัยเพื่อมาฝึกทำกีตาร์<br />
ก็ไม่คิดมาก่อนเหมือนกันว่าแค่เพราะความอยากรู้ อยู่ๆ จะจริงจังได้ขนาดนี้<br />
ตอนนั้นผมยังเช่าห้องอยู่ เงินเก็บก็ไม่มี แต่พี่แด๋งใจดีมากที่ให้ผมผ่อนค่าเรียนได้<br />
คือต้องขอบคุณพี่เขาจริงๆ ครับ”</p>
<p>ห้องพักขนาดไม่กี่ตารางเมตรที่เช่าอยู่แถบพัฒนาการถูกดัดแปลงเป็นห้องทำกีตาร์<br />
แต่อุปสรรคใหญ่คือเรื่องทุนทรัพย์สำหรับการซื้ออุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ<br />
ดังนั้นกีตาร์ตัวแรกของเขาจึงเป็นการทำมือทุกขั้นตอนอย่างแท้จริง<br />
และใช้เวลาถึง 1 ปีเต็มจึงเสร็จสมบูรณ์</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF6658.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF6684.jpg"></p>
<p>“ผมเริ่มทำกีตาร์แบบไม่มีอะไรเลย<br />
ง่ายๆ ว่ายังมองไม่เห็นอนาคตในอาชีพ แต่ก็ไม่เคยท้อนะ ผมถือว่าผมเลือกแล้ว อะไรที่ผมเลือกผมจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดเสมอ อย่างโลโก้ชื่อผมด้านในกีตาร์ที่เห็นเป็นล้อมกรอบลายไทย<br />
ผมก็ไปซื้อหนังสือเกี่ยวกับการวาดรูปลายไทยมาอ่านเพิ่มเติมหลายเล่ม<br />
เพื่อศึกษาวิธีขึ้นลายแล้วออกแบบให้เป็นสไตล์ของผมเอง<br />
ในขณะที่ยังคงเอกลักษณ์แบบไทยๆ ไว้ด้วย สิ่งเดียวที่ทำให้ท้อและบั่นทอนกำลังใจน่าจะเป็นคำพูดดูถูกจากคนรอบข้างมากกว่า<br />
เช่นว่าทำแล้วจะขายใคร ใครเขาจะซื้อ หรือทำดียังไงก็ไม่มีทางสู้ของมียี่ห้อได้หรอก<br />
คงต้องขอบคุณความดื้อของตัวเองด้วยล่ะมั้งครับ<br />
ที่คำพูดพวกนั้นมันกลับทำให้ผมยิ่งอยากพิสูจน์ฝีมือตัวเอง<br />
และประสบความสำเร็จให้คนพวกนั้นเห็นให้ได้”</p>
<p><strong>เพราะการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด</strong><strong></strong></p>
<p>แม้ว่าจะทำกีตาร์มาแล้วหลายตัว<br />
แต่เอ็มก็ยังคงศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ เขาสั่งหนังสือกีตาร์ทุกเล่มที่มีในเว็บไซต์ต่างประเทศมาอ่าน<br />
บางเล่มก็อ่านซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบ<br />
ด้วยความที่อยากจะพัฒนาทักษะการทำกีตาร์ที่มีอยู่ให้เพิ่มมากขึ้น<br />
แล้วก็เป็นโชคดีที่เขาได้มีโอกาสเรียนกับช่างทำกีตาร์ฝีมือระดับโลกถึง 2 คนด้วยกันคือ Boaz<br />
Elkayam และ Yuichi Imai</p>
<p>“พอมาถึงจุดหนึ่งที่กีตาร์ผมเสียงเริ่มนิ่ง<br />
คือได้มาตรฐานเท่ากันทุกตัว ผมก็อยากจะให้มันเสียงดียิ่งกว่านี้อีก<br />
เพราะเราเองเคยได้ลองเล่นกีตาร์ที่ราคาสูงๆ มา เรารู้ว่างานเรายังมีอะไรต้องพัฒนามากกว่านี้เพื่อให้เทียบเท่ากับช่างระดับโลก<br />
คือผมเป็นคนที่อ่านหนังสือเยอะมากๆ ค่อนข้างมั่นใจด้วยว่าอ่านเยอะกว่าใคร<br />
เพราะเราไม่มีปัญญาไปเรียนต่างประเทศ เลยต้องศึกษาเอาเองจากหนังสือ<br />
แต่บังเอิญมีอยู่ปีนึง ผมมีโอกาสเจอช่างทำกีตาร์ที่ผมชอบมากๆ ชื่อ Boaz Elkayam คือจำเค้าได้จากหนังสือที่อ่าน<br />
