<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แพรวนภางค์ กัปตัน, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author112/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author112/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sun, 14 Feb 2021 16:21:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>6 สถานที่เติมเต็มวิถีชีวิตดีๆ ให้ลงตัว ย่านสุขุมวิท 62</title>
		<link>https://adaymagazine.com/soi-sukhumvit-62/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/soi-sukhumvit-62/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[แพรวนภางค์ กัปตัน]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Mar 2018 18:20:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Indie in soiwell travelled in taipei]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[Aromdee Art Studio]]></category>
		<category><![CDATA[พระโขนง]]></category>
		<category><![CDATA[Wishbeer Home Bar]]></category>
		<category><![CDATA[อ่อนนุช]]></category>
		<category><![CDATA[ที่เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สุขุมวิท 62]]></category>
		<category><![CDATA[ปุณณวิถี]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[สวนผักบ้านคุณตา]]></category>
		<category><![CDATA[The 66 cottage café]]></category>
		<category><![CDATA[Ageha Cafe]]></category>
		<category><![CDATA[Trackaddict Records]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/soi-sukhumvit-62/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราเชื่อว่าปัจจัยแรกๆ ที่ทุกคนต้องคิดถึงถ้ากำลังเลือกที่อยู่อาศัยให้ตัวเอง คงหนีไม่พ้นคำถามว่าวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมของย่านที่เราเลือกนั้นจะดีหรือเปล่า มีร้านอาหารอะไรอร่อยๆ ให้กิน หรือมีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจใกล้ๆ ให้ไปใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์ไหม? เพราะขั้นตอนแรกของการออกแบบชีวิตก็คือการเลือก ‘ย่าน’ ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับตัวเรานี่แหละ สุขุมวิท 62 เป็นย่านที่อยู่ในใจเรา ด้วยความรักพี่เสียดายน้องเพราะเราหลงรักตั้งแต่สีสันของพระโขนง มีใจให้ปุณณวิถีที่กำลังค่อยๆ เติบโต และชอบความเงียบสงบของอ่อนนุช สุขุมวิท 62 จึงตอบโจทย์ทั้งทำเลใจกลางเมืองที่ไปไหนมาไหนได้สะดวกและมีส่วนผสมของร้านรวง สถานที่ใหม่ๆ ที่ลงตัว เราเลยอยากชวนมาทดลองใช้ชีวิตในย่านนี้ และหาคำตอบไปพร้อมกันว่า ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรเมื่อต้องมาอยู่สุขุมวิท 62 01 Life in garden เดินเล่นสวนหลังบ้าน รับพลังงานจากแสงแดดและเรียนรู้ชีวิตพอเพียง แค่เพียงได้เห็นบ้านไม้สีขาว-ฟ้ามีสวนล้อมรอบ ได้กลิ่นดินหลังโดนรดน้ำใหม่ๆ และได้ดื่ม welcome drink สีเขียวมรกตแปลกตาจากใบเตยรวมกับอัญชัน สวนผักบ้านคุณตา ต้อนรับเราด้วยความสดชื่นและทำให้เราหายใจได้เต็มปอดอย่างบอกไม่ถูก ฝน-กฤดิ์ชนา หุตะแพทย์ เจ้าบ้านบอกว่าบ้านไม้หลังนี้มีอายุมากกว่า 60 ปี จุดเริ่มต้นมาจากครอบครัวโดยเฉพาะคุณพ่อที่พ่วงตำแหน่งบรรณาธิการนิตยสารเกษตรกรรมธรรมชาติและความรู้ที่ได้ร่ำเรียนจากคณะวิศวกรรมไฟฟ้า ถ่ายทอดให้ฝนสานต่อที่นี่เป็นศูนย์การเรียนรู้โดยย่อยให้ง่ายสำหรับคนเมือง กิจกรรมที่นี่มีเยอะมาก ค่อยๆ เดินตามเราไปนะ โซนแรกคือแปลงปลูกผักไร้สารพิษ เล้าไก่ และโรงเห็ด ทุกอย่างทำในพื้นที่จำกัดและแปรรูปจากวัสดุเหลือใช้ อย่างไส้เดือนก็เลี้ยงในกะละมังเล็กๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/soi-sukhumvit-62/">6 สถานที่เติมเต็มวิถีชีวิตดีๆ ให้ลงตัว ย่านสุขุมวิท 62</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เราเชื่อว่าปัจจัยแรกๆ ที่ทุกคนต้องคิดถึงถ้ากำลังเลือกที่อยู่อาศัยให้ตัวเอง คงหนีไม่พ้นคำถามว่าวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมของย่านที่เราเลือกนั้นจะดีหรือเปล่า มีร้านอาหารอะไรอร่อยๆ ให้กิน หรือมีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจใกล้ๆ ให้ไปใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์ไหม? เพราะขั้นตอนแรกของการออกแบบชีวิตก็คือการเลือก ‘ย่าน’ ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับตัวเรานี่แหละ</p>
<p><strong>สุขุมวิท 62</strong> เป็นย่านที่อยู่ในใจเรา ด้วยความรักพี่เสียดายน้องเพราะเราหลงรักตั้งแต่สีสันของพระโขนง มีใจให้ปุณณวิถีที่กำลังค่อยๆ เติบโต และชอบความเงียบสงบของอ่อนนุช สุขุมวิท 62 จึงตอบโจทย์ทั้งทำเลใจกลางเมืองที่ไปไหนมาไหนได้สะดวกและมีส่วนผสมของร้านรวง สถานที่ใหม่ๆ ที่ลงตัว เราเลยอยากชวนมาทดลองใช้ชีวิตในย่านนี้ และหาคำตอบไปพร้อมกันว่า ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรเมื่อต้องมาอยู่สุขุมวิท 62</p>
<hr />
<h3 style="text-align: center;"><strong>01 Life in garden </strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>เดินเล่นสวนหลังบ้าน รับพลังงานจากแสงแดดและเรียนรู้ชีวิตพอเพียง</strong></h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5277.jpg" /></p>
<p>แค่เพียงได้เห็นบ้านไม้สีขาว-ฟ้ามีสวนล้อมรอบ ได้กลิ่นดินหลังโดนรดน้ำใหม่ๆ และได้ดื่ม welcome drink สีเขียวมรกตแปลกตาจากใบเตยรวมกับอัญชัน <strong>สวนผักบ้านคุณตา </strong>ต้อนรับเราด้วยความสดชื่นและทำให้เราหายใจได้เต็มปอดอย่างบอกไม่ถูก</p>
<p>ฝน-กฤดิ์ชนา หุตะแพทย์ เจ้าบ้านบอกว่าบ้านไม้หลังนี้มีอายุมากกว่า 60 ปี จุดเริ่มต้นมาจากครอบครัวโดยเฉพาะคุณพ่อที่พ่วงตำแหน่งบรรณาธิการนิตยสารเกษตรกรรมธรรมชาติและความรู้ที่ได้ร่ำเรียนจากคณะวิศวกรรมไฟฟ้า ถ่ายทอดให้ฝนสานต่อที่นี่เป็นศูนย์การเรียนรู้โดยย่อยให้ง่ายสำหรับคนเมือง กิจกรรมที่นี่มีเยอะมาก ค่อยๆ เดินตามเราไปนะ</p>
<p>โซนแรกคือแปลงปลูกผักไร้สารพิษ เล้าไก่ และโรงเห็ด ทุกอย่างทำในพื้นที่จำกัดและแปรรูปจากวัสดุเหลือใช้ อย่างไส้เดือนก็เลี้ยงในกะละมังเล็กๆ เท่านั้น โซนที่สองเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์และนวัตกรรมเพื่อการเกษตร มีการสาธิตการใช้พลังงานเพื่อบำบัดน้ำเสียไปใช้ต่อ (บ่อพักน้ำอยู่ใต้โต๊ะที่เรานั่งเล่นนี่เอง) และสาม มาเรียนรู้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ใช้ในบ้าน สวนผักบ้านคุณตาเลยเหมือนจำลองวิถีชีวิตพึ่งพาตัวเองแบบเต็มสูบเพื่อให้คนเมืองได้นำไปใช้เองได้ไม่ยากอย่างที่คิด จะแวะมาเดินเล่นในสวน เก็บไข่ไก่จากเล้าและเด็ดผลไม้สดๆ ก็คุ้มแล้วแหละ</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/grandpaurbanfarmTH/" target="_blank" rel="noopener"><strong>สวนผักบ้านคุณตา</strong></a><strong><br />
</strong></p>
<p><strong>location :</strong> 75 ถนน สุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร<br />
<strong>hour : </strong>เปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 09:00-16:00 น. (วันเสาร์มีเวิร์กช็อปเดือนละ 2 ครั้ง)<br />
<b style="background-color: initial;">tel : </b>095-0672728 (โทรนัดล่วงหน้า)</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5284.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5319.jpg" /></p>
