เคยคิดไหมว่า ทุกวันนี้ความเครียดและความกดดันรายล้อมชีวิตเราอยู่เต็มไปหมด
การเรียน การทำงานหนัก ความเร่งรีบ บรรทัดฐานทางสังคม ไลฟ์โคช คอร์สพิเศษ บทความที่บอกให้เราประสบความสำเร็จ มีเงินเยอะๆ ทุกสิ่งล้วนกระตุ้นให้เราลงสู่สนามแข่งขันเพื่อไล่ตามความสำเร็จ จนบางครั้งก็ทำให้หลงทาง และลืมไปว่า ชีวิตไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ‘เสียง’ ที่กระซิบบอกว่า ชีวิตไม่จำเป็นต้องเร่งรีบหรือสมบูรณ์แบบตลอดเวลาค่อยๆ ดังขึ้น พร้อมกับกระแสของการหันมาสนใจสุขภาพกาย สุขภาพจิต ของคนรุ่นใหม่ที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ
ความคิดเหล่านี้เอง ที่เปิดทางให้เกิดเทรนด์ใหม่ในโซเชียล อย่างการหันมามองคนบุคลิกภาพแบบ Type B ที่มีบุคลิกภาพแบบสบายๆ ยืดหยุ่น และให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างมีสมดุล
แม้อาจมีเสียงทัดทานที่ว่า นี่อาจเป็นการยกย่อง ‘ความขี้เกียจ’ แต่แท้จริงแล้ว อย่าลืมว่าในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและกดดัน การพาตัวเองให้ยอมรับ ‘ความช้า’ บ้าง ไม่แข่งกับใคร และใส่ใจความสุขของตัวเองก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของความสำเร็จเช่นกัน จนทำให้เกิดเทรนด์ทำนองนี้มากมาย
มีคนบอกว่า หากบุคลิกแบบ Type A คือพฤติกรรมที่เน้นการแข่งขันและการทำงาน คน Type B ก็เป็นพฤติกรรมตรงกันข้าม คือก้าวร้าวน้อยกว่าและผ่อนคลายกว่า ซึ่งหากมองดีๆ มันคือสิ่งตรงข้ามกับยุคสมัยนี้ที่เต็มไปด้วยความกดดันและความหมดไฟ
และแม้นี่อาจไม่ใช่วิธีการทำความเข้าใจบุคลิกภาพแบบที่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ แต่การจัด ‘หมวดหมู่’ เช่นนี้ก็อาจให้ความรู้สึกสบายใจ และทำให้เข้าใจพฤติกรรมมนุษย์และวัฒนธรรมร่วมสมัยได้
เช่นนั้นแล้วมาลองทำความรู้จักคน Type B กันหน่อยว่าเป็นอย่างไร แล้วทำไมมันถึงกำลังเป็นกระแสในเวลานี้
ตรงข้ามกับความเคร่งเครียด

อย่างที่กล่าวไปว่า คน Type A มักถูกยกย่องในแง่ของการทำงานหนัก เร่งรีบ และมุ่งไปสู่ความสำเร็จสูงสุด แต่ในด้านหนึ่งก็ก่อให้เกิดปัญหาความเครียดสะสม ซึ่งนำไปสู่การเบิร์นเอาต์นั่นจึงทำให้สังคมและคนรุ่นใหม่ๆ เริ่มมองหา ‘ความสมดุล’ มากขึ้น จนนำไปสู่การให้ความสนใจกับบุคลิกของคน Type B เช่น ความสบายๆ ความยืดหยุ่น วามเป็นธรรมชาติ และการให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต มากกว่าปริมาณงาน มากขึ้น เพื่อใช้เป็น ‘ยาถอนพิษ’ จากวัฒนธรรมที่เคร่งเครียด โดยคุณลักษณะเหล่านี้ถูกมองว่า มีสุขภาพจิตที่ดีกว่า และเป็นมนุษย์มากกว่า
เป็นอิสระจากความคาดหวัง