เค้ามาดูงานกีตาร์ที่ประเทศไทยก็เลยได้คุยกัน”</p>
<p>Boaz Elkayam คือช่างทำกีตาร์ชาวอิสราเอลที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ<br />
และยังเป็นผู้ร่วมวิจัยและพัฒนากีตาร์ Kasha ร่วมกับ Dr.Kasha นักฟิสิกส์ผู้คิดค้นกีตาร์ชนิดนี้ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาโดยใช้หลักฟิสิกส์การทำงานของคลื่นเสียง<br />
โดยลักษณะของกีตาร์จะต่างจากกีตาร์ทั่วไปทั้งรูปลักษณ์ภายนอก และระบบ Bracing<br />
ด้านในซึ่งมีผลต่อเสียงกีตาร์โดยตรง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF6736.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF6695.jpg"></p>
<p>“ผมถามอาจารย์ไปตรงๆ เลยว่าเขารับสอนรึเปล่า<br />
ผมอยากจะเรียนทำกีตาร์กับเขา ซึ่งเขาก็ตอบตกลง ตอนที่ถามผมก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ไหนไปเรียน<br />
เพราะรายได้จากการทำกีตาร์ก่อนหน้านั้น ผมก็เอาไปซื้ออุปกรณ์<br />
แล้วก็ลงทุนซื้อไม้มาเก็บ เพราะไม้ทำกีตาร์ยิ่งเก่ายิ่งเสียงดี ก็เลยเหลือแค่พอกินพอใช้เท่านั้นเอง<br />
แต่โอกาสมาแล้ว จะปล่อยไปก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไหร่<br />
ไม่ทำตอนนี้อาจจะไม่มีวันได้ทำแล้วก็ได้ it’s now or never”</p>
<p>ท้ายที่สุด เอ็มก็ได้เดินทางไปเรียนทำกีตาร์ที่อิสราเอลแบบมีเงินติดตัวไม่กี่พันบาทโดยได้รับการสนับสนุนจากแม่ที่เห็นถึงความตั้งใจ ซึ่งเขาก็กลับมาทำงานผ่อนคืนให้เพราะไม่อยากรบกวนเงินที่แม่เก็บไว้ใช้ตอนเกษียณราชการครู<br />
<strong></strong></p>
<p><strong>ช่างทำกีตาร์ </strong><strong>Kasha หนึ่งเดียวในเอเชีย</strong></p>
<p>เอ็มใช้เวลาเรียนทำกีตาร์ราว 1 เดือนแล้วจึงกลับมาประเทศไทย<br />
เสียงกีตาร์ของเขาพัฒนาขึ้นมากสมความตั้งใจ ทำให้มีออร์เดอร์เข้ามาไม่ขาดสาย แต่ก็จังหวะไม่ดีที่ช่วงนั้นเศรษฐกิจอยู่ระหว่างขาลง<br />
ลูกค้าจำเป็นต้องทิ้งเงินมัดจำยกเลิกออร์เดอร์ไปหลายราย<br />
เขาอาศัยช่วงเวลานั้นทดลองทำกีตาร์ Kasha ที่ไปร่ำเรียนมา<br />
โดยกว่าจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมออกงานโชว์ได้ก็กินเวลาหลายปี</p>
<p>“กีตาร์ Kasha มีความพิเศษในตัวมันครับ คือไม่ใช่ว่าพอกลับมาผมจะทำเลียนแบบสิ่งที่อาจารย์สอนแล้วก็จบ<br />
ทำขายได้เลย เพราะผมต้องมาศึกษาทำความเข้าใจเพิ่มเติมด้วยตัวเองด้วย ระบบ Bracing<br />
ด้านในที่เห็นไม่ได้เป็นการวางมั่วๆ ให้ดูแปลกโดยไม่มีเหตุผล<br />
ทุกตำแหน่ง ความหนาบางของไม้ ต้องผ่านการคำนวณตามหลักฟิสิกส์ ตัว Sound<br />
hole ที่ย้ายมาอยู่ด้านบนก็เช่นกัน ไม่ได้ย้ายมาเพื่อความสวยงาม<br />
แต่เป็นเหตุผลเรื่องเสียง ผมก็เพิ่งจะเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ปีสองปีมานี้เอง<br />
ถึงได้มั่นใจและพูดได้อย่างเต็มปากว่านี่แหละ กีตาร์ Kasha ของจริง”</p>
<p>เอ็มเป็นช่างทำกีตาร์ชาวเอเชียคนแรกที่มีโอกาสได้เรียนทำกีตาร์<br />
Kasha กับอาจารย์ Boaz<br />
