Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
มนุษย์เราทำร้ายกันผ่านเสียงหัวเราะบ่อยเพียงใด ใน A Horse Walks into a Bar

มนุษย์เราทำร้ายกันผ่านเสียงหัวเราะบ่อยเพียงใด ใน A Horse Walks into a Bar

07/03/2020
Reason to read
AUTHOR: คาลิล พิศสุวรรณ
SHARE:

 ในเดือนมิถุนายนปี 2017 A Horse Walks into a Bar นวนิยายของ David Grossman นักเขียนชาวอิสราเอล ได้รับรางวัล Man Booker International Prize ความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ว่าหากคุณได้อ่านเรื่องย่อของนวนิยายเล่มนี้ A Horse Walks into a Bar คือเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่เดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อเล่าเรื่องตลกปัญหาคือโจ๊กที่เขาเล่ามันไม่ค่อยจะตลก

 พูดให้ชัดขึ้นคือ หากคุณคาดหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะทำให้หัวเราะคุณอาจต้องผิดหวังเกริ่นมาแค่นี้ก็ดูไม่น่าอ่านแล้วใช่ไหมล่ะเพราะจะมีใครอยากฟังเรื่องตลกที่ไม่ชวนให้ตลกกันบ้างจริงไหม?

 

 สารภาพตรงๆว่าผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่หยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านด้วยความคาดหวังผิดๆเพราะจากที่คิดว่าจะได้หัวเราะผมกลับต้องเสียน้ำตาซะงั้น เล่าคร่าวๆ A Horse Walks into a Bar คือฉากชีวิตของ Dovaleh Greenstein ตลกท้องถิ่นวัย 57 ปีที่อยู่มาวันหนึ่งเขาก็เชิญชวนเพื่อนเก่ามาฟังเรื่องตลกของเขาในบาร์เล็กๆทั้งนี้เรื่องราวในค่ำคืนนั้นไม่ได้ถูกบอกเล่าผ่านกรีนสไตน์ที่กำลังเล่าเรื่องตลกอยู่บนเวทีหากเป็นน้ำเสียงของเพื่อนคนหนึ่งที่ได้รับเชิญมาดูการแสดงตลกสแตนด์อัพครั้งนี้ กรีนสไตน์บอกกับเพื่อนคนนี้ในคืนก่อนการแสดงว่า “ฉันอยากให้นายมาดูฉันแล้วบอกฉันว่านายเห็นอะไร”

 กลายเป็นว่านอกจากเรื่องตลกที่กรีนสไตน์เล่าจะไม่ค่อยขำแล้วไม่นานคนดูก็ค่อยๆพบว่าเป้าหมายของเดี่ยวไมโครโฟนนี้ไม่ได้มีเพื่อให้คนดูขำแต่คือการ ‘เปิดเผย’ และ ‘สารภาพ’ เรื่องเศร้าบาดแผลและความเจ็บปวดของเขา ที่พาดเกี่ยวอยู่กับคนดูทุกๆคนตลกท้องถิ่นคนนี้กำลังป่วยหนักและชีวิตในแต่ละวันของเขาก็ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่และแน่นอนว่าคนดูบางคนเองก็ไม่ค่อยพอใจที่พวกเขาต้องมาฟังอะไรก็ไม่รู้

 ผ่านการแสดงตลกสแตนด์อัพของกรีนสไตน์จุดหนึ่งที่กรอสแมนเปิดเผยให้เห็นคือรูปแบบต่างๆของเรื่องเล่าที่สานสัมพันธ์กันภายใต้ฉากหน้าของมุกตลกไม่ว่าจะเป็นโจ๊กหยาบคายการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นปัญหาต่างๆการคร่ำครวญของดาราตลกการเล่าย้อนความทรงจำในขณะเดียวกันเรื่องเล่าต่างๆก็สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟังในแง่ที่คนดูเองก็แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบกลับมายังดาราตลกเช่นกัน อย่างที่ในช่วงหนึ่งระหว่างการแสดงกรีนสไตน์กล่าวกับคนดูว่า

 “เพราะแท้ที่จริงแล้วการแสดงตลกสแตนด์อัพคืออะไรเคยพินิจไตร่ตรองกันบ้างไหมตอบให้ก็ได้พี่น้องชาวเนทันยาถ้าจะว่ากันจริงๆแล้วมันเป็นความบันเทิงที่น่าสมเพชที่สุดนี่พูดอย่างสัตย์จริงเลยนะเพราะอะไรน่ะหรือเพราะพวกคุณแทบได้กลิ่นเหงื่อของพวกเราได้เลย! ความพยายามสร้างเสียงหัวเราะให้กับพวกคุณ! นี่ล่ะเหตุผล!

