Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
หรือการเล่าเรื่องที่เหมาะกับปัจจุบันมากที่สุด คือการกลับไปดูว่าหนังสือเด็กเล่าเรื่องราวยังไง?

หรือการเล่าเรื่องที่เหมาะกับปัจจุบันมากที่สุด คือการกลับไปดูว่าหนังสือเด็กเล่าเรื่องราวยังไง?

29/01/2020
Culture & Entertainment
AUTHOR: สิโรตม์ จิระประยูร
SHARE:

 หากใครสักคนบอกว่า storytelling ในยุคดิจิทัลแบบนี้คือชายอายุ 72 ปีที่ทำงานด้านออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์มากว่า 47 ปี คุณจะรู้สึกอย่างไร

 ที่เราพูดถึงคือ Mario Garcia ชายผู้อยู่เบื้องหลังการรีแบรนด์นิตยสารและหนังสือพิมพ์หลายร้อยฉบับ เช่น Washington Post, New York Times, DieZeit เขาผ่านจุดปฏิวัติสิ่งพิมพ์มาหลายช่วงตั้งแต่เปลี่ยนผ่านกระบวนการผลิตจาก Hot Type มา Cold Type จากหนังสือพิมพ์ขาว-ดำมาสู่ภาพสี จวบจนการเปลี่ยนผ่านในปัจจุบันที่มาริโอบอกว่าเป็นยุคที่ยากและเหนื่อยที่สุดคือยุคของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่อินเทอร์เน็ต

 ไม่นานนี้มาริโอออกหนังสือเล่มที่สองในจำนวนตอนต่อสามเล่มชื่อว่า Storytelling ในหนังสือมาริโอบอกถึงความสำคัญต่างๆ เขาตั้งคำถามว่า What is happy medium? พร้อมกันนั้นเขาก็นำทางไปสู่คำตอบที่ว่า “People follow good contents” หมายถึงไม่ว่าจะที่ใดบนสื่ออะไร หากเรามีเนื้อหาที่ดีคนอ่านจะตามเรามาแต่ต้องเข้าใจกฎอย่างหนึ่งว่า “No One Size Fit All”

 มาริโอบอกว่าเมื่อพูดถึงหนังสือพิมพ์เราจะมองภาพและส่วนผสมเป็นจัตุรัสการเขียนการวางตำแหน่งภาพการจัดหน้าการอ่านจะเป็นไปตามลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัสแต่เมื่อเราคิดถึง online media เราจะมองกลับกันสื่อออนไลน์มีเพียงคอลัมน์เดียวและเปลี่ยนมุมมองเป็นแนวตั้งแทนเพราะฉะนั้นการเขียนเนื้อหาระหว่างลงบนสื่อสิ่งพิมพ์ปกติและสื่อออนไลน์ต้องมีการนำเสนอเนื้อหาที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงนี่คือเหตุผลที่ทำไมเขาจึงบอกว่า No One Size Fit All ทั้งยังเน้นย้ำว่าคุณมีเวลาเพียง 4 วินาทีในการตอบโจทย์คนอ่านสื่อออนไลน์ ว่าเนื้อหาที่นำเสนอการวางเลย์เอาต์และภาพเหมาะที่จะอ่านต่อหรือไม่เพราะฉะนั้นสี่วินาทีนี้จึงเป็นเวลาทองเป็น golden rule ที่หากใครจะทำสื่อออนไลน์ต้องรักษาคนอ่านให้ไปต่อจากตรงนี้ให้ได้

 มาริโอเสริมว่ามุมมองของคนทำเนื้อหาปกติมักที่เขียนเพื่อลงบน print platform แล้วนำไปปรับเลย์เอาต์ลงบนออนไลน์นั้นไม่ได้ผิดแต่ไม่เกิดประโยชน์ที่จะทำอย่างนี้เขาใช้คำว่า Print is a KING of Media นั่นคือเราต้องรู้จักใช้ธรรมชาติของสื่อหนึ่งที่อีกสื่อหนึ่งทดแทนไม่ได้ สิ่งที่เขาบอกคือสื่อออนไลน์ไม่มีทางเอาชนะสื่อสิ่งพิมพ์ได้เมื่อเป็นเรื่องของการวางตำแหน่งรูปภาพ

 เขาให้จินตนาการเมื่อเราขยายภาพสวยงามสักรูปลงบนหน้าคู่ของหนังสือพิมพ์เมื่อเปิดมาเราจะได้ภาพที่ดึงดูดและความพอดีแต่สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทดแทนได้บนสื่อออนไลน์แต่ที่มักเจอคือเราไม่ได้ใช้วิธีการเล่าเรื่องตามลักษณะจุดแข็งของสื่อให้ดีพอ

 อย่างที่กล่าวมาเราไม่ได้เอาประโยชน์จากจุดแข็งด้วยการเล่าเรื่องด้วยภาพของสื่อสิ่งพิมพ์มาทำให้เป็นจุดแข็งหรือเรายังยึดจุดเรื่องไทม์ไลน์ของเนื้อหา “ข่าววันนี้พรุ่งนี้จะเป็นอดีต” สิ่งนี้ยังใช้ได้สำหรับสื่อสิ่งพิมพ์แต่ใช้ไม่ได้กับสื่อออนไลน์ที่มีขาที่ก้าวกระโดดได้ตลอดเวลาการเล่นเนื้อหาตามประเภทของสื่อแต่ละชนิดจึงต้องมีกลยุทธ์ให้เหมาะสมเราไม่สามารถเล่าเรื่องเดียวกันมุมมองเดิมๆตาม sequence ปกติบนออนไลน์ได้มุมมองให้ต่างจากคนอื่นเร็วและตอบสนองกฎ 4 วินาที เราจะไปถึง happily print ได้อย่างไรอะไรคือคำอธิบายในเรื่องนี้ได้ดีที่สุด

 การเล่าเรื่องหรือ storytelling ปัจจุบันคือการมองทุกอย่างให้เป็น visual image storytelling ทำยังไง เขาบอกว่าวิธีที่อธิบาย visual storytelling และเหมาะกับปัจจุบันมากที่สุดคือการกลับไปดูว่าหนังสือเด็กเล่าเรื่องราวยังไง

 ตัวอย่างที่เขายกให้เห็นภาพคือนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดง..