และยังถือเป็นนักเรียนคนสุดท้ายที่อาจารย์ Boaz ถ่ายทอดความรู้ให้<br />
เนื่องจากปัจจุบันอาจารย์ไม่ได้ทำกีตาร์ชนิดนี้แล้วเพราะต้องใช้เวลาทำนานมากกว่ากีตาร์ปกติ<br />
2 &#8211; 3 เท่า ในขณะที่อาจารย์เองก็มีอายุมากแล้ว<br />
จึงเลือกที่จะทำกีตาร์แบบเทรดิชันเป็นหลักเพื่อผลิตผลงานออกมาให้ได้มากที่สุด</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF67391.jpg"></p>
<p><strong>อีกหนึ่งโอกาสชีวิต กับตำนานแห่งแดนอาทิตย์อุทัย</strong><strong></strong></p>
<p>เอ็มได้มีโอกาสรู้จักกับ Yuichi Imai ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนดนตรี<br />
เขาชื่นชอบกีตาร์ของอาจารย์อิไมมากเป็นพิเศษขนาดมีไว้ในครอบครองถึง 2 ตัว แต่ก็ต้องตัดใจขาย เพราะอยากนำเงินที่ได้มาคืนแม่ที่เคยให้เขายืมตอนไปอิสราเอล<br />
บวกกับเป็นช่วงที่เจอพิษเศรษฐกิจทำร้ายเข้าอย่างจัง</p>
<p>“Yuichi Imai เป็นช่างทำกีตาร์ระดับตำนาน คนในแวดวงกีตาร์คลาสสิกจะรู้จักดี กีตาร์อาจารย์ราคาสูงถึง 6 หลักทีเดียว แต่หลายคนก็ยังขวนขวายอยากได้มาครอบครอง ตัวผมเองได้เจอและพูดคุยกับอาจารย์อิไมในงานกีตาร์ตลอด<br />
ผมรู้มาว่ารุ่นพี่หลายคนมีโอกาสได้ไปดูอาจารย์ทำงานที่ญี่ปุ่นด้วย คืออาจารย์ไม่ได้รับสอนเป็นกิจจะนะครับ<br />
แต่จะอนุญาตให้เข้าไปสังเกตการณ์ แล้วก็ซักถามในสิ่งที่สงสัย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังรวบรวมความกล้าลองเลียบๆ เคียงๆ ถามอาจารย์ดูว่าถ้าผมอยากจะเรียนทำกีตาร์กับอาจารย์แบบจริงจัง<br />
คือสอนผมทำทุกขั้นตอนจนเสร็จสมบูรณ์เป็นกีตาร์ตัวนึงเลย อาจารย์จะโอเคไหม อาจารย์เค้านิ่งไปนิดนึง<br />
แล้วก็ตอบ ‘โอเค’ ง่ายๆ เลย<br />
ผมทั้งอึ้งทั้งดีใจสุดๆ<br />
ถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้เหตุผลเลยครับว่าทำไมอาจารย์ถึงยอมสอนให้”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF6744.jpg"></p>
<p>เอ็มเพิ่งบินไปเรียนทำกีตาร์ที่ญี่ปุ่นเมื่อตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง<br />
อีกครั้งที่เขาเริ่มต้นทำทุกอย่างจากศูนย์ ตั้งแต่ต่อโต๊ะทำงานเอง เรียนวิธีลับมีด<br />
และเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ การไสไม้เพื่อทำกีตาร์ เรียกได้ว่าทำทุกอย่างตามวิถีของอาจารย์อิไมในทุกขั้นตอนอย่างแท้จริง</p>
<p>“ไม่ใช่แค่การทำกีตาร์อย่างเดียวครับ<br />
แต่อาจารย์ยังสอนอะไรผมอีกหลายอย่าง ทัศนคติในการทำงาน การใช้ชีวิต<br />
คือประสบการณ์การทำกีตาร์กว่า<br />
50 ปีทำให้อาจารย์มีอะไรให้ผมได้เรียนรู้เยอะแยะเต็มไปหมด<br />
ถือเป็นโชคดีอีกครั้งของชีวิตผมครับ”</p>
<p><strong>ท้อได้ แต่ไม่ยอมถอย</strong><strong></strong></p>
<p>อีกหนึ่งอุปสรรคของอาชีพการทำกีตาร์ที่ทำให้เอ็ม<br />
หรือแม้แต่ช่างทำกีตาร์ไทยคนอื่นๆ รู้สึกท้อในการสร้างสรรค์ผลงาน<br />
ก็คือทัศนคติของคนไทยด้วยกันเองที่มีต่องานฝีมือของคนไทย</p>