 “คุณเห็นความเครียดบนใบหน้าของเราความเครียดของการต้องทำทุกอย่างให้คนขำไม่ว่าจะด้วยราคาค่างวดแค่ไหนการที่เราแทบจะอ้อนวอนขอให้คุณรักเรา”

 

 ผมคิดว่าคำพูดของกรีนสไตน์สะท้อนให้เห็นเงื่อนไขและความท้าทายของการแสดงตลกสแตนด์อัพได้อย่างน่าคิดนั่นคือทำยังไงคนดูถึงจะหัวเราะกับมุกตลกที่เตรียมเอาไว้เสียงหัวเราะสำหรับนักแสดงตลกไม่ได้มีความหมายแค่ชัยชนะเพราะขณะที่มุกหนึ่งอาจทำให้คนดูขบขันแต่พร้อมๆกันนั้นมันก็ได้สร้างความคาดหวังต่อมุกตลกอื่นๆที่กำลังจะตามมาในแง่นี้คนดูจึงสร้างความตึงเครียดให้กับนักแสดงตลก เพราะความคาดหวังของพวกเขาจำเป็นต้องถูกตอบสนองอยู่เรื่อยๆ

 ทว่า A Horse Walks into a Bar คล้ายจะกลับหัวกลับหางความคิดนี้โดยเลือกที่จะ ‘ไม่ตอบสนองความคาดหวังที่คนดูจะหัวเราะ’ ผ่านเรื่องเล่าของกรีนสไตน์ไม่เพียงแต่คนดูจะพบว่ายิ่งการแสดงดำเนินไปเสียงหัวเราะก็ยิ่งลดน้อยลงเรื่อยๆเท่านั้นหากอาการตลกขบขันยังค่อยๆถูกปั่นป่วนด้วยอารมณ์ความรู้สึกอื่นๆเช่นความทุกข์ความเศร้าและความกระอักกระอ่วนใจ

 Robert Lynch นักมานุษยวิทยาผู้ศึกษาการหัวเราะของมนุษย์กล่าวว่าการหัวเราะมีอยู่ในทุกๆวัฒนธรรม เชื่อว่าการที่มนุษย์คนหนึ่งๆมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อมุกตลกสะท้อนให้เห็นตัวตนของเขาได้เป็นอย่างดี

 

 ลินช์อธิบายว่า ‘มนุษย์ผูกโยงอยู่กับความเชื่อทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัวและความเชื่อเหล่านี้ก็ผูกโยงอยู่กับอารมณ์ขันของพวกเขา’ในแง่นี้เสียงหัวเราะของมนุษย์จึงมีความหมายทางสัญญะที่เปิดเผยให้เห็นถึงศรัทธาและคุณค่าที่มนุษย์คนหนึ่งยึดถือจึงไม่แปลกว่าทำไมเรามักมองหาเพื่อนหรือคู่รักที่มีอารมณ์ขันคล้ายๆกันนั่นเพราะสำหรับมนุษย์แล้วเสียงหัวเราะก็ไม่ต่างอะไรกับคำยืนยันต่อศรัทธาและคุณค่าที่พวกเขามีร่วมกัน

 แม้ว่าบ่อยครั้งเมื่อพูดถึงอารมณ์ขันเรามักจะเชื่อมโยงความหมายของมันเข้ากับความรู้สึกในแง่บวกแต่หากลองพิจารณาข้อเสนอของลินช์เรากลับพบว่าจริงๆแล้วอารมณ์ขันมีลักษณะของการกีดกันและการแยกขาดอยู่ในตัวกล่าวคือแม้การหัวเราะจะช่วยสร้างสำนึกร่วมระหว่างกันได้ก็จริงแต่พร้อมๆกันนั้นมันก็ได้ขีดเส้นแบ่งอย่างชัดเจนระหว่างคนที่หัวเราะกับคนที่ไม่หัวเราะ

 ลองสมมติเล่นๆว่าผมเป็นดาราตลกสักคนหนึ่งบนเวทีและคาดหวังอย่างเต็มที่ว่ามุกตลกที่กำลังจะยิงไปนี้ต้องขำแน่ๆแต่กลายเป็นว่าไม่มีคนดูขำเลยสักคนนั่นไม่เพียงหมายความว่ามุกตลกของผมไม่ขำเท่านั้นแต่ยังสะท้อนว่าศรัทธาและคุณค่าบางประการระหว่างผมกับคนดูไม่สอดคล้องกันอีกด้วย

