<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author171/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author171/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Feb 2021 07:01:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Agira : กางเต็นท์ใต้ปราสาทเก่า ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นหลังภูเขาไฟในเมืองแสนสงบทางใต้ของอิตาลี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-agira/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-agira/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Nov 2017 08:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[Agira]]></category>
		<category><![CDATA[ซิซิลี]]></category>
		<category><![CDATA[Sicily]]></category>
		<category><![CDATA[อะกิรา]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเขาไฟเอทน่า (Etna)]]></category>
		<category><![CDATA[อิตาลี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-agira/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซิซิลี (Sicily) เกาะทางตอนใต้ของอิตาลีที่อยู่ห่างจากทวีปแอฟริกาไม่ถึง 200 กิโลเมตรนั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของทั้งชาวต่างชาติและชาวอิตาเลียน โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ที่นี่ไม่ได้มีแค่ชายหาดที่สวยงามรอบเกาะเท่านั้น แต่ยังมีวัฒนธรรมหลากหลายที่ได้รับอิทธิพลมาจากทั้งยุคกรีก อาหรับ ฝรั่งเศส ไปจนถึงชาวไวกิ้งจากสแกนดิเนเวียเลยทีเดียว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าจะเจอชาวซิซิเลียนที่ผมบลอนด์ ตาฟ้า ดูกลมกลืนไปกับนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์หรือสวีเดน เมืองหลายๆ เมืองในซิซิลีนั้นเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว อย่างเทาอาร์มินา (Taormina) หรือซิราคูซา (Siracusa) ไม่ต่างจากเวนิสเลยสักนิด ฉันผู้ที่ชอบเที่ยวเมืองเล็กๆ เข้าถึงวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย ว่าทำไมซิซิลีที่ใครๆ ก็บอกว่าตื่นตาตื่นใจนั้นไม่เห็นจะน่าตื่นตาตื่นใจอย่างที่หวังไว้เลยสักนิด จนได้มาเจอกับเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่าอะจีรา (Agira) เนี่ยแหละ อะจีราเป็นเมืองเล็กทางตอนกลางของเกาะ อยู่อีกฟากของภูเขาไฟเอตนา (Etna) เมืองนี้ไม่ได้โด่งดังเรื่องอะไรเป็นพิเศษ นอกจากคุกกี้สอดไส้อัลมอนด์กับช็อกโกแลตที่ชื่อว่า Cassatella di Agira เท่านั้น แต่ฉันกลับหลงรักเมืองนี้เข้าอย่างจัง อาจจะเป็นเพราะที่พักของเรา เต็นท์หลังใหญ่ขนาดห้าเมตรที่อยู่ใต้ซากปราสาทเก่าบนเนินเขา มองลงมาเห็นเมืองทั้งเมือง (จะเหนื่อยหน่อยก็ตอนที่ต้องเข้าไปซื้อของในเมืองนั่นแหละ) หน้าเต็นท์มีโซฟานุ่มสบายบนระเบียง เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกหน้าห้องนอนที่งดงามสุดๆ แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคืออีกฝั่งของเนินเขาแห่งนี้ เราเดินจากเต็นท์ไปแค่ 5 นาทีในตอนเช้า ก็จะได้พบกับจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น โดยมีภูเขาไฟเอตนาและทะเลสาบพอซซิลโล (Pozzillo) เป็นฉากหน้า อาจจะเป็นเพราะเมืองนี้ยังมีนักท่องเที่ยวน้อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-agira/">Agira : กางเต็นท์ใต้ปราสาทเก่า ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นหลังภูเขาไฟในเมืองแสนสงบทางใต้ของอิตาลี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	ซิซิลี (Sicily) เกาะทางตอนใต้ของอิตาลีที่อยู่ห่างจากทวีปแอฟริกาไม่ถึง 200 กิโลเมตรนั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของทั้งชาวต่างชาติและชาวอิตาเลียน โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ที่นี่ไม่ได้มีแค่ชายหาดที่สวยงามรอบเกาะเท่านั้น แต่ยังมีวัฒนธรรมหลากหลายที่ได้รับอิทธิพลมาจากทั้งยุคกรีก อาหรับ ฝรั่งเศส ไปจนถึงชาวไวกิ้งจากสแกนดิเนเวียเลยทีเดียว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าจะเจอชาวซิซิเลียนที่ผมบลอนด์ ตาฟ้า ดูกลมกลืนไปกับนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์หรือสวีเดน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/agira_13.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/agira_1.jpg"></p>
<p>
	เมืองหลายๆ เมืองในซิซิลีนั้นเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว อย่างเทาอาร์มินา (Taormina) หรือซิราคูซา (Siracusa) ไม่ต่างจากเวนิสเลยสักนิด ฉันผู้ที่ชอบเที่ยวเมืองเล็กๆ เข้าถึงวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย ว่าทำไมซิซิลีที่ใครๆ ก็บอกว่าตื่นตาตื่นใจนั้นไม่เห็นจะน่าตื่นตาตื่นใจอย่างที่หวังไว้เลยสักนิด จนได้มาเจอกับเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่าอะจีรา (Agira) เนี่ยแหละ</p>