<p>“คนไทยยังยึดติดกับแบรนด์นอกครับ ทั้งที่บางครั้งไม้สเปกเดียวกัน<br />
คุณสามารถซื้อได้จากช่างไทยในราคาที่ถูกกว่าครึ่งด้วยซ้ำ ซึ่งมันก็นำไปสู่ปัญหาอื่นต่อไปอีก คือกีตาร์ช่างไทยขายราคาสูงมากไม่ได้<br />
คนซื้อมักจะเสียดายเงิน แล้วก็หนีไปซื้อแบรนด์นอกที่ให้ความรู้สึกว่าคุ้มค่ากว่า<br />
เป็นวัฏจักรอยู่อย่างนี้ ผมเองยอมรับนะว่ากีตาร์ผมราคาไม่ถูก<br />
แต่หากให้เทียบคุณภาพกับกีตาร์แบรนด์นอกดังๆ ผมก็มั่นใจว่างานผมเนี้ยบ<br />
แล้วเสียงก็ดีไม่แพ้ใครแน่นอน”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF6723.jpg"></p>
<p>“ทุกวันนี้ผมทำกีตาร์ได้ปีละ 6 ตัวเท่านั้น<br />
เพราะทำทุกอย่างด้วยมือผมเอง คุณอยากให้ผลงานออกมาดี<br />
คุณก็ต้องใส่ใจและให้เวลากับมันด้วย ที่ต้องใช้เวลานานก็ด้วยหลายปัจจัย ฝนตก<br />
อากาศชื้นหน่อยก็ทำสีไม่ได้แล้ว ทากาวก็ต้องให้เวลารอจนกว่าจะแห้ง ทุกอย่างมีผลกับเสียงกีตาร์ทั้งนั้น งานแฮนด์เมดไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนถึงได้มีราคาสูง<br />
เพราะผู้ผลิตเค้าต้องใส่ใจกับมันเป็นพิเศษแบบตัวต่อตัว ชิ้นต่อชิ้น”</p>
<p>&#8216;ต้องไปให้ถึงระดับโลก&#8217;<i style="background-color: initial"> </i>เอ็มบอกตัวเองตั้งแต่วันแรกที่เริ่มหัดทำกีตาร์<br />
ไม่ว่าจะยังไงทำเนียบช่างทำกีตาร์ดังๆ จะต้องมีชื่อเขาปรากฏเป็นหนึ่งในนั้นให้ได้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF6720.jpg"></p>
<blockquote><p>“กีตาร์เป็นเพื่อนแท้ของผม<br />
มันอยู่กับผมในทุกช่วงเวลาของชีวิตแม้ตอนที่แย่ที่สุด กีตาร์ส่งผมเรียนจนจบ<br />
ทำให้ผมมีกินมีใช้ไม่ต้องอดเหมือนเมื่อก่อน<br />
ถ้าจะบอกว่ามีทุกวันนี้ได้เพราะกีตาร์ก็คงไม่ผิดครับ<br />
เพราะงั้นในอนาคตผมก็อยากจะพากีตาร์ของผมไปแนะนำให้คนทั่วโลกได้รู้จัก หยุดฟังเสียงกีตาร์ของผมอย่างตั้งใจ<br />
และยอมรับฝีมือผมในฐานะช่างทำกีตาร์คนไทยครับ”</p></blockquote>
<h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF6742.jpg"></p>
</h3>
<h3><strong>TJ Luthier</strong><strong></strong></h3>
<p><strong>ประเภทธุรกิจ:<br />
</strong>รับสอนและรับทำกีตาร์แฮนด์เมด ซ่อม จูน ปรับแต่งกีตาร์ทุกชนิด<br /><b style="background-color: initial">คอนเซปต์:<br />
</b>กีตาร์แฮนด์เมดทั้งตัว สเปกตามใจลูกค้า<br /><b style="background-color: initial">เจ้าของ: </b>ทศพล<br />
จันทโรทัย (32 ปี)<br /><b style="background-color: initial">Facebook: </b><a href="https://www.facebook.com/TJ.Luthier">TJ Luthier</a></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-19/">TJ Luthier : ร้านทำกีตาร์หนึ่งเดียวในเอเชียผู้สานต่อการทำกีตาร์ Kasha จากช่างระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/shop-19/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Shortcut Organic : ฟู้ดทรักคลีนๆ เพื่อสุขภาพดีของคนเมือง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/shop-17/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/shop-17/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สิพร สันนิธิกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Nov 2016 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[dream shop]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธนา เจริญชัย]]></category>
		<category><![CDATA[กรรณิกา เจริญชัย]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[food truck]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[organic]]></category>
		<category><![CDATA[shortcut organic]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารออร์แกนิก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/shop-17/</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากคนที่เคยแอนตี้อาหารออร์แกนิก ด้วยเหตุผลที่ว่าแพงเกินความจำเป็น แถมกินแล้วก็ไม่ต่างจากอาหารปกติทั่วไป แต่ในวันนี้ ยุทธนา เจริญชัย กลายเป็นเจ้าของฟู้ดทรักอาหารปลอดสารที่ชื่อว่า ‘Shortcut Organic’ และกำลังฝันไกลนำเทรนด์คาราวานรถขายอาหารเพื่อสุขภาพมาสู่คนเมือง เราจะมาคุยกับเขาถึงจุดเปลี่ยนในชีวิต และความฝันที่จะทำให้คนไทยได้กินอาหารดีและมีสุขภาพแข็งแรงกัน จากคนจัดอีเวนต์ เบนเข็มสู่รถขายอาหารปลอดสาร เดิมทียุทธนาเคยทำหนังสือ เป็นออร์แกไนเซอร์รับจัดงานอีเวนต์ งานดีเงินดีก็จริง แต่รายได้ก็แลกมาด้วยสุขภาพที่คอยจะย่ำแย่ลง รุนแรงถึงขั้นรู้สึกชาไปทั้งแขน ตัดเล็บเองยังไม่ได้ จนภรรยาหรือคุณกรรณิกา เจริญชัย แนะนำให้ลองล้างพิษด้วยการกินดู “แฟนผมสนใจด้านนี้ก่อน คือเขาหยุดงานไป 3 ปีเลย เพื่อมาปลูกผัก เข้ากลุ่มจิตอาสา แล้วตัวเขาเองเป็นหอบหืดรุนแรง ต้องคอยพ่นยาตลอด แต่กินอาหารพวกนี้แล้วดีขึ้น ตอนนี้แทบไม่ต้องพ่นยาแล้ว เราก็เลยตัดสินใจลองเปลี่ยนดู งดแป้ง งดเนื้อสัตว์ เน้นกินผักกับน้ำสกัดทุกมื้อ แค่ 10 วันแรกก็รู้สึกดีขึ้น สัก 6 เดือนก็หายเป็นปกติ มันหายได้จริงๆ ถ้าคุณกล้ากิน กล้าที่จะเบรก คือถ้าไม่ป่วยเองก็ไม่รู้จัก ไม่เชื่อวิธีนี้” เพราะรู้ตัวว่าขืนทำงานแบบเดิมคงอยู่ได้ไม่นาน ยุทธนาจึงตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพ โดยเริ่มต้นจากรับเอาสินค้าจากเกษตรกรมาขายในห้างสรรพสินค้า ก่อนจะเปลี่ยนมาดัดแปลงรถไว้เร่ขายของ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ ‘Shortcut Organic [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-17/">Shortcut Organic : ฟู้ดทรักคลีนๆ เพื่อสุขภาพดีของคนเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากคนที่เคยแอนตี้อาหารออร์แกนิก<br />
ด้วยเหตุผลที่ว่าแพงเกินความจำเป็น  แถมกินแล้วก็ไม่ต่างจากอาหารปกติทั่วไป<br />