สังคมทุกวันนี้ขับเคลื่อนด้วยโซเชียล โดยเฉพาะ TikTok และ Instagram เมื่อเทรนด์ของการมองหาบุคลิกแบบ Type B กำลังได้รับความนิยม แพลตฟอร์มเหล่านี้จึงเป็นพื้นที่หลักในการเผยแพร่แนวคิดดังกล่าว จนเกิดเป็นแฮชแท็กอย่าง #TypeB เพื่ออธิบายความรู้สึกของตนเอง และหาความหมายในการใช้ชีวิตที่ไม่ต้องรีบร้อน ที่สำคัญคือมันกลายเป็น ‘สัญลักษณ์’ ของคนที่ต้องการหลุดจากการแข่งขันทางสังคม เป็นอิสระจากความคาดหวัง และการเลือกชีวิตตามวิถีตัวเอง
เครื่องมือสำหรับการยืนยันตัวตน

แม้ว่าการแบ่งบุคลิกภาพแบบ Type A และ Type B จะมาจากงานวิจัยในทศวรรษ 1950 โดยแพทย์ที่ศึกษาความเครียดกับโรคหัวใจ และนักจิตวิทยาก็มองว่า บุคลิกภาพควรถูกอธิบายด้วยลักษณะหลายมิติมากกว่าที่จะแบ่งเป็นแค่กลุ่ม A หรือ B หากแต่การแปะป้าย ‘Type B’ ก็ช่วยให้ผู้คนเข้าใจความแตกต่างของตนเองและคนรอบข้างได้ชัดเจน ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำหรับสร้างเอกลักษณ์และการยืนยันตัวตน ถึงแม้อาจเป็นการลดทอนความซับซ้อนของตัวตนก็ตาม เพราะคิดง่ายๆ ว่า ‘คน Type B คือคนที่มีความยืดหยุ่นสูง ยอมรับข้อจำกัด และเป็นมิตร’ ก็ทำให้เห็นภาพได้แล้ว
นิยามความสำเร็จแบบใหม่

คน Type B อาจถูกมองว่า ‘ขี้เกียจ’ ‘ไม่จริงจัง’ ไปจนถึง ‘ไม่ขยัน’ แต่ในความเป็นจริงบุคลิกแบบนี้ก็มีจุดแข็งเฉพาะตัว เช่น ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง, เข้าใจตัวเองและยอมรับข้อจำกัด, มีความเห็นอกเห็นใจและสนับสนุนผู้อื่น รวมถึงมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนวิธีคิด หรือวิธีทำงานได้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ซึ่งแนวคิดนี้ทำให้คนเริ่ม ‘ทบทวน’ ความหมายของความสำเร็จในมุมใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง เงินทอง แต่รวมถึงความสุข สุขภาพจิตที่ดี ความสัมพันธ์ และความสมดุล
ทวงคืนความเป็นมนุษย์

การนิยามตัวเองว่าเป็นคนบุคลิกแบบ Type B อาจทำให้รู้สึกเสียเปรียบในการแข่งขัน หากเทียบกับคน Type A แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นการย้ำเตือนว่า ‘ความสุข’ อาจสำคัญกว่า ‘การแข่งขัน’ และบางคนถึงกับมองว่า นี่อาจเป็นการทวงคืน ‘ความเป็นมนุษย์’ แทนที่จะเป็นเพียง ‘เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูง’ ซึ่งแนวคิดนี้กำลังเปลี่ยนมุมมองของสังคม องค์กร และชีวิตส่วนตัว ให้ยอมรับ ‘ความแตกต่าง’ ของวิธีใช้ชีวิตและการประสบความสำเร็จในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้วมนุษย์นั้นซับซ้อนและมีมิติที่มากกว่าแค่การแบ่งบุคลิกเป็นแค่ Type A หรือ B และแม้จะดูเหมือนเป็นการเหมารวมไปบ้าง แต่การมาถึงของกระแส #TypeB ก็ทำให้เห็นแนวทางการสร้างสุขภาพจิตและความสมดุลชีวิต และการยอมรับความแตกต่างของบุคลิกภาพนี้ ก็ทำให้สังคมมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่จำกัดเพียงแค่ความสำเร็จรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกคนต่างมีแนวทางเป็นของตัวเอง ต้องการถูกมองเห็น ถูกยอมรับ และเข้าใจคุณค่าในตัวเองไม่ต่างกัน