<p>
	อะจีราเป็นเมืองเล็กทางตอนกลางของเกาะ อยู่อีกฟากของภูเขาไฟเอตนา (Etna) เมืองนี้ไม่ได้โด่งดังเรื่องอะไรเป็นพิเศษ นอกจากคุกกี้สอดไส้อัลมอนด์กับช็อกโกแลตที่ชื่อว่า Cassatella di Agira เท่านั้น แต่ฉันกลับหลงรักเมืองนี้เข้าอย่างจัง อาจจะเป็นเพราะที่พักของเรา เต็นท์หลังใหญ่ขนาดห้าเมตรที่อยู่ใต้ซากปราสาทเก่าบนเนินเขา มองลงมาเห็นเมืองทั้งเมือง (จะเหนื่อยหน่อยก็ตอนที่ต้องเข้าไปซื้อของในเมืองนั่นแหละ) หน้าเต็นท์มีโซฟานุ่มสบายบนระเบียง เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกหน้าห้องนอนที่งดงามสุดๆ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/agira_8.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/agira_6.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/agira_41.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/agira_3.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/agira_9.jpg"></p>
<p>
	แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคืออีกฝั่งของเนินเขาแห่งนี้ เราเดินจากเต็นท์ไปแค่ 5 นาทีในตอนเช้า ก็จะได้พบกับจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น โดยมีภูเขาไฟเอตนาและทะเลสาบพอซซิลโล (Pozzillo) เป็นฉากหน้า</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/agira_7.jpg"></p>
<p>
	อาจจะเป็นเพราะเมืองนี้ยังมีนักท่องเที่ยวน้อย ทำให้ฉันได้สัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ได้อย่างถ่องแท้สุดๆ หรืออาจจะเป็นเพราะกรานิต้ารสชาติเยี่ยม ทำจากผลไม้จากสวนของตัวเองหรือเพื่อนบ้าน และเจ้าของบาร์ใจดีที่ให้ฉันชิมกรานิต้ากว่าสิบรสชาติก่อนจะตัดสินใจเลือกรสที่อยากสั่ง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/agira_5.jpg"></p>
<p>
	แม้จะไม่มีอะไรโด่งดังจนดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมายเหมือนเมืองอื่นๆ บนเกาะซิซิลี แต่อะจีราก็ยังเป็นเมืองเก่าที่มีเสน่ห์มากแห่งหนึ่ง แถมยังมีประวัติศาสตร์เก่าแก่มายาวนานอีกด้วย</p>
<p>
	ฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น เหมือนมาเยี่ยมเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน ได้พักกาย พักใจ จากความวุ่นวายของเมืองท่องเที่ยว มาสัมผัสวิถีชีวิต และวัฒนธรรมการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองของชาวอิตาเลียนทางตอนใต้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/agira_2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/agira_11.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/agira_12.jpg"></p>
<p>
	ยกให้ที่นี่เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของทริปเที่ยวอิตาลีตอนใต้ตลอดเดือนครึ่งของฉันเลยทีเดียว</p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องสถานที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-agira/">Agira : กางเต็นท์ใต้ปราสาทเก่า ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นหลังภูเขาไฟในเมืองแสนสงบทางใต้ของอิตาลี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-agira/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Puglia : เที่ยวภาคใต้ของอิตาลีผ่านน้ำใจจากคนแปลกหน้า</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-123/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-123/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 May 2017 04:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[อิตาลี]]></category>
		<category><![CDATA[Italy]]></category>
		<category><![CDATA[Puglia]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-123/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปิดเทอม 2 สัปดาห์ ฉันไปเที่ยวภาคใต้ของอิตาลีมา แต่จะเที่ยวเฉยๆ ไม่ได้ เพราะมีงานต้องทำส่งมหาวิทยาลัย ฉันเลยตัดสินใจเอาโปรเจกต์ทำหนังสารคดีมาเป็นส่วนหนึ่งของทริปนี้ด้วยเลย โปรเจกต์ที่ว่านี้คือตลอด 2 สัปดาห์ที่ฉันเดินทางรอบ Puglia ย่านตรงส้นรองเท้าบู้ทของอิตาลีนั้น ฉันจะไม่นอนโฮสเทลหรือพักโรงแรม แต่จะใช้น้ำใจจากคนแปลกหน้าที่เปิดบ้านต้อนรับให้ฉันเข้าไปพักอาศัยเป็นช่วงสั้นๆ ระหว่างการเดินทาง แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความชื่นชอบในการท่องเที่ยว ระหว่างนั้นฉันก็จะถ่ายวิดีโอแล้วนำมาทำเป็นสารคดีสั้นๆ เพื่อถ่ายทอดน้ำใจที่ฉันได้รับจากผู้คนเหล่านี้ หลายคนถามฉันว่า