แต่ในวันนี้ <strong>ยุทธนา เจริญชัย</strong> กลายเป็นเจ้าของฟู้ดทรักอาหารปลอดสารที่ชื่อว่า ‘Shortcut Organic’  และกำลังฝันไกลนำเทรนด์คาราวานรถขายอาหารเพื่อสุขภาพมาสู่คนเมือง<br />
เราจะมาคุยกับเขาถึงจุดเปลี่ยนในชีวิต และความฝันที่จะทำให้คนไทยได้กินอาหารดีและมีสุขภาพแข็งแรงกัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9807.jpg"></p>
<p>
<strong>จากคนจัดอีเวนต์ เบนเข็มสู่</strong><strong>รถขายอาหารปลอดสาร</strong> <br />
เดิมทียุทธนาเคยทำหนังสือ เป็นออร์แกไนเซอร์รับจัดงานอีเวนต์ งานดีเงินดีก็จริง<br />
แต่รายได้ก็แลกมาด้วยสุขภาพที่คอยจะย่ำแย่ลง รุนแรงถึงขั้นรู้สึกชาไปทั้งแขน ตัดเล็บเองยังไม่ได้<br />
จนภรรยาหรือคุณ<strong>กรรณิกา เจริญชัย</strong> แนะนำให้ลองล้างพิษด้วยการกินดู</p>
<p>“แฟนผมสนใจด้านนี้ก่อน คือเขาหยุดงานไป 3 ปีเลย เพื่อมาปลูกผัก เข้ากลุ่มจิตอาสา แล้วตัวเขาเองเป็นหอบหืดรุนแรง<br />
ต้องคอยพ่นยาตลอด แต่กินอาหารพวกนี้แล้วดีขึ้น ตอนนี้แทบไม่ต้องพ่นยาแล้ว<br />
เราก็เลยตัดสินใจลองเปลี่ยนดู งดแป้ง งดเนื้อสัตว์ เน้นกินผักกับน้ำสกัดทุกมื้อ<br />
แค่ 10 วันแรกก็รู้สึกดีขึ้น สัก 6 เดือนก็หายเป็นปกติ<br />
มันหายได้จริงๆ ถ้าคุณกล้ากิน กล้าที่จะเบรก คือถ้าไม่ป่วยเองก็ไม่รู้จัก<br />
ไม่เชื่อวิธีนี้”</p>
<p>เพราะรู้ตัวว่าขืนทำงานแบบเดิมคงอยู่ได้ไม่นาน<br />
ยุทธนาจึงตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพ<br />
โดยเริ่มต้นจากรับเอาสินค้าจากเกษตรกรมาขายในห้างสรรพสินค้า ก่อนจะเปลี่ยนมาดัดแปลงรถไว้เร่ขายของ<br />
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ <em>‘Shortcut<br />
Organic ทางลัดสู่อาหารปลอดสารเคมี’</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9821.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9814.jpg"></p>
<p><strong>Shortcut Organic : Food Truck เพื่อสุขภาพ<br /></strong>“เราขายแบบฟู้ดทรักเพราะดึงดูดความสนใจได้มากกว่าตั้งร้านทั่วไป<br />
ถึงแม้เราจะเป็นรถขายสินค้าออร์แกนิกคันเดียวในขบวนฟู้ดทรักทั้งหลาย<br />
มีลูกค้าเข้ามาซื้อและสอบถามข้อมูลเรื่องการกินอยู่ในวิถีของเราอย่างต่อเนื่อง<br />
เราอิ่มเอมใจทุกครั้งที่ลูกค้าจากลาด้วยการยกมือไหว้ เราปลื้มปีติกับคำชมในเรื่องการใส่ใจเลือกอาหารดีมีประโยชน์มาขาย<br />
เราดีใจกับการทักทายของลูกค้าหน้าเดิม เราพบว่ายิ่งขายยิ่งมีความสุข<br />
และสนุกกับการบอกเล่าถึงที่มาของสินค้า<br />
อธิบายเรื่องความต่างของอาหารอินทรีย์และอาหารเคมี”</p>
<p>“บางคนบอกใช้ชื่อนี้เหมือนฆ่าตัวตาย<br />
รัดคอตัวเองชัดๆ Shortcut Organic นี่คือเอาอะไรมาขายนอกเหนือจากนี้ไม่ได้เลยนะ<br />
ช่วงแรกๆ ก็ยังเถียงกันกับแฟนว่าจะเอายังไงกันดี แต่กาญจนาเขาฟันธงเลยว่าต้องเป็นชื่อนี้<br />
ของไม่ดีเราจะไม่เอาให้ลูกค้ากินเด็ดขาด บังคับตัวเองไปในตัวเลย ซึ่งของที่เราขายก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกทั้งหมด<br />