<hr />
<h3 style="text-align: center;"><strong>02 Chill life</strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>นั่งผ่อนคลายแล้วถ่ายรูปให้สบายใจในคาเฟ่สายเขียวสุดชิลล์</strong></h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5384.jpg" /></p>
<p>ด้วยธีมกระท่อมในป่าของ <strong>The 66 cottage café </strong>ทำให้เรายิ่งอินกับบรรยากาศสวนสไตล์อังกฤษและความร่มรื่นของต้นไม้หลากหลายพันธุ์ โซนในร้านเน้นสีขาวสะอาดตา ถึงเรียบง่ายแต่ก็ดูทันสมัย ออกแบบให้โปร่ง มีกระจกเป็นผนังทำให้การนั่งในร้านก็ยังใกล้ชิดธรรมชาติอยู่ดี แต่ให้แนะนำจริงๆ และเป็นจุดขายของร้านต้องเป็นโซนรับลมธรรมชาติข้างนอกเลย</p>
<p>เมนูของร้านก็น่าสนใจไม่แพ้บรรยากาศ มีทั้งอาหาร เค้ก และเครื่องดื่ม อย่างเมนูที่เราได้ลองเป็นกาแฟน้ำแข็งรูปกุหลาบ เสิร์ฟพร้อมนมสดทั้งหอมและอร่อยกลมกล่อม ขอเตือนว่าอย่าจิบเพลินจนลืมเก็บภาพไปด้วย ที่นี่มีจุดถ่ายรูปสวยๆ เพียบ วันหยุดนี้ได้ใช้เวลานั่งดูต้นไม้ รับลมเอื่อยๆ และฟังเสียงน้ำพุแทนเพลงบ้างก็ไม่เลวเหมือนกัน</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/The66Cottage/?ref=br_rs" target="_blank" rel="noopener"><strong>The 66 cottage café</strong></a><strong><br />
</strong></p>
<p><strong>location : </strong>8/93 ซอยสุขุมวิท 66 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร<br />
<strong>hour : </strong>เปิด 10:00-19:00 น. (ปิดวันจันทร์)<br />
<b style="background-color: initial;">tel : </b>086-8950202</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5322.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5411.jpg" /></p>
<hr />
<h3 style="text-align: center;"><strong>03 Slow life (coffee) bar </strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ใช้ชีวิตช้าๆ กับกาแฟช้าๆ จากนักดนตรีอินดี้</strong></h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5517.jpg" /></p>
<p>ขนาดเราทำการบ้านมาแล้วว่า <strong>Ageha Cafe </strong>จะต้องไม่ธรรมดาแต่ก็ไม่คิดว่าจะพิเศษเบอร์นี้ ฮอน-ณรงค์ฤทธิ์ อิทธิพลนาวากุล เจ้าของร้านที่พ่วงตำแหน่งนักดนตรีเพลงนอกกระแสเล่าว่า ที่นี่ตั้งอยู่ใน Brownstone Studio พื้นที่พบปะเพื่อนฝูงที่ซ้อมและแสดงงานดนตรี ฮอนต้องการให้ร้านแสดงออกถึงดนตรีและกาแฟที่เป็นตัวเขาเอง ร้านจึงมีขนาดเล็กแค่ 2 โต๊ะและตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่เท่ด้วยโปสเตอร์แผ่นเสียงเต็มร้าน (ไม่ใช้แผ่นจริงเพราะกลัวแผ่นเสียงของรักตกแตก)</p>
<p>เมล็ดกาแฟที่ร้านมาจากแหล่งปลูกคนละที่ที่ไม่ปนกัน (single origin) จึงยังคงเอกลักษณ์ของกลิ่นและรสชาติไว้ สไตล์การทำกาแฟของฮอนเป็นสโลว์บาร์หรือการชงกาแฟด้วยมือ เขาต้องการทอดเวลาให้ลูกค้าได้พูดคุยและใช้เวลากับเพลงนอกกระแสที่เปิดคลอนานขึ้น หากลูกค้าชื่นชอบเพลงไหนเป็นพิเศษก็เลือกซื้อกลับไปได้</p>
<p>เมนูที่เราติดดาวไว้ให้ลองคือ Brownstone ช็อกโกแลตสูตรเฉพาะอัดเป็นน้ำแข็งราดด้วยกาแฟรสเข้ม ได้รสชาติที่แปลกแต่ก็เข้ากันดี หรือถ้าไม่ทานกาแฟก็มี Fruit Infused เป็นผลไม้ฟรีซในน้ำเลมอนก็สดชื่นไปอีกแบบ</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/AgehaCafe/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Ageha Cafe</strong></a><strong><br />
</strong></p>
<p><strong>location : </strong>1395 ซอยสุขุมวิท 77 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร<br />
<strong>hour :</strong> เปิด 11:00-20:00 น. (ปิดวันพฤหัสบดี)<br />
<b style="background-color: initial;">tel :</b> 061-6169694</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5465.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5477.jpg" /></p>
<hr />
<h3 style="text-align: center;"><strong>04 Melody of life </strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ตามหาจังหวะเพลงในใจในร้านแผ่นเสียงที่หลบซ่อนตัว</strong></h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5572.jpg" /></p>
<p>ตามแผ่นเสียงที่เป็นป้ายบอกพิกัดร้านมาทีละนิดๆ เราถึงได้มาเจอ <strong>Trackaddict Records</strong> ร้านกาแฟและร้านแผ่นเสียงที่หลบอยู่ในหลืบของตึกออฟฟิศเก่า พลอย ตวงพรรษ เจ้าของร้านอัธยาศัยดีเล่าว่าเธอโตมาในครอบครัวที่รักดนตรีและสะสมแผ่นเสียง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเธอในทางสายดนตรี</p>
<p>สำหรับพลอย แผ่นเสียงมีเสน่ห์เพราะมีนอยซ์จากร่องรอยการใช้งานและฝุ่นไม่เหมือนเพลงจากสื่ออื่น พลอยทำร้านนี้ด้วยตัวเองทุกขั้นตอน ตั้งใจออกแบบร้านให้สบายเหมือนบ้านและเป็นตัวเธอมากที่สุด ร้านจึงออกมาสดใสทั้งสีเหลืองที่เป็นสีวันเกิดและสีเขียวสีเดียวกับบ้านเก่า ผนังเต็มไปด้วยโปสเตอร์คอนเสิร์ตที่เคยไปและแผ่นเสียงที่สะสมไว้ ที่สำคัญพื้นที่ชั้นลอยยังมีที่ให้งีบหลับตามอัธยาศัยด้วย กรุแผ่นเสียงในร้านมีเยอะมากแต่เน้นเป็นมือสองทั้งไทยและต่างชาติโดยเฉพาะแผ่นยุค 60s-80s จากอเมริกามีมากเป็นพิเศษ พลอยยังหยิบมาเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปิดวนเวียนให้ลูกค้าในร้านเสมอ</p>
<p>ลองนึกเล่นๆ ดูว่าการใช้เวลาพักผ่อน ทำงาน เคล้าคลอเสียงเพลงจังหวะดีๆ ในร้านลับแห่งนี้จะดึงเวลาให้อยู่ที่นี่ได้นานขนาดไหน ขอสารภาพตามตรงว่าเราแทบไม่อยากกลับเลยทีเดียว ถ้าไม่เชื่อคราวหน้าแวะมาจับเวลาดูสิว่าหมดไปกี่ชั่วโมงแล้ว</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/trackaddictrecords/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Trackaddict Records</strong></a><strong><br />
</strong></p>
<p><strong>location : </strong>สุขุมวิท 69 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร<br />
<strong>hour : </strong>เปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 09:00-20:00 น. วันเสาร์ อาทิตย์ 12:00-20:00 น.</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5593.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5547.jpg" /></p>
<hr />
<h3 style="text-align: center;"><strong>05 Life as a work of art </strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>เรียนรู้ศิลปะเพื่อชีวิตกับสตูดิโอสอนศิลปะที่อยากให้เราอารมณ์ดี</strong></h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5735.jpg" /></p>
<p>ลืมชั่วโมงศิลปะที่โรงเรียนไปได้เลยเพราะที่ <strong>Aromdee Art Studio</strong> เป็นพื้นที่สอนศิลปะที่ไม่มีตัดเกรดให้ปวดหัว มีแต่ความสบายใจให้เท่านั้น เนย-มยุรี ปานดี หุ้นส่วนของร้านเล่าว่าสตูดิโอนี้ดัดแปลงจากบ้านหลังเล็กๆ หลบในซอยไม่ไกลจากรถไฟฟ้าสถานีปุณณวิถี ตกแต่งด้วยรูปปั้น ต้นไม้และผลงานนักเรียนตามจุดต่างๆ ดูเป็นสตูดิโอที่เข้าถึงง่ายไม่ต่างเจ้าของอารมณ์ดีคนนี้เลย</p>