ทำไมถึงเลือกที่จะไปปุลยา มีเหตุผลสั้นๆ อยู่สามอย่าง คือ ทะเลสวย อาหารอร่อย และผู้คนจากแถบนั้นที่ฉันได้พบเจอมาเป็นคนง่ายๆ และใจดีอย่างไม่น่าเชื่อ 2 สัปดาห์ผ่านไป ปุลยาไม่ทำให้ฉันผิดหวังเลยสักนิด เริ่มจากเมือง Bari ริมทะเล ย่านเมืองเก่าที่มีเสน่ห์และมีชีวิตชีวา คุณยายหลายคนนั่งทำพาสต้าอยู่หน้าบ้านให้ฉันเห็น ส่วนริมทะเลอย่าง Chiringuito (ชีรินกิโต้) นั้นมีตลาดปลาทุกเช้า คนที่นี่นิยมซื้อปลาดิบ กุ้งดิบ หอยดิบ กินแกล้มกับเบียร์ Peroni (เปโรนี) ชื่อดังประจำเมือง เป็นของกินเล่นยามเช้า อีกอย่างที่ทำให้ฉันประทับใจเมืองนี้ คงหนีไม่พ้นการได้มาพบกับ Noemi (โนเอมิ) โฮสต์ของฉัน และ Daniela [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-123/">Puglia : เที่ยวภาคใต้ของอิตาลีผ่านน้ำใจจากคนแปลกหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	ปิดเทอม 2 สัปดาห์ ฉันไปเที่ยวภาคใต้ของอิตาลีมา แต่จะเที่ยวเฉยๆ ไม่ได้ เพราะมีงานต้องทำส่งมหาวิทยาลัย ฉันเลยตัดสินใจเอาโปรเจกต์ทำหนังสารคดีมาเป็นส่วนหนึ่งของทริปนี้ด้วยเลย โปรเจกต์ที่ว่านี้คือตลอด 2 สัปดาห์ที่ฉันเดินทางรอบ Puglia ย่านตรงส้นรองเท้าบู้ทของอิตาลีนั้น ฉันจะไม่นอนโฮสเทลหรือพักโรงแรม แต่จะใช้น้ำใจจากคนแปลกหน้าที่เปิดบ้านต้อนรับให้ฉันเข้าไปพักอาศัยเป็นช่วงสั้นๆ ระหว่างการเดินทาง แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความชื่นชอบในการท่องเที่ยว ระหว่างนั้นฉันก็จะถ่ายวิดีโอแล้วนำมาทำเป็นสารคดีสั้นๆ เพื่อถ่ายทอดน้ำใจที่ฉันได้รับจากผู้คนเหล่านี้</p>
<p>
	หลายคนถามฉันว่า ทำไมถึงเลือกที่จะไปปุลยา มีเหตุผลสั้นๆ อยู่สามอย่าง คือ ทะเลสวย อาหารอร่อย และผู้คนจากแถบนั้นที่ฉันได้พบเจอมาเป็นคนง่ายๆ และใจดีอย่างไม่น่าเชื่อ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/4226752.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/raw-seafood-bari.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bari.jpg"></p>
<p>2 สัปดาห์ผ่านไป ปุลยาไม่ทำให้ฉันผิดหวังเลยสักนิด เริ่มจากเมือง Bari ริมทะเล ย่านเมืองเก่าที่มีเสน่ห์และมีชีวิตชีวา คุณยายหลายคนนั่งทำพาสต้าอยู่หน้าบ้านให้ฉันเห็น ส่วนริมทะเลอย่าง Chiringuito (ชีรินกิโต้) นั้นมีตลาดปลาทุกเช้า คนที่นี่นิยมซื้อปลาดิบ กุ้งดิบ หอยดิบ กินแกล้มกับเบียร์ Peroni (เปโรนี) ชื่อดังประจำเมือง เป็นของกินเล่นยามเช้า อีกอย่างที่ทำให้ฉันประทับใจเมืองนี้ คงหนีไม่พ้นการได้มาพบกับ Noemi (โนเอมิ) โฮสต์ของฉัน และ Daniela (ดานิเอลา) เพื่อนสาวของเธอ ที่พาฉันไปฟังดนตรีสดพื้นเมืองจากทางตอนใต้ของอิตาลี และทำอาหารกลางวันมื้อใหญ่กินกับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนาน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/santeramo.jpg"></p>
<p>
	หลังจากนั้นก็ถึงเวลาที่ฉันต้องโบกมือลาบารีและชายทะเล เข้าไปยังหมู่บ้านเล็กๆ อย่าง Santeramo (ซานเตราโม)  เมืองนี้ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวอะไร แต่ที่แวะมาก็เพราะตอนอยู่ Bologna (โบโลญญา) ได้ทำความรู้จักกับ Eleonora (เอเลโอโนรา) โดยบังเอิญ เพราะเธอเป็นช่างภาพที่ถ่ายรูปอาหารให้กับหนังสือสอนทำอาหารที่แม่ของเธอเขียน บ้านของเอเลนั้นเปรียบได้กับสถานที่ท่องเที่ยวสุดพิเศษของคนที่สนใจเรื่องอาหาร คุณยายของเธอมาสอนเราทำพาสต้ารูปหูขึ้นชื่อ หรือ Orecchiette (ออเรคกีเอตเต) ถึงที่บ้าน บนโต๊ะอาหารของครอบครัวนี้ ฉันได้เรียนรู้เรื่องราวและวัฒนธรรมต่างๆ จากเอเลและคุณแม่ของเธอมากมาย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/alberobello.jpg"></p>
<p>
	ใกล้ๆ ซานเตราโมคือเมือง Altamura อีกเมืองที่ไม่ได้เด่นดังอะไรมากมาย แต่มีขนมปังขึ้นชื่อที่อร่อยสุดยอด ฉันไปอยู่ที่นี่กับวิเวียนา (Viviano) และครอบครัวของเธอในช่วงอีสเตอร์พอดี ตอนวันหยุด พวกเขายังขับรถพาเราเที่ยวชมเมืองสวยๆ อย่าง Alberobello ที่เต็มไปด้วยสีขาวสไตล์ดั้งเดิมเรียกว่า Trulli แล้วพาไปกินเจลาโต้แสนอร่อยที่เมืองน่ารักริมทะเลอย่าง Polignano แถมก่อนจากกัน ยังได้ชิมอาหารพื้นบ้านอร่อยๆ ฝีมือเธออีกต่างหาก</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/cime-di-rape-in-ostuni.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/polignano.jpg"></p>
<p>
	ก่อนจะลงใต้ไปยัง Salento ฉันแวะนอนที่ Ostuni เมืองสีขาวบนเนินเขาคืนหนึ่ง โชคไม่ดีที่ช่วงนั้นลมแรง อากาศหนาวมาก ฉันเลยไม่ประทับใจที่นี่เท่าไหร่ แต่ก็ดีใจที่มาแวะที่นี่ก่อน เพราะทำให้ได้มาเจอกับมิเรียม (Miriam) โฮสต์ชาวเยอรมันของฉันที่อยู่อิตาลีมาสองปีแล้ว และมีความเป็นอิตาเลียนสุดๆ แบบที่ว่าคนอิตาเลียนบางคนยังสู้ไม่ได้ เธอสอนฉันทำ Orecchiette con cime di rape พาสต้ากับซอสผักขึ้นชื่อของแถบนี้อีกด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/lecce.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/between-lecce-and-tricase.jpg"></p>
<p>
	ฉันเดินทางลงใต้ต่อไปยัง Lecce เมืองเก่าสไตล์บาโรคที่ได้ถูกเรียกว่าเป็นฟลอเรนซ์ของ Salento อันเดรีย (Andrea) พาฉันเดินชมรอบเมืองเก่ายามค่ำคืน ชิมไวน์ Primitivo รสชาติดีจากย่านนี้ เช้าวันเสาร์หลังอาหารเช้า เขาขับรถยนต์พาฉันลัดเลาะริมทะเล Adriatic แล้วแวะเที่ยวริมทะเล แม้จะไม่มีหาดทรายสีขาว แต่น้ำทะเลสีฟ้าใสชนะใจฉันไปเต็มๆ</p>
<p>
	ขับรถลงมาเรื่อยๆ จนถึงเมือง Tricase อันเดรียพาฉันมาส่งให้แฟนสาว มานูเอล่า (Manuela) ดูแลต่ออย่างปลอดภัย ในครอบครัวของมานูเอล่านั้น ฉันไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยว หรือแม้แต่นักเดินทางอีกต่อไป ฉันเป็นเหมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวของพวกเขาเลยต่างหาก บ้านในชานเมืองหลังนี้มีเกือบทุกอย่าง พวกเขาปลูกผัก ผลไม้ เลี้ยงไก่ไว้กินไข่ ทำซอสมะเขือเทศจากมะเขือเทศที่ปลูกเอง ปลูกข้าวสาลี และมีเครื่องโม่แป้งเล็กๆ ที่บ้านไว้โม่แป้งทำพาสต้าเองที่บ้าน น้ำมันมะกอกก็ทำเองเหมือนกัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/making-fresh-pasta-with-grandma.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/folk-music.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sunday-lunch.jpg"></p>
<p>
	คนทางตอนใต้นี่ยังมีความสัมพันธ์กับธรรมชาติ และอาหารที่กินอยู่มากเป็นปกติเลยนะ เกือบทุกคนที่ฉันไปอยู่ด้วย มีต้นมะกอก ทำน้ำมันมะกอกไว้ใช้เองเป็นเรื่องปกติเลย</p>
<p>
	ฉันปิดท้ายทริปนี้อย่างสวยงามที่บ้านของมานูเอลาและครอบครัวของเธอ ทั้งอาหารกลางวันมื้อใหญ่ วันอาทิตย์ไปหัดเต้น Pizzica ซึ่งเป็นการเต้นพื้นเมืองของที่นี่ แถมมานูเอลลายังขับรถพาฉันไปโร้ดทริปเลาะริมชายทะเล ดูพระอาทิตย์ตกที่เมืองกาลิโปลี (Gallipoli) อีกต่างหาก</p>
<p>
	“แค่เห็นเธอมีความสุข ฉันก็ดีใจแล้ว” มานูเอล่าพูดประโยคนี้กับฉันเป็นภาษาอิตาเลียน เป็นประโยคที่อธิบายทริปนี้ของฉันได้อย่างดีเยี่ยมที่สุด</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/4226799.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/4135711.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sunset-gallipoli.jpg"></p>
<p>
	Puglia เป็นย่านที่สวยจริง และอาหารอร่อยจริง แต่สำหรับฉันแล้ว สิ่งที่งดงามที่สุดใน Puglia คือน้ำใจที่คนแปลกหน้าเหล่านี้หยิบยื่นมาให้ฉันทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกัน</p>
<p>
	ทริปนี้สอนอะไรฉันมากมาย สอนให้ฉันเชื่อใจ สอนให้ฉันแบ่งปัน รู้จักให้ รู้จักรับ</p>
<p>
	ขอบคุณนะ Puglia ที่ทำให้ฉันรู้ว่าทำไมฉันถึงรักการเดินทางเหลือเกิน</p>
<p><strong><br />
	Map</strong></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1"><strong>ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</strong></a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-123/">Puglia : เที่ยวภาคใต้ของอิตาลีผ่านน้ำใจจากคนแปลกหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-123/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซิลลี่ : แมวอ้วนฟูสุดซื่อที่ทำให้ทุกคนในบ้านหลงรักไปพร้อมกัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cat-26/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/cat-26/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Sep 2016 04:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[คนอวดแมว]]></category>
		<category><![CDATA[ทาสแมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/cat-26/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อหกปีที่แล้ว เรากำลังขับรถจะออกไปข้างนอก จู่ๆ ก็มีลูกแมวสีเทาตัวผอมแห้งเหลือแต่กระดูกมานอนขวางรถเอาไว้ ไม่ยอมให้เราออกจากบ้าน ตอนนี้แมวตัวนั้นได้กลายมาเป็นสมาชิกในบ้านเรา เขาชื่อว่าซิลลี่ (Silly) ใช่แล้ว ซิลลี่ที่แปลว่าโง่ เซ่อ เด๋อด๋านั่นแหละ ตอนแรกที่บ้านก็ไม่ค่อยอยากให้เลี้ยงหรอก เพราะเดินทางบ่อย ไปนู่นไปนี่อยู่เรื่อย กลัวจะไม่มีคนดูแล แต่เดี๋ยวนี้ซิลลี่กลับกลายเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน จากที่เมื่อก่อนผอมแห้งเป็นหนู เดี๋ยวนี้ซิลลี่ได้รับความรักและอาหารอย่างเพียงพอจนอ้วนฟู แม้แต่พ่อยังชอบเอาซิลลี่มาเป็นนายแบบบ่อยๆ เลยซิลลี่สมชื่อ เมื่อก่อนตอนสักขวบสองขวบ ซิลลี่ชอบปีนต้นไม้ขึ้นไปบนระเบียงห้องชั้นสองแล้วลงมาเองไม่ได้ ต้องไปเปิดหน้าต่างห้องนอนแล้วเอากลับลงมาจากในบ้าน