กาแฟโรบัสต้าจากระนอง น้ำตาลอ้อย นม ขนมปังอินทรีย์<br />
คือวัตถุดิบที่ใช้ก็มาจากสินค้าในเครือข่ายของเราที่การันตีได้ว่าเป็นสินค้าออร์แกนิกจริงๆ”</p>
<p>ผลพลอยได้จากการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่แค่สุขภาพที่ดีของลูกค้า<br />
แต่ Shortcut Organic ยังทำให้ยุทธนาและภรรยามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย<br />
จากคนทำงานออฟฟิศที่เคยไม่ได้นอนติดกัน 3 วัน<br />
วันนี้เขาเลือกเวลาทำงานเองได้ จะขายที่ไหน วันไหน บริหารจัดการทุกอย่างเองได้หมด<strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>ค้นหาเอกลักษณ์ ก้าวข้ามอุปสรรค<br /></strong>ยุทธนาเล่าว่า เมื่อก่อนนั้นเขาขับรถแห่ไปขายทุกที่<br />
และเคยแม้กระทั่งเสียเงินค่าเช่าไปฟรีๆ ถึงวันละเกือบ 3,000 บาท<br />
แลกกับการนั่งดูคนเดินไปมา กาแฟโบราณยังครองตลาด<br />
ไม่มีใครสนใจกาแฟออร์แกนิกเท่าที่ควร</p>
<p>“ช่วงแรกๆ อุปสรรคเยอะมาก<br />
ต้องควักเนื้อเอาเงินตัวเองมาหมุนมาโปะ เพราะมันอยู่ไม่ได้จริงๆ ก็อยู่แบบนั้นกันเป็นปีๆ จนมาเจอทางรอดคือคิดค้นเมนูที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา<br />
อย่างนมมิลค์เบอร์รี่ เราเอาหม่อนไปหมักในน้ำผึ้ง ใส่นม เติมโซดา<br />
แล้วก็พัฒนาเมนูพิเศษไปเรื่อยๆ นมข้นหวาน ครีมเทียมอะไรเราก็ไม่ใช้<br />
เราใช้นมออร์แกนิกกับน้ำตาลอ้อยแทน ส่วนราคาตอนแรกตั้งไว้ 30 &#8211; 40 บาท<br />
แต่ถูกมากก็อยู่ไม่ได้อีก เลยค่อยๆ ขึ้นมาเป็น 60 จนตอนนี้อยู่ตัว<br />
ดีขึ้นมากแล้ว”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9818.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9826.jpg"></p>
<p>
<strong>คาราวานปลอดสาร เครือข่ายเพื่อสุขภาพ</strong><br />
 เพราะมีเป้าหมายที่อยากให้อาหารปลอดสารเข้าถึงกลุ่มคนให้ได้มากที่สุด<br />
ยุทธนาจึงเริ่มต้นชักชวนกลุ่มเพื่อนที่ขายของและทำเกษตรอินทรีย์ด้วยกัน ขยายเครือข่ายฟู้ดทรักเพื่อสุขภาพให้เติบโตแข็งแรง </p>
<p>“จุดเริ่มต้นก็ชวนกันว่าอยากจะทำอะไรที่แปลกและสร้างสรรค์<br />
ก็คิดถึงการสร้างคาราวานขายอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ก็เน้นไปว่ามันจะเหนื่อยมากนะ<br />
ถ้าทำแล้วอย่าทิ้งกัน คือเราไม่ได้เน้นขายแค่เอากำไร<br />
แต่เรามีเป้าหมายอยากให้คนมีสุขภาพดี ถ้ามาทำคือต้องมีใจรักจริงๆ<br />
ต้องไปเข้าฟังอบรม ไม่ยังงั้นถึงเวลาคุณเห็นว่ากำไรน้อย เอาของไม่อินทรีย์มาขายปนกัน<br />
ความน่าเชื่อถือมันก็ไม่เหลือ อย่างตอนนี้รถฟู้ดทรัก 2,000 คัน แค่ 7<br />
คันเท่านั้นเองที่ยอมรับเงื่อนไข และมีใจอยากทำจริงๆ”<br />
<strong></strong></p>
<p><strong>เทคนิคจูงใจ เปลี่ยนตัวเองเพื่อสังคม<br /></strong>แน่นอนว่าโจทย์หลักของยุทธนาคือการทำอย่างไรให้คนหันมาสนใจอาหารปลอดสาร<br />
และผู้เข้าร่วมคาราวานสามารถขายสินค้าได้ เขาเริ่มต้นด้วยการแนะแนวความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์และเสนอแนะช่องทางทำกิน<br />