<p>เนยเรียนจบการออกแบบเครื่องประดับโดยตรง เธอปลูกปั้นที่นี่มาเพื่อเป็นที่ทำงานศิลปะของตัวเองและให้คนที่อยากทำงานศิลปะได้มาลองเรียนรู้ ที่นี่ไม่ได้เน้นรูปแบบโรงเรียนแต่เป็นพื้นที่ทำงานที่ผ่อนคลายเสมือนอยู่ที่บ้าน (เพียงแต่มีครูแนะนำเท่านั้น) คอร์สที่เปิดสอนมีทั้งคอร์สปั้นเซรามิก ทำเครื่องประดับ ตัดกระดาษและงานปัก นักเรียนมีหลายช่วงอายุตั้งแต่เด็กเล็กแค่ 3 ขวบจนถึงผู้สูงอายุเลยก็มี เนยบอกว่าการทำงานศิลปะโดยเฉพาะการปั้นเซรามิกถ้านวดไม่ดีหรือขึ้นรูปรีบร้อนไปก็จะทำไม่สำเร็จ ทำให้เวลาอยู่ที่นี่นักเรียนต้องวางเรื่องทุกอย่างไว้ข้างหลังและจดจ่อกับงานตรงหน้าเท่านั้น นี่แหละที่เนยบอกว่าเป็นพื้นฐานของอารมณ์ดีๆ ที่แท้จริง</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/studioaromdee" target="_blank" rel="noopener"><strong>Aromdee Art Studio</strong></a><strong><br />
</strong></p>
<p><strong>location : </strong>232/35 ซอย ปุณณวิถี &#8211; ซอยปุณณวิถี 8 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร<br />
<strong style="background-color: initial;">hour : </strong>เปิด 10:00-24:00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร)<br />
<b style="background-color: initial;">tel :</b> 080-5199566</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="background-color: initial; text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5729.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5718.jpg" /></p>
<hr />
<h3 style="text-align: center;"><strong>06 Life is funny </strong></h3>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ให้รางวัลกับชีวิตตัวเองด้วยรสชาติเบียร์สุดพิถีพิถัน </strong></h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5649.jpg" /></p>
<p>เห็นทางเข้าร้านแคบๆ ของร้าน <strong>Wishbeer Home Bar</strong> ไม่คิดว่าด้านในจะกว้างขวางและสบายเหมือนนั่งจิบเบียร์อยู่ที่บ้านจริงๆ ตัวร้านมีกลิ่นอายสไตล์ลอฟต์ เน้นงานปูน เหล็กและคงโครงสร้างโกดังเก่าที่หลังคายกสูงไว้ ทำให้บรรยากาศสบายไม่แออัด อันที่จริงเราเชื่อว่าคอคราฟต์เบียร์แทบทุกคนรู้จัก Wishbeer Home Bar กันดีอยู่แล้วในนามร้านเบียร์คราฟต์ออนไลน์ที่มีชื่อเสียงมานานถึง 5 ปี นำเข้าเบียร์มากกว่า 3,000 ตัวทั่วโลก</p>
<p>ด้วยมุมมองว่าเบียร์คราฟต์คือความยูนีค ด้วยสเกลการผลิตขนาดเล็ก บางตัวมีจำกัดและขายตามฤดูกาลเท่านั้น เบียร์คราฟต์จึงมีเรื่องราวและสะท้อนสไตล์เฉพาะตัว อย่างตัวที่ขายดีที่สุดของร้าน Limburgse witte เบียร์จากประเทศอิตาลี มีความพิเศษคือรสติดหวานและมีกลิ่นหอมข้าวสาลีที่ชัดมาก ส่วนอีกตัว Chouffe Soleil ก็จะให้กลิ่นที่สดชื่นกว่า</p>
<p>วันที่คึกคักเป็นพิเศษสำหรับที่นี่คือวันศุกร์และเสาร์เพราะมีวงดนตรีสดแนวเพลงสบายๆ มาเล่นให้ฟัง บางครั้งก็มีอีเว้นท์สนุกๆจัดขึ้น ก่อนกลับอยากชวนให้ก้มดูพื้นร้านสักหน่อย ใครที่เห็นเป็นต้องสงสัยตลอดว่าที่นี่เคยเป็นคอร์ดกีฬาใดมาก่อน (ทางร้านเองก็ยังไม่รู้) ยังไงถ้าใครดูออกอย่าลืมบอกกันด้วยสิ</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/wishbeer/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Wishbeer Home Bar</strong></a></p>
<p><strong>location : </strong>ซอยสุขุมวิท 67 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร<br />
<strong>hour : </strong>เปิดทุกวัน 10.00-24.00 น.<br />
<b style="background-color: initial;">tel : </b>023921403</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5668.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5662.jpg" /></p>
<hr />
<p>สำหรับเรา สุขุมวิท 62 เป็นศูนย์กลางที่ยึดโยงเราไว้กับสถานที่ กิจกรรมและเรื่องราวต่างๆ ทำให้ย่านนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายและมีเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะชอบปาร์ตี้ ชอบความสงบ ชอบตามเก็บคาเฟ่สวยๆ หรือชอบชื่นชมศิลปะ ทุกอย่างก็ลงตัวหมด</p>
<p>ถ้าคำตอบของเราทำให้ใจเต้นแรงหรือทำให้ภาพในใจคุณชัดเจนขึ้นมา เราขอแนะนำให้คุณเดินทางต่อกับพาร์ทเนอร์อย่าง Life สุขุมวิท 62 จาก AP ที่แห่งนี้จะช่วยเติมเต็มวิถีชีวิตของคุณด้วยความสบายที่ผ่านการออกแบบอย่างลงตัว และความสะดวกด้วยการเดินทางจากรถไฟฟ้าสถานีบางจากเพียง 200 เมตร ห่างจากจุดขึ้น-ลงทางด่วนเพียง 500 เมตร ถ้าแน่ใจและพร้อมเป็นเจ้าของแล้ว วันที่ 27 มีนาคมนี้ เวลา 19:00 – 21:00 น. สามารถจองผ่าน AP iBooking แพลทฟอร์มออนไลน์ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 120,000 บาท/ตร.ม. ลงทะเบียนวันนี้รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท คลิกที่นี่ <a href="https://goo.gl/bzhMT9" target="_blank" rel="noopener">https://goo.gl/bzhMT9</a></p>
<p>เพราะเราเชื่อเหลือเกินว่าเราสามารถออกแบบชีวิตได้ด้วยตัวเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/4_LIFE_SK62.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/11_SK62_PERSPECTIVE_610221_4.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1._ele2-hires_.jpg" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/soi-sukhumvit-62/">6 สถานที่เติมเต็มวิถีชีวิตดีๆ ให้ลงตัว ย่านสุขุมวิท 62</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/soi-sukhumvit-62/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bangkok Bold  Cooking Studio : สตูดิโอสอนทำอาหารไทยที่น่าตื่นตาตื่นใจในตึกแถวเก่า</title>
		<link>https://adaymagazine.com/shop-11/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/shop-11/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[แพรวนภางค์ กัปตัน]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 Sep 2016 05:45:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[dream shop]]></category>
		<category><![CDATA[interview]]></category>
		<category><![CDATA[shop]]></category>
		<category><![CDATA[bangkok bold cooking studio]]></category>
		<category><![CDATA[cooking]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสอนทำอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/shop-11/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในตึกแถวอายุนับร้อยปีริมถนนพระสุเมรุ ย่านพระนคร ที่ตกแต่งแบบยังคงความเก่าไว้ คือที่ตั้งของสตูดิโอสอนทำอาหารเล็กๆ ชื่อว่า Bangkok Bold Cooking Studio โรงเรียนแห่งนี้เป็นกิจการในฝันของหุ้นส่วน 3 คน คือ หน่อย-ช่อทิพย์ อวยพรชัยสกุล ตะปู-ปิยะ ชยาภัม และแอน-ศุภณัฐ คณารักษ์ พวกเขาเล่าว่าตั้งใจเปิดห้องเรียนสอนทำอาหารไทยแท้ที่สอนตั้งแต่การโขลกเครื่องแกง แต่ไม่ยึดติดกับกรอบแบบเดิมๆ ของคำว่าอาหารไทย เราจึงอยากชวนคุณมาชิมและชมกรรมวิธีปรุงความฝันของพวกเขาที่รสชาติแสนจะอร่อยกลมกล่อม จากการทำสู่การสอน ศุภณัฐ: “ย้อนไปราว 2 ปีก่อน เราทุกคนล้วนคลุกคลีและทำงานในวงการอาหารกันอยู่แล้ว อย่างเราเป็นเชฟโรงแรมมานานจนเริ่มเบื่อ เลยคิดอยากทดลองทำอะไรสนุกๆ ในแบบของเรา พอมาเจอกับเพื่อนๆ ที่มีความคิดตรงกัน เลยลงตัวเป็นการเปิดโรงเรียนสอนทำอาหารไทย จุดเด่นของโรงเรียนนี้คือเราเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่เรามั่นใจว่าเป็นตัวจริงและมืออาชีพในการทำอาหารไทย จุดเริ่มต้นของกิจการก็มาจากความชอบไม่ได้เริ่มต้นจากความคิดว่าทำยังไงธุรกิจถึงเติบโต เลยลงตัวที่สเกลเล็กๆ เอาตามกำลังที่เราดูแลได้ทั่วถึง เน้นการสอนแบบละเอียด” ช่อทิพย์: “ชื่อของโรงเรียนเป็นชื่อเดียวกับ Bangkok Bold บล็อกอาหารที่เรา หน่อย และตะปูตั้งกันมา คือเราได้ศึกษาเรื่องอาหารอย่างจริงจังและมีประสบการณ์ไปต่างประเทศบ่อยๆ เลยอยากเขียนเผยแพร่เกี่ยวกับอาหาร วัฒนธรรมการกิน พอตั้งโรงเรียนก็คิดว่าใช้ชื่อนี้ไปเลย” สถานที่ดี ทำเลเหมาะ ศุภณัฐ: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-11/">Bangkok Bold  Cooking Studio : สตูดิโอสอนทำอาหารไทยที่น่าตื่นตาตื่นใจในตึกแถวเก่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในตึกแถวอายุนับร้อยปีริมถนนพระสุเมรุ ย่านพระนคร ที่ตกแต่งแบบยังคงความเก่าไว้<br />