มีอยู่ครั้งหนึ่งครอบครัวของเราไปเที่ยวต่างประเทศกัน 2 สัปดาห์ ฝากให้คนสวนเอาอาหารแมวมาให้ซิลลี่ทุกวัน พอเราเลี้ยวรถเข้าบ้านเท่านั้นแหละ ได้ยินเสียงร้องเหมียวมาแต่ไกล สรุปคืออาหารที่เขาเทไว้น่ะมันไม่ได้กินหรอก ขึ้นไปอยู่บนระเบียงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แล้วดันลงมาเองไม่เป็นอีกต่างหาก เลยตัวผอมแห้งเหมือนเมื่อตอนเด็กๆ ต้องขุนกันไปอีกหลายอาทิตย์กว่าจะกลับมาอ้วนเหมือนเดิม ยังดีนะที่เดี๋ยวนี้ฉลาดกว่าเดิม ไม่ขึ้นไปติดแหง็กอยู่บนระเบียงอีกแล้ว แมวบางตัว ใครจะเข้ามาลูบหัว เกาคางนี่นอนนิ่งให้เขาเล่นด้วยสบายๆ แต่กับซิลลี่คงจะเป็นไปได้ยาก เพราะเจ้านี่กลัวคนแปลกหน้ามาก เวลาเพื่อนหรือญาติมาบ้าน นางจะวิ่งเตลิดหายไปทั้งวันเลยทีเดียว ถึงจะดูโง่ๆ ซื่อๆ แต่ซิลลี่ก็นักเลงไม่เบา ชอบไปหาเรื่อง แยกเขี้ยวขู่กับแมวจรจัดในหมู่บ้าน ทั้งๆ ที่ไปหาเรื่องเขาก่อนแท้ๆ แต่เห็นได้แผลกลับมาทุกครั้ง หูแหว่งบ้าง หัวถลอกบ้าง หนักหน่อยก็ขาเป็นแผล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cat-26/">ซิลลี่ : แมวอ้วนฟูสุดซื่อที่ทำให้ทุกคนในบ้านหลงรักไปพร้อมกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	เมื่อหกปีที่แล้ว เรากำลังขับรถจะออกไปข้างนอก<br />
จู่ๆ ก็มีลูกแมวสีเทาตัวผอมแห้งเหลือแต่กระดูกมานอนขวางรถเอาไว้<br />
ไม่ยอมให้เราออกจากบ้าน</p>
<p>
	ตอนนี้แมวตัวนั้นได้กลายมาเป็นสมาชิกในบ้านเรา<br />
เขาชื่อว่าซิลลี่ (Silly) ใช่แล้ว ซิลลี่ที่แปลว่าโง่ เซ่อ<br />
เด๋อด๋านั่นแหละ</p>
<p>
	ตอนแรกที่บ้านก็ไม่ค่อยอยากให้เลี้ยงหรอก<br />
เพราะเดินทางบ่อย ไปนู่นไปนี่อยู่เรื่อย กลัวจะไม่มีคนดูแล<br />
แต่เดี๋ยวนี้ซิลลี่กลับกลายเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน<br />
จากที่เมื่อก่อนผอมแห้งเป็นหนู<br />
เดี๋ยวนี้ซิลลี่ได้รับความรักและอาหารอย่างเพียงพอจนอ้วนฟู แม้แต่พ่อยังชอบเอาซิลลี่มาเป็นนายแบบบ่อยๆ<br />
เลยซิลลี่สมชื่อ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/cat-18.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/cat-26.jpg"></p>
<p>
	เมื่อก่อนตอนสักขวบสองขวบ<br />
ซิลลี่ชอบปีนต้นไม้ขึ้นไปบนระเบียงห้องชั้นสองแล้วลงมาเองไม่ได้<br />
ต้องไปเปิดหน้าต่างห้องนอนแล้วเอากลับลงมาจากในบ้าน<br />
มีอยู่ครั้งหนึ่งครอบครัวของเราไปเที่ยวต่างประเทศกัน 2 สัปดาห์<br />
ฝากให้คนสวนเอาอาหารแมวมาให้ซิลลี่ทุกวัน พอเราเลี้ยวรถเข้าบ้านเท่านั้นแหละ<br />
ได้ยินเสียงร้องเหมียวมาแต่ไกล สรุปคืออาหารที่เขาเทไว้น่ะมันไม่ได้กินหรอก<br />
ขึ้นไปอยู่บนระเบียงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แล้วดันลงมาเองไม่เป็นอีกต่างหาก<br />
เลยตัวผอมแห้งเหมือนเมื่อตอนเด็กๆ ต้องขุนกันไปอีกหลายอาทิตย์กว่าจะกลับมาอ้วนเหมือนเดิม ยังดีนะที่เดี๋ยวนี้ฉลาดกว่าเดิม<br />
ไม่ขึ้นไปติดแหง็กอยู่บนระเบียงอีกแล้ว</p>
<p>
	แมวบางตัว<br />
ใครจะเข้ามาลูบหัว เกาคางนี่นอนนิ่งให้เขาเล่นด้วยสบายๆ<br />
แต่กับซิลลี่คงจะเป็นไปได้ยาก เพราะเจ้านี่กลัวคนแปลกหน้ามาก เวลาเพื่อนหรือญาติมาบ้าน นางจะวิ่งเตลิดหายไปทั้งวันเลยทีเดียว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/cat-46.jpg"></p>
<p>
	ถึงจะดูโง่ๆ<br />
ซื่อๆ แต่ซิลลี่ก็นักเลงไม่เบา ชอบไปหาเรื่อง แยกเขี้ยวขู่กับแมวจรจัดในหมู่บ้าน<br />
ทั้งๆ ที่ไปหาเรื่องเขาก่อนแท้ๆ แต่เห็นได้แผลกลับมาทุกครั้ง หูแหว่งบ้าง<br />
หัวถลอกบ้าง หนักหน่อยก็ขาเป็นแผล ต้องไปหาหมอกินยากันเลยทีเดียว<br />
เมื่อก่อนก็คิดว่าซิลลี่โดนแมวตัวอื่นมาหาเรื่อง ที่ไหนได้<br />
วันหนึ่งจับได้คาหนังคาเขาว่าแมวบ้านเราเนี่ยแหละไปหาเรื่องเขาก่อน<br />
แต่ดันสู้ไม่ไหว ต้องวิ่งหนีขึ้นต้นไม้ซะนี่ แสบจริงๆ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/cat-37.jpg"></p>
<p>
	พอไปได้แผลเหวอะหวะกลับมา<br />
ต้องไปหาหมอ หมอก็ให้ยามากิน ซิลลี่นั้นก็เหมือนเด็กน้อยทั่วไปที่ไม่ชอบกินยา<br />
กว่าจะยัดเข้าปากได้แต่ละเม็ดช่างยากเย็น<br />
ขั้นแรกต้องเอาผ้าขนหนูมาพันตัวไว้ทั้งหมด เหลือแต่หัวเหมือนมัมมี่<br />
ไม่อย่างนั้นคนที่อุ้มอยู่จะถูกข่วนเลือดไหล จากนั้นก็ง้างปากซิลลี่แล้วเอายาเม็ดยัดใส่ปากซะ<br />
หลังๆ เริ่มมีทริกแสบๆ อย่างอมยาเอาไว้ในกระพุ้งแก้ม<br />
พอปล่อยปุ๊บนี่ยาพุ่งออกจากปากทันที แต่ถ้าวันไหนเราขี้เกียจป้อน จะขับรถไปให้หมอเบล<br />
คุณหมอประจำตัวของซิลลี่ช่วยป้อนให้ได้<br />
เพราะถ้าหมอเบลป้อนนี่ไม่ต้องมากอดรัดฟัดเหวี่ยง นั่งอยู่บนโต๊ะเฉยๆ จับนางอ้าปากนิดหน่อยเดี๋ยวก็กลืนยาลงคอไปเอง&#8230; น่าหมั่นไส้ชะมัด</p>
<p>
	ซิลลี่ชอบนอนเต็นท์ นอนในตะกร้า<br />
นอนบนรถ และนอนซบรองเท้า! นอกจากนี้ซิลลี่ยังชอบกินชีส<br />
