x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

ถนนสมภารคง : ไหว้พระครบ 9 วัดในระยะทางไม่เกิน 6 กิโลเมตรที่สุพรรณบุรี

สังคมทุกวันนี้เร่งรีบไปเสียหมด อะไรที่ช่วยย่นระยะเวลาได้ต่างได้รับความนิยมเพราะมันตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ทุกอย่างต้องรีบเร่งเพื่อประหยัดเวลาชีวิต

อะไรที่ว่าไม่เว้นแม้กระทั่งการทำบุญ

วันนี้เราอาสาพาหนุ่มสาวใจบุญออกมาจากกรุงเทพฯ สักหน่อยหลังจากรู้มาว่าที่จังหวัดสุพรรณบุรีมีถนนชื่อว่า ‘ถนนสมภารคง’ ที่มีวัด 9 วัดตั้งเรียงกัน โดยวัดแรกกับวัดสุดท้ายอยู่ห่างกันเพียงแค่ 6 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

พูดง่ายๆ ว่าเรากำลังมาเก็บแต้มบุญในเส้นทางไหว้พระ 9 วัดที่สั้นที่สุดในประเทศไทย

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเข้ากับคอนเซปต์สายบุญเร่งรีบ เรามาเริ่มนับหนึ่งที่วัดแรกกันเลยดีกว่า


วัดที่ 1 วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (ห่างจากปากซอย 300 เมตร)

เริ่มต้นพลังบุญกันที่วัดแรกซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของสุพรรณบุรีมากว่า 600 ปี จุดเด่นของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุคือเจดีย์ประธานของวัด ศิลปกรรมตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น เป็นเจดีย์แปดเหลี่ยมจำนวน 2 องค์ และซากเจดีย์อีก 2 องค์ที่ยังคงบูรณะไว้เพื่อรักษาร่องรอยประวัติศาสตร์

นอกจากสถาปัตยกรรมเก่าแก่อันโดดเด่นแล้ว วัดนี้ยังมีสิ่งที่หลายคนรู้จักอย่าง ‘พระผงสุพรรณ’ ซึ่งปรากฏหลักฐานว่าถูกขุดค้นพบที่นี่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน พระผงสุพรรณเป็นพระเครื่องสกุลสูงที่ถือว่าเป็นพระชั้นกษัตริย์ ปัจจุบันกลายเป็นพระที่โด่งดังจนเซียนพระหลายคนอยากมีไว้ในครอบครอง พระพุทธรูปที่อยู่บริเวณโบสถ์ของวัดก็สร้างขึ้นโดยอิงการออกแบบให้เหมือนพระผงสุพรรณเช่นกัน


วัดที่ 2 วัดแค (ห่างจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ 1 กิโลเมตร)

ถ้าเทียบจากทั้ง 9 วัด วัดแคดูจะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมากที่สุด นอกจากองค์ประกอบที่เอาใจสายบุญอย่างพระพุทธรูปในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น วัดแคยังสร้างกุศโลบายหลายๆ อย่างให้คนที่มาทำบุญได้มีส่วนร่วม สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราสะดุดตามากจนอดตั้งคำถามไม่ได้คือรูปปั้นหลวงปู่คงนั่งพญาต่อ

พอเราลองสอบถามจากคนแถวนั้นก็ได้ความว่าสาเหตุที่ต้องเป็นนางพญาต่อนั้นสอดคล้องกับวรรณคดีของไทยเรื่องขุนช้างขุนแผนที่มีการกล่าวถึงวัดแค ตามเรื่องราวนั้น ขุนแผนได้เสกใบมะขามจากต้นมะขามบริเวณวัดนี้ให้เป็นตัวต่อเพื่อโจมตีข้าศึก ตัวต่อจึงกลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของวัดนี้ไปโดยปริยาย และปัจจุบันวัดแคก็มีต้นมะขามยักษ์และคุ้มขุนแผนที่ทางจังหวัดได้สร้างไว้เพื่อให้เกียรติวรรณคดีเรื่องนี้อีกด้วย


วัดที่ 3 วัดสารภี (ห่างจากวัดแค 700 เมตร)

พลังบุญที่ทำให้วัดสารภีโดดเด่นออกมาจากทั้ง 9 วัดมี 2 อย่างคือ หนึ่ง พระพุทธมุนีศรีมงคลหรือหลวงพ่อใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์ซึ่งมีอายุกว่าร้อยปี และรูปปั้นพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณที่ปั้นจากปูนขาว