คือที่ตั้งของสตูดิโอสอนทำอาหารเล็กๆ ชื่อว่า<br />
Bangkok Bold Cooking Studio โรงเรียนแห่งนี้เป็นกิจการในฝันของหุ้นส่วน<br />
3 คน คือ หน่อย-ช่อทิพย์<br />
อวยพรชัยสกุล ตะปู-ปิยะ ชยาภัม และแอน-ศุภณัฐ<br />
คณารักษ์ พวกเขาเล่าว่าตั้งใจเปิดห้องเรียนสอนทำอาหารไทยแท้ที่สอนตั้งแต่การโขลกเครื่องแกง<br />
แต่ไม่ยึดติดกับกรอบแบบเดิมๆ ของคำว่าอาหารไทย เราจึงอยากชวนคุณมาชิมและชมกรรมวิธีปรุงความฝันของพวกเขาที่รสชาติแสนจะอร่อยกลมกล่อม</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bkk-51.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bkk-82.jpg" /></p>
<p><strong>จากการทำสู่การสอน<br />
</strong><strong style="background-color: initial;">ศุภณัฐ</strong><strong style="background-color: initial;">: </strong>“ย้อนไปราว 2 ปีก่อน เราทุกคนล้วนคลุกคลีและทำงานในวงการอาหารกันอยู่แล้ว<br />
อย่างเราเป็นเชฟโรงแรมมานานจนเริ่มเบื่อ เลยคิดอยากทดลองทำอะไรสนุกๆ ในแบบของเรา พอมาเจอกับเพื่อนๆ ที่มีความคิดตรงกัน เลยลงตัวเป็นการเปิดโรงเรียนสอนทำอาหารไทย<br />
จุดเด่นของโรงเรียนนี้คือเราเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่เรามั่นใจว่าเป็นตัวจริงและมืออาชีพในการทำอาหารไทย<br />
จุดเริ่มต้นของกิจการก็มาจากความชอบไม่ได้เริ่มต้นจากความคิดว่าทำยังไงธุรกิจถึงเติบโต<br />
เลยลงตัวที่สเกลเล็กๆ เอาตามกำลังที่เราดูแลได้ทั่วถึง เน้นการสอนแบบละเอียด”</p>
<p><strong>ช่อทิพย์</strong><strong>:</strong> “ชื่อของโรงเรียนเป็นชื่อเดียวกับ Bangkok Bold บล็อกอาหารที่เรา หน่อย และตะปูตั้งกันมา คือเราได้ศึกษาเรื่องอาหารอย่างจริงจังและมีประสบการณ์ไปต่างประเทศบ่อยๆ<br />
เลยอยากเขียนเผยแพร่เกี่ยวกับอาหาร วัฒนธรรมการกิน พอตั้งโรงเรียนก็คิดว่าใช้ชื่อนี้ไปเลย”</p>
<p><strong>สถานที่ดี ทำเลเหมาะ<br />
</strong><strong style="background-color: initial;">ศุภณัฐ</strong><strong style="background-color: initial;">:</strong> “เราเจอตึกแถวที่เคยเป็นร้านกาแฟเก่าๆ ว่างพอดี เลยเข้าไปตกแต่งแบบคงสไตล์ของร้านเดิมเอาไว้<br />
เรามองว่าความเก่าของมันมีเสน่ห์ เข้ากับการสอนทำอาหารไทยมาก”</p>
<p><strong>ปิยะ</strong><strong>:</strong> “ที่ตั้งของโรงเรียนเราจะได้เปรียบคนอื่น เพราะใกล้ตลาดเทวราช แยกเทเวศน์<br />
บางครั้งถ้าลูกค้าสนใจ เราอาจจะไปสอนกันตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัตถุดิบเลย ซึ่งก็จะเน้นให้ได้ของสดและมาจากในท้องถิ่นจริงๆ”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bkk-1.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bkk-21.jpg" /></p>
<p><strong>สอนทำอาหารไทยในแบบของตัวเอง<br />
</strong><strong style="background-color: initial;">ช่อทิพย์</strong><strong style="background-color: initial;">:</strong> “เราโชคดีที่ทีมงานแต่ละคนก็อยู่ในแวดวงของคนทำร้านอาหาร โรงแรมอยู่แล้ว ก่อนมาเปิด เราก็สำรวจตลาดมาแล้ว กลุ่มลูกค้าเป็นคนต่างชาติและคนวัยทำงานด้วย<br />
เมนูที่สอนก็เลยออกมาเป็นเมนูที่คนไทยก็ยังอยากมาเรียน ไม่ใช่แค่เมนูยอดฮิตไว้ขายฝรั่ง<br />
เช่น น้ำพริกและแกงเปรอะ”</p>
<p>“เราเคยเป็นเชฟมาก่อน ทำให้เกิดคำถามว่าบางอย่าง บางขั้นตอน จำเป็นต้องเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ<br />
เลยกลับมามองอาหารอย่างที่มันเป็นจริงๆ ในสายตาเรา อาหารคืออาหาร ถ้ามันอร่อยคือใช้ได้<br />
ไม่มีใครผิดใครถูก เรามีอาชีพรับปรึกษาเกี่ยวกับอาหาร ต้องคิดเมนูใหม่ตลอดเวลาด้วย<br />
เลยยิ่งไม่มีกรอบไปอีก ดังนั้น เวลาสอน<br />
เราจะสอนให้ผู้เรียนเข้าใจอาหาร ไม่ใช่มาเรียนแล้วได้สูตรไปอย่างเดียว เช่น สอนให้เข้าใจว่าวัตถุดิบแต่ละอย่างที่ใส่ไปเพื่ออะไร<br />
บางอย่างแพงมากโดยที่ไม่ได้จำเป็นก็อาจจะลดไปก็ได้ แล้วเวลาสอน เราจะทำรสชาติแบบดั้งเดิมเป็นเหมือนเดโมให้ชิมก่อน<br />
ถ้าชิมแล้วชอบรสชาติแบบไหนก็ดัดแปลงไปอย่างที่ชอบ มันไม่มีประโยชน์ที่จะทำแบบถูกตามหลักเป๊ะ<br />
แต่เขาไม่ได้เอาไปทำจริง”</p>
<p><strong>ฟังคนเรียนมากกว่าฟังเสียงตัวเอง<br />
</strong><strong style="background-color: initial;">ช่อทิพย์: </strong>“พอทำงานจุดนี้มากๆ<br />
เราได้เรียนรู้และรู้จักผ่อนปรน ทำตามที่ลูกค้าต้องการบ้าง<br />
เราเป็นเชฟมืออาชีพมักจะมองว่าอาหารที่ยากยิ่งท้าทาย ตอนแรกออกแบบคลาสสอนเป็นเมนูยากๆ<br />
คุ้มกับราคาที่ลูกค้าจ่ายและหาไม่ได้จากที่ไหน แต่จริงๆ เราลืมคิดถึงคนที่เขาทำอาหารไม่เป็น<br />
เขาอยากเรียนทำอาหารง่ายๆ อย่างแกงเขียวหวาน ผัดกะเพรา ข้าวซอย<br />
สรุปคือเราต้องมองว่าลูกค้าอยากได้อะไร มากกว่ายึดว่าอะไรที่อยากให้เขา บางทีเขาก็ไม่ได้ต้องการอะไรที่ซับซ้อน<br />
เขาแค่อยากทำอะไรที่ตัวเองเข้าถึงได้”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bkk-111.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bkk-3.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bkk-4.jpg" /></p>
<p><strong>สอนทำอาหารไม่ใช่งานง่าย<br />
</strong><strong style="background-color: initial;">ช่อทิพย์</strong><strong style="background-color: initial;">:</strong> “ถ้าอยากสอนทำอาหาร ต้องมองภาพรวมว่าการสอนทำอาหารเป็นงานที่ไม่ได้ทำอาหารสวยๆ<br />
เราต้องทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่เตรียมของเอามาล้าง จัดเป็นชุดสำหรับผู้เรียนแต่ละคน จนถึงจัดตารางเรียน แล้วไหนจะเรื่องเจ็บป่วยเราก็ต้องฝ่าฟัน เรารับสอนไปแล้ว<br />
ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องทำให้มันเกิดขึ้น แล้วเรามองว่า ถ้าอยากสอนทำอาหารก็ต้องใจกว้าง<br />
จะให้วิชาเขาก็ควรอธิบายให้รอบด้าน ไม่ได้เก็บไว้แล้วเอามาเปิดเป็นอีกคอร์สนึง<br />
นอกจากนั้นก็ต้องเป็นคนใจเย็น มีบางคนมาคนแกงจนไหม้กระทะมา 3 รอบแล้ว<br />
เราก็ต้องเข้าใจเขาว่าเขาไม่เคยทำ แล้วเราก็ต้องเป็นคนอดทนด้วย ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรก็ตาม<br />
คนเรียนไม่จำเป็นต้องรับรู้กับเรา มันจะมีปัญหาหน้างานตลอด ก็ต้องคุมสติ<br />
เขาไม่ต้องรู้ว่าวันนี้แก๊ซหมด เราสั่งแล้วเขาไม่มาส่ง เขารู้เพียงแต่ความอร่อย<br />
รสชาติเหมือนเดิม แม้ว่าเบื้องหลังจะมีอุปสรรคมากมายก็ตาม”</p>
<p><strong>เป็นมากกว่าโรงเรียน<br />
</strong><strong style="background-color: initial;">ช่อทิพย์: </strong>“จากตอนแรกที่เป็นแค่คลาสสอนทำอาหาร<br />