กินสาหร่ายอบแห้ง (แบบที่เอามาใส่น้ำซุปนั่นแหละ) และขนมแมวปาร์ตี้มิกซ์<br />
มีอาชีพเสริมคือเป็นนายแบบให้พ่อ และมีน้องสาวหนึ่งตัวชื่อตัวเล็ก</p>
<p>
	ตั้งแต่ซิลลี่เข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวของเรา<br />
บ้านเราก็เต็มไปด้วยแมว สติกเกอร์รูปแมว ถุงผ้ารูปแมว ขวดน้ำรูปแมว แก้วกาแฟลายแมว<br />
ส่วนแม่ก็ใส่แต่เสื้อยืดรูปแมว</p>
<p>
	เจ้าซิลลี่เป็นพาหะนำโรคบ้าแมวมาสู่บ้านของเรานั่นเอง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/cat-66.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/cat-76.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/cat-56.jpg"></p>
<p>
	<strong>Owner’s<br />
Name:<br />
	</strong> ตูลี่ (แม่ของซิลลี่)<br />
	<b style="background-color: initial">Occupation:</b><br />
	แม่บ้านเลี้ยงแมว<br />
	<b style="background-color: initial">Cat’s<br />
Name:<br />
	</b> ซิลลี่ (Silly)<br />
	<b style="background-color: initial">Breed:</b><br />
	โคราช<br />
	<strong>More<br />
Cat’s Info:<br />
	</strong> Silly Documentary</p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากอวดแมวในเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1"></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cat-26/">ซิลลี่ : แมวอ้วนฟูสุดซื่อที่ทำให้ทุกคนในบ้านหลงรักไปพร้อมกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/cat-26/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Little Brympton : ฟาร์มของอังกฤษที่สอนใช้ชีวิตแบบไม่ง้อไฟฟ้าและน้ำประปา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-49/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-49/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Sep 2016 01:27:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[england]]></category>
		<category><![CDATA[Little Brympton Micro Farm]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-49/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกวันนี้คนเราใช้น้ำใช้ไฟกันอย่างสิ้นเปลือง แม้ประเทศไทยอากาศจะร้อนแค่ไหน คนในเมืองกลับได้อยู่ในที่เย็นๆ กันเกือบทั้งวัน ก้าวขึ้นรถก็เปิดแอร์เย็นๆ นั่งทำงานในออฟฟิศก็ไม่ร้อน ไปกินข้าว ไปเดินช้อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้า ทุกที่ล้วนมีเครื่องปรับอากาศคอยให้เรารู้สึกเย็นอยู่เสมอ กลับถึงบ้านตอนเย็น สิ่งแรกที่ทำคงหนีไม่พ้นเปิดแอร์ นอกจากนี้ จะชาร์จแบตมือถือสักวันละกี่รอบก็ไม่มีใครว่า เปิดทีวีทิ้งไว้เป็น background music ก็ยังได้ หรือจะอาบน้ำนานๆ วันละสองสามรอบก็ไม่ต้องมากังวลว่าจะไม่มีน้ำใช้ ตราบใดที่มีปัญญาจ่ายบิลค่าน้ำค่าไฟได้ ทำไมจะต้องไปกังวลด้วยว่าวันหนึ่งเราจะไม่มีสาธารณูปโภคเหล่านี้ไว้ใช้งานตลอดทั้งปี เราไม่รู้ไม่เห็นว่ากระแสไฟฟ้าและน้ำประปาเหล่านี้มาจากไหน นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่เราเห็นคุณค่าของมันน้อยลง ถ้าวันหนึ่งเราต้องมาผลิตไฟฟ้าและหาน้ำใช้เองโดยไม่พึ่งการไฟฟาและประปาของประเทศล่ะ? ฉันมีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ Little Brympton ฟาร์มขนาดเล็กทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งฟาร์มที่ปลูกผักผลไม้ เลี้ยงเป็ดและผึ้ง เป็นร้านขายผลผลิตจากฟาร์ม ทั้งของสดอย่างผัก ผลไม้ ไข่เป็ด และผลิตภัณฑ์แปรรูป ทั้งแยมคาวหวาน น้ำผลไม้ น้ำสมสายชู ไปจนถึงสกินแคร์อย่างครีมทามือและลิปบาล์มที่ทำจากไขผึ้งของผึ้งที่ฟาร์ม ที่สำคัญที่สุด มันคือบ้านเล็กๆ อันอบอุ่นของแพทช์ (Patch) ทาช่า (Tasha) และลิลี่ (Lily) ลูกสาวตัวน้อยวัยสี่ขวบของทั้งสอง พวกเขาทำทั้งหมดนี้ได้โดยไม่พึ่งน้ำประปาและกระแสไฟฟ้าจากบริษัทใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงแผงโซลาร์เซลล์อันใหญ่สองแผง รางน้ำฝนและแท็งก์น้ำขนาดใหญ่เอาไว้เก็บน้ำเท่านั้น ฉันช่วยพวกเขาทำงาน ทั้งทำสวน ถอนหญ้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-49/">Little Brympton : ฟาร์มของอังกฤษที่สอนใช้ชีวิตแบบไม่ง้อไฟฟ้าและน้ำประปา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทุกวันนี้คนเราใช้น้ำใช้ไฟกันอย่างสิ้นเปลือง<br />
แม้ประเทศไทยอากาศจะร้อนแค่ไหน คนในเมืองกลับได้อยู่ในที่เย็นๆ กันเกือบทั้งวัน<br />
ก้าวขึ้นรถก็เปิดแอร์เย็นๆ นั่งทำงานในออฟฟิศก็ไม่ร้อน ไปกินข้าว ไปเดินช้อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้า<br />
ทุกที่ล้วนมีเครื่องปรับอากาศคอยให้เรารู้สึกเย็นอยู่เสมอ กลับถึงบ้านตอนเย็น<br />
