x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

สวรรค์อาเขต : เขตแดนห้ามไว้วางใจเหล่าคนดีศรีสยาม

Solo Performance : อรอนงค์ ไทยศรีวงศ์
Dramaturge : จารุนันท์ พันธชาติ
สถานที่ : Democrazy Theatre Studio

ทันทีที่เราก้าวเท้าเข้าสู่เขตแดนของ สวรรค์อาเขต แทนที่จะได้เดินอยู่บนปุยเมฆนุ่มๆ พร้อมหมอกฟุ้งๆ เรากลับเจอแต่ความมืดมิดและยางรถยนต์จำนวนมากที่ทั้งเปราะบาง ไม่มั่นคง และเราสามารถล้มทับใครเมื่อไหร่ก็ได้ นี่คือสิ่งที่ สวรรค์อาเขต การแสดงแรกในปี 2018 ของกลุ่มละคร B-Floor โดย กอล์ฟ-อรอนงค์ ไทยศรีวงศ์ ศิลปินสาวที่เคยสร้างผลงานสั่นสะเทือนวงการศิลปะและสะท้อนเสรีภาพในการแสดงออกของสังคมไทยอย่าง บางละเมิด เมื่อปี 2015

ปีนี้อรอนงค์กลับมาพร้อมงานชิ้นใหม่ที่ยังยึดโยงกับประเด็นการเมือง เสรีภาพ และการอยู่ร่วมกันในสังคม ‘คนดี’ ที่เข้ามากระทบจิตใจของเธอเช่นเคย (เพราะมันไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยในสังคมไทย) อรอนงค์แปรรูปความรู้สึกเหล่านั้นออกมาเป็นการแสดงเดี่ยวที่ต้องอาศัยทั้งพลังมหาศาลของตัวเธอเอง และองค์ประกอบศิลป์อื่นๆ ที่ทำให้เราเจองานที่ประทับใจตั้งแต่ต้นปี

หลังจากคนดูจับจองที่นั่งในความมืดมิดไปอย่างล้มลุกคลุกคลาน อรอนงค์ก็ปรากฏตัวขึ้นในชุดยาวลายดอกไม้สีสวยที่ดันเป็นผืนเดียวกับผ้าคลุมที่นั่งของคนดูทั่วทั้งห้อง ถือเป็นฉากเปิดการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย องค์แรกของการแสดง อรอนงค์สวมบทคล้ายนางฟ้านางเทวดาในเมือง ‘ดุจเทพสร้าง’ ด้วยคำพูดจาเชื้อเชิญ ท่าทางแสนอ่อนน้อม และเพลงประกอบที่ไม่ต่างจากเรากำลังนั่งอยู่ในงานวันลอยกระทงสงกรานต์ ต่างก็ชวนให้เราเชื่อว่าเรากำลังอยู่ในเมืองที่ดีพร้อมทุกอย่างพอให้ได้ขำขันและสบายใจ จากนั้นละครก็เริ่มเปลี่ยนเข้าสู่องค์ที่สองเมื่ออรอนงค์ยกยางรถยนต์ที่ขึ้นมาเป็นชั้นเกราะกำบังแถมยังชวนให้คนดูร่วมด้วยช่วยกันทลายเขตแดนสวรรค์นี้ให้กลายเป็นแค่กองยางพะเนินเทินทึก

อรอนงค์สร้างการแสดงผ่านการเคลื่อนไหวที่ตรงไปตรงมา มุด คลาน หยิบจับ วิ่ง ล้มตัวลง แต่ชวนให้เราเห็นถึงการต่อสู้บางอย่างกับสิ่งที่มองไม่เห็นและมีพลังอำนาจเหนือตัวเธอขึ้นไป รวมถึงองค์ประกอบศิลป์ต่างๆ ฉากอลังการ เสียงเพลงประกอบ หรือแม้แต่แสงหม่นๆ และควันฟุ้งๆ ที่ปล่อยออกมากลับทำให้เราอึดอัดคล้ายกำลังจมอยู่ใต้น้ำ แถมยังเปิดโอกาสให้คนดูตัดสินใจเลือกทำหรือไม่ทำบางสิ่งอย่างอิสระ เมื่อนักแสดงเอ่ยคำถาม กระทำบางอย่างซ้ำๆ หรือแม้แต่เราเห็นชัดว่าเธอกำลังเจ็บตัว คนดูอย่างเราเลือกได้ว่าจะยืนมองเฉยๆ เข้าไปช่วยเหลือ ส่งเสียงตอบรับ หรือกระหน่ำซ้ำเติม