แต่ตัวพวกเราทุกคนเป็นเชฟ การทำอาหารคือสิ่งที่เราถนัด เลยคิดว่าช่วงว่างๆ น่าจะมาทำ<br />
Chef’s Table โดย Chef’s Table ของเราจัดตอนเย็น<br />
รับอย่างต่ำ 8 คน ราคาคนละ 1,500 บาท เป็นการทำสำรับอาหารมื้อเย็นให้ลูกค้าที่เราเป็นคนคิดเมนูเองทั้งหมด<br />
และบางเมนูจะทำให้เขาดูที่โต๊ะเลย ทำไปเล่าเรื่องราวของอาหารไป เป็นสิ่งที่แทบไม่มีที่ไหนทำ<br />
แล้วกลายเป็นว่าลูกค้าที่มาเรียนทำอาหาร ส่วนมากก็ต่อยอดมาจากสิ่งนี้ คือพอเขามาแล้วได้ลองทาน เขาชอบ อยากได้รสแบบนี้ เขาก็บอกต่อๆ กัน มาทั้งเรียนทั้งกิน<br />
นอกจากนี้ เรายังเปิดชั้นบนเป็นสตูดิโอ ให้เช่าสถานที่สำหรับจัดงานต่างๆ ด้วย ”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bkk-6.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bkk-10.jpg" /></p>
<p><strong style="background-color: initial;">ให้งานเป็นคนพูด<br />
</strong><strong style="background-color: initial;">ช่อทิพย์</strong><strong style="background-color: initial;">:</strong> “ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากการบอกต่อกัน และจากคนรู้จักของแต่ละคนที่เราทำงานด้านอาหารกันมา<br />
อย่างเพื่อนต่างชาติเวลามาเที่ยวที่ไทย จากเดิมเราก็เป็นคนพาเที่ยว พอเรามีร้าน เขาก็อยากมาที่ร้าน<br />
แล้วนอกจากคลาสสอนทำอาหาร เรายังมีเวิร์กช็อปนอกที่ชวนคนรู้จักที่มีฝีมือทำอาหารแบบต่างๆ<br />
แต่ไม่มีโอกาสที่จะเปิดสอนทำอาหาร มาร่วมเปิดสอนกับเราเป็นครั้งๆ ไป ซึ่งการทำแบบนี้ก็จะทำให้มีคนติดตามงานส่วนหนึ่ง<br />
ทำให้รู้จักเราเพิ่มมากขึ้น ส่วนชั้นบนที่เป็นสตูดิโอสำหรับเช่าสถานที่จัดงาน เราก็ได้เครดิตไปด้วย<br />
และเป็นการกระจายชื่อเราให้คนรู้จักมากขึ้นไปเอง”</p>
<p><strong>ปิยะ</strong><strong>:</strong> “เราไม่ได้พยายามทำการตลาดหรือประชาสัมพันธ์มาก แต่ที่จริงแล้ว เราก็พอใจในความเติบโตระดับนี้นะ เราไม่ได้อยากเติบโตแบบปริมาณ แต่อยากโตแบบลงลึก อยากเป็นมืออาชีพที่ตัวผลงานมากกว่า อย่างไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราเป็นหนึ่งในตัวแทนประเทศไทยรับหน้าที่ทำอาหารเสิร์ฟในงาน Thai Food Festival ณ สำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่นิวยอร์ก ซึ่งเขาก็รู้จักเรามาจากห้องเรียนสอนทำอาหารและชอบเราตรงที่อาหารมีความแปลกใหม่ ไม่ใช่แบบทัวริสต์”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bkk-13.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bkk-12.jpg" /></p>
<p><em>“เราดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคนที่สืบสานอาหารไทยในรูปแบบซึ่งไม่ยึดติดกับของดั้งเดิม<br />
ปีนี้คือปี 2016 แล้ว เราอยากให้อาหารไทยเข้ากับปัจจุบัน เพราะมันไม่มีประโยชน์ ถ้าเราจะสอนทำอาหารจานหนึ่งที่ผ่าน<br />
50 ขั้นตอน ออกมารสชาติอร่อยเลิศ แต่คนที่เรียนไม่ได้เอาไปทำต่อ ไม่มีใครได้กิน”</em></p>
<p><em>&#8211;ช่อทิพย์ อวยพรชัยสกุล</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Bangkok Bold Cooking<br />
Studio</strong></p>
<p><strong>ประเภทธุรกิจ:</strong> โรงเรียนสอนทำอาหาร<br />
<strong>คอนเซปต์:</strong> ที่รวบรวมศิลปะทุกแขนงเกี่ยวกับการทำอาหาร<br />
<strong>เจ้าของ:</strong> แอน-ศุภณัฐ คณารักษ์ (44 ปี) หน่อย-ช่อทิพย์ อวยพรชัยสกุล (34 ปี) ตะปู-ปิยะ ชยาภัม (31 ปี)<br />
<strong style="background-color: initial;">เว็บไซต์ :</strong> <a href="https://bangkokbold.com/">https://bangkokbold.com/<br />
</a><b style="background-color: initial;">Facebook | </b><a href="https://www.facebook.com/BangkokBoldCookingStudio/?fref=ts">Bangkok Bold Cooking Studio</a></p>
<p><strong style="background-color: initial;"><em>ภาพ </em></strong><em style="background-color: initial;">ช่อไพลิน ไพรบึง</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-11/">Bangkok Bold  Cooking Studio : สตูดิโอสอนทำอาหารไทยที่น่าตื่นตาตื่นใจในตึกแถวเก่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/shop-11/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คู่สีฉูดฉาดและลายเส้นไม่เนี้ยบแบบเด็กๆ ในภาพวาดของ juli baker and summer</title>
		<link>https://adaymagazine.com/port-10/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/port-10/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Jul 2016 18:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[illustrator]]></category>
		<category><![CDATA[juli baker and summer]]></category>
		<category><![CDATA[ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[นักวาดภาพประกอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพวาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/port-10/</guid>

					<description><![CDATA[<p>กำแพงสีเหลืองมัสตาร์ดที่ปะติดภาพวาดขนาดเล็กใหญ่ไม่เป็นระเบียบอยู่จนเต็ม เก้าอี้ยางสีเหลืองสดใสลาย Yellow Submarine ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจาก The Beatles Museum ลอนดอน รวมไปถึงตุ๊กตาปลาแซลมอนตัวเบิ้มแขวนลอยไปลอยมาจากเพดานที่ได้มาจากตลาดนัดรถไฟ ข้าวของมากมายสไตล์เฉพาะตัวในห้องทำงานของนักวาดภาพประกอบสาวร่างเล็ก ป่าน-ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ juli baker and summer คนนี้ คงพออธิบายผลงานภาพวาดลายเส้นยึกยือสีสันสดใสที่เราเห็นผ่านตากันจากหน้าปกอัลบั้ม Stay at Home ของสองพี่น้อง Plastic Plastic และหน้าปกนิตยสาร Cheeze ฉบับครบรอบ 12 ปีมาบ้าง การเติบโตมาในครอบครัวที่คุณพ่อเป็นแฟนตัวยงของวงดนตรี The Beatles ผู้ชอบสะสมแผ่นเสียงเพลงเก่าๆ และข้าวของวินเทจในยุคฮิปปี้ปี 70 ทำให้ป่านถูกแวดล้อมด้วยบรรยากาศของศิลปะมาตั้งแต่เด็กๆ รวมไปถึงได้สายตาไม่ธรรมดาที่หลุดจากกรอบเกณฑ์อย่างการระบายสีเส้นผมผู้หญิงเป็นสีชมพูแปร๋นจนคุณครูคิดว่ามีปัญหา แต่นั่นทำให้คุณแม่ตัดสินใจส่งป่านไปจับพู่กันและนั่งเรียนศิลปะตั้งแต่อนุบาล 3 ป่านเพิ่งเรียนจบจากสาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เจ้าตัวเลือกเรียนเพราะชอบสเกตช์แบบเสื้อผ้าผู้หญิงสวยๆ แต่ก็ได้รู้ว่าแฟชั่นไม่ได้มีแค่นั้น แต่ยังรวมถึงการไปเดินเลือกผ้า คุยกับช่างตัดเย็บและวางแผนการตลาด ซึ่งไม่ค่อยสนุกนักในสายตาของป่าน แต่นั่นก็ทำให้สาวนักวาดภาพประกอบคนนี้ชัดเจนกับตัวเองมากขึ้นว่า การวาดภาพคือสิ่งที่ชอบและทำได้ดีที่สุดจริงๆ ถึงไม่มีคำจำกัดความชัดเจน แต่ป่านบอกเราว่างานของเธอเป็นแนวกึ่งๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/port-10/">คู่สีฉูดฉาดและลายเส้นไม่เนี้ยบแบบเด็กๆ ในภาพวาดของ juli baker and summer</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กำแพงสีเหลืองมัสตาร์ดที่ปะติดภาพวาดขนาดเล็กใหญ่ไม่เป็นระเบียบอยู่จนเต็ม เก้าอี้ยางสีเหลืองสดใสลาย Yellow Submarine ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจาก The Beatles Museum ลอนดอน รวมไปถึงตุ๊กตาปลาแซลมอนตัวเบิ้มแขวนลอยไปลอยมาจากเพดานที่ได้มาจากตลาดนัดรถไฟ</p>