สิ่งแรกที่ทำคงหนีไม่พ้นเปิดแอร์ นอกจากนี้ จะชาร์จแบตมือถือสักวันละกี่รอบก็ไม่มีใครว่า<br />
เปิดทีวีทิ้งไว้เป็น background music ก็ยังได้ หรือจะอาบน้ำนานๆ<br />
วันละสองสามรอบก็ไม่ต้องมากังวลว่าจะไม่มีน้ำใช้ ตราบใดที่มีปัญญาจ่ายบิลค่าน้ำค่าไฟได้<br />
ทำไมจะต้องไปกังวลด้วยว่าวันหนึ่งเราจะไม่มีสาธารณูปโภคเหล่านี้ไว้ใช้งานตลอดทั้งปี<br />
เราไม่รู้ไม่เห็นว่ากระแสไฟฟ้าและน้ำประปาเหล่านี้มาจากไหน<br />
นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่เราเห็นคุณค่าของมันน้อยลง</p>
<p>ถ้าวันหนึ่งเราต้องมาผลิตไฟฟ้าและหาน้ำใช้เองโดยไม่พึ่งการไฟฟาและประปาของประเทศล่ะ?</p>
<p>ฉันมีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ Little<br />
Brympton ฟาร์มขนาดเล็กทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งฟาร์มที่ปลูกผักผลไม้<br />
เลี้ยงเป็ดและผึ้ง เป็นร้านขายผลผลิตจากฟาร์ม ทั้งของสดอย่างผัก ผลไม้ ไข่เป็ด<br />
และผลิตภัณฑ์แปรรูป ทั้งแยมคาวหวาน น้ำผลไม้ น้ำสมสายชู<br />
ไปจนถึงสกินแคร์อย่างครีมทามือและลิปบาล์มที่ทำจากไขผึ้งของผึ้งที่ฟาร์ม </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/OMD0477.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/OMD0483.jpg"></p>
<p>ที่สำคัญที่สุด มันคือบ้านเล็กๆ<br />
อันอบอุ่นของแพทช์ (Patch) ทาช่า (Tasha)  และลิลี่ (Lily) ลูกสาวตัวน้อยวัยสี่ขวบของทั้งสอง</p>
<p>พวกเขาทำทั้งหมดนี้ได้โดยไม่พึ่งน้ำประปาและกระแสไฟฟ้าจากบริษัทใดๆ ทั้งสิ้น<br />
มีเพียงแผงโซลาร์เซลล์อันใหญ่สองแผง<br />
รางน้ำฝนและแท็งก์น้ำขนาดใหญ่เอาไว้เก็บน้ำเท่านั้น ฉันช่วยพวกเขาทำงาน<br />
ทั้งทำสวน ถอนหญ้า เก็บผัก ใส่ชุดผึ้งเข้าไปดูรังผึ้งกับทาช่า<br />
ไปจนถึงช่วยแพทช์ซ่อมบ้านด้วยการเอาไม้แผ่นยาวตอกตะปูติดกับผนังบ้าน<br />
แลกกับอาหารอร่อยๆ สามมื้อ นอกจากฟาร์มแห่งนี้แล้ว ทั้งสองยังชอบออกไป forage<br />
เก็บพืชกินได้จากในป่า ตั้งแต่พืชเบสิกที่ใครๆ ในอังกฤษก็รู้จัก<br />
อย่างใบกระเทียมป่า (wild garlic) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เห็ดป่าหลายชนืดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง<br />
ไปจนถึงซีบัคธอร์น (sea buckthorn) เบอร์รี่ดึกดำบรรพ์อายุหลายล้านปีที่ขึ้นอยู่ตามชายหาดริมทะเล<br />
และออกผลในช่วงฤดูหนาว<br />
เบอร์รี่ชนิดนี้อุดมไปด้วยวิตามินซีและสารอาหารมากมายหลายชนิด พวกเขาเดินทางไปเก็บซีบัคธอร์นกันทุกปี<br />
ซึ่งทาช่าเอากลับมาคั้นเป็นน้ำเบอร์รี่เข้มข้นที่ฟาร์ม<br />
กลายเป็นรายได้หลักอย่างหนึ่งของครอบครัวไปเลย</p>
<p>ทั้งแพทช์และทาช่าเรียนจบทางด้านศิลปะมา<br />
พ่อของแพทช์มีอาชีพหลักเป็นจิตรกรวาดภาพแลนด์สเคป<br />
ส่วนทาช่านั้นทันทีที่เรียนจบก็ได้รับทุนทำงานศิลปะต่อจากมูลนิธิศิลปะอันดับหนึ่งของประเทศ<br />
ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมทั้งคู่ถึงเลือกที่จะทิ้งชีวิตของศิลปินไว้ด้านหลัง<br />
แล้วผันตัวเองมาทำฟาร์ม ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/OMD0494.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/OMD0498.jpg"></p>
<p>“ฉันไม่เห็นว่าภาพวาดทั้งหลายจะทำให้มีอะไรดีขึ้นมา<br />
อีกทั้งสีที่ใช้วาดยังเต็มไปด้วยสารเคมี เดี๋ยวนี้ฉันสนใจศิลปะในแง่ที่เป็นทั้งความสวยงามและได้ใช้ประโยชน์จากมันได้ด้วยมากกว่า<br />
อย่างการคิดวางแผนว่าจะปลูกอะไรตรงไหน ให้ฟาร์มออกมาสวย เอาไม้มาแกะสลักเป็นช้อน<br />
หรือการเอาก้านของต้นหลิว (willow) มาสานเป็นตะกร้า”</p>
<p>“มันมีความสุขนะ เวลาที่มีคนมาซื้อน้ำซีบัคธอร์นสกัดของเราไป เหมือนเราได้ให้สิ่งดีๆ มีประโยชน์กับผู้อื่น”<br />
ทาช่าเสริม</p>
<p>แต่ก็ไม่ใช่ว่าการใช้ชีวิตแบบนี้จะราบรื่นเสมอไป<br />
พวกเขาเลือกที่จะอุทิศความสะดวกสบายหลายๆ อย่างที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนทั่วไป<br />
อย่างเครื่องล้างจาน การอาบน้ำอุ่นทันทีเมื่ออยากอาบ<br />
ไม่ต้องมารอให้น้ำร้อนจากเตาเผาถ่านเกือบสามชั่วโมง ไม่มีทีวี<br />
มีแต่สัญญาณโทรศัพท์ที่ติดๆ ดับๆ เท่านั้น</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/OMD0513.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/OMD0739.jpg"></p>
<p>ช่วงหน้าร้อนจะมีแดดดี<br />
มีกระแสไฟฟ้าพอที่จะชาร์จแบตโทรศัพท์ได้บ่อยๆ ทำสมูทตี้กิน<br />
หรือเอาเครื่องทำไอศครีมออกมาทำไอติมกินได้<br />
แต่บางครั้งเมื่อฝนไม่ตกต่อเนื่องกันหลายวัน น้ำในแท็งก์ที่เก็บไว้ใกล้หมด จะอาบน้ำ<br />
หรือแม้แต่ล้างจาน ก็ต้องประหยัดที่สุด ถ้าเป็นหน้าหนาว ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำ<br />
แต่ไฟฟ้านั้นอีกเรื่องเลย ช่วงนั้นพระอาทิตย์ขึ้นเก้าโมง ตกสี่โมงเย็น<br />