 “หนูน้อยหมวกแดงเดินเข้าไปในป่า…..”

 ภาพในหนังสือจะเห็นเป็นภาพหนูน้อยกำลังเดินเข้าไปในป่า

 ทั้งหมดเกิดขึ้นในรูปเดียวภาพเนื้อหา

 “เจ้าหมาป่ากำลังแอบดู…..”

 ภาพในหนังสือจะเห็นหมาป่าแอบดูจากต้นไม้ต้นหนึ่ง 

 มาริโอบอกว่า storytelling ปัจจุบันของทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์คือการรวมเอาภาพและเนื้อหาเข้ามาไว้ด้วยกันนั่นคือวิธีที่คนทั่วไปเสพเนื้อหาต่างๆ ในปัจจุบันโดยเฉพาะออนไลน์ไม่มีใครเอาเนื้อหาลงยาวจนจบแล้วค่อยลงภาพทั้งสองสิ่งควรคู่กันเสมอเห็นภาพและเห็นเนื้อหาในคีย์วิชวลอันเดียวกัน เขาบอกว่าถ้ายังไม่เข้าใจให้กลับไปศึกษาวิธีเล่าเรื่องจากหนังสือนิทานเด็กอย่าง Little Red Riding Hood หรือ Winnie the Pooh จะอธิบายสิ่งที่เขาบอกได้ดีที่สุด

 ทำไมเขาจึงดึงเอาจุดแข็งของสื่อสิ่งพิมพ์มาอธิบายธรรมชาติการนำเสนอที่รวมไปถึงการนำเสนอบนสื่อออนไลน์เขาบอกว่าเพราะ Print is King น่ะสิในความเป็นจริงสื่อสิ่งพิมพ์ไม่ได้หายไปไหนหรอกแต่มันจะไม่ได้อยู่ในยุครุ่งเรืองขีดสุดแบบในอดีตแต่สื่อออนไลน์ที่มีอนาคตยังต้องอาศัยสื่อสิ่งพิมพ์เป็นยานแม่เหมือนที่ The Guardian, Washington Post และอีกมากมายกำลังทำอยู่ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Print is King แต่ออนไลน์คือตัวที่ช่วยเสริมให้มีอนาคตที่ยาวไกล

 ท้ายที่สุดสิ่งที่เขาบอกคือ แต่ละสื่อมีลักษณะเฉพาะของตัวเองและขอให้จำไว้ว่าในโลกแห่งข้อมูลปัจจุบันไม่มี One Size Fit All อีกต่อไปเมื่อคุณต้องการจะสื่อบนแพลตฟอร์มอะไรจำต้องสร้างความเฉพาะของสื่อนั้นๆ ขึ้นมาเองแม้ว่า backbone ของเนื้อหาจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ตามเพราะการมีอยู่ของสื่อไม่ได้เพียงมีเนื้อหาลงให้ครบทุกช่องทางที่มีเท่านั้นแต่ต้องมีส่วนร่วมทำงานไปด้วยกัน

 สื่อสิ่งพิมพ์มีจุดแข็งของการเสนอภาพที่ขยายเท่าไหร่ก็ได้หรือที่มาริโอใช้คำว่า “Go Big”หรือจากหน้าแรกที่พยายามใส่ทุกอย่างที่มีให้เหลือน้อยที่สุดแต่ลึกที่สุดส่วนออนไลน์ให้นำเสนอให้ได้เหมือนหนังสือเด็ก นั่นคือภาพและเนื้อหามาพร้อมกันสั้นแต่เข้าใจง่ายเพราะคุณมีเวลาเพียง 4 วินาที

Tags:storytellingเราพบกันเพราะร้านหนังสือMario Garciaมาริโอ
Share :
Author
สิโรตม์ จิระประยูร
Photographer
-
การอ่านและทรงผมใครว่าไม่สำคัญ คุยกับ 'ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์' ผอ.กรุงเทพคริสเตียนฯ
Culture & Entertainmentการอ่านและทรงผมใครว่าไม่สำคัญ คุยกับ 'ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์' ผอ.กรุงเทพคริสเตียนฯนักเขียน : สิโรตม์ จิระประยูร
Paul Kenny ชายจากเมลเบิร์นผู้ได้เดินทางไปใน 60 ประเทศเพราะ 'หนังสือ'
Culture & EntertainmentPaul Kenny ชายจากเมลเบิร์นผู้ได้เดินทางไปใน 60 ประเทศเพราะ 'หนังสือ'นักเขียน : สิโรตม์ จิระประยูร
"เป็นนักอ่านเพราะความว้าเหว่" เอกวิทย์ สุดานิช นักเขียนผู้เริ่มเขียนด้วยความเดียวดาย
Culture & Entertainment"เป็นนักอ่านเพราะความว้าเหว่" เอกวิทย์ สุดานิช นักเขียนผู้เริ่มเขียนด้วยความเดียวดายนักเขียน : สิโรตม์ จิระประยูร