<p>ข้าวของมากมายสไตล์เฉพาะตัวในห้องทำงานของนักวาดภาพประกอบสาวร่างเล็ก <strong>ป่าน-ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา</strong> หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ <strong>juli baker and summer </strong>คนนี้ คงพออธิบายผลงานภาพวาดลายเส้นยึกยือสีสันสดใสที่เราเห็นผ่านตากันจากหน้าปกอัลบั้ม Stay at Home ของสองพี่น้อง Plastic Plastic และหน้าปกนิตยสาร Cheeze ฉบับครบรอบ 12 ปีมาบ้าง</p>
<p>การเติบโตมาในครอบครัวที่คุณพ่อเป็นแฟนตัวยงของวงดนตรี The Beatles ผู้ชอบสะสมแผ่นเสียงเพลงเก่าๆ และข้าวของวินเทจในยุคฮิปปี้ปี 70 ทำให้ป่านถูกแวดล้อมด้วยบรรยากาศของศิลปะมาตั้งแต่เด็กๆ รวมไปถึงได้สายตาไม่ธรรมดาที่หลุดจากกรอบเกณฑ์อย่างการระบายสีเส้นผมผู้หญิงเป็นสีชมพูแปร๋นจนคุณครูคิดว่ามีปัญหา แต่นั่นทำให้คุณแม่ตัดสินใจส่งป่านไปจับพู่กันและนั่งเรียนศิลปะตั้งแต่อนุบาล 3</p>
<p>ป่านเพิ่งเรียนจบจากสาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เจ้าตัวเลือกเรียนเพราะชอบสเกตช์แบบเสื้อผ้าผู้หญิงสวยๆ แต่ก็ได้รู้ว่าแฟชั่นไม่ได้มีแค่นั้น แต่ยังรวมถึงการไปเดินเลือกผ้า คุยกับช่างตัดเย็บและวางแผนการตลาด ซึ่งไม่ค่อยสนุกนักในสายตาของป่าน แต่นั่นก็ทำให้สาวนักวาดภาพประกอบคนนี้ชัดเจนกับตัวเองมากขึ้นว่า การวาดภาพคือสิ่งที่ชอบและทำได้ดีที่สุดจริงๆ</p>
<p>ถึงไม่มีคำจำกัดความชัดเจน แต่ป่านบอกเราว่างานของเธอเป็นแนวกึ่งๆ Naive Art เหมือนภาพที่เราวาดกันตอนเด็ก คือไม่ต้องเหมือน ไม่สมบูรณ์แบบ แค่ลากเส้นไปโดยไม่คิดมาก และจับคู่สีโดยใช้เซนส์ส่วนตัวว่าน่าจะเข้ากันได้มาละเลงโดยมองข้ามทฤษฎีสีที่เรียนมา (&#8220;หรือบางทีในจานสีเหลือสีอะไรก็ใช้สีนั้น&#8221; ป่านบอกแล้วโชว์ให้เราดูจานสีที่มีแผ่นสีอะคริลิกแห้งๆ ติดอยู่จนเป็นงานศิลปะอีกชิ้นหนึ่งได้เลย)</p>
<p>รายละเอียดเล็กน้อยในชีวิตที่ป่านสังเกตจากผู้คนอย่างการแต่งกาย สิ่งที่ได้จากภาพยนตร์ เสียงเพลง รวมถึงการเดินทางอย่างตอนที่ไปฝึกงานด้านแฟชั่นไกลถึงเบอร์ลิน ล้วนถูกถ่ายทอดผ่านฝีแปรงและสีอะคริลิกสุดดิบเห็นรอยแปรงที่ลากผ่านการลงสีทับซ้ำๆ และการผสมกันของสีที่แยกชั้นกันจนแข็งตัว รวมไปถึงสัมผัสนูนๆ ที่สีชนิดอื่นก็ให้ไม่ได้ นักวาดภาพประกอบสาวในกรอบแว่นกลมบอกเราว่านี่เป็นแนวทางที่วาดแล้วสบายใจ และพบว่าก็มีศิลปินที่วาดภาพโดยไม่สนใจความเหมือนหรือถูกต้องเยอะไป อย่างเดวิด ฮอคนีย์, วินเซนต์ แวน โก๊ะห์ รวมไปถึงตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/port-22.jpg" alt="juli baker and summer" width="750" height="500" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/port-32.jpg" alt="juli baker and summer" width="750" height="500" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/port-42.jpg" alt="juli baker and summer" width="750" height="500" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/port-51.jpg" alt="juli baker and summer" width="750" height="500" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/port-62.jpg" alt="juli baker and summer" width="750" height="500" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/port-72.jpg" alt="juli baker and summer" width="750" height="500" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/port-82.jpg" alt="juli baker and summer" width="750" height="500" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/port-91.jpg" alt="juli baker and summer" width="750" height="500" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/port-111.jpg" alt="juli baker and summer" width="750" height="500" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/port-121.jpg" alt="juli baker and summer" width="750" height="500" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/port-101.jpg" alt="juli baker and summer" width="750" height="500" /></p>
<p>&#8220;แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้อยากหยุดอยู่แค่สไตล์นี้ อยากเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพราะถ้าเหมือนเดิมมันก็คงน่าเบื่อ ปีหน้าเราวางแผนว่าจะไปเรียนต่อปริญญาโทด้านศิลปะ เพราะอยากกลับมาเปิดโรงเรียนสอนศิลปะเด็ก ฟังดูน่าสนุกดี อยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างเพราะอาชีพเราปกติก็ไม่ได้ช่วยอะไรใครมาก เราทำส่วนของเราให้ดีที่สุด ทำเท่าที่ความสามารถเราทำได้ ซึ่งเราว่าศิลปะจำเป็นกับเด็กนะ&#8221; ป่านบอกเราถึงแผนการในเส้นทางสายศิลปะที่วางไว้ และเราก็เชื่อว่าน่าจะได้เห็นงานสีสันแปลกๆ ในแบบ juli baker and summer ไปปรากฏอยู่ในสื่อหลากหลายประเภทขึ้นแน่นอนล่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/port-141.jpg" alt="juli baker and summer" width="750" height="500" /></p>
<p>facebook | <a href="https://www.facebook.com/julibakerandsummer/">juli baker and summer</a></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/port-10/">คู่สีฉูดฉาดและลายเส้นไม่เนี้ยบแบบเด็กๆ ในภาพวาดของ juli baker and summer</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/port-10/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศิลปะบนผืนผ้าของ นพเก้า เนตรบุตร</title>
		<link>https://adaymagazine.com/port-6/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/port-6/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[แพรวนภางค์ กัปตัน]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 May 2016 05:45:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[นพเก้า เนตรบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้า]]></category>
		<category><![CDATA[doknommeaw play]]></category>
		<category><![CDATA[การปักผ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/port-6/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าหากใครชวนปักผ้า เราคงส่ายหน้า ยิ้มแหยๆ เพราะหลับตานึกในหัวก็มีแต่ภาพหญิงสาวสวมอินเนอร์แม่พลอย ปักงานเนี้ยบ งดงามจนจับต้องได้ยาก แต่งานปักสวยเก๋ไม่ซ้ำใครของ นพเก้า เนตรบุตร หรือครูอ๋ายของนักเรียนปักผ้า ทำให้ภาพนั้นเลือนรางลง แถมยังชวนให้คันไม้คันมืออยากหยิบเข็มมาปักผ้าสักผืน ครูสอนปักผ้าผู้มีผลงานโดดเด่นสะดุดตาเล่าว่า เธอคลุกคลีอยู่ในวงการโฆษณามาตั้งแต่เรียนจบนิเทศศาสตร์ ทำงานในตำแหน่งอย่างทราฟฟิกและโปรดิวเซอร์ของบริษัทชื่อดัง แต่ภายหลังกลับรู้สึกเบื่องานที่ทำอยู่ จนไม่ค่อยอยากตื่นมาทำงานในแต่ละวัน เธอจึงเริ่มหันไปทำสิ่งอื่นนอกจากงานประจำ เข้าเวิร์กช็อปงานฝีมือหลากหลายแขนงเพื่อค้นหาตัวเอง จนมาหลงรักงานปักผ้าที่ช่วยเยียวยาความเครียดและความทุกข์ใจที่มีอยู่ จากงานอดิเรก กลายมาเป็นงานสอนปักผ้าแบบพาร์ตไทม์ จนสุดท้ายนพเก้าก็ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาเป็นครูสอนปักผ้าเต็มตัวถึงปัจจุบันเป็นเวลา 2 ปีแล้ว สำหรับนพเก้า งานปักผ้าในสายตาของเธอคืองานศิลปะมากกว่างานฝีมือ มันคือการวาดภาพสื่อสารเรื่องราวด้วยเข็มแทนดินสอ ลงบนผืนผ้าแทนกระดาษ โดยเน้นฟังเสียงจากใจมากกว่าเรื่องเทคนิคตามตำรา นพเก้าชอบปักผ้าเป็นรูปผู้คน เลือกใช้สีสันละลานตา ผสมผสานวัสดุอื่นอย่างลูกปัดและขนนกเข้ากับเส้นด้าย ผลงานแต่ละชิ้นของเธอเกิดจากความรู้สึกที่อยากเล่าเรื่องแล้วเริ่มวาดภาพ ออกแบบลายคร่าวๆ ลงกระดาษลอกลาย (tracing paper) ถอดลายจากกระดาษลงบนผืนผ้า แล้วลงมือปักโดยเน้นการด้นสดมากกว่าปักตามภาพจริง งาน 1 ผืนใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม นพเก้าไม่ได้รับงานปักตามสั่ง ยกเว้นงานปักผ้าเป็นปกหนังสือที่เธออยากทำ รวมถึงผ้าที่ปักแล้วก็ไม่ได้นำมาทำเป็นสิ่งของที่ขายได้อย่างเสื้อและกระเป๋า (ทั้งที่เรามั่นใจมากว่าถ้าทำขายต้องมีคนอยากซื้อแน่) แต่ปล่อยให้เป็นผืนผ้าดังเดิม สะสมไว้เรื่อยๆ เพื่อจัดนิทรรศการในอนาคต “เวลาเราทำงานกราฟิก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/port-6/">ศิลปะบนผืนผ้าของ นพเก้า เนตรบุตร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าหากใครชวนปักผ้า เราคงส่ายหน้า ยิ้มแหยๆ เพราะหลับตานึกในหัวก็มีแต่ภาพหญิงสาวสวมอินเนอร์แม่พลอย<br />