บางวันไฟหมดก็อยู่กันอย่างมืดๆ นั่นแหละ อาศัยจุดเทียนเอา<br />
ส่วนฮีตเตอร์ไม่มีมาเปิดปิดสั่งได้ ต้องก่อไฟเอาพลังงานความร้อนจากฟืนมาเป็นฮีตเตอร์<br />
รักษาไฟเอาไว้ทั้งคืนไม่ให้มอด แล้วยังต้องคอยผ่าฟืนอีก</p>
<p>ไม่มีอะไรที่จะได้มามือเปล่าหรอก<br />
แค่สิ่งที่ได้กลับมามันมีค่ามากกว่าสิ่งที่เสียไปก็โอเคแล้ว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/OMD0504.jpg"></p>
<p>ฉันชอบครอบครัวนี้ตรงที่พวกเขาไม่สุดโต่งจนเกินไป<br />
ชุมชนพอเพียงบางแห่งที่นี่ไม่มีใครพยายามหาเงินมาใช้จากผืนดินของพวกเขา<br />
บ้างก็เป็นโปรแกรมเมอร์ เป็นเกมเมอร์ แล้วมาอยู่ชุมชนพอเพียง วันๆ<br />
ไม่ต้องทำอะไรมาก เพราะมีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ<br />
แต่กับครอบครัวที่ต้องหาเลี้ยงตัวเองและลูกจากสิ่งรอบตัวที่มีอยู่<br />
พวกเขายังคงต้องการเงินสำหรับการดำรงชีวิตในโลกสมัยใหม่<br />
แต่ทั้งคู่เลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรัก<br />
และทำมันโดยไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมและโลกของเรา </p>
<h3>Little Brympton Micro Farm</h3>
<p><strong>Address:</strong> East Street, Chiselborough, Somerset TA14 6TW<br />
England<br /><strong>Hours:</strong> Farm shop เปิดทุกวันศุกร์ 14:00 &#8211; 18:00 น. และวันเสาร์ 9:00 &#8211; 12:00 น. ถ้าอยากเข้าไปเยี่ยมชมและพุดคุยกับแพทช์และทาช่าก็ติดต่อเข้าไปเพื่อนัดวันเวลาล่วงหน้าได้<br />
หรือจะเข้าไปเป็นอาสาสมัครก็ติดต่อผ่าน wwoof uk ได้เลย</p>
<p><strong>Map</strong></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-49/">Little Brympton : ฟาร์มของอังกฤษที่สอนใช้ชีวิตแบบไม่ง้อไฟฟ้าและน้ำประปา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-49/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BONDFIRE</title>
		<link>https://adaymagazine.com/view-32/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/view-32/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Jul 2016 05:30:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[point of view]]></category>
		<category><![CDATA[รอบกองไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพถ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[photography]]></category>
		<category><![CDATA[campfire]]></category>
		<category><![CDATA[bondfire]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/view-32/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉันชอบการสังสรรค์รอบกองไฟมันเต็มไปด้วยเสียงดนตรี รอยยิ้ม และอาหารรสเยี่ยม ไม่มีใครจับโทรศัพท์ ไม่มีใครเข้าเฟซบุ๊ก เราหันหน้าเข้าคุยกัน พอพระอาทิตย์ตกดิน อุณหภูมิลดลง เราเขยิบเข้าใกล้กัน ยื่นมือออกไปอังเปลวไฟใกล้ๆ กัน ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-32/">BONDFIRE</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center">ฉันชอบการสังสรรค์รอบกองไฟมันเต็มไปด้วยเสียงดนตรี รอยยิ้ม และอาหารรสเยี่ยม</p>
<p style="text-align: center">ไม่มีใครจับโทรศัพท์  ไม่มีใครเข้าเฟซบุ๊ก เราหันหน้าเข้าคุยกัน</p>
<p style="text-align: center">พอพระอาทิตย์ตกดิน อุณหภูมิลดลง เราเขยิบเข้าใกล้กัน</p>
<p style="text-align: center">ยื่นมือออกไปอังเปลวไฟใกล้ๆ<br />
กัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/point-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/point-2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/point-3.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/point-4.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/point-5.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/point-6.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/point-7.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/point-8.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/point-9.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/point-10.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/point-11.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/point-12.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/point-13.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/point-14.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-32/">BONDFIRE</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/view-32/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