มีการบันทึกไว้ว่าภายในรูปปั้นช้างนี้บรรจุตำรายาโบราณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และวัตถุมงคลมากมายของเจ้าอาวาสเมื่อครั้งอดีต สิ่งนี้เองที่สร้างความเชื่อและอภินิหารว่าใครก็ตามที่มาลอดท้องช้างเอราวัณนี้ บางคนที่ป่วยไข้ก็จะหายจากโรค รวมถึงกุศโลบายการผูกผ้าสามสีบนตัวช้าง เชื่อว่าถ้าผูกผ้าสามสีที่งวงจะทำให้สมหวังด้านลาภยศ ผูกผ้าสามสีที่ขาจะทำให้สมหวังด้านธุรกิจ และผูกผ้าสามสีที่หางจะทำให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ


วัดที่ 4 วัดพระลอย (ห่างจากวัดสารภี 1.3 กิโลเมตร)

มีความเชื่อกันว่าสาเหตุที่ตั้งชื่อว่าวัดพระลอยเกิดจากองค์พระพุทธรูปลอยตามน้ำมาติดที่ท่าน้ำวัด ชาวบ้านจึงอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานไว้ ชื่อวัดนี้ทำให้สายบุญหลายคนที่เข้ามากราบไหว้เชื่อว่าจะสามารถลอยเคราะห์ลอยโศกออกไปจากชีวิตได้

นอกจากในแง่ของการทำบุญ วัดนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวที่ทางวัดสร้างขึ้นมา ไฮไลต์คือตลาดร่มไม้ชายน้ำที่มีการแสดงพื้นบ้านอย่างเพลงอีแซวให้เราดูหลังจากทำบุญอีกต่างหาก


วัดที่ 5 วัดหน่อพุทธางกูร (ห่างจากวัดพระลอย 550 เมตร)

แอร์บนรถยังไม่ทันเย็น เราก็เกินครึ่งทางจนมาถึงวัดที่ห้ากันแล้ว

วัดหน่อพุทธางกูรเดิมมีชื่อว่าวัดมะขามหน่อ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น จุดที่ทำให้เราทึ่งในวัดนี้คือพระพุทธรูปที่อยู่ในท่าทางไม่คุ้นตา และพระพุทธรูปที่ทำมาจากไม้จักสาน (อ่านไม่ผิด งานศิลปะนี้เกิดจากการเอาไม้มาจักสานทีละเส้นจนเกิดเป็นโครงพระพุทธรูปขึ้นมา) นอกจากนี้ในอุโบสถของวัดยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 200 ปีแต่ยังอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์มากอีกด้วย


วัดที่ 6 วัดพระนอน (ห่างจากวัดหน่อพุทธางกูร 1 กิโลเมตร)

วัดพระนอนคือสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งใน Unseen in Thailand

เหตุผลที่หลายคนต่างแวะเวียนมาทำบุญที่วัดนี้คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากพระพุทธรูปที่อยู่ในท่านอนหงายขนาดยาวประมาณ 2 เมตร พระพุทธรูปในลักษณะท่าทางนี้มีเพียงหนึ่งเดียวในไทย และมีเพียงแค่ 2 ที่ทั่วโลก (อีกที่หนึ่งคือพระนอนที่เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย)

อีกหนึ่งจุดเด่นของวัดพระนอนคือโป๊ะให้อาหารปลา ซึ่งเป็นหนึ่งโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่รับสั่งให้มีการอนุรักษ์พันธ์ุปลา วัดพระนอนถูกจัดอยู่ในหนึ่งในอุทยานมัจฉาแห่งชาติที่มีปลาหลายชนิดชุกชุม ทั้งปลาสวาย ปลาตะเพียน และปลาแรด


วัดที่ 7 วัดพิหารแดง (ห่างจากวัดพระนอน 850 เมตร)

ถ้าเทียบกับทั้ง 9 วัดในเส้นทางมงคลนี้ วัดพิหารแดงอาจไม่ได้มีจุดเด่นดึงดูดคนให้เข้ามาสักการบูชา แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้คือความร่มรื่นและบรรยากาศชวนพักผ่อน