การแสดงใช้เวลาไม่นานมาก แต่ความรู้สึกที่เราได้ชมกลับทิ้งค้างอยู่ในใจเรายาวนานกว่านั้น ถึงเราจะเห็นชัดเจนว่าสวรรค์อาเขตตั้งคำถามต่อเรื่องการเมืองและเสรีภาพของประเทศไทย แต่ก็ทิ้งปลายเปิดไว้มากพอให้คนดูแต่ละคนอ้างอิงประสบการณ์ส่วนตัวมาตีความ ในฉากบางฉาก ภาพบางภาพเลยทำให้คนดูแต่ละคนนึกคิดไปถึงเรื่องราวไม่เหมือนกัน ส่วนตัวเราเองไม่ได้มีเหตุการณ์ทางการเมืองอ้างอิงถึงสักเท่าไหร่ แต่ก็เข้าใจและเศร้าใจกับภาพการผุพังของบางสิ่งที่เคยสวยงามที่ถูกทำลายลงในพริบตามากเหมือนกัน

อีกสิ่งที่เราสนใจมากๆ และกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองหลังการแสดงจบลงคือการต่อสู้กับความคิดตัวเองในหัวระหว่างชมว่าเราจะเป็นคนดูแบบไหน เราคือหนึ่งในกลุ่มคนดูที่โยนยางรถยนต์เข้าไปสุมเป็นกองใหญ่ รื้อผ้าปูที่นอนลายดอกไม้ยาวๆ ขึ้นมาเพียงเพราะเห็นว่าน่าสนุกและทุกคนก็ทำกัน ตรงกันข้าม เมื่อเราเห็นนักแสดงขยับไม่ได้ เคลื่อนไม่ไหว และพันธนาการตัวเองไว้ในยางรถยนต์เหล่านั้น เรากลับเลือกหรือแม้แต่จงใจว่าจะไม่เข้าไปช่วยเหลือ ในขณะที่คนดูอีกหลายคนในรอบเดียวกันกลับเลือกจะช่วยดึงยางออกให้พ้นทาง และทำให้เธออยู่ในที่ที่มั่นคงปลอดภัยที่สุด สิ่งนี้ทำให้เรากลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมเราถึงเลือกทำหรือไม่ทำบางอย่าง หากตัดความคิดว่านี่คือการแสดงออกไป มันน่าจะสะท้อนถึงความคิดบางอย่างที่อยู่ในตัวเราอยู่เหมือนกัน

ใน Post Talk หลังจบการแสดงรอบแรก ประเด็นหนึ่งที่อรอนงค์พูดขึ้นมาสั้นๆ แต่เราว่าน่าสนใจคือสวรรค์อาเขตอาจสะท้อนได้ถึงการอยู่ร่วมกันของคนในสังคมหนึ่ง ในช่วงต้นที่เราต้องเดินอย่างทุลักทุเลบนยางรถยนต์ในความมืดเพื่อไปจับจองที่นั่ง แถมยังต้องระวังว่าจะไปเหยียบทับใครบ้างหรือเปล่า ผ้าผืนสวยที่เรานั่งทับก็ยังไปดึงไปรั้งการเคลื่อนไหวของนักแสดงอีกต่อหนึ่ง การกระทำบางอย่างของเราอาจกำลังไปกระทบกระทั่งใครอีกคนในสังคมโดยที่เราไม่รู้ตัว และมันพร้อมจะพัง แตกสลายได้ทุกเมื่อ

บางครั้งสถานที่ที่เราคิดว่าปลอดภัย ได้เอนกายชมการแสดงสนุกสาน เป็นสวรรค์ที่อยู่สบาย ก็เต็มไปด้วยความขรุขระและรูโหว่เต็มไปหมด ในขณะที่เราอยู่สบาย ใครอีกคนข้างๆ ที่กำลังต่อสู้กับแรงกดทับบางอย่างที่เรามีส่วนร่วมไปด้วยเหมือนกัน

สวรรค์อาเขต ชวนให้เรากลับมาตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งว่าในขณะที่เราใช้ชีวิตกันไป เราเบียดเบียน หลงลืม หรือทำร้ายกันไปมากแค่ไหน โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

สวรรค์อาเขต เปิดดินแดนให้ทุกคนไปร่วมเดินทางกันตั้งแต่วันนี้ถึง 20 มกราคม (ยกเว้นวันที่ 14 มกราคม) จองบัตรได้ที่เพจเฟซบุ๊ก SAWAN Arcade : A solo performance by Ornanong ครับ

ภาพ B-Floor

Author

ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต

ชอบใช้เวลาว่างไปกับการเที่ยวเล่นในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มีเป้าหมายคือต้องไปต่างประเทศปีละไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง กำลังสนใจและพยายามศึกษาเรื่องเมืองๆ คู่ไปกับศิลปะ และหลอมสองอย่างนี้เข้ามาอยู่ด้วยกัน

Related Posts