 ผ่านมุกตลกต่างๆของกรีนสไตน์ที่กรอสแมนได้แสดงให้เห็นถึงธรรมชาติของความขัดแย้งนี้ยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเมื่อเรื่องราวดำเนินไปเสียงหัวเราะค่อยๆเงียบหายคนดูจากที่เคยปล่อยตัวนั่งสบายก็เริ่มขยับร่างกายอย่างอึดอัดพวกเขาคาดหวังว่าจะได้รับเสียงหัวเราะแต่ไม่เพียงแค่ความคาดหวังจะไม่ถูกตอบสนองหากพวกเขายังต้องมาทนฟังชีวิตที่เต็มไปด้วยบาดแผลและความเจ็บปวดของดาราตลกแก่ๆคนหนึ่ง สแตนด์อัพคอเมดี้เป็นอาชีพที่โดดเดี่ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาต้องยืนอยู่ลำพังคนเดียวท่ามกลางผู้คนเป็นร้อยๆที่ไม่ได้สนใจอะไรในตัวเขาเลย

 

 A Horse Walks into a Bar จึงเป็นนวนิยายว่าด้วยชีวิตของนักแสดงตลกที่ไม่ตลกชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุกข์ความเศร้าและบาดแผลในขณะเดียวกันหนังสือเล่มนี้ก็เปิดเผยให้เห็นเบื้องลึกของเสียงหัวเราะที่ก็ไม่ได้ผูกโยงอยู่กับความสุขเสมอไปดังเช่นเรื่องเล่าของกรีนสไตน์ที่เขาเลือกใช้รูปแบบของการแสดงตลกสแตนด์อัพในการเปิดเผยความรวดร้าวในจิตใจผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่เพียงแต่จะขำได้ไม่เต็มปากหากยังกลายเป็นว่าเรื่องตลกเหล่านี้รบกวนจิตใจคนดูอย่างร้ายกาจและนั่นจึงนำมาซึ่งคำถามที่ว่าแล้วที่เรากำลังหัวเราะกันอยู่นี้ความหมายของความขบขันคืออะไร

 ผมคิดว่าในบางครั้งมุกตลกก็อาจถือเป็นความรุนแรงประเภทหนึ่งโดยที่เราไม่รู้ตัวยิ่งโดยเฉพาะในสังคมที่มองไม่เห็นความจริงจังซึ่งแฝงซ่อนอยู่ภายในมุกตลกแต่ละมุกด้วยแล้วเรามักคิดอยู่เสมอว่าตลกคือเรื่องไร้สาระตลกคือสิ่งที่ไม่มีน้ำหนัก

 แต่อย่างที่กรอสแมนแสดงให้เราเห็นผ่าน A Horse Walks into a Bar ว่าภายใต้ภาพลักษณ์ของความไม่จริงจังของมุกตลกนี่แหละที่มันกลับเปิดเผยให้เห็นว่ามนุษย์เราต่างทำร้ายกันผ่านเสียงหัวเราะบ่อยเพียงใด

Tags:เรื่องตลกเสียงหัวเราะRobert LynchStand up Comedyแนะนำหนังสือนวนิยายreason to readA Horse Walk into a BarDavid Grossman
Share :
Author
คาลิล พิศสุวรรณ
Photographer
-
ผู้หญิง บาดแผลของทาส และประวัติศาสตร์ไร้เสียง ใน Beloved โดย Tony Morrison
Reason to readผู้หญิง บาดแผลของทาส และประวัติศาสตร์ไร้เสียง ใน Beloved โดย Tony Morrisonนักเขียน : คาลิล พิศสุวรรณ
มีในเมษายน ซอลในกรกฎาคม : สังคมที่ความหลากหลายกลายเป็นสิ่งที่รัฐเกลียดชัง
Reason to readมีในเมษายน ซอลในกรกฎาคม : สังคมที่ความหลากหลายกลายเป็นสิ่งที่รัฐเกลียดชังนักเขียน : คาลิล พิศสุวรรณ
‘สถานการณ์ยังเป็นปกติ’ 8 เรื่องสั้นไม่ปกติ ที่ชวนตั้งคำถามถึงสภาวการณ์ปกติ
Reason to read‘สถานการณ์ยังเป็นปกติ’ 8 เรื่องสั้นไม่ปกติ ที่ชวนตั้งคำถามถึงสภาวการณ์ปกตินักเขียน : คาลิล พิศสุวรรณ