จากคำบอกเล่าของอาสาสมัครในวัดบอกเราว่าภายในโบสถ์มีพระพุทธทศพลญาณมหามุนีที่มีอายุกว่า 700 ปีประดิษฐานอยู่ เกร็ดความรู้อีกอย่างหนึ่งคือเดิมทีวัดนี้เกิดขึ้นมาจากพระราชดำริของพระเพทราชาที่โปรดให้บูรณะวัดโดยใช้สีแดงเป็นหลัก ชาวบ้านในสมัยนั้นจึงเรียกที่นี่ว่าวัดวิหารแดงและเพี้ยนมาจนเป็นวัดพิหารแดงในปัจจุบัน


วัดที่ 8 วัดชีสุขเกษม (ห่างจากวัดพิหารแดง 950 เมตร)

สิ่งหนึ่งที่ดึงให้เราแวะเข้ามาในวัดนี้คือความอยากที่จะเห็นพระพุทธรูปที่มีอายุเก่าแก่มากกว่าพันปี

พระพุทธรูปเก่าแก่ที่ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์ของวัดชีสุขเกษมนี้ถูกบันทึกไว้ว่าถูกขุดค้นพบบริเวณวัดนี้เอง ในตอนนั้นมีการขุดค้นพบพระพุทธรูปจำนวน 3 องค์ 2 องค์ถูกนำไปเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง และอีกองค์ยังคงอยู่ที่นี่ อีกเกร็ดที่เราสังเกตได้คือยอดเกศของพระพุทธรูปที่หัก ชาวบ้านบอกเราว่ารอยหักนี้เพิ่งเกิดขึ้นตอนที่ขุดค้นพบเพราะรถขุดได้ขุดไปโดนส่วนพระเกศพอดี แต่การสังเกตเห็นส่วนหักในตอนนั้นก็นำมาซึ่งการขุดค้นพบพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์อย่างที่กล่าวไป


วัดที่ 9 วัดสว่างอารมณ์ (ห่างจากวัดชีสุขเกษม 750 เมตร)

และแล้วก็มาถึงวัดสุดท้ายในเส้นทางสายบุญ 4.0

วัดนี้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปจากบารมีของหลวงพ่อหลี อดีตเจ้าอาวาสของวัด ปัจจุบันยังคงมีรูปปั้นจำลองของหลวงพ่อให้กราบไหว้ ในแต่ละปีจะมีประชาชนและลูกศิษย์ของหลวงพ่อมาสักการะไม่ขาดสาย

เหลือบมองดูนาฬิกา ถ้านับจากวินาทีแรกที่เราเลี้ยวเข้าถนนสมภารคงจนถึงตอนนี้ที่วัดสว่างอารมณ์ เวลาผ่านไปเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเอง ภายในเวลา 90 นาทีนี้เราได้ลงไปสักการะไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของทุกวัดและเก็บแต้มบุญมาประดับจิตใจ ถือเป็นการไหว้พระ 9 วัดที่เร็วที่สุดในชีวิตเลยล่ะ

สำหรับใครที่อยากทำบุญแต่มีเวลาน้อย ถนนสมภารคงตอบโจทย์ทุกคนได้แน่นอน นอกจากวัดแล้ว ถนนนี้ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ให้เราแวะพักได้ตลอดทางเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวสายบุญทุกคนจากทั่วสารทิศ ถ้าเสาร์-อาทิตย์นี้ยังไม่รู้จะไปไหน เราขอเชิญชวนทุกคนมาเก็บแต้มบุญด้วยกันที่ถนนสมภารคง จังหวัดสุพรรณบุรีนะ


how to get there :
จากกรุงเทพฯ จะผ่านทางหลวงหมายเลข 34 โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะถึงจังหวัดสุพรรณบุรี พอเข้าตัวเมืองให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนมาลัยแมน จากตรงนี้ขับไปอีกไม่ไกลประมาณ 2 กิโลเมตร มองไปทางขวา เราจะป้ายสีน้ำเงินที่เขียนว่า ‘ถนนสมภารคง’

Author

ฆฤณ ถนอมกิตติ

ชายชื่อแปลกแห่งกองบรรณาธิการ a day magazine ผู้เชื่อว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพราะเราต่างเติบโตเพิ่มขึ้นมาจากเมื่อวานตั้งยี่สิบสี่ชั่วโมง

Related Posts