ปักงานเนี้ยบ งดงามจนจับต้องได้ยาก แต่งานปักสวยเก๋ไม่ซ้ำใครของ <strong>นพเก้า เนตรบุตร</strong><br />
หรือครูอ๋ายของนักเรียนปักผ้า ทำให้ภาพนั้นเลือนรางลง แถมยังชวนให้คันไม้คันมืออยากหยิบเข็มมาปักผ้าสักผืน</p>
<p>ครูสอนปักผ้าผู้มีผลงานโดดเด่นสะดุดตาเล่าว่า<br />
เธอคลุกคลีอยู่ในวงการโฆษณามาตั้งแต่เรียนจบนิเทศศาสตร์ ทำงานในตำแหน่งอย่างทราฟฟิกและโปรดิวเซอร์ของบริษัทชื่อดัง<br />
แต่ภายหลังกลับรู้สึกเบื่องานที่ทำอยู่ จนไม่ค่อยอยากตื่นมาทำงานในแต่ละวัน<br />
เธอจึงเริ่มหันไปทำสิ่งอื่นนอกจากงานประจำ เข้าเวิร์กช็อปงานฝีมือหลากหลายแขนงเพื่อค้นหาตัวเอง<br />
จนมาหลงรักงานปักผ้าที่ช่วยเยียวยาความเครียดและความทุกข์ใจที่มีอยู่ จากงานอดิเรก กลายมาเป็นงานสอนปักผ้าแบบพาร์ตไทม์<br />
จนสุดท้ายนพเก้าก็ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาเป็นครูสอนปักผ้าเต็มตัวถึงปัจจุบันเป็นเวลา<br />
2 ปีแล้ว</p>
<p>สำหรับนพเก้า งานปักผ้าในสายตาของเธอคืองานศิลปะมากกว่างานฝีมือ<br />
มันคือการวาดภาพสื่อสารเรื่องราวด้วยเข็มแทนดินสอ ลงบนผืนผ้าแทนกระดาษ โดยเน้นฟังเสียงจากใจมากกว่าเรื่องเทคนิคตามตำรา<br />
นพเก้าชอบปักผ้าเป็นรูปผู้คน เลือกใช้สีสันละลานตา ผสมผสานวัสดุอื่นอย่างลูกปัดและขนนกเข้ากับเส้นด้าย<br />
ผลงานแต่ละชิ้นของเธอเกิดจากความรู้สึกที่อยากเล่าเรื่องแล้วเริ่มวาดภาพ<br />
ออกแบบลายคร่าวๆ ลงกระดาษลอกลาย (tracing paper) ถอดลายจากกระดาษลงบนผืนผ้า<br />
แล้วลงมือปักโดยเน้นการด้นสดมากกว่าปักตามภาพจริง งาน 1 ผืนใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์<br />
อย่างไรก็ตาม นพเก้าไม่ได้รับงานปักตามสั่ง<br />
ยกเว้นงานปักผ้าเป็นปกหนังสือที่เธออยากทำ รวมถึงผ้าที่ปักแล้วก็ไม่ได้นำมาทำเป็นสิ่งของที่ขายได้อย่างเสื้อและกระเป๋า<br />
(ทั้งที่เรามั่นใจมากว่าถ้าทำขายต้องมีคนอยากซื้อแน่) แต่ปล่อยให้เป็นผืนผ้าดังเดิม<br />
สะสมไว้เรื่อยๆ เพื่อจัดนิทรรศการในอนาคต</p>
<p>“เวลาเราทำงานกราฟิก<br />
วาดรูปในคอมพิวเตอร์ ความเป็นดิจิทัลมันหยาบมาก ไฟดับสักครั้งก็หายไปแล้ว อันไหนไม่ชอบก็กดย้อนกลับได้ทุกอย่าง<br />
เรารู้สึกว่ามันไม่จริง แต่การปักผ้ามันคือความจริง ต้องทำถึงจะได้<br />
อยากได้เท่าไหร่ก็ต้องแทงเข็มเท่านั้น มันไม่มีคำสั่งอัตโนมัติ<br />
ไม่มีคำสั่งเพิ่มจำนวนคูณสอง สิ่งนี้ช่วยให้เรายอมรับความจริง<br />
เพราะไม่มีอะไรมาช่วยเราได้เลย ก็ต้องนั่งปักไป แล้วพอเรายอมรับได้<br />
ไม่โมโหกับความช้า เราก็ไม่โมโหกับอย่างอื่น เจอคนอื่นทำอะไรมา เราก็พยายามหาเหตุผลเพื่อมาเข้าใจ<br />
ช่วยให้เราปล่อยวางได้มากขึ้น และเมื่อทำเสร็จ เราก็จะได้ชิ้นงาน<br />
ได้ความนับถือตัวเอง” นพเก้ากล่าว</p>
<p>ในอนาคต<br />
นอกจากตั้งใจจะจัดนิทรรศการของตัวเอง นพเก้ายังอยากเปิดคอร์สเรียนให้คนมาปักผ้าเพื่อบำบัดความทุกข์ในจิตใจ<br />
และหวังจะยกระดับการปักผ้าให้เป็นที่ยอมรับในฐานะงานศิลปะ</p>
<p>แต่ไม่ว่าเป้าหมายเหล่านี้จะเป็นจริงหรือไม่<br />
เราเชื่อว่าแค่ได้ทำสิ่งที่รักในทุกๆ วัน นพเก้าก็มีความสุขแล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-port-6-1.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-port-6-2.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-port-6-3.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-port-6-4.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-port-6-5.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-port-6-6.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-port-6-7.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-port-6-8.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-port-6-9.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-port-6-10.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-port-6-11.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-port-6-12.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-port-6-13.jpg" /></p>
<p>facebook.com l <a href="https://web.facebook.com/doknommeawhandmade/?fref=ts">Doknommeaw Play</a></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ช่อไพลิน ไพรบึง และ นพเก้า เนตรบุตร</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/port-6/">ศิลปะบนผืนผ้าของ นพเก้า เนตรบุตร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/port-6/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กินเพื่ออยู่ : เสาชิงช้า</title>
		<link>https://adaymagazine.com/eat-6/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/eat-6/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[แพรวนภางค์ กัปตัน]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 May 2016 07:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านเจ้ต้อย]]></category>
		<category><![CDATA[เสาชิงช้า]]></category>
		<category><![CDATA[กินเพื่ออยู่ อยู่เพื่อกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านลั่นฟ้าข้าวมันไก่]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านมิตรโภชนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพรโภชนา]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านเจ้นีเผือกหิมะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/eat-6/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปลายเดือนนี้เราขอนำเสนอของอร่อยกระเป๋าไม่ฉีก แถมประหยัดค่าเดินทางสุดๆ เพราะแต่ละร้านเรียงรายกันในย่านเสาชิงช้า พระนคร รับรองความอร่อยระดับตำนาน แถมได้รับการบริการอย่างเป็นกันเอง 1. ข้าวมันไก่ ร้านลั่นฟ้าข้าวมันไก่ เมนูข้าวมันไก่ลั่นฟ้าได้จากการประยุกต์สูตรข้าวมันไก่เบตงที่เจ้าของคลุกคลีมากว่า 20 ปี ใช้ไก่พันธุ์ไทยที่ใกล้เคียงไก่เบตงแท้ ทำให้เนื้อไก่เคี้ยวพอดีไม่เหนียวหรือนุ่มจนเกินไป ทั้งวิธีการต้มอย่างพิถีพิถันทำให้ไก่ไม่คาว นุ่มในตัว แถมหนังไม่มันเลี่ยนเคี้ยวเพลิน หัวใจหลักของร้านคือน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวที่ปรุงรสให้จัดจ้านขึ้นและเพิ่มส่วนเครื่องเทศ กินคู่กับข้าวมันจากข้าวหอมมะลิอย่างดีหุงกับน้ำต้มไก่ น่าแปลกที่ข้าวไม่ค่อยมันมาก แต่เป็นยางเหนียว หอมโชย ส่วนใครที่ชอบเครื่องใน สั่งพิเศษได้ รับรองไม่คาว แอบกระซิบหากมาเร็วมีไข่อ่อนยางมะตูมให้สั่งด้วย ราคา: ข้าวมันไก่ (ธรรรมดา 40 บาท / เครื่องในและไข่เพิ่ม 10 บาท) ตำแหน่งร้าน: 140 ถนนมหรรณพ เสาชิงช้า พระนคร เวลาเปิด-ปิด: 06.00 &#8211; 14.00 น. ปิดวันจันทร์ ติดต่อ: โทร. 0-2224-1318 2. กระเพาะปลา ร้านมิตรโภชนา ตำรับความอร่อยที่สืบต่อกันมาจนรุ่นที่ 3 นับตั้งแต่อากงที่นำสูตรมาจากเมืองจีน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eat-6/">กินเพื่ออยู่ : เสาชิงช้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปลายเดือนนี้เราขอนำเสนอของอร่อยกระเป๋าไม่ฉีก<br />