สร้างแบรนด์ที่สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง อย่าง &#8216;Trust Food Good Truck&#8217; เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับสมาชิก</p>
<p>“เมื่อเข้าร่วมกับเราแล้วเราคือพี่น้องกัน<br />
ไปไหนไปกัน โตไปด้วยกัน เราจะคอยบอกคอยแชร์แหล่งที่มาของวัตถุดิบในกลุ่มเครือข่าย<br />
เชื่อมโยงเกษตรอินทรีย์ เพื่อจะได้ไม่ต้องผ่านคนกลาง ถ้าเราดีลกันเองได้<br />
เราก็ลดต้นทุนได้ กระจายสินค้าได้มากขึ้น ผู้บริโภคก็ได้กินของดี”</p>
<p>ยุทธนามองว่า ทุกวันนี้ที่เกษตรอินทรีย์ไม่ยั่งยืน<br />
เพราะคนมองเป็นแค่แฟชั่น คนขายไม่ได้ซื่อสัตย์กับลูกค้าจริงๆ<br />
มาเข้าร่วมกับคาราวานก็ขายของออร์แกนิกหวังกำไร แต่พอกลับไปก็ขายอีกอย่าง ดังนั้นตัวคนขายเองก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพื่อให้ตัวเองสุขภาพดีเช่นกัน<br />
และการรณรงค์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันเลย<br />
<strong></strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9829.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9832.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9863.jpg"></p>
<p><strong>ไม่ใช่แค่คนขายกาแฟ ความสุขแค่อยากเห็นคนมีสุขภาพดี<br /></strong>“ผมมีความสุขที่ได้นำสิ่งดีๆ มาให้คุณ<br />
มีความสุขที่เกษตรกรไม่ใส่สารเคมีให้คุณกิน มันคือความภาคภูมิใจที่เราได้ออกไปพูดคุยแล้วเจอคนที่สุขภาพดี<br />
คนที่อยากรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วเข้ามาหามาถามเรา เราก็บอกเขาทุกอย่างเท่าที่เรารู้<br />
เพื่อให้เขานำไปต่อยอดได้”</p>
<p>ยุทธนาทิ้งท้ายว่า สิ่งสำคัญในการทำเพื่อสังคมคือต้องเป็นคนคิดบวก<br />
อย่าย่อท้อต่ออุปสรรค หลังจากนี้เขาเองก็จะขยายเครือข่ายคาราวานอาหารเปลอดสารให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด</p>
<p>“เราจะค่อยๆ โตขึ้น<br />
เพื่อให้คนในสังคมมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9850.jpg"></p>
<h3><strong style="background-color: initial">Shortcut Organic</strong></h3>
<p><strong>ประเภทธุรกิจ: </strong>ฟู้ดทรัก<br /><strong>คอนเซปต์:</strong><br />
ฟู้ดทรักขายเครื่องดื่มปลอดสารเคมี<br /><strong>เจ้าของ:</strong> ยุทธนา เจริญชัย (48 ปี) กรรณิกา เจริญชัย (49 ปี)<br />
<strong>Facebook: </strong><a href="https://www.facebook.com/ShortcutOrganic">Shortcut Organic</a></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" style="text-align: center"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-17/">Shortcut Organic : ฟู้ดทรักคลีนๆ เพื่อสุขภาพดีของคนเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/shop-17/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