แถมประหยัดค่าเดินทางสุดๆ เพราะแต่ละร้านเรียงรายกันในย่านเสาชิงช้า พระนคร<br />
รับรองความอร่อยระดับตำนาน แถมได้รับการบริการอย่างเป็นกันเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-eat-6-1.jpg" /></p>
<h3>1. ข้าวมันไก่<br />
ร้านลั่นฟ้าข้าวมันไก่</h3>
<p>เมนูข้าวมันไก่ลั่นฟ้าได้จากการประยุกต์สูตรข้าวมันไก่เบตงที่เจ้าของคลุกคลีมากว่า<br />
20 ปี<br />
ใช้ไก่พันธุ์ไทยที่ใกล้เคียงไก่เบตงแท้ ทำให้เนื้อไก่เคี้ยวพอดีไม่เหนียวหรือนุ่มจนเกินไป<br />
ทั้งวิธีการต้มอย่างพิถีพิถันทำให้ไก่ไม่คาว นุ่มในตัว แถมหนังไม่มันเลี่ยนเคี้ยวเพลิน<br />
หัวใจหลักของร้านคือน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวที่ปรุงรสให้จัดจ้านขึ้นและเพิ่มส่วนเครื่องเทศ กินคู่กับข้าวมันจากข้าวหอมมะลิอย่างดีหุงกับน้ำต้มไก่<br />
น่าแปลกที่ข้าวไม่ค่อยมันมาก แต่เป็นยางเหนียว หอมโชย ส่วนใครที่ชอบเครื่องใน<br />
สั่งพิเศษได้ รับรองไม่คาว แอบกระซิบหากมาเร็วมีไข่อ่อนยางมะตูมให้สั่งด้วย</p>
<p><strong>ราคา: </strong>ข้าวมันไก่ (ธรรรมดา 40 บาท / เครื่องในและไข่เพิ่ม<br />
10 บาท)</p>
<p><strong>ตำแหน่งร้าน:</strong><br />
140 ถนนมหรรณพ เสาชิงช้า พระนคร<br />
<strong>เวลาเปิด-ปิด:</strong> 06.00 &#8211; 14.00 น. ปิดวันจันทร์<br />
<strong>ติดต่อ:</strong> โทร. 0-2224-1318</p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-eat-6-2.jpg" /></p>
<h3>2. กระเพาะปลา<br />
ร้านมิตรโภชนา</h3>
<p>ตำรับความอร่อยที่สืบต่อกันมาจนรุ่นที่<br />
3 นับตั้งแต่อากงที่นำสูตรมาจากเมืองจีน ถ้วยกระเพาะปลาที่เสิร์ฟตรงหน้าร้อนๆ หอมกรุ่น<br />
มีเลือดเป็ดให้ความหนึบกำลังดีไม่คาว ไข่นกกระทา ไก่ตุ๋น และกระเพาะปลา ที่แตกต่างจากเจ้าอื่นคือไม่ใส่หน่อไม้เพราะจะไปกลบรสชาติน้ำซุปสูตรเด็ดของร้าน<br />
สูตรไม่ใส่แป้งมันแต่เคี่ยวน้ำซุปไก่จนข้นกว่า 4 ชั่วโมงแทน<br />
ที่สำคัญ กระเพาะปลายังคัดสรรอย่างดีเลือกใช้แบบหลอดมากกว่าแบบแผ่นที่ให้รสชาติดีและดูดน้ำซุปมากกว่า<br />
เมื่อกัดไปปุ๊บฉ่ำน้ำซุปเต็มคำ</p>
<p><strong>ราคา: </strong>กระเพาะปลา (ธรรมดา 50 บาท / กลับบ้านเพิ่ม<br />
10 บาทเป็นกล่องพร้อมอุ่นไมโครเวฟ)</p>
<p><b style="background-color: initial;">ตำแหน่งร้าน:<br />
</b>90 ถนนมหรรณพ เสาชิงช้า พระนคร (อีกสาขาที่สีลม ตรงข้ามโรงพยาบาลเลิดสิน)<br />
<b style="background-color: initial;">เวลาเปิด-ปิด:</b> ทุกวัน 07.00 &#8211; 14.00 น.<br />
<b style="background-color: initial;">ติดต่อ:</b> โทร. 0-2224-1250</p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-eat-6-5.jpg" /></p>
<h3>3. ต้มยำไข่ปลา<br />
ร้านศิริพรโภชนา</h3>
<p>ศิริพรโภชนาร้านอาหารเก่าแก่มีเมนูหลากหลาย เช่น<br />
ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ จนถึงอาหารตามสั่ง แต่เมนูเด็ดที่ถูกบอกต่อปากคือต้มยำไข่ปลาถ้วยนี้<br />
แค่วางตรงหน้าก็แทบอดใจไม่อยู่ ก็กลิ่นหอมเครื่องเทศ มะนาว<br />
และน้ำปลา โชยมาซะขนาดนั้น รสชาติเครื่องเทศนำ ตามด้วยเปรี้ยวและเค็ม<br />
ใส่พริกมาหมดสวนเหมาทั้งสดทั้งแห้ง จัดจ้าน จี๊ดจ๊าดถึงใจ<br />
เรื่องวัตถุดิบเน้นเนื้อปลากะพงชิ้นสดๆ ไม่เละ ไข่ปลาแน่นเป็นพู รสมัน เจ้าของร้านบอกว่าไม่มีเครื่องปรุงหรือเคล็ดลับใดๆ<br />
ที่ใส่ต่างจากเจ้าอื่น เพียงตั้งใจทำเมนูธรรมดาให้มีความอร่อย ซึ่งรับรองเลยว่ารสชาติพิเศษจริงๆ</p>
<p><strong>ราคา:</strong> ต้มยำไข่ปลา (เลือกได้ทั้งเนื้อล้วน ไข่ล้วน หรือแบบผสม ไซส์ M<br />
100 บาท / ไซส์ L 150 บาท)</p>
<p><b style="background-color: initial;">ตำแหน่งร้าน:</b><br />
152 ถนนมหรรณพ เสาชิงช้า พระนคร<br />
<b style="background-color: initial;">เวลาเปิด-ปิด:</b> ทุกวัน 07.00 &#8211; 19.00 น. แต่เมนูนี้ต้องรอเวลา 10.00 น. เป็นต้นไป<br />
<b style="background-color: initial;">ติดต่อ:</b> โทร. 0-2224-1287</p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-eat-6-3.jpg" /></p>
<h3>4. เผือกหิมะ ร้านเจ้นีเผือกหิมะ</h3>
<p>หน้าตาน่ากินไม่แพ้ชื่อเลย<br />
เผือกหั่นชิ้นใหญ่ทอดพร้อมใบเตย แล้วมาคลุกหิมะ<br />
หิมะที่ว่าคือน้ำตาลทรายขาวอย่างดีเคี่ยวผสมต้นหอม<br />
กลิ่นเจ้าเผือกหิมะชวนให้น้ำลายสอมาก<br />
เจ้นีบอกว่า เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกเผือกให้หัวใหญ่พอดี จะทำให้เผือกหิมะกรอบนอก<br />
ข้างในนุ่มร่วนซุย หอมมัน ผสมกับรสหวานน้ำตาลที่เคลือบ รสชาติเข้ากันดีมาก<br />
ใครมาย่านนี้อย่าพลาดเผือกหิมะเป็นอันขาด</p>
<p><strong>ราคา: </strong>เผือกหิมะ (กล่องละ 60 บาท)<br />
<b style="background-color: initial;">ตำแหน่งร้าน:</b><br />
303 ถนนตะนาว เสาชิงช้า พระนคร หน้าศาลเจ้าพ่อเสือ<br />
(มีอีกสาขาที่โครงการท่ามหาราช ติดกับท่าเรือที่ 3)</p>
<p><b style="background-color: initial;">เวลาเปิด-ปิด:</b><br />
ทุกวัน 09.00 &#8211; 17.00 น.</p>
<p><b style="background-color: initial;">ติดต่อ:</b> <a href="https://facebook.com/jaeneepuekhima/?_rdr"> https://facebook.com/jaeneepuekhima/?_rdr </a> โทร. 0-2224-6526</p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-eat-6-4.jpg" /></p>
<h3>5. กุ้ยช่าย<br />
ร้านเจ๊ต้อย</h3>
<p>กุ้ยช่ายต้นตำรับของย่านนี้<br />
หน้าตาน่ากินมาก ดัดแปลงให้มีรูปร่างกลมจะได้จุไส้ได้เต็มคำ แป้งบางเห็นไส้เน้นๆ<br />
แค่กัดคำแรกถึงไม่ใส่น้ำจิ้มก็ได้รสหวานของผักเต็มคำ ยิ่งใส่น้ำจิ้มยิ่งได้รสชาติ<br />
มีไส้ให้เลือก 5 ไส้ ได้แก่<br />
กุ้ยช่าย กระหล่ำปลีเห็ดหอม เผือก มันแกว และหน่อไม้กุ้งแห้ง<br />
สูตรทางร้านเน้นคุณภาพวัตถุดิบ<br />
เอารสธรรมชาติของแต่ละไส้เป็นตัวชูโรงไม่ปรุงรสมากเกิน<br />
ทำวันต่อวันไม่เหลือค้างแน่นอน</p>
<p><strong>ราคา:</strong> กุ้ยช่าย (ลูกละ<br />
6 บาท คละไส้ได้ / ขายอย่างต่ำ 10 ลูก)</p>
<p><b style="background-color: initial;">ตำแหน่งร้าน:<br />
</b>122 ถนนมหรรณพ เสาชิงช้า พระนคร<br />
<b style="background-color: initial;">เวลาเปิด-ปิด:</b> ทุกวัน 07.00 &#8211; 15.00 น.<br />
<b style="background-color: initial;">ติดต่อ:</b> โทร. 0-2622-1221</p>
<hr />
<p><em><strong>ภาพ</strong> ช่อไพลิน ไพรบึง</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eat-6/">กินเพื่ออยู่ : เสาชิงช้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/eat-6/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
